<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>35379</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2019 09:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2019 09:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ขสมก.&#039;ลุยหารถเมล์ใหม่2,188คัน คุย5ปีพลิกเป็นบวกล้างหนี้สะสม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประยูร ช่วยแก้ว รองผู้อำนวยการฝ่ายการเดินรถองค์การ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า ขสมก.ตั้งเป้าที่จะจัดหารถใหม่เพื่อยกระดับการให้บริการหลังจากที่ได้ปรับราคาค่าโดยสารขึ้น โดยภายใน 3 ปีจะมีรถโดยสารใหม่วิ่งให้บริการจำนวน 2,188 คัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแผนการจัดหาประ กอบด้วย โครงการเช่ารถเมล์ 700 คัน ระยะเวลา 7 ปี วงเงินรวม 7,000 ล้านบาท แบ่งเป็น เช่ารถโดยสารดีเซล-ไฮบริดจำ นวน 400 คัน วงเงิน 4,800 ล้านบาท และเช่ารถโดยสารเอ็นจีวี จำนวน 300 คัน วงเงิน 2,200 ล้านบาท คาดจะส่งมอบช่วงกลางปี 2563 ปัจจุบันอยู่ระหว่างเสนอร่างขอบเขตการประกวดราคา (ทีโออาร์) เข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร (บอร์ด) ขสมก. ในวันที่ 23 พ.ค.นี้ ก่อนนำร่างทีโออาร์เปิดประชาพิจารณ์ บนเว็บไซต์ในเดือน มิ.ย. และเปิดประมูลต่อไป กำหนดส่งมอบรถภายใน 10 เดือนหลังจากลงนามสัญญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังเดินหน้าโครงการจัดซื้อรถเมล์ไฮบริด จำนวน 1,453 คัน วงเงิน 11,624 ล้านบาท คาดจะเปิดประมูลในปี 2563 และส่งมอบรถในปี 2565 รวมถึงการจัดหารถจำนวน 35 คัน พร้อมก่อสร้างสถานีอัดประจุไฟฟ้าวงเงิน 571 ล้านบาท คาดแล้วเสร็จภายในปี 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประยูรกล่าวถึงความคืบหน้าแผนฟื้นฟูกิจการองค์กรเพื่อล้างหนี้ 1 แสนล้านบาทนั้น ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ได้เห็นชอบแล้ว อยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จากนั้นส่งต่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม หลังจากปรับ ขึ้นค่าโดยสารแล้ว มั่นใจว่าภาย ใน 5 ปี หรือปี 2567 ขสมก.จะมีผลประกอบการกลับมาเป็นบวกหรือทำกำไรได้อีกครั้ง ขณะที่เรื่องแผนบริหารจัดการหนี้นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการสรุปข้อมูลเพื่อหาแนวทางชำระหนี้ ทั้งนี้ แนวทางเดิมที่เคยเสนอภาครัฐ คือ 1.ให้รัฐรับภาระหนี้ไป 80% และต้องการให้รัฐให้เงินอุดหนุน บริการสาธารณะของรัฐวิสาห กิจ (PSO) เพราะ ขสมก.อยู่ระ หว่างฟื้นฟูองค์กร 2.รัฐรับภาระ หนี้ทั้งหมด 100%.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35379</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขสมก., จัดซื้อรถเมล์ใหม่, ประยูร ช่วยแก้ว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180926/image_big_5bab2d2c67192.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30808</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/03/2019 10:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/03/2019 10:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขสมก.พร้อมEDCชำระค่าโดยสารบนรถเมล์ รองรับบัตรสวัสดิการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
