<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>34339</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2019 10:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2019 08:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประเทศไทยต้องไม่ตกขบวน 5G</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;อย่างที่ทราบกันดี คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. มีความตั้งใจที่จะผลักดันเทคโนโลยี 5G ให้เกิดขึ้นในประเทศไทยภายในปี 2563 โดยในระหว่างนี้เป็นช่วงระหว่างการจัดเตรียมคลื่นตามโรดแมปที่จะมีการเปิดประมูลคลื่นจำนวนรวมอย่างน้อย 280 เมกะเฮิรตซ์ สำหรับการใช้งานในปี 2562 นี้ แบ่งเป็นคลื่นย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 90 เมกะเฮิรตซ์ และคลื่นย่าน 2600 เมกะเฮิรตซ์อีกราวๆ 190 เมกะเฮิรตซ์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;สาเหตุที่จะต้องจัดเตรียมคลื่นไว้จำนวนมากขนาดนี้ ก็เพราะมีการประมาณการกันไว้ว่า ยุค 5G นั้น จะมีปริมาณการใช้งานและรับส่งข้อมูลจำนวนมหาศาลเพิ่มมากกว่า ยุค 4G ถึงประมาณ 10-100 เท่า ดังนั้นเมื่อมีปริมาณการรับส่งข้อมูลมหาศาล จำนวนคลื่นความถี่ที่จะมารองรับก็จะต้องเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่งประเมินกันว่า ผู้ให้บริการ 5G แต่ละราย อาจจะต้องใช้คลื่นในการให้บริการไม่ต่ำกว่า 100 เมกะเฮิรตซ์ เลยทีเดียว ดังนั้นการจัดเตรียมคลื่นความถี่ซึ่งเป็นหน้าที่ของ กสทช. ก็จะต้องมีมากขึ้นไปด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;สำนักงาน กสทช. ระบุว่า ในปี 2562 จะมีการจัดเตรียมคลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ โดยมีปริมาณ (Bandwidth) สูงสุด 90 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำหลักเกณฑ์การประมูล โดยอยู่ในขั้นตอนของการประเมินราคาเริ่มต้นและเงื่อนไขของการประมูล ส่วนคลื่นความถี่ย่าน 2600 เมกะเฮิรตซ์ นั้น อยู่ในขั้นตอนดำเนินการเรียกคืนคลื่นความถี่ เพื่อนำกลับมาจัดสรรด้วยวิธีประมูล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;จะเห็นได้ว่าด้วยกระบวนการทั้งหมด กสทช. มีความตั้งใจอย่างมากที่จะพยายามให้ไทย ไม่ตกขบวน 5G และจะต้องเทียบเคียงประเทศชั้นนำ อย่างเกาหลีใต้ที่ได้เริ่มเปิดให้บริการ 5G ไปเรียบร้อยแล้วเมื่อช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา รวมไปถึงสหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่นที่มีแผนเตรียมจะให้บริการอีกด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0.0001pt 20.7pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ทำไมไทยถึงตกขบวน 5G ไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;แม้จะคำถามมากมายว่า ทำไมประเทศไทยจำเป็นต้องรีบเร่ง จัดสรรคลื่นสำหรับทำ 5G ซึ่งดูเหมือนว่า 4G ที่มีอยู่ก็มีความเร็วอินเทอร์เน็ต แบบเหลือกินเหลือใช้แล้ว ซึ่งถ้ามองในมุมของผู้ใช้งาน ทั่วไป 5G อาจดูเหมือนยังไม่มีความจำเป็นเลย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;แต่อย่างไรก็ตาม 5G กลับถือเป็นสนามใหม่ของการแข่งขันทางธุรกิจ เพราะสภาพแวดล้อมในการทำมาค้าขาย มันกำลังจะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากยุค 5G จะก่อให้เกิดธุรกิจรูปแบบใหม่อีกมากมาย และบางธุรกิจจะชี้วัดถึงการเป็นผู้นำเศรษฐกิจยุคใหม่ของโลกด้วยซ้ำ ดังนั้นหากไทย ยังไม่เตรียมพร้อม และตามเทคโนโลยีให้ทัน ประเทศของเราก็จะเสียโอกาส และขีดความสามารถในการแข่งขันเป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;จากที่ กสทช. ได้เคยทำการศึกษาไว้ ว่า ค่าเสียโอกาสที่ประเทศไทยต้องเผชิญหากไม่มี 5G เกิดขึ้นว่าจะเป็นตัวเงินเท่าไหร่ ผลปรากฏว่าถ้าไม่มี 5G มูลค่าโอกาสทางเศรษฐกิจที่เราจะสูญเสียนั้นจะสูงถึง 2.3 ล้านล้านบาท ภายในปี 2573 ซึ่งเป็นปีที่เราคาดว่า 5G จะมีผลต่อเศรษฐกิจของประเทศมากที่สุด ซึ่งตัวเลขนี้ก็เทียบได้กับ 20% ของ GDP ประเทศเราในปัจจุบัน ซึ่งนับว่าเป็นตัวเลขที่มหาศาลเลยทีเดียว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;สำหรับภาคส่วนที่จะเสียหายหนักที่สุดในที่นี้ก็คือ ภาคการผลิตและอุตสาหกรรม ที่เปรียบเสมือนเครื่องจักรขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจประเทศ โดยมีประมาณการออกมาว่าจะเสียโอกาสที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มไปกว่า 7 แสนล้านล้านบาท ถึง 1.6 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพและมูลค่ากว่าร้อยละ 10-30 ของมูลค่าภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทยในปัจจุบัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นอกจากเสียโอกาสในเชิงธุรกิจแล้ว ยังส่งผลกระทบในเชิงสังคมด้วย โดยเฉพาะการปรับตัวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งในภาวะปัจจุบัน คนไทยมีอัตราการเกิดที่ลดลง เดิมทีในอดีตประเทศไทยมีประชากรเกิดใหม่ราวหนึ่งล้านคนต่อปี แต่ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมานั้น จำนวนประชากรเกิดใหม่กลับเหลือน้อยลงเพียงแค่ 7-8 แสนคนต่อปี หมายความว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าแรงงานคนรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาสู่ระบบเศรษฐกิจจะลดลงอย่างน่าใจหาย กลับกัน ประชากรผู้สูงอายุจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยปัจจุบันมีประชากรที่มีอายุมากกว่า 60 ปี ถึง 12 ล้านคน แต่ถูกคาดการณ์ว่าจะเพิ่มไปเป็น 20 ล้านคนภายใน 15 ปีข้างหน้า ซึ่งการมาของเทคโนโลยี 5G จะช่วยลดการนัดพบแพทย์สำหรับการวินิจฉัยรักษาโรคพื้นฐานได้ถึง 5.5% ต่อปี หรือถ้าคิดเป็น 12-15 ล้านครั้งของการที่ผู้ป่วยเดินทางไปโรงพยาบาล เพื่อพบแพทย์ในประเทศไทย ประหยัดเวลาการเดินทางและค่าเสียโอกาสทางเศรษฐกิจของผู้ป่วยได้อย่างน้อย 11,000 ล้านบาทต่อปี เพราะ 5G จะช่วยให้เกิดการรักษาทางไกล หรือ Telehealth ทำให้ผู้ป่วยไม่ต้องเสียเวลาลางานเป็นวัน ๆ เพื่อมาโรงพยาบาลอีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ในด้านการเกษตร 5G จะเข้ามามีอิทธิพลต่อการทำเกษตรและการผลิตอาหารจำนวนมาก โดยเฉพาะเรื่องสมาร์ทฟาร์มมิ่ง ที่จะมีการประยุกต์ใช้เช็นเซอร์ต่างๆ ในการตรวจวัด และช่วยวางแผนในการผลิตพืชผลออกมามากขึ้น โดยใช้ทรัพยากรที่ลดลง หากเราดำเนินการล่าช้าก็จะไม่สามารถยกระดับให้ไทย กลายเป็นเมืองอาหารของโลกตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ดังนั้น 5G จึงเปรียบเสมือนกระดูกสันหลังของประเทศในโลกอนาคต ประเทศไหนสามารถวางโครงสร้างได้ก่อน ประเทศนั้นก็จะได้เปรียบ ทั้งในแง่ของการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ การสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจ และแม้กระทั่งการพัฒนาประเทศไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34339</URL_LINK>
                <HASHTAG>280 เมกะเฮิรตซ์, 5G, กสทช, ประมูลคลื่น, ไม่ตกขบวน 5G</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190424/image_big_5cbfce95ab1ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21084</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/10/2018 16:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/10/2018 14:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราคาประมูลคลื่นแพง ประชาชนได้ประโยชน์จริงเหรอ??</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สิ้นสุดกันไปแล้วสำหรับการประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz ล็อตสุดท้ายที่เหลืออีก 10 MHz (2x5 MHz) ซึ่งตอนนี้ได้ผู้ชนะประมูล นั้นก็คือ บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด บริษัทย่อยในกลุ่มบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ซึ่งใช้เงินในการประมูลในครั้งนี้จำนวน 38,064 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ซึ่งการคว้าใบอนุญาตดังกล่าว ทำให้ &amp;quot;ดีแทค&amp;quot; จะเป็นอีกหนึ่งผู้ให้บริการมือถือที่มีบริการคลื่นความถี่ที่ครอบคลุมทั้งย่านคลื่นความถี่ต่ำ และย่านความถี่สูง (High-band spectrum) รวมกัน 110 MHz ทั้งคลื่น 900 MHz, 1800 MHz, 2100 MHz และคลื่น 2300 MHzของทีโอทีที่ดีแทคเป็นพันธมิตร ด้วยจำนวนคลื่นที่มากพอ ก็จะส่งผลดีในการสนองความต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือที่เพิ่มขึ้น และสามารถแข่งขันในตลาดได้อย่างสนุกมากยิ่งขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;แต่อย่างไรก็ดี แม้ว่าในปัจจุบันผู้ให้บริการมือถือแต่ละค่าย จะมีการถือครองจำนวนคลื่นที่สูสีกัน