<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>78641</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2020 19:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2020 19:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ได้แล้ว &#039;ประสงค์&#039;ลาออกบอร์ดรัฐวิสาหกิจลือเตรียมนั่งเก้าอี้รมว.การคลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ย. 2563 รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง ได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจทุกแห่ง ทั้ง ประธานกรรมการ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ประธานกรรมการบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และ ลาออกจากการเป็นกรรมการ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยให้เหตุผลว่า จะเกษียณจากการเป็นข้าราชการในวันที่ 30 ก.ย. นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม มีการคาดกันว่า การลาออกจากการเป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจ และบริษัทต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เนื่องจาก นายประสงค์ ได้ตอบตกลงกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ที่จะมาเป็น รมว.คลัง แทนนายปรีดี ดาวฉาย ที่ได้ลาออกจากตำแหน่ง รมว.คลัง นานถึง 1 เดือนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยันว่า จะได้ รมว.คลัง คนใหม่ในเดือน ต.ค.นี้ ขณะที่นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาวน์ รมว.พลังงาน และรองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้ให้ความเชื่อมั่นว่า รมว.คลังคนใหม่ที่จะเข้ามานี้ จะสามารถทำงานร่วมกันตนได้ดีอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุพัฒน์พงษ์ กล่าว รมว.คลัง คนใหม่ที่จะเข้ามาต้องมีแนวทางการทำงานโดยเดินหน้าแก้ปัญหาเศรษฐกิจเพื่อให้สภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนกลับคืนสู่สภาพปกติได้เร็วที่สุดหลังจากสถานการณ์โควิดคลี่คลาย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78641</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประสงค์ พูนธเนศ, รัฐมนตรีคลังคนใหม่, ลาออกจากบอร์ด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190425/image_big_5cc16815e31e3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77515</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2020 14:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2020 14:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;คลัง&#039;ลุยบวงสรวงช้างคู่เชื่อบารมีเสริมแกร่งแก้ปัญหา ศก.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ย. 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.30 น. ที่กระทรวงการคลัง นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธานในพิธีบวงสรวงองค์ช้างคู่ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงการคลัง ณ บริเวณห้องโถงวายุภักษ์ กระทรวงการคลัง โดยมี นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมศุลกากร ว่าที่ปลัดกระทรวงการคลัง คนต่อไป และ นางรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง คนก่อน เข้าร่วมพิธี โดยมีรองปลัด และอธิบดีในสังกัดกระทรวงการคลัง เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิธีสักการะองค์ช้างคู่เริ่มถือฤกษ์เวลา 11.30 น. โดยมีพระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ (ชวิน รังสิพราหมณกุล) เป็นผู้ดำรงตำแหน่งประธานพระครูพราหมณ์คนปัจจุบัน เป็นพราหมณ์ ผู้พิธี พร้อมด้วย สิ่งของสักการะ ประกอบ ด้วย ผลไม้ 11 ชุดนิด ธัญพืช 5 อย่าง ขนมหวาน 9 ชุด โดยบรรยากาศในการทำพิธี แสงแดดส่องสว่าง สดใสตลอดงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับองค์ช้างคู่ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงการคลัง โดยนำมาไว้ที่กระทรวง และได้ถูกย้ายกลับไปมาหลายรอบ โดยสมัยนายประมวล สภาวสุ รมว.การคลัง ในปี 2531 ได้นำช้างคู่จากมูลนิธิเอราวัณ เป็นช้างพลาย ช้างพัง จากโรงแรมเอราวัณสี่แยกราชประสงค์ เป็นช้างรุ่นเดียวกับช้างคู่ ตั้งอยู่หน้ากรมสรรพสามิต มาไว้ที่กระทรวงการคลัง ต่อมาในช่วงนายบรรหาร ศิลปอาชา ดำรงตำแหน่ง รมว.คลัง สั่งให้ย้ายไปยังวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาในสมัยนายสุรเกียติ์ เสถียรไทย รมว.การคลัง ให้นำกลับเข้ามาในปี &amp;nbsp;2538 นับว่าช้างคู่ถูกย้ายออกไป กลับมาหลายรอบ ให้นำกลับมาประจำกระทรวงการคลัง และในสมัยในสมหมาย ภาษี รมว.การคลัง &amp;nbsp;มีปัญหาชำรุด ผุพัง โดยเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 2557 จึงส่งนำไปบูรณะซ่อมแซมที่กรมศิลปากร เนื่องจากโดนปลวกแทะกิน นานกว่า 5 ปี และนำกลับมาไว้ที่กระทรวงการคลังอีกครั้ง เมื่อวันที่ 12 ก.ย.2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับช้างคู่ที่นำกลับมา ในส่วนช้างตัวผู้ เป็นตัวเดิม ทำมาจากไม้ก้ามปู ที่นำไปบูรณะใหม่ หลังจากถูกปลวกกัดกิน และเสื่อมไปตามสภาพอากาศ ส่วนช้างตัวเมีย เป็นการแกะสลักใหม่ ด้วยไม้สักทองขึ้นองค์ใหม่ทั้งหมด มีขนาดและรูปร่างเท่าเดิม เนื่องจาก องค์เดิม ถูกปลวกกินภายใน จนไม่สามารถซ่อมแซมได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความน่าสนใจของพิธี คือ การคล้องพวงมาลัยช้าง ซึ่ง ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานในพิธี ค่อย ๆ บรรจงคล้องพวงมาลัยอย่างระมัดระวังในช่วงเวลา 11.00 น. ซึ่งเป็นไปอย่างราบรื่น เพราะมีความเชื่อว่า หากพวงมาลัยขาด จะส่งผลกระทรวงต่อตำแหน่ง ข้าราชการระดับสูง หรือ ตำแหน่ง รมว.การคลัง ซึ่งในยุคของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล เป็น รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง ได้ทำพวงมาลัยขาด หลังจากนั้น ก็ดำรงตำแหน่ง รมว.การคลัง เพียง 3 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดพิธีบวงสรวงช้างคู่ แดดสว่างสดใส แต่พอเสร็จพิธีไม่นาน ก็มีฝนตกหนักที่กระทรวงการคลัง โดยข้าราชการกระทรวงการคลังพูดกันถึงความศักดิ์สิทธิ์ของ ช้างคู่ ที่ทำให้ฝนไม่ตกระหว่างประกอบพิธี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประสงค์ กล่าวภายหลังพิธีบวงสรวง สักการะ ช้างคู่ ว่า ช้างคู่เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บุญกระทรวงการคลังมานาน ซึ่งข้าราชการกระทรวงการคลัง เชื่อว่า การมีช้างคู่ จะทำให้มีพลังในการทำงาน เห็นช้างแล้วก็มีกำลังใจ มีความแข็งแกร่ง พร้อมรับมือ สู้กับสภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ และสร้างความเชื่อมั่นเศรษฐกิจ รวมถึงช่วยดูแลเงินคงคลัง ให้แข็งแกร่ง เพราะหน้าที่ของกระทรวงการคลังไม่ใช่แค่ดูแลเรื่องการจัดเก็บรายได้ แต่ยังมีหน้าที่ในการสร้างความมั่นคงให้กับประเทศด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เงินคงคลังตอนนี้ไม่มีปัญหา มีไม่ต่ำกว่า 3 แสนล้านบาท คลังถังไม่แตกแน่นอน ถังหนาหลายชั้น ตอนนี้การจัดเก็บรายได้ไม่เข้าเดือน ก.