<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>47132</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2019 13:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2019 13:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ผอ.อิศรา&#039;ออกบทความแฉพฤติกรรมประหลาดของ&#039;ธนาธร&#039;กรณีการบริหารจัดการหุ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจากสำนักข่าวอิศรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ ผู้อำนวยการบริหารสถาบันอิศรา เผยแพร่บทความเรื่อง &amp;quot;พฤติกรรมประหลาด? ของ &amp;#39;ธนาธร&amp;rsquo; กรณีการบริหารจัดการหุ้น&amp;quot; ผ่านสำนักข่าวอิศราโดยมีเนื้อหาดังนี้ การที่&amp;nbsp;นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่&amp;nbsp;ได้ทำหนังสือขอโทษ และชี้แจงบริษัทหลักทรัพย์ที่ไม่ได้โอนหุ้นให้บริหารจัดการในลักษณะบลายทรัสต์ (Blind Trust) ตามที่ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ(MOU) อย่างที่นายธนาธรเคยแถลงข่าวไว้ เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2562 ก่อนที่นายธนาธรจะได้รับเลือกเป็น ส.ส.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนาธรอ้างด้วยว่า การทำหนังสือขอโทษดังกล่าว ต้องการทำเป็นส่วนตัวกับทางบริษัท แต่เนื่องจากถูกโจมตีทำลายความน่าเชื่อถือจึงนำหนังสือดังกล่าวมาเปิดเผยต่อสาธารณะ&amp;nbsp;(อ่านประกอบ :&amp;nbsp;&amp;#39;ธนาธร&amp;#39;โชว์ จม.ขอโทษบริษัทที่ยังไม่ได้ทำ blind trust เหตุศาล รธน.สั่งหยุดทำหน้าที่)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่หลังจากอ่านคำชี้แจงดังกล่าวของ นายธนาธร แล้วมีข้อน่าสังเกตดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการแรก&amp;nbsp;นายธนาธร ถูกศาลธรรมนูญสั่งพักการทำหน้าที่ ส.ส. ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2562 ระหว่างการพิจรณาของศาลเนื่องจากนายธนาธรถูกกล่าวหาว่า ยังถือครองหุ้นบริษัทที่ประกอบกิจการสื่อมวลชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำไมนายธนาธรเพิ่งมาทำหนังสือขอโทษบริษัทหลักทรัพย์ลงวันที่ 22 สิงหาคม 2562 หลังจากที่นายธนาธรถูกสั่งพักการทำหน้าที่ ส.ส. นานถึงสามเดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งที่นายธนาธร จะต้องยื่นรายการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ภายในวันที่ 22 กรกฎาคม 2562&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม นายธนาธรได้ขอขยายระยะเวลาการยื่นบัญชีต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไปจนถึงวันที่ 23 สิงหาคม 2562&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นั่นก็แสดงว่านายธนาธรเพิ่งทำหนังสือขอโทษบริษัทหลักทรัพย์ก่อนครบกำหนดที่ขอขยายระยะเวลาการยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อป.ป.ช. เพียงวันเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่นายธนาธรอ้างว่า ขอยกเลิกการโอนหุ้นไปให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการในลักษณะบลายทรัสต์ (Blind Trust)&amp;nbsp; เพราะถูกพักการทำหน้าที่เป็น ส.ส.&amp;nbsp;นายธนาธรน่าจะคิดได้และทำหนังสือขอโทษตั้งแต่ช่วงก่อนหน้าที่จะยื่นรายการแสดงบัญชีทรัพย์สิน&amp;nbsp;มิใช่ทำหลังจากที่เลยระยะเวลาการยื่นบัญชีทรัพย์สินแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการที่สอง&amp;nbsp;เมื่อสื่อมวลชนตรวจบัญชีทรัพย์สิน ของนายธนาธรที่ยื่นไว้กับ ป.ป.ช.พบว่า นายธนาธรมิได้ทำตามที่ได้แถลงข่าวไว้ จึงย่อมถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสาธารณชนได้&amp;nbsp;เพราะถือว่ามิได้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่นายธนาธรกลับอ้างว่า การวิพากษ์วิจารณ์เรื่องดังกล่าวเป็นการโจมตีทำลายความน่าเชื่อถือ จึงจำเป็นต้องเอาหนังสือที่ทำขอโทษบริษัทหลักทรัพย์เป็นการส่วนตัวมาเปิดเผยต่อสาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นเรื่องน่าประหลาดอย่างมาก ที่ในช่วงการทำบันทึกความเข้าใจ(MOU) นายธนาธรแถลงข่าวเรื่องนี้อย่างใหญ่โตเพื่อ &amp;rsquo;สร้างภาพ&amp;rsquo; ให้กับตนเองในทางการเมือง โดยอ้างว่า ต้องการสร้างบรรทัดฐานใหม่และความโปร่งใสไม่ให้มีผลประโยชน์ทับซ้อนในการทำหน้าที่ ส.