<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>15733</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลงตัว‘AIS-DTAC’แบ่งคลื่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ประมูลคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์สุดกร่อย เอไอเอส-ดีแทคสมานฉันท์เคาะเพิ่มคนละ 25 ล้านบาท จบอยู่ที่ใบละ 12,511 ล้านบาท ได้เงินเข้ารัฐอยู่ที่ 25,022 ล้านบาท &amp;quot;ฐากร&amp;quot; ย้ำ กสทช.ทำเต็มที่แล้ว มองไปข้างหน้าเตรียมความพร้อมคลื่น 5 จี ประกาศถือครองคลื่นความถี่ที่ได้รับจาก กสทช.มากที่สุดในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม เอไอเอสลั่นเป็นผู้นำด้านดิจิทัลไลฟ์ หลังถือครองคลื่นความถี่มากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้มีการจัดประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ โดยมีผู้ประกอบการ 2 รายเข้าร่วม ได้แก่ บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด (DTN) บริษัทในเครือบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค และบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (AWN) บริษัทในเครือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส โดยการประมูลเริ่มเคาะราคารอบแรกเวลา 10.00 น. โดยตัวแทนจากเอไอเอสเดินทางมาถึงเวลา 08.15 น. ส่วนดีแทคเดินทางมาถึงเวลา 08.30 น. โดยประมาณ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.สุกิจ ขมะสุนทร ประธาน กสทช. เปิดเผยว่า &amp;nbsp;สำหรับการประมูลในครั้งนี้ ถือได้ว่าเป็นนิมิตหมายอันดีของประเทศไทย ที่มีการจัดการประมูลก่อนสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน เพื่อประโยชน์ของผู้ใช้บริการและการเติบโตของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมของประเทศไทย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับหลักเกณฑ์การประมูล กำหนดให้ประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ รวม 45 เมกะเฮิรตซ์ &amp;nbsp;แบ่งออกเป็น 9 ใบอนุญาต ใบละ 5 เมกะเฮิรตซ์ ผู้เข้าร่วมประมูลสามารถประมูลได้สูงสุด 4 ใบอนุญาต หรือ 20 เมกะเฮิรตซ์เท่านั้น โดยผู้เข้าร่วมประมูลจะต้องเคาะครั้งแรกซึ่งเป็นราคาขั้นต่ำอยู่ที่ 12,486 ล้านบาท และเคาะราคาจะเพิ่มขึ้นครั้งละ 25 ล้านบาท หากผู้เข้าร่วมประมูลไม่มีการเคาะราคาจะถูกยึดหลักประกันตามหลักเกณฑ์การประมูล และภายหลังการประมูลเสร็จสิ้น จะมีการประกาศผลการประมูลภายใน 7 วัน โดย กสทช.จะออกใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ และใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่สามให้แก่ผู้เข้าร่วมการประมูล ภายหลังจากผู้เข้าร่วมการประมูลได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขการดำเนินการก่อนรับใบอนุญาตอย่างครบถ้วนถูกต้องภายใน 90 วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งผลการประมูล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี สำหรับการประมูลเริ่มเคาะราคารอบแรกเวลา 10.00 น. เพื่อยืนยันราคา 12,486 ล้านบาท มีการเคาะคนละ 1 ใบ รอบที่สองมีการเคาะราคาเพิ่ม 25 ล้านบาท ส่วนรอบที่สามและรอบที่สี่ไม่มีการเคาะราคาเพิ่ม ทำให้ราคาหยุดอยู่ที่ใบละ 12,511 ล้านบาท ในเวลา 11.20 น. รวมเงินในการประมูลอยู่ที่ 25,022 ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยทางเอไอเอสได้เลือกประมูลคลื่นในล็อตที่ 1 ที่เป็นคลื่น 1740-1745 MHz คู่กับ 1835-1840 MHz ส่วนทางดีแทคเลือกประมูลคลื่นล็อตที่ 2 1745-1750 MHz คู่กับ 1840-1845 MHz
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.สุกิจกล่าวภายหลังเสร็จสิ้นการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz &amp;nbsp;ซึ่งมีผู้ประกอบการ 2 รายเข้าร่วม ได้แก่ บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด (DTN) และบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (AWN) ผลการประมูลปรากฏว่าทั้ง 2 รายได้ใบอนุญาตไปคนละ 1 ใบ จำนวนคนละ 5 MHz
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) แถลงสรุปการประมูลคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ว่า ผลการประมูลในภาพรวมถือว่าเป็นที่น่าพอใจ สำนักงานทำเต็มที่แล้ว กสทช.พยายามทำให้การถือครองคลื่นความถี่มีความเหมาะสมที่สุดแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการประมูลคลื่นความถี่ในส่วนที่เหลือ &amp;nbsp;กสทช.จะพิจารณาทบทวนเงื่อนไขการประมูลที่เหมาะสมต่อไป โดยสำนักงานได้ทำการศึกษาหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการประมูลไว้หมดแล้ว โดยจะเสนอให้บอร์ดพิจารณา หากจะพิจารณาในประเด็นการถือครองคลื่นความถี่ของผู้ประกอบการถือว่ายังไม่เพียงพอที่จะเข้าสู่ 5 จี ซึ่ง กสทช.จะพิจารณาแนวทางที่เหมาะสมที่สุดเสนอให้บอร์ดพิจารณาต่อไป เพื่อให้ผู้ประกอบการมีคลื่นความถี่เพียงพอที่จะเข้าสู่เทคโนโลยี 5 จี เพราะหากเข้าช้าเกินไปจะเกิดผลกระทบกับเศรษฐกิจของประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส กล่าวว่า บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค (เอดับบลิวเอ็น) บริษัทในเครือเอไอเอส ซึ่งเข้าร่วมประมูลใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมย่าน 1800 MHz และสามารถประมูลได้คลื่น 1800 MHz จำนวน 1 ใบอนุญาต จำนวน 5 MHz ด้วยมูลค่า 12,511 ล้านบาท ทำให้บริษัทถือเป็นผู้ให้บริการสื่อสารโทรคมนาคมและเทคโนโลยีดิจิทัลไลฟ์ที่ถือครองคลื่นความถี่ที่ได้รับจาก กสทช.