แต่ในส่วนเรื่องคุณภาพการให้บริการจะเป็นอย่างไรนั้น ก็ยังยากที่จะมีตอบได้ เพราะในเวลานี้ ผู้ให้บริการมือถือทุกเจ้าต่างก็ต้องเผชิญกับการแบกต้นทุนค่าใบอนุญาตกันจำนวนมหาศาล หากดูจากข้อมูลของ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่จัดประมูลคลื่นมาแล้ว 5 ครั้ง พบว่า สามารถหาเงินจากการประมูลคลื่นความถี่รวมกันกว่า 337,000 ล้านบาท ซึ่งเงินนี้ยังไม่นับรวมจากรายได้จากการให้บริการในช่วงมาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการอีกกว่า 11,000 ล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้ต้นทุนที่เกิดขึ้นมา จะกลายเป็นการผลักภาระมายังลูกค้า ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม &amp;nbsp;ที่เห็นได้ชัดคือมีผลกระทบเรื่องคุณภาพการให้บริการ แผนการลงทุนขยายโครงข่าย เพราะติดปัญหาเรื่องเงินทุนและสภาพคล่องที่ต้องไปลงกับค่าใบอนุญาตที่มีราคาแพง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;หลายท่านยังไม่รู้ว่า ราคาค่าใบอนุญาตคลื่นความถี่ของประเทศไทยนั้น มีราคาแพงติดอันดับต้นๆ ของโลก โดยเฉพาะในการประมูลคลื่น 900 MHz เมื่อปี พ.ศ. 2558 ที่แข่งกันอย่างรุนแรง จนทำให้ราคาขึ้นไปทำลายสถิติโลกที่ 151,952 ล้านบาท หรือเฉลี่ย เมกะเฮิร์ตละ 3,798 ล้านบาท ซึ่งราคาดังกล่าว ก็กลายมาเป็นบรรทัดฐานในการประมูลคลื่น 900 MHz งวดล่าสุดเมื่อวันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;แน่นอนในมุมการหารายได้ ก็ต้องยอมรับว่าเป็นผลงานของ &amp;#39;กสทช.&amp;#39; เต็มตัว แต่ในแง่ของการส่งเสริมภาพรวมอุตสาหกรรมโทรคมนาคมและการช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนนั้น ก็ยังเป็นข้อสงสัยอยู่ว่าประสบความสำเร็จหรือไม่ ?? &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ซึ่งจริงๆแล้ว ค่าใบอนุญาตที่แพง นั้นมีผลการศึกษาที่ชัดเจนว่า ส่งผลต่อแผนการลงทุนและอัตราค่าบริการ ซึ่งเรื่องนี้ มีผลการศึกษาจาก NERA Economic Consulting ระบุไว้ว่า ราคาคลื่น 900 MHz ของไทย ถือเป็นราคาสูงกว่าราคาเฉลี่ยทั่วโลกถึง 6 เท่าตัว ขณะที่คลื่น 1800 MHz ก็มีราคาสูงกว่าราคาเฉลี่ยทั่วโลกถึง 3 เท่า ซึ่งต้นทุนดังกล่าวมีผลกระทบต่อคุณภาพของบริการแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;การตั้งราคาคลื่นแพงเกินไปนั้นไม่เกิดประโยชน์ ต่อเศรษฐกิจโดยรวมเลยแม้ว่า ทางกสทช. ระบุว่า การประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่ นั้นก่อให้เกิดเงินลงทุนถึง 700,000 ล้านบาท แต่สิ่งที่ต้องแลกก็คือ ค่าบริการที่สูงและ การเข้าถึงอินเทอรเน็ตได้น้อย ก็เท่ากับเป็นการเสียเปรียบสำหรับการแข่งขันของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้ การตั้งราคาเริ่มต้นที่สูงเกินไป ก็จะกลายเป็นการสร้างดีมานด์เทียมที่หลอกตา และจะส่งผลให้เกิดปัญหาในระยะยาว ซึ่งในตอนนี้ก็เริ่มเห็นเค้าลางออกมาบ้างแล้ว โดยเฉพาะการปฏิเสธการเข้าร่วมประมูลของบรรดาโอเปอเรเตอร์ที่สู้ราคาเริ่มไม่ไหว อย่างในกรณีประมูลคลื่น 900 MHz ครั้งล่าสุด ก็มีการเลื่อนการประมูลไปมา เพราะไม่มีใครร่วมประมูล เนื่องจากเงื่อนไขและราคาที่สูงเกินไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ดังนั้นถึงเวลาแล้วหรือยังที่ประเทศเราจะต้องมีการทบทวนการตั้งราคาคลื่นใหม่ โดยอิงที่สภาพตลาด และส่งเสริมการแข่งขันในอุตสาหกรรมที่แท้จริง โดยเฉพาะในเรื่องของการใช้ 5จี ที่ กสทช. จะต้องผลักดันให้เกิดขึ้น เพื่อให้สอดรับกับยุทธศาสตร์ของรัฐบาลที่ ต้องการจะนำไปประเทศไทย เข้าสู่ ยุคไทยแลนด์ 4.0 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ลองคิดดู หากตั้งราคาสูงแบบนี้อีก ก็กลายเป็นเรื่องยากที่จะมีผู้เข้าร่วมประมูล ยิ่งผู้ให้บริการรายใหม่ก็คงไม่มีทางเกิดในไทย ส่วนผู้ให้บริการเดิมตอนนี้ทุกรายก็แบกค่าใบอนุญาตกับอ่วมอรทัย และหาก 5จี ไม่เกิด ภายใน 10 ปี แผนที่วาดฝันไว้ ทั้งเรื่อง อีอีซี สมาร์ทซิตี้ ไทยแลนด์ 4.0 ก็คงได้แต่เพียงฝัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ถึงเวลานี้ กสทช. ก็ยากที่จะไปชวนให้ใครให้เข้าประมูล ซึ่งคงไม่ง่ายเหมือนครั้งที่ผ่านมา เพราะตอนนี้ผู้ให้บริการทุกราย ก็มีคลื่นเพียงพอต่อการให้บริการแล้วทั้งนั้น และ 5จี ยังต้องใช้เงินลงทุนโครงข่ายอีกจำนวนมหาศาล แต่ละรายยิ่งต้องคิดถึงภาระที่ยังจ่ายค่าคลื่นของเดิมยังไม่หมดยิ่งทำให้เกิดการลงทุนใหม่ได้ยาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21084</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช., คลื่นความถี่, ดีแทค, ประมูลคลื่น, ราคาคลื่นความถี่แพง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181031/image_big_5bd9598a621fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14964</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2018 14:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2018 14:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลื่น 900 MHz ขายไม่ออก ดีแทค- เอไอเอส ขอแข่งแย่งคลื่น 1800 MHz</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดีแทคและเอไอเอส&amp;nbsp; แสดงเจตนารมณ์เข้าร่วมประมูลคลื่น 1800 MHz ส่วนคลื่น 900 MHz ไม่สนใจ เพราะติดขัดเงื่อนไข เรื่องการลงทุนป้องกันคลื่นรบกวน


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.54 น. วันที่ 8 ส.ค. 2561 ผู้แทนจากบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ได้เดินทางมาถึงสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อยื่นเอกสารเข้าร่วมประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz ที่สำนักงาน กสทช.

นายลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า &amp;ldquo;ดีแทคได้พิจารณากฎเกณฑ์การประมูลอย่างถี่ถ้วนและมีผลสรุปจะที่ยื่นเอกสารเพื่อเข้าร่วมประมูลและเพื่อขอรับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมย่าน 1800 MHz หลังจากที่ กสทช ได้ประกาศปรับเงื่อนไขกฎเกณฑ์การประมูลคลื่น 1800 MHz ให้มีความยืดหยุ่นสำหรับผู้เข้าประมูล และยังช่วยส่งเสริมการแข่งขันในการประมูลด้วย ดีแทคมีความพยายามที่จะจัดหาคลื่นความถี่ 1800 MHz มาใช้งานเพื่อให้บริการลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

พร้อมกันนี้ ดีแทคยังได้เตรียมมาตรการต่างๆ รวมถึง การบังคับใช้แผนความคุ้มครองลูกค้าในช่วงหลังสิ้นสุดการอนุญาตสัมปทาน ดีแทคไม่เพียงแต่มีแผนที่จะนำคลื่น 1800 MHz ที่เราตัดสินใจเข้าประมูลครั้งนี้มาใช้ให้บริการ 2G อย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับฐานลูกค้าที่ยังมีอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ยังมุ่งมั่นที่จะนำคลื่นความถี่ดังกล่าวมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายบริการ 4G ตอบสนองความต้องการการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือที่เติบโตอย่างรวดเร็ว&amp;rdquo;


อย่างไรก็ตาม ดีแทคประกาศไม่เข้าร่วมการประมูลและจะไม่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ย่าน 900 MHz ซึ่งก่อนหน้านี้ คณะผู้บริหารได้เคยชี้แจงเกี่ยวกับข้อกังวลในเงื่อนไขที่ระบุเพิ่มในประกาศหลักเกณฑ์การประมูลคลื่นความถี่ (IM) อันจะส่งผลต่อความเสี่ยงในการดำเนินงานและความไม่แน่นอนด้านงบประมาณค่าใช้จ่ายของผู้ชนะประมูลโดยประกาศหลักเกณฑ์การประมูลคลื่นความถี่ดังกล่าวที่ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ระบุให้ผู้ชนะการประมูลใบอนุญาตคลื่น 900 MHz จะต้องมีหน้าที่รับผิดชอบในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการรบกวนกันของคลื่นความถี่และการรบกวนระบบอาณัติสัญญาณของระบบคมนาคมขนส่งทางรางทั้งหมดที่จะสร้างขึ้นต่อไปในอนาคตแต่เพียงผู้เดียว นอกจากนั้น กสทช. ยังขอสงวนสิทธิ์ที่จะปรับเปลี่ยนการใช้คลื่นความถี่เป็นช่วง 885-890/930-935 MHz ในกรณีที่จำเป็น

โดยผู้ชนะการประมูลจะต้องมีหน้าที่รับผิดชอบดำเนินการป้องกันการรบกวนคลื่นความถี่ ซึ่งในกรณีจะต้องติดตั้งวงจรกรองสัญญาณ (filter) ณ สถานีฐานของผู้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ย่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ขณะเดียวกันในช่วงบ่าย นายวีรวัฒน์ เกียรติพงษ์ถาวร หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านธุรกิจสัมพันธ์และองค์กร บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส ก็เดินทางมายื่นเอกสารของร่วมประมูลเช่นกัน พร้อมกล่าวว่า&amp;ldquo;บริษัทฯได้พิจารณาหลักเกณฑ์ เงื่อนไขการประมูล และได้ตัดสินใจให้บจ.แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค (เอดับบลิวเอ็น) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือเข้าร่วมประมูลใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมย่าน 1800 MHz ตามประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ซึ่งบริษัทฯ พร้อมปฎิบัติตามขั้นตอนการขอรับใบอนุญาต และรักษาข้อมูลสารสนเทศเป็นความลับ นับแต่วันยื่นคำขอใบอนุญาตจนถึงวันที่กสทช.ประกาศผลการประมูล แต่จะไม่เข้าร่วมประมูลคลื่น 900 MHz

