<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>33937</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชงยุบพรรคเฮียมิ่ง ผู้สมัครสส.เศรษฐกิจใหม่ยื่นเองแฉ&#039;นายทุนส.&#039;จุ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กกต.สั่งนับคะแนนใหม่ยกเขต 1 จังหวัดนครปฐม &amp;ldquo;ปชป.-อนค.&amp;rdquo; ได้เสียวใครจะยึดเก้าอี้ พร้อมสั่งเลือกตั้งใหม่ 2 หน่วยใน จ.ชุมพร ขอนแก่นประเดิมนับใหม่พบนับผิดแค่หน่วยละใบ อึ้ง! ลูกพรรคเฮียมิ่งชงยุบพรรคตัวเอง อ้างนายทุนจุ้น วิษณุให้ลุ้นศาลรัฐธรรมนูญรับ-ไม่รับตีความสูตรคำนวณปาร์ตี้ลิสต์ &amp;ldquo;พรเพชร&amp;rdquo; เชื่อยึดหลักกฎหมายไม่มีทางตัน พาเหรดอัดแนวคิด &amp;ldquo;ไพบูลย์&amp;rdquo; เลอะเทอะอ้างมาตรา 270 ปชป.ดีเดย์ 15 พ.ค. ได้ชื่อหัวหน้าพรรคคนใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 18 เม.ย. นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงว่าที่ประชุม กกต.มีมตินับคะแนนใหม่ในเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดนครปฐม ทุกหน่วยเลือกตั้ง หลังปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการนับคะแนนเลือกตั้งเป็นไปโดยไม่ถูกต้องตามมาตรา 124 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) โดนอาจมีผลทำให้เปลี่ยนแปลงลำดับผู้ได้รับการเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผลคะแนนของเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.นครปฐมนั้น มีหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 236 หน่วย รวมกับอีก 9 หน่วยของบัตรนอกเขตและนอกราชอาณาจักร โดยผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการที่ผ่านมา ผู้ได้คะแนนลำดับ 1 คือ พ.ท.สินธพ แก้วพิจิตร พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้คะแนน 35,762 คะแนน ส่วนอันดับสองคือ น.ส.สาวิกา ลิมปะสุวัณณะ พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ได้คะแนน 35,615 คะแนน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่ประชุมยังมีมติสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ 1 หน่วยเลือกตั้ง ได้แก่ เขตเลือกตั้งที่ 2 จังหวัดชุมพร หน่วยเลือกตั้งที่ 9 ในหมู่ที่ 7 บ้านดวงดี ต.สองพี่น้อง อ.ท่าแซะ โดยกำหนดให้ลงคะแนนในวันที่ 28 เม.ย. เนื่องจากปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผลการนับคะแนนมีจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ตรงกับจำนวนบัตรเลือกตั้งที่ใช้ออกเสียงลงคะแนน&amp;rdquo; นายแสวงกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อเวลา 10.00 น. ที่หอประชุมอำเภอน้ำพอง อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นสถานที่ที่ กกต.เขตเลือกตั้งที่ 3 จ.ขอนแก่น ได้กำหนดให้เป็นสถานที่นับคะแนนใหม่ตามคำสั่ง กกต.ที่ 181/2562 ในการนับคะแนนใหม่ในหน่วยเลือกตั้งที่ 1 ต.บัวใหญ่ จำนวน 324 ใบ และหน่วยเลือกตั้งที่ 5 ต.ม่วงหวาน อ.น้ำพองจำนวน 624 ใบนั้น นายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี กกต.ได้ลงพื้นติดตามการนับคะแนนใหม่ทั้ง 2 หน่วย ท่ามกลางการเฝ้าสังเกตการณ์จากผู้สมัคร ผู้แทนพรรคการเมืองและประชาชนอย่างพร้อมเพรียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อเวลาประมาณ 12.30 น. การนับคะแนนใหม่ก็เสร็จสิ้น โดยไม่มีข้อโต้แย้งหรือการร้องเรียนในการนับคะแนนใหม่ นายฉัตรไชยจึงให้ กกต.