<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76253</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2020 12:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2020 12:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผยร้องเรียนมลพิษในไทยแนวโน้มพุ่ง คพ.เสริมศักยภาพหน่วยพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแก้ทันท่วงที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp; -&amp;nbsp; นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า คพ. จัดอบรมเสริมสร้างศักยภาพหน่วยพิทักษ์สิ่งแวดล้อม (Environmental Protection Unit : EPU) ซึ่งเป็นหน่วยงานร่วมระหว่าง คพ.สำนักสิ่งแวดล้อมภาคที่ 1-16 และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด เพื่อจัดการเรื่องร้องเรียนด้านมลพิษแก้ปัญหามลพิษที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเรื่องร้องเรียนที่ปรากฏอยู่ในสื่อต่างๆ เป็นไปอย่างรวดเร็วทันสถานการณ์ ลดความซ้ำซ้อนในการทำงาน ตลอดจนสามารถดำเนินการบังคับใช้กฎหมายกับแแหล่งกำเนิดมลพิษที่มีการกระทำที่ขัดต่อพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประลอง กล่าวว่า แนวทางการดำเนินการจัดการร้องเรียนด้านมลพิษ ประกอบด้วย 3 แนวทางหลัก ได้แก่ ด้านกฎหมาย ซึ่งมี พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 ระบุถึงหลักปฏิบัติและหน้าที่ของเจ้าพนักงานควบคุมมลพิษ ด้านกระบวนการจัดเรื่องร้องเรียนมลพิษ ตรวจสอบการประกอบกิจกรรมของโรงงานตรวจสอบการขออนุญาตในการประกอบกิจการร่วมกับการใช้เครื่องมือเบื้องต้น เพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุของการเกิดมลพิษ ร่วมกับการตรวจวัดมลพิษภายในและภายนอกโรงงาน โดยเทียบกับค่ามาตรฐาน และด้านอุปกรณ์ตรวจวัดมลพิษ เช่น เครื่องมือตรวจวัดฝุ่นละอองในบรรยากาศขนาดไม่เกิน 10&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไมครอน เครื่องวัดก๊าซพิษ เครื่องมือตรวจวัดคุณภาพน้ำหลายตัวแปร และเครื่องตรวจวัดเสียง เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากสถิติการร้องเรียนปี 2561 มีการร้องเรียนปัญหามลพิษในประเทศไทยจำนวนทั้งสิ้น 14,442 ครั้ง ต่อมาในปี 2562 มีการร้องเรียนจำนวน 16,898 ครั้ง ซึ่งสูงกว่าปีที่ผ่านมากว่า 2000 ครั้งโดยที่ผ่านมาเรื่องร้องเรียนที่เกิดขึ้นมีหลายหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบและแก้ปัญหาจึงต้องใช้เวลาในการดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอน แต่มลพิษบางประเภทรอไม่ได้&amp;nbsp; หากปล่อยไว้นาน อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อมเป็นวงกว้าง ดังนั้น การพัฒนาเครือข่ายในรูปแบบหน่วยพิทักษ์สิ่งแวดล้อม (EPU) ให้มีศักยภาพความพร้อมทั้งในภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ จึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนปัญหามลพิษให้มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จ &amp;quot; นายประลอง กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76253</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมควบคุมมลพิษ, ประลอง ดำรงค์ไทย, ปัญหามลพิษในไทย, หน่วยพิทักษ์สิ่งแวดล้อม(EPU)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200902/image_big_5f4f2ec6a25e9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62389</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2020 15:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2020 15:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟู้ดเดลิเวอรี่-ทำงานอยู่บ้านช่วงโควิด ส่งผลขยะพลาสติก-เศษอาหารพุ่งขึ้ิน ชี้ไร้คัดแยก เหตุกลัวไวรัส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 7 เม.ย. -นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า ในช่วงเดือนมกราคม &amp;ndash; มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา เป็นช่วงที่หลายๆ ประเทศ รวมทั้งประเทศไทยอยู่ในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ส่งผลกระทบต้องมีการประกาศมาตรการต่างๆ รวมทั้งจำกัดการเดินทาง ให้ประชาชนอยู่แต่ในบ้าน ปิดบริการทุกอย่าง ยกเว้นที่จำเป็น เช่น ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหาร ร้านยา เป็นต้น ส่งผลต่อการคัดแยกขยะและปริมาณขยะ จากข้อมูลที่ได้จากผู้เก็บขนขยะของกรุงเทพมหานครถึงแนวโน้มปริมาณขยะในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 พบว่า ปริมาณขยะในภาพรวมมีปริมาณน้อยลงกว่าช่วงปกติ แต่ขยะพลาสติกมีปริมาณเพิ่มขึ้น อาทิ กล่องพลาสติกใส่อาหารสำเร็จรูปหรืออาหารแบบเดลิเวรี่ รวมทั้งช้อนส้อมพลาสติก แก้วพลาสติกและหลอดดูดที่ใช้เครื่องดื่ม เนื่องมาจากประชาชนส่วนใหญ่จำเป็นต้องทำงานอยู่บ้าน (Work from Home ) ส่งผลให้ต้องใช้บริการสั่งของออนไลน์ และฟู้ดเดลิเวอรี่ที่เพิ่มมากหลายเท่าขึ้น อาทิ LINE MAN , GRAP FOOD , GET FOOD , FOOD PANDA &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พบว่า ปริมาณขยะเศษอาหารถูกทิ้งปะปนมากับขยะทั่วไปมีปริมาณเพิ่มขึ้น เนื่องจากครัวเรือนและผู้จัดเก็บไม่มีการคัดแยกขยะก่อนนำไปกำจัด เนื่องจากกลัวการติดเชื้อไวรัส&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประลอง &amp;nbsp;กล่าวว่า แนวทางการลดปริมาณขยะ และขยะพลาสติกในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ดำเนินการได้ เช่น ในช่วงเก็บตัวอยู่บ้าน หากไม่มีครัว สั่งแบบเดลิเวรี่ อย่าลืมแจ้งทางร้านหรือคนขับของแอพต่างๆ ที่ให้บริการว่า ไม่รับช้อนส้อมพลาสติกทุกครั้งด้วย เพื่อช่วยกันลดขยะพลาสติก และใช้ช้อนตัวเอง ที่ล้างทำความสะอาดด้วยตัวเอง มั่นใจต่อสุขภาพอนามัยมากขึ้น ในส่วนของร้านอาหารควรใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ควรบริโภคอาหารแบบแพ็คห่อพอประมาณ ลดการสร้างขยะพลาสติก ช่วงกักตัวหากสามารถทำอาหารทานเองได้ควรทำให้บ่อยขึ้นแทนการบริโภคอาหารสำเร็จรูป ที่มีการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกครั้งเดียวทิ้ง และการซื้อสินค้าอาหาร ควรตรวจสอบวันหมดอายุก่อนซื้อ และซื้อไว้ในปริมาณที่พอเหมาะสำหรับการบริโภค เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิด Food waste หรือขยะอาหาร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จากรายงานสถานการณ์มลพิษ โดย คพ. พบว่า ในปี พ.ศ. 2562 มีปริมาณขยะมูลฝอยชุมชนของประเทศไทยเกิดขึ้น 28.71 ล้านตัน หรือประมาณ 78,665 ตันต่อวัน โดยปริมาณขยะมูลฝอยมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นจากการขยายตัวของชุมชนเมือง การเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวจากการส่งเสริมการท่องเที่ยว และประชากรแฝงจากแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทางานในประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62389</URL_LINK>
                <HASHTAG>Workfromhome, ขยะพลา่สติก, คพ., ประลอง ดำรงค์ไทย, พิษโควิด-19, ฟูดเดลิเวอรี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200407/image_big_5e8c32dd7597d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56196</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทม.สั่งหยุด งานก่อสร้าง 3วัน-ลดฝุ่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนกรุงอย่าชะล่าใจ ฝุ่นจิ๋วกลับมาท่วมเมืองปริมาณสูงกว่าเมื่อวันอาทิตย์เกือบทุกพื้นที่ ระบุตัวการสำคัญมาจากปัญหาการจราจร กทม.สั่งงดการก่อสร้าง รวมทั้งรถไฟฟ้า 7 สาย เป็นเวลา 3 วัน 4-6 ก.พ.นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 3 กุมภาพันธ์นี้ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดย คพ. ร่วมกับ กทม. ตรวจวัดคุณภาพอากาศ 56 สถานี ค่าฝุ่นอยู่ระหว่าง 42-77 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ค่ามาตรฐานอยู่ที่ 50 มคก./ลบ.ม. คุณภาพอากาศอยู่ในระดับคุณภาพปานกลางถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ปริมาณฝุ่นละอองในภาพรวมเพิ่มขึ้นเกือบทุกพื้นที่ จากเมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยพบพื้นที่ที่มีปริมาณฝุ่นละอองอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (พื้นที่สีส้ม) จำนวน 53 สถานี ได้แก่ แขวงหิรัญรูจี เขตธนบุรี กรุงเทพฯ, ริมถนนกาญจนาภิเษก เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ, แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ, แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ, แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ, แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ, ริมถนนพระราม 4 เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ริมถนนอินทรพิทักษ์ เขตธนบุรี กรุงเทพฯ, ริมถนนลาดพร้าว เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ, ริมถนนดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ, แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพฯ, แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ, ต.บางกรวย อ.บางกรวย นนทบุรี, ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด นนทบุรี, ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง ปทุมธานี, ต.ทรงคนอง อ.พระประแดง สมุทรปราการ, ต.บางโปรง อ.เมือง สมุทรปราการ, ต.ตลาด อ.พระประแดง สมุทรปราการ, ต.ปากน้ำ อ.เมือง สมุทรปราการ และ ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน สมุทรสาคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน หรือ PM10 ตรวจพบค่าระหว่าง 67-123 มคก./ลบ.ม. ค่ามาตรฐานอยู่ที่ 120 มคก./ลบ.ม. เกินมาตรฐานที่บริเวณแขวงหิรัญรูจี เขตธนบุรี กรุงเทพฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สถานการณ์คุณภาพอากาศพื้นที่ภาคเหนือ ฝุ่นละออง PM 2.5 ตรวจพบค่าระหว่าง 20-83 มคก./ลบ.ม. &amp;nbsp;คุณภาพอากาศอยู่ในระดับคุณภาพดีมากถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ เกินมาตรฐานที่บริเวณ ต.แม่ปะ อ.แม่สอด ตาก, ต.ในเวียง อ.เมือง น่าน, ต.บ้านต๋อม อ.เมือง พะเยา, ต.พระบาท อ.เมือง ลำปาง, ต.สบป้าด อ.แม่เมาะ ลำปาง, ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ ลำปาง, ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ ลำปาง, ต.นาจักร อ.เมือง แพร่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดี คพ. ระบุว่า สถานการณ์ฝุ่นละอองในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเกือบทุกสถานีจากเมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยมีปัจจัยมาจากสภาพการจราจร จากรายงานของ บก.จร. และมูลนิธิศูนย์ข้อมูลจราจรอัจฉริยะไทย หรือ iTIC รายงานว่า การจราจรหนาแน่นและติดขัดตั้งแต่ช่วงบ่ายถึงค่ำของวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา &amp;nbsp;ทำให้ฝุ่นละอองเกิดการสะสม ประกอบกับสภาพอุตุนิยมวิทยา มีลมสงบและลมอ่อนตั้งแต่ช่วงค่ำเมื่อวาน ส่งผลให้ฝุ่นละอองไม่กระจายตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประลองกล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขได้แจ้งเตือนให้ประชาชนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงทางสุขภาพที่จะได้ร้บผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 ได้แก่ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว ในพื้นที่ที่ฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน ควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรม หรือออกกำลังกายกลางแจ้ง หากจำเป็นต้องออกนอกบ้านเป็นเวลานาน ควรสวมหน้ากากอนามัย เพื่อเป็นการป้องกันฝุ่นละออง รวมถึงป้องกันโรคติดต่อในระบบทางเดินหายใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์ได้ทางเว็บไซต์ Air4Thai.com แอปพลิเคชัน Air4Thai และ bangkokairquality.com
