<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>63517</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2020 11:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2020 11:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตส.ว.ประสาร ชี้โอกาสที่นายกฯจะ &#039;ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&#039; มาถึงแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 เม.ย.63 - นายประสาร มฤคพิทักษ์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เสนอนายกฯ พบปะรับฟังคนยากคนจนและปราชญ์ ชาวบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอแสดงความเห็นด้วยอย่างยิ่งที่นายกรัฐมนตรี จะออกจดหมายเปิดผนึกเชิญชวนมหาเศรษฐีเมืองไทยเข้ามาร่วมแรงร่วมใจต้านภัยโควิด-19และยินดีที่สัปดาห์หน้า นายกจะไปพบกับธุรกิจภาคเอกชนทั้งระดับใหญ่กลางเล็กเพื่อรับฟังปัญหาและร่วมกันหาทางออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 เดือนที่ผ่านมา พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า&amp;rdquo;เมล็ดพันธุ์แห่งความเอื้ออาทร&amp;rdquo;มีอยู่ทั่วแผ่นดินไทยไม่เฉพาะคนมีฐานะเท่านั้นที่ร่วมด้วยช่วยกัน แต่คนเล็กคนน้อยจำนวนมากก็ออกเหงื่อออกแรงร่วมด้วยอย่างแข็งขัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การต้อนรับทุกภาคส่วนเป็นเรื่องดีต่อส่วนรวม จึงขอเสนอให้นายกรัฐมนตรี เปิดพื้นที่พบปะและรับฟังกลุ่มคนยากคนจน คนระดับล่างที่เสียเปรียบในการเข้าถึงโอกาส เช่นกลุ่มผู้ใช้แรงงาน กลุ่มสลัม 4 ภาค กลุ่มสมัชชาคนจน กลุ่มพีมูฟ กลุ่มคนชายขอบ กลุ่มหาบเร่แผงลอย กลุ่มคนไร้บ้าน กลุ่มองค์กรพัฒนาเอกชน รวมทั้งปราชญ์ชาวบ้าน ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มบุคคลเหล่านี้ คือกลุ่มที่ประสบความเดือดร้อนมากที่สุดเป็นกำลังฐานรากทางเศรษฐกิจที่อยู่ไกลจากประโยชน์ที่พึงได้จากรัฐ และขาดโอกาสในการเข้าถึงและไร้อำนาจต่อรอง สำหรับกลุ่มปราชญ์ชาวบ้านนั้นเป็นสติปัญญาที่เป็นตัวจริงเสียงจริงที่อยู่แนบชิดกับปัญหาทั่วประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่เรียกว่า &amp;quot;เราไม่ทิ้งกัน&amp;rdquo; หรือ &amp;rdquo;เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&amp;rdquo; นั้น โอกาสมาถึงนายกฯแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63517</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, นายกฯ, บิ๊กตู่, ประสาร, ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190609/image_big_5cfbf9a8ac34c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37978</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2019 11:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2019 11:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประสาร&#039;แนะเพื่อไทยหาหัวหน้าใหม่ ไม่สำคัญเท่าสร้างพรรคให้มีศักดิ์ศรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มิ.ย.62 - นายประสาร มฤคพิทักษ์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) กล่าวว่า &amp;nbsp; พรรคเพื่อไทยกำลังจะจัดให้มีการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคคนใหม่ ที่เป็น ส.ส.แทนหัวหน้าพรรคคนเก่าที่ไม่ได้เป็น ส.ส.เพื่อทำหน้าที่หัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน &amp;nbsp; นี่เป็นปัญหาเฉพาะหน้าของพรรคเพื่อไทยที่จะต้องดำเนินไปตามกติกาที่รัฐธรรมนูญวางไว้ &amp;nbsp; แต่ปัญหายาวไกลและสำคัญกว่าสิ่งใดทั้งหมดของพรรคเพื่อไทยคือปัญหาความเป็นอิสระของพรรคจากระบอบทักษิณที่เป็นมะเร็งร้ายเกาะกินพรรคตลอดมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นักโทษคนหนึ่ง ถูกศาลพิพากษาซ้ำแล้วซ้ำอีกว่ามีความผิดในคดีทุจริต ถึงขั้นติดคุก 3 คดีและยังถูกยึดทรัพย์ กลายเป็นคนหนีอาญาแผ่นดิน แต่กลับสามารถเป็นเงาทมิฬทาบทับพรรคการเมืองใหญ่มายาวนานถึง 18 ปีแล้ว โดยที่คนในพรรคเพื่อไทยเองก็ก้มหน้าน้อมรับโดยดุษณี และไม่ตระหนักเลยว่า นี่คือตราบาปติดตรึงพรรคเพื่อไทยตลอดมา &amp;nbsp; จะเลือกหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ ก็เลือกไปเถิด