ย. ก็เลื่อนไปเดือน ต.ค.-พ.ย. ก็เป็นผลดีกับการจัดเก็บรายได้ในปี 2564 แทน&amp;rdquo; นายประสงค์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปลัดกระทรวงการคลัง ยังกล่าวด้วยว่า เชื่อว่าช้างคู่จะทำให้เกิดเรื่องดี มีแต่สิ่งดี ๆ ส่วนอะไรที่ไม่ดี ก็อยู่ที่ใจคน ถ้าเราทำด้วยความรักแผ่นดิน ทำด้วยความดี ก็จะเกิดเรื่องดี ถ้าทำอะไรไม่ดี ช้างก็จะไล่ออกไปเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77515</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช้างกระทรวงการคลัง, ประสงค์ พูนธเนศ, พิธีบวงสรวงองค์ช้างคู่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200915/image_big_5f6073579bc0d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68899</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.ไฟเขียว งบฯจ่ายปี64 3.3ล้านล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ครม.เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 ไม่เกิน 3.3 ล้านล้านบาท เตรียมเสนอสภาต่อไป พร้อมดึงภาคประชาสังคมร่วมเป็นกลไกเฝ้าระวังการใช้จ่ายงบตาม พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ประชาชนสามารถร่วมตรวจสอบ แจ้งเบาะแสการทุจริตผ่านเว็บไซต์และแพลตฟอร์มดิจิทัลกลาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า ครม.มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ไม่เกิน 3,300,000 ล้านบาท เตรียมเสนอสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป​ ร่าง พ.ร.บ.กำหนดให้ตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ไม่เกิน 3,300,000 ล้านบาท โดยจำแนกตามกลุ่มงบประมาณ ดังนี้ รายจ่ายงบกลาง 614,616.2 ล้านบาท รายจ่ายของหน่วยรับงบประมาณ 1,135,182.0 ล้านบาท รายจ่ายบูรณาการ 257,877.9 ล้านบาท รายจ่ายบุคลากร 776,887.7 ล้านบาท รายจ่ายสำหรับทุนหมุนเวียน 221,981.9 ล้านบาท และรายจ่ายเพื่อการชำระหนี้ภาครัฐ 293,454.3 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนฤมลกล่าวว่า นอกจากนี้คณะรัฐมนตรียังเห็นชอบกรรมาธิการ จำนวน 64 คน ในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 โดยให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และนายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นกรรมาธิการในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรีที่ไม่เกิน 16 &amp;nbsp;คน สำหรับ กมธ.ในสัดส่วนพรรคการเมืองมี 48 คน แบ่งเป็น ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล จำนวน 27 คน และ ส.ส.ฝ่ายค้าน จำนวน 21 คน ซึ่งจะมีการคัดเลือกตามกระบวนการของฝ่ายนิติบัญญัติต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวด้วยว่า ครม.เห็นชอบกลไกเฝ้าระวังการใช้จ่ายงบประมาณตามพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2563 ครอบคลุม 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ การเฝ้าระวังและแจ้งเบาะแส, การป้องกันและลดโอกาสการทุจริต, การตรวจสอบ, การดำเนินมาตรการทางปกครองวินัยและอาญา หวังดึงภาคประชาชน เอกชนเป็นเครือข่ายเฝ้าระวัง แจ้งเบาะแสการทุจริตผ่านเว็บไซต์และแพลตฟอร์มดิจิทัลกลางระบบข้อมูลการใช้จ่ายภาครัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวต่อว่า สำนักงาน ป.ป.ท.ในฐานะฝ่ายเลขานุการของศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) เสนอให้ประสานความร่วมมือทุกภาคส่วน ทั้งรัฐ สังคม เอกชน และประชาชน เพื่อเป็นกลไกเฝ้าระวังการใช้จ่ายงบประมาณตามพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ใน 4 ด้าน ได้แก่ การเฝ้าระวังและแจ้งเบาะแส ซึ่งหน่วยงานที่รับผิดชอบแผนงาน/โครงการต้องเปิดเผยข้อมูลแผนการดำเนินงาน แผนการใช้จ่ายงบประมาณ ผลสัมฤทธิ์ของโครงการ ข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างและความคืบหน้าในการดำเนินงาน &amp;nbsp;เพื่อให้ประชาชน เอกชนร่วมเฝ้าระวังและแจ้งเบาะแสการทุจริตทางเว็บไซต์ และจุดบริการข้อมูลข่าวสารของหน่วยงานทางแพลตฟอร์มดิจิทัลกลาง และทางเว็บไซต์ระบบข้อมูลการใช้จ่ายภาครัฐ (ภาษีไปไหน) ของสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (สพร.) ให้ทุกภาคส่วนร่วมเป็นเครือข่ายเฝ้าระวังและแจ้งเบาะแสการทุจริตหรือความเดือดร้อนในพื้นที่ที่มีการใช้งบประมาณ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เปิดช่องทางรับแจ้งเบาะแส แจ้งการทุจริตของประชาชนเชื่อมโยงระบบรับเรื่องร้องเรียนของทุกหน่วยงานทางแพลตฟอร์มดิจิทัลกลาง หรือทางเว็บไซต์ระบบข้อมูลการใช้จ่ายภาครัฐ การป้องกันและลดโอกาสการทุจริต หน่วยงานผู้รับผิดชอบทำการประเมินและจัดทำแผนบริหารความเสี่ยงการทุจริต ก่อนการดำเนินงานตามแผนงาน/โครงการ การตรวจสอบ ให้ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ &amp;nbsp;(ศอตช.) ตรวจสอบการดำเนินโครงการ หากมีเหตุสงสัยหรือเรื่องร้องเรียน และการดำเนินมาตรการทางปกครองวินัยและอาญา โดยหน่วยงานต้นสังกัดดำเนินการทางปกครอง วินัย และอาญากับผู้ที่กระทำความผิดตามมาตราป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในระบบราชการอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม​&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ รัฐบาลจะดำเนินการตรวจสอบหน่วยงานที่เบิกจ่ายงบประมาณอย่างเข้มงวดและจริงจัง สอดคล้องกับแถลงการณ์องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for &amp;nbsp;Economic Co-operation and Development: OECD) ที่ให้ประเทศสมาชิกระมัดระวังการจ่ายงบประมาณ มีมาตรการป้องกันความเสี่ยงการทุจริตในการใช้จ่ายงบประมาณแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนฤมลกล่าวว่า สำหรับพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 &amp;nbsp;พ.ศ.2563 มูลค่ารวมไม่เกินหนึ่งล้านล้านบาท มีผลบังคับใช้แล้ว ดังนี้ 1.แผนงาน/โครงการที่มีวัตถุประสงค์ทางการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 &amp;nbsp;วงเงิน 45,000 ล้านบาท 2.แผนงาน/โครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือ เยียวยาและชดเชยให้กับภาคประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการ ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 วงเงิน 555,000 ล้านบาท และ 3.แผนงาน/โครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 วงเงิน 400,000 &amp;nbsp;ล้านบาท.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68899</URL_LINK>
