<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>33876</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>6วันสงกรานต์ตาย348ศพ นายกฯไม่พอใจวิธีป้องกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ลุงตู่-ลุงป้อม&amp;quot; ยังไม่พอใจมาตรการป้องกันอุบัติเหตุช่วงสงกรานต์ ตอบตรงกัน เพราะยังมีคนตาย-เจ็บเยอะ สรุปยอดสะสม 6 วัน มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 348 ราย ผู้บาดเจ็บ 3,176 คน เมาขับ-สายแว้นยังครองแชมป์ กองบัญชาการศึกษา ตร.กำลังศึกษากฎหมายญี่ปุ่น ดื่มขับโดนหมดทั้งเจ้าของรถ คนขับ คนนั่ง ยันร้านขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงภาพรวมการป้องกันอุบัติเหตุการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ว่า ภาพรวมยังไม่พึงพอใจ ตราบใดที่ยังมีบาดเจ็บ สูญเสียชีวิต แน่นอนไม่มีใครพอใจอยู่แล้ว เพราะทุกคนคือกำลังสำคัญของประเทศเรา และเป็นที่น่าเสียใจที่มีการสูญเสียชีวิต แม้น้อยลงกว่าปีที่ผ่านมาไม่มากนักก็ตาม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราได้พยายามทำทุกมาตรการแล้ว ในส่วนที่บางท่านเรียกร้องเพิ่มมาตรการทางกฎหมาย รัฐบาลจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบว่าจะมีผลกระทบอะไรบ้าง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า ขณะนี้ก็ขอให้ทุกคนสนใจกฎหมายปกติให้มากขึ้น ทั้งการสวมหมวกนิรภัย การรัดเข็มขัดนิรภัย การขับรถโดยไม่ดื่มสุรา ซึ่งเห็นแล้วว่าสถานการณ์ส่วนใหญ่เกิดจากดื่มสุรา ซึ่งกฎหมายมีทุกตัว แต่ก็ขึ้นอยู่กับตัวบุคคล ในเรื่องจิตสำนึกสำคัญที่สุด ในการทำให้ตัวเองและครอบครัวปลอดภัย รัฐบาลก็ทำอย่างเต็มที่แล้วในทุกๆ เรื่อง การรักษาความปลอดภัยทางถนนทุกคนทำงานอย่างเต็มที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน รวมถึงจิตอาสาที่ทำงานในช่วงสงกรานต์หรือปีใหม่ไทยอย่างเข้มแข็ง ทุกคนเสียสละมาทุกปี ทหารอยู่ชายแดนก็ไม่ได้กลับบ้าน ทหารที่อยู่ภาคใต้ก็ไม่ได้กลับบ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องดูแลความสุขสงบก็ไม่ได้พักผ่อน ดังนั้นหากทุกคนไม่ช่วยกันจะโทษอะไรได้ โทษกฎหมาย โทษเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ทั้งหมด ดังนั้นต้องดำเนินการอย่างเต็มที่ เข้มงวดกฎหมาย และดำเนินการกับผู้ที่ละเมิดกฎหมายอย่างจริงจังและเด็ดขาด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวว่า ได้เตือนได้พูดกับเจ้าหน้าที่ ทั้งคนขับรถ ผู้ให้บริการแล้ว พูดจนไม่รู้จะพูดอย่างไรแล้ว เหมือนเดิม จึงอยากฝากสื่อและประชาชนช่วยเตือนสติทุกคน ข้อสำคัญเรื่องสุขภาพของคนขับรถ เจ้าหน้าที่หรือผู้ประกอบการต้องมีความรับผิดชอบให้มากขึ้น ในการดูแลความปลอดภัย อย่ามองว่ามีเรื่องเกิดขึ้นแล้วแก้ปัญหาไป อย่าลืมว่าชีวิตเอากลับมาไม่ได้ บาดเจ็บ สูญเสีย พิการ เดือดร้อนทั้งหมด เป็นเรื่องที่น่าเสียใจทุกครั้งที่มีวันหยุด แทนที่ทุกคนจะมีความสุข กลายเป็นความเสียใจที่ต้องทำพิธีศพ ซึ่งไม่น่าเกิดขึ้น
ปัญหายาวนาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ยังกล่าวถึงเหตุวัยรุ่นตีกันในโรงพยาบาลบ่อยครั้งมากขึ้นว่า ถือเป็นปัญหาของสังคมมายาวนาน เหมือนกับกรณีปัญหาเรื่องเด็กแว้น ที่มีการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ก็มีมาตลอด กฎหมายก็มีทุกตัว จับกุมทุกครั้งก็ยังไม่เข็ดหลาบ คงต้องใช้มาตรการทางกฎหมายให้มากยิ่งขึ้น ก็ขอให้คนไทยมีสติให้มากกว่าเดิม รู้สำนึกผิดชอบชั่วดี รักชีวิตตัวเอง รักชีวิตคนอื่นด้วย และอย่าอ้างเพียงแค่ขาดสติ เพราะน้ำเมาเป็นสิ่งที่ไม่มีใครบังคับ ทุกคนดื่มกินกันเองทั้งสิ้น เรารู้อยู่แล้วว่าไม่สามารถไปห้ามไม่ให้ดื่มเหล้าได้ทุกคน เราก็พยายามรณรงค์กันทุกปี เพราะฉะนั้นจิตสำนึกของแต่ละคนสำคัญที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ว่า ยังไม่พอใจมาตรการ เพราะยังมีคนเสียชีวิตอยู่ จึงถือว่ายังไม่ประสบความสำเร็จ มีคนเสียชีวิตคนเดียวก็ไม่ได้ ส่วนปีต่อไปจะปรับมาตรการอย่างไรนั้น เราพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้สถานการณ์ดีขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงมาตรการเพิ่มโทษผู้ตั้งใจกระทำความผิด พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เมื่อศาลไม่รับคงต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพิจารณาวิธีการต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยว่า ภาพรวมการเดินทางกลับเข้า กทม.