<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>11429</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2018 15:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2018 15:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประวิทย์ ยอมรับ กสทช.คิดค่าคลื่น 1800 MHz แพง เอกชนไม่ประมูลกระทบรายได้รัฐหายหลายหมื่นล้าน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:14.45pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:14.45pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;ประวิทย์ เขียนบทความ ทำไม? ไม่มีใครประมูลคลื่น 1800 MHz &amp;nbsp;ยอมรับ กสทช.คิดค่าคลื่น 1800 MHz แพง รับเอกชนทิ้งประมูลรัฐเดือดร้อนมากที่สุด เพราะรายได้หลายหมื่นบาทกว่า ที่คิดไว้หายไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:14.45pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กสทช. ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคและส่งเสริมสิทธิเสรีภาพ&amp;nbsp; เขียนบทความพิเศษแจงสาเหตุ ทำไม? ไม่มีใครประมูลคลื่น 1800 MHz ว่า&amp;nbsp; กสทช. กำหนดจัดประมูลคลื่น 1800 MHz ในวันที่ 4 สิงหาคมนี้ โดยเปิดให้ค่ายมือถือยื่นเอกสารในวันที่ 15 มิถุนายน แต่ปรากฏว่า ไม่มีค่ายใดเดินทางมายื่นเอกสารเลย ทั้งที่สำนักงาน กสทช. ยืนยันว่า แต่ละค่ายจำเป็นต้องมีคลื่นมากกว่าที่ถือครองในปัจจุบัน และ GSMA ก็คาดการณ์ว่าหากไม่มีการจัดสรรคลื่นเพิ่ม คุณภาพบริการบรอดแบนด์ผ่านมือถือของไทยจะประสบปัญหาในไม่เกิน 2 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อมีการวางจำหน่ายสินค้าที่อยู่ในความต้องการของผู้ซื้อในตลาด แต่กลับไม่มีการซื้อขาย เหตุผลหลักก็น่าจะมาจากการตั้งราคาขายที่ไม่เหมาะสมกับกำลังซื้อ ยิ่งมีการบังคับขายพ่วงว่าต้องซื้อเหมา ไม่ขายแยกชิ้น ผู้ซื้อที่ฉลาดก็จะไม่ผลีผลาม และถ้ายังไม่จวนตัวว่าจำเป็นต้องซื้อตอนนี้ ก็ยิ่งจะรอดูไปก่อน แล้วราคาคลื่น 1800 MHz นำออกมาประมูลครั้งนี้แพงไปไหม การขายคลื่นชุดละ 15 MHz ขนาดใหญ่ไปหรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากอ้างอิงจากผลการศึกษาของ กสทช. แล้วก็พอจะอธิบายได้ไม่ยาก กล่าวคือ ในการประมูลคลื่น 1800 MHz ครั้งก่อน กสทช. ตั้งราคาเริ่มต้นประมูลต่ำกว่าราคาประเมิน แต่ปรากฏว่ามีการสู้ราคากันอย่างดุเดือด จนราคาสูงกว่าราคาประเมินสูงสุดที่เอกชนสามารถทำกำไรได้ตามทฤษฎี และการศึกษาในครั้งนั้นมีสมมติฐานที่สำคัญ 2 ข้อ ข้อหนึ่ง-ในช่วงนี้จะยังไม่มีการจัดสรรคลื่นใหม่อื่นๆ เช่น คลื่น 700 MHz, 2300 MHz หรือ 2600 MHz ถ้ามีการจัดสรรแปลว่ามีสินค้าที่ทดแทนคลื่น 1800 MHz ได้ ราคาคลื่น 1800 MHz จะต่ำลงไปอีก และข้อสอง-ผู้ชนะการประมูลครั้งที่แล้วยังอาจจะต้องการคลื่น 1800 MHz เพิ่มในอนาคตอีกจำนวนหนึ่ง เช่น 5 &amp;ndash; 10 MHz เพื่อให้มีจำนวนคลื่นที่เหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังการประมูลครั้งก่อน กทค. เดิมตกลงใจตามที่สำนักงาน กสทช. เสนอว่าจะใช้ราคาชนะประมูลที่สูงผิดปกติครั้งนั้นเป็นราคาเริ่มต้นการประมูลในอนาคต ไม่แน่ว่าเป็นเพราะต้องการเอาใจผู้ชนะการประมูล เพื่อไม่ให้เสียใจหรือรู้สึกเสียเปรียบที่ชนะประมูลในราคาสูงผิดปกติ หรือเพราะต้องการสยบบางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ผลการประมูลที่ทักท้วงว่า การแข่งขันจนราคาสุดท้ายออกมาสูงลิบนั้นเป็นเรื่องไม่ปกติ ไม่ว่าเหตุผลเบื้องหลังจะเป็นอย่างไรก็ตาม แต่ผลเบื้องหน้านั้นสรุปได้ง่ายๆ คือ ในอนาคต เมื่อค่ายอื่นมาซื้อคลื่นนี้ก็จะต้องซื้อแพงไม่น้อยไปกว่านี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วต่อมา กสทช. ก็มีมติกำหนดขนาดบล็อกคลื่นที่ 15 MHz ไม่ใช่ 5 MHz ดังที่หลายฝ่ายแสดงความคิดเห็นไว้ในการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ ทำให้ค่ายที่ต้องการเพียง 5 หรือ 10 MHz ถ้าจะเข้าร่วมการประมูลก็ต้องซื้อคลื่นมากเกินความจำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ สองค่ายมือถือที่ชนะการประมูลครั้งที่แล้วต่างต้องแบกภาระค่าคลื่นทั้ง 1800 MHz และ 900 MHz และที่ผ่านมามีการขอผ่อนผันให้ คสช. ขยายงวดชำระเงิน สะท้อนให้เห็นถึงปัญหากำลังซื้อ &amp;nbsp;และต่อให้มองข้ามเรื่องกำลังซื้อ ก็ยังมีประเด็นว่าจำเป็นจะต้องเข้ามาซื้อในขณะนี้ไหม หรือจะรอสินค้าชิ้นใหม่ที่น่าสนใจกว่า ซึ่งก็คือคลื่น 700 MHz ที่สำนักงาน กสทช. และรองนายกรัฐมนตรีประกาศว่าจะจัดประมูลในปี 2563 เพราะเป็นคลื่นที่ตอบโจทย์เรื่องความครอบคลุม ทำให้ประหยัดต้นทุนในการตั้งสถานีฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยิ่งมีคลื่น 1800 MHz ในมือแล้ว ควรเลือกประมูล 1800 MHz ที่มีราคาแพง หรือประมูล 700 MHz ที่ไม่เคยมีราคาชนะประมูลเดิมค้ำคออยู่และมีรัศมีทำการที่กว้างกว่า วิญญูชนก็คงตอบได้ไม่ยากกว่าควรจะเลือกคลื่นไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนค่ายที่จะหมดสัมปทาน ซึ่งเดิมใช้งานคลื่น 1800 MHz อยู่ 45 MHz หากมาประมูลจะต้องจ่ายแพง และจะได้คลื่นไม่เกิน 15 MHz แต่ถ้าไม่มีใครประมูล ค่ายนี้ก็จะเข้าสู่มาตรการเยียวยา สามารถใช้คลื่นทั้ง 45 MHz ได้ต่อไปอีก 1 ปี โดยไม่ต้องเสียเงินแม้แต่บาทเดียว แล้วค่อยรอการประมูลที่จะจัดใหม่ในปีหน้า ซึ่งราคาคลื่นอย่างไรก็ต้องต่ำลง เพราะระยะเวลาอนุญาตจะลดลงไปตามเวลาที่ประมูลสำเร็จช้า เวลายิ่งลดลง ราคาคลื่นก็ยิ่งต่ำลง แม้หากเกิดอุบัติเหตุว่าวันที่ 15 มิถุนายน คู่แข่งมายื่นเอกสารการประมูล ก็ยังมีทางเลือกว่าจะมายื่นแข่งหลังจากนี้หรือไม่ เพราะเมื่อมีผู้ยื่นเอกสารรายเดียว กสทช. จะขยายเวลาออกไปอีก 30 วัน และต่อให้ไม่เข้าแข่งแล้วปล่อยให้รายอื่นได้คลื่นเพิ่มอีก 15 MHz รวมเป็น 30 MHz แล้วค่อยไปเจรจาขอโรมมิ่งคลื่น 1800 MHz จากค่ายนั้นก็อาจประหยัดกว่ามาสู้ราคากัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยิ่งไปกว่านั้น ค่ายที่จะหมดสัมปทาน 1800 MHz ก็สามารถต่อลมหายใจด้วยการใช้คลื่น 2300 MHz ของทีโอที ความจำเป็นที่จะต้องชิงคลื่นให้ได้จึงลดลงจากเดิม ดังนั้นการเดินหมากเข้าสู่มาตรการเยียวยาน่าจะได้ประโยชน์กับตัวเองมากกว่าการเข้าร่วมเล่นเกมซื้อของแพงให้เสมอหน้าเพื่อน...