                <HASHTAG>นฤมล ภิญโญสินวัฒน์, ประสงค์ พูนธเนศ, สันติ พร้อมพัฒน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200616/image_big_5ee8cf4cc588a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67018</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บินไทย&#039;ยื่นศาล ขอฟื้นฟูกิจการ ระทึกสั่ง27พค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครม.ไฟเขียวตั้ง &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; นั่งประธานคณะกรรมการติดตามการดำเนินการแก้ไขปัญหาของบินไทย ยันไม่มียุ่งการบริหารจัดการภายใน แค่เป็นตัวกลางรายงานความคืบหน้าการแก้ปัญหาเท่านั้น &amp;nbsp;ทนาย &amp;quot;การบินไทย&amp;quot; ยื่นศาลขอฟื้นฟูกิจการแล้ว ศาลนัดฟังคำสั่ง 27 พ.ค.นี้ &amp;quot;บล.เคจีไอ&amp;quot; เตือนหุ้นการบินไทยเสี่ยงสูง อนาคตไม่แน่นอนจะฟื้นฟูกิจการสำเร็จ ชี้หัวใจสำคัญคือคณะกรรมการบริหารแผนฟื้นฟู ต้องไม่มีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 26 พ.ค.63 ว่า ครม.มีมติรับทราบการแต่งตั้งคณะกรรมการติดตามการดำเนินการแก้ไขปัญหาบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) โดยมีคณะกรรมการประกอบด้วย ผู้แทนกระทรวงการคลัง กระทรวงคมนาคม และผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อติดตามการดำเนินการแก้ไขปัญหาของการบินไทย &amp;nbsp;ซึ่งมีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ส่วนกรรมการประกอบด้วย นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ อดีต รมว.การคลัง, นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง, นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชยธรรม์ พรหมศร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.), นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม, นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา, นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ &amp;nbsp;(ก.ล.ต.) และนายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) &amp;nbsp; เป็นกรรมการและเลขานุการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ คณะกรรมการชุดดังกล่าวมีอำนาจหน้าที่ เป็นตัวแทนภาครัฐในการติดตามการดำเนินการแก้ไขปัญหาของการบินไทย ในการเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการภายใต้คำสั่งศาลและการดำเนินการอื่นที่เกี่ยวข้องในทุกขั้นตอน ให้คำแนะนำแก่หน่วยงานของรัฐในการดำเนินการแก้ไขการบินไทย เฉพาะส่วนที่ไม่เกี่ยวกับกระบวนการพิจารณาของศาล กลั่นกรอง ตรวจสอบ และอำนวยความสะดวกหรือประสานงานกับผู้เกี่ยวข้องเพื่อประโยชน์แก่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ รวมทั้งปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่นายกรัฐมนตรีหรือ ครม.มอบหมาย และรายงานการปฏิบัติงานพร้อมทั้งเสนอความเห็นต่อ ครม.เป็นระยะๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยกระทรวงการคลังยังคงมีอำนาจหน้าที่ติดตามดูแลกิจการของการบินไทยตามสัดส่วนหุ้นที่ถืออยู่ โดยจะประสานงานโดยตรงหรือผ่านช่องทางคณะกรรมการชุดที่ตั้งขึ้นใหม่ก็ได้ แม้ว่าที่ผ่านมากระทรวงการคลังได้ลดสัดส่วนการถือหุ้นในการบินไทยเหลือ 48% ซึ่งทำหน้าที่เป็นเพียงผู้ถือหุ้นเท่านั้น ส่งผลให้การบินไทยพ้นจากสภาพการเป็นรัฐวิสาหกิจโดยเด็ดขาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้กระทรวงการคลังได้ลดสัดส่วนการถือหุ้นในการบินไทย เป็นเพียงผู้ถือหุ้นจำนวนมากประมาณ 48% จึงทำให้การบินไทยพ้นจากสภาพการเป็นรัฐวิสาหกิจแล้วโดยเด็ดขาด กระทรวงคมนาคมจึงให้การบินไทยดำเนินการตามอำนาจหน้าที่เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการต่อไป&amp;quot; นางนฤมล กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยืนยันว่าคณะกรรมการชุดดังกล่าวไม่มีอำนาจหน้าที่ในการยุ่งเกี่ยวกับการบริหารงานของการบินไทยแต่อย่างใด โดยมีหน้าที่เพียงการติดตามการแก้ไขปัญของการบินไทยเท่านั้น โดยจะเป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาระหว่าง ครม.กับการบินไทย เพราะวันนี้การบินไทยไม่ได้เป็นรัฐวิสาหกิจ แต่การดำเนินการหลายเรื่องยังเกี่ยวข้องกับที่รัฐบาลจะต้องติดตาม เช่น รัฐวิสาหกิจหลายแห่งซื้อหุ้นกู้บินไทย &amp;nbsp;ถ้าบริษัทจะยื่นฟื้นฟูต่อศาลก็จะมีผลเกี่ยวข้องกับรัฐวิสาหกิจที่เป็นเจ้าหนี้ด้วย หรือการใช้พื้นที่ในสนามบิน หรือการดำเนินการในข้อปฏิบัติของ ICAO ดังนั้นเพื่อการทำงานที่สะดวก รัฐบาลจะได้รับทราบข้อมูลต่างๆ ได้รวดเร็วแทนที่จะรอถามกับการบินไทยเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี​ กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ลงนามคำสั่งแต่งตั้งให้เป็นประธานคณะกรรมการติดตามการดำเนินการแก้ไขปัญหาบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ว่าคณะกรรมการชุดดังกล่าวไม่ใช่ซูเปอร์บอร์ด แต่เป็นบอร์ดที่เชื่อมโยงในฐานะเป็นคนกลางระหว่างรัฐบาลกับบริษัท ซึ่งเดิมไม่ต้องมีตัวกลาง เพราะตอนเป็นรัฐวิสาหกิจก็สามารถติดต่อได้เอง แต่เมื่อเป็นเอกชนแล้วก็เหมือนการติดต่อระหว่างแอร์เอเชียและเจแปนแอร์ไลน์ที่จำเป็นต้องมีคนกลาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุกล่าวว่า หากถามว่าทำไมต้องมีคนกลางและทำไมต้องติดต่อ คำตอบคือรัฐวิสาหกิจกว่า &amp;nbsp;80 แห่งถือหุ้นกู้ที่อยู่ในนั้นก็จะมีคนเดือดร้อน อีกทั้งตำรวจก็ยังต้องมีการสอบสวนว่าใครผิดใครถูกในเรื่องการขายตั๋วหรือขายอะไรต่อมิอะไร รัฐบาลก็จะไม่มีโอกาสทราบ ขณะเดียวกันก็อาจมีการไปยืดการเข้าสู่กระบวนการแผนฟื้นฟู ซึ่งสุดท้ายก็จะไม่รู้ว่าทำอะไรที่ไหน ข้อสำคัญคือการบินไทยยังสามารถที่จะบริหารองค์กรอยู่ได้ โดยยังต้องใช้สนามบินและติดต่อกองทัพอากาศ ซึ่งหากไม่ตั้งคณะกรรมการชุดดังกล่าวก็จะไม่มีช่องทางตรงนี้และอาจทำให้การฟื้นฟูสะดุดได้ อย่างไรก็ตามยืนยันว่าไม่ใช่ซูเปอร์บอร์ด แต่เป็นเพียงมินิบอร์ด บอร์ดกระจอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง กล่าวว่า คณะกรรมการติดตามการดำเนินการแก้ไขปัญหา บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เป็นคณะกรรมการที่รัฐบาลตั้งขึ้นเพื่อติดตามการดำเนินการแผนฟื้นฟูของการบินไทยเท่านั้น ถือเป็นภาคส่วนของรัฐบาล เนื่องจากธุรกิจสายการบินมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับใบอนุญาตการบิน ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้จะได้ช่วยเหลือ หากการบินไทยต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือก็จะเสนอผ่านคณะกรรมการชุดนี้มา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่อยากให้เรียกคณะกรรมการนี้ว่าเป็นซูเปอร์บอร์ดทำแผนฟื้นฟูการบินไทย เพราะคณะกรรมการชุดนี้ไม่ได้เป็นผู้ทำแผนฟื้นฟูการบินไทย และไม่มีอำนาจไปทักท้วงการทำแผนของการบินไทย อีกทั้งไม่มีอำนาจเข้าไปบริหารจัดการการบินไทย โดยคณะกรรมการชุดนี้มีอำนาจรายงานการดำเนินการตามแผนฟื้นฟูให้รัฐบาลทราบ หรือมีอะไรที่เกี่ยวกับรัฐบาลต้องเข้าไปช่วยกรรมการชุดนี้ก็จะเป็นผู้มารายงานให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ทราบเท่านั้น&amp;quot; นายอุตตมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.