<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>81956</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/10/2020 17:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/10/2020 17:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ก.ค.ศ. ยกเครื่อง กระบวนการขอและเลื่อนวิทยฐานะแนวใหม่ทั้งระบบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
27ต.ค.63- นายประวิตร เอราวรรณ รักษาราชการเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (รักษาราชการเลขาฯ ก.ค.ศ.) กล่าวว่า ตามที่นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) มีนโยบายเรื่องการปรับปรุงกระบวนการการขอมีและเลื่อนวิทยฐานะแนวใหม่ทั้งระบบนั้น เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้ประชุมคณะทำงานปรับปรุงการขอมีและเลื่อนวิทยฐานะแนวใหม่ใน 4 สายงาน ได้แก่ ครู ศึกษานิเทศก์ ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารการศึกษา &amp;nbsp;โดยการปรับปรุงครั้งนี้จะทำเพื่อตอบโจทย์การพัฒนาครูและยกระดับผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนอย่างแท้จริง โดยการประเมินวิทยฐานะรูปแบบนี้ จะไม่เหมือนการประเมินแบบเดิมอีกต่อไป เพราะเราจะลดความยุ่งยากของการประเมินและการประเมินด้วยเอกสารทั้งหมด ซึ่งได้วางกรอบแนวทางประเมินวิทยฐานะใหม่ไว้ 4 ข้อ ได้แก่ 1.ลดความซ้ำซ้อนของการประเมิน เช่น การประเมินวิทยฐานะของครูจะทำไปพร้อมกับเงินเดือน ซึ่งจะเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตามข้อตกลงในการพัฒนางาน (Performance Agreement) หรือ PA 2.การประเมินเพื่อขอมีและเลื่อนวิทยฐานะจะถูกประเมินผ่านรูปแบบออนไลน์ทั้งหมด ไม่มีการยื่นเอกสารการประเมินอีกต่อไป โดยขั้นตอนการยื่นประเมินผ่านออนไลน์นั้นสถานศึกษาจะทำหน้าที่เป็นหน่วยวิเคราะห์โดยผู้บริหารสถานศึกษา ซึ่งจะมีวงรอบการประเมินตามการปรับวงรอบเงินเดือนระหว่างเมษายนและตุลาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประวิตร กล่าวต่อว่า 3.การประเมินจะต้องเห็นผลการปฏิบัติงานของครูในห้องเรียน มุ่งผลสัมฤทธิ์ของเด็ก และ 4.การประเมินจะเชื่อมโยงไปที่ตัวผู้เรียนว่าครูสามารถยกระดับทักษะเด็กได้ตรงตามการเรียนรู้ในโลกศตวรรษที่ 21 หรือไม่ สำหรับการคงประเมินวิทยฐานะของครูจะคงไว้ที่ 5 ปี และหากครูต้องการทำผลงานเพื่อขยับเลื่อนวิทยฐานะจากชำนาญการเป็นชำนาญการพิเศษนั้นจะมีการพิจารณาจาก 3 องค์ประกอบ คือ คลิปการสอนของครูในห้องเรียน แผนประกอบการเรียนการสอน และผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน ดังนั้นการประเมินเพื่อขอมีและเลื่อนวิทยฐานะแนวใหม่จะเน้นการประเมินความก้าวหน้าจากการสอนของครูและผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน โดยจะยกเลิกการนำผลงานต่างๆ ของครูแล้วมาสะสมเย็บเล่มเป็นรายงานส่งเพื่อประเมิน &amp;nbsp;ทั้งนี้การประเมินวิทยฐานะรูปแบบใหม่เมื่อยื่นผ่านระบบออนไลน์แล้วภายใน 2-3 เดือนก็จะทราบผลว่าผ่านหรือไม่ผ่านการประเมิน &amp;nbsp;อย่างไรก็ตามกรอบแนวคิดการประเมินวิทยฐานะรูปแบบจะนำไปรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน จากนั้นนำมาสรุปประมวลผล ซึ่งคาดว่าจะประกาศใช้การประเมินวิทยฐานะใหม่อย่างเป็นทางการได้ในปีการศึกษา 2564 อย่างแน่นอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การปรับวิทยฐานะใหม่เรามีทีมวิจัยจากหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน โดยมีการอิงผลการประเมินและพัฒนาครูจากต่างประเทศ เพราะระบบวิทยฐานะครูที่ควรจะเป็นคือต้องประเมินตามสภาพความเป็นจริงที่สะท้อนพัฒนาการผลลัพธ์การเรียนของผู้เรียน&amp;rdquo;รักษาราชการเลขาฯ ก.ค.ศ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81956</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ศธ., ประวิตร เอราวรรณ, เกณฑ์เลื่อนวิทยฐานะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201027/image_big_5f97f1ac0a820.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
