<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113717</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2021 12:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2021 12:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘บิ๊กตู่’เผยเริ่มเห็นสัญญาณชะลอตัวผู้ป่วยโควิดก.ย.อาจมีข่าวดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.2564 - &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โพสต์เฟซบุ๊ก &amp;quot;ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut-chan-o-cha&amp;quot; ระบุว่า พี่น้องประชาชนชาวไทยที่รักทุกท่าน ​ในขณะนี้สถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ของประเทศไทย หลังจากเริ่มมาตรการล็อกดาวน์มาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกรกฎาคม แม้ว่าจะมียอดผู้ติดเชื้อใหม่รายวันอยู่มากกว่า 20,000 คน แต่เริ่มจะเห็นสัญญาณของการชะลอตัว และมีสัญญาณของผู้ป่วยที่หายดีมากกว่าผู้ติดเชื้อรายวัน แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือ ตัวเลขของผู้เสียชีวิต ที่แม้ว่าเราจะมีจำนวนผู้เสียชีวิตที่ต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ยของทั่วโลก แต่ก็ยังมีบางวันที่ยังขึ้นสูงอยู่ และเราทุกคนไม่อยากให้มีใครเสียชีวิตตแม้แต่คนเดียว ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุขได้วิเคราะห์ว่า หากเราสามารถที่จะเพิ่มประสิทธิภาพของการล็อกดาวน์ได้มากกว่านี้ ก็จะสามารถลดยอดผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตได้มากขึ้น ที่ประชุม ศบค. จึงมีมติให้ขยายเวลาการบังคับใช้มาตรการออกไปจนถึงสิ้นเดือนสิงหาคม ซึ่งหากเราสามารถควบคุมการล็อกดาวน์ได้ดีขึ้นกว่านี้ อาจจะสามารถผ่านจุดสูงสุดของยอดการติดเชื้อได้ภายในสิ้นเดือนนี้ และเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่องได้ในต้นเดือนกันยายน ซึ่งจะทำให้เราสามารถปรับมาตรการการควบคุมและผ่อนคลายกิจการและกิจกรรมบางอย่างได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​อย่างไรก็ตาม การที่เราจะสามารถลดยอดผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตได้นั้น ต้องมาจากความพยายามและร่วมมือของพวกเราทุกคน เนื่องจากการระบาดครั้งนี้มาจากเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่แพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วมาก ทำให้มีการประมาณการว่า อาจจะมีผู้ติดเชื้อที่ไม่รู้ตัวอีกเป็นจำนวนมากที่ไม่ได้รับการตรวจหาเชื้อ รวมไปถึงผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้วด้วย และเกิดการติดเชื้อในบ้านต่อคนในครอบครัวเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่งผลให้กลุ่มเสี่ยง คือผู้สูงอายุหรือผู้มีโรคประจำตัวในบ้านต้องเสียชีวิต ดังนั้นคณะแพทย์ที่ปรึกษา ศบค. จึงลงความเห็นว่าในช่วงเวลานี้ ประชาชนทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ใด เป็นกลุ่มเสี่ยงหรือไม่ ฉีดวัคซีนแล้วหรือไม่ ต้องยกระดับการป้องกันตัวเอง ด้วยหลักการที่เรียกว่า Universal Prevention หรือการป้องกันโรคขั้นสูงสุด ที่ครอบคลุมทุกคน ในการดำเนินชีวิตทุกเรื่องที่อาจเกิดความเสี่ยง ซึ่งมีแนวปฏิบัติตามข้อต่อไปนี้ให้ได้มากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ออกจากบ้านเมื่อจําเป็นเท่านั้น &amp;nbsp;2.เว้นระยะห่างจากคนอื่นอย่างน้อย 1-2 เมตร ในทุกสถานที่ 3.