<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76279</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2020 15:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2020 15:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กสทช.คุมมาตรฐานจานรับสัญญาณป้องกันปัญหา5G กวนจานดำ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ย.2563 นายแพทย์ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคและส่งเสริมสิทธิเสรีภาพ &amp;nbsp;สำนักมาตรฐานและเทคโนโลยี เสนอคณะกรรมการ (บอร์ด) กสทช. จัดทำร่างมาตรฐานจานรับสัญญาณดาวเทียม เพื่อกำหนดให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เนื่องจากปัญหาการรบกวนกันของคลื่นความถี่ 5G&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามเบื้องต้นจะกำหนดมาตรฐานสัญญาณระบบ C-Band บนคลื่นความถี่ย่าน 3500 MHz โดยจะเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (ประชาพิจารณ์) ต่อไป
ทั้งนี้ปัจจุบันยอมรับว่าการติดตั้งเสาสัญญาณให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 5G บนคลื่นความถี่ย่าน 2600 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) ซึ่งส่งด้วยความแรงกว่าสัญญาณดาวเทียมนับพันเท่าไปรบกวนจานดำ ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน จึงจำเป็นที่จะต้องออกประกาศฯ มาตรฐานสัญญาณจานรับสัญญาณดาวเทียมเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การสนับสนุนเงินเยียวยาการเปลี่ยนหัวรับสัญญาณดาวเทียม หรือ LNB ยังไม่ได้ข้อสรุป ว่าจะเป็นสำนักงานฯ หรือใครที่จะต้องรับผิดชอบ เรื่องนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยน LNB ของจาดาวเทียมมากเพื่อประโยชน์ คือ 1 การแก้ปัญหาการรบกวนกับคลื่น 5G 2600 MHz 2.ปลดล็อคการจัดสรรคลื่น 3500 MHz กับการลงทุนเพียงครั้งเดียว&amp;rdquo; นายแพทย์ประวิทย์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามการกำหนดมาตรฐานฯ &amp;nbsp;จะทำให้แก้ปัญหาในอนาคตที่จะนำคลื่น 3500 MHz มาประมูล เพราะขณะนี้คลื่น 2600 MHz มีปัญหาที่สถานีฐาน 5G ไปรบกวนการส่งสัญญาณทีวีดาวเทียมจานดำ C-band ทำให้ไม่สามารถรับสัญญาณทีวีได้เลย ซึ่งเป็นปัญหาในวงกว้าง หากมีการติดตั้งเสาสัญญาณ 5G เป็นจำนวนมากเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประชาชนมากจนไม่สามารถรับชมทีวีผ่านดาวเทียมได้เลย เนื่องจากในแถบเอเชีย มีประเทศไทย และอินโดนีเซีย ที่มีการรับชมทีวีผ่านดาวเทียมมากที่สุด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76279</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช., จานรับสัญญาณ, ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180120/image_big_5a6340c72c680.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12514</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2018 22:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลือกกรรมการสิทธิฯ ชุดที่ 4 ไทยต้องก้าวข้ามกับดักให้ได้  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) จำนวน 7 คน ตามรัฐธรรมนูญ 2560 จะปรากฏโฉมให้เห็นในอีก 2-3 เดือนข้างหน้านี้ หลังปิดรับสมัครเมื่อ 25 มิถุนายน มีผู้มาสมัครทั้งสิ้น 38 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับรายชื่อผู้สมัคร 38 คนได้เผยโฉมให้เห็นกันแล้ว ที่เด่นๆ ดังๆ มีอาทิ นายบุญ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เลิศ คชายุทธเดช สื่อมวลชนอิสระที่มีดีกรีเป็นอดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ด้านสื่อ,&amp;nbsp; นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กสทช., น.