<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>85515</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/2020 16:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/2020 16:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก.ค.ศ.เอาจริง ลงโทษทางวินัย ไล่ออกครู25 ราย ทุจริต ชู้สาว ล่วงละเมิดทางเพศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
30พ.ย.63-นายประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (เลขาฯ ก.ค.ศ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้ประชุมการจัดทำร่างประมวลจริยธรรมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.... ซึ่งพบว่าร่างดังกล่าวยังไม่สอดคล้องกับระเบียบคณะกรรมการมาตรฐานทางจริยธรรม ว่าด้วย หลักเกณฑ์การจัดทำประมวลจริยธรรม ข้อกำหนดจริยธรรมและกระบวนการรักษาจริยธรรมของหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ.2563 &amp;nbsp;ซึ่งที่ประชุมได้แยกส่วนมาตรฐานทางจริยธรรมจำนวน 9 ข้อ ออกมาจัดทำเป็นร่างประมวลจริยธรรมฯ ซึ่งร่างกฎหมายจริยธรรมดังกล่าวมีความจำเป็นที่ทุกหน่วยงานต้องมีและใช้เป็นกรอบกลางในการดำเนินการด้านจริยธรรม ทั้งนี้แม้จะมีกรอบกลางด้านจริยธรรมข้าราชการออกมาแล้วแต่ในส่วนราชการต้นสังกัดอย่างสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) หรือ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สามารถไปกำหนดเพิ่มเติมนอกเหนือจากนี้ได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
นายประวิต กล่าวต่อว่า สำหรับร่างประมวลจริยธรรมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.... ที่เราดำเนินการยกร่างขึ้นมาใหม่นั้น จะอิงกรอบจริยธรรมของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ที่มีการกำหนดไว้แล้ว 7 ข้อ แต่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) จะกำหนดเข้าไปเพิ่มเติมในร่างกฎหมาย จริยธรรมครูฯอีก 2 ข้อ คือ เรื่องสิทธิเด็กและการคำนึงถึงความเป็นมนุษย์ด้านความเสมอภาค และการประพฤติตนตามจรรยาบรรณวิชาชีพครู โดยการยกร่างกฎหมายจริยธรรมครูนั้น จะเชื่อมโยงการแก้ปัญหาครูล่วงละเมิดทางเพศที่เกิดขึ้นในสถานศึกษาได้ ซึ่งที่ผ่านมา ก.ค.ศ.ได้ลงโทษทางวินัยไล่ออกครูที่กระทำความผิดเมื่อเดือนตุลาคม 2563 ล่าสุดจำนวน 25 ราย มีฐานความผิดทั้งเรื่องทุจริต ชู้สาว และการล่วงละเมิดทางเพศ อย่างไรก็ตาม คาดว่า ร่างประมวลจริยธรรมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ....จะประกาศใช้ได้ในเดือนมกราคม 2564 นี้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85515</URL_LINK>
                <HASHTAG>บอร์ด ก.ค.ศ., ประวิต เอราวรรณ์, ไล่ออกครูผิดวินัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201126/image_big_5fbf7fd9d3faa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85131</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/11/2020 16:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/11/2020 16:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก.ค.ศ.ออก เกณฑ์ปรับใหม่ สัดส่วนครู/ นักเรียน ส่งผลต้องลดจำนวนครู  8,000 อัตรา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26พ.ย.63- นายประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (เลขาฯ ก.ค.ศ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ที่มีนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมยังเห็นชอบปรับหลักเกณฑ์อัตรากำลังครูและบุคลากรทางการศึกษาใหม่ ซึ่งหลักเกณฑ์ดังกล่าวได้ใช้มาตั้งแต่ปี 2545 นับรวมกว่า 18 ปีแล้วและมีอยู่มิติเดียวคือการหนดอัตรากำลังครู 1 คนต่อเด็ก 20 คน โดยเป็นการกำหนดอัตรากำลังเชิงปริมาณเพียงด้านเดียวเท่านั้น ดังนั้นที่ประชุมจึงปรับหลักเกณฑ์ดังกล่าวใหม่ให้เป็นหลักเกณฑ์ที่มีมิติทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ โดยใช้ฐานการคิดจากโรงเรียนเป็นตัวตั้ง