สวมหน้ากากอนามัยและทับด้วยหน้ากากผ้าตลอดเวลาทั้งเมื่ออยู่นอกบ้านและในบ้านที่มีคนมากกว่า 2 คน โดยเฉพาะเมื่ออยู่ใกล้ผู้สูงอายุหรือกลุ่มเสี่ยง 4.ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ทุกครั้ง ก่อนรับประทานอาหาร หลังใช้ห้องน้ำ หรือหลังจากไอจาม หรือหลังสัมผัสวัตถุหรือสิ่งของที่ใช้ร่วมกัน ต้องคิดว่าทุกสิ่งอย่างมีคนอื่นที่ติดเชื้อสัมผัส หรืออาจสัมผัสมาแล้วทั้งนั้น 5.หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัส หน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าที่สวมใส่อยู่ รวมทั้งใบหน้า ตา ปาก จมูก โดยไม่จําเป็น 6.ผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงและผู้สูงอายุที่อายุมากกว่า 60 ปี และเป็นผู้มีโรคเรื้อรังให้เลี่ยงการออกนอกบ้าน หากจําเป็นจริงๆ ให้ใช้ระยะเวลาสั้นที่สุด 7.ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อพื้นผิวที่ถูกสัมผัสบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นข้าวของเครื่องใช้หรือสิ่งแวดล้อมด้านกายภาพ 8.แยกของใช้ส่วนตัวทุกชนิด ไม่ควรใช้ของร่วมกับผู้อื่น 9.เลือกทานอาหารที่ร้อนหรือปรุงสุกใหม่ๆ ควรทานอาหารแยกชุด หรือหากทานอาหารร่วมกันให้ใช้ช้อนกลางส่วนตัวด้วย 10.หากสงสัยว่าตนเองมีความเสี่ยงเช่น สัมผัสผู้ที่อาจมีการติดเชื้อ ไปในสถานที่ที่มีความเสี่ยง หรือมีอาการ ควรได้รับการตรวจด้วย Antigen Test Kit (ATK) เพื่อยืนยันว่ามีการติดเชื้อหรือไม่ หรือให้ไปรับการตรวจรักษาที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราต้องคิดเสมือนว่า ทุกคนที่เราพบปะมีโอกาสเป็นผู้ติดเชื้อได้ทั้งสิ้น และทางการแพทย์ได้พิสูจน์แล้วว่าโควิดนั้นติดกันทางอากาศได้เมื่ออยู่ใกล้กัน การอยู่ใกล้ผู้อื่นโดยไม่มีสิ่งป้องกันจึงเป็นความเสี่ยงต่อการติดโรคได้ตลอดเวลา ผมจึงขอให้ทุกท่านได้ยึดหลักการ Universal Prevention อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ยังมีความเสี่ยงสูงในขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมรับรู้ความเจ็บปวดของทุกท่านที่ได้รับผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ต้องปิดกิจการ หรือผู้ที่ต้องสูญเสียรายได้จากมาตรการต่างๆ ของรัฐ หรือแม้แต่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักจากโรคร้ายนี้ ผมเจ็บปวดและเศร้าใจทุกครั้งที่ได้อ่านข่าวผู้เสียชีวิตจากโควิด และเป็นสิ่งเตือนใจผมตลอดเวลาว่าจะต้องทำให้ได้ดีกว่านี้ ในการพยายามหาหนทางทุกๆทางที่จะทำให้ผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตลดลงให้มากที่สุด วิกฤตครั้งนี้หนักหนาสาหัสอย่างที่โลกไม่เคยพบเคยเจอมาก่อน โดยเฉพาะในช่วงเวลาของการระบาดในระลอกนี้ ทำให้แผนการที่เราวางไว้บางอย่างอาจยังไม่บรรลุเป้าหมาย หรือต้องปรับเปลี่ยนแผน แต่ผมขอให้พวกเราทุกคนอดทน ช่วยกันประคองสถานการณ์ในระลอกนี้ให้ผ่านไปให้ได้ก่อน รักษาสุขภาพ ดูแลป้องกันตัวเองและคนรอบข้างไม่ให้ติดเชื้อ เพื่อบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อประเทศชาติ และเพื่อท่านและครอบครัวของท่านเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอขอบคุณทุกท่านที่เข้าใจ และอดทนทำตามมาตรการของรัฐที่ออกมา ขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ด่านหน้า ที่ รพ. สนาม ที่จุดคัดกรอง หรือที่ขนส่งผู้ป่วย ขอบคุณจิตอาสา ขอบคุณทุกคนที่เสียสละ เสี่ยงภัยอันตราย ผมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่ คนทำงานทุกคน จะหาทุกหนทางในการช่วยเหลือและแก้สถานการณ์ให้เราผ่านวิกฤตนี้ไปให้ได้ เพื่อไปสู่การฟื้นฟูประเทศและเศรษฐกิจหลังโควิดโดยเร็วที่สุด ไม่ว่าอุปสรรคครั้งนี้จะยากเพียงใดก็ตาม.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113717</URL_LINK>
