<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98177</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2021 10:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2021 10:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตรองนายกฯ เปิดบันทึก &#039;ฟรังซัว ตุรแปง&#039; ไม่มีประเทศใดในโลกที่คนโกงมีวิธีพลิกแพลงมากเท่ากับประเทศสยาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 เม.ย.64 - นายปองพล อดิเรกสาร อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีหลายกระทรวง โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ผมได้เคยโพสต์บันทึกของฟรังซัว ตุรแปงซึ่งอ้างถึงข้อมูลจากบาทหลวงบรีโกต์ผู้เคยอยู่ในกรุงศรีอยุธยาหลายปีจนกระทั่งกรุงแตกถึงนิสัยใจคอของชาวสยามหลายข้อด้วยกัน มีข้อหนึ่งที่ยังทันสมัยอยู่จึงขอนำมาโพสต์อีกครั้งหนึ่ง ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ไม่มีประเทศใดในโลกที่คนทุจริตจะมีวิธีพลิกแพลงมากเท่ากับในประเทศสยาม มีคนชำนาญการในการทำให้คดียุ่ง สามารถทำให้เรื่องร้ายที่สุดกลับไปในทางดีได้ และเขาจะเรียกร้องค่าตอบแทนอย่างสูงทีเดียว&amp;quot;&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ ฟรังซัว ตุรแปง ข้อมูลในวิกิพีเดีย &amp;nbsp;สารานุกรมเสรี ระบุว่า เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2252 อันตรงกับปีที่ 2 ในรัชสมัย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ แห่ง ราชวงศ์บ้านพลูหลวง ที่เมือง ก็อง เขาเป็นศาสตราจารย์คนแรกของมหาวิทยาลัยในบ้านเกิดของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในปี พ.ศ. 2314 ตุรแปงได้เขียนหนังสือเกี่ยวกับราชอาณาจักรสยามหรือประเทศไทยในปัจจุบันไว้ชุดหนึ่งชื่อ &amp;quot;Histoire naturelle et civile du royaume de Siam&amp;quot; มีทั้งหมด 2 เล่มโดยมาจากการบันทึกคำพูดของบาทหลวง ปีแยร์ บรีโก บาทหลวงและอดีตประมุขแห่งคณะ มิสซังสยาม ที่เคยมาพำนักในสยามช่วงปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา ต่อมาได้มีการแปลเป็นภาษาต่าง ๆ รวมถึงภาษาไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2522 ทางกรมศิลปากรได้ให้คุณ สมศรี เอี่ยมธรรม เป็นผู้แปลหนังสือเล่มที่ 2 ของหนังสือชุด Histoire naturelle et civile du royaume de Siam โดยแปลจากฉบับภาษาอังกฤษและใช้ชื่อว่า &amp;quot;ประวัติศาสตร์กรุงศรีอยุธยา ฉบับตุรแปง&amp;quot; ต่อมาในปี พ.ศ. 2539 ทางกรมศิลปากรได้ให้คุณ ปอล ซาเวียร์ เป็นผู้แปลหนังสือเล่มที่ 1 ของหนังสือชุด Histoire naturelle et civile du royaume de Siam โดยใช้ชื่อว่า ประวัติศาสตร์แห่งพระราชอาณาจักรสยาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตุรแปงถึงแก่กรรมเมื่อปี พ.ศ. 2342 ตรงกับปีที่ 17 ในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช สิริรวมอายุได้ 90 ปี

&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98177</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประวัติศาสตร์, ปองพล อดิเรกสาร, ฟรังซัว ตุรแปง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210403/image_big_6067e1b2207d6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86772</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/12/2020 21:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/12/2020 21:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อ่านเพลิน! ประวัติ &#039;ที่ดินสวนดุสิต&#039; ร.5 ซื้อจากราษฎร เป็นที่มาการออกโฉนดครั้งแรกในสยาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ธ.ค.63 - เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;รัชดา มีหมาสิบเอ็ดตัว&amp;quot; ของ น.ส.รัชดา โชติพานิช หน่วยวิจัยแผนที่ ภาพถ่ายและเอกสารประวัติศาสตร์&amp;nbsp;จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง &amp;quot;ที่ดินพระราชทาน&amp;quot; มีเนื้อหาดังนี้ เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานโฉนดที่ดินให้แก่สถานศึกษา และหน่วยงานราชการ ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด&amp;nbsp;เฉพาะพื้นที่ในเขตดุสิต ประกอบด้วย สถานศึกษาสามแห่ง ได้แก่โรงเรียนราชวินิต จำนวน 6 ไร่ 3 งาน 22 ตารางวา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา จำนวน 60 ไร่ 1 งาน 80 ตารางวา และมหาวิทยาลัยสวนดุสิต จำนวน 37 ไร่&amp;nbsp;1 งาน 10 ตารางวา และหน่วยงานกระทรวงมหาดไทยสองแห่ง ประกอบด้วย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 14 ไร่ 1 งาน 72.70 ตารางวา กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น 9 ไร่ 3 งาน 92.30 