หลังเทศกาล ประชาชนใช้เส้นทางได้ค่อนข้างสะดวก จราจรติดขัดน้อยลงกว่าเทศกาลที่ผ่านมา เนื่องจาก จนท.วางรูปแบบการอำนวยจราจรและปฏิบัติงานร่วมกันไว้ทุกส่วน รวมทั้งอาจเป็นเพราะมีวันหยุดมากกว่าทุกปี ประชาชนจึงวางแผนเดินทางล่วงหน้าและเดินทางกลับกันก่อน ทำให้ จนท.ทำงานได้เรียบร้อยขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนในวันนี้ จนท.เน้นการอำนวยความสะดวกประชาชนตามสถานีขนส่ง อำนวยการเดินทางกลับ การต่อรถ การใช้บริการรถรับจ้าง แท็กซี่ จยย. และป้องปรามมิจฉาชีพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับมาตรการ &amp;ldquo;ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ&amp;rdquo; พบผู้กระทำผิดในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุโดยประมาทด้วยการดื่มแล้วขับขี่ในวันที่ 16 เมษายน 2562 มีดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รถจักรยานยนต์ พบการกระทำความผิด 38,993 &amp;nbsp;ครั้ง เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องยึดรถไว้ 845 คัน และส่งผู้กระทำผิดดำเนินคดี 27,395 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคล พบการกระทำความผิด 32,503 ครั้ง ยึดใบอนุญาตขับขี่ไว้ 2,038 ใบ ยึดรถยนต์ 272 คัน ส่งผู้กระทำความผิดดำเนินคดี 18,360 คน
ยึดรถ 6,435 คัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยตลอด 6 วันที่ผ่านมา (11-16 เมษายน 2562) เจ้าหน้าที่ตรวจพบการกระทำความผิดในส่วนรถจักรยานยนต์ 177,134 ครั้ง รถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ 146,017 ครั้ง เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องยึดรถที่ฝ่าฝืนมาตรการ ดื่มไม่ขับไว้ 6,435 คัน (รถจักรยานยนต์ 4,752 คัน และรถยนต์ 1,683 คัน) และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด รถจักรยานยนต์ 131,674 คน รถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ส่วนบุคล 91,499 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม จนท.ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และจิตอาสา ยังคงต้องดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกประชาชนต่อไป เนื่องจากในบางพื้นที่ยังคงมีการจัดงานสงกรานต์ตลอดช่วงสัปดาห์นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายประสาร มหาลี้ตระกูล อธิบดีกรมคุมประพฤติ ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2562 เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2562 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่ายได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 16 เมษายน 2562 ซึ่งเป็นวันที่หกของการรณรงค์ &amp;ldquo;ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร&amp;rdquo; เกิดอุบัติเหตุ 367 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 42 ราย ผู้บาดเจ็บ 381 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็ว ร้อยละ 30.25 ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 27.79 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 78.84 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 64.03 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 43.05 บนถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 33.51&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01-20.00 