                <HASHTAG>กันยายน, นายกรัฐมนตรี, ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut-chan-o-cha, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, เฟซบุ๊ก, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210818/image_big_611c9d430b89d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112147</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2021 09:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2021 09:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘บิ๊กตู่’ชวนซื้อผลไม้ออนไลน์ช่วยเกษตรกร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ค.2564 - &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โพสต์เฟซบุ๊ก &amp;quot;ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut-chan-o-cha&amp;quot; ระบุว่า ในทุกวิกฤติย่อมมีโอกาส รัฐบาลโดยการบูรณาการกันของ 3 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ร่วมกันจัดทำโครงการ &amp;quot;เกษตรกร Happy&amp;quot; เพื่อส่งเสริมการขายผลไม้ไทย ที่กำลังประสบปัญหาผลผลิตล้นตลาด ราคาตกต่ำ และไม่สามารถกระจายไปยังตลาดต่างประเทศได้ในช่วงนี้ ด้วยการซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ของไปรษณีย์ไทย ทั้งเฟซบุ๊ก Thailandpostmart หรือเว็บไซต์ www.thailandpostmart.com โดยมีช่องทาง Line My Shop และ QR Code ให้ผู้ซื้อสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับผลไม้และราคาที่นำมาขายด้วย ทั้งนี้ &amp;quot;ฟรี&amp;quot; ทั้งค่าบรรจุหีบห่อและค่าขนส่งทั่วประเทศครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวานนี้ ผมและคณะรัฐมนตรี ได้ร่วมกันอุดหนุนผลผลิตของพี่น้องเกษตรกรในโครงการนี้ โดยขอส่งเป็นกำลังใจไปให้กับเจ้าหน้าที่และจิตอาสาด่านหน้าที่ทำงานตรากตรำปกป้องแนวหลังให้ปลอดภัยจากโควิดนะครับ และขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมอุดหนุนโครงการ ร่วมปันน้ำใจจากแนวหลังสู่แนวหน้า ซึ่งเป็นช่องทางการรขายแบบ New Normal ของเกษตรกรไทย ที่ปรับตัวสู่ตลาดออนไลน์ และสามารถนำไปปรับใช้กับทุกสินค้าเกษตร สินค้าประจำถิ่น รวมทั้ง OTOP และ SME อีกด้วยนะครับ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112147</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกรัฐมนตรี, ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut-chan-o-cha, ผลไม้ออนไลน์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210804/image_big_6109fb10b03cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89970</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2021 20:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2021 20:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ เผยเดือนมิถุนาฯ ฉีดวัคซีนโควิด ให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยง 13 ล้านคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ม.