ตารางวา&amp;nbsp;รวมแล้วกว่าร้อยไร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ดินพระราชทานนี้ เป็นส่วนหนึ่งของสวนดุสิตในอดีต หรือพระราชวังดุสิตในปัจจุบัน ที่เกิดขึ้นจากพระวิสัยทัศน์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในการขยายพื้นที่พระนครทางทิศเหนือนอกแนวเขตเมืองเดิม คือคลองผดุงกรุงเกษม เป็นการชี้นำให้พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการผู้ใหญ่และประชาชนขยับขยายย้ายที่อยู่อาศัย จากภายในพระนครที่แออัดไปอยู่พื้นที่นอกพระนคร โดยเริ่มด้วยการสร้างที่ประทับ นอกพระบรมมหาราชวัง สำหรับผ่อนคลาย พระราชอิริยาบถ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...ฉันคิดจะทำบ้านเปนที่ไปเที่ยวเล่น ได้กะตกลงใจว่าจะซื้อที่&amp;nbsp;ตั้งแต่บ้านประวิตรไปจนถึงคลองสามเสน ตั้งแต่ถนนสามเสน&amp;nbsp;ยืนขึ้นไปจนถึงทางรถไฟ ได้มอบให้กรมหมื่นมหิศรแลกรมหมื่นสรรพสาตรเปนผู้จัดซื้อแลวางแปลน มีความประสงค์อยากจะใคร่ ให้ได้เร็วๆ ด้วยไม่มีที่เดินเหิรเที่ยวเล่น สังเกตได้ว่าเมื่ออยู่บางปอินสบาย เพราะได้เดินทุกวัน ครั้นกลับลงมานี่ ก็ไม่ใคร่สบายขึ้นทุกวัน...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยแนวคิดจะสร้างบ้านสำหรับไปเที่ยวเล่น ทำให้ตัดสินพระทัยซื้อที่ดิน แทนการเวรคืนหรือเรียกคืนตามกฎหมายที่ดินในสมัยนั้น ได้นำมาซึ่งความวุ่นวาย ทั้งเรื่องการครอบครองที่ดิน ขอบเขตที่ดิน ราคาซื้อขายที่ดิน และอื่นๆ ได้นำมาซึ่งการโต้แย้ง ทะเลาะวิวาท ไปจนถึงการฟ้องร้อง และปัญหาคนในบังคับชาติอื่นร้องทุกข์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ต้องเข้าใจว่า ตั้งแต่สมัยแผ่นดินกรุงศรีอยุธยา รัชสมัยของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 พระเจ้าอู่ทอง ความเป็นพระเจ้าแผ่นดินนั้น นอกจากทรงมีอำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศแล้ว &amp;ldquo;... ที่ในแว่นแคว้นกรุงเทพพระมหานครศรีอยุธยา มหาดิลกภพนพรัตน์ราชธานีบุรีรมย์ เป็นที่แห่งพระเจ้าอยู่หัว หากให้ราษฎรทั้งหลาย ผู้เป็นข้าแผ่นดินอยู่ จะได้เป็นที่ราษฎรหามิได้&amp;rdquo; จึงมีการออกหนังสือสำคัญ ใบเหยียบย่ำหรือใบจอง และโฉนดตราจอง ในเวลาต่อมา ให้แก่ผู้ครอบครองที่ดิน เพื่อใช้จัดเก็บภาษีอากรอันเป็นรายได้เข้ารัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อที่ดินทั่วทั้งราชอาณาจักรเป็นของพระมหากษัตริย์ จึงไม่มีการซื้อขายกัน เพียงแต่เมื่อผู้ใดทิ้งที่ดิน ปล่อยให้ผู้อื่นเข้ามาทำกินแทน ก็จะขาดสิทธิ์ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การซื้อขายที่เกิดขึ้นในครั้งนั้น นอกจากจะเป็นเรื่องใหม่แล้ว ยังมีความไม่ชัดเจนของโฉนดตราจอง ที่ทำกันมาช้านาน เกิดกรณีพิพาท ในการแสดงการถือครองสิทธิ์ที่ดิน ที่ต่างฝ่ายต่างอ้างว่าเป็นที่ดินของตน จึงนำมาซึ่งพระราชดําริ ที่ว่า &amp;ldquo;...ที่ดินมีราคามากขึ้น เป็นเหตุให้ราษฎร มีคดีพิพาทเรื่องที่ดินสูงขึ้นสมควรจัดระเบียบสำคัญ อันเป็นหลักฐานสำหรับที่ดิน จัดให้มีสิ่งหมายเขตสำหรับที่ดินให้มั่นคงขึ้น...&amp;rdquo; &amp;nbsp;และมีการออกโฉนดที่ดินขึ้นเป็นครั้งแรก ในสยามประเทศ เมื่อปี พ.ศ.2444 ที่มาจากการสำรวจรังวัดที่ดินอย่างถูกต้อง ตามหลักวิชาการด้านแผนที่ มีรูปแบบเช่นที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ประกอบด้วยข้อมูลผู้ถือครอง ผังบริเวณ และรายละเอียด การเปลี่ยนแปลงผู้ถือครอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการจัดซื้อที่ดินนั้น เพื่อให้เป็นไปตามพระราชประสงค์ จึงใช้เงินพระคลังข้างที่ อันเป็นทรัพย์สินส่วนพระองค์ในการจัดซื้อที่ดินจากราษฎร โดยเจ้าหน้าที่กระทรวงนครบาล ประสานงานติดต่อกับเจ้าของที่ดิน ร่วมกับเจ้าหน้าที่อำเภอ เป็นผู้รังวัดสอบพื้นที่ สอบถามราคา ที่เจ้าของที่ดินยินยอมขาย หากเป็นราคาที่เหมาะสมก็จะทำสัญญาซื้อขายเป็นรายๆไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังหนังสือกราบบังคมทูลพระเจ้าน้องยาเธอ กรมพระนเรศวรฤทธิ์ เสนาบดีกระทรวงนครบาลของพระยาอินทราธิบดีสีหราชรองเมือง อธิบดีกระทรวงนครบาล มีความตอนหนึ่งว่า&amp;nbsp;วันที่ 30 มีนาคม รัตนโกสินทรศก 117 ข้าพระพุทธเจ้า พระยาอินทราธิบดีสีหราชรองเมือง ขอพระทานกราบทูลพระเจ้าน้องยาเธอเสนาบดีกระทรวงนครบาลทรงทราบ ฝ่าพระบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยโปรดเกล้าฯ สั่งให้ข้าพระพุทธเจ้าจัดอำเภอไปทำหนังสือสัญญาซื้อขายที่ดินซึ่งจะทรงสร้างวังสวนดุสิต พร้อมด้วยพระเจ้าน้องยาเธอกรมหมื่นมหิศรราชหฤทัย&amp;nbsp;แลให้คอยฟังรับสั่งกรมหมื่นมหิศรราชหฤทัยในการที่จะทำหนังสือสัญญาแลจัดซื้อที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้าพระพุทธเจ้าได้ไปเฝ้ากรมหมื่นมหิศรราชหฤทัย ได้ทรงหาฤๅในการที่จะจัดซื้อที่ในเปนการสมควรแก่ราคา จึ่งได้ตรวจราคาที่ราคาซื้อฃายกันในบริเวรนั้น ทำเปนอัตรามีราคาสูงต่ำแจ้งในอัตรานั้นแล้ว จึ่งมีรับสั่งให้ข้าพระพุทธเจ้าหาตัวบรรดาเจ้าของที่มาพร้อมกัน ณ ที่วัง ข้าพระพุทธเจ้าได้ให้อำเภอท้องที่ตามตัวเจ้าของที่มาพร้อมกัน จึ่งได้ชี้แจงถึงราคาตามอัตรา ฝ่ายเจ้าของที่ซึ่งเห็นว่าเปนราคาอันสมควรได้ยอมตกลงขายที่ให้ กรมหมื่นมหิศรราชหฤทัยได้แต่งให้จมื่นราชพันทารักษเปนผู้แทนพระองค์ท่าน เมื่อเจ้าของที่รายใดก็ ตกลงยอมขายที่ให้ตามอัตราแล้ว ก็ให้จัดการซื้อแลทำหนังสือไป...
