<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>36159</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2019 11:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2019 11:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลั่นดึงเอกชนร่วมทุน5โครงการอีอีซีเสร็จมิ.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ค.2562 นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(สกพอ.) เปิดเผยถึงหลังการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่องแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี)แบบบูรณาการ ว่า การดำเนินงานของ สกพอ.วางไว้ 4 ระยะ โดยระยะแรกเป็นการออกกฎหมายและวางแผนทำงานร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ แล้วเสร็จ ขณะนี้อยู่ในระยะที่ 2 คือการผลักดันลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 5 โครงการ ลงทุนรวม 650,000 ล้านบาท ได้แก่ รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดเฟส 3 &amp;nbsp;ท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 สนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก และศูนย์ซ่อมอากาศยานอู่ตะเภา (เอ็มอาร์โอ) คาดว่าจะสามารถสรุปในร่างสัญญาเงื่อนไขการร่วมลงทุนกับรัฐทั้งหมดได้ภายในมิ.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขณะนี้ได้หารือกับอัยการในการเร่งดูสัญญาที่เหลือให้เร็ว แต่การลงนามในสัญญานั้นบางส่วนอาจจะต้องไปรอรัฐบาลหน้าก็ไม่เป็นไรเพราะถึงอย่างไรก็ต้องเป็นไปตามนี้อยู่แล้ว ส่วนแหลมฉบังที่มีเอกชนยื่นฟ้องศาลปกครองก็คงต้องดูไม่รับฟ้องก็เดินไปตามปกติ ถ้ารับฟ้องก็ต้องดูว่าเป็นประเด็นไหน &amp;nbsp;แต่จะขอศาลฯให้ช่วยพิจารณาเร็วเพื่อไม่มีผลกระทบให้ล่าช้าได้ ส่วนสนามบินที่เขาฟ้องนั้นขอให้เอาข้อมูลมาทำงานก่อนถ้าศาลฯบอกอย่างนี้กระบวนการก็ทำได้ไม่ได้ยากอะไร เดือนมิ.ย.ก็น่าจะเสร็จแต่ก็คงต้องรอศาลฯ โดยการลงทุน 5 โครงสร้างพื้นฐานเม็ดเงินน่าจะทยอยเข้ามาช่วงปลายปีนี้และจะพีคสุดในช่วงปี 2563-64 ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างมาก&amp;rdquo;นายคณิศ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการขับเคลื่อนในระยะที่ 3 จะเร่งรัดการลงทุนใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายและเพิ่มเติมอีก 2 อุตสาหกรรม(10+2) ได้แก่อุตสาหกรรมการป้องกันประเทศและอุตสาหกรรมพัฒนาคนและการศึกษา เพื่อให้สอดรับกับกำลังแรงงานในอีอีซีภาพรวมโดยจะเน้นหนักในปีนี้และครึ่งปีหลัง &amp;nbsp; และระยะที่ 4 เป็นการพัฒนาเมืองใหม่ที่ขณะนี้กำลังหารือในการวางผังเมืองที่จะอยู่บริเวณ 30 กิโลเมตรรอบสนามบิน อู่ตะเภา ทั้งนี้ก็เพื่อให้การพัฒนามีรูปแบบที่ชัดเจนเป็นระเบียบไม่ให้เกิดปัญหาเช่นกรุงเทพมหานครโดยจะเริ่มในไตรมาส 4&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายคณิศ กล่าวถึงการหารือครั้งนี้ว่า การทำงานนั้นมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาหลายกลุ่มและแบ่งแยกงบประมาณเป็นหลายก้อนเช่น งบประมาณปกติ งบบูรณาการตามยุทธศาสตร์อีอีซี และงบท้องถิ่นขององค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)และองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)ด้วย และที่สนใจคือการลงทุนของเอกชนและรัฐควรจะเดินไปพร้อมกันที่ประชุมจึงวางแผนที่จะทำอย่างไรให้การใช้งบประมาณหลายๆส่วนให้เห็นภาพด้วยกันเพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ก่อนหน้านี้ได้มีการหารือถึงรายได้ที่จะเข้ามาพัฒนาท้องที่เพิ่มเติมในอนาคตซึ่งมีแนวคิดในเรื่องของการเก็บภาษีลาภลอย ซึ่งเป็นการเก็บจากของเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ได้รับประโยชน์จากการลงทุนโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐโดยเฉพาะในส่วนของรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน หลักการได้หารือกับคลังแต่ก็ยังเป็นแนวคิดและต้องมาดูว่าภาษีลาภลอยนี้จะเข้าไปท้องถิ่นอย่างไร และส่วนกลางเท่าใด มันยังต้องมีกระบวนการอีกมากและต้องไปดูร่างพ.