ส.ลัดดาวัลย์ ตันติวิทยาพิทักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย เพิ่งมีข่าวติด 1 ใน 3 ของการสรรหาเป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน, น.ส.ปิติกาญจน์&amp;nbsp; สิทธิเดช อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม, นายไพโรจน์ พลเพชร อดีตกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;​​&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กสม.ที่กำลังสรรหากันอยู่นี้ สุดท้ายแล้วจะได้คนคนเก่ง คนดี มีความกล้าหาญ พอจะเป็นความหวังในการทำงานเพื่อคุ้มครองสิทธิมนุษยชน เป็นที่เชิดหน้าชูตาประเทศได้บ้างไหม หรือได้คนที่ชาวบ้านร้องยี้?&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นับแต่ประกาศใช้ รธน.2540 ที่ให้กำเนิดองค์กรอิสระที่ชื่อ กสม.มาถึงปัจจุบัน มี กสม.มาแล้ว 3 ชุด&amp;nbsp; ชุดแรกประกอบด้วย นายเสน่ห์ จามริก เป็นประธาน ชุดสอง นางอมรา พงศาพิชญ์ เป็นประธาน และชุดสาม มีนายวัส ติงสมิตร เป็นประธาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ​​&amp;nbsp; ตามขั้นตอนในการสรรหา กสม.ชุดที่ 4 ผู้สมัครจะต้องมาแสดงวิสัยทัศน์ต่อหน้ากรรมการสรรหา 10&amp;nbsp; คนในเดือนสิงหาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;​​&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากนั้นกรรมการสรรหาจะลงคะแนนคัดให้เหลือ 7 คนเพื่อเป็น กสม. โดยมีความรู้ ประสบการณ์&amp;nbsp; และความเชี่ยวชาญอยู่ใน 5 ด้านอย่างน้อยด้านละ 1 ส่วนอีก 2 คนไปเติมเต็มในด้านใดอื่นตามแต่กรรมการจะเห็นเหมาะสมเพื่อให้ครบ 7 คน โดยในการโหวตต้องให้ได้คะแนนไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 หรือ&amp;nbsp; 7 ใน 10 เสียง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ ใน 5 ด้านได้แก่ 1.ทำงานด้านสิทธิมนุษยนชนต่อเนื่อง 2.เชี่ยวชาญการสอน หรือทำวิจัยเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนในระดับอุดมศึกษา 3.เชี่ยวชาญด้านกฎหมายสิทธิมนุษยชน 4.มีประสบการณ์ด้านการบริหารงานภาครัฐเกี่ยวกับการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และ 5.มีความรู้และประสบการณ์ด้านปรัชญา วัฒนธรรม ประเพณี และวิถีไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;​​&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังได้ 7 คนซึ่งผ่านชั้นคณะกรรมการสรรหาแล้ว จะส่งรายชื่อพร้อมประวัติไปให้ สนช.เพื่อพิจารณาลงมติว่าเห็นชอบหรือไม่ โดยใช้คะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งเป็นเกณฑ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;​​&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นที่น่าสังเกตว่า กสม.ที่กรรมการสรรหาและ สนช.กำลังจะช่วยกันทำคลอดออกมาเป็นชุดที่ 4&amp;nbsp; นั้น รธน.2560 กำหนดให้มีอำนาจลดลงจากเดิมหลายเรื่อง เช่น อำนาจในการเสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ในกรณีที่บทบัญญัติกฎหมายกระทบต่อสิทธิมนุษยชนและมีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;อำนาจในการเสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลปกครองในกรณีที่กฎ คำสั่ง หรือการกระทำทางปกครองกระทบต่อสิทธิมนุษยชน หรือมีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อำนาจในการฟ้องคดีต่อศาลยุติธรรมแทนผู้เสียหายเมื่อได้รับการร้องขอจากผู้เสียหาย เพื่อแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนเป็นส่วนรวม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รธน.2560 ได้กำหนดหน้าที่ กสม.