เนื่องจากพื้นที่สวนดุสิต มีอาณาบริเวณกว้างใหญ่ จึงใช้เวลาจัดซื้อถึง 2 ปีในการรวมที่ดินที่จัดซื้อจากราษฎร จำนวนกว่าสามร้อยราย โดยมีขอบเขตที่ดิน ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทิศเหนือ จรด ถนนราชวัตรในและถนนราชวัตรนอกในสมัยนั้น หรือถนนราชวัตรในสมัยนี้ แนวถนนห่างจากคลองสามเสน ประมาณ 100 &amp;ndash;150 เมตร เพื่อให้ราษฎรที่อาศัยอยู่ริมคลองมาแต่เดิม ยังคงอยู่อาศัยได้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทิศใต้ จรด ถนนคอเสื้อในสมัยนั้น หรือถนนพิษณุโลกในสมัยนี้ &amp;nbsp;แนวถนนห่างจากแนวคลองผดุงกรุงเกษมประมาณ 150 &amp;ndash; 200 เมตร เพื่อให้ห่างจากวังสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอหลายพระองค์ ที่ได้สร้างขึ้นก่อนหน้านี้ รวมทั้งบ้านเรือนราษฎรในย่านนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทิศตะวันตก จรด ถนนสามเสน เลียบมาตามแนวแม่น้ำเจ้าพระยา ที่จะเป็นถนนที่เชื่อมโยงพื้นที่ในพระนคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทิศตะวันออก จรด ถนนซิ่วในสมัยนั้น หรือถนนสวรรคโลก ในสมัยนี้ และคลองขื่อน่าที่ขนานไปกับแนวทางรถไฟสายแรกของประเทศระหว่างกรุงเทพฯ &amp;ndash; นครราชสีมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับงานก่อสร้างสวนดุสิต ที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2441 นั้น เมื่อทรงใช้จ่ายจากพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ มิใช่เงินแผ่นดิน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงมิได้มีพระราชประสงค์ ให้เรียกที่ประทับแห่งใหม่ว่าพระราชวัง หากให้เรียกเพียง วังสวนดุสิต เท่านั้น ดังความในราชกิจจานุเบกษาว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;...เป็นพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อจะได้ทำเป็นที่ประทับแลถนน หนทางที่ประพาสต่อไปด้วยเงินพระคลังข้างที่ทั้งสิ้น พระราชทานชื่อที่ตำบลนี้ว่า สวนดุสิต ผู้ใดจะเรียกชื่อที่นี่ ให้เรียกตามชื่อที่พระราชทานไว้&amp;nbsp;ฤาถ้าจะออกชื่อที่ประทับก็ห้าม อย่าให้เรียกว่า พระราชวัง เพราะเหตุที่มิได้สร้างขึ้นด้วยพระราชทรัพย์สำหรับใช้จ่ายการแผ่นดินซึ่งจะเป็นพระราชวังสำหรับสืบไป ที่วังนี้บางทีจะพระราชทานเป็นวังพระเจ้าลูกเธอพระองค์ใดต่อไป &amp;nbsp;เพราะฉะนั้น จึงไม่ควรเรียกว่า พระราชวัง ให้เรียกว่า วังสวนดุสิต เท่านั้นก็เป็นการสมควรแล้ว...&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา โปรดเกล้าให้สร้างหมู่พระที่นั่งต่างๆได้แก่ พระที่นั่งวิมานเมฆ เป็นที่ประทับชั่วคราว ระหว่างการก่อสร้าง พระที่นั่งอัมพรสถาน พระที่นั่งอภิเษกดุสิต ซึ่งเป็นท้องพระโรงชั่วคราวระหว่างการก่อสร้างพระที่นั่งอนันตสมาคม (ที่มาแล้วเสร็จในรัชกาลต่อมา) หมู่พระตำหนักของฝ่ายในต่างๆ ในสวนสุนันทา รวมทั้งสวนนอก ที่ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของโรงเรียนราชวินิตมัธยม และราชตฤณมัยสมาคมหรือสนามม้านางเลิ้ง เดิมเป็นสถานที่ทดลองการเกษตรแผนใหม่ เช่นครั้งหนึ่ง โปรดเกล้าฯ ให้ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยโตเกียว มาทดลองปลูกหม่อน เลี้ยงไหม เพื่อพัฒนาคุณภาพไหม และผ้าไหมพื้นถิ่น หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475 มีหลายหน่วยงานเข้าใช้พื้นที่และอาคารในเขตพระราชฐาน อาทิ วิทยาลัยครูสวนสุนันทา และวิทยาครูสวนดุสิต กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การพระราชทานโฉนดที่ดินให้แก่สถานศึกษา และหน่วยงานราชการ เมื่อเร็วๆนี้ จึงเป็นการโอนที่ดินให้กับหน่วยงานต่างๆ ที่เข้ายึดครองพื้นที่พระราชวังมานานเกือบร้อยปี ที่สำคัญเป็นการโอนทรัพย์สินส่วนพระองค์ให้กับทางราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
บัณฑิต จุลาสัย และรัชดา โชติพานิช
