<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96914</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2021 19:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2021 19:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ช่วยบิ๊กป้อม ถอนตัวทีมแก้ปัญหา &#039;บางกลอย&#039; เสียใจถูกตีความคำพูดเป็นการข่มขู่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มี.ค.64 -&amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายประสาน หวังรัตนปราณี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เปิดเผยว่า ตนเองได้ถอนตัวจากการแก้ปัญหาของชาวบางกลอยแล้ว โดยจะให้เป็นเรื่องของคณะกรรมการ ชุดของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ที่นายกรัฐมนตรี แต่งตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประสาน กล่าวว่า ตนเสียใจที่คำพูดของตนถูกตีความและเข้าใจผิดว่าเป็นการข่มขู่ ด้วยเป็นคนที่มีน้ำเสียงพูดจริงจัง และมีความตั้งใจจริง ที่จะเร่งแก้ปัญหาให้พี่น้องชาวบางกลอยจึงได้ลงพื้นที่ไปด้วยตนเองอย่างเร่งด่วน &amp;nbsp;แม้ว่าการขึ้น ฮ. เข้าพื้นที่ใจแผ่นดินจะเสี่ยง เพราะพื้นที่หุบเขานี้เคยเกิด ฮ.ตก มาแล้ว3 ลำ แต่ตนเองอยากจะไปดูด้วยตาเพื่อให้เห็นแล้วจะได้แก้ปัญหาให้ถูกจุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ตนจะถอนตัว ตนได้ประสานให้หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (นทพ.) กองบัญชาการกองทัพไทย ที่มีทหารพัฒนาอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง เข้าไปสร้างทางสร้างถนน ให้ตามที่ชาวบ้านร้องขอแล้ว คาดว่าทหารพัฒนาจะเข้าพื้นที่ในเร็วๆนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96914</URL_LINK>
                <HASHTAG>บางกลอย, ประสาน หวังรัตนปราณี, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210319/image_big_605466ec54276.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96591</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2021 15:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2021 15:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผช.บิ๊กป้อม  แจงยิบหลังลงพื้นที่บางกลอย  ยันชาวบ้านตัวจริง 90 เปอร์เซ็นต์ พอใจรัฐบาลแก้ปัญหา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มี.ค.64 - เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายประสาน หวังรัตนปราณี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสวิจารณ์ว่าไม่รับฟังและไม่เข้าใจชาวบ้านในพื้นที่บางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ว่า จากการลงพื้นที่พูดคุยเมื่อวันที่ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา เรียนให้ทราบว่าคำถามที่เกิดขึ้นมาจากผู้ที่อาจจะฟังด้วยความเข้าใจผิด หรือมีเจตนาอื่นหรือไม่ตนไม่ทราบ แต่ตัวของนายประยงค์ ดอกลำไย ที่ปรึกษาขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม(พีมูฟ )และแกนนำบางกลอย ได้โทรคุยกับตนและเคลียร์กันชัดเจนเรียบร้อย ในฐานะที่เป็นรองประธานอนุกรรมการพีมูฟ และได้ลงพื้นที่ ตรวจสอบตามที่ได้รับการร้องเรียนจากกลุ่มพีมูฟ ที่มาอยู่หน้าทำเนียบว่าชุมชนกะเหรี่ยงบางกลอยอยากกลับไปที่บางกลอยบนหรือใจแผ่นดิน และเรียกร้องให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)จัดพื้นที่ทำกินที่โป่งลึกให้ เพราะไม่มีน้ำและสิ่งอำนวยความสะดวก และเรียกร้องพื้นที่ทำกินเพิ่มขึ้น ซึ่งยื่นเข้ามาถึงรัฐบาล และได้เสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)รับทราบแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประสาน กล่าวว่า ตน และคณะลงพื้นที่ อ.แก่งกระจาน โดยนั่งเฮลิคอปเตอร์สำรวจในพื้นที่ใจแผ่นดิน ที่มีข้อเรียกร้องอยู่ตลอดว่าต้องการกลับไปอยู่ในพื้นที่นั้น ซึ่งเป็นพื้นที่สูงสุดของเขาและติดพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา มีความชันและเป็นเหวลึก หากไม่ใช่นักบินของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ก็ไม่มีใครอยากขึ้นไป เพราะเสี่ยงกับลมหมุน และเครื่องตกได้ แต่เราต้องขึ้นเพื่อให้ได้รับความเป็นจริง เมื่อขึ้นไปถึงแล้วพบว่าเป็นพื้นที่ป่าสมบูรณ์มาก มีสัตว์ป่าชุกชุม เป็นแหล่งต้นน้ำแม่น้ำเพชรบุรี และเมื่อมาถึงบางกลอยกลาง ได้ลาดตระเวนทุกจุด พบว่าพื้นที่ป่าแก่งกระจานด้านบนถูกเผาป่าไปกว่า 100 ไร่ และพบว่ามีการปลูกกัญชา และเราได้บันทึกภาพไว้ เพื่อจะได้ยืนยันว่าทางการเราไม่ได้ลงไปสร้างภาพ แต่มีวัน เดือน ปี และเวลากำหนดไว้ชัดเจน มีทั้งรองอธิบดีกรมอุทยานฯ อธิบดีอัยการ รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางไปด้วย และจากที่เห็นมีการปลูกต้นกัญชา จึงต้องนำมาสู่การพิจารณาเรื่องข้อเรียกร้องอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อมาถึงบางกลอยล่างและโป่งลึก พบว่ามีการพัฒนาพื้นที่และจัดสรรที่ดิน ให้ชาวกะเหรี่ยงบางกลอย มีน้ำและไฟ แต่อาจจะไม่เพียงพอ เนื่องจากมีชุมชนเพิ่มมากขึ้น นอกจากนั้นที่ทราบ ปู่คออี้ มีภรรยา 2 คน จนมีลูกหลานเหลนเกือบ 90 คน ในจำนวนนี้ก็กระจายอยู่ในบางกลอยล่างและโป่งลึก ส่วนกะเหรี่ยงที่เพิ่มมาได้ให้นายอำเภอและผู้ใหญ่บ้านชาวกะเหรี่ยง การสำรวจสำมะโนประชากร ให้เสร็จภายในเดือนเม.ย.นี้ เพื่อแยกอย่างชัดเจนว่าคนที่มาจากบางกลอยบนมีจำนวนเท่าไหร่ และที่มาจากพื้นที่ข้างนอกเท่าไหร่ จึงอยากให้กลุ่มนักวิชาการที่พยายามเรียกร้องให้ขึ้นไปดูความเป็นจริงให้ประจักษ์ต่อสายตา ว่าสิ่งที่ได้รับฟังมาใช่หรือไม่ ซึ่งทั้งหมดนี้เราจะสรุปสิ่งที่เห็นต่อคณะกรรมการฯ ที่มีร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน รวมทั้งการหื้นฟูคุณภาพชีวิต ชาวกระเหรี่ยงบ้านบางกลอย ให้ได้เห็นความเป็นจริงทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประสาน กล่าวว่า จากการพูดคุยเรื่องกับชุมชนบางกลอย ส่วนใหญ่เกือบ 90 เปอร์เซ็นต์ &amp;nbsp;พอใจมาก มีเพียง 15-16 ครัวเรือน ที่อ้างว่าอยากจะกลับไปที่ใจแผ่นดิน ก็เลยต้องถามตรงๆ ว่าจะไปอยู่ที่ใจแผ่นดินได้อย่างไร ในเมื่อเป็นพื้นที่ป่าสมบูรณ์ทั้งหมด แค่ขึ้นก็หมดปัญญาขึ้นแล้ว แต่เขาก็บอกว่าจะขึ้น ถึงต้องถามว่าแล้วเคยขึ้นไปหรือยัง ก็ได้รับคำตอบสรุปมาว่าไม่มีใครเคยขึ้นไปเลย แต่ตนเพิ่งกลับลงมา ถ้าพูดอย่างนี้แล้วไม่เชื่อ ก็ขึ้นไปด้วยกัน แต่ก็ไม่มีใครกล้าขึ้น โดยประวัติของพื้นที่บางกลอยบน หรือใจแผ่นดิน เคยมีเฮลิคอปเตอร์ตกมาแล้ว 3 ลำ เพราะเป็นพื้นที่หุบเขามีลมหมุนลมกด ทั้งนี้หลังการประชุมฯ ได้มอบให้ทุกส่วนราชการในพื้นที่เข้ามาดูแลอย่างใกล้ชิด มีการขุดบ่อน้ำบาดาล เพื่อเตรียมพร้อมที่ทำกิน ซึ่งบางคนมีอยู่แล้ว 1 ไร่ แต่ก็บอกไม่ได้ พอคนอื่นมี 7 ไร่ ก็อยากจะมีบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอตนรับฟังในหลายประเด็นเรียกร้องก็รู้สึกน้อยใจ เพราะตนเป็นคนไทย เกิดในเมืองไทย และเกษียณอายุราชการแล้ว ยังมีที่ดินไม่ถึง 2 ไร่ และกว่าจะได้มา 1 ไร่เศษก็ต้องผ่อนเป็นเวลา 10-20 ปี ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลพยายามดูแลเป็นอย่างดีแล้ว ไม่เคยละทิ้ง และขอให้ตระหนักว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงเมตตาพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์สร้างโรงทอให้ชาวบ้านมีกิจกรรมศิลปาชีพ สมเด็จประเทพฯ และสร้างโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ให้ ทุกอย่างมีครบ และเร่งปรับปรุงแก้ไขเชื่อว่าหลังจากนี้ปัญหาน่าจะดีขึ้น และภาครัฐจะเร่งทำดำเนินการให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จากที่ทราบพบว่ามีการเข้าไปล่าสัตว์ และกลับออกมาทางใจแผ่นดิน จากนั้นล่องแพมาทางแม่น้ำ มาที่อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี เพื่อไปจำหน่าย ขอเวลานิดเดียวขอให้ได้หลักฐานเรื่องนี้แล้วจะแถลงให้ทราบ โดยให้ตำรวจไปรวบรวมคดีที่มีในพื้นที่ที่มีมาในอดีต เพื่อให้มีหลักฐานชัดเจน แล้วจะรวบรวมข้อมูลให้คณะอนุกรรมการฯ รับทราบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า จากการประชุม ชาวบางกลอยจะกลับมาชุมนุมเรียกร้องที่กรุงเทพฯ อีกหรือไม่ นายประสาน กล่าวว่า ไม่มีเหตุที่ต้องมาแล้ว ในเมื่อเราไปช่วยถึงขนาดนี้แล้ว และไปพัฒนาพื้นที่เพิ่มเติมให้ ทั้งน้ำไฟและอินเตอร์เน็ตในพื้นที่ จึงเชื่อว่าสิ่งที่รัฐบาลพยายามทำ ก็ได้แก้ไขไปเยอะมากแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า สิ่งที่ทำให้เกิดความไม่เข้าใจคือการบอกว่าชาวบางกลอยไม่ให้มาที่กรุงเทพอีก นายประสาน กล่าวว่า ไม่ใช่ แต่บอกไปว่า ถ้ามีอะไร ให้บอกผ่านมาทางผู้ใหญ่บ้านของคุณ และมาบอกที่นายอำเภอ จากนั้นจะมาแจ้งเพื่อแก้ไข หากแจ้งมาแล้ว 3-4 วันแล้วทางการไม่ไปทำอะไรให้ ก็ขอให้แจ้งมาทางเจ้าหน้าที่ของตนที่เคยให้เบอร์ติดต่อไว้ให้มาถึงตนโดยตรงและจะลงไปแก้ปัญหาให้ หากมีอะไรประสานแบบนี้สะดวกกว่า อย่าลำบากต้องเดินทางลงมาเลยเพราะร้อน และทำให้เกิดความเดือดร้อนด้วย นี่คือสิ่งที่บอกกับเขา และคิดว่าเขาจะไม่มาแล้วเพราะไม่มีเหตุอะไรจะอ้าง เพราะเราแก้ปัญหาให้แล้ว มีหน่วยงานรับไปดูแลหมดแล้วทั้งเรื่องน้ำ เรื่องถนน และการขยายพื้นที่ทำกิน และยืนยันว่าที่ดินที่รัฐจัดสรรให้สามารถทำกินได้ เพราะไปเห็นมากับตัวเอง แต่มีผู้ไม่หวังดีไปแปลสารผิด อย่าให้ต้องเอ่ยว่าเป็นใคร ส่วนนักวิชาการ ก็มีการแจ้งความดำเนินคดีอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า จุดประสงค์หลักของรัฐที่ไม่ต้องการให้ชาวบางกลอยกลับไปที่ใจแผ่นดินเป็นเพราะเรื่องความมั่นคงด้วยหรือไม่ นายประสาน กล่าวว่า นั่นเป็นส่วนหนึ่งเพราะเป็นแนวชายแดน และในอดีตเป็นที่ปะทะ และเป็นเขตแดนด้านความมั่นคง เมื่อปลอดการดูแลอย่างใกล้ชิดทำให้ผู้ไม่ประสงค์ดี แอบหลับลักลอบเข้ามาไปล่าสัตว์ป่า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96591</URL_LINK>