ตามที่ กสทช. กำหนดขึ้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อไม่มีเอกชนรายใดมาประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz สภาพการแข่งขันในตลาดก็จะอยู่ในสภาพเดิม โดยที่ไม่มีใครต้องแบกต้นทุนเพิ่ม เพราะการเข้ามาประมูลเพื่อให้ได้เปรียบคู่แข่ง ก็ตามมาด้วยต้นทุนค่าคลื่นที่เพิ่มขึ้น และถ้าคู่แข่งสามารถหาทางออกด้วยวิธีการอื่นที่ไม่ใช่การประมูล แถมมีต้นทุนที่ต่ำกว่า ผู้ชนะการประมูลก็อาจจะเจ็บตัวฟรี ยิ่งมีภาระค่าคลื่นเดิมที่ค้างจ่ายอีกหลายหมื่นล้าน ยิ่งต้องรอบคอบรัดกุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่ผู้ชนะประมูลรายเดิมไม่เข้าประมูล ก็จะทำให้ไม่ต้องแบกภาระเพิ่ม แต่ก็เสียโอกาสที่จะทิ้งห่างคู่แข่ง แต่ในเมื่อทุกรายไม่เข้าร่วมประมูล การแข่งขันก็ไม่เปลี่ยนแปลง ผู้บริโภคก็ไม่มีทางเลือกอะไรใหม่ ยังต้องวนเวียนใช้บริการแบบเดิมๆ ไปก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่หากผู้ชนะรายเดิมเข้าประมูลเพื่อบีบหรือทิ้งห่างคู่แข่ง ก็เท่ากับว่าเดินตามเส้นทางที่ กสทช. กำหนด คือการพยายามขายคลื่นในราคาแพงที่สุด และเอกชนก็คงต้องทนกับสภาพเส้นทางแบบนี้ในคลื่นอื่นๆ ที่จะประมูลในอนาคตอย่างเช่น คลื่น 700 MHz หรือ 2600 MHz รวมถึงคลื่นความถี่สูงมากๆ ที่จะนำมาใช้กับ 5G ซึ่งจะทำให้ต้นทุนการให้บริการพุ่งสูงมาก จนอาจไม่คุ้มที่จะลงทุน จึงมีการส่งสัญญาณจากภาคเอกชนให้ กสทช. รู้ว่า ต้นทุนค่าคลื่นเริ่มเป็นปัญหาต่ออุตสาหกรรมมากขึ้นเรื่อยๆ ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จริงๆ แล้ว หลักการพื้นฐานของการประมูลคลื่น คือการคัดเลือกผู้ประกอบการที่มีประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์จากคลื่นได้สูงสุด ไม่ใช่ต้องการขายคลื่นให้ได้ราคาแพงที่สุด แต่สิ่งที่จะตัดสินว่าใครใช้ประโยชน์จากคลื่นได้ดีที่สุด ก็คือตัวเลขเงินที่เขาพร้อมจะจ่ายเป็นค่าคลื่น แล้วเอาคลื่นไปทำกำไร ถ้าทำกำไรไม่ได้ก็จะเจ๊ง จึงไม่ควรมีใครเสนอตัวเลขสูงเกินกว่าที่ตัวเองจะอยู่รอดได้ ส่วนใครที่ทำกำไรได้เก่งกว่าก็จะเสนอตัวเลขได้สูงกว่า กสทช. จึงใช้การประมูลเพื่อหาว่า รายใดสมควรได้คลื่นไปให้บริการ ซึ่งก็คือรายที่เสนอราคาคลื่นได้สูงสุด แต่ไม่ใช่ว่า กสทช. มีเป้าหมายที่จะหาเงินให้ได้มากที่สุดจากการประมูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เมื่อหน่วยงานกำกับดูแลหลงทางไปมุ่งเน้นการขายคลื่นให้ได้ราคาแพงที่สุด ผลเสียก็จะเกิดกับอุตสาหกรรมที่ไม่สามารถแบกต้นทุนได้ และผู้บริโภคก็จะไม่สามารถรับบริการใหม่ๆ ได้ แต่ที่สำคัญ รัฐที่ต้องการได้เงินค่าคลื่นเป็นจำนวนมากก็เสี่ยงจะได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยหรือไม่ได้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการประมูลคลื่น 1800 MHz ครั้งนี้ กระทรวงการคลังมีหนังสือถึง กสทช. ว่า ขอให้จัดประมูลและนำส่งรายได้จากการประมูลภายในปี 2561 ด้วย โดยกระทรวงการคลังประมาณการรายได้จากสมมติฐานว่าคลื่นทั้ง 45 MHz จะขายหมดและผู้ชนะการประมูลชำระเงินงวดแรกร้อยละ 50 ภายในเดือนกันยายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อไม่มีผู้เข้าประมูล ประมาณการรายได้ก้อนนี้จึงพลาดเป้าไปหลายหมื่นล้านบาท แผนการใช้งบประมาณของรัฐก็อาจสะดุดหรือต้องหารายได้ทางอื่นมาชดเชย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเมื่อหมดสัมปทานแล้วเข้าสู่มาตรการเยียวยา ก็ยังพบปัญหาในส่วนเงินนำส่งรัฐ เพราะการให้บริการตามมาตรการเยียวยาที่ผ่านมา ยังมีปัญหาการฟ้องคดี และมีการแจ้งในที่ประชุม กสทช. ว่ารัฐยังไม่ได้รับเงินแม้แต่บาทเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรการเยียวยาครั้งใหม่นี้จะเหมือนหรือแตกต่างจากเดิม คงต้องติดตามกันต่อไป แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า การไม่มีรายใดมาประมูลคลื่น 1800 MHz ครั้งนี้ ฝ่ายที่ได้รับผลกระทบเต็มๆ ในทันทีคือรัฐ ไม่ใช่เอกชน หรือผู้บริโภคที่จะได้รับผลกระทบในระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การใช้ ม.44 เพื่อขยายงวดชำระเงินก็ไม่ใช่ทางออก เพราะถ้าไม่จัดการราคาคลื่นให้เข้าสู่ราคาดุลยภาพ เอกชนก็ต้องเรียกร้องขอขยายงวดชำระเงินอยู่ร่ำไป การแก้ปัญหาการประมูลต้องคำนึงถึงประโยชน์ระยะยาวจากการก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเต็มตัวของประเทศด้วย หากประเทศเรายังตกอยู่ในวังวนการเล่นเกมราคาคลื่นแบบเด็กเล่นขายของ สุดท้ายทุกฝ่ายจะเสียประโยชน์ ค่าเสียโอกาสในการตกขบวนความเปลี่ยนแปลงยุค 4.0 อาจจะไม่ใช่มีแค่มิติด้านเศรษฐกิจเท่านั้น แต่จะกระทบถึงด้านสังคมและความมั่นคงด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การกำหนดราคาคลื่นและการออกแบบการประมูลจึงต้องใช้หลักการและการศึกษาที่มีวิชาการและเป็นมืออาชีพ และต้องไม่มุ่งเอาใจฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้น เพราะทุกฝ่ายล้วนมีส่วนได้ส่วนเสียในเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11429</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช., ประมูลคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์, ประมูลคลื่นรอบใหม่, ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา, เอกชนทิ้งประมูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180615/image_big_5b2378de9cf0a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6796</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุ้มดิจิทัลมือถือไว้ทีหลัง 2ค่ายโอดประมูลใหม่ยาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; ถอยอุ้ม &amp;quot;AIS-TRUE&amp;quot; ยัน คสช.ยังไม่พิจารณาใช้ ม.44 กสทช.ปัดชงรัฐบาลเอื้อประโยชน์ 2 ค่ายมือถือ อ้างแค่รวบรวมข้อมูล กลุ่มทรูยกทีวีดิจิทัลมีกำไรรัฐยังช่วย โอดประมูลคลื่นรอบใหม่ลำบากถ้าไม่ยืดจ่ายค่าคลื่น เอไอเอสผสมโรงมีเงินขยายโครงข่าย ขับเคลื่อนไทยแลนด์ 4.0
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงกลาโหม เมื่อวันที่ 9&amp;nbsp;เมษายน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่มีภาคประชาชนออกมาคัดค้านคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะใช้มาตรา 44 ช่วยบริษัทมือถือ 2 ค่ายใหญ่ว่า ยืนยันว่า คสช.ยังไม่ได้พิจารณาใช้มาตรการดังกล่าวแต่อย่างใด เพราะตอนนี้ต้องช่วยทีวีดิจิทัลก่อน ส่วนเรื่องค่ายมือถือ 4 จีนั้นเอาไว้ทีหลัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ภาคประชาชนเป็นห่วงหาก คสช.ช่วยบริษัทดังกล่าวจะทำให้ประเทศเสียประโยชน์ &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า &amp;quot;ยังไม่ได้ทำอะไรเลย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) แถลงกรณีที่นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) แสดงความไม่เห็นด้วยกับการช่วยเหลือผู้ประกอบการกิจการโทรคมนาคมว่า สำนักงาน กสทช.