เพิ่มเติมเข้ามา คือชี้แจงและรายงานข้อเท็จจริงที่ถูกต้องโดยไม่ชักช้า ในกรณีที่มีการรายงานสถานการณ์เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยโดยไม่ถูกต้องหรือไม่เป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การบัญญัติไว้เช่นนี้ต้องยอมรับว่าบางเรื่องอาจแยกแยะได้ลำบากว่า อะไรคือสิ่งที่ต่างประเทศรายงานไม่ถูกต้องหรือไม่เป็นธรรม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในระยะ 10 ปีมานี้ได้เกิดวิกฤติการเมืองและความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง มีคนไทยร้องเรียนไปยังองค์การสหประชาชาติ ไทยถูกจัดอันดับให้เป็นประเทศที่สอบตกด้านสิทธิมนุษยชน เป็นที่อับอายขายหน้าชาวโลก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;​&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กสม.ต้องเล่นบทเป็นหนังหน้าไฟให้รัฐบาล แทนที่ กสม.จะต้องทำหน้าที่คุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชนอย่างเต็มที่ ทั้งๆ ที่ปัญหาเกิดจากรัฐบาล แต่ กสม.กลับต้องมาคอยชี้แจงขายผ้าเอาหน้ารอดให้รัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;​&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กฎหมาย ประกาศ คำสั่ง คสช.ที่ออกมาบังคับใช้ตลอด 4-5 ปี ซึ่งละเมิดสิทธิฯ หากยังไม่ยกเลิก แล้วถูกสื่อต่างชาติหรือแม้แต่องค์กรระหว่างประเทศตำหนิประณามประเทศไทย จะให้ กสม.ชี้แจงอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;​&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเลือก กสม.ครั้งนี้หากจะวิพากษ์ว่ามีใบสั่งจากผู้มีอำนาจส่งมาหรือไม่ ว่าให้เลือกคนนี้ ไม่เอาคนโน้น อาจยังเร็วเกินไปที่จะหาคำตอบในตอนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ที่สำคัญคือ ประเทศไทยที่กำลังเดินไปสู่การเลือกตั้ง จะต้องก้าวข้ามกับดักแห่งการจำกัดสิทธิเสรีภาพต่างๆ ให้ได้ !&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12514</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, บุญ  เลิศ คชายุทธเดช, ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา, ปิติกาญจน์  สิทธิเดช, ลัดดาวัลย์ ตันติวิทยาพิทักษ์, วัส ติงสมิตร, สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ, อมรา พงศาพิชญ์, เสน่ห์ จามริก, ไพโรจน์ พลเพชร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180701/image_big_5b38ec4d9a54f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11429</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2018 15:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2018 15:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประวิทย์ ยอมรับ กสทช.คิดค่าคลื่น 1800 MHz แพง เอกชนไม่ประมูลกระทบรายได้รัฐหายหลายหมื่นล้าน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:14.45pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:14.45pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;ประวิทย์ เขียนบทความ ทำไม? ไม่มีใครประมูลคลื่น 1800 MHz &amp;nbsp;ยอมรับ กสทช.คิดค่าคลื่น 1800 MHz แพง รับเอกชนทิ้งประมูลรัฐเดือดร้อนมากที่สุด เพราะรายได้หลายหมื่นบาทกว่า ที่คิดไว้หายไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:14.45pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กสทช. ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคและส่งเสริมสิทธิเสรีภาพ&amp;nbsp; เขียนบทความพิเศษแจงสาเหตุ ทำไม? ไม่มีใครประมูลคลื่น 1800 MHz ว่า&amp;nbsp; กสทช. กำหนดจัดประมูลคลื่น 1800 MHz ในวันที่ 4 สิงหาคมนี้ โดยเปิดให้ค่ายมือถือยื่นเอกสารในวันที่ 15 มิถุนายน แต่ปรากฏว่า ไม่มีค่ายใดเดินทางมายื่นเอกสารเลย ทั้งที่สำนักงาน กสทช. ยืนยันว่า แต่ละค่ายจำเป็นต้องมีคลื่นมากกว่าที่ถือครองในปัจจุบัน และ GSMA ก็คาดการณ์ว่าหากไม่มีการจัดสรรคลื่นเพิ่ม คุณภาพบริการบรอดแบนด์ผ่านมือถือของไทยจะประสบปัญหาในไม่เกิน 2 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อมีการวางจำหน่ายสินค้าที่อยู่ในความต้องการของผู้ซื้อในตลาด แต่กลับไม่มีการซื้อขาย เหตุผลหลักก็น่าจะมาจากการตั้งราคาขายที่ไม่เหมาะสมกับกำลังซื้อ ยิ่งมีการบังคับขายพ่วงว่าต้องซื้อเหมา ไม่ขายแยกชิ้น ผู้ซื้อที่ฉลาดก็จะไม่ผลีผลาม และถ้ายังไม่จวนตัวว่าจำเป็นต้องซื้อตอนนี้ ก็ยิ่งจะรอดูไปก่อน แล้วราคาคลื่น 1800 MHz นำออกมาประมูลครั้งนี้แพงไปไหม การขายคลื่นชุดละ 15 MHz ขนาดใหญ่ไปหรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากอ้างอิงจากผลการศึกษาของ กสทช. แล้วก็พอจะอธิบายได้ไม่ยาก กล่าวคือ ในการประมูลคลื่น 1800 MHz ครั้งก่อน กสทช. ตั้งราคาเริ่มต้นประมูลต่ำกว่าราคาประเมิน แต่ปรากฏว่ามีการสู้ราคากันอย่างดุเดือด จนราคาสูงกว่าราคาประเมินสูงสุดที่เอกชนสามารถทำกำไรได้ตามทฤษฎี และการศึกษาในครั้งนั้นมีสมมติฐานที่สำคัญ 2 ข้อ ข้อหนึ่ง-ในช่วงนี้จะยังไม่มีการจัดสรรคลื่นใหม่อื่นๆ เช่น คลื่น 700 MHz, 2300 MHz หรือ 2600 MHz ถ้ามีการจัดสรรแปลว่ามีสินค้าที่ทดแทนคลื่น 1800 MHz ได้ ราคาคลื่น 1800 MHz จะต่ำลงไปอีก และข้อสอง-ผู้ชนะการประมูลครั้งที่แล้วยังอาจจะต้องการคลื่น 1800 MHz เพิ่มในอนาคตอีกจำนวนหนึ่ง เช่น 5 &amp;ndash; 10 MHz เพื่อให้มีจำนวนคลื่นที่เหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังการประมูลครั้งก่อน กทค. เดิมตกลงใจตามที่สำนักงาน กสทช. เสนอว่าจะใช้ราคาชนะประมูลที่สูงผิดปกติครั้งนั้นเป็นราคาเริ่มต้นการประมูลในอนาคต ไม่แน่ว่าเป็นเพราะต้องการเอาใจผู้ชนะการประมูล เพื่อไม่ให้เสียใจหรือรู้สึกเสียเปรียบที่ชนะประมูลในราคาสูงผิดปกติ หรือเพราะต้องการสยบบางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ผลการประมูลที่ทักท้วงว่า การแข่งขันจนราคาสุดท้ายออกมาสูงลิบนั้นเป็นเรื่องไม่ปกติ ไม่ว่าเหตุผลเบื้องหลังจะเป็นอย่างไรก็ตาม แต่ผลเบื้องหน้านั้นสรุปได้ง่ายๆ คือ ในอนาคต เมื่อค่ายอื่นมาซื้อคลื่นนี้ก็จะต้องซื้อแพงไม่น้อยไปกว่านี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วต่อมา กสทช. ก็มีมติกำหนดขนาดบล็อกคลื่นที่ 15 MHz ไม่ใช่ 5 MHz ดังที่หลายฝ่ายแสดงความคิดเห็นไว้ในการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ ทำให้ค่ายที่ต้องการเพียง 5 หรือ 10 MHz ถ้าจะเข้าร่วมการประมูลก็ต้องซื้อคลื่นมากเกินความจำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ สองค่ายมือถือที่ชนะการประมูลครั้งที่แล้วต่างต้องแบกภาระค่าคลื่นทั้ง 1800 MHz และ 900 MHz และที่ผ่านมามีการขอผ่อนผันให้ คสช. ขยายงวดชำระเงิน สะท้อนให้เห็นถึงปัญหากำลังซื้อ &amp;nbsp;และต่อให้มองข้ามเรื่องกำลังซื้อ ก็ยังมีประเด็นว่าจำเป็นจะต้องเข้ามาซื้อในขณะนี้ไหม หรือจะรอสินค้าชิ้นใหม่ที่น่าสนใจกว่า ซึ่งก็คือคลื่น 700 MHz ที่สำนักงาน กสทช. และรองนายกรัฐมนตรีประกาศว่าจะจัดประมูลในปี 2563 