ค.64 - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม โพสต์เฟซบุ๊ก &amp;quot;ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut-Chan-o-cha&amp;quot; ว่า จากการประชุมอัพเดทเรื่องวัคซีนเมื่อซักครู่นี้ ขอเรียนให้พี่น้องประชาชนทราบว่าการระบาดระลอกใหม่ของไวรัสโควิด-19 เกิดขึ้นทั่วโลก บางประเทศเกิดขึ้นหลายระลอก เรื่องนี้เป็นสิ่งที่บอกว่าเราคงต้องปรับตัวและอยู่กับไวรัสโควิด-19 ให้ได้ เหมือนไข้หวัดที่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ด้วยวัคซีนที่ต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในระดับบุคคลก็จะต้องสวมหน้ากาก ล้างมือ รักษาระยะห่าง และรักษาสุขภาพให้แข็งแรงเพื่อให้มีภูมิคุ้มกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับในระดับประเทศ เมื่อเกิดการระบาด ก็ต้องมีการจำกัดการเคลื่อนย้าย การใช้พื้นที่ และงด/เลี่ยงกิจกรรมที่มีความเสี่ยง อย่างที่เราทำกันอยู่ในตอนนี้ ซึ่งแน่นอนว่า เรื่องนี้ย่อมจะสร้างผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่และระบบเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนได้มากที่สุดจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด ซึ่งเป็นบริหารจัดการต้นทุนในการป้องกันและควบคุมโรคที่ถูกที่สุด ถูกกว่าการระดมตรวจหาเชื้อด้วยซ้ำ และเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของประชาชนในภาพรวม รวมทั้งต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตั้งแต่ปลายปี 2563 ทั่วโลกมีการฉีดวัคซีนไปแล้วกว่า 32 ล้านโด๊ส ในสหรัฐฯ ฉีดไปแล้ว ประมาณ 10.7 ล้านโด๊ส จีนกว่า 9 ล้านโด๊ส ยุโรป 3.7 ล้านโด๊ส และอังกฤษ 3.1 ล้านโด๊ส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประเทศไทยนั้น ต้องทำความเข้าใจว่า เราควบคุมโควิด-19 ได้อยู่ในระดับที่ดี จึงมีจำนวนผู้ติดเชื้อน้อยมาก เราไม่ได้เป็นพื้นที่ระบาดรุนแรง จึงไม่ถูกเลือกให้เป็นที่ทดลองประสิทธิภาพและความปลอดภัยของวัคซีน เพราะไม่มีกลุ่มตัวอย่างเพียงพอ เหมือนในหลายๆ ประเทศ รวมทั้งบางประเทศในอาเซียนที่มีข่าวว่าได้ฉีดวัคซีนให้ประชาชนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการวัคซีนของเรา ก็ได้ติดตามการวิจัยพัฒนาวัคซีนต้านโควิดมาตั้งแต่หลังการระบาดใหม่ๆ รวมทั้งได้วางแผนการจัดหาและแผนการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้ ศูนย์ผลิตวัคซีนของบริษัทสยามไบโอไซนส์ ซึ่งได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตวัคซีนของแอสตร้าเซเนก้า จากประเทศอังกฤษ ได้เริ่มการผลิตวัคซีนมาตั้งแต่กลางเดือนธันวาคมปีที่แล้ว อย่างไรก็ดีการผลิตวัคซีนแต่ละล็อตนั้น ต้องใช้เวลาประมาณ 4 เดือน ทั้งระยะเวลาในการผลิตและการตรวจสอบคุณภาพ โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สามารถเร่งรัดข้ามขั้นตอนได้ เพราะจะมีผลต่อประสิทธิภาพและความปลอดภัยของวัคซีน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องคำนึงถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากเป็นไปตามแผน วัคซีนแอสต้าเซเนก้าล็อตแรกจะพร้อมฉีดให้ประชาชนในเดือนมิถุนายนนี้ โดยที่รัฐบาลได้สั่งจองไปแล้ว จำนวน 26 ล้านโด๊ส เพื่อฉีดให้กลุ่มเสี่ยง 13 ล้านคนก่อน และได้เจรจาขอซื้อเพิ่มเติมอีก 35 ล้านโด๊ส เพื่อให้ครอบคลุมประชาชนให้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่ผมอยากเรียนให้ทุกท่านทราบ ก็คือ การที่เราเป็นฐานการผลิตวัคซีนของแอสตร้าเซเนก้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น เป็นเหตุผลสำคัญที่จะทำให้เรามีโอกาสเข้าถึงวัคซีนที่ผลิตได้เร็วขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น ทางกระทรวงสาธารณสุขยังได้สั่งซื้อวัคซีนของซิโนแวค ประเทศจีน จำนวน 2 ล้านโด๊ส