                <HASHTAG>บางกลอย, ประสาน หวังรัตนปราณี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210319/image_big_605466ec54276.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86811</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/12/2020 13:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/12/2020 13:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม็อบจะนะหน้าทำเนียบฯยอมถอย! &#039;ธรรมนัส&#039;เคลียร์เองสั่งชะลอโครงการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ธ.ค. 63 - เมื่อเวลา 10.00 น. นายประสาน หวังรัตนปราณี กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ประจำ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทน พล.อ.ประวิตร มาเจรจากับกลุ่มเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นที่ชุมนุมค้างคืนติดแนวตู้คอนเทนเนอร์บริเวณเชิงสะพานชมัยมรุเชฐ หน้าทำเนียบรัฐบาล ถนนพิษณุโลก ตั้งแต่วันที่ 10 ธ.ค. เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกโครงการจะนะ เมืองต้นแบบนิคมอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายประสาน แจ้งต่อนายสมบูรณ์ คำแหง แกนนำกลุ่มฯ และมวลชน ว่า&amp;nbsp; พล.อ.ประวิตรมอบหมายให้มีการตั้งคณะทำงาน โดยมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานคณะทำงาน และมีนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงาน เป็นรองประธานคณะทำงาน ทันทีที่ตั้งคณะทำงานชุดนี้ขึ้นมาได้แล้ว จะไปลงพื้นที่ อ.จะนะ จ.สงขลา เพื่อรับฟังข้อมูลและข้อเสนอต่างๆ ในการหาทางออกร่วมกัน และพร้อมเดินทางไปยังพื้นที่อื่นๆด้วย ทั้งนี้ จะนำข้อมูลที่รวบรวมมาทั้งหมด รายงานต่อพล.อ.ประวิตร เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาต่อไป นอกจากนี้ จะประสานงานกับกรมโยธาธิการและผังเมืองให้ชะลอการดำเนินการโครงการดังกล่าวเอาไว้ก่อน ขอให้กลุ่มผู้ชุมนุมไว้ใจและสบายใจ เพราะเป็นการแก้ปัญหาร่วมกันของทั้ง 2 ฝ่าย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ตัวแทนผู้ชุมนุมเรียกร้องขอให้นายประสานนำเอกสารมติคณะรัฐมนตรี่จะให้ชะลอโครงการนี้ รวมถึงคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานมาแสดงเป็นหลักฐานยืนยันให้กับชาวบ้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลา 10.35 น. ร.อ.ธรรมนัส เดินทางมาร่วมพูดคุยกับกลุ่มผู้ชุมนุมด้วย พร้อมกล่าวว่า ได้รับมอบหมายจาก พล.อ.ประวิตรให้มาพูดคุยกับผู้ที่รับความเดือดร้อนจากการสร้างนิคมอุตสาหกรรมจะนะ เพื่อสอบถามข้อมูลและหาแนวทางการแก้ปัญหา ซึ่งการหาแนวทางเรื่องนี้จะต้องมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมา ในเบื้องต้นจะไม่มีการประชุมเรื่องผังเมืองในวันที่ 15 ธ.ค. เพราะให้ชะลอโครงการดังกล่าวไปก่อน ส่วนหลายประเด็นอื่นๆ ขอให้ไปพูดคุยกันในตึกบัญชาการ ทำเนียบฯ และตนคิดว่าจะไปลงพื้นที่ อ.จะนะ ในวันที่ 16 ธ.ค.นี้&amp;nbsp; ขณะเดียวกัน ตอนนี้อยากให้ผู้ชุมนุมออกจากพื้นที่ที่ขวางทางจราจร&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น เวลา 10.47 น.&amp;nbsp; พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล มาร่วมการเจรจาด้วย ทำให้ในที่สุดผู้ชุมนุมยอมรับแนวทางการดำเนินการดังกล่าวของฝ่ายรัฐบาล และพร้อมหารือภายในกลุ่ม เพื่อย้ายจุดชุมนุมไปอยู่ริมถนนพระราม 5&amp;nbsp; จากนั้นนายประสานได้เชิญแกนนำกลุ่มฯไปพูดคุยกันต่อที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ถึงการแต่งตั้งคณะทำงานมาดำเนินการในเรื่องนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร.อ.