การคลังกล่าวอีกว่า ขณะนี้การบินไทยได้ยื่นแผนฟื้นฟูต่อศาลแล้ว ซึ่งกฎหมายกำหนดว่าการยื่นแผนฟื้นฟูต้องใส่ชื่อคณะผู้ทำแผนไปด้วย ซึ่งทราบว่ามีรายชื่อ 6 คน ซึ่งผู้ทำแผนกับผู้บริหารจะเป็นกลุ่มเดียวกันหรือคนละกลุ่มก็ได้ อย่างไรก็ตามต้องรอให้ศาลอนุมัติแผนการฟื้นฟูเสียก่อน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในส่วนของกระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้นการบินไทย ก็ต้องรอให้บริษัทดำเนินการตามแผนฟื้นฟู ส่วนในฐานะเจ้าหนี้จะส่งคนเข้าไปทำหรือบริหารแผนฟื้นฟูด้วยหรือไม่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่ศาลล้มละลายกลาง ศูนย์ราชการฯ ถ.แจ้งวัฒนะ ทีมทนายความซึ่งเป็นผู้รับมอบอำนาจจากบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เดินทางมายื่นคำร้องขอทำแผนฟื้นฟูกิจการ เพื่อเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ตามมติคณะรัฐมนตรี พร้อมแนบเอกสารท้ายฟ้องจำนวนหนึ่ง ซึ่งศาลล้มละลายกลางได้รับคำร้องไว้พิจารณาว่ามีรายละเอียดครบ เพื่อจะมีคำสั่งว่าจะรับคำร้องไว้หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ศาลล้มละลายได้รับคำร้องขอทำแผนฟื้นฟูกิจการ เพื่อเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) แล้ว ได้มีคำสั่งว่าคดีนี้มีรายละเอียดที่จะต้องพิจารณา และมีผู้มีส่วนได้เสียเป็นจำนวนมาก จึงให้นัดฟังคำสั่งในวันที่ 27 พ.ค.63 ทั้งนี้ ตามขั้นตอนทนายความผู้รับมอบอำนาจจากบริษัทการบินไทยจะต้องเดินทางไปติดตามคำสั่งศาลในวันดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม กล่าวว่า การดำเนินการฟื้นฟูกิจการการบินไทยเป็นเรื่องของการบินไทย ซึ่งทำให้เห็นว่าเมื่อขาดการเป็นรัฐวิสาหกิจ การบินไทยก็สามารถที่จะแต่งตั้งบอร์ดการบินไทยคนใหม่ได้ทันที ส่วนการยื่นต่อศาลล้มละลายกลางของการบินไทยเพื่อขอเข้าฟื้นฟูกิจการนั้น ในเรื่องนี้ไม่ทราบเรื่องว่าการบินไทยยื่นต่อศาลล้มละลายกลางหรือยัง และการยื่นต่อศาลล้มละลายกลางก็ไม่ได้หมายความว่าแผนฟื้นฟูกิจการจะเสร็จสมบูรณ์ ซึ่งขั้นตอนอาจจะต้องมีการไต่สวนจากศาลว่ายอมรับหรือไม่ ถ้าไม่ยอมรับก็ต้องมีการโหวตจากกลุ่มเจ้าหนี้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงแผนหรือไม่อย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปริญทร์ กิจจาทรพิทักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การลงทุนในหุ้นของบริษัทที่ต้องฟื้นฟูกิจการ เช่น บมจ.การบินไทย ในขณะที่ยังไม่มีความชัดในแผนฟื้นฟู ถือเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยง เพราะเป็นการดำเนินธุรกิจในภาวะที่ไม่ปกติ โดยสิ่งที่นักลงทุนต้องระวังคือ การลดทุนและการเพิ่มทุน ซึ่งจะมีผลกระทบต่อผู้ถือหุ้นเดิม ซึ่งหากมองกรณีเลวร้าย เช่น เดิมมูลค่าหุ้นอาจเคยอยู่ที่ 100 บาท ก็อาจจะลดลงเหลือเพียง 1 บาท เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม แม้สถานการณ์ของบริษัทการบินไทยขณะนี้จะคล้ายกับสายการบินเจแปนแอร์ไลน์ ในอดีต แต่สิ่งที่ไม่เหมือนกันคือวัฒนธรรม อีกทั้งบริษัทจดทะเบียนไทยที่เคยเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูแต่ไม่ประสบความสำเร็จมีสูงถึง 30-40% ดังนั้นแม้แผนฟื้นฟูจะออกมาชัดเจน ก็อย่ามั่นใจว่าการฟื้นฟูกิจการจะประสบความสำเร็จ เพราะอาจเกิดอุปสรรคขึ้นในช่วงดำเนินการตามแผนฟื้นฟูได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เคจีไอยอมรับว่า รายชื่อกรรมการคนใหม่ทั้ง 4 คนของการบินไทยช่วยสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนได้ในระดับหนึ่ง เนื่องจากเป็นบุคคลที่เป็นที่ยอมรับและมีประสบการณ์ แต่อย่างไรก็ตามยังต้องรอดูความชัดเจนของแผนฟื้นฟู ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการประเมินมูลค่าหุ้นในลำดับต่อไป รวมทั้งคณะกรรมการที่จะเข้ามาบริหารแผนฟื้นฟู เพราะถือเป็นปัจจัยกำหนดความสำเร็จ ที่ต้องเป็นกลางและไม่มีเรื่องของผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดังนั้นจึงมองว่า นักลงทุนที่เข้ามาเล่นหุ้นการบินไทยขณะนี้เป็นการเก็งกำไรระยะสั้น โดยคาดเดาสถานการณ์ในอนาคตกันเอง เนื่องจากขณะนี้แผนฟื้นฟูยังไม่มีความชัดเจน ขณะที่นักลงทุนส่วนหนึ่งจะรอความชัดเจนของแผนฟื้นฟูและแนวทางที่ชัดเจน เพื่อคาดการณ์ความสำเร็จในอนาคตจะทำได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งจะทำให้การประเมินมูลค่าของหุ้นมีความเหมาะสม และสามารถเปรียบเทียบได้ว่าควรเข้าลงทุนเพื่ออนาคตหรือไม่ พร้อมแนะนักลงทุนที่มีหุ้นการบินไทยอยู่ในมือและยังอยากถือเก็บไว้ จะต้องพิจารณาว่าสามารถรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการลดทุนได้มากน้อยเพียงใด&amp;quot; ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เคจีไอระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67018</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชยธรรม์ พรหมศร, ชัยวัฒน์ ทองคำคูณ, นฤมล ภิญโญสินวัฒน์, ประสงค์ พูนธเนศ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200526/image_big_5ecd17ec21732.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63151</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชวด5พันบุกคลัง ทวงสิทธิ์เยียวยา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สปน.เผยข้อร้องเรียน ปชช.ให้เพิ่มการเยียวยาครบทุกกลุ่มและควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ขณะที่ประชาชนฮือ! บุกคลังโวยชวดเงินเยียวยา 5,000 บาท ด้าน &amp;quot;ปลัดคลัง&amp;quot; ลุยชี้แจง 19 &amp;nbsp;เม.ย.นี้ เปิดอุทธรณ์ออนไลน์ คาด 7 วันทราบผลได้หรืออด &amp;quot;อุตตม&amp;quot; สั่งยกเลิกประชุมมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรกะทันหันหลังเจอมวลชนบุก &amp;quot;พรรคกล้า&amp;quot; จี้คลังทบทวนใหม่ทั้งระบบ พร้อมชงจัด 7 โปรโควิด มท.1 แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เร่งสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์ทั่วประเทศ มีอำนาจยึดและบังคับซื้อได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในวันที่ 14 เม.ย.ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ปีนี้ครบรอบปีที่ 60 สปน.