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องประชุมและวางแผน (WAR ROOM) ชั้น 35 อาคารธานีนพรัตน์ กทม. 2 ดินแดง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมกับ นางจินดารัตน์ ชโยธิน ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง และนางสาวอรพินทร์ เพชรทัต คณะโฆษกของ กทม. แถลงผลการประชุมคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;ครั้งที่ 3/2563 ว่า ในที่ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รายงานความคืบหน้าการดำเนินการตามมาตรการและแนวทางการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ พบว่า ระยะนี้ในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีความกดอากาศสูงเข้ามาปกคลุม โดยเฉพาะในช่วงเช้าถึงเที่ยง ประกอบกับลมมีกำลังอ่อนลง ทำให้ไม่สามารถกระจายฝุ่นในพื้นที่ออกไปได้ ดังนั้นในช่วง 2-3 วันหลังจากนี้ ค่าฝุ่นละอองจะมีปริมาณสูงขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้แถลงระบุว่า ที่ผ่านมา กทม.ได้ดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง อาทิ มาตรการตรวจจับรถควันดำ โดยตั้งแต่ ต.ค.62-ม.ค.63 &amp;nbsp;สามารถตรวจจับรถควันดำได้ 29,513 คัน เฉพาะวันที่ 31 ม.ค.63 สามารถตรวจจับรถควันดำได้ 520 คัน มาตรการควบคุมการเผาในที่โล่ง การประสาน ขสมก. เพื่อล้างท่อไอเสียของรถร่วมบริการทั้งหมด โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป มาตรการประสานกรมโรงงานเพื่อตรวจปล่องของโรงงานไม่ให้ปล่อยฝุ่นละออง หากพบว่ามีการปล่อยฝุ่นละอองเกินมาตรฐานจะสั่งให้หยุดทำงานเพื่อแก้ไขทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อย่างไรก็ดี คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานครเห็นว่าการก่อสร้างในพื้นที่กรุงเทพฯ ทั้งหมดมีส่วนทำให้เกิดปัญหาฝุ่นละอองได้เช่นกัน ทั้งการก่อสร้างรถไฟฟ้า และการก่อสร้างทั่วไป ดังนั้นจึงมีมติสั่งการให้หยุดการก่อสร้างในกิจกรรมที่จะก่อให้เกิดฝุ่นละออง ตั้งแต่วันที่ 4-6 ก.พ. รวมถึงการก่อสร้างรถไฟฟ้า 7 สายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และการก่อสร้างอาคารสูง&amp;quot; พล.ต.อ.อัศวินกล่าวและว่า กทม.จะดำเนินมาตรการอื่นควบคู่ไปด้วย ได้แก่ การติดสปริงเกลอร์พ่นละอองน้ำ และการฉีดน้ำล้างถนน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56196</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประลอง ดำรงค์ไทย, ฝุ่นจิ๋ว, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200203/image_big_5e381ef5d99df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52611</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือนฝุ่นคลุมถึงก.พ. คพ.นำร่องงดใช้รถ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษเตือน คนกรุงและปริมณฑลยังต้องดมฝุ่นเกินค่ามาตรฐานไปจนถึงช่วงกุมภาพันธ์ สาเหตุหลักมาจากยานพาหนะ นำร่องงดใช้รถส่วนตัววันพุธ หวังกระตุ้นจิตสำนึกให้ภาคส่วนอื่นทำตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 16 ธันวาคมนี้ นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยถึงสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล คุณภาพอากาศอยู่ในระดับคุณภาพดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ สารมลพิษทางอากาศที่ตรวจพบเกินมาตรฐาน ได้แก่ ฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ตรวจพบค่าระหว่าง 29-60 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก/ลบ.ม.) เกินมาตรฐาน 10 สถานี ที่บริเวณริมถนนตรีมิตร วงเวียนโอเดียน เขตสัมพันธวงศ์, ริมถนนพระรามที่ 4 หน้าสามย่านมิตรทาวน์ เขตปทุมวัน, ริมถนนพระราม 3-เจริญกรุง เขตบางคอแหลม, ริมถนนเจริญนคร เขตคลองสาน, ริมถนนเพชรเกษม เขตภาษีเจริญ, แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ, แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่, ริมถนนพหลโยธิน เขตบางเขน, ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร และ ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประลองกล่าวว่า คาดว่าค่าฝุ่น PM 2.5 จะเกินค่ามาตรฐานในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2562 ไปถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่เป็นเด็ก คนชรา และผู้ที่มีปัญหาเรื่องสุขภาพอนามัย ในปีที่ผ่านมามีจำนวนวันที่ฝุ่นละอองเกินมาตรฐานใน จ.สมุทรสาคร กทม. สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี และนครปฐม ช่วงสถานการณ์ระหว่างเดือน พ.ย.2561-เม.ย.2562 มีจำนวน 59 วัน 49 วัน 44 วัน 24 วัน 21 วัน และ 33 วัน ตามลำดับ ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากยานพาหนะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดี คพ.