เขต 3 ทำการรับรองผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการทันที โดยการนับใหม่ครั้งนี้พบว่ามีคะแนนเกินมาหน่วยละ 1 คะแนน โดยในกรณี ต.บัวใหญ่ เป็นกรณีบัตรเสีย ส่วนที่ ต.ม่วงหวาน เป็นกรณีนับคะแนนให้ผู้สมัครจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เกิน 1 คะแนน ซึ่งคาดว่าทั้ง 2 กรณีเกิดจากเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งกาคะแนนผิด&amp;nbsp;
ลูกพรรคเฮียมิ่งชงยุบพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน เมื่อเวลา 11.30 น. ที่สำนักงาน กกต. ผู้สมัครพรรคเศรษฐกิจใหม่ นำโดย น.ส.อุลัยพร ไตรวงค์ย้อย, นายประยงค์ สร้างศรีหา และนายคมกฤษ สุภักดี ยื่นหนังสือถึงประธาน กกต. ขอให้ยุบพรรคเศรษฐกิจใหม่ และระงับการประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส.ของพรรค เนื่องจากถูกครอบงำจากบุคคลภายนอกที่สั่งการชี้นำไม่ให้พรรคสามารถดำเนินกิจกรรมได้โดยอิสระ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในเอกสารระบุว่า การส่งผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตทั้ง 350 เขต นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ หัวหน้าพรรค ได้ให้เงินค่าสมัคร ส.ส.คนละ 15,000 บาท โดยนัดกับว่าที่ผู้สมัครว่าหลังการประกาศรับรองผู้สมัครนายมิ่งขวัญจะนัดประชุมผู้สมัครเพื่อแนะแนวทางกับผู้สมัครอีกครั้ง แต่ปรากฏว่านายมิ่งขวัญไม่ได้นัดประชุมแต่อย่างใด จนถึงวันเลือกตั้ง ซึ่งผู้สมัครสืบทราบมาว่าการที่ไม่ได้นัดประชุมผู้สมัคร เป็นเพราะมีนายทุนพรรคที่มีชื่อย่อ ส.ได้บงการควบคุม ครอบงำชี้นำพรรคไม่ให้ดำเนินกิจกรรมทางการเมืองอย่างเป็นอิสระ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การกระทำดังกล่าวถือว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญและ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง จึงขอให้ กกต.ไต่สวนข้อเท็จจริง พร้อมสั่งระงับการประกาศคะแนนเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต และการประกาศผลการจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อไว้ จนกว่าวินิจฉัยแล้วเสร็จ และขอให้มีคำสั่งยุบพรรคเศรษฐกิจใหม่ด้วย&amp;rdquo; คำร้องระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรณีที่ กกต.ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความสูตรการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อนั้น นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ถ้าศาลไม่รับเรื่อง กกต.ต้องชี้แจงรายละเอียดเอง ถ้าชี้แจงแล้วมีใครไม่เห็นด้วยก็ต้องไปร้องต่อศาล เรื่องนี้ต้องรอดูว่าศาลจะว่าอย่างไร ถ้ารับเรื่องเอาไว้ก็หมดเรื่อง เมื่อรับแล้วจะพิจารณาช้าหรือเร็วก็ว่ากันไป แต่คิดว่าศาลต้องเร่งทำให้เสร็จก่อนวันที่ 9 พ.ค.นี้ ตามที่ กกต.ระบุว่าต้องจัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 150 วัน นับตั้งแต่วันที่กฎหมายเลือกตั้งมีผลใช้บังคับ ส่วนการพิจารณาใบเหลือง ใบส้ม และใบแดง เป็นเรื่อง ส.ส.เขต ไม่เกี่ยวกับ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ซึ่ง กกต.สามารถทำควบคู่ไปได้ แต่ถ้าศาลมีคำวินิจฉัยแล้วยังมาติดเรื่องใบเหลืองใบแดง อย่างนั้นถือเป็นความบกพร่องของ กกต.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ถ้า กกต.