ธรรมนัส ให้สัมภาษณ์ว่า จะต้องมีการชะลอโครงการนี้ไปก่อนจนกว่าจะได้ข้อยุติในเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพราะมีหลายเรื่องที่ต้องเริ่มทำการศึกษาใหม่ แต่รายละเอียดคงยังไม่สามารถพูดในตอนนี้ได้ จะต้องให้หน่วยงานต่างๆ และคณะทำงานพูดคุยกันก่อน.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86811</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กป้อม, ประสาน หวังรัตนปราณี, พล.ต.ต.ปิยะ, ม็อบจะนะ, ีร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201214/image_big_5fd7011b04109.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52767</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/12/2019 16:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/12/2019 16:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาล เตรียม kick off &#039;ถนนคนเดิน&#039; พร้อมกันทั่วประเทศ ทุกวันอาทิตย์ ตลอดปี 63</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ธ.ค.62 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายประสาน หวังรัตนปราณี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เเถลงว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พร้อมด้วยพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้มีนโยบายให้จัดพื้นที่ถนนคนเดิน หรือ วอล์คกิ้งสตรีท ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร และขยายไปยังส่วนภูมิภาค ภายใต้แนวคิด &amp;quot;เดิน กิน ชิม เที่ยว&amp;quot; โดยได้นำร่องในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ไปเมื่อวันที่ 15 ธ.ค.ที่ผ่านมา ในพื้นที่ถนนสีลม และเยาวราช ที่มีการปิดถนนบางส่วนเพื่อจัดงาน โดยเป็นการลดฝุ่นละอองPM2.5 ไปด้วยในตัว ขณะเดียวกันก็เป็นการเสริมสร้างการตลาดของผู้ประกอบการรายเล็ก รายย่อยไปด้วยเช่นกัน โดยการนำร่องดังกล่าวประสบความสำเร็จเกินคาดคิด ซึ่งที่ถนนสีลมมีนักท่องเที่ยวกว่า7หมื่นคน มีเงินสะพัดหมุนเวียนประมาณ7ล้านบาท ขณะที่ถนนเยาวราช มีการจัดงาน3 วัน มีนักท่องเที่ยวประมาณวันละ5ล้านคน รวม4วันมีรายได้ประมาณ 16 ล้านบาท

นายประสาน กล่าวว่า ทั้งนี้ นายกฯมีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมาอย่างถาวรเพื่อดำเนินการถนนคนเดินอย่างต่อเนื่องทั้งประเทศ โดยมีตนเป็นประธานคณะกรรมการดดำเนินการดังกล่าว ซึ่งในวันที่22 ธันวาคมนี้ เวลา 18.00 น. จะมีการเปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ โดยนายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานเปิดงาน มีรัฐมนตรีและผู้นำหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้าร่วมงานที่ถนนสีลม จากนั้นจะมีการจัดงานต่อเนื่องในทุกวันอาทิตย์ ตลอดทั้งปี 2563 โดยจะมีนำสินค้าโอทอปทั้ง 4 ภาค หมุนเวียนเข้ามาจำหน่ายในถนนสีลมด้วยเช่นกัน

นายประสาน กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ในส่วนการจัดงานที่ถนนสีลม จะแบ่งเป็นโซน ประกอบด้วย โซนวัยรุ่น คนรุ่นใหม่ ที่จะมีดนตรีเปิดหมวกของเยาวชนและนักศึกษาทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมกิจกรรม โซนอาหารการกินของดี ของเด่นในกทม. โซนคาราวานทรัคฟู๊ดซึ่งเป็นการประกอบอาชีพส่วนตัวของคนรุ่นใหม่ โซนวัฒนธรรมที่จะมีการเปิดแสดงศิลปะวัฒนธรรมของทั้ง 4 ภาคที่นอกจากจะเป็นการะตุ้นเศรษฐกิจแล้ว ยังเป็นการกระตุ้นให้เยาวชนคนรุ่นใหม่เกิดความรักหวงแหน ซึ่งศิลปะและวัฒนธรรมดีๆของประเทศเรา