<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109050</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/07/2021 14:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/07/2021 14:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กสทช. เคาะเลื่อนวันประมูลสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมเป็น 28 ส.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ค. 2564 นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (รักษาการแทน เลขาธิการ กสทช.) กล่าวว่า ที่ประชุม กสทช. เมื่อวันที่ 7 ก.ค. 2564 ได้มีมติรับทราบผลการดำเนินการตามกระบวนการคัดเลือกและวันจัดการประมูลสำหรับการอนุญาตให้ใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมในลักษณะจัดชุด (Package) ที่สำนักงาน กสทช. ได้เปิดให้ผู้สนใจเข้ามายื่นเอกสารหลักฐานเพื่อเข้าร่วมการคัดเลือกฯ ในวันที่ 5 ก.ค. ที่ผ่านมา โดยมีบริษัท ทีซี สเปซ คอนเน็ค จำกัด เข้ามายื่นเอกสารเข้าร่วมการคัดเลือกเพียงรายเดียว ดังนั้นเพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจเข้าร่วม และก่อให้เกิดการแข่งขันเสรีอย่างเป็นธรรมในการประมูล ประกอบกับได้พิจารณาถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในปัจจุบันแล้ว ที่ประชุม กสทช. จึงได้มีมติเห็นชอบกำหนดการใหม่สำหรับการประมูลการอนุญาตให้ใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมในลักษณะจัดชุด (Package) ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 8 ก.ค.- 6 ส.ค. 2564 : เปิดให้มีการรับเอกสารการคัดเลือกเพิ่มเติม
วันที่ 9 ส.ค. 2564 : จัดการประชุมสัมมนาเพื่อชี้แจงกระบวนการประมูลและกรอกแบบคำขอรับอนุญาต (public information session)
วันที่ 11 ส.ค. 2564 : ผู้ประสงค์ขอรับอนุญาตยื่นคำขอรับอนุญาตและวางหลักประกันการขอรับอนุญาต
วันที่ 18 ส.ค. 2564 : ประกาศรายชื่อผู้ที่ผ่านคุณสมบัติเป็นผู้เข้าร่วมการคัดเลือก
วันที่ 24 ส.ค. 2564 : ประกาศรายชื่อผู้เข้าร่วมการคัดเลือกที่ผ่านเกณฑ์ข้อเสนอด้านประสบการณ์และความสามารถด้านการเงิน เพื่อเป็นผู้เข้าร่วมการประมูล
วันที่ 25 ส.ค. 2564 : จัดการประชุมสัมมนาเพื่อชี้แจงขั้นตอนการประมูล (bidder information session) และการประมูลรอบสาธิต (mock auction)
วันที่ 28 ส.ค. 2564 : วันประมูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไตรรัตน์ กล่าวว่า สำหรับเรื่องการจัดการประมูลการอนุญาตให้ใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมในลักษณะจัดชุด (Package) ที่ กสทช. จัดขึ้นนั้น สำนักงาน กสทช. ขอเรียนชี้แจงเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง ดังนี้&amp;nbsp;1. การจัดการประมูลการอนุญาตให้ใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมในลักษณะจัดชุด (Package) นั้น กสทช. มีหน้าที่และอำนาจตามกฎหมายในการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการอนุญาตให้มีการใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม และการพิจารณาอนุญาตดังกล่าว ตามมาตรา 27 (14/1) แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และมีหน้าที่ที่ต้องรักษาไว้ซึ่งสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมอันเป็นสมบัติของชาติเพื่อใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชน ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. การจัดประมูลในครั้งนี้ กสทช. ได้เริ่มดำเนินการตามหน้าที่ที่กำหนดตามกฎหมายเมื่อปี พ.ศ. 2562 และได้ดำเนินการอย่างเป็นขั้นเป็นตอนมาโดยตลอด เนื่องจากประเทศไทยมีความจำเป็นที่ต้องรักษาไว้ซึ่งสิทธิในการเข้าใช้