ได้รายงานในที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. เมื่อวันที่ 13 เม.ย.ว่า สปน.ได้รับข้อร้องเรียน ข้อเสนอแนะ และความคิดเห็นในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ผ่านสายด่วน 1111 ระหว่างวันที่ &amp;nbsp;5 มี.ค. ถึงวันที่ 12 เม.ย. รวม 109,261 เรื่อง โดยมีข้อร้องเรียนจำนวน 62,018 เรื่อง (ร้อยละ 56.8) &amp;nbsp;ส่วนใหญ่ขอให้รัฐเพิ่มมาตรการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนให้ครบทุกกลุ่ม และควบคุมราคาจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคไม่ให้เกินราคา มีข้อเสนอแนะด้านสาธารณสุขจำนวน 19,555 เรื่อง (ร้อยละ 17.9) &amp;nbsp;โดยเฉพาะมีความเชื่อมั่นในการปฏิบัติงานของรัฐบาลด้านการสาธารณสุข ขอให้ภาครัฐวางแผนการจัดการขยะติดเชื้อและขยะชุมชนทั่วประเทศ และขอให้คนไทยทุกคนร่วมกันให้ความร่วมมือกับภาครัฐเพื่อลดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ให้มีประสิทธิภาพ รวมถึงมีการแจ้งเบาะแสกลุ่มเสี่ยง ฝ่าฝืนเคอร์ฟิว ขายของเกินราคาและสอบถามทั่วไป จำนวน 27,688 เรื่อง (ร้อยละ 25.3)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานรับข้อร้องเรียนและข้อเสนอแนะต่างๆ ไปพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเช้าวันเดียวกัน ประชาชนที่ไม่ได้รับสิทธิ์เงินเยียวยา 5,000 บาทผ่านเว็บไซต์เราไม่ทิ้งกัน ได้เดินทางมาร้องเรียนที่กระทรวงการคลังอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีประกาศชี้แจงว่า &amp;quot;งดรับเรื่องร้องทุกข์การขอรับเงินเยียวยา 5,000 บาท&amp;quot; โดยระบบเราไม่ทิ้งกันจะมีการเพิ่มปุ่ม &amp;quot;อุทธรณ์&amp;quot; ในสัปดาห์หน้า จึงขอให้ดำเนินการด้วยตัวเองผ่านระบบออนไลน์ก็ตาม โดยประชาชนเกือบ 100 คนได้บุกไปยังสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง บริเวณโถงลิฟต์ทางขึ้นห้องทำงานของนายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง โดยต้องการพบและขอคำชี้แจงกรณีการถูกตัดสิทธิ์ไม่ได้รับเงินเยียวยา ทำให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยต้องเข้าปิดกั้น ทำให้เกิดความไม่พอใจโต้เถียงกัน จนต้องเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาคุมสถานการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ประชาชนที่เดินทางมาส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มคนขับแท็กซี่ที่ได้รับผลกระทบไม่สามารถออกรับผู้โดยสารได้ รวมทั้งแม่ค้าพ่อค้าตลาดนัดที่ถูกคำสั่งให้ปิด ทำให้ไม่สามารถค้าขายได้ ทั้งหมดบอกว่าลงทะเบียนขอรับเงินเยียวยา แต่ระบบตรวจสอบแจ้งว่าไม่มีสิทธิ์เพราะเป็นเจ้าของกิจการและเกษตรกรหลายราย ทั้งที่ไม่เคยทำอาชีพเกษตรกรมาก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากที่เจรจาอยู่พักหนึ่ง เจ้าหน้าที่จากกระทรวงการคลังได้นำเอกสารที่ให้ระบุคำร้องสำหรับเรื่องที่ต้องการจะร้องเรียน โดยผู้ร้องต้องกรอกรายละเอียดวันที่ ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ เรื่องที่ต้องการจะร้องเรียนในเอกสาร อย่างไรก็ตามผู้ร้องจำเป็นจะต้องกรอกรายละเอียดผ่านทางเว็บไซต์ในส่วนยื่นอุทธรณ์อีกครั้งหนึ่งต่อไป
เปิดอุทธรณ์ 19 เม.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 08.00 น. นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง เดินทางมาในพื้นที่ที่มีประชาชนมาร้องเรียน โดยเปิดโอกาสให้ผู้ที่ไม่ได้รับสิทธิ์ถามตอบเป็นรายบุคคลกว่า 1 ชั่วโมง โดยนายประสงค์เปิดเผยว่าประชาชนได้รับผลกระทบจากโควิด-19 รัฐบาลมีมาตรการเยียวยาผู้ที่ไม่อยู่ในระบบประกันสังคม โดยให้มาลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com ล่าสุดกว่า 27 ล้านคน พบว่าผู้ลงทะเบียนมีการกรอกข้อมูลผิด เมื่อไปตรวจกับฐานข้อมูลของหน่วยงานอื่นก็ไม่พบข้อมูล เช่น การกรอกเลขประจำตัวประชาชนผิด หรือมีการใส่คำนำหน้า นาย นาง นางสาว ทำให้ระบบขัดข้อง (Error)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กระทรวงการคลังจะเปิดให้อุทธรณ์ผ่านเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com อย่างเร็วที่สุดในวันที่ &amp;nbsp;19 เม.ย. อย่างช้าไม่เกิน 22 เม.ย. เพราะอาจจะติดเรื่องการคัดกรองคน 27 ล้านคน โดยระบบจะมีแบบฟอร์มของแต่ละคนแต่ละอาชีพให้กรอกข้อมูลเพิ่มเติม ไม่เหมือนกับตอนที่ลงทะเบียนครั้งแรก และต้องตอบอธิบายตามที่ระบบสอบถาม หลังส่งคำร้องอุทธรณ์แล้วระบบจะพิจารณาให้เร็วที่สุดภายใน 7 วัน ถ้าใครได้รับสิทธิ์ระบบก็จะโอนเงิน 5,000 บาทให้ทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผู้ลงทะเบียนรับเงิน 5,000 บาทไม่ต้องมาที่กระทรวงการคลัง เพราะระบบยังไม่ได้เปิดรับให้อุทธรณ์ สำหรับการอุทธรณ์จะให้ทำผ่านทางออนไลน์เท่านั้น ผู้อุทธรณ์ไม่ต้องเสียเวลามาที่กระทรวงการคลัง โดยให้ทุกคนที่ได้รับ SMS ว่าไม่ได้สิทธิ์รับเงิน 5,000 บาทอุทธรณ์ได้ทุกคน&amp;quot; นายประสงค์ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปลัดกระทรงการคลังกล่าวว่า ระบบการคัดกรองหรือระบบ AI เป็นส่วนหนึ่งของการคัดกรอง ไม่ได้ใช้ AI ทั้งหมดเต็มรูปแบบ เพียงเอาข้อมูลที่ลงทะเบียนไปตรวจสอบกับฐานข้อมูลหน่วยงานต่างๆ เพื่อระบุตัวตน เช่นเมื่อไปตรวจสอบกับกระทรวงเกษตรฯ และพบว่าเป็นเกษตรกรก็จะไม่ได้เงิน หรือกรณีเป็นมัคคุเทศก์ ขับแท็กซี่ ก็จะตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่ามีการขึ้นทะเบียนกับระบบราชการไว้หรือไม่ ถ้าไม่พบก็ถูกปฏิเสธ ยังมีกรณีพ่อแม่เป็นเกษตรกร ไปขึ้นทะเบียนเกษตรกรและใส่ชื่อลูกไว้ด้วยในฐานข้อมูลของกระทรวงเกษตรฯ กรณีนี้ก็จะไม่ได้รับสิทธิ์ ทั้งที่จริงๆ แล้วเขาไม่เคยเป็นเกษตรกรเลย แต่ขับแท็กซี่อยู่ ประเด็นปัญหาเหล่านี้ก็จะให้อุทธรณ์ หากพบว่ามีใบอนุญาตประกอบอาชีพจริงในปัจจุบันก็จะได้รับสิทธิ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวระบุว่า นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง ได้สั่งยกเลิกการประชุมมาตรการช่วยเหลือภาคเกษตรอย่างกะทันหัน จากเดิมที่จะมีการประชุมในเวลา 14.30 น.ที่กระทรวงการคลัง โดยมี รมว.