มากที่สุดในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม รวมกับการใช้โรมมิงกับบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ส่งผลให้มีคลื่นในการให้บริการมากถึง 60 MHz โดยเฉพาะคลื่นความถี่ 1800 MHz ที่มีรวมกันถึง 20 MHz ทำให้ลูกค้ากว่า 40 ล้านเลขหมายทั่วประเทศได้รับประสบการณ์การใช้งานเพิ่มมากขึ้นในเรื่องคุณภาพทั้งบริการผ่านเสียงและบริการดาต้าที่มีประสิทธิภาพสูงสุดตามมาตรฐานเทคโนโลยี 4 จี ที่สำคัญเป็นการยกระดับความแข็งแกร่งของโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมในประเทศไทย เพื่อก้าวสู่ไทยแลนด์ 4.0 การประมูลครั้งนี้ ทำให้เอไอเอสมีคลื่นความถี่ 1800 MHz จำนวน 20 MHz ซึ่งถือเป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยี 4 จี เพียงรายเดียวที่มีคลื่นความถี่ติดกันมากที่สุด ทำให้รองรับความเร็วของการใช้งานบริการดาต้าของลูกค้าผ่านโทรศัพท์มือถือสามารถรองรับในปริมาณที่มากขึ้นด้วยความเร็วที่สูงขึ้น ซึ่งช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งในการเป็นผู้นำในตลาด รวมทั้งยังสามารถสร้างโอกาสและเตรียมความพร้อมในการรองรับคลื่นความถี่ 5 จีที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานเอไอเอสกล่าวอีกว่า คลื่นความถี่ 1800 MHz ที่บริษัทประมูลได้มานั้น มีความเหมาะสมและความคุ้มค่าสูงสุดสำหรับการขยายความจุโครงข่ายเพื่อรองรับการเติบโตของ 4 จี โดยเป็นการเพิ่มช่องสัญญาณจากเดิม และใช้ได้กับอุปกรณ์โครงข่าย 4 จี บนคลื่น 1800 MHz ที่มีอยู่ ซึ่งช่วยให้บริษัทประหยัดงบประมาณการลงทุนในระยะยาว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15733</URL_LINK>
                <HASHTAG>AIS, Dtac, ประมูลคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์, หนังสือพิมพ์, เอไอเอสลั่นเป็นผู้นำด้านดิจิทัลไลฟ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180819/image_big_5b796c4d2979c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15697</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2018 12:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2018 12:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประมูลเป็นพิธี ดีแทค-เอไอเอส คว้าคลื่น 1800 MHz คนละใบ เคาะเพิ่มแค่ 25 ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดีแทค-เอไอเอส ประมูลคลื่น 1800 MHz คนละใบ ราคาหยุดอยู่ที่ใบละ 12,511 ล้านบาท เคาะเป็นพิธีราคาขึ้น 25 ล้านบาท&amp;nbsp;

พล.อ. สุกิจ ขมะสุนทร ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า การประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz ในวันนี้ (19 สิงหาคม 2561) มีผู้ประกอบการ 2 รายเข้าร่วม ได้แก่ บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด (DTN) และบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (AWN) ผลการประมูลปรากฎว่า ทั้ง 2 รายได้ใบอนุญาตไปคนละ 1 ใบ จำนวนคนละ 5 MHz


สำหรับการประมูลเริ่มเคาะราคารอบแรกเวลา 10.00 น. เพื่อยืนยันราคา 12,486 ล้านบาท มีการเคาะคนละ 1 ใบ รอบที่สองมีการเคาะราคาเพิ่ม 25 ล้านบาท ส่วนรอบที่สาม และรอบที่สี่ ไม่มีการเคาะราคาเพิ่ม ทำให้ราคาหยุดอยู่ที่ใบละ 12,511 ล้านบาท ในเวลา 11.20 น. รวมเงินในการประมูลอยู่ที่ 25,022 ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม

โดยทาง เอไอเอส ได้เลือกประมูลคลื่นใน ล็อตที่ 1 ที่เป็นคลื่น 1740-1745 MHz คู่กับ 1835-1840 MHz ส่วนทาง ดีแทค เลือกประมูลคลื่นล็อตที่ 2 1745-1750 MHz คู่กับ 1840-1845 MHz
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15697</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช., ดีแทค, ประมูลคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์, เอไอเอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180819/image_big_5b78e81c50b10.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14964</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2018 14:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2018 14:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลื่น 900 MHz ขายไม่ออก ดีแทค- เอไอเอส ขอแข่งแย่งคลื่น 1800 MHz</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดีแทคและเอไอเอส&amp;nbsp; แสดงเจตนารมณ์เข้าร่วมประมูลคลื่น 1800 MHz ส่วนคลื่น 900 MHz ไม่สนใจ เพราะติดขัดเงื่อนไข เรื่องการลงทุนป้องกันคลื่นรบกวน


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.54 น. วันที่ 8 ส.ค. 2561 ผู้แทนจากบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ได้เดินทางมาถึงสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อยื่นเอกสารเข้าร่วมประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz ที่สำนักงาน กสทช.

นายลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า &amp;ldquo;ดีแทคได้พิจารณากฎเกณฑ์การประมูลอย่างถี่ถ้วนและมีผลสรุปจะที่ยื่นเอกสารเพื่อเข้าร่วมประมูลและเพื่อขอรับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมย่าน 1800 MHz หลังจากที่ กสทช ได้ประกาศปรับเงื่อนไขกฎเกณฑ์การประมูลคลื่น 1800 MHz ให้มีความยืดหยุ่นสำหรับผู้เข้าประมูล และยังช่วยส่งเสริมการแข่งขันในการประมูลด้วย ดีแทคมีความพยายามที่จะจัดหาคลื่นความถี่ 1800 MHz มาใช้งานเพื่อให้บริการลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

พร้อมกันนี้ ดีแทคยังได้เตรียมมาตรการต่างๆ รวมถึง การบังคับใช้แผนความคุ้มครองลูกค้าในช่วงหลังสิ้นสุดการอนุญาตสัมปทาน ดีแทคไม่เพียงแต่มีแผนที่จะนำคลื่น 1800 MHz ที่เราตัดสินใจเข้าประมูลครั้งนี้มาใช้ให้บริการ 2G อย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับฐานลูกค้าที่ยังมีอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ยังมุ่งมั่นที่จะนำคลื่นความถี่ดังกล่าวมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายบริการ 4G ตอบสนองความต้องการการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือที่เติบโตอย่างรวดเร็ว&amp;rdquo;


อย่างไรก็ตาม ดีแทคประกาศไม่เข้าร่วมการประมูลและจะไม่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ย่าน 900 MHz ซึ่งก่อนหน้านี้ คณะผู้บริหารได้เคยชี้แจงเกี่ยวกับข้อกังวลในเงื่อนไขที่ระบุเพิ่มในประกาศหลักเกณฑ์การประมูลคลื่นความถี่ (IM) อันจะส่งผลต่อความเสี่ยงในการดำเนินงานและความไม่แน่นอนด้านงบประมาณค่าใช้จ่ายของผู้ชนะประมูลโดยประกาศหลักเกณฑ์การประมูลคลื่นความถี่ดังกล่าวที่ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ระบุให้ผู้ชนะการประมูลใบอนุญาตคลื่น 900 MHz จะต้องมีหน้าที่รับผิดชอบในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการรบกวนกันของคลื่นความถี่และการรบกวนระบบอาณัติสัญญาณของระบบคมนาคมขนส่งทางรางทั้งหมดที่จะสร้างขึ้นต่อไปในอนาคตแต่เพียงผู้เดียว นอกจากนั้น กสทช. ยังขอสงวนสิทธิ์ที่จะปรับเปลี่ยนการใช้คลื่นความถี่เป็นช่วง 885-890/930-935 MHz ในกรณีที่จำเป็น

โดยผู้ชนะการประมูลจะต้องมีหน้าที่รับผิดชอบดำเนินการป้องกันการรบกวนคลื่นความถี่ ซึ่งในกรณีจะต้องติดตั้งวงจรกรองสัญญาณ (filter) ณ สถานีฐานของผู้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ย่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ขณะเดียวกันในช่วงบ่าย นายวีรวัฒน์ เกียรติพงษ์ถาวร หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านธุรกิจสัมพันธ์และองค์กร บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส ก็เดินทางมายื่นเอกสารของร่วมประมูลเช่นกัน พร้อมกล่าวว่า&amp;ldquo;บริษัทฯได้พิจารณาหลักเกณฑ์ เงื่อนไขการประมูล และได้ตัดสินใจให้บจ.แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค (เอดับบลิวเอ็น) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือเข้าร่วมประมูลใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมย่าน 1800 MHz ตามประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ซึ่งบริษัทฯ พร้อมปฎิบัติตามขั้นตอนการขอรับใบอนุญาต และรักษาข้อมูลสารสนเทศเป็นความลับ นับแต่วันยื่นคำขอใบอนุญาตจนถึงวันที่กสทช.ประกาศผลการประมูล แต่จะไม่เข้าร่วมประมูลคลื่น 900 MHz

เมื่อวานนี้ 7 ส.ค. ที่ผ่านมา บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ส่งเอกสารแจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่องการไม่เข้าร่วมประมูลคลื่นความถี่ย่าน&amp;nbsp; 900MHz&amp;nbsp; และ&amp;nbsp; 1800 MHz&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยระบุว่า&amp;nbsp; คณะผู้บริหารได้พิจารณาแล้วมีความเห็นว่า บริษัทฯ ไม่ควรเข้าร่วมการประมูลใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมย่าน 900MHz และ 1800MHz ที่จะจัดโดยคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ในวันที่ 