<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>55200</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2020 08:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2020 08:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>PM2.5พ่นพิษ!ศรีสุวรรณเดือดชงปลดอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ม.ค.2563 - &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน โพสต์เฟซบุ๊กว่า &amp;nbsp;ตามที่โลกออนไลน์ได้แห่แชร์คลิปคำให้สัมภาษณ์ของนายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ที่ให้สัมภาษณ์ต่อนายสุทธิชัย หยุ่น ทางเฟซบุ๊กไลฟ์เมื่อวันที่ 20 ม.ค.63 ที่ผ่านมา โดยช่วงหนึ่งได้ให้สัมภาษณ์ว่า หมอกหนาที่เห็นในพื้นที่ กทม.และปริมณฑลในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาเป็นเพียงแค่หมอกความชื้น ทำให้เห็นเป็นภาพขมุกขมัวในตอนเช้า ซึ่งคล้ายหมอกในภาคเหนือที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเที่ยวชม โดยอ้างว่ากรมอุตุฯบอกว่าเป็นหมอกความชื้นซึ่งรวมหมอกควันจากฝุ่นด้วย แต่มีสัดส่วนเท่าไรไม่ทราบต้องทำวิจัยต่อไป และยังกล่าวอีกว่า ค่าการตรวจวัดฝุ่นทุกสถานีของ คพ.และ กทม.ค่าทุกสถานีสูงหมด แต่ไม่สูงถึงขั้นส่งผลกระทบต่อสุขภาพ คนที่ไอ ที่ป่วยไม่ได้เกี่ยวกับฝุ่น ดราม่ากันไปเองนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำให้สัมภาษณ์ดังกล่าว ชี้ให้เห็นถึงวิสัยทัศน์และภูมิรู้ของคนระดับอธิบดีได้เป็นอย่างดี ซึ่งท่านเหมาะที่จะทำหน้าที่ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีมากกว่าที่จะมาทำหน้าที่เป็นอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เพราะกรณีฝุ่นควันพิษ PM2.5 ที่เกิดขึ้นใน กทม.และปริมณฑล ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นครั้งแรก หากแต่เกิดขึ้นซ้ำมาทุกปี แต่กรมควบคุมมลพิษยังคลานเตาะแตะในการเตรียมการและการป้องกันปัญหาในการเสนอมาตรการต่อผู้บังคับบัญชาที่รวดเร็ว ฉับไวและประสานการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพราะปัญหาฝุ่นควันพิษส่วนใหญ่มาจากการเผาอ้อย เผาพืชผลทางการเกษตร แต่คนระดับอธิบดียังคงติดหล่มความคิดอยู่ที่ยานยนต์และระบรรทุกเป็นหลัก จึงมีข้อเสนอที่เบาหวิวตลอดมา ถ้าฝุ่นยังไม่อันตรายทำไม กทม.จึงต้องสั่งปิดโรงเรียน 437 โรงเสียล่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุดังกล่าว ถึงเวลาแล้วที่ รมว.ทส. ควรที่จะต้องเปลี่ยนตัวอธิบดีกรมควบคุมมลพิษเสียโดยเร็ว โดยเสนอไปยังท่านนายกรัฐมนตรีเพื่อให้ไปประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเสีย แล้วนำคนที่มีวิสัยทัศน์และทำงานรวดเร็วมาแก้ไขปัญหาฝุ่นควันพิษที่เกิดขึ้นทั่วประเทศในขณะนี้โดยเร็ว จึงจะได้เสียงชมจากประชาชนได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55200</URL_LINK>
