<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>22397</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/11/2018 22:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประจานกก.สภามหา&#039;ลัย กลัว-เลี่ยงหน้าที่ยื่นทรัพย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตกรรมการ ป.ป.ช.อัดพวกลาออกเลี่ยงยื่นทรัพย์สิน เพราะกลัวชาวบ้านรู้ ชี้ข้ออ้าง กก.มหาวิทยาลัยไร้อำนาจ-เบี้ยประชุมน้อยฟังไม่ขึ้น เชื่อเปิดเผยยันผัวเมียทำวงแตก แต่ผงะเมื่อถูกถามเคส อ.มีชัยไม่ขอก้าวล่วง ขณะที่กระทรวงการคลังดึง 96 โครงการ 53 หน่วยงานร่วม &amp;quot;โครงการข้อตกลงคุณธรรม&amp;rdquo; โวประหยัดงบ 6.8 หมื่นล้านบาท พร้อมปลุกวัฒนธรรม&amp;ldquo;ตื่นรู้ สู้โกง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 20 พ.ย. นายประสาท พงษ์ศิวาภัย อดีตกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ &amp;nbsp; (ป.ป.ช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีประกาศของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เรื่องกำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 พ.ศ.2561 ที่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาไปแล้วเมื่อวันที่ 1 พ.ย.61 และจะมีผลบังคับในวันที่ 2 ธ.ค.61 นี้ ว่าในฐานะอนุกรรมการพิจารณาศึกษาหลักการร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.... ในคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบและธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช. พ.ศ.... ของ สนช. ตนเห็นว่าประกาศ ป.ป.ช.ดังกล่าวที่ให้สถาบันอุดมศึกษาในสังกัดของรัฐและสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐ นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการมหาวิทยาลัย อธิการบดีและรองอธิการบดี ยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินนั้น เป็นเรื่องที่ควร สมเหตุสมผลแล้ว เนื่องด้วยเหตุผลคือ เป็นผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง นั่นหมายถึงกรรมการและผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานอื่นของรัฐ ถือเป็นคำเฉพาะตามกฎหมาย ระบุชัดเจนว่ามีหน้าที่ต้องยื่นตามมาตรา 102 ซึ่งสถาบันอุดมศึกษาถือว่าเป็นหน่วยงานอื่นของรัฐ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายกสภาและกรรมการมหาวิทยาลัยมีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องกับการใช้งบประมาณในการจัดซื้อจัดจ้าง มีอำนาจในการบริหารงานบุคคล พิจารณาแต่งตั้งถอดถอนนายกสภาและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ อธิการบดี ศาสตราจารย์และศาสตราจารย์พิเศษ อธิการฯ และรองอธิการฯ ฯลฯ มีอำนาจในการบริหารสำนักงาน มีหน้าที่ออกข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศของมหาวิทยาลัยได้ เฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคลและการบริหารการเงิน การพัสดุและทรัพย์สินมหาวิทยาลัย อนุมัติในการจัดตั้งหรือรวมยุบเลิกส่วนงานภายในได้ ถือเป็นอำนาจใหญ่ แล้วจะมาบอกว่าไม่มีอำนาจได้อย่างไร หรือจะมาบอกว่ามีเบี้ยประชุมไม่เท่าไรต่อเดือนคงไม่ได้&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ในเมื่อมีเหตุผลสมควรยื่นแล้วทำไมนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.จึงลาออก นายประสาทกล่าวว่า ในส่วนกรณีของนายมีชัยนั้น คงไปตอบแทนไม่ได้ ถือเป็นสิทธิส่วนบุคคล ขอไม่ก้าวล่วง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประสาทยังกล่าวถึงการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินในกฎหมายใหม่นี้ ถือว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อนอย่างมาก โดยเฉพาะในมาตรา 106 ที่ระบุถึงการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อสาธารณะของตำแหน่งที่ต้องยื่นคือผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง ได้แก่ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ส.