18-19 สิงหาคม 2561&amp;nbsp;&amp;nbsp; ย้ำบริษัทฯได้พิจารณาอย่างรอบคอบและคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของลูกค้าและนักลงทุน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14964</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช., ดีแทค, ประมูลคลื่น, ประมูลคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์, เอไอเอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180808/image_big_5b6a95eb6e4bb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11429</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2018 15:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2018 15:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประวิทย์ ยอมรับ กสทช.คิดค่าคลื่น 1800 MHz แพง เอกชนไม่ประมูลกระทบรายได้รัฐหายหลายหมื่นล้าน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:14.45pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:14.45pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;ประวิทย์ เขียนบทความ ทำไม? ไม่มีใครประมูลคลื่น 1800 MHz &amp;nbsp;ยอมรับ กสทช.คิดค่าคลื่น 1800 MHz แพง รับเอกชนทิ้งประมูลรัฐเดือดร้อนมากที่สุด เพราะรายได้หลายหมื่นบาทกว่า ที่คิดไว้หายไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:14.45pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กสทช. ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคและส่งเสริมสิทธิเสรีภาพ&amp;nbsp; เขียนบทความพิเศษแจงสาเหตุ ทำไม? ไม่มีใครประมูลคลื่น 1800 MHz ว่า&amp;nbsp; กสทช. กำหนดจัดประมูลคลื่น 1800 MHz ในวันที่ 4 สิงหาคมนี้ โดยเปิดให้ค่ายมือถือยื่นเอกสารในวันที่ 15 มิถุนายน แต่ปรากฏว่า ไม่มีค่ายใดเดินทางมายื่นเอกสารเลย ทั้งที่สำนักงาน กสทช. ยืนยันว่า แต่ละค่ายจำเป็นต้องมีคลื่นมากกว่าที่ถือครองในปัจจุบัน และ GSMA ก็คาดการณ์ว่าหากไม่มีการจัดสรรคลื่นเพิ่ม คุณภาพบริการบรอดแบนด์ผ่านมือถือของไทยจะประสบปัญหาในไม่เกิน 2 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อมีการวางจำหน่ายสินค้าที่อยู่ในความต้องการของผู้ซื้อในตลาด แต่กลับไม่มีการซื้อขาย เหตุผลหลักก็น่าจะมาจากการตั้งราคาขายที่ไม่เหมาะสมกับกำลังซื้อ ยิ่งมีการบังคับขายพ่วงว่าต้องซื้อเหมา ไม่ขายแยกชิ้น ผู้ซื้อที่ฉลาดก็จะไม่ผลีผลาม และถ้ายังไม่จวนตัวว่าจำเป็นต้องซื้อตอนนี้ ก็ยิ่งจะรอดูไปก่อน แล้วราคาคลื่น 1800 MHz นำออกมาประมูลครั้งนี้แพงไปไหม การขายคลื่นชุดละ 15 MHz ขนาดใหญ่ไปหรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากอ้างอิงจากผลการศึกษาของ กสทช. แล้วก็พอจะอธิบายได้ไม่ยาก กล่าวคือ ในการประมูลคลื่น 1800 MHz ครั้งก่อน กสทช. ตั้งราคาเริ่มต้นประมูลต่ำกว่าราคาประเมิน แต่ปรากฏว่ามีการสู้ราคากันอย่างดุเดือด จนราคาสูงกว่าราคาประเมินสูงสุดที่เอกชนสามารถทำกำไรได้ตามทฤษฎี และการศึกษาในครั้งนั้นมีสมมติฐานที่สำคัญ 2 ข้อ ข้อหนึ่ง-ในช่วงนี้จะยังไม่มีการจัดสรรคลื่นใหม่อื่นๆ เช่น คลื่น 700 MHz, 2300 MHz หรือ 2600 MHz ถ้ามีการจัดสรรแปลว่ามีสินค้าที่ทดแทนคลื่น 1800 MHz ได้ ราคาคลื่น 1800 MHz จะต่ำลงไปอีก และข้อสอง-ผู้ชนะการประมูลครั้งที่แล้วยังอาจจะต้องการคลื่น 1800 MHz เพิ่มในอนาคตอีกจำนวนหนึ่ง เช่น 5 &amp;ndash; 10 MHz เพื่อให้มีจำนวนคลื่นที่เหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังการประมูลครั้งก่อน กทค. เดิมตกลงใจตามที่สำนักงาน กสทช. เสนอว่าจะใช้ราคาชนะประมูลที่สูงผิดปกติครั้งนั้นเป็นราคาเริ่มต้นการประมูลในอนาคต ไม่แน่ว่าเป็นเพราะต้องการเอาใจผู้ชนะการประมูล เพื่อไม่ให้เสียใจหรือรู้สึกเสียเปรียบที่ชนะประมูลในราคาสูงผิดปกติ หรือเพราะต้องการสยบบางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ผลการประมูลที่ทักท้วงว่า การแข่งขันจนราคาสุดท้ายออกมาสูงลิบนั้นเป็นเรื่องไม่ปกติ ไม่ว่าเหตุผลเบื้องหลังจะเป็นอย่างไรก็ตาม แต่ผลเบื้องหน้านั้นสรุปได้ง่ายๆ คือ ในอนาคต เมื่อค่ายอื่นมาซื้อคลื่นนี้ก็จะต้องซื้อแพงไม่น้อยไปกว่านี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วต่อมา กสทช. ก็มีมติกำหนดขนาดบล็อกคลื่นที่ 15 MHz ไม่ใช่ 5 MHz ดังที่หลายฝ่ายแสดงความคิดเห็นไว้ในการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ ทำให้ค่ายที่ต้องการเพียง 5 หรือ 10 MHz ถ้าจะเข้าร่วมการประมูลก็ต้องซื้อคลื่นมากเกินความจำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ สองค่ายมือถือที่ชนะการประมูลครั้งที่แล้วต่างต้องแบกภาระค่าคลื่นทั้ง 1800 MHz และ 900 MHz และที่ผ่านมามีการขอผ่อนผันให้ คสช. ขยายงวดชำระเงิน สะท้อนให้เห็นถึงปัญหากำลังซื้อ &amp;nbsp;และต่อให้มองข้ามเรื่องกำลังซื้อ ก็ยังมีประเด็นว่าจำเป็นจะต้องเข้ามาซื้อในขณะนี้ไหม หรือจะรอสินค้าชิ้นใหม่ที่น่าสนใจกว่า ซึ่งก็คือคลื่น 700 MHz ที่สำนักงาน กสทช. และรองนายกรัฐมนตรีประกาศว่าจะจัดประมูลในปี 2563 เพราะเป็นคลื่นที่ตอบโจทย์เรื่องความครอบคลุม ทำให้ประหยัดต้นทุนในการตั้งสถานีฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยิ่งมีคลื่น 1800 MHz ในมือแล้ว ควรเลือกประมูล 1800 MHz ที่มีราคาแพง หรือประมูล 700 MHz ที่ไม่เคยมีราคาชนะประมูลเดิมค้ำคออยู่และมีรัศมีทำการที่กว้างกว่า วิญญูชนก็คงตอบได้ไม่ยากกว่าควรจะเลือกคลื่นไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนค่ายที่จะหมดสัมปทาน ซึ่งเดิมใช้งานคลื่น 1800 MHz อยู่ 45 MHz หากมาประมูลจะต้องจ่ายแพง และจะได้คลื่นไม่เกิน 15 MHz แต่ถ้าไม่มีใครประมูล ค่ายนี้ก็จะเข้าสู่มาตรการเยียวยา สามารถใช้คลื่นทั้ง 45 MHz ได้ต่อไปอีก 1 ปี โดยไม่ต้องเสียเงินแม้แต่บาทเดียว แล้วค่อยรอการประมูลที่จะจัดใหม่ในปีหน้า ซึ่งราคาคลื่นอย่างไรก็ต้องต่ำลง เพราะระยะเวลาอนุญาตจะลดลงไปตามเวลาที่ประมูลสำเร็จช้า เวลายิ่งลดลง ราคาคลื่นก็ยิ่งต่ำลง แม้หากเกิดอุบัติเหตุว่าวันที่ 15 มิถุนายน คู่แข่งมายื่นเอกสารการประมูล ก็ยังมีทางเลือกว่าจะมายื่นแข่งหลังจากนี้หรือไม่ เพราะเมื่อมีผู้ยื่นเอกสารรายเดียว กสทช. จะขยายเวลาออกไปอีก 30 วัน และต่อให้ไม่เข้าแข่งแล้วปล่อยให้รายอื่นได้คลื่นเพิ่มอีก 15 MHz รวมเป็น 30 MHz แล้วค่อยไปเจรจาขอโรมมิ่งคลื่น 1800 MHz จากค่ายนั้นก็อาจประหยัดกว่ามาสู้ราคากัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยิ่งไปกว่านั้น ค่ายที่จะหมดสัมปทาน 1800 MHz ก็สามารถต่อลมหายใจด้วยการใช้คลื่น 2300 MHz ของทีโอที ความจำเป็นที่จะต้องชิงคลื่นให้ได้จึงลดลงจากเดิม ดังนั้นการเดินหมากเข้าสู่มาตรการเยียวยาน่าจะได้ประโยชน์กับตัวเองมากกว่าการเข้าร่วมเล่นเกมซื้อของแพงให้เสมอหน้าเพื่อน...ตามที่ กสทช. กำหนดขึ้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อไม่มีเอกชนรายใดมาประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz สภาพการแข่งขันในตลาดก็จะอยู่ในสภาพเดิม โดยที่ไม่มีใครต้องแบกต้นทุนเพิ่ม เพราะการเข้ามาประมูลเพื่อให้ได้เปรียบคู่แข่ง ก็ตามมาด้วยต้นทุนค่าคลื่นที่เพิ่มขึ้น และถ้าคู่แข่งสามารถหาทางออกด้วยวิธีการอื่นที่ไม่ใช่การประมูล แถมมีต้นทุนที่ต่ำกว่า ผู้ชนะการประมูลก็อาจจะเจ็บตัวฟรี ยิ่งมีภาระค่าคลื่นเดิมที่ค้างจ่ายอีกหลายหมื่นล้าน ยิ่งต้องรอบคอบรัดกุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่ผู้ชนะประมูลรายเดิมไม่เข้าประมูล ก็จะทำให้ไม่ต้องแบกภาระเพิ่ม แต่ก็เสียโอกาสที่จะทิ้งห่างคู่แข่ง แต่ในเมื่อทุกรายไม่เข้าร่วมประมูล การแข่งขันก็ไม่เปลี่ยนแปลง ผู้บริโภคก็ไม่มีทางเลือกอะไรใหม่ ยังต้องวนเวียนใช้บริการแบบเดิมๆ ไปก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่หากผู้ชนะรายเดิมเข้าประมูลเพื่อบีบหรือทิ้งห่างคู่แข่ง ก็เท่ากับว่าเดินตามเส้นทางที่ กสทช. กำหนด คือการพยายามขายคลื่นในราคาแพงที่สุด และเอกชนก็คงต้องทนกับสภาพเส้นทางแบบนี้ในคลื่นอื่นๆ ที่จะประมูลในอนาคตอย่างเช่น คลื่น 700 MHz หรือ 2600 MHz รวมถึงคลื่นความถี่สูงมากๆ ที่จะนำมาใช้กับ 5G ซึ่งจะทำให้ต้นทุนการให้บริการพุ่งสูงมาก จนอาจไม่คุ้มที่จะลงทุน