ไม่ได้เป็นผู้เสนอเรื่องให้ คสช.ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกมาตรการช่วยเหลือ โดยขยายระยะเวลาการชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตงวดที่ 4 ของบริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (TUC) บริษัทในเครือ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) กับบริษัท แอดวานซ์ &amp;nbsp;ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (AWN) บริษัทย่อยของ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) โดยแบ่งจ่ายเป็น 7 งวด&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เป็นข้อเสนอของทั้ง 2 บริษัทที่ยื่นให้แก่รัฐบาล ขอยืนยันว่า กสทช.ไม่มีอำนาจในการผ่อนผันการชำระค่าธรรมเนียมของทั้ง 2 บริษัทได้เอง รวมถึงมาตรการช่วยเหลือทีวีดิจิทัลก็ไม่ได้เป็นผู้เสนอ เป็นแต่เพียงผู้รวบรวมข้อมูลให้คำปรึกษาแก่รัฐบาลเท่านั้น&amp;quot; นายฐากรระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมานักวิชาการและภาคประชาชนไม่เห็นด้วยกับการเข้าช่วยเหลือผู้ประกอบการโทรคมนาคม ตนไม่ขัดข้อง แล้วแต่รัฐบาลจะตัดสินใจ เพราะเมื่อถึงปี 63 กสทช.สามารถนำแบงก์การันตีไปขึ้นเงินตามที่ผู้ประกอบการได้วางหลักประกันเมื่อตอนประมูลคลื่น นอกจากนี้ คสช.ไม่ได้ขอความเห็นจาก กสทช.รายเดียว แต่ได้มีหลายหน่วยงานให้ความเห็น ได้แก่ กระทรวงการคลัง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนกรณีขอให้ช่วยเหลือผู้ประกอบการดิจิทัลนั้น เห็นว่าไม่มีใครคัดค้าน และ กสทช.ให้ความเห็นช่วยเหลือแก่ คสช.แล้วที่ให้พักชำระค่าใบอนุญาต และให้ช่วยเหลือค่าโครงข่าย (MUX) ไม่เกินกว่า &amp;nbsp;50% ทั้งนี้หากฝ่ายใดมีความเห็นอะไรให้นำเสนอไปที่รัฐบาลได้โดยตรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ได้แถลงการณ์เรื่อง ขอให้คำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติในการช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจโทรศัพท์มือถือ โดยมีเนื้อหาว่าจากการที่รัฐบาล และ คสช.ได้แสดงท่าทีว่าจะใช้อำนาจตามมาตรา 44 ยืดเวลาชำระเงินที่ผู้ประกอบการธุรกิจมือถือสองรายยังค้างจ่ายให้รัฐ ไปเป็นการผ่อนชำระนาน 5 ปี ด้วยอัตราดอกเบี้ยเพียงร้อยละ 1.5 ต่อปี ซึ่งต่ำมากเมื่อเทียบกับการที่ประชาชนต้องจ่ายเพื่อกู้เงินซื้อบ้าน ซื้อรถยนต์ หรือประกอบธุรกิจการค้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ เห็นด้วยและสนับสนุนข้อมูลของนักวิชาการและผู้นำภาคประชาสังคม ที่เสนอว่ายังไม่มีเหตุจำเป็นใดเลยที่รัฐต้องยอมเอาประโยชน์ของคนไทยไปช่วยเหลือบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งสอง หากรัฐบาลและ คสช.มั่นใจว่ามาตรการช่วยเหลือที่จะออกมาปราศจากผลประโยชน์ทับซ้อน ควรใช้กลไกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่นำไปสู่การตรวจสอบอย่างเปิดเผยรอบด้าน รวมทั้งขอให้บุคคลในคณะรัฐมนตรีและ คสช.