<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120159</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2021 09:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2021 09:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039;พยักหน้า!ทหารนำการสาธารณสุขชายแดนใต้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ต.ค.64- &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีนายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย วิจารณ์คำสั่งนายกฯในการแต่งตั้งพล.อ.ณัฐพล นาคพาณิช ที่ปรึกษานายกฯเป็นผู้อำนวยการศูนย์บูรณาการแก้ไขสถานการณ์โควิด -19 พื้นที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า เป็นการใช้ทหารนำการสาธารณสุขว่า พรรคภูมิใจไทยเขาตอบไปแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ามีความจำเป็นต้องให้ทหารเข้าไปดูความเรียบร้อยควบคู่กับเรื่องสาธารณสุข พล.อ.ประวิตร ไม่ตอบคำถามเพียงพยักหน้าก่อนขึ้นรถไปประชุมครม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120159</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทหาร, บิ๊กป้อม, ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ภาคใต้, ภูมิใจไทย, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211019/image_big_616e2c573a912.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116649</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2021 11:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2021 11:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039;บอก&#039;คณะบิ๊กพปชร.&#039;ช่วยทำงานต่อไป มีอะไรนายกฯสั่งได้เลย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ย.64- &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธาน โดยปกติตอนที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ยังไม่ถูกปลดออกจากตำแหน่ง รัฐมนตรีกลุ่ม 4 ช. มักไปเข้าพบพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ที่ตึกบัญชาการ 1 ก่อนเสมอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ปรากฏว่า วันเดียวกันนี้ มีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม และกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และนายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกฯ และนายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ได้ขึ้นไปหารือกับ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพล.อ.ประวิตร ได้กล่าวกับคนที่เข้าพบว่า &amp;quot;ขอให้ทำงานช่วยนายกฯต่อไป&amp;quot; โดยผู้เข้าพบกล่าวตอบไปว่า &amp;quot;ถ้ามีอะไรให้ท่านสั่งได้เลย ทุกคนพร้อมช่วยทำงาน&amp;quot; .&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116649</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วยนายกฯทำงานต่อไป, บิ๊กป้อม, ประวิตร วงษ์สุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210914/image_big_614028683e522.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116641</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2021 10:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2021 10:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลีลา&#039;ลุงป้อม&#039;ห๊ะ เออ! เลี่ยงตอบสื่อเรื่องศึกในพลังประชารัฐ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ย.64- พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)ให้สัมภาษณ์อีกครั้งก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการประชุมส.ส.พรรคในวันที่ 15 ก.ย.นี้ที่รัฐสภา จะเข้าร่วมการประชุมด้วยหรือไม่ ว่า ห๊ะ! เดี๋ยวต้องไปคุยกันก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าพล.อ.ประวิตร ยังเป็นหัวหน้าพรรค พปชร.และร.อ.ธรรมนัส พรมเผ่า เลขาธิการพรรค กล่าวตัดรำคาญว่า &amp;ldquo;เออ!&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116641</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธรรมนัส, บิ๊กป้อม, ประชุมส.ส.พรรคพลังประชารัฐ, ประวิตร วงษ์สุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210914/image_big_613ffd88e15e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115862</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2021 09:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2021 09:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039;ยันในพปชร.เรียบร้อยดี &#039;ธรรมนัส&#039;ก็เรียบร้อยดี ไม่ปรับครม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7ก.ย.64- พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี ถึงสถานการณ์ภายในพรรคพปชร. ว่า ในพรรคเรียบร้อยดี ไม่มีอะไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามกรณีของร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ และฐานะเลขาธิการพรรค ที่เคลื่อนไหวก่อนหน้านั้น พล.