<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118430</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2021 12:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2021 12:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป.ป.ช.ฟัน&#039;ประยุทธ มหากิจศิริ&#039;สนับสนุนจนท.รัฐ ออกเอกสารสิทธิมิชอบที่กระบี่-สนามกอล์ฟที่โคราช</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1ต.ค.64-นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พร้อมด้วยผู้บริหารสำนักงาน ป.ป.ช. ร่วมกันแถลงข่าวถึงกรณีการกล่าวหาเจ้าหน้าที่ของรัฐทุจริตเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติกรณีกล่าวหานายประยุทธ มหากิจศิริ นักธุรกิจชื่อดัง เจ้าของโรงงานเนสกาแฟ ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาฐานสนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐ ออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบ ใน 2 สำนวน ได้แก่ 1.การออกโฉนดที่ดินเลขที่ 45374 ต.หนองทะเล อ.เมืองกระบี่ จ.กระบี่ โดยใช้หลักฐานจาก น.ส.3 ก. เลขที่ 2563 ให้แก่นายประยุทธ โดยมิชอบ โดยนายนิยุติ ดุสิตกุล เจ้าหน้าที่ที่ดิน จ.กระบี่ นำเอกสารสิทธิ ส.ค.1 9 แปลง มาออกเป็น น.ส.3 ก. 9 แปลง หลังจากนั้นนำมารวมเป็นแปลงเดียวเพื่อทำโฉนดที่ดิน และมีเนื้อที่เพิ่มขึ้น โดยพบว่ามีพื้นที่คาบเกี่ยวกับแนวเขตพื้นที่ ส.ป.ก. คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดเจ้าหน้าที่ของรัฐ 6 ราย เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น 1 ราย และเอกชน รวมถึงนายประยุทธ&amp;nbsp; ผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151, 157, 162 และผิดตามกฎหมายที่ดิน และ พ.ร.บ.ป่าไม้ฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.การออกเอกสารสิทธิทำสนามกอล์ฟที่ จ.นครราชสีมา โดยมีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพลทางการเมือง จากพยานหลักฐานพบว่า มีการรังวัดที่ดินเพิ่มขึ้น 189 ไร่ ในสนามกอล์ฟทั้งหมดเนื้อที่ 2,304 ไร่ ของบริษัท ไทยนอคสตีลฯ ที่มีนายประยุทธ เป็นกรรมการ โดยพฤติการณ์พบว่า บริษัทแห่งนี้ มีการกว้านซื้อที่ดิน อ.สีคิ้ว จำนวน 2,000 ไร่เศษ ทั้งโฉนดที่ดิน น.ส.3 ก. และซื้อที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ ในเขต ส.ป.ก. เขตป่าไม้ถาวร และป่าสงวน เมื่อได้ที่ดินทั้งหมด ได้มีการรังวัดสอบเขตให้มีที่ดินเพิ่มขึ้น จนรูปแปลงที่ดินเปลี่ยนแปลงไป คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดเจ้าหน้าที่ของรัฐ รวมถึงเอกชน และนายประยุทธ ฐานสนับสนุนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118430</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิวัติไชย  เกษมมงคล, ประยุทธ มหากิจศิริ, ออกเอกสารสิทธิที่ดินมิชอบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20211001/image_mid_6156a1135c501.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111646</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2021 15:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2021 15:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป.ป.ช. ชี้มูล &#039;ประยุทธ-จนท.รัฐ&#039; ออกโฉนดที่ดินรุกป่าสงวนไปทำสนามกอล์ฟมิชอบ  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ค. 64 -&amp;nbsp;รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แจ้งว่า เมื่อวันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชุดใหญ่ได้พิจารณากรณีกล่าวหาเจ้าหน้าที่ทุจริตเกี่ยวกับการออกโฉนดในเขตที่ดินของรัฐ ซึ่งเป็นเขตป่าสงวนและเขตปฏิรูปที่ดินโดยมิชอบ โดยที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดผู้เจ้าพนักงานที่ดินนครราชสีมา สาขาสีคิ้ว กับพวก ประมาณ 5-6 ราย อาทิ หัวหน้าฝ่ายรังวัด ช่างรังวัด เจ้าหน้าที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และกลุ่มบริษัทเอกชน คือ บริษัท ไทยน็อคซ์ สเตนเลส โดยมีชื่อของนายประยุทธ มหากิจศิริ ที่เป็นผู้ถูกกล่าวหาถูกชี้มูลด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพบพฤติการณ์ว่า กลุ่มเอกชนได้ให้การสนับสนุนเจ้าหน้าที่รัฐสอบเขตขยายเนื้อที่ของโฉนดที่ดิน เพื่อนำมาสร้างสนามกอล์ฟ เมาน์เทน ครีก กอล์ฟ แอนด์รีสอร์ท แอนด์ เรสซิเดนซ์ นครราชสีมา ถือเป็นการร่วมกันกระทำความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากการตรวจสอบว่า กลุ่มเอกชนได้ไปซื้อที่ดินที่ที่มีโฉนด และซื้อที่ดินที่ไม่มีหลักฐานก่อนจะนำมาสอบเขต เพื่อนำที่ดินที่ไม่มีหลักฐานนั้นเข้าไปรวมด้วย ซึ่งที่ดินที่ไม่มีหลักฐานมีทั้งอยู่ในเขต ส.ป.ก.