ต้องร่วมกันรับผิดหากเกิดการฟ้องร้องเอาผิดทางกฎหมายในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ควรแยกพิจารณาวิธีการช่วยเหลือผู้ประกอบการในธุรกิจทีวีดิจิทัลออกจากการพิจารณากรณีโทรศัพท์มือถือ เพราะมีเงื่อนไขทางธุรกิจและเทคโนโลยีที่แตกต่างกัน อนึ่ง การใช้อำนาจพิเศษตามมาตรา 44 นั้นควรใช้เพื่อการอันจำเป็นเพื่อประโยชน์ส่วนรวมโดยแท้จริง มิเช่นนั้นจะเป็นการทำลายหลักนิติรัฐและทำลายความน่าเชื่อถือของประเทศในระยะยาว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวิเชาวน์ รักพงษ์ไพโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มบริษัท (ร่วม) บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เหตุผลที่บริษัทขอรัฐบาลให้ออกมาตรา 44 เนื่องจากปีที่แล้วผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลได้รับการช่วยเหลือ เพราะราคาประมูลทีวีดิจิทัลสูงกว่าราคาที่ตั้งไว้ 2 เท่า ทรูจึงเห็นว่าเมื่อการประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz ที่ผ่านมามีราคาสูงกว่าราคาเริ่มต้นถึง 6 เท่า จึงน่าจะขอความช่วยเหลือจากรัฐได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทรูจึงยื่นขอความกรุณาจากรัฐบาล โดยเฉพาะในประเด็นการขยายเวลาชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาต ขอขยายระยะเวลางวดที่ 4 ที่ต้องจ่ายเงินที่เหลือทั้งหมด 6 หมื่นล้านบาท ออกเป็น 10 งวด และไม่จ่ายดอกเบี้ย ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว กสทช.และรัฐจะช่วยด้วยการขยายงวดการชำระเหลือแค่ 5 งวด และจ่ายดอกเบี้ยก็ตาม อย่างไรก็ตามยืนยันว่าสิ่งที่ขอความช่วยเหลือไม่ได้ทำให้รัฐเสียผลประโยชน์ &amp;nbsp;เพราะบริษัทยังคงชำระค่าธรรมเนียมพร้อมดอกเบี้ย การอ้างว่าทรูทำให้เกิดความเสียหายเป็นหมื่นล้านนั้นไม่เป็นความจริง ทรูได้วางแบงก์การันตีไว้กับ กสทช.และธนาคารพาณิชย์เองเชื่อมั่นในศักยภาพทางการเงินของทรู&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การจะเข้าร่วมประมูลคลื่นหรือไม่ขึ้นอยู่กับบอร์ดบริษัท ไม่ว่ารัฐบาลจะตัดสินใจอย่างไรทรูก็ยอมรับ &amp;nbsp;และต้องยอมรับว่าหากไม่มีการขยายเวลาในการชำระเงินออกไป การเข้าประมูลคลื่นความถี่ครั้งหน้าอาจจะลำบาก ถ้ารัฐบาลช่วยเราจะมีโอกาสเตรียมการลงทุนด้านอื่น โดยเฉพาะการลงทุนรับกับเทคโนโลยีใหม่ที่จะมา เช่น ดิจิทัล แพลตฟอร์ม เราตอบแทนบอร์ดไม่ได้ว่าเราจะเข้าประมูลหรือไม่ เชื่อว่าถ้ามีการช่วยเหลือโดยรวมทุกโอเปอเรเตอร์จะได้ประโยชน์ อุตสาหกรรมโทรคมนาคมมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจ ถ้ามีการช่วยเหลือทุกคนจะได้ประโยชน์&amp;quot; นายวิเชาวน์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่มีการกล่าวอ้างว่าทรูมีกำไรนั้น หากมองไปที่ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลที่รัฐบาลช่วยเหลือ มีทั้งรายที่มีกำไรและขาดทุน จึงเชื่อว่ารัฐบาลจะไม่เลือกปฏิบัติ เรื่องนี้ไม่คิดเลยว่าเรื่องง่ายๆ จะกลายเป็นเรื่องเข้าป่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีรวัฒน์ เกียรติพงษ์ถาวร หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านธุรกิจสัมพันธ์และองค์กร บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด กล่าวว่า หากรัฐบาลมีมติให้ผ่อนผันการชำระเงินประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 &amp;nbsp;MHz ในงวดที่ 4 ดังกล่าวออกไปจะเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติโดยรวม โดยบริษัทจะสามารถนำงบประมาณไปเข้าร่วมการประมูลคลื่นความถี่ย่านอื่นๆ ในครั้งต่อไปที่ กสทช.