เมื่อวานนี้ 7 ส.ค. ที่ผ่านมา บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ส่งเอกสารแจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่องการไม่เข้าร่วมประมูลคลื่นความถี่ย่าน&amp;nbsp; 900MHz&amp;nbsp; และ&amp;nbsp; 1800 MHz&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยระบุว่า&amp;nbsp; คณะผู้บริหารได้พิจารณาแล้วมีความเห็นว่า บริษัทฯ ไม่ควรเข้าร่วมการประมูลใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมย่าน 900MHz และ 1800MHz ที่จะจัดโดยคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ในวันที่ 18-19 สิงหาคม 2561&amp;nbsp;&amp;nbsp; ย้ำบริษัทฯได้พิจารณาอย่างรอบคอบและคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของลูกค้าและนักลงทุน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14964</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช., ดีแทค, ประมูลคลื่น, ประมูลคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์, เอไอเอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180808/image_big_5b6a95eb6e4bb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11566</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2018 10:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2018 10:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังไม่แคร์ประมูลคลื่น 1800 ล่ม ชี้ไม่สะเทือนรายได้ปี 61</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คลังไม่แคร์ผู้ประกอบการเทประเมินคลื่น 1800 แจงไม่สะเทือนจัดเก็บรายได้ มั่นใจรัฐวิสาหกิจ-หน่วยงานอื่นส่งรายได้คึกคัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวิชญ โรจนวานิช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า การที่ไม่มีผู้ประกอบการยื่นประมูลคลื่นโทรศัพท์ 1800 ถือเป็นเรื่องน่าประหลาดใจ อย่างไรก็ตามคาดว่า กสทช. จะต้องมีการเปิดประมูลใหม่ เพราะคลื่นดังกล่าวเป็นการเตรียมพร้อมไว้สำหรับอนาคตให้กับผู้ประกอบการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ยอมรับว่าที่ผ่านมากระทรวงการคลังได้ทำหนังสือถึง กสทช. เพื่อให้เร่งการประมูลคลื่นดังกล่าว เพื่อเงินที่ได้จากการประมูลส่วนหนึ่งส่งให้กระทรวงการคลังทันปีงบประมาณ 2561 เพื่อให้การเก็บรายได้เกินกว่าเป้าหมาย เมื่อมีการประมูลไม่สำเร็จทำให้กระทรวงการคลังก็จะไม่มีรายได้ในส่วนนี้เข้ามา เพราะส่วนหนึ่งรายได้รัฐบาลหายไปจากคำสั่งมาตรา 44 ที่ให้ทีวีดิจิทัล เลื่อนการชำระเงินค่าสัมปทานออกไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถึงแม้ว่าไม่ได้เงินดังกล่าวจาก กสทช. ก็เชื่อว่าไม่กระทบกับการเก็บรายได้รัฐบาลปีงบประมาณ 2561 เพราะภาพรวมยังเก็บได้เกินกว่าเป้าหมาย แม้ว่าการเก็บภาษีจะต่ำกว่าเป้าหมาย แต่การเก็บรายได้จากหน่วยงานอื่นและรับวิสาหกิจได้มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ สามารถชดเชยภาษีที่เก็บได้ต่ำกว่าเป้าหมายได้&amp;rdquo; นายสุวิชญ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ สศค. ยังเตรียมรายงานการเก็บรายได้รัฐบาลปีงบประมาณ 2561 ให้นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง รับทราบว่าส่วนไหนที่ยังมีปัญหา โดยเฉพาะการเก็บภาษีที่ได้ต่ำเป้าหมาย เพื่อให้ปลัดกระทรวงการคลังมีคำสั่งหาแนวทางมาตรการออกมาแก้ไขว่าจะให้แต่ละกรมภาษีดำเนินการอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การเก็บรายได้รัฐบาล 7 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2561 เก็บได้ 1.29 ล้านล้านบาท สูงกว่าเป้าหมาย 6.05 หมื่นล้านบาท เนื่องจากการนำส่งรายได้รัฐวิสาหกิจสูงกว่าเป้าหมาย 3.04 หมื่นล้านบาท และการส่งรายได้ของหน่วยอื่นเกินกว่าเป้าหมาย 2.31 หมื่นล้านบาท สำหรับ 3 กรมภาษีเก็บภาษีได้ต่ำกว่าเป้าหมายทุกกรมรวมกัน 1.09 &amp;nbsp;หมื่นล้านบาท