กล่าวว่า ประเทศไทยได้วางแผนพัฒนามาตรฐานการระบายมลพิษจากรถยนต์ใหม่ให้เทียบเท่ามาตรฐานยูโร 5 และยูโร 6 ภายในปี 2564 และ 2565 สำหรับการพัฒนามาตรฐานการระบายมลพิษจากรถจักรยานยนต์ให้เทียบเท่ายูโร 4 ภายในปี 2563 และปรับปรุงให้เทียบเท่ามาตรฐานยูโร 5 ภายในปี 2568 และปรับปรุงมาตรฐานคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิงที่เทียบเท่ายูโร 5 ให้แล้วเสร็จภายในปี พ.ศ.2566 และบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2567 เป็นต้นไป ซึ่งมีค่ามลพิษที่น้อยลง พร้อมทั้งมีระบบคมนาคมขนส่งรถไฟฟ้าครอบคลุมเมืองหลัก จะทำให้ฝุ่นละอองและมลพิษทางอากาศลดน้อยลง แต่ในขณะที่ปัจจุบันปัจจัยเหล่านั้นยังไม่มาถึง เมื่อมีสภาพความกดอากาศต่ำ ทำให้มีปริมาณฝุ่นละอองเกิดการสะสม ปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยได้คือเราทุกคนต้องช่วยกันลดการระบายมลพิษจากรถยนต์ ลดการใช้ยานพาหนะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คพ.ในฐานะหน่วยงานที่ดูแลกำกับในการจัดการมลพิษ เจ้าหน้าที่มีความตระหนักในเรื่องดังกล่าว และผลกระทบต่อประชาชน ด้วยสปิริตวิชาชีพ สปิริตองค์การ จะเป็นหน่วยงานผู้นำในการร่วมแก้ไขปัญหาโดยการเริ่มที่ตัวเราก่อน ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ทุกคนร่วมใจงดใช้รถ ลด PM 2.5 เพื่อลมหายใจของทุกคน โดยงดใช้รถยนต์ส่วนตัวในการเดินทางมาทำงานในทุกวันพุธของสัปดาห์ เริ่มตั้งแต่วันพุธที่ 18 ธันวาคม เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์ฝุ่นละอองจะกลับสู่ภาวะปกติ&amp;rdquo; นายประลองกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมุทรสาคร นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผวจ.สมุทรสาคร ได้สั่งการให้ทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดำเนินการทำความสะอาด (Big Cleaning Day) ในเช้าวันที่ 16 ธันวาคม พร้อมกันทั่วทั้งจังหวัด ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครได้นำร่องเปิดเครื่องดับเพลิงฉีดหมอกน้ำ/โฟม ด้วยระบบควบคุมระยะไกล บนถนนพระราม 2 บริเวณที่มีการก่อสร้างทาง นอกจากนี้ยังได้มีคำสั่งการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทำการฉีดพ่นน้ำล้างถนนรอบแรกในช่วงตอนบ่ายของทุกวัน และรอบสองในช่วงกลางดึก เนื่องจากพบว่าในช่วงเย็นถึงค่ำเป็นช่วงที่ค่าฝุ่นละอองพุ่งขึ้นสูงกว่าช่วงปกติทั่วไป.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52611</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประลอง ดำรงค์ไทย, วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191216/image_big_5df7841253bd6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49262</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/10/2019 15:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/10/2019 15:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คพ.เผยคนเมินกระทงโฟม ชูลดขนาด ลอยแบบ 1 คู่รัก 1 ครอบครัว 1 กระทง แก้ปัญหาขยะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ &amp;nbsp;เปิดเผยว่า จากข้อมูล กทม. ในการจัดเก็บกระทงในเขตกรุงเทพมหานคร ปี 2551 &amp;ndash; 2561 พบว่า มีปริมาณ 8-9 แสนชิ้นต่อปี (ยกเว้นปี 2554 และ ปี 2559) และพบว่าการใช้กระทงที่ทำจากธรรมชาติมีแนวโน้มสูงขึ้น &amp;nbsp;คิดเป็นร้อยละ 87- 94.7 กระทงโฟมมีแนวโน้มลดลงจากร้อยละ 13 ลดลงเหลือร้อยละ 5.3 ซึ่งในปี &amp;nbsp;2561 ที่ผ่านมา มีปริมาณทั้งสิ้น 841,327 ใบ แบ่งเป็นกระทงที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ 796,444 ใบ และกระทงโฟม 44,883 ใบ คิดเป็นกระทงจากวัสดุธรรมชาติร้อยละ &amp;nbsp;94.7 และกระทงโฟมร้อยละ 5.3 จากข้อมูลข้างต้นแสดงให้เห็นว่าประชาชนส่วนใหญ่ลอยกระทงจากวัสดุธรรมชาติแทนการใช้กระทงโฟม ชี้ให้เห็นว่าประชาชนและผู้ค้ากระทง ได้ให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายประลอง กล่าวว่า แนวทางการลอยกระทงรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยใช้หลักการ 3R ได้แก่&amp;nbsp;&amp;ldquo;ใช้น้อย&amp;rdquo;(Reduce) คือการลดขนาดของกระทงที่ใช้ ลดจำนวนชิ้น ใช้วัสดุธรรมชาติในการตกแต่งกระทง เพื่อเป็นการประหยัดทรัพยากรและช่วยลดปริมาณขยะ, &amp;ldquo;ใช้ซ้ำ&amp;rdquo; (Reuse) คือการนำวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้ซ้ำ เพื่อเป็นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดอย่างคุ้ม และสุดท้ายคือ &amp;ldquo;แปรรูปใช้ใหม่&amp;rdquo; (Recycle) คือการนำกระทงที่เก็บรวบรวมมาใช้ประโยชน์ โดยกระทงจากวัสดุธรรมชาติจะนำมาใช้ในการหมักปุ๋ยต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประลอง กล่าวต่อว่า เพื่อให้เป็นไปตามนโยบาย ทส. โดยนายวราวุธ &amp;nbsp;ศิลปอาชา รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่ได้ร่วมมือกับห้างสรรพสินค้า 46 แห่ง ดำเนินโครงการ &amp;quot;การงดแจกถุงพลาสติก&amp;quot; ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 &amp;nbsp;และเพื่อเป็นการดูแลและรักษาสิ่งแวดล้อม ลดขยะพลาสติกทั้งบนบกและทะเล ในเทศกาลลอยกระทง ปี 2562 คพ.ขอเชิญชวนคนไทยร่วมลอยกระทง ใส่ใจสายน้ำและสิ่งแวดล้อม โดยใช้กระทงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และร่วมลดปริมาณกระทง ลดการก่อให้เกิดขยะ ด้วยการลอยแบบ 1 คู่รัก 1 กระทง หรือ 1 ครอบครัว 1 กระทง หรือ 1 แก๊งค์หรือกลุ่ม 1 กระทง หรือการลอยกระทงออนไลน์จะช่วยให้การลอยกระทงสร้างมลพิษน้อยที่สุด และขอความร่วมมือประชาชนพกถุงผ้าใส่สิ่งของแทนถุงพลาสติก แม่ค้างดแจกถุงพลาสติกหูหิ้วและพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียว เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมและลดปริมาณขยะที่เกิดขึ้นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49262</URL_LINK>