แต่พรรคเพื่อไทยควรตัดสินใจเลือกทางเดินใหม่ด้วยว่าจะสร้างพรรคที่มีศักดิ์ศรี เป็นอิสระ เป็นตัวของตัวเอง หรือยังจะเป็นพรรคทักษิณคิด เพื่อไทยทำต่อไป&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37978</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประสาร, พรรคเพื่อไทย, เลือกหัวหน้าพรรคเพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190608/image_big_5cfb349a5bf2c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36502</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2019 13:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2019 13:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประสาร&#039;ปลุกแข่งเลือกปธ.สภาสูง อย่าโหวตตามใบสั่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 พ.ค. 62 - นายประสาร มฤคพิทักษ์ อดีต ส.ว. โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ในหัวข้อ &amp;quot;ปฐมบทพิสูจน์ศักดิ์ศรีของ ส.ว.&amp;quot; ว่า ตามที่มีข่าวเกี่ยวกับตำแหน่งประธานวุฒิสภา และรองประธาน 2 คนนั้น เป็นบทพิสูจน์ศักดิ์ศรีและความเป็นตัวของตัวเองขององค์อำนาจฝ่ายนิติบัญญัติที่สำคัญ เป็นการท้าทายว่าวุฒิสภาจะเป็นตัวของตัวเองหรือจะยอมตามเสียงกระซิบสั่งจากใครไม่รู้ที่ทำให้เชื่อไปว่าเป็นของจริง ทั้งๆ ที่อาจเป็นการจัดฉากกันเอาเองของคนกลุ่มหนึ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ความจริงใน ส.ว.ชุดนี้มีหลายคนที่มีทั้งความสามารถเป็นที่ประจักษ์และมีคุณธรรมที่จะทำหน้าที่ผู้นำของวุฒิสภาได้อย่างเหมาะสม จึงขอเสนอให้การเลือกตั้งวุฒิสภา ดังนี้ 1.เปิดพื้นที่ประชาธิปไตยให้มีการแข่งขันโดยให้มีการสมัครหรือการเสนอชื่อบุคคล แล้วมีการรับรอง 2.ให้ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อแสดงวิสัยทัศน์ต่อที่ประชุมวุฒิสภา 3.มีการกำหนดช่วงเวลาของการดำรงตำแหน่งที่แน่นอน เช่น สองปีครึ่งหรือครึ่งวาระของ 5 ปี 4.เพื่อให้การใช้สิทธิลงคะแนนเป็นไปโดยวิจารณญาณอิสระ ไม่ถูกครอบงำด้วยสายตาของใคร ขอเสนอให้เป็นการลงคะแนนลับ ทั้งนี้สมาชิกวุฒิสภาจะเคารพตนเอง และดำรงความเป็นอิสระได้หรือไม่ หรือจะยอมตามเขาไปโดยง่าย&amp;quot; นายประสาร ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36502</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธานวุฒิ, ประสาร, ส.ว., แข่งขันเลือกประธานส.ว.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190522/image_big_5ce4f151ed7ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33815</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2019 11:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2019 11:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>348ศพ-เจ็บ3,176ราย! เซ่น6วันอันตรายสงกรานต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 เม.ย. 62 &amp;ndash; นายประสาร มหาลี้ตระกูล อธิบดีกรมคุมประพฤติ ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2562 เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) ช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2562 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่ายได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 16 เมษายน 2562 ซึ่งเป็นวันที่หกของการรณรงค์ &amp;ldquo;ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร&amp;rdquo; เกิดอุบัติเหตุ 367 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 42 ราย ผู้บาดเจ็บ 381 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็ว ร้อยละ 30.25 ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 27.79 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 78.84&amp;nbsp; ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 64.03 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 43.05 บนถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 33.51 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01 &amp;ndash; 20.00 น. ร้อยละ 25.89 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป ร้อยละ 31.21&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,040 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 65,375 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 1,048,847 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 239,295 ราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 64,829 ราย ไม่มีใบขับขี่ 57,087 ราย โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช (19 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ และระยอง (จังหวัดละ 4 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช (26 คน)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 6 วัน (11 &amp;ndash; 16 เม.ย. 62) เกิดอุบัติเหตุ 3,068 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 348 ราย ผู้บาดเจ็บ 3,176 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 5 จังหวัด ได้แก่ ตรัง พังงา แม่ฮ่องสอน สุโขทัย และอ่างทอง จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ (119 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา และอุดรธานี (จังหวัดละ15 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช (126 คน)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประสาร กล่าวว่า วันนี้ประชาชนส่วนใหญ่เดินทางกลับจากภูมิลำเนาและการท่องเที่ยวเรียบร้อยแล้ว แต่อาจมีบางส่วนที่ยังคงเดินทางอยู่ ศปถ.ประสานจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกในการเดินทางแก่ประชาชนทุกเส้นทางอย่างต่อเนื่อง ทั้งสถานีขนส่ง ท่าอากาศยาน ท่าเทียบเรือ และสถานีรถไฟทุกแห่งไม่ให้มีผู้โดยสารตกค้าง โดยเฉพาะรถโดยสารสาธารณะ ให้เข้มงวดการตรวจความพร้อมของรถ และพนักงานขับรถ รวมถึงกวดขันไม่ให้มีรถเสริมที่ผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ขอให้จังหวัดวิเคราะห์ข้อมูลอุบัติเหตุทางถนนให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ โดยให้ความสำคัญกับประเด็นที่เป็นสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุทางถนน โดยเฉพาะอำเภอที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนสูง (พื้นที่สีแดงและสีส้ม) เพื่อให้การขับเคลื่อนการสร้างความปลอดภัยทางถนนมีประสิทธิภาพในการลดความสูญเสียได้มากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายปวิณ ชำนิประศาสน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มงานภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทยได้เน้นย้ำให้จังหวัดจัดประชุมศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัด เพื่อสรุปผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2562 พร้อมทั้งเร่งตรวจสอบข้อมูลผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน&amp;nbsp; เพื่อให้ได้ข้อมูลสถิติอุบัติเหตุทางถนนที่ถูกต้องและเป็นไปตามมาตรฐานสากล รวมถึงวิเคราะห์สาเหตุหลักการเกิดอุบัติเหตุทางถนน&amp;nbsp; นำไปปรับปรุงและพัฒนาแนวทางการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน กล่าวว่า&amp;nbsp; ศปถ.จะรวบรวมปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วนให้คณะกรรมศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน และคณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบ เพื่อกำหนดมาตรการและแนวทางในการป้องกันและอุบัติเหตุทางถนนของประเทศ ทั้งในช่วงปกติและช่วงเทศกาล ทั้งนี้ ศปถ.ยังคงรณรงค์การสร้างความปลอดภัยทางถนนอย่างเข้มข้นและต่อเนื่องตลอดทั้งปี เน้นการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด คุมเข้มพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุ โดยเฉพาะการขับรถเร็ว ดื่มแล้วขับ และไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย เพื่อให้ประชาชนเกิดความตระหนักและมีจิตสำนึกในการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33815</URL_LINK>
                <HASHTAG>6วันอันตราย, ประสาร, ศปถ., สงกรานต์62, อุบัติเหตุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190417/image_big_5cb6a4906c3b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