หน่วยวิจัยแผนที่ ภาพถ่ายและเอกสารประวัติศาสตร์&amp;nbsp;จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86772</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ที่ดินพระราชทาน, บัณฑิต จุลาสัย, ประวัติศาสตร์, รัชดา โชติพานิช, สวนดุสิต, ในหลวง รัชกาลที่ 10</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201213/image_big_5fd5ff8d44cc6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79730</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2020 10:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2020 10:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดร.เสรี ไม่ไหวจะทน ด่าตรงๆ &#039;เลว&#039; เลือกเล่าบางส่วนของประวัติศาสตร์เข้าข้างตัวเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ต.ค.63 - ดร.เสรี วงษ์มณฑา ผู้ร่วมก่อตั้งสถาบันทิศทางไทย นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนและการตลาด โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า &amp;quot;เลือกที่จะเล่าบางส่วนของประวัติศาสตร์เข้าข้างตัวเอง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางการเมืองที่ต้องการ ปลุกเร้าเยาวชนของชาติให้คล้อยตามเรื่องการเปลี่ยนระบอบการปกครอง เลวค่ะ&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79730</URL_LINK>
                <HASHTAG>44ปี6ตุลา, การเมือง, ดร.เสรี วงษ์มณฑา, ธรรมศาสตร์, ประวัติศาสตร์, ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180705/image_big_5b3d69226a6d9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79072</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2020 12:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2020 12:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอาเข้าไป! ประธานคณะก้าวหน้า ชวนอ่านประวัติศาสตร์ แหวกกรอบคิดราชาชาตินิยม!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ย.63 - นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า โพสต์คลิปวิดีโอและข้อความในทวิตเตอร์ ระบุว่า &amp;quot;ผมชวนอ่านประวัติศาสตร์ไทยร่วมสมัย ในแคมเปญ #อ่านเปลี่ยนโลก เข้าใจประวัติศาสตร์ไทยใหม่ แหวกจากกรอบคิดแบบราชาชาตินิยมของหนังสือเรียน มาสู่แนวคิดประวัติศาสตร์การต่อสู้ระหว่างชนชั้น ไพร่-เจ้า-พ่อค้าชาวจีน-อีสานอพยพ-นักคิดนักเขียน ล้วนมีบทบาทในการสร้างชาติไทย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;



&lt;p dir=&quot;ltr&quot; lang=&quot;th&quot;&gt;ผมชวนอ่านประวัติศาสตร์ไทยร่วมสมัย ในแคมเปญ #อ่านเปลี่ยนโลก เข้าใจประวัติศาสตร์ไทยใหม่ แหวกจากกรอบคิดแบบราชาชาตินิยมของหนังสือเรียน มาสู่แนวคิดประวัติศาสตร์การต่อสู้ระหว่างชนชั้น ไพร่-เจ้า-พ่อค้าชาวจีน-อีสานอพยพ-นักคิดนักเขียน ล้วนมีบทบาทในการสร้างชาติไทย pic.twitter.com/TIXsh3eIEE&lt;/p&gt;
&amp;mdash; Thanathorn Juangroongruangkit (@Thanathorn_FWP) September 30, 2020


&amp;nbsp;

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79072</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะก้าวหน้า, ธนาธร, ประวัติศาสตร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200813/image_big_5f348d7c7091f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78281</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2020 08:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2020 19:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ราชบัลลังก์ควรเป็นของเจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ หรือราชสกุลมหิดล&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ขออธิบายสถานะของเจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ เพราะมีไอ้โม้งขาเม้าส์ชอบปล่อยข่าวลือทำนองว่า ราชบัลลังก์ควรเป็นของเจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ ไม่ใช่ราชสกุลมหิดล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ เป็นพระราชโอรสของในหลวงรัชกาลที่ 5 แต่พระมารดาเป็นพระมเหสีชั้นลูกหลวงตำแหน่ง พระนางเจ้า พระราชเทวี หรือพูดแบบชาวบ้านได้ว่า ไม่ได้ทรงเป็นพระมเหสีเอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อในรัชกาลที่ 6 ครองราชย์ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์คือผู้มีอาวุโสสูงสุดในจำนวนพี่น้อง โดยมีพระชนมพรรษาน้อยกว่า 1 ปี แถมดำรงตำแหน่งหน้าที่การงานสำคัญ และทรงมีปรีชาสามารถมากเป็นที่ประจักษ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อในหลวงรัชกาลที่ 6 สวรรคต ทรงเขียนพินัยกรรมเอาไว้ว่าถ้าได้ลูกสาว ให้เจ้าฟ้าประชาธิปกฯ น้องชายร่วมพระมารดาเป็นพระเจ้าอยู่หัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เจ้าฟ้าประชาธิปกฯ ทรงมีพระชนมพรรษาน้อยกว่ามาก รวมทั้งทรงมีความรู้และมีประสบการณ์ในการทำราชการน้อยกว่าเจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ ทำให้เจ้าฟ้าประชาธิปกฯ ออกปากยกพระราชบัลลังก์ถวายให้เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ฯ ที่พระบรมวงศานุวงศ์และขุนนางทุกคนรู้ว่าเป็นผู้ที่มีความสามารถมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ฯ ทรงลงก้มกราบ เจ้าฟ้าประชาธิปกฯ ซึ่งเป็นน้องชาย และกล่าวปฏิเสธ และขอให้เป็นไปตามพินัยกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;............................................................................
สถานะของเจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ เปรียบเทียบได้คล้ายๆ กรณีของกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ ที่พระมารดาไม่ได้เป็นพระมเหสีเอก แต่มีพระปรีชาสามารถมาก และรับราชการในตำแหน่งสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ที่ต่างกันคือ เมื่อในหลวงรัชกาลที่ 2 สวรรคต ทรงไม่ได้เขียนพินัยกรรมว่าให้ผู้ใดครองราชย์ต่อ พระบรมวงศานุวงศ์และขุนนางจึงพร้อมใจกันทูลเชิญกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ขึ้นเป็นในหลวงรัชกาลที่ 3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่เมื่อในหลวงรัชกาลที่ 6 สวรรคต ทรงเขียนพินัยกรรมไว้ชัดเจนว่าให้เจ้าฟ้าประชาธิปกฯ ครองราชย์ต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และถึงแม้เจ้าฟ้าประชาธิปกฯ จะถวายพระราชบัลลังก์ให้เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ฯ เพราะเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่า เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ฯ ทรงรอบรู้และมีประสบการณ์ในงานราชการมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ฯ ทรงปฏิเสธ เพราะต้องการให้เป็นไปตามพระราชประสงค์ของในหลวงรัชกาลที่ 6&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;............................................................................
หลังจากในหลวงรัชกาลที่ 7 สละราชสมบัติ ใครคือรัชทายาท?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากในหลวงรัชกาลที่ 7 สละราชสมบัติ พระองค์เจ้าอานันทมหิดล คือลำดับที่ 1 ของลำดับโปเจียม พระองค์เจ้าภูมิพลคือลำดับที่ 2 เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ฯ คือลำดับที่ 3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำไมเจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ฯ ไม่ใช่ลำดับที่ 1?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะผู้ที่เป็นลำดับที่ 1 พระองค์จริงคือ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลเดช ซึ่งมีพระมารดาเป็นพระมเหสีเอก ที่ความจริง ถ้าในหลวงรัชกาลที่ 6 ไม่เขียนพินัยกรรมเอาไว้ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลเดชก็มีสิทธิ์มีพระราชบัลลังก์ต่อจากในหลวงรัชกาลที่ 6 ในลำดับแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเจ้าฟ้ามหิดลอดุลเดชสวรรคต พระโอรสของพระองค์ คือพระองค์เจ้าอานันทมหิดลจึงได้สิทธิ์ในราชบัลลังก์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;............................................................................
แล้วเมื่อเจ้าฟ้าประชาธิปกฯ ขึ้นครองราชย์เป็นในหลวงรัชกาลที่ 7 เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ฯ เป็นทรงทำราชการในตำแหน่งที่สูงที่สุด โดยเป็นรองเพียงพระเจ้าอยู่หัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วเมื่อคณะราษฏร์ปฏิวัติ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ฯ โดนจับเป็นตัวประกันคนสำคัญ สุดท้ายต้องลี้ภัยการเมืองไปอินโดนีเซีย และคณะราษฏร์ยึดบ้านของท่าน เอาไปทำเป็นที่ทำการธนาคารแห่งประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งถือได้ว่า คณะราษฏร์ยึดทรัพย์สมาชิกพระราชวงศ์จักรีมาเป็นของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;............................................................................
เฉกเช่นเดียวกับที่ยึดทรัพย์สินพระมหากษัตริย์เอาไปตั้งเป็น &amp;ldquo;สำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์&amp;rdquo; โดยตั้งชื่อนี้ให้ประชาชนเกิดความสับสนว่า เป็นทรัพย์สินของพระมหากษัตริย์ ที่ไม่ยอมเสียภาษี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งๆ สำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ไม่ใช่ของพระมหากษัตริย์ แต่ถูดยึดไปเป็นของรัฐบาล และรัฐบาลไม่เก็บภาษีสำนักทรัพย์สินของรัฐบาลเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;............................................................................
พระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ในราชวงศ์จักรีทุกพระองค์ ล้วนซื่อสัตย์สุจริต รักเกียรติยศ ยึดมั่นคุณธรรม ไม่เห็นแก่อำนาจ และผลประโยชน์ส่วนตนเหมือนกับนักการเมืองในยุคประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราจึงมีประวัติศาสตร์หน้าสำคัญที่เจ้าฟ้าชายองค์น้อง ผู้ที่เป็นองค์รัชทายาทโดยชอบธรรม ย่อมหลีกทางให้เจ้าฟ้าชายองค์พี่ ที่มีประสบการณ์สูงกว่า แต่เจ้าฟ้าชายองค์พี่ก็ไม่รับ เพื่อรักษาให้เป็นไปตามครรลองแห่งจารีตประเพณี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าเป็นนักการเมืองในยุคประชาธิปไตย มีแต่แก่งแย่งอำนาจ แม้ตนไม่มีสิทธิ์ก็ยังพยายามทวงสิทธิ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;............................................................................
หยุดดึงพระมหากษัตริย์ลงมาเล่นการเมือง
ถ้าอยากดึงพระมหากษัตริย์ลงมาเล่นการเมืองจริง ก็ถวายคืนพระราชอำนาจไปเสียเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;............................................................................
อัษฎางค์ ยมนาค
รวบรวม เรียบเรียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;https://www.facebook.com/AtsadangYommanak&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;



&lt;p&gt;&amp;ldquo;ราชบัลลังก์ควรเป็นของเจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ หรือราชสกุลมหิดล&amp;rdquo; วันนี้ขออธิบายสถานะของเจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์...&lt;/p&gt;
โพสต์โดย อัษฎางค์ ยมนาค เมื่อ&amp;nbsp;วันอังคารที่ 22 กันยายน 2020

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78281</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประวัติศาสตร์, พระองค์เจ้าอานันทมหิดล, ราชสกุลมหิดล, เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200922/image_big_5f69f11da2bc2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77899</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2020 08:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2020 08:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักประวัติศาสตร์ชำแหละยับ!ตุลาปีนี้ คนรุ่นใหม่ที่เกิดมาเป็นไท แต่พอโตขึ้นมากลับประกาศว่าตัวเองเป็นทาส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ย.63 - นายอัษฎางค์ ยมนาค นักประวัติศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ&amp;quot;ตุลาย้อนแย้ง&amp;rdquo; มีเนื้อหาระบุว่า &amp;ldquo;ตุลาปีนี้ คนรุ่นใหม่ที่เกิดมาไท แต่พอโตขึ้นมากลับประกาศว่าตัวเองเป็นทาส&amp;rdquo;&amp;ldquo;ตุลาปีก่อนนู้นในอดีต คนรุ่นที่แล้ว ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย แต่สุดท้ายเข้าป่าไปเป็นคอมมิวนิสต์&amp;rdquo;
............................................................................
สมัย 6 ตุลา 14 ตุลา ผมเกิดแล้ว แต่ยังเด็กอยู่ ก็เลยไม่ได้สัมผัสเหตุการณ์จริง ได้แต่ฟังแม่เล่าให้ฟังอยู่บ่อยๆ เสมอ เช่นมีเรื่องหนึ่งที่ผมจำฝังใจมาจนถึงทุกวันนี้ คือแม่เล่าว่า แถวบ้านมีบ้านที่มีลูกเรียนธรรมศาสตร์ พอถึงวันนัดหมาย คล้ายๆ เหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ 19 ตุลาที่เป็นวันนัดหมายเพื่อก่อม็อบ พ่อแม่ก็เลยจับลูกขังไว้ในห้อง เพราะกลัวลูกออกไปร่วมขบวนการประท้วง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่สุดท้ายด้วยพลังคลั่งประชาธิปไตย ลูกก็หนีออกจากบ้านจนได้ แล้วลูกก็ไม่ได้กลับมาบ้านอีกเลย เพราะตายในสนามม็อบ ไม่ใช่สนามรบ แต่เป็นสนามม็อบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลูกไปเพราะความคลั่งประชาธิปไตย ที่เกิดจากการถูกปลุกปั่นให้คลั่งประชาธิปไตย ไปเสี่ยงตายด้วยความภูมิใจ และตายโดยไม่รู้สึกผิดอะไร
&amp;nbsp;
แต่คนที่หัวใจสลายคือพ่อแม่ พ่อแม่ที่ให้กำเนิดและเลี้ยงดูอย่างทะนุถนอม แต่ลูกกลับโดนฉกไป ถูกคนอื่นหลอกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง เป็นเบี้ยที่ออกไปตายแทนขุน ขุนที่แอบอยู่ข้างหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนคนที่รอดตาย ก็หนีเข้าป่า ไปร่วมอุดมการณ์คอมมิวนิสต์ !&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แปลกดีมั้ย ที่จุดเริ่มต้นคือ ประท้วงเพื่อประชาธิปไตย แต่จบลงด้วยการเป็นคอมมิวนิสต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นอะไรมั้ย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประท้วงเพื่อประชาธิปไตยยังไงถึงไปเข้ากับคอมมิวนิสต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แสดงว่าโดนหลอกมาตั้งแต่ต้น ถูกเอาความเป็นประชาธิปไตยมาเป็นเหยื่อล่อ แต่เนื้อแท้คือคอมมิวนิสต์