                <HASHTAG>1ครอบครัว1กระทง, 1คู่รัก1กระทง, 3R, กระทงโฟม, คพ., ประลอง ดำรงค์ไทย, ลอยกระทงใส่ใจสิ่งแวดล้อม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191031/image_big_5dba99566ab39.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47066</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เล็งแก้ฝุ่นท่วมกรุง ขึ้นภาษีรถควันดำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์ฝุ่นควันใน กทม.และปริมณฑลยังน่าห่วง ช่วงเช้าพบฝุ่นจิ๋วครอบคลุมเกือบทุกพื้นที่ ตกบ่ายได้เฮมีฝนโปรยปรายลงมาบ้าง ศธ.สั่งอาชีวะทำเครื่องฟอกอากาศติดตั้งตามโรงเรียนต่างๆ บิ๊กแดงสั่งกำลังพลช่วยฉีดน้ำ เตือนธันวา.-มกรา.เจอหนักอีกรอบ &amp;quot;ศักดิ์สยาม&amp;quot; สั่งตรวจรถควันดำถี่ยิบ เผยอาจถึงขั้นเพิ่มภาษีรถที่ก่อมลพิษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 1 ตุลาคมนี้ ว่า จากการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยกรมควบคุมมลพิษร่วมกับกรุงเทพมหานคร พบว่า ปริมาณฝุ่นละออง PM 2.5 ตรวจวัดได้ระหว่าง 40-81 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) พบส่วนใหญ่เกินเกณฑ์มาตรฐาน (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 มคก.-ลบ.ม. เกือบทุกพื้นที่ ยกเว้นเขตพญาไท และเขตบางนา ในพื้นที่ จ.นนทบุรี บริเวณ อ.ปากเกร็ด, จ.ปทุมธานี บริเวณ อ.คลองหลวง, จ.สมุทรปราการ บริเวณ อ.บางเสาธง และ อ.เมือง, จ.สมุทรสาคร บริเวณ อ.เมือง, จ.นครปฐม บริเวณ อ.เมือง ปริมาณฝุ่นละอองมีแนวโน้มไม่เปลี่ยนแปลงจากวันก่อนหน้ามากนัก คุณภาพอากาศอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สำนักสิ่งแวดล้อม โดยกองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง&amp;nbsp;รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ของสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศของกรุงเทพมหานคร ช่วงเวลา 08.00 น. ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง&amp;nbsp;ตรวจวัดได้ 55-81 มคก./ลบ.ม. เกินมาตรฐาน 24 พื้นที่ โดยพื้นที่ที่มีค่าสูง ได้แก่ เขตสาทร สี่แยกหน้าสำนักงานเขตสาทร ซอยถนนเซนต์หลุยส์ &amp;nbsp;69 มคก./ลบ.ม., เขตบางคอแหลม บริเวณป้อมตำรวจสี่แยกถนนตก 78 มคก./ลบ.ม., เขตยานนาวา ใกล้ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สำนักงานใหญ่ 64 มคก./ลบ.ม., เขตจตุจักร บริเวณด้านหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 64 มคก./ลบ.ม., เขตคลองสาน บริเวณหน้าห้องสมุดใต้สะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน 67 มคก./ลบ.ม., เขตภาษีเจริญ หน้ามหาวิทยาลัยสยาม 66 มคก./ลบ.ม. เขตบางซื่อ ภายในสำนักงานเขตบางซื่อ 78 มคก./ลบ.ม., เขตหลักสี่ ภายในสำนักงานเขตหลักสี่ 75 มคก./ลบ.ม., เขตบางเขน ภายในสำนักงานเขตบางเขน ตรวจวัดได้ 67 มคก./ลบ.ม., เขตบึงกุ่ม ภายในสำนักงานเขตบึงกุ่ม ตรวจวัดได้ 65 มคก./ลบ.ม., เขตบางพลัด ภายในสำนักงานเขตบางพลัด 81 มคก./ลบ.ม., เขตราชเทวี บริเวณสำนักงานเขตราชเทวี ตรวจวัดได้ 70 มคก./ลบ.ม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในช่วงบ่ายได้เกิดฝนตกในหลายเขต คาดว่าจะสามารถชะล้างฝุ่นละอองทำให้ เบาบางลงได้&amp;nbsp;
ครม.งัด 3 มาตรการแก้ปัญหาฝุ่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการประชุมคณะรัฐมนตรีประจำสัปดาห์ที่ทำเนียบรัฐบาล นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ครม.เห็นชอบแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง ที่จะมีแนวทางแก้ปัญหาใน 3 มาตรการ คือมาตรการที่ 1 การเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ (การแก้ไขปัญหาในระยะเร่งด่วนและในช่วงวิกฤติ) มาตรการที่ 2 การป้องกันและลดการเกิดมลพิษที่ต้นทาง (แหล่งกําเนิด) การแก้ไขปัญหาในระยะสั้นและระยะยาว และมาตรการที่ 3 การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการมลพิษ อย่างไรก็ตาม แผนดังกล่าวได้มีการดำเนินการมาแล้วระยะหนึ่ง ซึ่งวิกฤติฝุ่น PM 2.5 ขณะนี้อยู่ในระยะก่อนเกิดวิกฤติ เพราะตัวเลขยังไม่ถึงขั้นวิกฤติ ทั้งนี้ ให้หน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้อง คือ กระทรวงมหาดไทย (มท.) กรุงเทพมหานคร กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กระทรวงอุตสาหกรรม สํานักงานตํารวจแห่งชาติ (สตช.) และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ต้องร่วมกันรับผิดชอบและต้องปฏิบัติตามเมื่อเข้าสู่มาตรการขั้นต่างๆ
