<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>87977</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/12/2020 15:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/12/2020 15:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมาคมผู้ผลิตเหล็กทรงยาวฯ หนุน&#039;รถเก่าแลกรถใหม่&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ธ.ค. 2563 นายประวิทย์ หอรุ่งเรือง &amp;nbsp;ในฐานะผู้แทนสมาคมผู้ผลิตเหล็กทรงยาวด้วยเตาอาร์คไฟฟ้า เปิดเผยถึงโครงการรถเก่าแลกรถใหม่ของรัฐบาลว่า ถือเป็นโครงการที่ดี &amp;nbsp;โดยหากภาครัฐมีนโยบายกำจัดซากรถยนต์ที่ชัดเจน นอกจากจะช่วยลดปริมาณมลพิษทางอากาศ PM2.5 และรักษาสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังช่วยผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กลดการนำเข้าซากรถยนต์จากต่างประเทศ เพื่อนำมาหลอมเป็นเศษเหล็กกลับมาใช้ใหม่ในอุตสาหกรรมเหล็ก &amp;nbsp; ซึ่งปัจจุบันมีการนำเข้าประมาณ 120,000 ตันต่อปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ข้อมูลจากกรมขนส่งทางบกพบว่า &amp;nbsp;ปี &amp;nbsp;2562 ประเทศไทยมีจำนวนรถยนต์ส่วนบุคคล คือ รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่ง และรถบรรทุกส่วนบุคคล (Pick-up) ที่ใช้งานอยู่บนท้องถนน รวมทั้งสิ้น 16.8 ล้านคัน ซึ่งเป็นรถยนต์เก่าที่มีอายุมากกว่า 15 ปีจำนวนกว่า 4 ล้านคัน หรือคิดเป็นกว่า 24% ซึ่งถือว่าเป็นสัดส่วนที่ไม่น้อย &amp;nbsp;โดยส่วนใหญ่ถูกจำหน่ายเป็นรถยนต์มือ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งปัญหาหลักจากการใช้รถยนต์มือ 2 คือ การเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ของเครื่องยนต์ทำให้เกิดปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการกำจัดซากรถยนต์มือ 2 &amp;nbsp;ที่ไม่สามารถใช้งานได้ ส่วนใหญ่ใช้วิธีการชำแหละเป็นซาก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และไม่สามารถนำเศษเหล็กเก่ากลับมาใช้งานได้อย่างเต็มที่ &amp;nbsp; แต่หากมีกระบวนการบริหารจัดการเศษเหล็กอย่างมีประสิทธิภาพ ก็จะสามารถนำซากรถยนต์กลับมารีไซเคิลใหม่ &amp;nbsp;ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มมูลค่าทางด้านเศรษฐกิจแล้วยังเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประวิทย์ กล่าวต่อว่า ในต่างประเทศก็มีโครงการหรือนโยบายควบคุมปริมาณและแก้ไขปัญหารถเก่าที่แตกต่างกัน แต่ประเด็นสำคัญซากรถเก่าจะต้องเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลกำจัดซากอย่างถูกวิธี เช่น เมืองคิตะกีวชู ประเทศญี่ปุ่น ที่เป็นเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ได้มีการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมเพื่อกำจัดขยะและของเสียขึ้นมา เพื่อทำการรีไซเคิลของเก่า รวมถึงซากรถเก่า ซึ่งซากรถเก่าถือว่ามีศักยภาพสูงในการนำกลับมาใช้ใหม่ และการแยกชิ้นส่วนรถยนต์ก่อนรีไซเคิล เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมในการจัดการซากรถ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยซากรถเก่าหนึ่งคัน จะมีโลหะที่เป็นเหล็กประมาณ 69% ซึ่งเหล็กเหล่านั้นจะถูกคัดแยกเพื่อนำมาหลอม และปรุงแต่งให้มีความบริสุทธิ์ก่อนนำกลับมาใช้ใหม่ ส่วนอะไหล่และเครื่องยนต์ ที่มีสภาพสมบูรณ์ จะถูกคัดแยกและนำกลับมาใช้ใหม่และชิ้นส่วนที่ไม่ใช่เหล็ก เช่น พลาสติก วัสดุยาง รวมถึงชิ้นส่วนอื่นๆจะถูกคัดแยกและนำไปเป็นเชื้อเพลิงผลิตพลังงาน ซึ่งถือเป็นการกำจัดซากรถแบบครบวงจร
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87977</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประวิทย์ หอรุ่งเรือง, ผู้แทนสมาคมผู้ผลิตเหล็กทรงยาว, โครงการรถเก่าแลกรถใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201225/image_big_5fe59fb4d7d11.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