                <HASHTAG>คพ., นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน, ประลอง ดำรงไทย, ศรีสุวรรณ จรรยา, อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ, เฟซบุ๊ก, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191217/image_big_5df83f93db279.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47066</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เล็งแก้ฝุ่นท่วมกรุง ขึ้นภาษีรถควันดำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์ฝุ่นควันใน กทม.และปริมณฑลยังน่าห่วง ช่วงเช้าพบฝุ่นจิ๋วครอบคลุมเกือบทุกพื้นที่ ตกบ่ายได้เฮมีฝนโปรยปรายลงมาบ้าง ศธ.สั่งอาชีวะทำเครื่องฟอกอากาศติดตั้งตามโรงเรียนต่างๆ บิ๊กแดงสั่งกำลังพลช่วยฉีดน้ำ เตือนธันวา.-มกรา.เจอหนักอีกรอบ &amp;quot;ศักดิ์สยาม&amp;quot; สั่งตรวจรถควันดำถี่ยิบ เผยอาจถึงขั้นเพิ่มภาษีรถที่ก่อมลพิษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 1 ตุลาคมนี้ ว่า จากการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยกรมควบคุมมลพิษร่วมกับกรุงเทพมหานคร พบว่า ปริมาณฝุ่นละออง PM 2.5 ตรวจวัดได้ระหว่าง 40-81 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) พบส่วนใหญ่เกินเกณฑ์มาตรฐาน (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 มคก.-ลบ.ม. เกือบทุกพื้นที่ ยกเว้นเขตพญาไท และเขตบางนา ในพื้นที่ จ.นนทบุรี บริเวณ อ.ปากเกร็ด, จ.ปทุมธานี บริเวณ อ.คลองหลวง, จ.สมุทรปราการ บริเวณ อ.บางเสาธง และ อ.เมือง, จ.สมุทรสาคร บริเวณ อ.เมือง, จ.นครปฐม บริเวณ อ.เมือง ปริมาณฝุ่นละอองมีแนวโน้มไม่เปลี่ยนแปลงจากวันก่อนหน้ามากนัก คุณภาพอากาศอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สำนักสิ่งแวดล้อม โดยกองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง&amp;nbsp;รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ของสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศของกรุงเทพมหานคร ช่วงเวลา 08.00 น. ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง&amp;nbsp;ตรวจวัดได้ 55-81 มคก./ลบ.ม. เกินมาตรฐาน 24 พื้นที่ โดยพื้นที่ที่มีค่าสูง ได้แก่ เขตสาทร สี่แยกหน้าสำนักงานเขตสาทร ซอยถนนเซนต์หลุยส์ &amp;nbsp;69 มคก./ลบ.ม., เขตบางคอแหลม บริเวณป้อมตำรวจสี่แยกถนนตก 78 มคก./ลบ.ม., เขตยานนาวา ใกล้ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สำนักงานใหญ่ 64 มคก./ลบ.ม., เขตจตุจักร บริเวณด้านหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 64 มคก./ลบ.ม., เขตคลองสาน บริเวณหน้าห้องสมุดใต้สะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน 67 มคก./ลบ.ม., เขตภาษีเจริญ หน้ามหาวิทยาลัยสยาม 66 มคก./ลบ.ม. เขตบางซื่อ ภายในสำนักงานเขตบางซื่อ 78 มคก./ลบ.ม., เขตหลักสี่ ภายในสำนักงานเขตหลักสี่ 75 มคก./ลบ.ม., เขตบางเขน ภายในสำนักงานเขตบางเขน ตรวจวัดได้ 67 มคก./ลบ.ม., เขตบึงกุ่ม ภายในสำนักงานเขตบึงกุ่ม ตรวจวัดได้ 65 มคก./ลบ.ม., เขตบางพลัด ภายในสำนักงานเขตบางพลัด 81 มคก./ลบ.ม., เขตราชเทวี บริเวณสำนักงานเขตราชเทวี ตรวจวัดได้ 70 มคก./ลบ.ม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในช่วงบ่ายได้เกิดฝนตกในหลายเขต คาดว่าจะสามารถชะล้างฝุ่นละอองทำให้ เบาบางลงได้&amp;nbsp;