จึงมีการส่งสัญญาณจากภาคเอกชนให้ กสทช. รู้ว่า ต้นทุนค่าคลื่นเริ่มเป็นปัญหาต่ออุตสาหกรรมมากขึ้นเรื่อยๆ ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จริงๆ แล้ว หลักการพื้นฐานของการประมูลคลื่น คือการคัดเลือกผู้ประกอบการที่มีประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์จากคลื่นได้สูงสุด ไม่ใช่ต้องการขายคลื่นให้ได้ราคาแพงที่สุด แต่สิ่งที่จะตัดสินว่าใครใช้ประโยชน์จากคลื่นได้ดีที่สุด ก็คือตัวเลขเงินที่เขาพร้อมจะจ่ายเป็นค่าคลื่น แล้วเอาคลื่นไปทำกำไร ถ้าทำกำไรไม่ได้ก็จะเจ๊ง จึงไม่ควรมีใครเสนอตัวเลขสูงเกินกว่าที่ตัวเองจะอยู่รอดได้ ส่วนใครที่ทำกำไรได้เก่งกว่าก็จะเสนอตัวเลขได้สูงกว่า กสทช. จึงใช้การประมูลเพื่อหาว่า รายใดสมควรได้คลื่นไปให้บริการ ซึ่งก็คือรายที่เสนอราคาคลื่นได้สูงสุด แต่ไม่ใช่ว่า กสทช. มีเป้าหมายที่จะหาเงินให้ได้มากที่สุดจากการประมูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เมื่อหน่วยงานกำกับดูแลหลงทางไปมุ่งเน้นการขายคลื่นให้ได้ราคาแพงที่สุด ผลเสียก็จะเกิดกับอุตสาหกรรมที่ไม่สามารถแบกต้นทุนได้ และผู้บริโภคก็จะไม่สามารถรับบริการใหม่ๆ ได้ แต่ที่สำคัญ รัฐที่ต้องการได้เงินค่าคลื่นเป็นจำนวนมากก็เสี่ยงจะได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยหรือไม่ได้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการประมูลคลื่น 1800 MHz ครั้งนี้ กระทรวงการคลังมีหนังสือถึง กสทช. ว่า ขอให้จัดประมูลและนำส่งรายได้จากการประมูลภายในปี 2561 ด้วย โดยกระทรวงการคลังประมาณการรายได้จากสมมติฐานว่าคลื่นทั้ง 45 MHz จะขายหมดและผู้ชนะการประมูลชำระเงินงวดแรกร้อยละ 50 ภายในเดือนกันยายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อไม่มีผู้เข้าประมูล ประมาณการรายได้ก้อนนี้จึงพลาดเป้าไปหลายหมื่นล้านบาท แผนการใช้งบประมาณของรัฐก็อาจสะดุดหรือต้องหารายได้ทางอื่นมาชดเชย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเมื่อหมดสัมปทานแล้วเข้าสู่มาตรการเยียวยา ก็ยังพบปัญหาในส่วนเงินนำส่งรัฐ เพราะการให้บริการตามมาตรการเยียวยาที่ผ่านมา ยังมีปัญหาการฟ้องคดี และมีการแจ้งในที่ประชุม กสทช. ว่ารัฐยังไม่ได้รับเงินแม้แต่บาทเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรการเยียวยาครั้งใหม่นี้จะเหมือนหรือแตกต่างจากเดิม คงต้องติดตามกันต่อไป แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า การไม่มีรายใดมาประมูลคลื่น 1800 MHz ครั้งนี้ ฝ่ายที่ได้รับผลกระทบเต็มๆ ในทันทีคือรัฐ ไม่ใช่เอกชน หรือผู้บริโภคที่จะได้รับผลกระทบในระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การใช้ ม.44 เพื่อขยายงวดชำระเงินก็ไม่ใช่ทางออก เพราะถ้าไม่จัดการราคาคลื่นให้เข้าสู่ราคาดุลยภาพ เอกชนก็ต้องเรียกร้องขอขยายงวดชำระเงินอยู่ร่ำไป การแก้ปัญหาการประมูลต้องคำนึงถึงประโยชน์ระยะยาวจากการก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเต็มตัวของประเทศด้วย หากประเทศเรายังตกอยู่ในวังวนการเล่นเกมราคาคลื่นแบบเด็กเล่นขายของ สุดท้ายทุกฝ่ายจะเสียประโยชน์ ค่าเสียโอกาสในการตกขบวนความเปลี่ยนแปลงยุค 4.0 อาจจะไม่ใช่มีแค่มิติด้านเศรษฐกิจเท่านั้น แต่จะกระทบถึงด้านสังคมและความมั่นคงด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การกำหนดราคาคลื่นและการออกแบบการประมูลจึงต้องใช้หลักการและการศึกษาที่มีวิชาการและเป็นมืออาชีพ และต้องไม่มุ่งเอาใจฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้น เพราะทุกฝ่ายล้วนมีส่วนได้ส่วนเสียในเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11429</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช., ประมูลคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์, ประมูลคลื่นรอบใหม่, ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา, เอกชนทิ้งประมูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180615/image_big_5b2378de9cf0a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11415</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2018 09:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2018 09:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดีแทคประกาศไม่ร่วมประมูลคลื่นความถี่ 1800 MHz </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดีแทค ระบุเหตุผลไม่ยื่นประมูลคลื่นความถี่ 1800 MHz เนื่องจากมีคลื่นความถี่สูงเพียงพอแล้ว พร้อมให้ความสำคัญแผนคุ้มครองลูกค้าหลังหมดสัมปทาน กระตุ้นหน่วยงานกำกับดูแลจัดสรรคลื่นย่านความถี่ต่ำ (low-band spectrum) ในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ออกมาประกาศจะไม่เข้าร่วมประมูล คลื่นความถี่ 1800 MHz &amp;nbsp;หลังจากได้พิจารณาการเข้าร่วมประมูลอย่างรอบคอบ โดยมีข้อสรุปถึงการถือครองคลื่นย่านความถี่สูง (high-band spectrum) มีปริมาณมากพอที่จะรองรับการใช้งานดาต้าที่เติบโตขึ้นในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยการประมูลในครั้งนี้คงหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ไม่เอื้อประโยชน์ให้บริษัทฯ สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับลูกค้าและผู้ถือหุ้นได้ในระยะยาว ดีแทคมั่นใจในการให้บริการอย่างต่อเนื่องจากจำนวนคลื่นความถี่ทั้งหมดที่ถือครองมากพอที่จะรองรับการเติบโตการใช้งานดาต้าของลูกค้า และเตรียมพร้อมสำหรับมาตรการคุ้มครองลูกค้าเพื่อไม่กระทบการใช้งานจากกรณีสิ้นสุดสัมปทานคลื่นความถี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบัน ดีแทคได้ถือครองความถี่ย่าน 2100 MHz จำนวน 15 MHz และมีคลื่นใหม่ความถี่ 2300 MHz จำนวน 60MHz ซึ่งเป็นคลื่นความถี่เดียวที่กว้างที่สุดในประเทศไทย ซึ่งถ้าหมดสัมปทานคลื่น 1800 MHz และสิ้นสุดระยะเวลาเยียวยาแล้ว ดีแทคยังมีคลื่นย่านความถี่สูงเพิ่มมากกว่าอีกเดิม 10 MHz จากคลื่นใหม่ 2300 MHz ที่จะนำมาให้บริการสำหรับคลื่นย่านความถี่สูงอย่างพอเพียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดีในช่วงบ่ายวันนี้ ดีแทค จะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการกับสื่อมวลชนอีกครั้ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11415</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช., การประมูลคลื่น 1800 ของดีแทค, ดีแทค, ประมูลคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180615/image_big_5b23298d00434.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10851</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2018 10:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2018 10:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลุ่มทรู แจ้งตลาดหลักทรัพย์ไม่เข้าประมูลคลื่น 1800 MHz ยันไม่เสียโอกาส </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ส่งเอกสารแจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่องการไม่เข้าร่วมประมูลใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ สำหรับกิจการโทรคมนาคม ย่าน 1800 MHz โดยระบุว่า คณะผู้บริหารได้พิจารณาแล้วมีความเห็นว่า บริษัทฯ ไม่ควรเข้าร่วมการประมูลใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ สำหรับกิจการโทรคมนาคม ย่าน 1800 MHz ที่จะจัดโดยคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ในเดือนสิงหาคม ปี 2561 นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกิตติณัฐ ทีคะวรรณ &amp;nbsp;กรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัท (ร่วม) บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น &amp;nbsp;กล่าวว่า ตามที่ บริษัทฯ เคยแจ้งว่า คณะผู้บริหารได้พิจารณาที่จะไม่เข้าร่วมประมูลคลื่น 1800 MHz ที่จะมีขึ้นนั้น &amp;nbsp;ล่าสุด วันที่ 7 มิ.