8 มี.ค.62-นายประยูร ช่วยแก้ว รองผู้อำนวยการฝ่ายการเดินรถองค์การ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า ขสมก.ได้รับความร่วมมือจากธนาคารกรุงไทย ในการนำเครื่อง EDC (Electronic Data Capture) มาใช้รับชำระค่าโดยสาร บนรถโดยสารของ ขสมก.ทุกคัน ทั้งรถโดยสารธรรมดา และรถโดยสารปรับอากาศ ตั้งแต่วันที่ 8 มีนาคม 2562 เป็นต้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เพื่อรองรับการใช้สิทธิบริการรถโดยสารของผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทั้ง 3 ประเภท ได้แก่ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รุ่นแรก (เวอร์ชั่น 2.0), บัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ลงทะเบียนกับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) (เวอร์ชั่น 2.5) และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเวอร์ชั่น 4.0 &amp;nbsp;โดยผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะต้องแจ้งจุดหมายปลายทางที่จะลงแก่พนักงานเก็บค่าโดยสาร เพื่อให้พนักงานระบุค่าโดยสารบนเครื่อง EDC ให้ตรงกับอัตราค่าโดยสารตามจุดหมายปลายทางที่จะลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ก่อนนำบัตรไปแตะที่หน้าจอบนเครื่อง EDC เพื่อให้เครื่องหักค่าโดยสารออกจากวงเงินในบัตร ซึ่งพนักงานเก็บค่าโดยสาร จะคอยให้คำแนะนำ วิธีการใช้งานแก่ผู้ใช้บริการ &amp;nbsp;
สำหรับผู้ใช้บริการที่ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สามารถใช้บริการโดยชำระค่าโดยสารด้วยเงินสด &amp;nbsp;สำหรับผู้ใช้บริการที่มีบัตรโดยสารล่วงหน้า สามารถใช้บัตรดังกล่าวในการใช้บริการได้ตามปกติ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ทั้งนี้ ในอนาคต ขสมก.และธนาคารกรุงไทย จะมีการพัฒนาเครื่อง EDC ให้สามารถรองรับการชำระค่าโดยสารผ่านระบบ QR Code และบัตร EMV ของธนาคารต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนผู้ใช้บริการรถโดยสารของ ขสมก.อีกด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30808</URL_LINK>
                <HASHTAG>บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ, ประยูร ช่วยแก้ว, องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.), เครื่อง EDC</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181012/image_big_5bc0718c55373.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23047</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;76ผวจ.&#039;รับมอบ เสื้อBikeอุ่นไอรัก ยอดปั่นทะลุเป้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ผบ.ทสส.-ปลัดสำนักนายกฯ&amp;quot; พร้อมผู้ว่าฯ 76 จังหวัด รับมอบเสือและน้ำดื่มพระราชทาน &amp;quot;Bike อุ่นไอรัก&amp;rdquo; เชิญไปมอบแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจักรยานเฉลิมพระเกียรติฯ ทั้งใน กทม.และต่างจังหวัด วันที่ 1-2 ธ.ค.นี้ &amp;quot;มท.&amp;quot; สรุปยอดนักปั่น จ.นครราชสีมา มากสุด &amp;quot;3 จว.ชายแดนใต้&amp;quot; เกินเป้า ขยายเปิดรับนักปั่นอีกใน 3 เขต &amp;quot;ขสมก.&amp;quot; จัดรถบริการฟรีตั้งแต่ 9 ธ.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่อาคาร 606 สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า วันที่ 28 พ.ย. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นประธานในพิธีมอบเสื้อจักรยานพระราชทานและน้ำดื่มพระราชทานแก่ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัด ตัวแทนผู้เข้าร่วมกิจกรรมจักรยานเฉลิมพระเกียรติฯ &amp;ldquo;Bike อุ่นไอรัก&amp;rdquo; เพื่อเชิญไปมอบแก่ประชาชนที่ร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ Bike อุ่นไอรัก ในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ในวันที่ 1 และ 2 ธ.ค.2561 ผู้เข้าร่วมกิจกรรมในกรุงเทพมหานครรับมอบ ณ สนามศุภชลาศัย ในส่วนภูมิภาครับมอบหน้าศาลากลางจังหวัด เพื่อให้เป็นไปตามพระราชปณิธานต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเสื้อจักรยานพระราชทานนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดทำขึ้น โดยทรงออกแบบด้วยพระองค์เอง ด้านหน้าของเสื้อมีข้อความ BIKER และสัญลักษณ์งานอุ่นไอรักคลายความหนาว &amp;ldquo;สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์&amp;rdquo; ด้านหลังเป็นภาพวาดการ์ตูนฝีพระหัตถ์ พร้อมทั้งทรงลงพระปรมาภิไธย 9 ธันวาคม 2561 ส่วนน้ำดื่มนั้นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดหาเพื่อพระราชทาน ด้วยทรงเป็นห่วงผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยได้สรุปยอดจังหวัดที่มีประชาชนที่สมัครเข้าร่วมกิจกรรมจักรยานเฉลิมพระเกียรติฯ Bike อุ่นไอรัก มากที่สุดเป็นอันดับ 1 ได้แก่ จ.นครราชสีมา มีผู้สมัครจำนวนทั้งสิ้น 25,517 คน, อันดับ 2 จ.อุดรธานี มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม 21,058 คน, อันดับ 3 จ.สกลนคร 18,751 คน ส่วนสามจังหวัดชายแดนภาคใต้มีประชาชนสมัครเกินเป้าหมาย ประกอบด้วย จ.นราธิวาส มีผู้สมัครเข้าร่วมกิจกรรม 7,306 คน, จ.ยะลา 9,946 คน และ จ.ปัตตานี 6,180 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เนื่องจากยังมีผู้สมัครร่วมกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง จึงเปิดรับสมัครผู้ร่วมกิจกรรมใน 3 เขต ดังต่อไปนี้ ลานกิจกรรมพระประแดงอาเขต มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา และ บ.ศุภนาวากรุ๊ป โดยสามารถสมัครได้ทาง www.bikeunairak2018.com
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์ ในวันอาทิตย์ที่ 9 ธ.ค.2561 เวลา 13.39 น. โดยจะทรงจักรยานนำประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมในเวลา 15.00 น. จากพระลานพระราชวังดุสิต ไปยังสวนสุขภาพลัดโพธิ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวภายหลังรับเสื้อพระราชทานว่า ประชาชนใน จ.ภูเก็ต มีความตื่นเต้นมากที่ได้ร่วมกิจกรรมไบค์ อุ่นไอรัก และซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานเสื้อและน้ำดื่มแก่นักปั่นทุกคน&amp;nbsp;
ทุก จว.พร้อม &amp;#39;ไบค์ อุ่นไอรัก&amp;#39;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตอนนี้มีประชาชนได้สมัครร่วมกิจกรรมทั้งสิ้น 5,376 คน ส่วนระยะทางปั่นมีจำนวน 27.1 กม. โดยทางจังหวัดภูเก็ตเน้นเรื่องของความปลอดภัย มีการระดมเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนในการดูแลประชาชนตลอดเส้นทาง&amp;quot; ผู้ว่าฯ ภูเก็ตกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ตอนนี้ประชาชนได้เข้าร่วมสมัครในการปั่นไบค์ อุ่นไอรักจำนวนกว่า 12,000 คน เกินโควตา 2,000 คน สำหรับระยะทางการปั่นจำนวน 29 กม. จากหน้าศาลากลางจังหวัด ไปยังค่ายทหารวชิราวุธ และกลับมายังหน้าศาลากลางจังหวัดเช่นเดิม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การรักษาความปลอดภัย ทางจังหวัดนครศรีธรรมราชระดมสรรพกำลังจากทุกภาคส่วนในการดูแลความปลอดภัยของประชาชนในระหว่างที่มีการปั่นร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ส่วนตัวก็ฟิตซ้อมปั่นจักรยานเพื่อเตรียมร่างกายทุกวัน&amp;quot; ผู้ว่าฯ นครศรีธรรมราชกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประเสริฐ ลือชาธนานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ซึ่งเป็นจังหวัดที่กำหนดระยะทางปั่นจักรยานไบค์ อุ่นไอรักยาวที่สุด ระยะทาง 109 กิโลเมตร กล่าวว่า จังหวัดตราดมีผู้มาลงทะเบียนปั่นจักรยาน จำนวน 4,981 คน ทางจังหวัดกำหนดระยะทางปั่นจักรยานดังกล่าวออกเป็น 4 ระยะ ได้แก่ ระยะทาง 5, 9, 29 และ 109 กิโลเมตร มีจุดเริ่มต้นจากศาลากลางจังหวัดไปยังจุดต่างๆ ของจังหวัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้ได้เตรียมพร้อมทั้งเส้นทางและมาตรการรักษาความปลอดภัยเรียบร้อย อย่างเส้นทางระยะ 109 กิโลเมตร จะมีรถตำรวจ รถประชาสัมพันธ์ตำรวจนำขบวน กลางขบวนจะมีรถมอเตอร์ไซค์ตำรวจคอยดูแล และปิดท้ายขบวนด้วยรถพยาบาล รถบริการ และตำรวจ&amp;quot; ผู้ว่าฯ ตราดกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.สงขลา นายอำพล พงษ์สุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นำคณะนักปั่นจักรยานจากสมาคมกีฬาจักรยานจังหวัดสงขลา ร่วมซ้อมปั่นจักรยานเพื่อสำรวจเส้นทางกิจกรรม &amp;quot;Bike อุ่นไอรัก&amp;quot; จังหวัดสงขลา เส้นทางจากศาลากลางจังหวัดสงขลา ถึงวัดแหลมพ้อ ตำบลเกาะยอ อำเภอเมืองฯ โดยบูรณาการความร่วมมือกับสถานีตำรวจภูธรเมืองสงขลา ที่ทำการปกครองจังหวัดสงขลา และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา ในการอำนวยความสะดวกการซ้อมปั่นจักรยานตลอดเส้นทางไป-กลับ รวมระยะทาง 29 กิโลเมตร ซึ่งผลการซ้อมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และจะรายงานต่อที่ประชุมเตรียมความพร้อมในการจัดกิจกรรม &amp;quot;Bike อุ่นไอรัก&amp;quot; ในเขตพื้นที่สงขลา ในวันที่ 29 พ.ย.61
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่กรมทางหลวงชนบท (ทช.) ได้เตรียมความพร้อมเส้นทางและสถานที่ในการจัดกิจกรรมปั่นจักรยาน &amp;ldquo;Bike อุ่นไอรัก&amp;rdquo; ซึ่งมีเส้นทางและสถานที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบของ ทช. คือ สะพานพระพุทธยอดฟ้าฯ สะพานพระปกเกล้า (เส้นทางเสด็จฯ), แยกตากสินบริเวณจุดตัดถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน, ถนนกรุงธนบุรี ถนนราชพฤกษ์ และสะพานพระราม 3 ช่วงสี่แยกมไหสวรรย์ (เส้นทางเสด็จฯ ผ่านบริเวณทางแยก), สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า (เส้นทางสำหรับประชาชน), สวนสุขภาพลัดโพธิ์ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ (จุดประทับ)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมทางหลวงชนบทได้ดำเนินการทาสี ตัดแต่งกิ่งไม้ ไฟฟ้าแสงสว่าง ประดับธงและผูกผ้าประดับ ส่วนบริเวณสวนสุขภาพลัดโพธิ์ ทช.ได้ดำเนินการซ่อมทาสีอาคารพิพิธภัณฑ์บริเวณทางเชื่อมต่ออาคารโดยรอบ จัดทำทางเชื่อมสำหรับทางขี่จักรยานเข้ามาภายในสวนสุขภาพลัดโพธิ์ จัดทำทางเชื่อม (ทางฉุกเฉิน) จากแนวทางเดิน-วิ่ง ไปยังท่าเทียบเรือฝั่งปากคลองลัดโพธิ์ การซ่อมแซมและทำความสะอาดพื้นลานพระบรมรูปทรงงาน งานไฟฟ้าแสงสว่าง การซ่อมแซม ทาสีศาลาพักผ่อน บริเวณรั้วโดยรอบ และการปรับปรุงห้องน้ำ พร้อมทั้งปรับพื้นที่รองรับขบวนเสด็จฯ ปั่นจักรยานในวันงาน&amp;nbsp;