เพราะเป็นคลื่นที่ตอบโจทย์เรื่องความครอบคลุม ทำให้ประหยัดต้นทุนในการตั้งสถานีฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยิ่งมีคลื่น 1800 MHz ในมือแล้ว ควรเลือกประมูล 1800 MHz ที่มีราคาแพง หรือประมูล 700 MHz ที่ไม่เคยมีราคาชนะประมูลเดิมค้ำคออยู่และมีรัศมีทำการที่กว้างกว่า วิญญูชนก็คงตอบได้ไม่ยากกว่าควรจะเลือกคลื่นไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนค่ายที่จะหมดสัมปทาน ซึ่งเดิมใช้งานคลื่น 1800 MHz อยู่ 45 MHz หากมาประมูลจะต้องจ่ายแพง และจะได้คลื่นไม่เกิน 15 MHz แต่ถ้าไม่มีใครประมูล ค่ายนี้ก็จะเข้าสู่มาตรการเยียวยา สามารถใช้คลื่นทั้ง 45 MHz ได้ต่อไปอีก 1 ปี โดยไม่ต้องเสียเงินแม้แต่บาทเดียว แล้วค่อยรอการประมูลที่จะจัดใหม่ในปีหน้า ซึ่งราคาคลื่นอย่างไรก็ต้องต่ำลง เพราะระยะเวลาอนุญาตจะลดลงไปตามเวลาที่ประมูลสำเร็จช้า เวลายิ่งลดลง ราคาคลื่นก็ยิ่งต่ำลง แม้หากเกิดอุบัติเหตุว่าวันที่ 15 มิถุนายน คู่แข่งมายื่นเอกสารการประมูล ก็ยังมีทางเลือกว่าจะมายื่นแข่งหลังจากนี้หรือไม่ เพราะเมื่อมีผู้ยื่นเอกสารรายเดียว กสทช. จะขยายเวลาออกไปอีก 30 วัน และต่อให้ไม่เข้าแข่งแล้วปล่อยให้รายอื่นได้คลื่นเพิ่มอีก 15 MHz รวมเป็น 30 MHz แล้วค่อยไปเจรจาขอโรมมิ่งคลื่น 1800 MHz จากค่ายนั้นก็อาจประหยัดกว่ามาสู้ราคากัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยิ่งไปกว่านั้น ค่ายที่จะหมดสัมปทาน 1800 MHz ก็สามารถต่อลมหายใจด้วยการใช้คลื่น 2300 MHz ของทีโอที ความจำเป็นที่จะต้องชิงคลื่นให้ได้จึงลดลงจากเดิม ดังนั้นการเดินหมากเข้าสู่มาตรการเยียวยาน่าจะได้ประโยชน์กับตัวเองมากกว่าการเข้าร่วมเล่นเกมซื้อของแพงให้เสมอหน้าเพื่อน...ตามที่ กสทช. กำหนดขึ้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อไม่มีเอกชนรายใดมาประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz สภาพการแข่งขันในตลาดก็จะอยู่ในสภาพเดิม โดยที่ไม่มีใครต้องแบกต้นทุนเพิ่ม เพราะการเข้ามาประมูลเพื่อให้ได้เปรียบคู่แข่ง ก็ตามมาด้วยต้นทุนค่าคลื่นที่เพิ่มขึ้น และถ้าคู่แข่งสามารถหาทางออกด้วยวิธีการอื่นที่ไม่ใช่การประมูล แถมมีต้นทุนที่ต่ำกว่า ผู้ชนะการประมูลก็อาจจะเจ็บตัวฟรี ยิ่งมีภาระค่าคลื่นเดิมที่ค้างจ่ายอีกหลายหมื่นล้าน ยิ่งต้องรอบคอบรัดกุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่ผู้ชนะประมูลรายเดิมไม่เข้าประมูล ก็จะทำให้ไม่ต้องแบกภาระเพิ่ม แต่ก็เสียโอกาสที่จะทิ้งห่างคู่แข่ง แต่ในเมื่อทุกรายไม่เข้าร่วมประมูล การแข่งขันก็ไม่เปลี่ยนแปลง ผู้บริโภคก็ไม่มีทางเลือกอะไรใหม่ ยังต้องวนเวียนใช้บริการแบบเดิมๆ ไปก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่หากผู้ชนะรายเดิมเข้าประมูลเพื่อบีบหรือทิ้งห่างคู่แข่ง ก็เท่ากับว่าเดินตามเส้นทางที่ กสทช. กำหนด คือการพยายามขายคลื่นในราคาแพงที่สุด และเอกชนก็คงต้องทนกับสภาพเส้นทางแบบนี้ในคลื่นอื่นๆ ที่จะประมูลในอนาคตอย่างเช่น คลื่น 700 MHz หรือ 2600 MHz รวมถึงคลื่นความถี่สูงมากๆ ที่จะนำมาใช้กับ 5G ซึ่งจะทำให้ต้นทุนการให้บริการพุ่งสูงมาก จนอาจไม่คุ้มที่จะลงทุน จึงมีการส่งสัญญาณจากภาคเอกชนให้ กสทช. รู้ว่า ต้นทุนค่าคลื่นเริ่มเป็นปัญหาต่ออุตสาหกรรมมากขึ้นเรื่อยๆ ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จริงๆ แล้ว หลักการพื้นฐานของการประมูลคลื่น คือการคัดเลือกผู้ประกอบการที่มีประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์จากคลื่นได้สูงสุด ไม่ใช่ต้องการขายคลื่นให้ได้ราคาแพงที่สุด แต่สิ่งที่จะตัดสินว่าใครใช้ประโยชน์จากคลื่นได้ดีที่สุด