ส. ส.ว. ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงในหน่วยงาน ซึ่งหมายถึงนายกสภาและกรรมการสภามหาวิทยาลัยด้วย ดังนั้นจึงทำให้หลายคนเกิดความกลัวที่จะต้องยื่น และกลัวที่จะถูกเปิดเผย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;มาตรา 106 นี้เป็นดาบที่สอง ที่ ป.ป.ช.ถือเป็นหมัดเด็ด เปิดมาก็วงแตกทันที เพราะหลายคนยังไม่รู้ว่ามาตรา 106 นั้นแรงกว่ามาตรา 102 เสียอีก นอกจากคนกลัวที่จะต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินหนี้สินแล้ว ยังกลัวที่จะต้องถูกเปิดเผยต่อสาธารณะด้วย เพราะในการเปิดเผยนั้น ทั้งของตัวเองและคู่สมรส และคู่ที่อยู่กินกันฉันสามีภรรยา ทำไมเวลาที่จะมีผลกระทบถึงตัวเองโดยตรงกลับโวยวายไม่อยากยื่นหรือแสดงบัญชีทรัพย์สิน แล้วจะอยู่เหนือการตรวจสอบได้อย่างไร ในเมื่อเราจะต้องทำอย่างเปิดเผย โปร่งใส ตรวจสอบได้ ดังนั้นประกาศของ ป.ป.ช.ดังกล่าวผมถึงเห็นด้วย เพราะ ป.ป.ช.ก็มองแล้วว่าตำแหน่งใดที่จะสุ่มเสี่ยงต่อการใช้อำนาจและหาผลประโยชน์ได้ ซึ่งเรื่องนี้ ป.ป.ช.ได้พิจารณาจากสถิติเรื่องร้องเรียนที่เข้ามาด้วย&amp;rdquo; นายประสาทกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่กระทรวงการคลังร่วมมือกับองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันจัดสัมมนา &amp;ldquo;โครงการข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact Conference 2018)&amp;rdquo; เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในหลักการและแนวทางดำเนินงานตามข้อตกลงคุณธรรม พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างผู้สังเกตการณ์และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาการจัดทำข้อตกลงคุณธรรมในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า สำหรับโครงการที่เข้าร่วมจัดทำข้อตกลงคุณธรรมตั้งแต่ปีงบประมาณ 2558-2562 มีโครงการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่นำข้อตกลงคุณธรรมมาใช้จำนวนทั้งสิ้น 96 โครงการ จาก 53 หน่วยงาน ซึ่งคิดเป็นมูลค่า 1.4 ล้านล้านบาท สามารถประหยัดงบได้ 6.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งในปัจจุบันมีผู้สังเกตการณ์อยู่ในบัญชีรายชื่อ จำนวนทั้งสิ้น 201 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) กล่าวว่า องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ ในฐานะเป็นตัวแทนภาคประชาสังคม มีส่วนร่วมในการคัดเลือกผู้สังเกตการณ์ที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ที่มีความรู้ ความสามารถ มีความอิสระและเป็นกลาง จากสภาวิชาชีพต่างๆ เข้าร่วมสังเกตการณ์กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการ ตั้งแต่ขั้นตอนร่าง TOR จนถึงการส่งมอบงาน และเพื่อเป็นการวางรากฐานและสร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้นในโครงการข้อตกลงคุณธรรม องค์กรยังได้มีส่วนร่วมสำคัญในการผลักดันให้บรรจุข้อตกลงคุณธรรมเข้าไว้ใน พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ 2560 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 23 ส.ค.2560 ที่ผ่านมา และขอบคุณหน่วยงานที่ให้ความร่วมมืออย่างดียิ่ง ช่วยให้การใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปอย่างคุ้มค่า สร้างวัฒนธรรมการ &amp;ldquo;ตื่นรู้ สู้โกง&amp;rdquo; ไม่ยอมให้ใครแสวงหาประโยชน์จากการใช้งบประมาณของภาครัฐ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22397</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประมนต์ สุธีวงศ์, ประสาท พงษ์ศิวาภัย, มีชัย ฤชุพันธุ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181120/image_big_5bf41a8e3f759.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