วงโคจรดาวเทียม ซึ่งในการรักษาสิทธิดังกล่าว เราจำเป็นต้องมีการใช้งานบนดาวเทียมจริง เพราะหากประเทศไทยถูก ITU ตรวจสอบแล้วพบว่าไม่ได้มีการใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมที่ได้รับจริงภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ หรือไม่ได้ใช้งานอย่างต่อเนื่อง (ไม่มีการใช้คลื่นความถี่บนดาวเทียมจริง) ย่อมมีโอกาสเกิดความเสี่ยงที่ประเทศไทยจะถูกยกเลิกสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมและคลื่นความถี่ที่ไม่มีการใช้งานจริง ออกจากทะเบียนความถี่หลักระหว่างประเทศได้ (Master International Frequency Register) และส่งผลให้ประเทศไทยสิ้นสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมของข่ายงานดาวเทียมที่ กสทช. นำมาประมูลในครั้งนี้ เป็นสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมของข่ายงานดาวเทียมที่ยังไม่มีผู้รับอนุญาตใช้งาน รวมทั้งสิทธิที่การอนุญาตเดิมกำลังจะสิ้นสุดลงในอนาคตอันใกล้ นำมาดำเนินการจัดสรรพร้อมกัน โดยไม่ได้รอนสิทธิในการบริหารทรัพย์สินหลังสิ้นสุดสัญญาสัมปทานของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กระทรวง ดีอีเอส) แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. สำหรับการจัดประมูลสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมในลักษณะจัดชุด (Package) ในครั้งนี้ กสทช. มีหน้าที่ตามกฎหมาย เนื่องจากในระหว่างการสรรหา กสทช. ชุดใหม่ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับดูแลการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2564 บัญญัติให้ กสทช. ที่ดำรงตำแหน่งหรือปฏิบัติหน้าที่อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ยังคงดำรงตำแหน่งหรือปฏิบัติหน้าที่ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ด้วยเงื่อนเวลา และข้อจำกัดต่างๆ แต่ กสทช. ก็ยังคงดำเนินการจัดการประมูลการอนุญาตให้ใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมในลักษณะจัดชุด (Package) ในครั้งนี้ ด้วยความมุ่งหวังที่จะส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมของประเทศไทยอย่างมีประสิทธิภาพ และให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งสนับสนุนให้เกิดการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรมในการประกอบกิจการดาวเทียม ตลอดจนจัดสรรสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมที่สะท้อนมูลค่าทรัพยากรที่มีอยู่ให้มากที่สุด เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชนโดยคำนึงถึงความมั่นคงของรัฐ และความเป็นไปได้ทั้งในทางเทคนิคและทางธุรกิจ&amp;rdquo; นายไตรรัตน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่านเพิ่มเติม&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดีอีเอส เบรก &amp;#39;กสทช.รักษาการ&amp;#39;ประมูลดาวเทียม 24 ก.ค.นี้ ย้ำควรรอบอร์ดชุดใหม่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109050</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช., ประมูลวงโคจรดาวเทียม, เลื่อนประมูล, ไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210708/image_big_60e6a6576a412.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102656</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2021 13:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2021 13:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กสทช. เคาะวัน 24 ก.ค.เปิดประมูลสิทธิวงโคจรดาวเทียม ครั้งแรกของประเทศไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (รองเลขาธิการ กสทช.) กล่าวว่า วันนี้ (12 พ.ค. 2564) ที่ประชุม กสทช. มีมติเห็นชอบต่อ (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมในลักษณะจัดชุด (Package) ซึ่งสำนักงาน กสทช. ได้ปรับปรุงภายหลังจากการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะเพิ่มเติมแล้ว และให้นำไปประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้มีผลบังคับใช้ต่อไป พร้อมทั้งเห็นชอบกรอบเวลาการดำเนินการประมูลฯ โดยกำหนดวันที่ 24 ก.ค. 2564 เป็นวันประมูลการอนุญาตให้ใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมในลักษณะจัดชุด (Package) ครั้งแรกของประเทศไทย โดยผู้เข้าร่วมประมูลได้ต้องผ่านเกณฑ์ด้านประสบการณ์ก่อน จึงจะสามารถเข้าร่วมแข่งขันการประมูลได้ โดยจะใช้วิธีการประมูลทีละชุด แบบ Sequential Ascending Clock Auction (SACA)&amp;nbsp;

พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ กล่าวว่า รายละเอียดของกรอบเวลาในการดำเนินการประมูลฯ เป็นดังนี้
1. เปิดให้รับคำขอ วันที่ 21 พ.ค. 2564
2. การให้ข้อมูลสำหรับการเตรียมเอกสารที่ใช้ในวันขอรับอนุญาต วันที่ 22 พ.ค. &amp;ndash; 20 มิ.ย. 2564
3. เปิดให้ยื่นขอรับอนุญาต วันที่ 21 มิ.ย. 2564
4. ประกาศรายชื่อผู้เข้าร่วมการคัดเลือก วันที่ 5 ก.ค. 2564
5. ประกาศรายชื่อผู้ผ่านเกณฑ์ประสบการณ์ วันที่ 12 ก.ค. 2564
6. การให้ข้อมูลเกี่ยวกับการประมูลสำหรับผู้เข้าร่วมประมูล และ Mock Auction วันที่ 19 &amp;ndash; 21 ก.ค. 2564
7. วันประมูล 24 ก.ค. 2564
8. ประชุม กสทช. รับรองผลการประมูล ภายใน 7 วัน
รองเลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า ชุดข่ายงานดาวเทียมทั้ง 4 ชุด ที่จะนำมาประมูลในครั้งนี้ ได้แก่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชุดที่ 1 ประกอบด้วย วงโคจร 50.5E (ข่ายงาน C1, N1 และ P1R) และ วงโคจร 51E (ข่ายงาน 51) ราคาขั้นต่ำ 676.914 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชุดที่ 2 ประกอบด้วย วงโคจร 78.5E (ข่ายงาน A2B และ 78.5E) ราคาขั้นต่ำ 366.488 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชุดที่ 3 ประกอบด้วย วงโคจร 119.5E (ข่ายงาน IP1, P3 และ 119.5E) และ วงโคจร 120E (ข่ายงาน 120E) ราคาขั้นต่ำ 392.950 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชุดที่ 4 ประกอบด้วย วงโคจร 126E (ข่ายงาน 126E) และ วงโคจร 142E (ข่ายงาน G3K และ N5) ราคาขั้นต่ำ 364.687 ล้านบาท
&amp;ldquo;การประมูลการอนุญาตให้ใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมในลักษณะจัดชุด (Package) ครั้งนี้ เป็นครั้งแรกที่จะเกิดการอนุญาตและเปิดตลาดเสรีดาวเทียมไทย ซึ่งเป็นการเปลี่ยนผ่านจากระบบสัมปทานไปสู่ระบบการอนุญาต โดยสัมปทานดาวเทียมไทยคมถือเป็นสัมปทานด้านการสื่อสารสุดท้ายของประเทศไทยที่จะสิ้นสุดในวันที่ 10 กันยายน 2564 นี้ ส่งผลให้กิจการดาวเทียมไทยมีการเดินหน้าต่อยอดต่อไปได้อย่างโปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อที่จะให้ประชาชนได้รับบริการจากเทคโนโลยีใหม่ของดาวเทียมที่มีความก้าวกระโดดทั้งในส่วนของดาวเทียม Broadcast และ Broadband ต่อไป&amp;rdquo; พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ฯ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102656</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช, ประมูลวงโคจรดาวเทียม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210512/image_big_609b7c2969355.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85747</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/12/2020 15:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/12/2020 15:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กสทช.&#039;เตรียมเปิดประมูลวงโคจรดาวเทียมครั้งแรกในประเทศไทย ด้านเอกชนโวยไมใช่เรื่องภาครัฐหาเงิน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 พ.