ขสมก.จัดรถบริการฟรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายประยูร ช่วยแก้ว รองผู้อำนวยการฝ่ายการเดินรถองค์การ ในฐานะรักษาการผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กล่าวว่า ขสมก.ได้จัดเดินรถโดยสารให้บริการฟรี เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่จะเดินทางไปร่วมงาน &amp;ldquo;อุ่นไอรัก คลายความหนาว สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์&amp;rdquo; ระหว่างวันที่ 9 ธ.ค.2561-19 ม.ค.2562 ณ พระลานพระราชวังดุสิต และสนามเสือป่า กรุงเทพมหานคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย 1.จัดเดินรถโดยสารกิจกรรม &amp;ldquo;Bike อุ่นไอรัก&amp;rdquo; ในวันที่ 9 ธ.ค.2561 จำนวน 15 เส้นทาง คือ จัดรถเฉพาะกิจให้บริการฟรี (จอดรับ-ส่งทุกป้าย) จำนวน 4 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางที่ 1 สถานีขนส่งจตุจักร จอดส่งที่แยกอู่ทองใน ให้บริการจำนวน 10 คัน, เส้นทางที่ 2 อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ จอดส่งที่แยกอู่ทองใน ให้บริการ จำนวน 10 คัน, เส้นทางที่ 3 สถานีรถไฟหัวลำโพง จอดส่งที่สะพานขาว ให้บริการจำนวน 10 คัน, เส้นทางที่ 4 สนามศุภชลาศัย จอดส่งที่แยกยมราช ให้บริการจำนวน 10 คัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ จัดรถ Shuttle Bus ให้บริการฟรี (รับจากจุดจอดรถ-จุดส่ง) จำนวน 11 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางที่ 1 เซ็นทรัลเวสต์เกต จอดส่งที่แยกอู่ทองใน ให้บริการจำนวน 5 คัน, เส้นทางที่ 2 รฟม. (พระราม 9) &amp;nbsp;สำนักงานใหญ่ จอดส่งที่แยกอู่ทองใน ให้บริการจำนวน 15 คัน, เส้นทางที่ 3 อาคารจอดรถไฟฟ้าใต้ดิน (แยกรัชดาฯ-ลาดพร้าว) จอดส่งที่แยกอู่ทองใน ให้บริการ จำนวน 15 คัน, เส้นทางที่ 4 ศาลอาญา (ถนนรัชดาฯ) จอดส่งที่แยกอู่ทองใน ให้บริการจำนวน 10 คัน, เส้นทางที่ 5 เซ็นทรัลพระราม 2 จอดส่งที่แยกอู่ทองใน ให้บริการ จำนวน 4 คัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เส้นทางที่ 6 พุทธมณฑล สาย 4 จอดส่งที่แยกอู่ทองใน ให้บริการจำนวน 10 คัน, เส้นทางที่ 7 เมืองทองธานี จอดส่งที่บ้านมนังคศิลา ให้บริการจำนวน 10 คัน, เส้นทางที่ 8 สนามกีฬาธูปะเตมีย์ จอดส่งที่บ้านมนังคศิลา ให้บริการจำนวน 5 คัน, เส้นทางที่ 9 ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ จอดส่งที่บ้านมนังคศิลา ให้บริการจำนวน 10 คัน, เส้นทางที่ 10 เมกา บางนา จอดส่งที่บ้านมนังคศิลา ให้บริการจำนวน 5 คัน, เส้นทางที่ 11 ไบเทค บางนา จอดส่งที่บ้านมนังคศิลา ให้บริการจำนวน 10 คัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รักษาการ ผอ.ขสมก.กล่าวว่า ในส่วนการจัดเดินรถโดยสารทั้ง 15 เส้นทาง คือ ท่าต้นทางทั้ง 15 จุด รถคันแรกออก เวลา 07.00 น. รถคันสุดท้ายออก เวลา 21.00 น. ท่าปลายทาง (พื้นที่จัดงาน) ให้บริการเดินรถ จนกว่าจะส่งประชาชนออกจากพื้นที่หมด โดยระยะเวลาการปล่อยรถ ปล่อยรถออกทุกๆ 10 นาที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเดินรถโดยสารงาน &amp;#39;อุ่นไอรัก คลายความหนาว สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์&amp;#39; ระหว่างวันที่ 10 ธ.