ส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่พอถึงคราวจะยกเลิกการโอนหุ้นไปให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกลับทำอย่างเงียบเชียบ ไม่ยอมแถลงข่าวต่อสาธารณะ เหมือนกับตอนช่วงที่ทำ MOU&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถูกวิพากษ์วิจารณ์หลังจากที่ถูกตรวจสอบพบว่า มิได้ทำตามที่แถลงข่าวไว้ กลับออกมาโวยวายว่าถูกโจมตีทำลายความน่าเชื่อถือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการที่สาม&amp;nbsp;ถ้าดูเนื้อหาในหนังสือที่อ้างว่า ทำขอโทษบริษัทหลักทรัพย์เป็นการส่วนตัว ถือว่าเป็นการทำหนังสือในลักษณะการติดต่อทางธุรกิจระหว่างนายธนาธรกับบริษัทหลักทรัพย์ ซึ่งเนื้อหาในหนังสือลักษณะเช่นนี้ แค่เพียงแต่อธิบายถึงเหตุผลหรือความจำเป็นที่ไม่สามารถดำเนินการตาม MOU ได้ ก็น่าจะเพียงพอ เช่น การถูกพักทำหน้าที่ของ ส.ส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เมื่ออ่านหนังสือขอโทษที่นายธนาธรอ้างว่าทำเป็นการ &amp;lsquo;ส่วนตัว&amp;rsquo; ระหว่าง นายธนาธรกับบริษัทหลักทรัพย์ กลับพบข้อความในลักษณะหาเสียงซึ่งมิได้เกี่ยวข้องกับสัญญาในลักษณะธุรกิจการค้ากับบริษัทหลักทรัพย์แต่อย่างใดในย่อหน้าที่สอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไม่ว่าสถานการณ์การเมืองจะเป็นอย่างไร ความตั้งใจแต่แรกเริ่มของผมยังคงแน่วแน่ไม่เปลี่ยนแปลง นั่นก็คือ การพยายามสร้างบรรทัดฐานใหม่ของความโปร่งใสตรวจสอบได้ สำหรับนักธุรกิจที่หันมาทำงานการเมือง ผมต้องการพิสูจน์ตัวเองว่าการเข้าสู่การเมืองของผมไม่เคยเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ส่วนตน แต่มีเป้าหมายสูงสุดคือการรับใช้ประชาชนของประเทศอันเป็นที่รักของเรา และสร้างประชาธิปไตยที่ยั่งยืนสถาพรให้กับคนรุ่นต่อไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื้อหา ในลักษณะนี้ทำให้ เชื่อได้ยากว่าหนังสือของนายธนาธรต้องการทำในลักษณะ &amp;rsquo;ส่วนตัว&amp;rsquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่มีความมุ่งหมายจะใช้ในการสร้างภาพเพื่อบรรเทาผลที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า มิได้ทำตามสัญญากับประชาชนในเรื่องการโอนหุ้นให้บริษัทหลักทรัพย์ไปจัดการในลักษณะ&amp;nbsp;Blind Trust&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะไม่เห็นมีความจำเป็นใดๆ ที่นายธนาธรต้องไปประกาศอุดมการณ์ของตนเองเป็นการ &amp;lsquo;ส่วนตัว&amp;rsquo; กับบริษัทหลักทรัพย์ในฐานะนิติบุคคลทางธุรกิจให้รับทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทำดังกล่าวยิ่งทำให้คนสงสัยในพฤติกรรมของนายธนาธรในเรื่องการไม่ยอมโอนหุ้นไปให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการในลักษณะ Blind Trust มากยิ่งขึ้นไปอีก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47132</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธร จึงรุ่งเริองกิจ, ประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์, สำนักข่าวอิศรา, หุ้นธนาธร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191002/image_big_5d94439070aa8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34459</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2019 16:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2019 16:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผอ.สำนักข่าวอิศราถามลั่นประชาธิปไตยแบบไหนกันด่าหยาบคายเกลื่อนโซเชียลฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 เม.ย. 62 - นายประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ ผู้อำนวยการบริหารสถาบันอิศรา &amp;nbsp;โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า &amp;quot;ประชาธิปไตย=ผรุสวาท ด่าทอ หยาบคายกระจายเต็มโซเชี่ยลมีเดีย?&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โพสต์ของผู้อำนวยการบริหารสถาบันอิศรา &amp;nbsp; เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่มีการเสนอข่าวตรวจสอบ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กรณีถือครองหุ้นสื่อมวลชน &amp;nbsp;จนสร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มคนที่อ้างตัวว่าอยู่ฝ่ายประชาธิปไตย วิพากษ์วิจารณ์โจมตีสำนักข่าวอิศราอย่างสาดเสียเทเสีย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งที่ข้อเท็จจริงที่ผ่านมา สำนักข่าวอิศรา มีการนำเสนอข่าวอย่างตรงไปตรงมาและตรวจสอบทุกฝ่าย.
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34459</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถือครองหุ้นสื่อ, ธนาธร, บริษัทวีลัค มีเดีย, ประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์, สำนักข่าวอิศรา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190425/image_big_5cc17e6f9bbc5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