เช่น ในโรงเรียน 1 แห่งควรจะมีอัตรากำลังครูจำนวนกี่คนและให้แยกเป็นครูประถมศึกษาและมัธยมศึกษา รวมถึงครูจะต้องมีความรู้วิชาเอกอะไรบ้าง เป็นต้น ซึ่งเกณฑ์อัตรากำลังใหม่นี้จะทำให้ครูาถูกปรับลงเหลือประมาณ 8,000 อัตราแต่เมื่อเหลือจำนวนเท่านี้จะทำให้การกระจายตัวของครูดีขึ้นโดยที่โรงเรียนขนาดเล็กที่มีเด็กต่ำกว่า 120 คนจะมีครูผู้สอนอย่างน้อย 5 คนในโรงเรียน &amp;nbsp;ทั้งนี้การปรับหลักเกณฑ์อัตรากำลังครูและบุคลากรทางการศึกษานี้จะไปเชื่อมโยงกับการผลิตครูของมหาวิทยาลัยด้วย ดังนั้นต่อจากนี้ไปการผลิตครูในอนาคตจะเป็นไปตามความต้องการมากขึ้น &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบกรอบการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนการแต่งตั้ง ซึ่งกรอบดังกล่าวจะใช้กับผู้ที่จะเปลี่ยนสายงานไปเป็นศึกษานิเทศก์ รองผู้อำนวยการโรงเรียน ผู้อำนวยการโรงเรียน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) และศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) ซึ่งจะทำให้กรอบการพัฒนาตำแหน่งเหล่านี้มีมาตรฐานเดียวกันมากขึ้น &amp;nbsp;โดยยึดกรอบแนวคิดใหญ่ คือ ต้องการพัฒนาบุคคลให้มีความพร้อมก่อนเข้าสู่กระบวนการคัดเลือก ให้มีทักษะพื้นฐาน ได้แก่ ทักษะภาษาไทย ทักษะภาษาอังกฤษ และทักษะดิจิทัล &amp;nbsp;และให้มีความพร้อมในทักษะที่จำเป็นและสมรรถนะที่เหมาะสมตามมาตรฐานตำแหน่งที่ ก.ค.ศ. กำหนด ซึ่งเมื่อผ่านกระบวนการพัฒนาก่อนการคัดเลือกแล้วจะเป็นผู้ที่สามารถปฏิบัติงานในตำแหน่งที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งได้ทันทีและเมื่อผ่านการคัดเลือกได้แล้ววันแรกของการทำงานจะต้องทำงานได้ทันที โดยที่ไม่มีการไปอบรมพัฒนาก่อนเข้าสู่ตำแหน่งที่ต้องใช้ระยะเวลาเป็นเดือนๆอีกต่อไป ดังนั้นใครที่ต้องการจะเปลี่ยนสายงานจะต้องเข้ารับการพัฒนาตัวเองก่อนตามกรอบสมรรถนะที่ ก.ค.ศ.กำหนด &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;ldquo;ที่ประชุมได้เห็นชอบเรื่องการเสริมสร้างขวัญและกำลังใจสำหรับตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค (2) ซึ่งเป็นครูสายปฎิบัติการที่ยังไม่จบปริญญาตรีแต่ได้ทำงานและระหว่างการทำงานไปพัฒนาตัวเองจนได้วุฒิการศึกษาปริญญาตรี ซึ่งเราได้ทำหลักเกณฑ์ใหม่ขึ้นโดยให้กลุ่มคนเหล่านี้ได้มีโอกาสเข้าสู่ตำแหน่งเชิงวิชาการได้ โดยจะกันสัดส่วนไว้ที่ 50:50 แบ่งเป็นใช้ในการคัดเลือกและเปิดสอบแข่งขันทั่วไป&amp;rdquo;เลขาฯ ก.ค.ศ. กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85131</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ค.ศ., ประวิต เอราวรรณ์, อัตราครู/นักเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201027/image_big_5f97f1cd7e48c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82195</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/10/2020 15:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/10/2020 15:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บอร์ด ก.ค.ศ. ไฟเขียว แนวทางการย้าย ผอ.ร.ร. สังกัด สพฐ. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29ต.ค.63-นายประวิต เอราวรรณ์ รักษาราชการเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ในที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ได้มีมติเห็นชอบแนวทางการย้ายผู้อำนวยการสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ตามหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา เนื่องจาก สพฐ. ได้ขอให้ ก.ค.ศ. กำหนดแนวทางแก้ปัญหาการพิจารณาย้ายผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัด สพฐ. กรณีที่มีตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษาในสถานศึกษาขนาดใหญ่หรือขนาดใหญ่พิเศษว่างหลังจากย้ายครั้งแรกและไม่มีผู้อำนวยการสถานศึกษาในสถานศึกษาขนาดใกล้เคียงยื่นคำร้องขอย้ายมาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษาในสถานศึกษาขนาดใหญ่ หรือไม่มีผู้อำนวยการสถานศึกษาในสถานศึกษาขนาดใหญ่และขนาดใหญ่พิเศษ ยื่นคำร้องขอย้ายมาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษาในสถานศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ ทั้งในจังหวัดเดียวกันและต่างจังหวัด ซึ่ง ก.