เป็นกรมสรรพากร 6,554 ล้านบาท กรมสรรพสามิต 2,289 ล้านบาท และกรมศุลกากร 2,070 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้ในส่วนของกรมสรรพสามิตได้มีการขอให้ผู้ประกอบการสุราเบียร์ชำระภาษีล่วงหน้า เพื่อให้การเก็บภาษีได้ตามเป้าหมาย จากที่ก่อนหน้านี้ได้ออกประกาศให้ผู้ประกอบการบุหรี่ต้องซื้อแสตมป์เป็นการล่วงหน้า 3 เดือน โดยให้ชำระเงินสดทันที ไม่ให้วางแบงก์การันตีเหมือนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11566</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมศุลกากร, กรมสรรพสามิต, กรมสรรพากร, กระทรวงการคลัง, ประมูลคลื่น, ประมูลคลื่น1800, รายได้รัฐบาล, สศค., สุวิชญ โรจนวานิช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180614/image_big_5b227f50acfc3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9464</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2018 13:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2018 13:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไปแล้วหนึ่ง! กลุ่มทรูถอยไม่เข้าประมูลคลื่น 1800 MHz</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มทรู แจงเหตุผลไม่เข้าร่วมประมูลคลื่น 1800 MHz มั่นใจปริมาณคลื่นที่มีอยู่มากพอที่จะรักษาความได้เปรียบในตลาดและรองรับจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว
&amp;nbsp;
18 พฤษภาคม 2561 - ตามที่ กลุ่มทรู ได้เข้ารับเอกสารการประมูลคลื่น 1800 MHz ในนามบริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (ทียูซี) ไปเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมานั้น บริษัทฯ&amp;nbsp; ได้พิจารณากฎเกณฑ์การประมูลต่างๆในเอกสารแล้ว และพิจารณาว่าจะไม่เข้าร่วมประมูลคลื่น 1800 MHz ในครั้งนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
นายกิตติณัฐ ทีคะวรรณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัท (ร่วม) บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; จากการพิจารณาเอกสารรายละเอียดต่างๆของการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz ที่ได้รับจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)&amp;nbsp; คณะผู้บริหารพิจารณาว่า จะไม่เข้าร่วมประมูลคลื่น 1800 MHz ที่จะมีขึ้นในครั้งนี้ ด้วยเหตุผลสำคัญ 3 ประการคือ เรื่องปริมาณคลื่นความถี่ที่ทรูมูฟ เอช มีอยู่ในปัจจุบันที่มีมากถึง 55 MHz ยังมากเพียงพอที่จะรองรับจำนวนลูกค้าที่จะเติบโตเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว

และเมื่อเปรียบเทียบกับศักยภาพการให้บริการของผู้ประกอบการรายอื่นในประเทศแล้ว ปริมาณคลื่นของทรูมูฟ เอช ยังคงสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในตลาดได้ต่อไปในอนาคต รวมทั้งจะรักษาประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าในเรื่องการใช้งานทั้งวอยซ์และดาต้าที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแน่นอน&amp;nbsp;&amp;nbsp;

นอกจากนี้ จากการพิจารณารายละเอียดกฎเกณฑ์การประมูลตามเอกสารแล้ว ทั้งเรื่องราคาและข้อกำหนดต่างๆ ไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้ผู้ที่ชนะประมูลในครั้งนี้จะมีความได้เปรียบอย่างมีนัยยะสำคัญแต่อย่างใด&amp;nbsp;&amp;nbsp; และที่สำคัญคือความเชื่อของกลุ่มทรูในเรื่องของการแข่งขันที่เสรีและเป็นธรรม&amp;nbsp; ที่จะไม่เข้าร่วมประมูลเพียงเพื่อจะทำให้ราคาสูงผิดปกติเกินกว่าความเป็นจริง หรือสร้างภาระทางการเงินให้แก่ผู้ชนะประมูลแต่อย่างใด ดังนั้น ด้วยเหตุผลที่ได้กล่าวมาเบื้องต้น บริษัทฯ จึงพิจารณาว่า ยังไม่มีเหตุผลที่จะเข้าร่วมประมูลคลื่น 1800 MHz ในครั้งนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9464</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช., ทรู คอร์ปอเรชั่น, ประมูลคลื่น, ประมูลคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180518/image_big_5afe6edf4b86c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6769</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2018 18:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2018 18:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอไอเอส แจงผ่อนผันชำระเงินประมูล