ก็คือตัวเลขเงินที่เขาพร้อมจะจ่ายเป็นค่าคลื่น แล้วเอาคลื่นไปทำกำไร ถ้าทำกำไรไม่ได้ก็จะเจ๊ง จึงไม่ควรมีใครเสนอตัวเลขสูงเกินกว่าที่ตัวเองจะอยู่รอดได้ ส่วนใครที่ทำกำไรได้เก่งกว่าก็จะเสนอตัวเลขได้สูงกว่า กสทช. จึงใช้การประมูลเพื่อหาว่า รายใดสมควรได้คลื่นไปให้บริการ ซึ่งก็คือรายที่เสนอราคาคลื่นได้สูงสุด แต่ไม่ใช่ว่า กสทช. มีเป้าหมายที่จะหาเงินให้ได้มากที่สุดจากการประมูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เมื่อหน่วยงานกำกับดูแลหลงทางไปมุ่งเน้นการขายคลื่นให้ได้ราคาแพงที่สุด ผลเสียก็จะเกิดกับอุตสาหกรรมที่ไม่สามารถแบกต้นทุนได้ และผู้บริโภคก็จะไม่สามารถรับบริการใหม่ๆ ได้ แต่ที่สำคัญ รัฐที่ต้องการได้เงินค่าคลื่นเป็นจำนวนมากก็เสี่ยงจะได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยหรือไม่ได้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการประมูลคลื่น 1800 MHz ครั้งนี้ กระทรวงการคลังมีหนังสือถึง กสทช. ว่า ขอให้จัดประมูลและนำส่งรายได้จากการประมูลภายในปี 2561 ด้วย โดยกระทรวงการคลังประมาณการรายได้จากสมมติฐานว่าคลื่นทั้ง 45 MHz จะขายหมดและผู้ชนะการประมูลชำระเงินงวดแรกร้อยละ 50 ภายในเดือนกันยายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อไม่มีผู้เข้าประมูล ประมาณการรายได้ก้อนนี้จึงพลาดเป้าไปหลายหมื่นล้านบาท แผนการใช้งบประมาณของรัฐก็อาจสะดุดหรือต้องหารายได้ทางอื่นมาชดเชย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเมื่อหมดสัมปทานแล้วเข้าสู่มาตรการเยียวยา ก็ยังพบปัญหาในส่วนเงินนำส่งรัฐ เพราะการให้บริการตามมาตรการเยียวยาที่ผ่านมา ยังมีปัญหาการฟ้องคดี และมีการแจ้งในที่ประชุม กสทช. ว่ารัฐยังไม่ได้รับเงินแม้แต่บาทเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรการเยียวยาครั้งใหม่นี้จะเหมือนหรือแตกต่างจากเดิม คงต้องติดตามกันต่อไป แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า การไม่มีรายใดมาประมูลคลื่น 1800 MHz ครั้งนี้ ฝ่ายที่ได้รับผลกระทบเต็มๆ ในทันทีคือรัฐ ไม่ใช่เอกชน หรือผู้บริโภคที่จะได้รับผลกระทบในระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การใช้ ม.44 เพื่อขยายงวดชำระเงินก็ไม่ใช่ทางออก เพราะถ้าไม่จัดการราคาคลื่นให้เข้าสู่ราคาดุลยภาพ เอกชนก็ต้องเรียกร้องขอขยายงวดชำระเงินอยู่ร่ำไป การแก้ปัญหาการประมูลต้องคำนึงถึงประโยชน์ระยะยาวจากการก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเต็มตัวของประเทศด้วย หากประเทศเรายังตกอยู่ในวังวนการเล่นเกมราคาคลื่นแบบเด็กเล่นขายของ สุดท้ายทุกฝ่ายจะเสียประโยชน์ ค่าเสียโอกาสในการตกขบวนความเปลี่ยนแปลงยุค 4.0 อาจจะไม่ใช่มีแค่มิติด้านเศรษฐกิจเท่านั้น แต่จะกระทบถึงด้านสังคมและความมั่นคงด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การกำหนดราคาคลื่นและการออกแบบการประมูลจึงต้องใช้หลักการและการศึกษาที่มีวิชาการและเป็นมืออาชีพ และต้องไม่มุ่งเอาใจฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้น เพราะทุกฝ่ายล้วนมีส่วนได้ส่วนเสียในเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11429</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช., ประมูลคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์, ประมูลคลื่นรอบใหม่, ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา, เอกชนทิ้งประมูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180615/image_big_5b2378de9cf0a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