............................................................................&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยความที่แม่เล่าเรื่องพวกนี้บ่อยมาก และเล่าอยู่เป็นประจำ ทำให้มันฝั่งอยู่ในหัวผม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และแล้วเหตุการณ์แบบเดือนตุลาก็เกิดขึ้นอีกครั้งในเดือนพฤษภา เป็นพฤษภาทมิฬ ตอนนั้นผมทำงานแล้ว ผมทำงานอยู่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง วันที่คณะปฏิวัติ 4 เหล่าทัพออกมาประกาศปฏิวัติ คนรอบข้างที่อยู่ในห้องเดียวกับผม มีทั้ง อาจารย์ ดร ศ รศ ผศ หัวหน้าภาควิชา อาจารย์ทั้งน้อยและใหญ่ ทุกคนส่งเสียงเฮ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนผมยืนงง ทำไมผู้ใหญ่ทั้งหมดดีใจ ทั้งที่บ้านเมืองเราปกครองด้วยประชาธิปไตย ทำไมเมื่อมีปัญหาถึงไม่แก้ด้วยประชาธิปไตย ทำไมดีใจที่ทหารปฏิวัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องแบบนี้ ผมเชื่อว่าคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ที่ใส่ซื่อบริสุทธิ์ แถมไฟแรง ทุกยุคทุกสมัยต้องไม่เห็นด้วย และไม่เข้าใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่จะเข้าใจในที่สุดเมื่อถึงเวลา เวลาที่ไม่ได้มีแค่ปริญญา แต่เป็นเวลาที่มีความรู้บวกกับประสบการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วเมื่อเวลาผ่านไป ผมถึงเข้าใจว่า ทหารปฏิวัติเพราะนักการเมืองโกงกินบ้านเมืองกันอย่างโจ่งครึ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่หลังจากทหารปฏิวัติเสร็จ ทหารก็กลายเป็นนักการเมือง แล้ววิญญาณนักการเมืองก็เข้าสิงทหาร คงไม่ต้องบอกว่าเหตุการณ์มันซ้ำรอยยังไง&amp;nbsp;
............................................................................
&amp;nbsp;
ช่วงพฤษภาทมิฬ มีเพื่อนๆ ผมแห่ตามไปสังเกตการณ์ คือแค่ตามไปดู ไม่ได้ไปร่วมประท้วง แต่ผมไม่ไปเลย ทั้งๆ ที่ผมไม่ได้เห็นด้วยกับการปฏิวัติ ซึ่งคงเพราะมีเรื่องที่แม่เล่าให้ฟังบ่อยๆ เรื่องนั้น ที่มันฝั่งใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งอาจถือว่าผมได้รับวัคซีนป้องกันโรคคลั่งประชาธิปไตยมาล่วงหน้าอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่บังเอิญน้องสาวผมเรียนอยู่ที่ศิลปากร แล้วก่อนวันที่จะเป็นวันแดงเดือด มีกิจกรรมไปค่ายต่างจังหวัด แล้ววันที่กลับคือวันที่กำลังจะเกิดความรุนแรงกับม็อบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม่ผมนอนไม่ได้ นั่งไม่ติด มาตลอดหลายวันที่ลูกสาวไปค่าย แล้วกลัวว่าเสร็จเรื่องค่ายจะไปต่อที่ม็อบ ไม่กลับบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม่ไปตามหาลูกสาวในศิลปากรอย่างกระวนกระวาย แต่หาไม่เจอ เพราะเป็นช่วงที่ชุลมุนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้ายต่างคนต่างกลับมาเจอกันที่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และน้องสาวผมไม่ได้ไปร่วมประท้วง แค่ไปแอบสังเกตการณ์ โชคดีที่กลับมาได้ เพราะมีหลายคนที่พอเข้าไปแล้ว ออกไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องความทุกข์ร้อนใจของพ่อแม่ เป็นเรื่องที่ลูกๆ คิดไม่ถึง และอาจไม่เคยคิดถึงมันด้วยซ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยอมไปเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายกับคนอื่น โดยไม่คิดถึงหัวอกคนที่เป็นพ่อแม่ที่เลี้ยงดูอย่างทะนุถนอมมาทั้งชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดนเขาปลุกระดมให้ไม่ฟังพ่อแม่ แต่ให้ฟังใครก็ไม่รู้ที่เพิ่งจะรู้จักเขาเพียงไม่นาน และกลับเห็นเขาดีกว่าพ่อแม่ตัวเอง เชื่อฟังเขามากกว่าพ่อแม่ ที่ให้ข้าวให้น้ำให้เงิน ให้ความรักความเอ็นดู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;............................................................................&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เด็กนักเรียนนักศึกษา คนรุ่นใหม่วัยรุ่นยุคคนเดือนตุลา โดนคนรุ่นก่อนหลอกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยการเอาความเป็นประชาธิปไตยเป็นเหยื่อมาล่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และจบด้วยการชวนกันเข้าป่าเป็นคอมมิวนิสต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนนี้เด็กนักเรียนนักศึกษา คนรุ่นใหม่วัยรุ่นยุคปัจจุบัน ที่จะเป็นคนเดือนตุลายุคดิจิตอล ก็ซ้ำรอยเดิม รอยที่โดนคนรุ่นก่อนหลอกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง เหมือนเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนรุ่นพ่อแม่เห็นภาพชัดเจนทะลุปรุโปร่ง แต่เด็กๆ มองไม่เห็นเลย เพราะเขามีความรู้ มีปริญญา แต่ไม่ประสบการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประสบการณ์ที่จะสอนให้ได้สัมผัสความสุขหรือความเจ็บปวด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประสบการณ์นั้นมีค่ามหาศาล