น. ร้อยละ 25.89 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป ร้อยละ 31.21&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,040 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 65,375 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 1,048,847 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 239,295 ราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 64,829 ราย ไม่มีใบขับขี่ 57,087 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช (19 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ และระยอง (จังหวัดละ 4 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช (26 คน)&amp;nbsp;
เสียชีวิตแล้ว 348 ศพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 6 วัน (11-16 เม.ย. 62) เกิดอุบัติเหตุ 3,068 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 348 ราย ผู้บาดเจ็บ 3,176 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 5 จังหวัด ได้แก่ ตรัง พังงา แม่ฮ่องสอน สุโขทัย และอ่างทอง จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ (119 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา และอุดรธานี (จังหวัดละ 15 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช (126 คน)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปวิณ ชำนิประศาสน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มงานภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทยได้เน้นย้ำให้จังหวัดจัดประชุมศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัด เพื่อสรุปผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2562 พร้อมทั้งเร่งตรวจสอบข้อมูลผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน เพื่อให้ได้ข้อมูลสถิติอุบัติเหตุทางถนนที่ถูกต้องและเป็นไปตามมาตรฐานสากล รวมถึงวิเคราะห์สาเหตุหลักการเกิดอุบัติเหตุทางถนน นำไปปรับปรุงและพัฒนาแนวทางการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) เปิดเผยว่า ศปถ.จะรวบรวมปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วนให้คณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน และคณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบ เพื่อกำหนดมาตรการและแนวทางในการป้องกันและอุบัติเหตุทางถนนของประเทศ ทั้งในช่วงปกติและช่วงเทศกาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ศปถ.ยังคงรณรงค์การสร้างความปลอดภัยทางถนนอย่างเข้มข้นและต่อเนื่องตลอดทั้งปี เน้นการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด คุมเข้มพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุ โดยเฉพาะการขับรถเร็ว ดื่มแล้วขับ และไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย เพื่อให้ประชาชนเกิดความตระหนักและมีจิตสำนึกในการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองผู้บัญชาการกองบัญชาการศึกษา เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างนำกฎหมายจากประเทศญี่ปุ่นที่มีการควบคุมในการกระทำความผิดเรื่องของการดื่มแล้วขับ 3 ข้อ คือ 1.เจ้าของรถที่ให้ยืมต้องรับผิดด้วย 2.ร้านที่จำหน่ายเครื่องดื่ม ให้ผู้ขับขี่ที่ดื่มแล้วขับต้องมีส่วนร่วมในกระทำผิดด้วย และ 3.ผู้โดยสารที่อยู่ในรถไม่ห้ามปรามหรือส่งเสริมให้คนขับดื่มแอลกอฮอล์ต้องร่วมรับผิดด้วย ซึ่งทั้ง 3 ข้อนี้ซึ่งประเทศไทยยังไม่ได้มีกฎหมายดังกล่าว
เสนอรัฐบาลใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกฎหมายดังกล่าวจะถูกยกร่างโดยคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับ พ.ร.บ.จราจรทางบก ซึ่งคาดว่าจะเสนอได้ในรัฐบาลชุดใหม่ แล้วต้องดูว่ารัฐบาลเห็นด้วยหรือไม่ เมื่อเห็นด้วยก็จะเล่นเข้าสู่กระบวนการนิติบัญญัติ เมื่อกฎหมายแล้วเสร็จจะเสนอไปที่สภาพัฒน์ เนื่องจากเป็นคณะกรรมการพิเศษที่ตั้งโดยรัฐบาล จึงได้มอบหมายให้สภาพัฒน์ตั้งเรื่องและเป็นผู้เสนอเข้า ครม. จากนั้นส่งไปที่กฤษฎีกาและเสนอไปยังสภาผู้แทนราษฎรต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ข้อดีของกฎหมายใหม่นี้ ถ้าเกิดขบวนการทางกฎหมายที่เข้มแข็ง และทำให้พลเมืองยอมรับปฏิบัติตามการทำผิด จะลดลงเชื่อมั่นว่ากฎหมายที่ออกมาจะสำเร็จ เนื่องจากที่ญี่ปุ่นก็ทำแล้วเกิดความสำเร็จและทั้งหมดทั้งมวล เราได้ศึกษาจากความสำเร็จกฎหมายจากประเทศญี่ปุ่น และมั่นใจว่าหากนำมาใช้แล้วจะประสบผลสำเร็จ โดยกฎหมายใหม่นี้ จะเห็นได้ภายในปีนี้แน่นอน&amp;rdquo; พล.ต.อ.เอกรักษ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การรถไฟแห่งประเทศไทย สรุปยอดผู้โดยสารใช้บริการรถไฟเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2562 มีจำนวน 121,414 ราย เป็นผู้โดยสารปกติ 118,612 ราย ผู้โดยสารขบวนรถเสริม 2,802 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เส้นทางที่มีประชาชนเดินทางมากที่สุด อันดับหนึ่งเป็นรถไฟสายใต้ จำนวน 39,711 ราย รองลงมาเป็นสายตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 29,327 ราย, &amp;nbsp;สายเหนือ จำนวน 22,231 ราย, สายตะวันออก จำนวน 16,625 ราย และสายมหาชัย/แม่กลอง จำนวน 12,797 ราย ส่วนที่สถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) เช้านี้บรรยากาศทั่วไปเริ่มมีประชาชนเดินทางกลับจากภูมิลำเนาหนาแน่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับวันที่ 17 เม.ย. คาดการณ์จะมีประชาชนที่เดินทางกลับจากภูมิลำเนาเพื่อเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ประมาณ 95,086 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจิรศักดิ์ เยาว์วัชสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยถึงการเดินทางกลับเข้าสู่กรุงเทพมหานครของประชาชนหลังจากกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวในช่วงสงกรานต์ว่า วันนี้ (17 เม.ย.2562) ซึ่งเป็นวันเปิดทำงานวันแรก บขส. ประมาณการว่าจะมีประชาชนเดินทางกลับจากภูมิลำเนากว่า 140,000 คน โดย บขส.ได้จัดรถโดยสารรองรับ 7,800 เที่ยว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เมื่อวันที่ 16 เม.ย.2562 บขส.ได้เพิ่มเที่ยววิ่งรถโดยสาร (รถ บขส., รถร่วม, รถตู้) รองรับประชาชนในเที่ยวไป 7,934 เที่ยว สามารถรองรับผู้โดยสารได้กว่า 160,049 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการดูแลด้านความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน บขส.ได้จัดเตรียมเจ้าหน้าที่และพนักงานจิตอาสาคอยดูแลอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร ทั้งสถานีส่วนกลางและส่วนภูมิภาค พร้อมกันนี้ได้ประสานขอความร่วมมือจากองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) นำรถโดยสารต้นทางหมอชิต 2 จำนวน 13 เส้นทาง มาเสริมให้บริการภายในสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) ขาเข้า ตั้งแต่เวลา 04.00 น. และจัดรถ Shuttle bus มาให้บริการจากสถานีหมอชิต 2 ไปยังสถานีรถไฟฟ้า BTS และอนุสาวรีย์ชัยฯ ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ได้จัดรถสองแถวให้บริการฟรีแก่ผู้โดยสาร โดยออกจากชานชาลาขาเข้า ไปส่งบริเวณด้านหน้าสถานีรถไฟฟ้า BTS ถนนพหลโยธิน รวมทั้งได้ประสานคลื่นวิทยุ จส.100 และ สวพ.91 ประชาสัมพันธ์ให้แท็กซี่เข้ามารับผู้โดยสาร บริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) คาดว่าจะสามารถระบายผู้โดยสารที่เดินทางมาถึงให้เดินทางต่อไปยังจุดหมายได้อย่างเพียงพอ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33876</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชยพล ธิติศักดิ์, ประสาร มหาลี้ตระกูล, ปวิณ ชำนิประศาสน์, พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง, พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190417/image_big_5cb740d544719.