ร.บ.ภาษีลาภลอยด้วยเพราะขณะนี้ยังไม่ได้ผ่านการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)&amp;rdquo;นายคณิศ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36159</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณิศ แสงสุพรรณ, ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดเฟส 3, ท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3, ประมูลรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน, ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 5 โครงการ, ศูนย์ซ่อมอากาศยานอู่ตะเภา, สนามบินอู่ตะเภา, อีอีซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180219/image_big_5a8af46db0be8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21061</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/10/2018 00:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/10/2018 08:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอาแน่ กลุ่ม BSR พร้อมลุยประมูลรถไฟเชื่อม3สนามบิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บีทีเอส เผย กลุ่ม BSR &amp;nbsp;พร้อมเดินหน้าประมูลรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ในวันที่ 12 พ.ย.นี้ จับมือพันธมิตรให้บริการจ่ายค่าตั๋วรถไฟฟ้าบีทีเอสได้หลายช่องทาง ตั้งเป้ามียอดแตะ 5 แสนใบในสิ้นปี 61&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ของบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)หรือ BTSC เปิดเผยว่า กลุ่มกิจการร่วมค้าบีเอสอาร์( BSR) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง BTS, บริษัท ซิโน-ไทยเอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด(มหาชน) หรือ (STEC) และ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้งจำกัด(มหาชน) หรือ(RATCH) ยืนประมูลโครงการก่อสร้าง ประมูลโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ซึ่งทางกลุ่ม BSR ในวันที่ 12 พ.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรพงษ์ กล่าวว่า กลุ่ม BSR คาดว่าจะไม่ยื่นข้อเสนอพิเศษที่ไม่ได้กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวนประมูล (TOR) หรือซองที่ 4 เพราะมีเวลาไม่มาก และการเสนอซองที่ 4 ไม่มีผลต่อการตัดสินการคัดเลือกเป็นผู้ดำเนินโครงการนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตอนนี้พันธมิตรของเรา กลุ่ม BSR พร้อมเข้ายื่นซองประมูลในวันที่ 12 พ.ย. ดูเงื่อนไขการประมูลยาก แต่เรามั่นใจข้อเสนอของเราที่ยื่นเข้าไป ส่วนปตท.สามารถเข้ามาร่วมดำเนินการได้ในภายหลังการประมูล ซึ่งเราก็จะขออนุมัติจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)&amp;quot;นายสุรพงษ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้หากกลุ่ม BSR &amp;nbsp;ชนะการประมูลก็อาจจะหาพันธมิตรรายอื่นเข้าร่วมด้วยเช่น บริษัทปตท จำกัด(มหาชน) ที่ประกาศก่อนหน้านี้ว่าจะร่วมลงทุนกับกูธนาคารข้อมูลหากปตท. จะร่วมทุนก็ต้องหาลือกับการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)ว่าจะดำเนินการได้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้กลุ่ม BSR