คมนาคมเล็งขึ้นภาษีรถก่อมลพิษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมเร่งดำเนินมาตรการลดฝุ่นละอองเป็นการเร่งด่วน 3 เรื่อง คือ รถ งานก่อสร้าง และการใช้ระบบขนส่งสาธารณะ โดยในส่วนของรถ ให้กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ตรวจสอบสภาพและควันดำของรถโดยสารสาธารณะเข้มงวดมากขึ้น หากพบว่ารถคันใดไม่ผ่านหลักเกณฑ์การตรวจสภาพต้องสั่งห้ามวิ่งให้บริการเด็ดขาด จนกว่าจะมีการปรับปรุงแก้ไขให้ผ่านมาตรฐานแล้วจึงนำกลับมาให้บริการได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนโครงการก่อสร้าง ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการ อาทิ กรมทางหลวง (ทล.) และกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ประสานงานกับผู้รับเหมาให้ติดตั้งจัดสเปรย์น้ำในพื้นที่ก่อสร้างทุกโครงการ เพื่อลดปริมาณฝุ่นละออง ส่วนการใช้ระบบขนส่งสาธารณะนั้น มีนโยบายให้ข้าราชการและพนักงานที่จำเป็นต้องเดินทางจากต่างจังหวัดเข้ากรุงเทพฯ หลีกเลี่ยงการใช้รถยนต์ โดยให้ใช้บริการขนส่งสาธารณะแทน เช่น รถไฟ รถทัวร์ เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นอกจากนี้ เตรียมหารือเกี่ยวกับการนำมาตรการด้านภาษีมาใช้กับรถที่ก่อมลพิษ เช่น รถที่ปล่อยควันดำหรือมีเกณฑ์ควันดำเกินมาตรฐาน จะต้องถูกเรียกเก็บภาษีในอัตราที่สูงกว่ารถปกติที่ไม่ก่อมลพิษ ขณะเดียวกันก็จะลดภาษีหรือลดหย่อนค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนให้กับรถที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น รถยนต์ไฟฟ้า เป็นต้น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ขณะนี้กรมการขนส่งทางบกจะตรวจสอบสภาพรถและดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยจะตรวจวัดควันดำรถบรรทุกและรถโดยสารบนถนนสายหลักและสายรองใน กทม.และปริมณฑล เดือนละไม่น้อยกว่า 16 วัน พร้อมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก บก.จร. กทม. กรมควบคุมมลพิษ และผู้ประกอบการ ตรวจวัดควันดำรถบรรทุกและรถโดยสาร และอาจมีการปรับเวลาเดินรถบรรทุก 10 ล้อขึ้นไปเข้าเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ให้สอดคล้องกับสภาพการจราจรและการใช้รถใช้ถนนของประชาชนในปัจจุบัน โดยจะสามารถเดินรถได้หลังเวลา 24.00-04.00 น.&amp;nbsp;
ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศใน รร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงศึกษาธิการ นายไกรเสริม โตทับเที่ยง เลขานุการ รมว.กระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย นายพีระ รัตนวิจิตร รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.), นายพีระพล พูลทวี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) และนายประลอง ดำรงไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ร่วมแถลงข่าวการแก้ไขปัญหาสภาวะอากาศฝุ่นละออง หมอกควัน PM 2.5 สูงเกินค่ามาตรฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไกรเสริมกล่าวว่า เนื่องจากปริมาณฝุ่นที่สูงในช่วงสัปดาห์นี้ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ได้สั่งการให้อาชีวะดำเนินการจัดทำเครื่องกรองอากาศ เพื่อนำไปมอบให้กับโรงเรียนต่างๆ โดยจะเริ่มนำร่องโรงเรียนใน กทม.สังกัด สพฐ.ทั้ง 37 โรงเรียนก่อน จำนวน 1,000 เครื่อง เพื่อนำไปใช้ลดปริมาณฝุ่นในห้องเรียน โดยสามารถลดปริมาณฝุ่นได้เกินครึ่ง อนาคตจะขยายให้บริการในชุมชนหรือหน่วยงานภายนอก เพื่อจัดทำเป็นพื้นที่เซฟโซน และเตรียมผลิตเพิ่มเติมเพื่อรองรับเปิดเทอม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายประลอง ดำรงไทย อธิบดี คพ. กล่าวว่า วันนี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ลดลง เนื่องจากมีฝนตกและอิทธิพลจากลมมรสุมจากฟิลิปปินส์ แต่ทุกภาคส่วนยังต้องหามาตรการรับมือต่อไป เนื่องจากในช่วงเดือนธันวาคม กรุงเทพฯ จะกลับมาเผชิญกับฝุ่นละออง PM 2.5 อีกครั้ง ซึ่งต้นเหตุเกิดจากควันรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล หากทุกคนช่วยกันลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว จะช่วยลดปริมาณฝุ่นละอองในอากาศได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อุตุฯ บอกว่าจะมีฝนตกโดยมรสุมจากประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งจะช่วยหอบฝุ่นขึ้นชั้นบรรยากาศ อากาศเย็นจางลง ฝุ่นที่สะสมจะลอยขึ้นไป ถ้าเป็นไปตามสถานการณ์ที่กรมอุตุฯ รายงาน ตัวเลขฝุ่นก็จะลดลงจนกลับสู่ปกติ แต่จะกลับมาเจออีกในช่วงธันวาคมถึงมกราคม ซึ่งจะมีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงมาตรการที่จะเสนอต่อคณะรัฐมนตรีในวันนี้ด้วย&amp;rdquo; นายประลองกล่าว
กทม.ทดลองหอฟอกอากาศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า เนื่องจากสถานการณ์คุณภาพอากาศของระดับค่าฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยง ได้แก่ เขตบางขุนเทียน เขตปทุมวัน เขตธนบุรี เขตวังทองหลาง เขตดินแดง เมื่อหายใจเอาฝุ่นละอองเข้าไปจะส่งผลให้ประสิทธิภาพในการทำงานของอวัยวะต่างๆ ลดลง เช่น ปอด หัวใจ เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว ทางกรุงเทพมหานครได้เฝ้าระวังสถานการณ์ฝุ่นละอองอย่างต่อเนื่องและมีมาตรการเชิงรุก โดยรณรงค์ให้เจ้าของรถหรือผู้ขับขี่หมั่นบำรุงรักษาและตรวจสภาพรถ ควบคุมการเผาในที่โล่ง ไม่เผาขยะ ส่งเสริมการใช้เตาลดมลพิษในการประกอบการอาหารปิ้งย่าง ปลูกต้นไม้เพิ่มเพื่อดักฝุ่นละอองและมลพิษอากาศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชาตรี วัฒนเขจร ผอ.สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า บริษัท มาสเตอร์คูล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เสนอการติดตั้งหอฟอกอากาศ ซึ่งเป็นนวัตกรรมป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 เบื้องต้นจะติดตั้ง 1 เครื่องเร็วๆ นี้บริเวณใต้สถานี BTS สยาม ทางเข้าศูนย์การค้าสยามสแควร์วัน หากได้ผลดีจะขอความร่วมมือภาคเอกชน โดยเฉพาะอาคารสูง, ห้างสรรพสินค้า และสถานที่จัดงานขนาดใหญ่ ติดตั้งต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับหอฟอกอากาศ มีขนาดสูงประมาณ 4 เมตร กว้าง 1.5 เมตร ตัวเครื่องทําจากสเตนเลส หนักประมาณ 200 กก. ระบบการทำงานจะใช้หลักการดึงอากาศจากรอบตัวเครื่อง เพื่อกรองฝุ่น 2 ขั้นตอน และปล่อยอากาศบริสุทธิ์ทางด้านบน ซึ่งมีอัตราการสร้างอากาศบริสุทธิ์ไม่น้อยกว่า 17,000 ลบ.ม./ชม. ครอบคลุมพื้นที่ไม่น้อยกว่า 1,000 ตร.ม. ราคาประมาณ 5.3 ล้านบาทต่อเครื่อง ทั้งนี้ ในอนาคตคาดว่าจะติดตั้งหอฟอกอากาศในพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่น หรือพื้นที่ที่มีประชาชนใช้บริการจำนวนมาก จำนวน 24 หอ เช่น สถานีรถไฟฟ้าซอยอารีย์ แยกราชประสงค์ฝั่งพระพรหม แยกอโศก สถานีรถไฟฟ้าจตุจักร ช่องนนทรี เซ็นทรัลลาดพร้าว พร้อมพงษ์ เพลินจิต ศาลาแดง และอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ นอกจากนี้ กทม.เตรียมจัดซื้อรถพ่นละอองน้ำ จำนวน 6 คัน กระจายตามกลุ่มเขตละ 1 คัน ราคาคันละ 9 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ
ทบ.ช่วยฉีดน้ำลดฝุ่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้มอบหมายให้หน่วยทหารของกองทัพบก ประสานกับจังหวัดและส่วนราชการที่รับผิดชอบร่วมกันดูแลประชาชน และแก้ไขปัญหาตามแนวทางของรัฐบาลโดยด่วน นอกจากนี้ ผบ.ทบ.ยังได้สั่งการให้หน่วยทหารจัดชุดแพทย์เคลื่อนที่ออกตรวจสุขภาพ แจกจ่ายหน้ากากป้องกันฝุ่น พร้อมให้ความรู้กับประชาชนเกี่ยวกับการป้องกันโรคภัยที่เกิดจากฝุ่นละออง ในขณะเดียวกันกองทัพบกจะสนับสนุนรถบรรทุกน้ำและกำลังพลเพื่อออกปฏิบัติการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ และจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. ในการล้างทำความสะอาดพื้นที่และฉีดพ่นละอองน้ำ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นและลดฝุ่นละอองในอากาศ รวมทั้งจะใช้สื่อในเครือข่ายกองทัพบกประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้กับประชาชนทันต่อข้อมูลความคืบหน้าของสถานการณ์ฝุ่นละออง คำแนะนำในการดูแลสุขภาพ รวมถึงจุดบริการของภาครัฐต่างๆ ด้วย จนกว่าสถานการณ์ฝุ่นละอองเกินมาตรฐานจะคลี่คลาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทยได้กำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเตรียมการแก้ปัญหาฝุ่นละออง เช่น ในเดือนพฤศจิกายนที่เข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยว จะต้องมีมาตรการในการจัดเก็บ แปรรูป และนำไปใช้ประโยชน์ ทั้งฟางข้าว อ้อย ข้าวโพด เพราะหากนำไปเผาจะทำให้เกิดปัญหาหมอกควันขึ้นอีก นอกจากนี้ ผวจ.จะต้องแจ้งข้อมูลให้ประชาชนทราบอย่างต่อเนื่อง พร้อมประสานกระทรวงสาธารณสุขแจกหน้ากากอนามัยให้กับประชาชนด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47066</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาตรี วัฒนเขจร, ประลอง ดำรงค์ไทย, ประลอง ดำรงไทย, พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง, พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไกรเสริม โตทับเที่ยง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191001/image_big_5d935299989ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46978</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯประชุม ฝุ่นจิ๋วลามทั่ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บิ๊กตู่นั่งไม่ติด เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ผู้ว่าฯ 16 จังหวัดถกปัญหาฝุ่นจิ๋ว เผยกรุงเทพฯ และปริมณฑลค่าฝุ่นพีเอ็ม 2.5 เกินมาตรฐานขยายเป็น 33 พื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 30 กันยายนนี้ ที่สถานีท่าพระ ก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม จะเดินทางมาเป็นประธานพิธีเปิดให้บริการโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ช่วงหัวลำโพง-บางแค ณ สถานีท่าพระ นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส.กทม. เขต 22 คลองสาน ธนบุรี บางกอกใหญ่ พรรคอนาคตใหม่ ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ ผ่านนายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่อร้องทุกข์กรณีการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีทอง เนื่องจากได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนที่อยู่อาศัยใกล้เคียงกับพื้นที่ก่อสร้าง รวมทั้งประชาชนผู้ที่สัญจรไปมา ได้รับผลกระทบจากปัญหาฝุ่นละอองที่พุ่งกระจายจากการจัดการพื้นที่ก่อสร้างไม่ดีพอ ทำให้เกิดมลพิษทางอากาศ ปัญหาสภาพการจราจรติดขัดจากการวางเครื่องจักรกีดขวาง รวมทั้งมีการก่อสร้างในเวลากลางคืน ซึ่งระดับเสียงดังจากกิจกรรมก่อสร้างและเครื่องจักร รบกวนการพักผ่อนของคนในชุมชนใกล้เคียงเป็นอย่างยิ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut chan-o-cha นายกฯ ได้โพสต์ข้อความถึงค่าฝุ่นละออง PM 2.5 กลับมาเกินมาตรฐานอีกครั้ง ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑลว่า &amp;quot;เช้าวันนี้ หลายพื้นที่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีปริมาณฝุ่นละออง PM 2.5 อยู่ในระดับเกินเกณฑ์มาตรฐานครับ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามแผนที่ได้เตรียมไว้อย่างเร่งด่วน และขอความร่วมมือสถานที่ก่อสร้างและโรงงานอุตสาหกรรม ลดการระบายฝุ่นและมลพิษทางอากาศในช่วงนี้ สำหรับพี่น้องประชาชนที่มีความจำเป็นต้องออกไปทำกิจกรรมข้างนอกก็ขอให้สวมหน้ากากอนามัยด้วยครับ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในช่วงบ่าย พล.อ.