ย. ได้มีการส่งเอกสารถึงตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเพื่อชี้แจงแก่นักลงทุน &amp;nbsp; และขอย้ำว่าการพิจารณาดังกล่าวได้เป็นไปอย่างรอบคอบโดยคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของลูกค้าและนักลงทุน &amp;nbsp;ซึ่งจะไม่ทำให้บริษัทเสียโอกาสแต่อย่างใด &amp;nbsp;รวมทั้งจะไม่ส่งผลกระทบต่อการแข่งขันในตลาดของทรูมูฟ เอช เนื่องจากปริมาณคลื่นที่มีอยู่ของทรูมูฟ เอช ยังมากเพียงพอที่จะรองรับลูกค้าที่จะเติบโตขึ้นได้กว่าเท่าตัวในอนาคต &amp;nbsp;อีกทั้งการตัดสินใจของคณะผู้บริหารที่จะไม่เข้าร่วมประมูลคลื่น 1800 นั้นยังสอดคล้องกับรายงานจากบริษัทที่ปรึกษาภายนอกที่ว่าจ้างมาเพื่อศึกษาความเหมาะสมและความคุ้มค่าในการลงทุนจากการประมูลคลื่นอีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10851</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิตติณัฐ ทีคะวรรณ, ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, ทรู คอร์ปอเรชั่น, นักลงทุน, ประมูลคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180607/image_big_5b18a3103bdd2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9464</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2018 13:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2018 13:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไปแล้วหนึ่ง! กลุ่มทรูถอยไม่เข้าประมูลคลื่น 1800 MHz</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มทรู แจงเหตุผลไม่เข้าร่วมประมูลคลื่น 1800 MHz มั่นใจปริมาณคลื่นที่มีอยู่มากพอที่จะรักษาความได้เปรียบในตลาดและรองรับจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว
&amp;nbsp;
18 พฤษภาคม 2561 - ตามที่ กลุ่มทรู ได้เข้ารับเอกสารการประมูลคลื่น 1800 MHz ในนามบริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (ทียูซี) ไปเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมานั้น บริษัทฯ&amp;nbsp; ได้พิจารณากฎเกณฑ์การประมูลต่างๆในเอกสารแล้ว และพิจารณาว่าจะไม่เข้าร่วมประมูลคลื่น 1800 MHz ในครั้งนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
นายกิตติณัฐ ทีคะวรรณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัท (ร่วม) บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; จากการพิจารณาเอกสารรายละเอียดต่างๆของการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz ที่ได้รับจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)&amp;nbsp; คณะผู้บริหารพิจารณาว่า จะไม่เข้าร่วมประมูลคลื่น 1800 MHz ที่จะมีขึ้นในครั้งนี้ ด้วยเหตุผลสำคัญ 3 ประการคือ เรื่องปริมาณคลื่นความถี่ที่ทรูมูฟ เอช มีอยู่ในปัจจุบันที่มีมากถึง 55 MHz ยังมากเพียงพอที่จะรองรับจำนวนลูกค้าที่จะเติบโตเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว

และเมื่อเปรียบเทียบกับศักยภาพการให้บริการของผู้ประกอบการรายอื่นในประเทศแล้ว ปริมาณคลื่นของทรูมูฟ เอช ยังคงสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในตลาดได้ต่อไปในอนาคต รวมทั้งจะรักษาประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าในเรื่องการใช้งานทั้งวอยซ์และดาต้าที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแน่นอน&amp;nbsp;&amp;nbsp;

นอกจากนี้ จากการพิจารณารายละเอียดกฎเกณฑ์การประมูลตามเอกสารแล้ว ทั้งเรื่องราคาและข้อกำหนดต่างๆ ไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้ผู้ที่ชนะประมูลในครั้งนี้จะมีความได้เปรียบอย่างมีนัยยะสำคัญแต่อย่างใด&amp;nbsp;&amp;nbsp; และที่สำคัญคือความเชื่อของกลุ่มทรูในเรื่องของการแข่งขันที่เสรีและเป็นธรรม&amp;nbsp; ที่จะไม่เข้าร่วมประมูลเพียงเพื่อจะทำให้ราคาสูงผิดปกติเกินกว่าความเป็นจริง หรือสร้างภาระทางการเงินให้แก่ผู้ชนะประมูลแต่อย่างใด ดังนั้น ด้วยเหตุผลที่ได้กล่าวมาเบื้องต้น บริษัทฯ จึงพิจารณาว่า ยังไม่มีเหตุผลที่จะเข้าร่วมประมูลคลื่น 1800 MHz ในครั้งนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9464</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช., ทรู คอร์ปอเรชั่น, ประมูลคลื่น, ประมูลคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180518/image_big_5afe6edf4b86c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