ยังสนใจเข้าร่วมประมูลงานการดำเนินงานและบำรุงรักษา (Operation and Maintenance: O&amp;amp;M) โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน-นครราชสีมา วงเงิน 3.32 หมื่นล้านบาท และทางหลวงพิเศษหมายเลข 81 (สายบางใหญ่-กาญจนบุรี) วงเงิน 2.78 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นของกรมทางหลวง ที่เตรียมจะเปิดประมูลเร็วๆนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ BTS &amp;nbsp;ได้จับมือกับ แรบบิท-ไลน์เพย์ ผู้นำด้านบริการโมบายล์เพย์เมนท์จับมือบัตรแรบบิทพัฒนาร่วมกันเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการ ที่สามารถทำได้เองผ่านมือถือ ไม่ว่าจะเป็นการเติมเงิน ซื้อเที่ยวเดินทาง เช็คยอดเงินคงเหลือ และแสดงประวัติการเดินทาง พร้อมทั้งเลือกวิธีการชำระเงินได้หลากหลายช่องทาง &amp;nbsp;ด้วยการตัดค่าโดยสารจากเงินใน e-wallet ของแรบบิท-ไลน์เพย์ หรือตัดจากบัตรเครดิต หรือบัตรเดบิตของผู้ใช้บริการที่ผูกไว้ กับแรบบิท-ไลน์เพย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรพงษ์ กล่าวว่า การบริการรูปแบบใหม่จะทำให้ผู้โดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอสได้รับความสะดวกสบายในการชำระค่าโดยสารทั้งเติมเงิน และเติมเที่ยวเดินทางเพิ่มมากขึ้น พร้อมทั้งสามารถตรวจสอบประวัติการเดินทางด้วยตัวเองผ่านแอพพลิเคชั่นในครั้งนี้ ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่าทั้งสององค์กรจะร่วมกันพัฒนาบริการในด้านอื่นๆ เพื่อทำให้ผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส ได้รับความสะดวกสบายอย่างที่สุดต่อไป
นายจิน วู ลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แรบบิท-ไลน์เพย์ จำกัด กล่าวว่าบริการดังกล่าวยังมีการแจ้งเตือนสำหรับการหักค่าโดยสาร หรือการซื้อเที่ยวเดินทางบีทีเอสผ่านทาง LINE รวมถึงการแจ้งเตือนกรณีเงินคงเหลือไม่เพียงพอต่อการชำระค่าโดยสารบีทีเอส ซึ่งสร้างความมั่นใจ โปร่งใส และตรวจสอบได้ พร้อมกับเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้าที่ใช้บริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามปัจจุบัน ณ เดือนตุลาคม 2561 จำนวนผู้ใช้บริการแรบบิท-ไลน์เพย์ อยู่ที่ 5 ล้านคน อัตราการเติบโตของผู้ใช้สูงถึง 50% ในเวลาไม่ถึง 6 เดือนที่ผ่านมาถือเป็นการเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีจำนวนร้านค้าที่รับชำระด้วยแรบบิท-ไลน์เพย์มากกว่า 50,000 แห่งทั่วประเทศ &amp;nbsp;และมีแผนการขยายให้ถึง 60,000 ร้านค้า ภายในสิ้นปี 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ปัจจุบันทางแรบบิท-ไลน์เพย์ ได้เปิดให้บริการผูกบัตรแรบบิท กับบริการแรบบิท-ไลน์เพย์ ทั้งสิ้น 20 บูธ บนสถานี BTS &amp;nbsp;จำนวน15 สถานี (ให้บริการจนถึง 30 พ.ย. 2561) ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ใช้บริการจำนวนมาก ดังนั้นเพื่อให้เพียงพอกับความต้องการใช้บริการของลูกค้า วันนี้ลูกค้าสามารถผูกใช้บริการได้ที่ห้องจำหน่ายตั๋วบนสถานีบีทีเอสทุกสถานีได้อีกช่องทางหนึ่ง ซึ่งเราตั้งเป้าจำนวนบัตรที่ผูกใช้บริการ ทั้งสิ้น 500,000 ใบ ภายในสิ้นปี 2561&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21061</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มกิจการร่วมค้าบีเอสอาร์( BSR), บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), ประมูลรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน, สุรพงษ์ เลาหะอัญญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181031/image_big_5bd895b3dd57c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