ซึ่งจะมาถึงประเทศไทยในช่วงเดือนกุมภาพันธ์นี้ แม้ว่าตอนนี้จะมีข่าวว่าวัคซีนซิโนแวค ที่ทดลองในบราซิล มีประสิทธิผลเพียง 50 กว่าเปอร์เซ็นต์เท่านั้นก็ตาม แต่ผมก็อยากเรียนให้ทราบว่าในทางการแพทย์นั้น ประสิทธิภาพของวัคซีนขึ้นอยู่กับการทดลองว่า ฉีดที่ไหน หรือฉีดให้ใครด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้มีผลการทดลองวัคซีนซิโนแวค ในตุรกีและอินโดนีเซีย ซึ่งฉีดให้กับประชาชนหลากหลายกลุ่ม ในช่วงอายุต่างๆ กัน มีประสิทธิผลถึง 90% ในขณะที่บราซิลนั้น ทดลองฉีดให้กับบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง จึงอาจทำให้ตัวเลขประสิทธิผลต่ำกว่าที่อื่น แต่อย่างไรก็ตามกระทรวงสาธารณสุขได้สอบถามไปยังบริษัทซิโนแวคแล้ว เพื่อขอความชัดเจนในเรื่องประสิทธิผลของวัคซีนเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม การฉีดวัคซีนให้ได้ผลในการยับยั้งการระบาด ต้องฉีดให้ได้อย่างน้อย 50% ของจำนวนประชากร หรือจะให้ดีคือ 70% ยกตัวอย่างเช่น ถ้าจะฉีด 50% คือ 33 ล้านคน จะต้องฉีดถึง 66 ล้านโด๊ส ถ้าเริ่มฉีดเดือนมิถุนายนจนถึงปลายปีนี้ จะต้องฉีดเดือนละ 9.4 ล้านโด๊ส หรือวันละ 313,000 โด๊ส ถ้าคิดว่าวันหนึ่งฉีดได้ 12 ชั่วโมง คือชั่วโมงละ 26,000 โด๊ส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะฉะนั้น การฉีดวัคซีนให้ได้มากที่สุดภายในสิ้นปีนี้ เป็นงานที่ท้าทายระบบสาธารณสุขทั่วโลก จากสถิติอัตราการฉีดวัคซีนในช่วงที่ผ่านมา อิสราเอลทำได้ดีที่สุดในตอนนี้ คือ 2 ล้านโด๊ส ใน 3 สัปดาห์ (หรือ 2.6 ล้านโด๊สต่อเดือน) ส่วนสหรัฐฯ ฉีดได้ 10 ล้านโด๊สในเดือนแรก อังกฤษทำได้ 2 ล้านโด๊ส เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมได้สั่งการให้กระทรวงสาธารณสุขเริ่มดำเนินการวางแผนงานการฉีดวัคชีนตั้งแต่ตอนนี้เป็นการเร่งด่วน เนื่องจากจำเป็นต้องมีการวางแผนการกระจาย การจัดส่งวัคซีน การรักษาความปลอดภัย ตลอดจนต้องตั้งศูนย์ฉีดวัคซีน เตรียมอุปกรณ์บุคลากร คือหมอและพยาบาล มีการลงทะเบียน การสอบถามอาการหลังฉีด ต้องจัดเตรียมสถานที่ฉีด และพักหลังการฉีด 15-30 นาที รวมทั้งการประเมินผล ไปจนถึงการติดตามให้มาฉีดโด๊สที่สอง ยังมีการเก็บข้อมูลของคนที่ฉีด และชนิดของวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะเห็นว่าแผนการกระจายวัคซีนจึงมีความสำคัญมาก เป็นผลที่จะทำให้การฉีดวัคซีนได้ผลมากหรือน้อย และไม่เกิดความสูญเสียโดยไม่จำเป็น ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องมีการบริหารจัดการ &amp;ldquo;แบบรวมศูนย์&amp;rdquo; เพื่อที่ว่า เมื่อได้วัคซีนมาจะได้เริ่มฉีดได้อย่างรวดเร็วและราบรื่นที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้ายนี้ ผมขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่า ประเทศไทยมีความพร้อมในการจัดหาวัคซีนและมีแผนฉีดวัคซีน ที่จะทำให้เกิดผลในการป้องกันการระบาดได้ โดยวัคซีนที่จะฉีดให้ประชาชน จะต้องได้ผลป้องกันโควิดได้ และปลอดภัยมากที่สุด ซึ่งจะทำให้เราสามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติ เปิดประเทศได้โดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณครับ
#รวมไทยสร้างชาติ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89970</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประยุทธ์-จันทร์โอชา-prayut-chan-o-cha, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210113/image_big_5fff0691aa77d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76267</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2020 13:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2020 13:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด็กจบใหม่2.6แสนคนเฮ!บิ๊กตู่จัดงานรับช่วงโควิด1ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;02 ก.ย.2563 - &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha โดยระบุว่า เมื่อช่วงเช้าผมเข้าประชุม ศบศ. และได้เห็นชอบเรื่องสำคัญหลายเรื่องครับ ทั้งหมดจะเร่งให้เข้าที่ประชุม ครม. เพื่อพิจารณาและสรุปรายละเอียดอีกครั้งหนึ่งครับ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องแรกเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ผมได้เห็นชอบให้มีการเพิ่มสิทธิให้ผู้ลงทะเบียนโครงการเราเที่ยวด้วยกัน และเห็นชอบในหลักการให้ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง และพนักงานรัฐวิสาหกิจ สามารถลาพักผ่อนในวันธรรมดาเพิ่มได้ 2 วัน โดยไม่ถือเป็นวันลา เมื่อลงทะเบียนใช้สิทธิ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องที่สองเห็นชอบมาตรการส่งเสริมการจ้างงานสำหรับผู้จบการศึกษาใหม่ ตั้งแต่ระดับ ป.ตรี, ปวส. และ ปวช. จำนวน 260,000 อัตรา โดยมีอัตราค่าจ้างตามวุฒิการศึกษา 9,400 - 15,000 บาท/เดือน โดยวางกรอบระยะเวลาการจ้างงาน 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2564 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องที่สาม ได้เห็นชอบในหลักการมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายเพื่อช่วยลดค่าครองชีพของประชาชน ส่งเสริมการบริโภค และช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยทั่วไป โดยรัฐบาลจะช่วยค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน จำนวนประมาณ 15 ล้านคน และกลุ่มร้านค้าที่จะเข้าร่วมโครงการโดยมุ่งเน้นไปที่ร้านค้ารายย่อย หาบเร่ แผงลอย อีกประมาณ 80,000 แห่ง ผ่านกลไกกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ของรัฐบาล &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอให้พี่น้องประชาชนรอฟังรายละเอียดผ่านช่องทางของรัฐบาลในเร็วๆ นี้ต่อไปนะครับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนบ่ายวันนี้ผมและทีมงานจะเดินทางลงพื้นที่ไปพบชาวสุโขทัย #น้ำท่วมสุโขทัย ใน ต.คลองกระจง และ ต.ท่าทอง พร้อมนำกำลังใจและความห่วงใยไปมอบให้แก่พี่น้องที่ได้รับความเดือดร้อน &amp;nbsp;.. ผมขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนมีแรงสู้ และเราจะช่วยกันเป็นกำลังใจให้กันและกัน ผ่านทุกวิกฤตที่เกิดขึ้นนี้ไปด้วยกันครับ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76267</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกรัฐมนตรี, ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200902/image_big_5f4f3c9fcb432.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42547</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2019 13:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2019 13:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สู้แก๊งบึ้มป่วนเมือง!เฟชบุ๊กGen.Prayutปลุกอย่ายอมให้ใครทำร้ายปท.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2ส.ค.62-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.00 น. เพจเฟซบุ๊ก Gen.Prayut Chan-o-cha ทีมงาน ซึ่งเป็นเพจของทีมงานนายกฯได้โพสต์ข้อความถึงเหตุการณ์ระเบิดหลายจุดในกทม.ว่า&amp;ldquo;จะเห็นว่ามีคนไม่ดีสร้างสถานการณ์ก่อเหตุรุนแรงขึ้นอีกในช่วงนี้ ช่วงที่ประเทศชาติ รัฐบาลกำลังเดินหน้าด้วยดี ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก ช่วยกันเฝ้าระวัง ช่วยถ่ายรูป บุคคล เหตุการณ์ ผู้ต้องสงสัยที่พบเห็น เพื่อประโยชน์ในการสืบสวนต่อไป จนท.ทหาร ตร พลเรือน ช่วยกันเฝ้าระวัง ยกระดับการรปภ สถานที่สำคัญ สถานที่ราชการ พื้นที่ธุรกิจ ฯลฯ