อ.ประวิตร ยังคงตอบว่า ก็เรียบร้อยดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่าอนาคตร.อ.ธรรมนัส ในรัฐบาลจะเป็นอย่างไร เรียบร้อยๆ รองนายกฯ กล่าวว่า นายกฯบอกแล้วไงไม่มีปรับคณะรัฐมนตรี.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115862</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธรรมนัส, บิ๊กป้อง, ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พปชร., ไม่ปรับครม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210907/image_big_6136c77402c58.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113527</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2021 20:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2021 20:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทยดิ้น ปัดดีลลับ &#039;ป้อม-ธรรมนัส&#039; หลุดโผซักฟอก!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ส.ค.64 -&amp;nbsp;นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้ประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน &amp;nbsp;กล่าวถึงกรณีพรรคร่วมฝ่ายค้านมีมติไม่ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้นทำให้ประชาชนเกิดความเคลือบแคลงสงสัยในพรรคเพื่อไทยจะมีดีล กับพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ และมีความแตกแยกระหว่างพรรคร่วมฝ่ายค้านหรือเปล่าว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการประชุม 6 พรรคร่วมฝ่ายค้าน เมื่อวันที่ 15 ส.ค. มีการประชุมหารือตามขั้นตอนปกติว่า จะมีตัวแทนจากแต่ละพรรคใดเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ พลเอกประวิตร และ ร้อยเอกธรรมมนัส หรือไม่ โดยได้ถามย้ำกับสมาชิกจากพรรคก้าวไกล ในประเด็นดังกล่าวแล้วอย่างชัดเจน พรรคก้าวไกลได้แจ้งที่ในประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านว่ากำลังพิจารณา แต่เบื้องต้นประเด็นและหลักฐานยังไม่พร้อมหรือมีหลักฐานมากเพียงพอ โดยเฉพาะการอภิปรายไม่ไว้วางใจร้อยเอกธรรมนัส จนถึงวันที่พรรคร่วมฝ่ายค้านจะลงมติและแถลงข่าวแก่พี่น้องสื่อมวลชนในวันที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมานฃ ก็ยังไม่มีการยื่นมติว่าจะขออภิปรายร้อยเอกธรรมนัสต่อพรรคร่วมฝ่ายค้านแต่อย่างใด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประเสริฐ กล่าวว่า ส่วนกรณีการอภิปรายไม่ไว้วางใจพลเอกประวิตรนั้น พรรคก้าวไกลได้เสนอว่ามีจะมีตัวแทนจากพรรคก้าวไกลเป็นผู้อภิปราย โดยกำลังรวบรวมหลักฐานและอาจจะขอเสนอชื่อให้ที่ประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านพิจารณา แต่จนถึงช่วงค่ำของวันอาทิตย์ที่ 15 ส.ค. ซึ่งเป็นวันสุดท้ายก่อนจะมีการแถลงข่าวในเช้าวันที่ 16 ส.ค. ได้มีการเสนอจากพรรคก้าวไกลว่า สมาชิกพรรคก้าวไกลต้องการอภิปราย ดังนั้นที่ประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านจึงขอรายละเอียดเพื่อนำมาพิจารณาในที่ประชุม ซึ่งได้แก่ ความชัดเจนว่าจะอภิปรายในประเด็นใด ให้เป็นประเด็นที่ไม่ซ้ำกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งที่ผ่านมา และให้การอภิปรายครั้งนี้พุ่งเป้าไปที่ความรับผิดชอบและอำนาจหน้าที่ของผู้ที่จะถูกอภิปรายในปัจจุบัน แต่พรรคก้าวไกลไม่ได้ให้รายละเอียดและความชัดเจนที่มากเพียงพอ ที่ประชุมจึงสรุปยืนยันว่าจะอภิปรายนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีรวม 6 คน ซึ่งเป็นผู้ที่มีความชัดเจนในการทำงานที่ผิดพลาดล้มเหลว 3 ประเด็น คือ 1)การบริหารจัดการโควิดที่ผิดพลาดล้มเหลว 2) ปัญหาเศรษฐกิจที่เกี่ยวเนื่องวิกฤตโรคระบาดโควิด 3) ปัญหาการคอร์รัปชันของกระทรวงต่างๆ ที่มีหลักฐานชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการพรรคเพื่อไทย &amp;nbsp;กล่าวว่า หากจะมีการอภิปรายรัฐมนตรีท่านอื่นที่เกี่ยวพันกับประเด็นดังกล่าว พรรคร่วมฝ่ายค้านเห็นร่วมกันว่าให้เปิดอภิปรายควบโยงกับนายกรัฐมนตรีได้ และหากต้องการเวลาเพิ่มเติม พรรคเพื่อไทยยินดีจัดสรรเวลาที่ต้องใช้ร่วมกันให้เพิ่มเติม รวมทั้งถ้ามีหลักฐานชัดเจน จะนำไปยื่น ป.ป.ช. ต่อตามกระบวนการที่เคยทำมา พรรคเพื่อไทยยินดีร่วมสนับสนุนด้วยการลงลายมือชื่อร่วมด้วย ในเรื่องนี้หนึ่งในตัวแทนพรรคก้าวไกลได้ชี้แจงไปแล้ว ในเวลา 12.59 น. ของวันที่ 16 ส.