การคลังเป็นประธาน เนื่องจากมีประชาชนที่ลงทะเบียนขอรับเงินเยียวยาผ่านเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com และไม่ผ่านการพิจารณาเดินทางมารวมตัวที่กระทรวงการคลังจำนวนมาก เพื่อขอให้ชี้แจงเหตุผลและทำการจ่ายเงินช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การประชุมช่วยเหลือเกษตรกรได้ประชุมกันไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา 2 ครั้งแล้ว และนัดประชุมกันอีกครั้งเพื่อสรุปจำนวนเกษตรกรที่จะได้รับเงินเงินช่วยเหลือว่ามีจำนวนเท่าไหร่ เพราะมีตัวเลขการขึ้นทะเบียนเกษตรกรจากหลายหน่วยงาน ซึ่งมีจำนวนเกษตรกรกว่า 8-12 ล้านครัวเรือน นอกจากนี้ตามกำหนดที่ประชุมจะหารือเรื่องจำนวนเงินที่จะจ่ายให้เกษตรกรเป็นครัวเรือนละ 15,000 บาท &amp;nbsp;และพิจารณาการจ่ายเงินว่าจะจ่ายครั้งเดียว หรือจ่ายเดือนละ 5,000 บาทเป็นเวลา 3 เดือน เหมือนกับผู้มีอาชีพอิสระที่ตอนนี้มีคนมาลงทะเบียนรับเงินกว่า 27 ล้านคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก กรณีรัฐบาลเยียวยาเงินจำนวน 5,000 บาทแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ Covid-19 &amp;nbsp;อย่างไม่ทั่วถึงว่า รัฐบาลควรจัดหางบประมาณเพิ่มเติม และรีบเร่งนำมาจ่ายเงินเยียวยาให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบนั้นอย่างเร่งด่วน โดยเสมอภาคและเท่าเทียมกัน และรัฐบาลไม่ควรบังคับใช้กฎหมาย &amp;nbsp;พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์กับภาคประชาชนที่ให้ข้อมูลไม่ถูกต้องและคลาดเคลื่อน เนื่องจากประชาชนเหล่านั้นขาดเจตนาในการกระทำความผิดอย่างแน่นอน แต่ในขณะเดียวกันประชาชนเหล่านั้นทุกคนต้องตกอยู่ในสภาพความลำบากอย่างแสนสาหัส และต้องการความช่วยเหลือจากรัฐบาลอย่างเร่งด่วน&amp;nbsp;
พรรคกล้าเสนอ 7 โปรดุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นระยะเร่งด่วนสำหรับดูแลกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบจากโควิดไว้ 7 ข้อ ดังนี้ 1.จัดโปรดุ! ลดราคาสินค้าทันที พาณิชย์ต้องเร่งคุยเอกชนลดราคาสินค้า ทำให้เงิน 5,000 บาทของประชาชนมีคุณค่าสูงสุด 2.ลดค่าส่งไปรษณีย์ 10 กก.แรก หั่นครึ่งราคา! นำเอกชนเอื้อระบบ E-Commerce พร้อมช่วยเกษตรกรระบายสินค้าทำ Matching &amp;nbsp;Platform ให้คนปลูกเป็นคนขาย ระบายสินค้าตรงต่อตลาดและผู้บริโภค 3.ค่า GP คอมมิชชัน Delivery &amp;nbsp;เพดาน 15% ร้านอาหารแบกต้นทุนเจ็บหนัก ลูกค้าหาย รายได้หด ค่า GP ต้องลดถึงจะอยู่ได้ 4.ลดค่าไฟทันที 30% 6 เดือน รัฐดูแลค่าไฟแทนประชาชนร่วมกับการไฟฟ้าฯ พร้อมยืดหยุ่นเกณฑ์การตัดไฟ 5.&amp;quot;พักต้น-พักดอก&amp;quot; หนี้รถ-หนี้บ้าน-หนี้บัตร 6 เดือน ทุกธนาคารต้องเริ่มทำทันที 6.ค่าอาหารผู้ปกครองนักเรียน หัวละ 1,000 บาท ผันเงินค่าอาหารกลางวันเด็กในโรงเรียน ชดเชยให้ผู้ปกครองช่วงเลื่อนเปิดเทอม 7.เยียวยา 5,000 บาทครอบคลุมให้ครบ 24 ล้านคน ยึดหลัก UBI รายได้พื้นฐานต้องครอบคลุม-ทั่วถึง ครบถ้วน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กระทรวงการคลังต้องทบทวนใหม่ทั้งระบบ เพิ่มสิทธิแก่เกษตรกร-คนพิการ-คนสูงอายุ-แม่เด็กเกิดใหม่ รวมถึงคนในระบบประกันสังคมที่รายได้น้อย และอาชีพอิสระที่ตกหล่นจากระบบคัดกรอง&amp;quot; นายกรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิชัย ลิ้มวัฒนากูล ประธานสภา อบจ.กระบี่ เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นอย่างมาก ขณะนี้ได้หารือกับ ส.จ.และผู้บริหารทั้งหมดที่จะสละเงินเดือนตัวเองในเดือนนี้ นำไปจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้สาธารณสุขจังหวัดกระบี่นำไปแจกจ่ายแก่ รพ.และผู้ปฏิบัติงานในอำเภอต่างๆ รวมเป็นเงินประมาณ 4.2 แสนบาท ซึ่งมีคณะผู้บริหาร และ ส.จ. 18 คนร่วมมือกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิชัยกล่าวอีกว่า ได้หารือกันแล้วว่าจะสนับสนุนนโยบายของ พ.ต.ท.หม่อมหลวงกิติบดี &amp;nbsp;ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ที่มีนโยบายให้ผู้ป่วยโควิด-19 ออกมาแสดงตนไม่ปกปิดข้อมูล หากป่วยเป็นโควิดก็จะมอบให้วันละ 500 บาทจนกว่าจะรักษาหาย อบจ.กระบี่ก็จะมอบให้ในส่วนนี้ร่วมกับผู้ว่าฯ อีกรายละ 10,000 บาท เพื่อให้ครอบครัวผู้ป่วยได้ใช้จ่ายในช่วงที่ต้องอยู่ รพ. เป็นการสนับสนุนไม่ให้มีการปกปิดข้อมูลการติดเชื้อ เพื่อที่จะให้เชื้อโควิดหมดไปจากจังหวัดกระบี่และสถานการณ์จะได้คลี่คลาย เพราะหากปล่อยให้นานไปก็จะเสียหายต่อจังหวัดและประชาชนอย่างมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านกระทรวงมหาดไทยเปิดเผยว่า ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันได้มีการแพร่ระบาดอย่างรุนแรงของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 ซึ่งเป็นโรคติดต่อร้ายแรง ทำให้บุคคลบางกลุ่มถือโอกาสกักตุนโภคภัณฑ์ที่จำเป็นต่อการเฝ้าระวัง และควบคุมติดตามการแพร่ระบาด การป้องกัน และการรักษาโรค ตลอดจนการกักตุนเครื่องอุปโภคบริโภค และสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวันของประชาชน เพื่อประสงค์ให้โภคภัณฑ์ดังกล่าวขาดแคลนในท้องตลาด ราคาจะได้สูงขึ้น ซึ่งเป็นการกระทำที่เอารัดเอาเปรียบและสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนและสังคม จึงมีความจำเป็นต้องบังคับใช้พระราชบัญญัติสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์ พ.ศ.2497 อย่างจริงจัง&amp;nbsp;
ผุดชุดสำรวจยึดซื้อโภคภัณฑ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์ฯ โดยมีพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เป็นประธาน จึงได้มีคำสั่งแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.สำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์ พ.ศ.2497 มีอำนาจหน้าที่ตามที่คณะกรรมการกำหนดในเขตท้องที่ของตน โดยในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) เช่น ผู้ว่าฯ กทม., ปลัด กทม., ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, &amp;nbsp;รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ, ผู้บังคับการตำรวจนครบาล, รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในกรุงเทพมหานคร (ฝ่ายทหาร), ผู้อำนวยการเขต กทม. เป็นต้น สำหรับในจังหวัดอื่น ได้แก่ ผู้ว่าราชการจังหวัด, รองผู้ว่าฯ, ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค, รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ, ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด, รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด (ฝ่ายทหาร), ปลัดจังหวัด, พาณิชย์จังหวัด ฯลฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และได้มีประกาศคณะกรรมการฯ เรื่องกำหนดระยะเวลาทำการสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์ของพนักงานเจ้าหน้าที่ กำหนดระยะเวลาทำการสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์ของพนักงานเจ้าหน้าที่ในกรุงเทพมหานครและจังหวัดอื่น โดยให้พนักงานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ในการสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์ในเขตท้องที่ตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2563 ซึ่งเป็นวันที่คณะกรรมการสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์ออกประกาศ ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563 &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ได้มีประกาศคณะกรรมการฯ เรื่องกำหนดพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ และแบบเอกสาร เพื่อกำหนดผู้มีอำนาจในการออกหนังสือสอบถามและหนังสือเรียกมาให้ถ้อยคำ และการออกประกาศการแจ้งปริมาณและสถานที่เก็บโภคภัณฑ์ และห้ามการยักย้ายโภคภัณฑ์ออกจากสถานที่เก็บ หรือเปลี่ยนแปลงสภาพของโภคภัณฑ์ การอนุญาตให้ยักย้ายโภคภัณฑ์ออกจากสถานที่เก็บ หรือเปลี่ยนแปลงสภาพของโภคภัณฑ์ และการออกคำสั่งบังคับขาย คำสั่งยึดและบังคับซื้อโภคภัณฑ์ รวมทั้งได้ออกประกาศคณะกรรมการฯ เรื่องกำหนดวิธีการขายโภคภัณฑ์ การยึดและบังคับซื้อโภคภัณฑ์ เพื่อกำหนดวิธีการ ราคา และปริมาณ ในการสั่งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองโภคภัณฑ์ขายโภคภัณฑ์ และการปิดประกาศสั่งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองโภคภัณฑ์ขายโภคภัณฑ์ การกำหนดวิธีการ ราคา และปริมาณ ในการยึดและบังคับซื้อโภคภัณฑ์ที่พนักงานเจ้าหน้าที่สำรวจพบว่ามีการกักตุนในกรณีต่างๆ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2563 เป็นต้นไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พลเอกอนุพงษ์ได้เน้นย้ำให้พนักงานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อดำเนินการกับบุคคลบางกลุ่มที่ฉวยโอกาสแสวงหาผลประโยชน์ด้วยการกักตุนสินค้า เพื่อให้เกิดผลดีต่อพี่น้องประชาชนและประโยชน์สาธารณะต่อไป.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63151</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธีรภัทร ประยูรสิทธิ, ประสงค์ พูนธเนศ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุตตม สาวนายน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200414/image_big_5e95b7c1d58d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63145</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2020 20:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด เมื่อวันอังคาร&amp;nbsp; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนบวกสามสมัยพิเศษ ว่าด้วยการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ผ่านระบบการประชุมทางไกล ที่ห้อง PMOC ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดย &amp;ldquo;ชี้แจงสถานการณ์ในไทย พร้อมเสนอให้ร่วมมือกันควบคุมการแพร่ระบาดและดึงเส้นกราฟจำนวนผู้ติดเชื้อลงมาไม่ให้เกินขีดความสามารถด้านสาธารณสุข พร้อมเสนอ 3 แนวทางร่วมสู้โควิด&amp;rdquo; วิกฤติครั้งนี้ประเทศอาเซียนและทั่วโลกจะต้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง เพราะหากประเทศใดหยุดการแพร่ระบาดได้ก่อนก็ใช่จะเอาตัวรอดประเทศเดียวได้หากประเทศอื่นยังมีการแพร่ระบาดอยู่ ดังนั้น ทุกประเทศต้องร่วมกันหยุดการแพร่ระบาดพร้อมๆ กันให้ได้ โลกนี้ถึงจะปลอดภัย ...๐ ส่วนสถานการณ์ผู้ติดเชื้อในไทยล่าสุด นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) เปิดเผยว่า &amp;ldquo;มีผู้ป่วยรายใหม่ 34 ราย ยอดผู้ป่วยสะสม 2,613 ราย หายป่วยและกลับบ้านแล้ว 1,405 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย เสียชีวิตสะสม 41&amp;rdquo; แหม่! อุตส่าห์ดีใจเมื่อวันจันทร์ผู้ป่วยใหม่ลดเหลือ 28 ราย วันนี้ดันเพิ่มขึ้นอีก ก็อย่างที่ คุณหมอทวีศิลป์ ย้ำอยู่ตลอดว่าการ์ดห้ามตกเด็ดขาด เป็นอันว่าตอนนี้ยังไม่ต้องพูดถึงการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ต้องตรึงไปถึงต้นเดือน พ.ค. ดูตัวอย่างประเทศเพื่อนบ้านเป็นบทเรียน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ที่คิดว่าจะเอาอยู่ กราฟกลับมาชันขึ้นอีก ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ก็กำลังอาการหนัก ส่วนยุโรปและสหรัฐอเมริกาสถานการณ์ก็ยังเลวร้าย ซึ่งสะท้อนว่าระบอบการเมือง-ระบบเศรษฐกิจ ไม่สามารถชี้วัดว่าจะเอาชนะสงครามไวรัสโควิดครั้งนี้ได้ การบริหารจัดการ ความร่วมมือ และการมีวินัยของคนในชาติคือปัจจัยชี้ขาดของชัยชนะ ...๐ บอกแล้วว่าการ์ดห้ามตก นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ออกคำสั่งผ่อนปรน 38 สถานที่ที่เคยมีคำสั่งปิดไปแล้ว&amp;nbsp; โดยอ้างถึงความจำเป็นต่อการดำรงชีพ ซึ่งจะมีผลตั้งแต่ 15 เม.ย.เป็นต้นไป ล่าสุดวันที่ 14 เม.ย. นายสุจินต์ได้ยกเลิกคำสั่งดังกล่าวแล้ว ขณะที่ พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ. 1 สั่งเด้ง พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.อ.สีหเดช สระกอบแก้ว ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี, พ.ต.ท.สุเนตย์ สีชำนาญ รอง ผกก.ป., พ.ต.ท.ภาสกร ไชยทวีวงศ์ รองผกก.สส., พ.ต.ท.สมควร แตงพรม สวป. และ พ.ต.ต.ชาญชัย อ้นคำ สว.สส.ไปช่วยราชการ ที่ ศปก.ภ.1 จากกรณีชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง บุกเข้าทลายบ่อนพนันที่อยู่ในซอยพิบูลสงคราม 32 ต.สวนใหญ่ อ.เมืองนนทบุรี ห่างจากป้อมยามตำรวจไม่กี่ร้อยเมตร ศาลสั่งจำคุกเจ้าของบ่อนและนักพนันไปแล้ว แต่ ตร.ที่บกพร่องในหน้าที่แค่เด้งกลบข่าวแล้วก็คงให้กลับไปทำหน้าที่เหมือนเดิม เพราะไม่มีบ่อนไหนเปิดได้โดย ตร.ไม่รู้ สงสัย เจ้านาย เร่งเก็บส่วยก่อนเกษียณจนหน้ามืดไม่โดยสนใจ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน! ...๐ ปัญหาปากท้องไม่เข้าใครออกใคร ประชาชนที่ไม่ได้รับสิทธิ์รับเงินเยียวยา 5,000 บาท ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com กว่า 100 คน บุกกระทรวงการคลังขอให้ชี้แจง ขณะที่ นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง ลงมาตอบข้อซักถามแล้วบอกว่าจะเปิดให้อุทธรณ์ผ่านเว็บไซต์เราไม่ทิ้งกัน อย่างเร็วที่สุดในวันที่ 19 เม.ย.นี้ ส่วนระบบการคัดกรอง หรือระบบ AI ปลัดคลังชี้แจงว่า &amp;ldquo;เป็นส่วนหนึ่งของการคัดกรอง เพียงเอาข้อมูลที่ลงทะเบียนไปตรวจสอบกับฐานข้อมูลหน่วยงานต่างๆ เพื่อระบุตัวตน เช่น เมื่อไปตรวจสอบกับกระทรวงเกษตรฯ พบว่าเป็นเกษตรกรก็จะไม่ได้เงิน ยังมีกรณีพ่อแม่เป็นเกษตรกร ไปขึ้นทะเบียนเกษตรกรและใส่ชื่อลูกไว้ด้วยในฐานข้อมูล ก็จะไม่ได้รับสิทธิ์ ทั้งที่จริงๆ แล้วเขาไม่เคยเป็นเกษตรกรเลยแต่ขับแท็กซี่อยู่ ปัญหาเหล่านี้ก็จะให้อุทธรณ์ หากพบว่ามีใบอนุญาตประกอบอาชีพจริงในปัจจุบันก็จะได้รับสิทธิ์&amp;rdquo; สรุปแล้วการคัดกรองต้องมีหลายชั้น ซึ่งต้องชี้แจงทำความเข้าใจให้ชัดเจน อย่าให้เขารู้สึกว่ารัฐทอดทิ้ง ส่วนประชาชนก็ต้องซื่อสัตย์ในตัวเองด้วยเช่นกัน ...