ค.2561-19 ม.ค.2562 จำนวน 7 เส้นทางนั้น รถคันแรกออกเวลา 09.00 น. รถคันสุดท้ายออกเวลา 21.00 น. ท่าปลายทาง (พื้นที่จัดงาน) ให้บริการเดินรถ จนกว่าจะส่งประชาชนออกจากพื้นที่หมด ระยะเวลาการปล่อยรถ ปล่อยรถออกทุกๆ 10 นาที&amp;quot; รักษาการ ผอ.ขสมก.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเส้นทางรถเฉพาะกิจให้บริการฟรี (จอดรับ-ส่งทุกป้าย) จำนวน 5 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางที่ 1 สถานีขนส่งจตุจักร จอดส่งที่แยกอู่ทองใน ให้บริการจำนวน 10 คัน, เส้นทางที่ 2 อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ จอดส่งที่แยกวัดเบญจฯ ให้บริการจำนวน 10 คัน, เส้นทางที่ 3 วงเวียนใหญ่ จอดส่งที่แยกวังแดง ให้บริการจำนวน 10 คัน, เส้นทางที่ 4 สถานีรถไฟหัวลำโพง จอดส่งที่หน้ากระทรวงศึกษาธิการ ให้บริการจำนวน 10 คัน, เส้นทางที่ 5 สนามศุภชลาศัย จอดส่งที่แยกสวนมิสกวัน ให้บริการจำนวน 10 คัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรายังจัดรถ Shuttle Bus ให้บริการฟรี (รับจากจุดจอดรถ-จุดส่ง) จำนวน 2 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางที่ 1 สนามม้านางเลิ้ง จอดส่งที่แยกวัดเบญจฯ ให้บริการ จำนวน 10 คัน, เส้นทางที่ 2 สนามหลวง จอดส่งที่หน้ากระทรวงศึกษาธิการ ให้บริการจำนวน 10 คัน&amp;quot; รักษาการ ผอ.ขสมก.กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23047</URL_LINK>
                <HASHTAG>Bike อุ่นไอรัก, ประยูร ช่วยแก้ว, พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อำพล พงษ์สุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181128/image_mid_5bfea8568322f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10300</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2018 09:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2018 09:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขสมก.เตรียมชงรัฐช่วยอุ้มหนี้ 8.4หมื่นล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขสมก.ชง&amp;rsquo;บิ๊กตู่&amp;rsquo;ช่วยอุ้มหนี้ 8.4 หมื่นล้านบาท เผยแผนฟื้นฟูเน้นจัดหารถใหม่ลดต้นทุนเชื้อเพลิง 50% เดินหน้าลดค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร ซึ่งในอนาคตจะนำเทคโลยีและนวัตกรรมใหม่ใช้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประยูร ช่วยแก้ว รักษาการผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) เปิดเผยว่า ขสมก.เตรียมเสนอแผนฟื้นฟูกิจการองค์กรขอรับการพิจารณาจากที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.)ซึ่งมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน หากสามารถเห็นชอบได้จะนำแนวทางดังกล่าวไปดำเนินการต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประเด็นสำคัญของเรื่องแผนฟื้นฟูกิจการในครั้งนี้ได้แก่แนวทางการลดรายจ่ายด้านงานบริการรถเมล์ควบคู่ไปกับการบริหารหนี้สินจำนวน 1 แสนล้านบาท โดยเฉพาะเรื่องหนี้สินสะสมขององค์กรนั้นแบ่งเป็นหนี้สินจากนโยบายภาครัฐและหนี้สินจากงานบริหาร ดังนั้นในครั้งนี้จะมีการเสนอแนวทางแก้ปัญหาโดยการให้รัฐบาลช่วยแบ่งเบารับภาระหนี้ที่เกิดจากนโยบายภาครัฐไปดูแลซึ่งหนี้สินสะสมดังกล่าวส่วนใหญ่มาจากสาเหตุนี้เกือบทั้งหมด โดยขสมก.