กำหนดขึ้น และที่สำคัญบริษัทจะสามารถนำเงินมาลงทุนขยายโครงข่ายระบบสื่อสารโทรคมนาคมด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลใหม่ๆ ซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในการนำไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลใหม่ๆ เพื่อให้บริการลูกค้า &amp;nbsp;ส่งผลให้ประเทศมีความก้าวหน้ามั่นคง และที่สำคัญเป็นแรงขับเคลื่อนพัฒนาประเทศให้ก้าวสู่ไทยแลนด์ &amp;nbsp;4.0 ตามนโยบายรัฐบาลต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายราจีฟ บาวา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มกิจการองค์กรและพัฒนาธุรกิจ บริษัท โทเทิ่ล &amp;nbsp;แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค เปิดเผยว่า ดีแทคไตรเน็ตได้ยื่นจดหมายข้อเสนอ พร้อมทั้งแสดงความคิดเห็นต่อการประมูล 1800 MHz แก่ กสทช. เพื่อเรียกร้องให้พิจารณาทบทวนกฎเกณฑ์การประมูลเดิม ดังนี้ 1.ไม่ควรกำหนดราคาขั้นต่ำของการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ โดยอิงกับราคาชนะการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz เมื่อปี 2558 แต่ควรกำหนดให้ต่ำลงเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำคลื่นไปใช้ได้มากขึ้นเพื่อประโยชน์ของผู้ใช้บริการและสังคมโดยรวม 2.การกำหนดขนาดคลื่นความถี่จำนวน 3 ชุดคลื่นความถี่ ชุดละ 2x15 MHz ไม่เหมาะสมในทางปฏิบัติ ขณะที่การกำหนดใบอนุญาตเป็น 9 ชุดคลื่นความถี่ ชุดละ 2x5 MHz นั้น จะเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมการประมูลแต่ละรายสามารถเลือกประมูลคลื่นความถี่ตามความต้องการของตนเองได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;3.ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับเงื่อนไข การนำคลื่นออกประมูลโดยกำหนดให้จำนวนชุดคลื่นความถี่น้อยกว่าจำนวนผู้เข้าประมูล หรือเงื่อนไข N-1 เพราะจะยิ่งทำให้ประเทศสูญเสียโอกาสที่จะนำคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz มาใช้อย่างเต็มที่เพื่อพัฒนาประเทศตามนโยบาย Thailand 4.0 และ 4.การที่เอไอเอสกับทรูได้ยื่นเรื่องขอผ่อนผันการชำระเงินประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 MHz หลังจากการประมูลคลื่นความถี่ตั้งแต่ปี 2558 นั้น เป็นสิ่งที่ยืนยันได้ชัดเจนว่าผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้รับแรงกดดันจากภาระด้านการเงินที่สูงมาก บริษัทจึงขอให้ กสทช.พิจารณาทบทวนเงื่อนไขการกำหนดงวดและระยะเวลาการชำระเงินประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz และคลื่นความถี่ย่านอื่นๆ ในอนาคต.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6796</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช., นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์, บิ๊กป้อม, ประมูลคลื่นรอบใหม่, ผ่อนผันการชำระค่าธรรมเนียม, ภาระด้านการเงิน, ม.44, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไทยแลนด์4.0</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180409/image_big_5acb762a2e967.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