ส่งผลดีต่อประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอไอเอส ชี้แจงเหตุขอผ่อนผันการชำระเงินประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 MHz ระบุหากรัฐบาลพิจารณาผ่อนผันจะช่วยให้สามารถนำเงินมาลงทุนขยายโครงข่ายระบบสื่อสารโทรคมนาคมด้วยเทคโนโลยีใหมๆอันเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในการนำไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยี ดิจิทัลใหม่ๆเพื่อให้บริการลูกค้า และเป็นประโยชน์ต่อประชาชน และเป็นรากฐานอันสำคัญในการพัฒนาภาคธุรกิจอื่นๆ เช่นเทคโนโลยี 5G เทคโนโลยี IoT ที่สำคัญเป็นแรงขับเคลื่อนพัฒนาประเทศให้ก้าวสู่ไทยแลนด์ 4.0 ตามนโยบายรัฐบาลต่อไป แต่หากรัฐบาลไม่เห็นชอบผ่อนผันการชำระเงินบริษัทฯก็เคารพในการตัดสินใจของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีรวัฒน์ เกียรติพงษ์ถาวร หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านธุรกิจสัมพันธ์และองค์กร บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ จำกัด กล่าวว่า ตามที่บริษัทฯได้ยื่นหนังสือถึงคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ขอพิจารณาขยายเวลาผ่อนผันการชำระเงินประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 MHz ในงวดที่ 4 เนื่องจากราคาประมูลคลื่นดังกล่าวสูงกว่าการประเมินไว้ในตอนแรก ซึ่งหากรัฐบาลมีมติให้ผ่อนผันการชำระเงินค่าคลื่นดังกล่าวออกไปก็จะเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติโดยรวม โดยบริษัทฯจะสามารถนำงบประมาณไปเข้าร่วมการประมูลคลื่นความถี่ย่านอื่นๆในครั้งต่อไปที่กสทช.กำหนดขึ้น และที่สำคัญบริษัทฯจะสามารถนำเงินมาลงทุนขยายโครงข่ายระบบสื่อสารโทรคมนาคมด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลใหม่ๆซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในการนำไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลใหม่ๆเพื่อให้บริการลูกค้า อันได้แก่ประชาชนทั้งประเทศ กลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆที่จะมีนวัตกรรมไปพัฒนาอุตสาหกรรม และธุรกิจต่างๆให้เกิดขีดความสามารถในการแข่งขันกับนานาประเทศส่งผลให้ประเทศมีความก้าวหน้ามั่งคง และที่สำคัญเป็นแรงขับเคลื่อนพัฒนาประเทศให้ก้าวสู่ไทยแลนด์ 4.0 ตามนโยบายรัฐบาลต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6769</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช., คลื่น 900, คสช., ประมูลคลื่น, ผ่อนผันชำระเงินประมูล, วีรวัฒน์ เกียรติพงษ์ถาวร, เอไอเอส, แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180409/image_big_5acb5550a3f7a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6596</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2018 10:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2018 10:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอไอเอส - ทรู ร่อนแถลงการณ์แจงไม่ได้ขอรัฐช่วยอุ้มลดค่าประมูล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอไอเอส -ทรู ร่อนแถลงการณ์ชี้แจงยื่นขอพิจารณาผ่อนผันเงื่อนไขการชำระเงินประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 MHz ไปยังคสช. มิได้เป็นการขอลดจำนวนค่าประมูล แต่เป็นการขอความช่วยเหลือในการขยายจำนวนงวดชำระงวดสุดท้ายเท่านั้น พร้อมจ่ายดอกเบี้ยตามที่รัฐกำหนด และไม่ได้เป็นการผิดนัดชำระ &amp;nbsp;อ้างใช้มาตรฐานเดียวกับ ผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล
&amp;nbsp;
นายวีรวัฒน์ เกียรติพงษ์ถาวร หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านธุรกิจสัมพันธ์และองค์กร บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ จำกัด กล่าวว่า ตามที่ผู้ประกอบการโทรคมนาคมผู้ได้รับใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 MHz ได้ยื่นหนังสือถึงคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ขอพิจารณาผ่อนผันการชำระเงินประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 MHz &amp;nbsp;งวดที่ 4 ในปี 2563 ซึ่งเป็นงวดสุดท้ายออกไปเป็น 7 งวด และยกเว้นการเรียกเก็บดอกเบี้ยจากการผ่อนผันชำระเงินดังกล่าวด้วย ตั้งแต่เดือนกันยายน 2560 &amp;nbsp;ซึ่ง คสช. ได้ส่งให้ กสทช. พิจารณาเหตุผลและความจำเป็นต่ออุตสาหกรรมอย่างรอบด้าน