ประยุทธ์ได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ตัวแทนกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมมลพิษ รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมาย ประชุมแก้ปัญหาเป็นการด่วน ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์วิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาฝุ่นและหมอกควันรวม 16 จังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการประชุม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า นายกฯ ได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงคมนาคม ให้ลดการใช้พาหนะที่ใช้น้ำมันดีเซลให้มาก เนื่องจากฝุ่น PM 2.5 มาจากการเผาไหม้ของน้ำมันดีเซลเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้น กระทรวงคมนาคมต้องไปตรวจสอบว่ารถยนต์แต่ละคันผ่านการตรวจสภาพรถยนต์มาอย่างไร หากพบว่าเขม่าสีดำเกินมาตรฐานต้องจับกุมและหาทางเลือกในการใช้เชื้อเพลิงอื่นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวว่า นายกฯ ได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดดูแลชาวบ้าน และประกาศระดับของฝุ่นให้ชาวบ้านรับทราบตลอดเวลา หากพบว่าเกินเกณฑ์มาตรฐานต้องกำชับให้ระมัดระวังการใช้ชีวิตนอกที่อยู่อาศัย และหากเป็นไปได้จะใช้หน้ากากป้องกันฝุ่นละออง ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข อธิบดีกรมควบคุมโรคพร้อมนำหน้ากากไปดูแลชาวบ้านในพื้นที่ที่มีปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หรือต่อไปหากพบว่ามีค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน อาจต้องสนับสนุนหรือรณรงค์ให้คนทำงานอยู่ที่บ้าน โดยใช้เทคโนโลยีเป็นตัวช่วย ในเมื่อทุกอย่างเปลี่ยนไป เราก็ต้องปรับไปด้วย และเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายถึงขนาดป้องกันไม่ได้ แต่เราต้องมีวิธีรับมือ&amp;rdquo; นายอนุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า จากการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยกรมควบคุมมลพิษร่วมกับกรุงเทพมหานคร พบปริมาณฝุ่นละออง PM 2.5 ตรวจวัดได้ระหว่าง 40-78 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เกินเกณฑ์มาตรฐาน 33 สถานี (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) สาเหตุเนื่องจากสภาพอากาศ ที่กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า ช่วงเช้าลมสงบ ความชื้นสูง เกิดการผกผันกลับของอุณหภูมิในช่วงเช้า ประกอบกับระยะนี้มีฝนตกน้อยลง เป็นระยะที่กำลังเปลี่ยนฤดูกาล (transition) จึงทำให้ฝุ่นละอองสะสมเพิ่มขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประลองย้ำว่า จากสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 สูงเกินมาตรฐานดังกล่าว กระทรวงสาธารณสุขได้แจ้งเตือนให้ประชาชนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงทางสุขภาพ ได้แก่ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว ในพื้นที่ที่ฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน ควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรม หรือออกกำลังกายกลางแจ้ง หากจำเป็นต้องออกนอกบ้านเป็นเวลานานควรสวมหน้ากากอนามัย เพื่อเป็นการป้องกันฝุ่นละออง รวมถึงป้องกันโรคติดต่อในระบบทางเดินหายใจ ซึ่งเป็นไปตามหลักการป้องกันไว้ก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอความร่วมมือประชาชนงดการเผาในที่โล่งทุกชนิด บำรุงรักษาเครื่องยนต์ไม่ให้เกิดควันดำ ใช้ระบบขนส่งสาธารณะทดแทนการใช้รถส่วนบุคคล ตรวจสอบและไม่ใช้รถขนส่งสาธารณะที่มีควันดำ และขอความร่วมมือสถานที่ก่อสร้างและโรงงานอุตสาหกรรม ควบคุมและลดการระบายฝุ่นและมลพิษทางอากาศ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เว็บไซต์ airvisual.com รายงานสภาพปริมาณมลพิษทางอากาศโดยใช้หน่วย AQI ประมวลผล พบว่า เช้าวันจันทร์ กรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของประเทศไทย อันดับมลพิษเลวร้ายมากยิ่งขึ้น โดยขึ้นมาอยู่ในอันดับ 2 ของเมืองที่มีค่าปริมาณฝุ่น PM 2.5 มากที่สุด ซึ่งมีค่า AQI อยู่ที่ 175 ส่วนอันดับ 1 คือกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม 198
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษรายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล วันที่ 30 กันยายน 2562 เวลา 08.00 น. ตรวจวัดได้ระหว่าง 40-78 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เกินเกณฑ์มาตรฐาน 33 สถานี (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้แก่ เขตบางขุนเทียน เขตปทุมวัน เขตธนบุรี เขตวังทองหลาง เขตดินแดง เขตสัมพันธวงศ์ เขตพญาไท เขตบางรัก เขตสาทร เขตบางคอแหลม เขตยานนาวา เขตจตุจักร เขตคลองสาน เขตบางกอกน้อย เขตภาษีเจริญ เขตคลองเตย เขตบางซื่อ เขตหลักสี่ เขตบางเขน เขตบึงกุ่ม เขตบางพลัด และบริเวณถนนสิริธร/จังหวัดนนทบุรี บริเวณ อ.บางกรวย และ อ.ปากเกร็ด/จังหวัดปทุมธานี บริเวณ อ.คลองหลวง/จังหวัดสมุทรปราการ บริเวณ อ.พระประแดง และ อ.เมือง/จังหวัดสมุทรสาคร บริเวณ อ.กระทุ่มแบน และ อ.เมือง/จังหวัดนครปฐม บริเวณ อ.เมือง ปริมาณฝุ่นละอองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากวันก่อนหน้าเกือบทุกพื้นที่ คุณภาพอากาศอยู่ในระดับปานกลางถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับพื้นที่ที่มีปริมาณฝุ่น PM 2.5 สูงสุด ได้แก่ ริมถนนกาญจนาภิเษก เขตบางขุนเทียน 80, รองลงไปคือ ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ 72, ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สุมทรสาคร 71, ริมถนนดินแดง เขตดินแดง 70.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46978</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประลอง ดำรงค์ไทย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190930/image_big_5d9202fa660fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