จะเป็นผู้ดูแลเพียงหนี้สินจากงานบริหารเพียงเท่านั้น โดยที่ผ่านมานั้นได้มีการหารือกันไปหลายครั้งแล้วระหว่างกระทรวงคมนาคมและกระทรวงการคลังรวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะที่เรื่องแนวทางการลดค่าใช้จ่ายนั้นขสมก.จะให้ความสำคัญกับโครงการจัดซื้อรถเมล์ใหม่เพื่อลดภาระค่าซ่อมบำรุงและค่าเชื้อเพลิงซึ่งถือเป็นต้นทุนดำเนินการส่วนใหญ่ในปัจจุบัน ทั้งนี้ตนมองว่ารถเมล์รุ่นใหม่แบบไฮบริดสามารถลดต้นทุนค่าเชื้อเพลิงลงได้ 50% จากเดิม 3,400 บาท/คัน/วัน เหลือเพียง 1,800 บาท/คัน/วัน ซึ่งจากที่ทดสอบแล้วเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในกรุงเทพอีกทั้งยังสามารถผลิตและประกอบได้ในไทยอีกด้วย&amp;nbsp;
นอกจากนี้ในแผนดังกล่าวยังมีแนวทางการปรับโครงสร้างองค์กรใหม่เพื่อลดภาระต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรอีกด้วย ซึ่งในอนาคตขสมก.จะเน้นการนำเทคโลยีและนวัตกรรมใหม่มาทดแทนบุคลากรมากขึ้น อาทิ โครงการติดตั้งเครื่องอ่านบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (E-Ticket) เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประยูรกล่าวต่อว่าส่วนด้านความคืบหน้ากรณีที่ศาลปกครองกลางพิพากษาให้ ขสมก.ชดใช้ค่าเสียหายอันเนื่องจากการไม่ชำระราคารถยนต์โดยสาร พร้อมดอกเบี้ย รวมเป็นเงิน 1.04 พันบาท ให้กับบริษัท เบสท์ริน กรุ๊ปนั้นขณะที่ขสมก.ได้รับคำสั่งศาลพร้อมยื่นเรื่องอุทธรณ์ไปแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างรอเข้าไปชี้แจงให้ศาลปกครองรับทราบในวันที่นัดหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในวันที่31 พ.ค.นี้จะมีพิธีส่งมอบรถโดยสารปรับอากาศชานต่ำยี่ห้อฮีโน่ ระบบดีเซลและไฟฟ้า(ไฮบริด) ในโครงการความร่วมมือระหว่าง ขสมก. บริษัท ฮีโน่ มอเตอร์สเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด และองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA) จำนวน 1 คัน มาทดลองวิ่งให้บริการประชาชนในเส้นทางเดินรถของ ขสมก. เป็นระยะเวลา 122 วัน ตั้งแต่วันที่ 16 มิ.ย.-30 ก.ย.นี้รวม 7 เส้นทาง อาทิสาย A1 ดอนเมือง-หมอชิต 2 สาย 510 ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สาย522 รังสิต-อนุสาวรีย์ชัยฯ (ทางด่วน) เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากขสมก.ระบุว่าปัจจุบันขสมก.มีภาระหนี้สินจำนวนทั้งสิ้นราว 1 แสนล้านบาทโดยพบว่าหนี้สินราว 8.48 หมื่นล้านบาทหรือคิดเป็น 84% ของมูลค่าหนี้ทั้งหมดนั้นเป็นหนี้สินที่เกิดจากนโยบายรัฐบาล ขณะที่อีกราว 1.6 หมื่นล้านบาทนั้นคือหนี้สินที่เกิดจากงานบริหาร สำหรับสาเหตุของหนี้สินจากนโยบายรัฐนั้นได้แก่ 1.โครงการลดภาระค่าครองชีพของประชาชน เงินอุดหนุนบริการสาธารณะ (PSO) &amp;nbsp;และต้นทุนในอดีตอย่างโครงการอุดหนุนรถเมล์ฟรีจำนวน 10,000 บาทต่อคันต่อวัน หรือคิดเป็นเดือนละ 240 ล้านบาทหรือปีละ 2,880 ล้านบาท จากจำนวนรถเมล์ฟรีทั้งหมดราว 800 คัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10300</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขสมก., คณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ, นายกรัฐมนตรี, ประยูร ช่วยแก้ว, พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนี้สิน, องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180530/image_big_5b0e12060f59c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