ถ้าเราใช้ประสบการณ์ของคนรุ่นก่อนมาเป็นบันได เราจะก้าวข้ามปัญหาเก่าๆ ที่เคยเกิดขึ้น และทำให้เราก้าวกระโดดข้ามปัญหาเดิมไปได้อย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ถ้าเราปฏิเสธและอยากสัมผัสประสบการณ์นั้นเอง เราก็จะย่ำอยู่กับที่ เพราะเราชีวิตเราไม่ได้ยาวนานอะไร เมื่อเสียเวลากับปัญหาเดิมๆ ก็ไม่มีโอกาสแก้ปัญหาใหม่ ปัญหาที่จะทำให้เราก้าวหน้า หรือถอยหลัง หรือย่ำอยู่ที่เดิม วนลูบอยู่อย่างนั้น ในขณะที่เพื่อนบ้าน อาณาอารยประเทศเขาก้าวข้ามไปถึงไหนต่อไหนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำถามที่ คนรุ่นใหม่ในปัจจุบันถามคนรุ่นเก่าว่าประเทศไม่พัฒนา เพราะคนรุ่นเก่าทำได้แค่นี้เหรอ จะถูกเด็กรุ่นใหม่คนต่อไปถามซ้าเหมือนเดิม เพราะคนรุ่นใหม่ในปัจจุบันวนลูบกลับไปสร้างปัญหาเดิมที่คนรุ่นเก่าแก้ไขและก้าวข้ามมาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;............................................................................&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศนี้ไม่มีทาสมานานนับร้อยปีแล้ว แต่คนรุ่นปัจจุบันกลับไปประกาศตัวว่าตัวเองเป็นทาส เพียงเพื่ออยากจะได้มีโอกาสทำอะไรเท่ห์ๆ ด้วยการประกาศเลิกทาสให้ตัวเอง ทั้งที่ไม่เคยเป็นทาส&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77899</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ตุลา, ประวัติศาสตร์, ม็อบ19กันยา, อัษฎางค์ ยมนาค, ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200914/image_big_5f5f4358a4ba2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76909</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2020 11:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2020 11:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นั่นไง! &#039;ก้าวไกล&#039; รับสมัครอายุตั้งแต่ 13 ปี เปิดห้องเรียน &#039;ถอดรื้อประวัติศาสตร์ระบบการศึกษาไทย&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย.63 -&amp;nbsp;เฟซบุ๊กเพจ พรรคก้าวไกล - Move Forward Party ของพรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความ โดยมีรตายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ห้องเรียนก้าวไกล ถอดรื้อประวัติศาสตร์ระบบการศึกษาไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรรคก้าวไกล ขอเชิญนักเรียนชั้นมัธยต้น-มัธยมปลาย, ปวช., ปวส., และหน่วยการศึกษานอกระบบทุกรูปแบบที่มีอายุตั้งแต่ 13-18 ปี เข้าร่วมกิจกรรม &amp;ldquo;ห้องเรียนก้าวไกล&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พื้นที่การศึกษาเพื่อการปลดปล่อยมนุษย์จากการกดขี่ทุกรูปแบบ มาร่วมถกเถียงสนทนาความคิด สถาปนากระบวนการเรียนรู้แบบประชาธิปไตยเพื่อเปลี่ยนเเปลงระบบอำนาจในโรงเรียน ร่วมสร้างสถานะใหม่ในระบบความสัมพันธ์ของครูกับนักเรียนและทำลายอำนาจแนวดิ่งระหว่าง ครู vs นักเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในหัวข้อ &amp;ldquo;ถอดรื้อประวัติศาสตร์ระบบการศึกษาไทย&amp;rdquo;
นำกระบวนการโดย รองศาสตราจารย์ ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ในวันเสาร์ที่ 12 กันยายน 63
ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ณ สำนักงานพรรคก้าวไกลบางแค (พิกัด https://bit.ly/2UcPmJe)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะเราเชื่อว่า การเรียนรู้จะมีความหมายก็ต่อเมื่อมนุษย์มีอิสระที่จะได้ถาม ได้ถกเถียงวิเคราะห์ บนการปฏิสัมพันธ์เเบบราบ มิใช่เพียงเพื่อให้เชื่อฟัง ทำตาม และท่องจำตามคำบอกเล่าของผู้รู้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราส่งเสริม การแสวงหาความรู้ผ่านการสนทนา ขยายขอบเขตจินตนาการองค์ความรู้ ไม่ตรึงผู้เรียนไว้ด้วยพันธนาการขอบเขตความรู้ ปลดปล่อยตัวเอง เพื่อปลดปล่อยสังคม สู่การศึกษารูปแบบใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รูปแบบกิจกรรม
1.Lecture 2.Discussion 3.Mini Workshop&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานล่วงหน้าได้ที่
https://forms.gle/2tzdMS2QwB1hwgjr7&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม: 02-026-6102 / เวลาทำการ: จันทร์-ศุกร์ 10.00-17.00 น.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วพบกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#ก้าวไกล #นักเรียนเลว #การศึกษา #หนูรู้หนูมันเลว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76909</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, นักเรียน, ประวัติศาสตร์, พรรคก้าวไกล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200909/image_big_5f585c0cd7dd6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