ประกาศรับรอง ส.ส.ไม่ทันในวันที่ 9 พ.ค.นี้ จะทำให้เกิดเดดล็อกหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบ ไม่รู้ ไว้ถึงเวลาค่อยบอกค่อยคิดกันต่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.และผู้สมัคร ส.ส.พรรค ปชป. โพสต์เฟซบุ๊กในเรื่องนี้ว่า กกต.ต้องมีแผนสำรอง เพราะที่ประชุมใหญ่ของศาลจะพิจารณาว่ารับหรือไม่รับก็ย่างเข้าไป 24 เม.ย. และหากรับ ศาลอาจต้องใช้เวลาพิจารณาอีก 2 สัปดาห์ ก็เข้าใกล้เส้นตายที่ต้องประกาศคือ 9 พ.ค.เข้าทุกที และหากมีคำพิพากษาแบบกว้างๆ แบบให้ไปดำเนินการเองโดยไม่ผิดรัฐธรรมนูญ นั่นแปลว่าบทเล่นทั้งหมดจะกลับไปอยู่ที่ กกต.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ส่วนใหญ่แผนหนึ่งจะเป็นแผนรุก และแผนสองคือแผนถอย แต่ต้องถอยที่ตนเองไม่บาดเจ็บ ไพร่พลไม่ล้มตาย เรียกว่าถอยอย่างมียุทธศาสตร์ ไม่ใช่ถอยกรูดแบบหมดรูป คงต้องรอดูและให้กำลังใจ กกต.ว่าจะมีแผนสองอย่างไร&amp;rdquo; นายสมชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย (พท.) ระบุว่า 9 พ.ค. คือเส้นตายที่ต้องประกาศรับรองผลเลือกตั้งทั้ง ส.ส.เขตและบัญชีรายชื่อ หากไม่สามารถหาข้อยุติได้ก่อนวันที่ 9 พ.ค. หรือศาลยังพิจารณาไม่เสร็จ กกต.ต้องตัดสินใจตามอำนาจหน้าที่ที่มีอยู่ คือไม่ต้องรอศาลพิจารณา เพราะหากเลยเวลาไปจะเกิดผลเสียหาย กกต.ต้องรับรองผลภายในกำหนดเวลา
พรเพชรเชื่อไม่มีถึงทางตัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) เดินทางมายื่นหนังสือ โดยขอให้เสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญตีความมาตรา 91 วรรคหนึ่ง (4) &amp;nbsp;ประกอบมาตรา 128 วรรคหนึ่ง (5) ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ขัดมาตรา 83 วรรค 1 (2) หรือไม่ และหาก กกต.จัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อให้ครบ 150 คน จะถือว่าเป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 วรรคหนึ่ง (4) หรือไม่ และเป็นการกระทำที่ใช้บังคับมิได้ตามมาตรา 5 หรือไม่ ขณะเดียวกันการประกาศของ กกต.เรื่องจำนวน ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่แต่ละจังหวัดพึงมี เมื่อวันที่ 24 มี.ค. 62 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 86 ประกอบมาตรา 95 หรือไม่ เนื่องจากตามประกาศ กกต.เรื่องจำนวน ส.ส.แบบแบ่งเขตที่แต่ละจังหวัดจะพึงมี กกต.ใช้ตัวเลขประกาศจากสำนักทะเบียนกลางของวันที่ 31 ธ.ค.2560 จำนวน 66,188,543 คน ได้รวมราษฎรที่ไม่ได้มีสัญชาติไทยจำนวน 875,814 คนไว้ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ตรวจดูความพร้อมของห้องประชุมทีโอที อาคารสำนักงานใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เพื่อรองรับการประชุมรัฐสภาในการประชุมเพื่อเลือกนายกฯ โดยมีตัวแทนพรรคการเมือง 7 พรรคเข้าร่วมด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพรเพชรยังปฏิเสธถึงกระแสข่าวการเมืองอาจเกิดทางตัน ว่ายังไม่ถึงทางตัน หากทุกคนปฏิบัติตามกฎหมาย และอย่าไปต่อว่าคนที่เขาเดินตามกฎหมายด้วย อย่างที่ กกต.