และกสทช. ได้พิจารณาเสนอกลับไปยัง คสช. ให้ขยายออกไปเพียง 5 งวด พร้อมให้ชำระดอกเบี้ยนโยบายซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยกลางที่กำหนดโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ประมาณ 1.5%)นั้น นับว่าเป็นข้อเสนอมาตรการผ่อนผันที่เพียงพอที่จะช่วยเหลือผู้ประกอบการโทรคมนาคม &amp;nbsp;เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมทีวีดิจิตอล ที่ได้รับการพิจารณามาตรการผ่อนผันการชำระเงินประมูลทีวีดิจิตอลเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2559 &amp;nbsp;ซึ่งผู้ประกอบการทั้ง 2 &amp;nbsp;อุตสาหกรรมเป็นผู้ที่ได้ใบอนุญาตจากการประมูลคลื่นความถี่จากกสทช. เช่นเดียวกัน จึงควรได้รับการพิจารณาในหลักการเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การยื่นขอพิจารณาการผ่อนผันการชำระค่างวดเงินประมูลงวดที่ 4 ทางบริษัทฯขอชี้แจงว่า ไม่ได้เป็นการขอลดจำนวนเงินค่าประมูลคลื่นความถี่ที่ต้องชำระให้แก่ภาครัฐแต่อย่างใด แต่เป็นการขอความช่วยเหลือเพื่อขยายจำนวนงวดชำระงวดสุดท้ายเท่านั้น และบริษัทฯพร้อมที่จะชำระดอกเบี้ยตามที่รัฐได้กำหนดขึ้น ซึ่งไม่ได้ทำให้รัฐ และประชาชนเสียประโยชน์แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันบริษัทฯยังคงปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กสทช.กำหนดไว้เดิม โดยได้มีหลักประกันธนาคารให้แก่กสทช.ครบถ้วนตามมูลค่าคลื่นที่ต้องชำระ ดังนั้น การแบ่งชำระของบริษัทฯจึงไม่ได้เป็นการผิดนัดการชำระ จนต้องคำนวนเป็นอัตราดอกเบี้ยค่าปรับ (15%) หรือทำให้รัฐเสียประโยชน์จากการผิดนัด &amp;nbsp;&amp;nbsp;
อย่างไรก็ตามหากคสช. มีข้อสรุปไม่ให้ขยายระยะเวลาการชำระค่างวดเงินประมูลคลื่นความถี่ &amp;nbsp;บริษัท ฯ ก็เคารพในการตัดสินใจของ คสช.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสฤษดิ์ จิณสิทธิ์ หัวหน้าคณะผู้บริหาร ด้านรัฐกิจสัมพันธ์ บมจ.ทรู &amp;nbsp;คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า การยื่นขอพิจารณาผ่อนผันการชำระค่างวดเงินประมูลดังกล่าว ขอชี้แจงว่า ไม่ได้เป็นการขอลดจำนวนเงินค่าประมูลคลื่นความถี่ที่ต้องชำระให้แก่รัฐแต่อย่างใด แต่เป็นการขอความช่วยเหลือเพื่อขยายจำนวนงวดชำระงวดสุดท้าย &amp;nbsp;และพร้อมที่จะชำระดอกเบี้ยนโยบายที่รัฐกำหนด &amp;nbsp;ซึ่งไม่ได้ทำให้รัฐเสียประโยชน์ &amp;nbsp; ขณะเดียวกัน บริษัทยังคงปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ กสทช.กำหนดไว้เดิม โดยได้มีหลักประกันธนาคารให้แก่ กสทช. ครบถ้วนตามมูลค่าคลื่นที่ต้องชำระ &amp;nbsp;ดังนั้น การขอแบ่งชำระของบริษัท จึงไม่ได้เป็นการผิดนัดการชำระ จนต้องคำนวณเป็นอัตราดอกเบี้ยค่าปรับ (15%) หรือทำให้รัฐเสียประโยชน์จากการผิดนัด &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ หากบริษัทต้องกู้ยืมเงินเพื่อมาชำระค่าคลื่นดังกล่าว ภาระทางการเงินในส่วนดอกเบี้ยจากการกู้เงิน จะอยู่ประมาณ 3-4% ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (1.5%) ไม่ได้เป็นตัวเลขความเสียหายของรัฐจำนวนสูงตามที่มีการกล่าวอ้างแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสฤษดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หากคสช. มีข้อสรุปไม่ให้ขยายระยะเวลาการชำระค่างวดเงินประมูลคลื่นความถี่ &amp;nbsp;บริษัท ฯ ก็เคารพในการตัดสินใจของ คสช. &amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่หาก คสช. มีข้อสรุปให้ผ่อนผันการชำระหนี้พร้อมเงื่อนไขจ่ายดอกเบี้ยให้กับรัฐด้วยนั้น ก็จะทำให้ผู้ประกอบการโทรคมนาคม มีกระแสเงินสดหมุนเวียนเพิ่มขึ้นในการลงทุนขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมและการลงทุนด้านเทคโนโลยี 5G และ IoT ที่สำคัญต่ออุตสาหกรรมได้อย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp; อันจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและการพัฒนาประเทศในอนาคตต่อไป &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6596</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช., คสช., ทรู, ประมูลคลื่น, ผ่อนผันชำระเงินประมูล, เอไอเอส, เอไอเอส-ทรู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180406/image_big_5ac6ec1c886f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