ย. 2563 พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 2 ธันวาคม 2563 สำนักงาน กสทช. ได้จัดการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะต่อ (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมในลักษณะจัดชุด (Package) เพื่อรับฟังความคิดเห็นตามมาตรา 28 แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 ซึ่งได้ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุม กสทช. เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสาระสำคัญของร่างประกาศฉบับนี้ คือ การนำสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมหรือที่เรียกว่าเอกสารข่ายงานดาวเทียม (Satellite Network Filing) ทั้งหมดที่ประเทศไทยมีอยู่ ทั้งในขั้นสมบูรณ์และขั้นต้น มาจัดเป็นชุด (Package) ตามวงโคจร (Slot) ทั้งหมด 4 ชุด พร้อมกำหนดราคาขั้นต่ำ เพื่อจะนำสิทธิดังกล่าวมาอนุญาตตามหลักเกณฑ์และวิธีการ โดยชุดข่ายงานดาวเทียมทั้ง 4 ชุด ได้แก่ ชุดที่ 1 ประกอบด้วย วงโคจร 50.5E (ข่ายงาน C1, N1 และ P1R) และ วงโคจร 51E (ข่ายงาน 51) ราคาขั้นต่ำ 728.199 ล้านบาท,ชุดที่ 2 ประกอบด้วย วงโคจร 78.5E (ข่ายงาน A2B และ LSX2R) ราคาขั้นต่ำ 366.488 ล้านบาท,ชุดที่ 3 ประกอบด้วย วงโคจร 119.5E (ข่ายงาน IP1, P3 และ LSX3R) และ วงโคจร 120E (ข่ายงาน 120E) ราคาขั้นต่ำ 748.565 ล้านบาท,ชุดที่ 4 ประกอบด้วย วงโคจร 126E (ข่ายงาน 126E) และ วงโคจร 142E (ข่ายงาน G3K และ N5) ราคาขั้นต่ำ 364.687 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การประเมินราคาขั้นต่ำนั้น คำนวณตามต้นทุนที่เกิดขึ้นจริงในการให้ได้มาซึ่งเอกสารข่ายงานดาวเทียมในแต่ละข่ายงาน เช่น มูลค่าเริ่มต้นในการขอข่ายงาน หรือ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นกับ ITU เป็นต้น รวมกับมูลค่าโอกาสในการเข้าสู่ธุรกิจ ทำให้ข่ายงานที่อยู่ในขั้นสมบูรณ์มีมูลค่ามากกว่าขั้นต้น เนื่องจากสามารถสร้างและส่งดาวเทียมเข้าสู่วงโคจรเพื่อประกอบการได้ทันที อย่างไรก็ตามนอกเหนือจากผู้ที่ได้รับการคัดเลือกต้องชำระค่าธรรมเนียมตามราคาที่เสนอสูงสุดแล้ว ยังต้องชำระค่าธรรมเนียมการอนุญาตให้ใช้สิทธิการใช้วงโคจรดาวเทียมรายปีในอัตรา 0.25 % ของรายได้ก่อนหักค่าใช้จ่าย รวมทั้งค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่ 3 ในอัตราไม่เกิน 1.5 % และ ค่าธรรมเนียม USO ในอัตรา 2.5 % ของรายได้ก่อนหักค่าใช้จ่าย ตลอดจนค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงที่เกี่ยวกับการประสานงานคลื่นความถี่ และตามที่ ITU เรียกเก็บอีกด้วย
พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ กล่าวว่า สำหรับวิธีการคัดเลือกนั้นแม้ตามกฎหมายไม่ได้กำหนดว่าต้องใช้วิธีการประมูล อย่างไรก็ตามเพื่อให้เกิดความโปร่งใส และสร้างสมดุลในเรื่องการรักษาสิทธิและประโยชน์ที่ประเทศชาติ และประชาชนจะได้รับ จึงได้กำหนดวิธีการคัดเลือกเป็น 2 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 การพิจารณาข้อเสนอด้านประสบการณ์และความสามารถในการดำเนินการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนขั้นตอนที่ 2 การพิจารณาข้อเสนอด้านราคา โดยเลือกผู้ชนะจากการยื่นข้อเสนอด้านราคาสูงสุด โดยผู้ชนะในแต่ละชุดจะได้รับการอนุญาตให้ใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม มีอายุการอนุญาต 20 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามข้อคิดเห็นที่ได้รับจากการรับฟังความคิดเห็นในเบื้องต้นโดยสรุปนั้น ผู้ประกอบการยังมีความกังวลในเรื่องราคาขั้นต่ำและค่าธรรมเนียมที่เกรงว่าจะเป็นภาระทำให้ไม่สามารถแข่งขันกับดาวเทียมต่างชาติได้ เนื่องจากการเปลี่ยนมาสู่ระบบการอนุญาตครั้งนี้ไม่ใช่ในลักษณะให้สิทธิแบบระบบสัมปทานและในอนาคตยังมีการเข้ามาแข่งขันจากดาวเทียมต่างชาติที่ กสทช. กำหนดค่าธรรมเนียมไว้เพียง 3.2% เท่านั้น ขณะเดียวกันกับภาครัฐที่กังวลกับรายได้ที่จะได้ว่าน้อยเกินไปหรือไม่จากราคาขั้นต่ำทั้ง 4 ชุดรวมกัน 2,207.939 ล้านบาท แต่เมื่อเปรียบเทียบกับสัญญาสัมปทานเดิมที่รัฐได้รับประกันรายได้ขั้นต่ำเพียง 1,415 ล้านบาท กับระยะเวลาผูกขาด 30 