๐ มีคำตอบชัดเจนจาก นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดว่า &amp;quot;อัยการไม่อุทธรณ์คดีของ นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จำเลยในคดีฟอกเงินธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้เครือกฤษดามหานคร ในส่วนเช็ค 10 ล้านบาท โดยเห็นว่าคำพิพากษาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางพิพากษายกฟ้องชอบแล้ว&amp;quot; ส่วนขั้นตอนของ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เชื่อว่าจะเห็นตามด้วย และก็ถือว่าคดียุติ ท่ามกลางกระแสข่าว บิ๊กดีล ช่วงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ที่พรรคเพื่อไทยถูกกล่าวหาว่าล้มมวย! ...o&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63145</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทักษิณ ชินวัตร, บันทึกหน้า4, ประสงค์ พูนธเนศ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สุจินต์ ไชยชุมศักดิ์, แซมซาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59679</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/03/2020 17:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/03/2020 17:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรุงไทยครบ 54 ปี ต่อยอดธุรกิจจากคู่ค้าของลูกค้า เสริมความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะกรรมการ ผู้บริหารธนาคารกรุงไทย ร่วมกันถวายภัตตาหารแด่สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (สุชิน อคฺคชิโน) พระราชมงคลดิลก (ประกอบ สุภากโร, ดร.) และพระสงฆ์ จำนวนรวม 9 รูป จากวัดราชบพิธสถิตมหาเสมารามราชวรวิหาร เพื่อเป็นสิริมงคลเนื่องในโอกาสครบรอบ 54 ปี รวมทั้งร่วมกับพนักงานทั่วประเทศบริจาคเงินให้แก่สถาบันบำราศนราดูร เพื่อสนับสนุนการป้องกันและควบคุมโรคไวรัสโคโรน่า สายพันธุ์ใหม่ 2019 (Covid-19) พร้อมกันนี้ได้ประกาศความสำเร็จการนำนวัตกรรมทางการเงินเชื่อมโยง 5 Ecosystems หลักของธนาคาร และการเดินหน้ายุทธศาสตร์การต่อยอดธุรกิจจากคู่ค้าของลูกค้า หรือ X2G2X &amp;nbsp;โดย นายประสงค์ พูนธเนศ ประธานกรรมการ นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ผ่านทาง Facebook LIVE &amp;ldquo;Krungthai Care&amp;rdquo; เพื่อให้พนักงานทั่วประเทศร่วมภาคภูมิใจ ณ อาคารสำนักงานใหญ่ เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประสงค์ พูนธเนศ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 54 ปีที่ผ่านมา ธนาคารกรุงไทย ในฐานะธนาคารพาณิชย์ของรัฐ ได้อยู่เคียงข้างคนไทยและสังคมไทย โดยทำหน้าที่สนับสนุนนโยบายสำคัญๆ ของภาครัฐ เพื่อผลักดันให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างเข้มแข็ง และฝ่าวิกฤตต่างๆ ของประเทศ รวมทั้งยังมีบทบาทในการสนับสนุนการก้าวสู่ Digital Economy นอกจากนี้ เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของธนาคาร จึงได้วางระบบการกำกับดูแลกิจการที่ดี สร้างองค์กรคุณธรรมต้นแบบ ตามหลักการ Zero Tolerance เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและไว้วางใจจากลูกค้าและสาธารณชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายผยง ศรีวณิช เปิดเผยว่า ปัจจุบันธนาคารได้ก้าวสู่การเป็น Invisible Banking อย่างเต็มตัว ด้วยแพลตฟอร์มที่หลากหลาย โดยเฉพาะแอปพลิเคชั่น Krungthai NEXT เป๋าตัง และล่าสุดคือโครงการ &amp;ldquo;ชิม ช้อป ใช้&amp;rdquo; ทำให้ธนาคารกรุงไทยสามารถสร้างแพลตฟอร์มใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และมีผู้เข้ามาใช้งานในระบบเพิ่มขึ้นกว่า 12 ล้านคน ตอกย้ำความสำเร็จของธนาคารในการก้าวสู่ยุคดิจิทัล Thailand 4.0 โดยปีนี้จะเป็นปีที่ขับแห่งการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ &amp;ldquo;2 Banking Model&amp;rdquo; คือ กลยุทธ์แบบเรือบรรทุกเครื่องบิน มุ่งปกป้อง ป้องกัน รักษา และพัฒนาธุรกิจดั้งเดิมของธนาคาร และกลุยทธ์เรือเร็ว มุ่งเน้นการทำงานแบบเรือเร็ว กระชับ เป็นลักษณะการทำงานแบบ Agile ด้วยคติการเรียนรู้แบบ Fail Fast, Learn Fast ซึ่งจะเป็นการทำงานแบบสอดประสานกัน เพื่อให้ธนาคารกรุงไทยสามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างเหมาะสมกับสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจทุกรูปแบบ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ธนาคารได้พัฒนานวัตกรรมทางการเงิน เพื่อเชื่อมโยง 5 Ecosystems หลักของธนาคาร ได้แก่ กลุ่มการชำระเงิน กลุ่มการรักษาพยาบาลและสุขภาพ กลุ่มสถาบันการศึกษาและนักเรียน กลุ่มระบบขนส่ง และกลุ่มหน่วยงานภาครัฐ ด้วยยุทธศาสตร์การต่อยอดธุรกิจจากคู่ค้าของลูกค้า หรือ X2G2X โดยเริ่มต้นจาก G (Government) ซึ่งเป็นลูกค้าหลักของธนาคาร เชื่อมโยงไปสู่ภาคธุรกิจที่เป็นคู่ค้าของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นศูนย์กระจายสินค้า วิสาหกิจชุมชน ร้านค้าปลีก ร้านอาหาร โรงแรม และธุรกิจอื่นๆ ที่เชื่อมโยงกับต้นทางการผลิตได้ด้วยระบบเทคโนโลยีดิจิทัล ที่สำคัญยุทธศาสตร์ดังกล่าว ต้องตั้งอยู่บนรากฐานปรัชญา &amp;ldquo;กรุงไทยคุณธรรม&amp;rdquo; บนพื้นฐานของการกำกับดูแลกิจการที่ดีและดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม อันจะนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงปีนี้ ประเทศไทยได้เผชิญกับความท้าทายหลากหลายรูปแบบ ธนาคารมีความพร้อมประคองสถานะลูกค้าให้ก้าวผ่านวิกฤตไปได้อย่างมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นการผ่อนปรนภาระให้กับลูกหนี้ในรูปแบบต่างๆ ตามความเหมาะสม มุ่งเน้นเรื่องการปรับนโยบาย ปรับโครงสร้าง และลดภาระของลูกหนี้ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพในทุกมิติ และในฐานะธนาคารพาณิชย์ของรัฐ&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงมีเป้าหมายสร้างสถานะความเป็น &amp;ldquo;Network of TRUST&amp;rdquo; หรือการเป็นสถาบันการเงินที่ได้รับความไว้วางใจบนฐานรากของการเป็นองค์กรกรุงไทยคุณธรรม โดยผู้บริหารและพนักงานทุกคนจะร่วมกันผลักดันให้ธนาคารก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน เคียงข้างคนไทยทุกภาคส่วน ให้สมกับวิสัยทัศน์ธนาคารกรุงไทย &amp;ldquo;เคียงข้างไทย เคียงข้างคุณ&amp;rdquo; อย่างแท้จริง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ณเดชน์ คูกิมิยะ พรีเซ็นเตอร์ Krungthai NEXT ได้ร่วมสแกน QR Code กรุงไทย เติมบุญ เพื่อบริจาคเงินให้แก่สถาบันบำราศนราดูร พร้อมเปิดเผยว่า แอปพลิเคชั่น Krungthai NEXT ใช้งานง่าย สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การทำธุรกรรมทางการเงินของคนยุคดิจิทัล และภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมผลักดันประเทศไทยก้าวสู่สังคมไร้เงินสด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59679</URL_LINK>
                <HASHTAG>ktc bank, กรุงไทยครบ 54 ปี, ธนาคารกรุงไทย, ประสงค์ พูนธเนศ, ผยง ศรีวณิช, เศรษฐกิจไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200313/image_big_5e6b5da231c00.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