ค. 2564 สำนักข่าวเดลินิวส์ ได้รายงานคำสัมภาษณ์ของ วิโรจน์ ลักขณาอดิสร ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และ นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ โฆษกพรรคก้าวไกล ถึงกรณีไม่ปรากฏชื่อ พลเอกประวิตร และ ร้อยเอกธรรมนัส ในชื่อผู้ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า ... &amp;ldquo;ความไม่ชอบมาพากลเรื่องการบริหารงานในความรับผิดชอบ พลเอกประวิตร และ ร้อยเอกธรรมนัส มันก็มีเบาะแสร้องเรียนเข้ามา แต่ยังต้องใช้เวลารวบรวมหลักฐานให้ชัด มัดตัวให้ดิ้นไม่หลุด ไม่ได้หมายความว่า เราจะปล่อยปละละเลยข้อร้องเรียนของทั้งสองคน แต่แสดงให้เห็นว่า พรรคก้าวไกลเราทำงานไม่ได้มีอคติกับใคร&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กรณีดังกล่าวไม่ควรถูกใช้มาสร้างความขัดแย้งระหว่างพรรคร่วมฝ่ายค้านแต่อย่างใด และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสมาชิกพรรคร่วมฝ่ายค้านจะร่วมกันชี้แจงข้อเท็จจริงที่ถูกต้องให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบ และการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ เป็นวาระสำคัญที่พรรคร่วมฝ่ายค้านจะชี้ให้เห็นถึงความผิดพลาดล้มเหลวของรัฐบาลไร้ประสิทธิภาพ บริหารจัดการวิกฤตโรคระบาดโควิด-19 ผิดพลาด จนประชาชนต้องติดเชื้อเกือบล้านคน เสียชีวิตหลายพันคนและอาจถึงหลักหมื่นคน อีกทั้งยังก่อให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจขึ้นมาซ้ำเติมความยากลำบากของพี่น้องประชาชน ขอให้พี่น้องประชาชนติดตามการอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ ฟังการชี้แจงของรัฐมนตรีทั้ง 6 คนว่า บุคคลเหล่านั้นเห็นแก่ใคร เห็นแก่พี่น้องประชาชนที่ล้มตายหรือไม่&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113527</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ประเสริฐ จันทรรวงทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210803/image_big_6109032275a3f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102890</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2021 12:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2021 12:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ป้อม&#039; รุดตรวจศูนย์ต้านข่าวปลอม กำชับจัดการเด็ดขาดปล่อยเฟคนิวส์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 พ.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อ เวลา 10.00 น. พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เดินทางตรวจเยี่ยมศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม (Anti Fake News Center) พร้อมทั้งมอบนโยบาย ณ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม อาคาร 20 ชั้น 8 บมจ.โทรคมนาคมแห่งชาติ ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ โดยมีนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ น.อ. สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ รักษาการ กรรมการผู้จัดการใหญ่บมจ.โทรคมนาคมแห่งชาติ (เอ็นที) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลเอก ประวิตร กล่าวว่า ในภาวะวิกฤติที่ประเทศไทยและทั่วโลก ต้องเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอก 3 และยังเผชิญกับการเผยแพร่ข่าวปลอมที่รุนแรงมากขึ้น สร้างความตื่นตระหนกในสังคม และส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในด้านต่างๆ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม และศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) ต้องร่วมกันดําเนินการอย่างเร่งด่วน ในการตรวจสอบข่าวสารอันเป็นเท็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยหากพบข่าวปลอมหรือข่าวบิดเบือน ที่เข้าข่ายเกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของ ประชาชน ให้ดําเนินการป้องกันและปราบปรามอย่างเคร่งครัด เร่งแจ้งเตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อ ข่าวปลอม พร้อมชี้แจงข้อมูลที่ถูกต้อง ตลอดจนสร้างการรับรู้ ให้รู้เท่าทัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม และศปอส.ตร. ซึ่งเป็นความร่วมมือ ระหว่างดีอีเอส กับสํานักงานตํารวจแห่งชาติ มีความสําคัญอย่างยิ่งในภาวะวิกฤติของการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่มีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น กระทบกับความปลอดภัยในชีวิตด้านสุขภาพของประชาชน และขณะเดียวกัน ได้มีกระแสข่าวปลอม ที่ทําให้เข้าใจผิด ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในการบริหารงานของรัฐบาล ในสภาวะวิกฤตินี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมขอเน้นย้ำให้มีดําเนินการอย่างเร่งด่วน หากพบกรณีจงใจสร้างความสับสนแก่ประชาชน ให้ดําเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะประเด็นวัคซีน และเรื่องการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยให้กระทรวงดิจิทัลฯ เป็นหลักในการช่วยส่งเสริมให้ประชาชนรู้เท่าทัน เลือกรับข่าวสารจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ตรวจสอบความถูกต้องก่อนส่งต่อ หรือแชร์ข้อมูล เพื่อช่วยลดปัญหาข่าวปลอม หรือทําอย่างไรให้ประชาชนไม่ตกเป็นเหยื่อ ร่วมมือกันตัดวงจรกระบวนการผลิตข่าวปลอม ที่สร้างความสับสน ตื่นตระหนกแก่คนในสังคม&amp;rdquo; พลเอก ประวิตรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ รัฐบาลพร้อมสนับสนุน และผลักการขับเคลื่อนภารกิจของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมให้มีการทํางานได้อย่างต่อเนื่อง และมีงบประมาณเพียงพอ ในการพัฒนาเครื่องมือให้พร้อม และทันสมัยต่อสภาวะการณ์ด้วย ตลอดจนให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องใช้วิธีการทํางานเชิงรุก เพื่อป้องกันและปราบปรามต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า จากการตรวจสอบของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมไวรัสโควิด-19 ระลอก 3 ระหว่างวันที่ 7 เม.ย.-11 พ.ค. 64 พบจำนวนข้อความที่เกี่ยวข้อง 3,857,190 ข้อความหลังจากคัดกรองพบข่าวที่เข้าหลักเกณฑ์ 788 ข้อความ และมีข่าวที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 343 เรื่อง อยู่ใน 2 หมวดหมู่ข่าว คือ หมวดหมู่สุขภาพ 233 เรื่อง คิดเป็น 68% และหมวดหมู่นโยบายรัฐ 110 เรื่อง คิดเป็น 32%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านภาพรวมสถานการณ์ข่าวปลอมเกี่ยวกับโควิด-19 ทั้ง 3 ระลอก ซึ่งทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมรวบรวมจากการติดตามการสนทนาบนโลกออนไลน์ (Social Listening) และการแจ้งเบาะแสตั้งแต่วันที่ 25 ม.ค. 63 &amp;ndash; 11 พ.ค.64 รวมระยะเวลา 475 วัน พบว่า มีจำนวนข้อความที่เกี่ยวข้อง 73,833,192 ข้อความ โดยหลังจากคัดกรองพบข่าวที่เข้าหลักเกณฑ์ 6,791 ข้อความ และมีข่าวที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 3,376 เรื่องอันดับ 1 คือ หมวดหมู่สุขภาพ พบจำนวน 2,242 เรื่อง คิดเป็น 66% หมวดหมู่นโยบายรัฐ 1,011 เรื่อง คิดเป็น 30% หมวดหมู่เศรษฐกิจ 124 เรื่อง คิดเป็น 4% ในส่วนของหมวดหมู่ภัยพิบัติไม่พบเรื่องที่เข้าข่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ สถานการณ์ข่าวปลอมนับตั้งแต่จัดตั้งศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมจนถึงปัจจุบัน (วันที่1 พ.ย. 62 &amp;ndash; 11 พ.ค. 64) พบข้อความข่าวที่ต้องคัดกรองทั้งหมด 116,419,184 ข้อความโดยมีข้อความข่าวที่เข้าเกณฑ์ดำเนินการตรวจสอบ 30,183 ข้อความ และหลังจากคัดกรองพบข้อความข่าวที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ 10,587 เรื่อง แบ่งเป็น หมวดสุขภาพ54% นโยบายรัฐ 41% เศรษฐกิจ 3% และภัยพิบัติ 2%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และจากการทำงานร่วมกันระหว่างศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม และ ศปอส.ตร. ตั้งแต่ 1 พ.ย. 62 &amp;ndash; 6 พ.ค. 64 ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ได้ส่งคดีเกี่ยวกับข่าวปลอมและข่าวบิดเบือน ไปให้ ศปอส.ตร. ดำเนินการตรวจสอบ จำนวน 1,021 เรื่อง รวมคดีที่ดำเนินการ 23 รายโดยมีการดำเนินคดีแล้ว 33 เรื่อง จำนวนผู้กระทำผิด 70 ราย แบ่งเป็น เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ 4 เรื่อง ผู้กระทำผิด 18 ราย และ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ 19 เรื่อง ผู้กระทำผิด 52 ราย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102890</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ศูนย์ต้านข่าวปลอม, เฟคนิวส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210514/image_big_609e0c6252b48.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100044</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/04/2021 09:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2021 09:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039;ไฟเขียวเอาผิดผู้ประกอบการสถานบันเทิงทองหล่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 เม.ย.64- พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีประชาชนเรียกร้องให้เอาผิดกับเจ้าหน้าที่ที่ปล่อยประละเลยให้มีการเปิดผับผิดกฎหมายย่านทองหล่อ รวมทั้งเอาผิดกับประกอบการด้วย ว่า ต้องให้เป็นเรื่องของทางเจ้าหน้าที่ว่าทำผิดหรือทำถูกอย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องการเอาผิดผู้ประกอบการที่ปล่อยให้มีคนเข้าไปอยู่อย่างแออัดนั้นเจ้าหน้าที่ต้องแล และดูว่าอันไหนผิดกฎหมายก็ทำตามขั้นตอน เจ้าหน้าที่ดูแลอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม​ ในส่วนการดูแลเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฎิบัติในพื้นที่ก็มีการดูแลอยู่แล้ว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100044</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทองหล่อ, ประวิตร วงษ์สุวรรณ, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210420/image_big_607e381e0ee92.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