&amp;quot;เราต้องแสดงให้เห็นว่าคนไทยทุกคนจะร่วมมือกัน ไม่ให้ใครก็ตามที่มุ่งร้ายต่อประเทศชาติ มีที่ยืนในสังคมไทยได้ ต้องร่วมมือกันนะครับ &amp;ldquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42547</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha, ระเบิดป่วนเมือง, เพจเฟซบุ๊ก Gen.Prayut Chan-o-cha, ไม่ให้ใครทำร้ายประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190802/image_big_5d43d9dc57d60.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28131</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/02/2019 11:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/02/2019 11:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;ส่งข้อมูลรถปล่อยควันดำให้คมนาคมลงดาบ หลังปชช.ชี้เบาะแสผ่านโซเชียล </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.พ. 62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ได้โพสต์เฟซบุ๊ก &amp;quot;ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha&amp;quot; โดยระบุว่า&amp;quot; จากที่ผมได้เปิดช่องทางให้พี่น้องประชาชนได้ส่งรูปรถที่มีควันดำมา มีทั้งข้อมูลและภาพโรงงานที่ปล่อยควันดำ ซึ่งในขั้นต่อไปผมได้ให้เจ้าหน้าที่ส่งต่อไปยังกระทรวงคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วครับ ผมไม่อยากให้ทุกท่านมองว่านี่คือการทำโทษ ผมต้องการแสดงให้เห็นว่านี่คือเวลาที่พวกเราต้องร่วมมือกันนะครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28131</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯโพสต์, บิ๊กตู่โพสต์เรื่องฝุ่น, ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha, ฝุ่นพิษกทม., ฝุ่นละออง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190131/image_big_5c52947939492.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27539</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/01/2019 08:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2019 08:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯลุงตู่ชวนเปิด&#039;อีบุ๊ค&#039;ชมผลงาน4ปีรัฐบาลคสช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ม.ค.62 - พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กแฟนเพจ ประยุทธ์ &amp;nbsp;จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha ระบุว่า &amp;quot;เช้าวันนี้ ผมขอแบ่งปัน e-book รายงานผลการดำเนินงานของรัฐบาลปีที่ 4 ให้ทุกท่านได้อ่านพร้อมจิบกาแฟยามเช้า #วันเสาร์ กันครับ ??&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27539</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กตู่, ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha, ผลงานรัฐบาลคสช., พล.อ.ประยุทธ์, เฟซบุ๊กพลเอกประยุทธ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190126/image_big_5c4bb9957362b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