โซนเด็กที่จะเปิดโอกาสให้ผู้ปกครองนำบุตรหลานมาสนุกสนานบนถนนสีลมที่ไม่สามารถทำได้ในวันธรรมดา โซนย้อนยุคที่จะมีสินค้าและอาหารโบราณสำหรับผู้สูงอายุมาพักผ่อนหย่อนใจ เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52767</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถนนคนเดิน, ประสาน หวังรัตนปราณี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191218/image_big_5df9f497588f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50798</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/11/2019 11:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/11/2019 11:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ผู้ช่วยบิ๊กป้อม&#039; เตือนอีกรอบ กมธ.ชุดเสรีพิศุทธ์ ใช้คำสั่งมั่วระวังเจอคุก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ย.62 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายประสาน หวังรัตนปราณี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ไปชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร แทน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม และพล.อ.ประวิตร ว่า ในการตอบชี้แจงครั้งนี้ ได้ตอบครบทุกประเด็นชัดเจน คิดว่า หลัง กมธ.ป.ป.ช.ได้พิจารณาคำชี้แจงแล้วน่าจะเป็นที่พอใจและเป็นข้อยุติ ไม่ต้องชี้แจงอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม การจะออกคำสั่งเชิญผู้ใดตาม พ.ร.บ.คำสั่งเรียก พ.ศ.2554&amp;nbsp;ต้องดูว่าเรื่องที่จะเชิญอยู่ในอำนาจหน้าที่ของ กมธ.&amp;nbsp;ตามข้อบังคับการประชุมสภาฯข้อที่&amp;nbsp;90&amp;nbsp;หรือไม่ เพราะ กมธ.ป.ป.ช.&amp;nbsp;มีหน้าที่ศึกษาและป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่น ไม่ใช่สอบสวน ส่วนคำถามของ กมธ.ป.ป.ช.ที่ต้องการให้ตอบ แบ่งเป็น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ลักษณะคือ เป็นคำถามที่ต้องการให้ตอบ กับเป็นคำถามในเชิงขอความเห็น ซึ่งถ้าว่าตามกฎหมายทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ลักษณะไม่เข้าองค์ประกอบของข้อบังคับการประชุมสภาฯ แต่ทางรัฐบาลพร้อมให้ความร่วมมือต่อสภาฯอย่างเต็มที่ จึงชี้แจงไปเพื่อความสมานฉันท์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประสาน กล่าวว่า หาก กมธ.ป.ป.ช.&amp;nbsp;โดยเฉพาะ พล.ต.อ.เสรีศุทธ์ เตมียเวส ประธาน กมธ.ป.ป.ช.&amp;nbsp;ยังจะประสงค์ให้เชิญอีก ต้องพึงระมัดระวัง เพราะในมาตรา&amp;nbsp;5&amp;nbsp;พ.ร.บ.คำสั่งเรียกฯ ในส่วนของ กมธ.เองนั้น มีกฎหมายเขียนบังคับไว้ว่า ถ้าปฏิบัติหน้าที่หรือเชิญผู้ใดโดยมีเจตนาไม่สุจริต จะมีโทษทางอาญารุนแรง จำคุก&amp;nbsp;1-10&amp;nbsp;ปี ทั้งนี้ สิ่งที่ กมธ.ป.ป.ช.ดำเนินการเรื่องนี้มาทั้งหมด ถ้าว่ากันตามกฎหมาย ก็มิชอบโดยกฎหมาย ซึ่งเป็นเรื่องของ กมธ.ในสภาฯ ทราบว่า นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.&amp;nbsp;พรรคพลังประชารัฐ และกมธ.ป.ป.ช.&amp;nbsp;ได้นำหลายประเด็นไปดำเนินคดีทางอาญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมว่า กมธ.จะทำอย่างไรก็ตาม จะทำตามใจไม่ได้ ท่านจะต้องดูกรอบกฎหมายและข้อบังคับให้ดี ผมไม่ได้ขู่ เพียงแต่ให้ทราบว่า สิ่งที่ท่านจะเดินต่อไปจะต้องใช้ความละเอียดรอบคอบ ต้องให้เกียรติกัน ไม่ใช่นึกอยากจะเชิญก็เชิญ เชิญแล้วไม่มาก็เชิญแล้วเชิญอีก ถ้าอยากกระทำเช่นนั้น ไปใช้ข้อบังคับการประชุมสภาฯ อันนั้นท่านทำได้ เพราะกฎหมายไม่ได้มีบทบังคับ ไม่มีบทลงโทษ เชิญร้อยครั้ง พันครั้ง เชิญได้หมด มันจะต่างจาก พ.