ปี รวมทั้งในประเด็นข้อจำกัดด้านเวลาของบางข่ายงานที่ต้องรีบดำเนินการสร้างและส่งดาวเทียมเข้าสู่วงโคจรทำให้ต้องมั่นใจได้ว่าผู้ชนะและได้รับการอนุญาตต้องมีความพร้อมจริงในการดำเนินการไม่มีการทิ้งงานเพราะจะส่งผลเสียหายต่อสิทธิวงโคจรของประเทศไทยจึงควรมีบทลงโทษที่ชัดเจนหรือป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กิจการดาวเทียมไทยจะเปลี่ยนจากระบบสัมปทานมาสู่ระบบใบอนุญาตอย่างเป็นรูปธรรม และเป็นการแก้ไขปัญหาการเกิดสุญญากาศหลังดาวเทียมไทยคม 8 นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2559 ที่ไม่สามารถนำดาวเทียมไทยขึ้นสู่วงโคจรได้ อย่างไรก็ตาม สำนักงาน กสทช.พร้อมที่จะนำข้อคิดเห็นต่างๆ มาพิจารณาและปรับปรุงให้มีความเหมาะสม เนื่องจากต้องยอมรับว่า กสทช.แม้มีประสบการณ์ในการประมูลคลื่นความถี่ แต่คลื่นความถี่และสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมนั้นมีความแตกต่าง ดังนั้น ครั้งนี้จึงเป็นครั้งแรกที่จะเกิดการอนุญาตหรือเปิดตลาดเสรีดาวเทียมไทย และส่งผลให้กิจการดาวเทียมไทยมีการเดินหน้าต่อยอดต่อไปได้อย่างโปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อที่จะให้ประชาชนได้รับบริการจากเทคโนโลยีใหม่ที่มีความก้าวกระโดดของดาวเทียมทั้งในส่วนของ Broadcast และ Broadband ต่อไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวแทนจากบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ให้ความเห็นว่า ราคาการประมูลสูงเกินไป และจะทำให้ผู้ประกอบการไทยเสียเปรียบต่อผู้ประกอบการดาวเทียมวงโคจรต่างประเทศ โดยเฉพาะถ้าไม่สามารถหารายได้ถึงปีละ 1,600 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ตัวแทนจาก บริษัท มิว สเปช แอนด์ แอดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด และ บริษัทที่ปรึกษากฏหมาย Compettition and Public law แสดงความคิดเห็นในทิศทางเดียวกันว่า ราคาประมูลสูงเกินไป เนื่องจากความไม่ชัดเจนของคลื่นความถี่ และยังมีบางส่วนชนกับ ดาวเทียม ไทยคม6 และไทยคม 8&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวระดับสูงจากผู้ให้บริการดาวเทียมรายหนึ่ง &amp;nbsp;เปิดเผยว่า กสทช.จะใช้วิธี บิวตี้ คอนเทสต์ ในการประมูลวงโคจรดาวเทียม แต่อีกประเด็นที่น่าแปลกคือ มีไม่กี่ประเทศในโลกที่จะจัดสรรวงโคจรดาวเทียม ด้วยวิธีการประมูลวงโคจร ซึ่งกรณีนี้อาจทำให้ประเทศไทยอาจเป็นไม่กี่ประเทศในโลกที่จัดสรรทรัพยากรของดาวเทียมด้วยวิธีการประมูล โดยทั่วไปประเทศทั่วโลกจะใช้วิธีใครมาก่อนได้ก่อน (First come First seve) สำหรับกิจการดาวเทียมเป็นเรื่องการแข่งขันในระดับภูมิภาค และระดับโลก ไม่ใช่เรื่องของภาครัฐหาเงิน ด้วยวิธีนี้อาจทำให้ผู้ประกอบการไทยมีภาระต้นทุนที่สูงขึ้นโดยไม่จำเป็น ตัวอย่างเช่น ดาวเทียมรุ่นใหม่อย่าง SpaceX ขอใบอนุญาตเป็นร้อยดวง FCC ไม่มีการประมูลใดๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มีแต่จะส่งเสริมให้ธุรกิจไทยไปแข่งขันกับต่างประเทศ อันนี้กลายเป็นว่า กสทช. ทำลายโอกาสของบริษัท ไทย ทั่วโลกเขาไม่ทำกันแต่เราจะทำ ก็คงต้องปวดหัว ต่อไปกิจการดาวเทียมของคนไทยคงยากที่จะเกิด แล้วไปแข่งขันกับต่างประเทศอย่างไร ประเด็นนี้ กสทช.ต้องมองให้เป็นประเด็นการส่งเสริมด้านเศรษฐกิจ ให้ธุรกิจดาวเทียมเติบโตไม่ใช่มีหน้าที่หาเงินเข้ารัฐอย่างเดียวโดยไม่สนใจการเติบโตของภาคเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการเติบโตในธุรกิจกิจการดาวเทียม &amp;nbsp;ซึ่งอาจจะตายด้วยมือ กสทช.&amp;rdquo; แหล่งข่าวกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85747</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช., ประมูลวงโคจรดาวเทียม, พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201202/image_big_5fc74ec0c29cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