ค.ศ. เห็นว่ากรณีดังกล่าวหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายกรณีปกติไม่ได้กำหนดให้มีการย้ายข้ามขนาดสถานศึกษาเกินกว่า 1 ขนาดที่ตนเองดำรงตำแหน่งอยู่ได้ &amp;nbsp;จึงต้องนำตำแหน่งว่างหลังจากการย้ายไปดำเนินการของวิธีการย้ายกรณีปกติ โดยนำไปใช้บรรจุและแต่งตั้งจากบัญชีผู้ได้รับคัดเลือก ซึ่งอาจไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษาที่ต้องการให้ผู้บริหารสถานศึกษาได้มีการสั่งสมประสบการณ์เป็นลำดับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประวิต กล่าวต่อว่า ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ของราชการ ก.ค.ศ. จึงเห็นว่า วิธีการย้ายกรณีปกติที่ระบุตำแหน่งว่างที่เกิดขึ้นภายหลังจากการพิจารณาย้ายเสร็จสิ้น &amp;nbsp; ให้หมายถึงตำแหน่งว่าง &amp;nbsp;ที่เป็นสัดส่วนการย้ายที่เหลือจากการพิจารณาย้ายครั้งแรก รวมทั้งตำแหน่งว่างที่เกิดขึ้นภายหลังการย้ายครั้งแรก ซึ่งยังไม่ได้กำหนดสัดส่วนให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ดำเนินการ ดังนี้
&amp;nbsp;1.ให้ กศจ. พิจารณากำหนดสัดส่วนของตำแหน่งว่างที่เกิดขึ้นภายหลังจากการย้ายครั้งแรกเช่น ตำแหน่งว่างที่เกิดจากการเสียชีวิต ลาออก หรือ ย้ายไปจังหวัดอื่น เป็นต้น ให้นำมารวมกับตำแหน่งว่างที่เป็นสัดส่วนการย้ายที่เหลือจากการพิจารณาย้ายครั้งแรกมาประกาศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
2.ประกาศตำแหน่งว่างทันทีให้ทราบโดยทั่วกัน โดยวิธีปิดประกาศ ณ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา รวมทั้งประกาศทางเว็บไซต์ของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดและเขตพื้นที่เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 15 วัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
3.ให้ผู้ประสงค์ขอย้ายที่ยื่นคำร้องขอย้ายประจำปีไว้ แต่ไม่ได้ระบุชื่อสถานศึกษาที่ว่างภายหลังไว้ ให้ยื่นความประสงค์ขอย้ายไปดำรงตำแหน่งในสถานศึกษาดังกล่าวได้ รวมทั้งผู้ที่ไม่ได้ยื่นคำร้องขอย้ายไว้เดิม หากประสงค์จะขอย้ายไปดำรงตำแหน่งในสถานศึกษาที่มีตำแหน่งว่างและสถานศึกษาที่ไม่มีตำแหน่งว่าง ก็ให้ยื่นคำร้องขอย้ายเพิ่มเติมได้ โดยคำร้องขอย้ายเพิ่มเติมใดไม่ได้รับการพิจารณาอนุมัติให้ย้าย คำร้องขอย้ายดังกล่าวเป็นอันยกเลิก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;และ4. ให้ดำเนินการย้ายเช่นเดียวกับวิธีการย้ายกรณีปกติทั้งนี้การพิจารณาย้ายให้พิจารณาตามสัดส่วนการย้ายตามที่กศจ. กำหนดไว้
&amp;nbsp;
&amp;ldquo;นอกจากนี้ที่ประชุมยังเห็นชอบแนวทางการดำเนินการขอทบทวนมติ ก.ค.ศ. กรณีผู้ไม่มีคุณสมบัติเข้ารับการประเมินตามหลักเกณฑ์และวิธีการฯ ว 13/2556 ประจปี 2559 จำนวน 1,933 ราย โดย ก.ค.ศ. พิจารณาแล้วเห็นควรดำเนินการพิจารณาคำขอทบทวนฯ เฉพาะบางกรณีที่ไม่มีประเด็นฟ้องคดีปกครอง ส่วนกรณีที่มีการฟ้องคดีปกครองให้ชะลอการดำเนินการไว้ก่อนจนกว่าจะมีคำพิพากษาศาลปกครอง ซึ่งเป็นทางเลือกที่เหมาะสมในการดำเนินการให้เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรมกับผู้ขอทบทวนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อให้เกิดความรวดเร็วและเป็นประโยชน์ต่อข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา&amp;rdquo;รักษาราชการเลขาฯ ก.ค.ศ. กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82195</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ค.ศ., การโยกย้ายสพฐ., ประวิต เอราวรรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201027/image_big_5f97f1cd7e48c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