ยื่นศาลสูตรคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ก็ให้เป็นอำนาจของศาลจะรับหรือไม่ ขอให้เดินหน้าไปตามกฎหมาย ก็ไม่มีทางตัน แต่หากคุณเก่งกว่านั้น แสดงความรู้ ภูมิของคุณทำให้สังคมสับสนและไปโหวตกันโซเชียลมีเดีย มันก็เกิดความวุ่นวาย ดังนั้นอะไรที่ไม่ได้ผิดกฎหมายก็ควรปล่อยให้เขาเดินหน้า แต่อะไรที่ผิดกฎหมายก็ไปฟ้องร้องกันตามขั้นตอนของกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพรเพชรยังกล่าวถึงข้อเสนอจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติว่า รัฐธรรมนูญเปิดทาง แต่การพูดถึงในขณะนี้ก็เหมือนข้ามขั้นตอนไป เราต้องเคารพในทุกความเห็น หากเดินหน้าได้ตามข้อเสนอก็เดินไป แต่หากไม่ได้ก็ไม่ได้ และส่วนตัวยังไม่ได้วิเคราะห์ว่าการมีรัฐบาลแห่งชาติจะแก้ไขปัญหารัฐบาลเสียงปริ่มน้ำได้หรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายชูศักดิ์กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า รัฐบาลแห่งชาติ กับรัฐบาลปรองดองมันต่างกันอย่างไร ทางที่ดีควรให้การเลือกตั้งเป็นไปตามวิถีทางของมัน พรรคใดรวมเสียงพรรคข้างมากตั้งรัฐบาล และสามารถบริหารราชการแผ่นดินได้ก็ว่าไปตามนั้น ไม่ควรคิดอะไรนอกกรอบที่กฎหมายวางไว้ เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น ต่อไปประเทศไทยจะคิดทำอะไร ก็จะนึกถึงข้อยกเว้นทำนอกเหนือรัฐธรรมนูญตลอด ซึ่งไม่เป็นผลดีโดยภาพรวม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสรี สุวรรณภานนท์ อดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวว่า เวลานี้มีความจำเป็นอย่างไรที่จะตั้งรัฐบาลแห่งชาติ ขณะนี้เพิ่งผ่านพ้นวันเลือกตั้งมาใหม่ๆ จึงไม่มีเหตุผลใดที่จะมาเสนอตั้งรัฐบาลแห่งชาติ และเชื่อว่ากลไกของรัฐธรรมนูญเรื่องการให้มี ส.ว.มีส่วนร่วมเลือกนายกฯ ได้ จะเป็นช่องทางไม่ให้เกิดวิกฤติทางตัน ส่วนที่วิจารณ์ว่า ส.ว.ที่แต่งตั้งโดย คสช.จะไม่เป็นกลางนั้น ก็วิจารณ์กันไป แต่เชื่อว่าคนที่ได้รับเลือกเป็น ส.ว.จะใช้ดุลพินิจและเหตุผลเลือกนายกฯ ที่เหมาะสมกับสถานการณ์ รวมถึงหาทางออกแก้ปัญหาให้บ้านเมืองได้
รุมจวกข้อเสนอมาตรา 270
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนข้อเสนอให้ช่องมาตรา 270 ให้ ส.ว.โหวตกฎหมายปฏิรูป เพื่อแก้ปัญหาเสียงปริ่มน้ำของนายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูปนั้น นายวิษณุกล่าวว่า สามารถแก้ได้บางส่วน แต่ไม่ได้ทั้งหมด จะใช้ได้กับกฎหมายบางฉบับเท่านั้น และแก้ไม่ได้ตลอดไป ซึ่งกฎหมายใดที่รัฐบาลบอกไปยังสภาว่าเป็นกฎหมายปฏิรูป ต้องประชุมร่วมกันอยู่แล้ว แต่มีบางฉบับที่ไม่ใช่กฎหมายปฏิรูป เช่น พ.ร.บ.งบประมาณ ดังนั้นไม่ใช่ว่าต้องไปดึง ส.ว.มาร่วม หรืออันธพาลเสียงมากลากไป เพราะรัฐธรรมนูญระบุว่าถ้าเป็นกฎหมายปฏิรูปต้องประชุมร่วม ไม่เช่นนั้นการประชุมเป็นโมฆะอยู่แล้ว แต่คงไปทำแบบนี้กับกฎหมายทุกฉบับไม่ได้ มาตราดังกล่าวไม่ใช่ทางออกที่หมดจด แต่การมีเสียงข้างมากจึงเป็นทางออกที่หมดจด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพรเพชรมองว่า หากเข้าองค์ประกอบตามรัฐธรรมนูญกำหนดก็ทำได้ แต่การจะเดินหน้าตามมาตรา 270 จะทำได้ต่อเมื่อมีรัฐบาลแล้ว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายชูศักดิ์กล่าวว่า การปฏิรูปประเทศอยู่ในหมวด 16 ของรัฐธรรมนูญ เขียนไว้ชัดเจน มีปฏิรูปด้านใดบ้าง ซึ่งอ่านแล้วอ่านอีก ไม่คิดว่าจะมีใครไปตีความว่าให้ ส.ว.พิจารณากฎหมายงบประมาณ มันเป็นไปไม่ได้เลย จะตีความว่าเรื่องงบประมาณเป็นการปฏิรูปประเทศ ไม่ใช่เลย ตีความอย่างนั้นไม่ได้ เพราะกฎหมายงบประมาณเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องทำทุกปี ต้องผ่านสภาผู้แทนราษฎร 3 วาระก่อนแล้วถึงเข้าวุฒิสภาพิจารณาเท่านี้จบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมมองว่าเขาอาจมีเจตนาทำให้รัฐบาลปริ่มน้ำสามารถบริหารต่อไปได้ ด้วยความมั่นคง เพราะถือว่ามี ส.