ร.บ.คำสั่งเรียกฯ ดังนั้น โปรดใช้วิจารณญาณในการที่จะเชิญครั้งต่อไป แต่เชื่อว่าคงไม่มีแล้ว เพราะที่ชี้แจงไปชัดเจนทุกข้อ&amp;rdquo;นายประสาน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า เห็นทาง กมธ.ป.ป.ช.ต้องการให้นายกฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่งบัตรแข็งที่ใช้ในการกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณ นายประสาน กล่าวว่า เป็นเรื่องระหว่างท่านนายกฯ กับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโดยตรง เราคงไม่ไปก้าวล่วง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50798</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ป.ป.ช., ประสาน หวังรัตนปราณี, พล.ต.อ.เสรีพิสุทธ์ เตมียเวส, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191121/image_big_5dd61566bc46a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50714</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/11/2019 11:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/11/2019 11:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปราม&#039;เสรีพิศุทธ์&#039;จบได้แล้ว! ขืนไล่บี้&#039;บิ๊กตู่-ป้อม&#039;อีกระวังคุก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 พ.ย. 62 &amp;ndash; ที่รัฐสภา นายประสาน หวังรัตนปราณี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวก่อนการเข้าร่วมชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ที่มี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย เป็นประธาน กมธ. ว่าได้นำเอกสารคำชี้แจงอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม จำนวน 15 ข้อ และของพล.อ.ประวิตร จำนวน 14 ข้อมอบให้กับ กมธ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในเอกสารได้ตอบไว้ทุกคำถามแม้บางประเด็นจะเป็นแนวคำถามที่ไม่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือเป็นมาตรการป้องกันการทุจริต และมีลักษณะเป็นการตั้งถามเรื่องของอนาคต เช่น หากพบรัฐมนตรีของรัฐบาลปัจจุบันทุจริตจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งในคำตอบนั้น คือ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบ&amp;nbsp; ขณะที่ประเด็นการถวายสัตย์ปฏิญาณนั้น มีคำชี้แจงว่าเป็นพระราชอำนาจและเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การชี้แจงอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรถือเป็นสิทธิที่นายกฯ และรองนายกกระทำได้ และรอบนี้น่าจะจบได้แล้ว แต่หากกมธ. ต้องการให้พล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร ชี้แจงด้วยตนเองอีก ต้องพิจารณาบนกรอบของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงต้องพิจารณาเจตนาของการกระทำดังกล่าวด้วย ว่าเป็นการทำงานตามอำนาจหน้าที่ที่กำหนดไว้หรือไม่ ซึ่งหากพบการกระทำที่ไม่ยึดกรอบของกฎหมาย อาทิ กฎหมายคำสั่งเรียก ปี 2554 กมธ.อาจมีความผิดและได้รับโทษรุนแรงคือจำคุก1-10 ปี ซึ่งรุนแรงกว่าผู้ที่ถูกเรียกมาชี้แจงที่จะได้รับโทษ จำคุก 3เดือน ผมไม่ได้ขู่กมธ.ฯ แต่การใช้ดุลยพินิจหรือมีมติ เพื่อเรียกบุคคลมาชี้แจงซ้ำโดยมีเจตนาไม่สุจริต ต้องระวังว่าอาจเข้าข่ายการกระทำที่อาจผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ได้&amp;rdquo; นายประสาน ระบุ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