ครม.งัด 3 มาตรการแก้ปัญหาฝุ่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการประชุมคณะรัฐมนตรีประจำสัปดาห์ที่ทำเนียบรัฐบาล นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ครม.เห็นชอบแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง ที่จะมีแนวทางแก้ปัญหาใน 3 มาตรการ คือมาตรการที่ 1 การเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ (การแก้ไขปัญหาในระยะเร่งด่วนและในช่วงวิกฤติ) มาตรการที่ 2 การป้องกันและลดการเกิดมลพิษที่ต้นทาง (แหล่งกําเนิด) การแก้ไขปัญหาในระยะสั้นและระยะยาว และมาตรการที่ 3 การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการมลพิษ อย่างไรก็ตาม แผนดังกล่าวได้มีการดำเนินการมาแล้วระยะหนึ่ง ซึ่งวิกฤติฝุ่น PM 2.5 ขณะนี้อยู่ในระยะก่อนเกิดวิกฤติ เพราะตัวเลขยังไม่ถึงขั้นวิกฤติ ทั้งนี้ ให้หน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้อง คือ กระทรวงมหาดไทย (มท.) กรุงเทพมหานคร กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กระทรวงอุตสาหกรรม สํานักงานตํารวจแห่งชาติ (สตช.) และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ต้องร่วมกันรับผิดชอบและต้องปฏิบัติตามเมื่อเข้าสู่มาตรการขั้นต่างๆ
คมนาคมเล็งขึ้นภาษีรถก่อมลพิษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมเร่งดำเนินมาตรการลดฝุ่นละอองเป็นการเร่งด่วน 3 เรื่อง คือ รถ งานก่อสร้าง และการใช้ระบบขนส่งสาธารณะ โดยในส่วนของรถ ให้กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ตรวจสอบสภาพและควันดำของรถโดยสารสาธารณะเข้มงวดมากขึ้น หากพบว่ารถคันใดไม่ผ่านหลักเกณฑ์การตรวจสภาพต้องสั่งห้ามวิ่งให้บริการเด็ดขาด จนกว่าจะมีการปรับปรุงแก้ไขให้ผ่านมาตรฐานแล้วจึงนำกลับมาให้บริการได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนโครงการก่อสร้าง ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการ อาทิ กรมทางหลวง (ทล.) และกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ประสานงานกับผู้รับเหมาให้ติดตั้งจัดสเปรย์น้ำในพื้นที่ก่อสร้างทุกโครงการ เพื่อลดปริมาณฝุ่นละออง ส่วนการใช้ระบบขนส่งสาธารณะนั้น มีนโยบายให้ข้าราชการและพนักงานที่จำเป็นต้องเดินทางจากต่างจังหวัดเข้ากรุงเทพฯ หลีกเลี่ยงการใช้รถยนต์ โดยให้ใช้บริการขนส่งสาธารณะแทน เช่น รถไฟ รถทัวร์ เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นอกจากนี้ เตรียมหารือเกี่ยวกับการนำมาตรการด้านภาษีมาใช้กับรถที่ก่อมลพิษ เช่น รถที่ปล่อยควันดำหรือมีเกณฑ์ควันดำเกินมาตรฐาน จะต้องถูกเรียกเก็บภาษีในอัตราที่สูงกว่ารถปกติที่ไม่ก่อมลพิษ ขณะเดียวกันก็จะลดภาษีหรือลดหย่อนค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนให้กับรถที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น รถยนต์ไฟฟ้า เป็นต้น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ขณะนี้กรมการขนส่งทางบกจะตรวจสอบสภาพรถและดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยจะตรวจวัดควันดำรถบรรทุกและรถโดยสารบนถนนสายหลักและสายรองใน กทม.และปริมณฑล เดือนละไม่น้อยกว่า 16 วัน พร้อมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก บก.จร. กทม. กรมควบคุมมลพิษ และผู้ประกอบการ ตรวจวัดควันดำรถบรรทุกและรถโดยสาร และอาจมีการปรับเวลาเดินรถบรรทุก 10 ล้อขึ้นไปเข้าเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ให้สอดคล้องกับสภาพการจราจรและการใช้รถใช้ถนนของประชาชนในปัจจุบัน โดยจะสามารถเดินรถได้หลังเวลา 24.00-04.00 น.&amp;nbsp;
ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศใน รร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงศึกษาธิการ นายไกรเสริม โตทับเที่ยง เลขานุการ รมว.กระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย นายพีระ รัตนวิจิตร รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.), นายพีระพล พูลทวี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) และนายประลอง ดำรงไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ร่วมแถลงข่าวการแก้ไขปัญหาสภาวะอากาศฝุ่นละออง หมอกควัน PM 2.5 สูงเกินค่ามาตรฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไกรเสริมกล่าวว่า เนื่องจากปริมาณฝุ่นที่สูงในช่วงสัปดาห์นี้ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ได้สั่งการให้อาชีวะดำเนินการจัดทำเครื่องกรองอากาศ เพื่อนำไปมอบให้กับโรงเรียนต่างๆ โดยจะเริ่มนำร่องโรงเรียนใน กทม.สังกัด สพฐ.ทั้ง 37 โรงเรียนก่อน จำนวน 1,000 เครื่อง เพื่อนำไปใช้ลดปริมาณฝุ่นในห้องเรียน โดยสามารถลดปริมาณฝุ่นได้เกินครึ่ง อนาคตจะขยายให้บริการในชุมชนหรือหน่วยงานภายนอก เพื่อจัดทำเป็นพื้นที่เซฟโซน และเตรียมผลิตเพิ่มเติมเพื่อรองรับเปิดเทอม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายประลอง ดำรงไทย อธิบดี คพ. กล่าวว่า วันนี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ลดลง เนื่องจากมีฝนตกและอิทธิพลจากลมมรสุมจากฟิลิปปินส์ แต่ทุกภาคส่วนยังต้องหามาตรการรับมือต่อไป เนื่องจากในช่วงเดือนธันวาคม กรุงเทพฯ จะกลับมาเผชิญกับฝุ่นละออง PM 2.5 อีกครั้ง ซึ่งต้นเหตุเกิดจากควันรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล หากทุกคนช่วยกันลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว จะช่วยลดปริมาณฝุ่นละอองในอากาศได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อุตุฯ บอกว่าจะมีฝนตกโดยมรสุมจากประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งจะช่วยหอบฝุ่นขึ้นชั้นบรรยากาศ อากาศเย็นจางลง ฝุ่นที่สะสมจะลอยขึ้นไป ถ้าเป็นไปตามสถานการณ์ที่กรมอุตุฯ รายงาน ตัวเลขฝุ่นก็จะลดลงจนกลับสู่ปกติ แต่จะกลับมาเจออีกในช่วงธันวาคมถึงมกราคม ซึ่งจะมีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงมาตรการที่จะเสนอต่อคณะรัฐมนตรีในวันนี้ด้วย&amp;rdquo; นายประลองกล่าว
กทม.ทดลองหอฟอกอากาศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า เนื่องจากสถานการณ์คุณภาพอากาศของระดับค่าฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยง ได้แก่ เขตบางขุนเทียน เขตปทุมวัน เขตธนบุรี เขตวังทองหลาง เขตดินแดง เมื่อหายใจเอาฝุ่นละอองเข้าไปจะส่งผลให้ประสิทธิภาพในการทำงานของอวัยวะต่างๆ ลดลง เช่น ปอด หัวใจ เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว ทางกรุงเทพมหานครได้เฝ้าระวังสถานการณ์ฝุ่นละอองอย่างต่อเนื่องและมีมาตรการเชิงรุก โดยรณรงค์ให้เจ้าของรถหรือผู้ขับขี่หมั่นบำรุงรักษาและตรวจสภาพรถ ควบคุมการเผาในที่โล่ง ไม่เผาขยะ ส่งเสริมการใช้เตาลดมลพิษในการประกอบการอาหารปิ้งย่าง ปลูกต้นไม้เพิ่มเพื่อดักฝุ่นละอองและมลพิษอากาศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชาตรี วัฒนเขจร ผอ.สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า บริษัท มาสเตอร์คูล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เสนอการติดตั้งหอฟอกอากาศ ซึ่งเป็นนวัตกรรมป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 เบื้องต้นจะติดตั้ง 1 เครื่องเร็วๆ นี้บริเวณใต้สถานี BTS สยาม ทางเข้าศูนย์การค้าสยามสแควร์วัน หากได้ผลดีจะขอความร่วมมือภาคเอกชน โดยเฉพาะอาคารสูง, ห้างสรรพสินค้า และสถานที่จัดงานขนาดใหญ่ ติดตั้งต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับหอฟอกอากาศ มีขนาดสูงประมาณ 4 เมตร กว้าง 1.5 เมตร ตัวเครื่องทําจากสเตนเลส หนักประมาณ 200 กก. ระบบการทำงานจะใช้หลักการดึงอากาศจากรอบตัวเครื่อง เพื่อกรองฝุ่น 2 ขั้นตอน และปล่อยอากาศบริสุทธิ์ทางด้านบน ซึ่งมีอัตราการสร้างอากาศบริสุทธิ์ไม่น้อยกว่า 17,000 ลบ.ม./ชม. ครอบคลุมพื้นที่ไม่น้อยกว่า 1,000 ตร.ม. ราคาประมาณ 5.3 ล้านบาทต่อเครื่อง ทั้งนี้ ในอนาคตคาดว่าจะติดตั้งหอฟอกอากาศในพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่น หรือพื้นที่ที่มีประชาชนใช้บริการจำนวนมาก จำนวน 24 หอ เช่น สถานีรถไฟฟ้าซอยอารีย์ แยกราชประสงค์ฝั่งพระพรหม แยกอโศก สถานีรถไฟฟ้าจตุจักร ช่องนนทรี เซ็นทรัลลาดพร้าว พร้อมพงษ์ เพลินจิต ศาลาแดง และอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ นอกจากนี้ กทม.เตรียมจัดซื้อรถพ่นละอองน้ำ จำนวน 6 คัน กระจายตามกลุ่มเขตละ 1 คัน ราคาคันละ 9 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ
ทบ.ช่วยฉีดน้ำลดฝุ่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้มอบหมายให้หน่วยทหารของกองทัพบก ประสานกับจังหวัดและส่วนราชการที่รับผิดชอบร่วมกันดูแลประชาชน และแก้ไขปัญหาตามแนวทางของรัฐบาลโดยด่วน นอกจากนี้ ผบ.ทบ.ยังได้สั่งการให้หน่วยทหารจัดชุดแพทย์เคลื่อนที่ออกตรวจสุขภาพ แจกจ่ายหน้ากากป้องกันฝุ่น พร้อมให้ความรู้กับประชาชนเกี่ยวกับการป้องกันโรคภัยที่เกิดจากฝุ่นละออง ในขณะเดียวกันกองทัพบกจะสนับสนุนรถบรรทุกน้ำและกำลังพลเพื่อออกปฏิบัติการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ และจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. ในการล้างทำความสะอาดพื้นที่และฉีดพ่นละอองน้ำ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นและลดฝุ่นละอองในอากาศ รวมทั้งจะใช้สื่อในเครือข่ายกองทัพบกประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้กับประชาชนทันต่อข้อมูลความคืบหน้าของสถานการณ์ฝุ่นละออง คำแนะนำในการดูแลสุขภาพ รวมถึงจุดบริการของภาครัฐต่างๆ ด้วย จนกว่าสถานการณ์ฝุ่นละอองเกินมาตรฐานจะคลี่คลาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทยได้กำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเตรียมการแก้ปัญหาฝุ่นละออง เช่น ในเดือนพฤศจิกายนที่เข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยว จะต้องมีมาตรการในการจัดเก็บ แปรรูป และนำไปใช้ประโยชน์ ทั้งฟางข้าว อ้อย ข้าวโพด เพราะหากนำไปเผาจะทำให้เกิดปัญหาหมอกควันขึ้นอีก นอกจากนี้ ผวจ.จะต้องแจ้งข้อมูลให้ประชาชนทราบอย่างต่อเนื่อง พร้อมประสานกระทรวงสาธารณสุขแจกหน้ากากอนามัยให้กับประชาชนด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47066</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาตรี วัฒนเขจร, ประลอง ดำรงค์ไทย, ประลอง ดำรงไทย, พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง, พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไกรเสริม โตทับเที่ยง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191001/image_big_5d935299989ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