ว.มาช่วย เพราะในอดีตหากกฎหมายงบประมาณแผ่นดินไม่ผ่าน ทางจารีตประเพณีการปกครองรัฐบาลต้องลาออก เขาก็อาจมีเจตนาที่ต้องการช่วยๆ กัน&amp;rdquo; นายชูศักดิ์กล่าว และว่า ตัวรัฐธรรมนูญเองก็มีปัญหามากพออยู่แล้ว อย่าไปตีความให้มันเลยเถิดไปใหญ่ ตีความแบบเข้ารกเข้าพง ประเทศชาติมันจะไปกันใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอลงกรณ์ พลบุตร รักษาการรองหัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของนายไพบูลย์ การอ้างถึงมาตรา 270 เป็นการคิดแผลงๆ ที่ไม่เป็นไปตามระบบรัฐสภา ซึ่งจะสร้างปัญหามากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค อนค.กล่าวเช่นกันว่า มาตราที่นายไพบูลย์ยกขึ้นมาอยู่ในบทเฉพาะกาล ซึ่งไม่ควรมีตั้งแต่แรกแล้ว ถ้าเช่นนี้ก็เอายางลบไปลบมาตราต่างๆ ในรัฐธรรมนูญที่ว่าด้วยกระบวนการทางนิติบัญญัติออก ลบสภาผู้แทนราษฎรทิ้งไปเลยก็ได้ ไม่ต้องมีการเลือกตั้ง มี ส.ว.ที่มาจากการแต่งตั้งของ คสช.อย่างเดียวจบ มีอำนาจทั้งเลือกนายกฯ และออกกฎหมายเอง สุดท้ายก็เหมือน สนช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การตีความรัฐธรรมนูญต้องเริ่มจากหลักก่อน ไม่ใช่เอาข้อยกเว้นมาใช้ตลอด ประเทศไทยอยากปกครองด้วยอำนาจการยกเว้น ที่ผ่านมาก็ใช้กันอยู่ตลอดคือ อำนาจพิเศษ การยกเว้น ทหารต้องเข้ามา พอยกเว้นกันไปมา ก็คิดว่ามันเป็นเรื่องปกติแล้วก็อยู่จนชิน นี่คือพิษร้ายที่สุดที่มีการนำสิ่งแปลกๆ เข้ามาในรัฐธรรมนูญ จนคิดว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา&amp;rdquo; นายปิยบุตรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายพันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ เลขาธิการพรรคภราดรภาพ กล่าวถึงกรณีนายปิยบุตรออกมากล่าวย้ำว่าศาลสามารถวิจารณ์ได้ ว่าการเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพและทำประโยชน์ให้แก่บ้านเมืองได้นั้น ต้องคิดและวิจารณ์อย่างเหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง การวิจารณ์คำวินิจฉัยของศาลในคดีดังกล่าวของนายปิยบุตรถือว่าไม่เหมาะสม และอาจนำไปสู่ความวุ่นวายในบ้านเมืองได้ เพราะทุกคนต้องเคารพต่อคำวินิจฉัยของศาลสถิตยุติธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สิ่งที่นายปิยบุตรรวมทั้งเเกนนำพรรคอนาคตใหม่หลายคนออกมาเคลื่อนไหวช่วงที่ผ่านมาเเละช่วงนี้นั้น ผมมองว่าไม่เหมาะสมเท่าใดนัก เเละในฐานะคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาทำงานการเมืองด้วยกัน ขอให้พรรคอนาคตใหม่ไตร่ตรองสิ่งที่จะสื่อสารกับสังคมด้วย เพื่อไม่สร้างชนวนขัดเเย้งใหม่ทางการเมืองขึ้นมาเพิ่ม&amp;rdquo;นายพันธ์ยศระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.รยุศด์ บุญทัน รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ ระบุว่า ปรากฏการณ์ที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนค. และนายปิยบุตรที่ถูกดำเนินคดีหลายๆ คดี แต่กระแสความนิยมยิ่งดีขึ้นเรื่อยๆ สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาและวิกฤติศรัทธาต่อระบบและกระบวนการยุติธรรมของไทยภายใต้รัฐบาลที่มาจากคณะรัฐประหาร หรือ คสช.