เมื่อถามว่า การเดินหน้าเอาผิด ตามมาตรา 157 จะเริ่มเมื่อกมธ.ฯ มีมติเรียกครั้งต่อไปหรือไม่ นายประสาน กล่าวว่า ต้องดูหนังสือของกมธ.ฯ อีกครั้งว่าที่ส่งมานั้นมีลักษณะอย่างไร ทั้งนี้ ในหนังสือเชิญของ กมธ.ฯ รอบล่าสุดที่เชิญมาชี้แจงวันที่ 20 พ.ย.นั้น ยังเป็นมติของกมธ.ฯ ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร ไม่ได้ขอเลื่อนการชี้แจง&amp;nbsp; แต่ไม่สามารถมาได้ เพราะมีภารกิจมาก จึงชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรและให้ตนมาร่วมประชุม หากมีประเด็นที่กมธ.ฯ ต้องการซักถามเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม การทำงานของกมธ.ฯ พึ่งพิจารณาหน้าที่และอำนาจที่กำหนดไว้ในระเบียบข้อบังคับ โดยเรื่องที่สอบถามไปนั้นไม่ใช่การโกง การปฏิบัติหน้าที่ที่มิชอบ หรือเป็นประเด็นการทุจริต หรือการใช้อำนาจหน้าที่โดยจงใจประมาท เลินเล่อ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50714</URL_LINK>
                <HASHTAG>กม.คำสั่งเรียก, กมธ.ปปช., บิ๊กตู่, บิ๊กป้อม, ประสาน หวังรัตนปราณี, ม.157, เสรีพิศุทธ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191120/image_big_5dd4ba16e39f1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49626</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2019 09:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2019 09:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เสรีพิศุทธ์&#039;ขอบคุณ&#039;2ป.&#039;  ส่งหนังสือเลื่อนแจงเหตุติดถกครม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ย. 62 &amp;ndash; ที่รัฐสภา นายประสาน หวังรัตนปราณี กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อยู่ในบังคับบัญชารองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) นำหนังสือของพล.อ.ประวิตร มายื่นต่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายประสาน เปิดเผยว่า หนังสือดังกล่าวเป็นหนังสือชี้แจงใน 2 ประเด็นที่ทางกรรมาธิการได้สอบถามไป เกี่ยวกับเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณตน และการแถลงนโยบายรัฐบาลแต่ไม่แสดงที่มาของงบประมาณ ซึ่ง พล.อ.ประวิตร ก็ยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า พล.อ.ประวิตรส่งหนังสือมาขอเลื่อนแถลงข้อเท็จจริงในวันนี้ เนื่องจากติดภารกิจประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และก่อนหน้านี้ทางเลขาธิการนายกรัฐมนตรีก็ส่งหนังสือเลื่อนของนายกฯ มาด้วยเหตุผลเดียวกัน คือ ติดประชุม ครม. ซึ่งเห็นว่าเป็นความจำเป็นที่ต้องเลื่อนจริงๆ และทางกรรมาธิการก็ไม่น่ามีปัญหาอะไรก็ขอให้ทางนายประสานช่วยนำความไปกราบเรียนด้วยว่าขอบคุณทั้ง 2 ท่านที่ให้ความร่วมมือกับกรรมาธิการ ทั้งนี้ตนเป็น ส.ส. ก็ต้องทำหน้าที่ตรวจสอบถ่วงดุล ให้เกียรติซึ่งกันและกัน และไม่นำการเมืองเข้ามายุ่งเกี่ยว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49626</URL_LINK>
                <HASHTAG>2ป., กมธ.ป.ป.ช., บิ๊กตู่, บิ๊กป้อม, ประสาน หวังรัตนปราณี, สภาฯ, เสรีพิศุทธ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190726/image_big_5d3a768e5eb0e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