และเขตป่าสงวนเพื่อนำไปจัดทำสนามกอล์ฟดังกล่าว ถือว่าร่วมกันการกระทำความผิด แต่เนื่องจากเอกชนไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ จึงถูกชี้มูลความผิดตามมาตรา 151 มาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 และมีบางรายโดนมาตรา 149 ด้วย รวมถึงความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ ในส่วนเจ้าหน้าที่รัฐถูกชี้มูลความผิดตามมาตรา 151 มาตรา 157 และมาตรา 149 และมีความผิดวินัยร้ายแรง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับอัตราโทษในมาตรา 149 นั้น ระบุให้จำคุก 5-20ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และระวางโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต ส่วนอัตราโทษตามมาตรา 151 จำคุกตั้งแต่ 5-20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต ส่วนอัตราโทษตามมาตรา 157 จำคุก 1-10 ปี โดยจากนี้ทาง ป.ป.ช.จะส่งสำนวนไปยังอัยการสูงสุด เพื่อฟ้องคดีต่อศาลอาญาทุจริตประพฤติมิชอบภาค 3 และส่งให้ผู้บังคับบัญชาลงโทษทางวินัยกับเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111646</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปปช., ประยุทธ มหากิจศิริ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210421/image_big_607fe491cf1d1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14489</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2018 08:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2018 08:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“มหากิจศิริ” ปั้น P80 วางแผน 5ปีเป็นแบรนด์ระดับโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;มหากิจศิริ&amp;rdquo; ปั้น P80 ลุยตลาดเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ พร้อมเร่งส่งออกเอเชียและยุโรป ฟุ้ง 5 ปี เดินหน้าก้าวสู่การเป็นโกลบอลแบรนด์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประยุทธ มหากิจศิริ ประธานกรรมการ บริษัท พีเอ็ม กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า ได้จัดตั้งบริษัท เนเชอรัล เบฟ จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจเครื่องดื่มกลุ่มฟังก์ชันนอล ดริงค์ภายใต้แบรนด์ &amp;quot;พี 80&amp;quot; (P80) โดยที่ผ่านมาใช้เงินลงทุนมากกว่า 2,000 ล้านบาทในการสร้างโรงงานที่ จ. ลำพูน บนพื้นที่กว่า 140 ไร่ และงบวิจัยพัฒนาสินค้า เนื่องจากเล็งเห็นว่าแนวโน้มสินค้าเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี หรือมีมูลค่าประมาณ 1.7 &amp;ndash; 2 หมื่นล้านบาท เบื้องต้นบริษัทเชื่อว่าจะมียอดขายในปีแรก 2,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแนวทางการดำเนินธุรกิจภายใต้แบรนด์ดังกล่าว บริษัทวางเป้าหมายระยะ 5 ปีให้เดินหน้าไปสู่โกลบอลแบรนด์ โดยในประเทศไทยวางจำหน่ายผ่านช่องทางโมเดิร์นเทรดและร้านสะดวกซื้อ อาทิ บิ๊กซี กูร์เมต์ มาร์เก็ต วิลล่า มาร์เก็ต วัตสัน บูทส์ และแฟมิลี่ มาร์ท เป็นต้น ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการนำเข้าสู่ร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่นเพิ่มเติมอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ เพื่อเป็นการสร้างแบรนด์เป็นที่จดจำมากยิ่งขึ้น จึงได้ใช้ ณเดชน์ คูกิมิยะ เป็นพรีเซ็นเตอร์ ภายใต้งบประมาณการตลาดมากกว่า 20% ของงบลงทุน สร้างการรับรู้และเข้าถึงผู้บริโภคทั้งในกรุงเทพฯ รวมถึงต่างจังหวัด ผ่านโฆษณาการประชาสัมพันธ์ ทั้งสื่อทีวี ออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกเหนือจากการทำตลาดในประเทศไทยแล้ว การสร้างธุรกิจให้สู่การเป็นโกลบอลแบรนด์ ก็ต้องมีการส่งออกไปยังต่างประเทศด้วยเช่นเดียวกัน โดยเลือก แมนนี่ ปาเกียว มาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ เพื่อรุกกลุ่มซีแอลเอ็มวี ซึ่งได้มีการเซ็นสัญญากับตัวแทนจำหน่ายในกัมพูชาไปแล้ว ขณะนี้กำลังเตรียมขยายไปยัง สปป.ลาว รวมถึงเมียนมา และเวียดนาม ส่วนจีนเป็นตลาดที่มีความน่าสนใจ เพราะมีหลายมณฑลและขนาดใหญ่ ตอนนี้กำลังจะเซ็นสัญญากับตัวแทนจำหน่ายที่สามารถเข้าถึงผู้บริโภคในกวางเจา เซียงไฮ้ และปักกิ่ง ทั้งยังมีการเจรจากับตัวแทนจากยุโรป ได้แก่ ฝรั่งเศส และเบลเยี่ยม โดยอนาคตยังมองโอกาสไปทำตลาดแถบอเมริกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หากสินค้ามีผลตอบรับจากผู้บริโภคที่ดี ก็คงต้องมีการขยายกำลังการผลิต เราตั้งใจว่าอีก 5 ปีจะผลักดันให้พี 80 กลายเป็นโกลบอลแบรนด์ หากถึงเวลานั้นหากเป็นไปได้ส่วนตัวก็อยากให้มียอดขายสัก 1 หมื่นล้านบาท &amp;rdquo; นายประยุทธ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14489</URL_LINK>
                <HASHTAG>P80, ประยุทธ มหากิจศิริ, พี 80, เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ, โกลบอลแบรนด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180801/image_big_5b610d2bb4ca3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