15 พ.ค.เคาะหัวหน้า ปชป.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังคงมีความเคลื่อนไหวของพรรค ปชป.ในการเลือกตั้งหัวหน้าและกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคชุดใหม่ โดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรค แถลงว่า ที่ประชุมมีมติตั้งคณะกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์การเลือกตั้ง กก.บห.ชุดใหม่ 7 คน โดยมีนายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ เป็นประธาน ซึ่งคณะกรรมการฯ จะมีหน้าที่กำหนดวันเวลาและหลักเกณฑ์ในการเลือกตั้ง กก.บห.ชุดใหม่ และหากมีกรณีใดจำเป็นต้องยกเว้นข้อบังคับหรือปรับปรุงข้อบังคับพรรคให้นำความเห็นนั้นเสนอต่อที่ประชุม กก.บห.พรรคเพื่อพิจารณาอีกขั้นหนึ่ง ในวันที่ 23 เม.ย. เวลา 14.00 น. ส่วนจะเปิดให้หยั่งเสียงสมาชิกพรรคเพื่อเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการฯ ชุดดังกล่าวจะพิจารณา ซึ่งในที่ประชุมก็มีผู้ให้ความเห็นส่วนหนึ่งให้ยกเลิกกระบวนการหยั่งเสียง แต่จะยุติอย่างไร เป็นหน้าที่คณะกรรมการฯ จะพิจารณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กรอบเวลาในการเลือก กก.บห.ชุดใหม่สามารถดำเนินการได้ไม่เกินวันที่ 23 พ.ค. ซึ่งจะครบกำหนด 60 วันหลังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคลาออก&amp;rdquo; นายจุรินทร์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทอดพงษ์กล่าวว่า จะยึดการรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ 95% ของ กกต.ในวันที่ 9 พ.ค.เป็นหลัก ซึ่งตามข้อบังคับพรรคต้องบวกไปอีก 5 วัน จึงกำหนดนัดประชุมใหญ่ในวันที่ 15 พ.ค. เพื่อเลือกหัวหน้าและ กก.บห.พรรค โดยจะให้ผู้เสนอตัวเป็นหัวหน้าพรรคแสดงวิสัยทัศน์คนละ 15 นาที โดยไม่เปิดให้ที่ประชุมอภิปราย และควรงดเว้นไม่ต้องทำการหยั่งเสียง เพราะมีข้อจำกัดเรื่องเวลา และจะได้ไม่มีปัญหาความขัดแย้ง ซึ่งจะนำข้อสรุปทั้งหมดเสนอต่อ กก.บห.ในวันที่ 23 เม.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอลงกรณ์กล่าวว่า จะไม่ลงสมัครหัวหน้าพรรค เพราะที่ผ่านมาได้คะแนนเสียงเพียงกว่า 2,000 คะแนนเท่านั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33937</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชูศักดิ์ ศิรินิล, ดร.รยุศด์ บุญทัน, ประยงค์ สร้างศรีหา, ปิยบุตร แสงกนกกุล, พันธ์ยศ อัครอมรพงศ์, สมชัย ศรีสุทธิยากร, สาวิกา ลิมปะสุวัณณะ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุลัยพร ไตรวงค์ย้อย, แสวง บุญมี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190418/image_big_5cb88cab2cef8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