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33635</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทรงห่วงใยผู้สูญเสียสงกรานต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยเรื่องการสูญเสียของประชาชนจากอุบัติเหตุช่วงเทศกาลสงกรานต์ ทรงเน้นทุกจังหวัดเริ่งดำเนินการแก้ปัญหาทุกมิติ สรุปตัวเลขสะสม 3 วัน เกิดอุบัติเหตุ 1,665 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 174 ราย ผู้บาดเจ็บ 1,728 คน พบการกระทำความผิด 32,772 ครั้ง ยึดรถจักรยานยนต์ไว้ 973 คัน รถยนต์ 330 คัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว &amp;nbsp; ทรงห่วงใยเรื่องการสูญเสียของประชาชนจากอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยรับสั่งผ่านมายัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ให้เจ้าหน้าที่พลเรือน ตำรวจ ทหาร และจิตอาสา ร่วมกันอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และรณรงค์ลดอุบัติเหตุให้ได้เช่นเดียวกับในหลายจังหวัดที่มีสถิติการสูญเสียเป็นศูนย์ พระองค์ท่านทรงเน้นว่าให้ทุกจังหวัดเร่งดำเนินการในทุกมิติ เพื่อลดอุบัติเหตุและการสูญเสียให้ได้โดยเร็ว และหากต้องการขอรับการสนับสนุนสิ่งใดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ให้แจ้งไปยังรัฐบาลได้ทันที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ย้ำว่านับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ โดยได้กำชับให้ทุกภาคส่วนน้อมนำพระราชกระแสรับสั่งไปปฏิบัติอย่างเคร่งครัด และให้ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนเป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการความร่วมมือให้เกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.วีรชนเปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นห่วง โดยเพียง 2 วันของการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 100 ราย และมีผู้บาดเจ็บมากกว่า 1,000 ราย ซึ่งสาเหตุหลักมาจากการเมาแล้วขับและขับรถเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายกฯ เสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสีย และฝากเตือนให้ผู้ใช้รถใช้ถนนใช้ความระมัดระวังมากกว่านี้ โดยในวันนี้เป็นวันครอบครัว ซึ่งมีจุดประสงค์สำคัญคือการส่งเสริมให้สมาชิกในครอบครัวได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข จึงอยากให้ทุกคนดูแลกันและกัน ตักเตือนคนในบ้านและญาติมิตรไม่ให้ขับรถหลังดื่มสุราหรือมีอาการมึนเมา รวมทั้งปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.วีรชนกล่าวด้วยว่า นายกฯ เน้นย้ำทุกคนต้องรักตัวเอง ผู้ใหญ่ต้องดูแลเด็ก โดยให้คำแนะนำเรื่องความปลอดภัย และควรฉลองสงกรานต์อย่างเหมาะสม คำนึงถึงการรักษาประเพณีที่งดงาม เล่นน้ำอย่างรู้คุณค่า พร้อมทั้งเตือนสติเรื่องการให้เกียรติกัน โดยเฉพาะฝ่ายชายที่ต้องให้เกียรติฝ่ายหญิง ส่วนฝ่ายหญิงก็ควรระมัดระวังเรื่องการแต่งกายและแสดงออกในที่สาธารณะด้วยความสุภาพ
ยึดใบขับขี่แล้วร่วม 2 พันคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า จากมาตรการ ดื่มไม่ขับ จับยึดรถเมื่อวันที่ 13 เมษายน พบผู้กระทำผิดในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุโดยประมาทด้วยการดื่มแล้วขับขี่ แบ่งเป็นรถจักรยานยนต์ พบการกระทำความผิด 32,772 ครั้ง เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องยึดรถจักรยานยนต์ไว้ 973 คัน และส่งผู้กระทำผิดดำเนินคดี 24,866 คนสำหรับรถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคล พบการกระทำความผิด 25,446 ครั้ง เจ้าหน้าที่ได้ยึดใบขับขี่ไว้ 1,972 คน ยึดรถยนต์ 330 คัน ส่งผู้กระทำความผิดดำเนินคดี 15,049 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยตลอด 3 วันที่ผ่านมา (11-13 เม.ย.62) ตรวจพบผู้กระทำผิด 98,808 คน เจ้าหน้าที่ได้ยึดรถที่ฝ่าฝืนมาตรการดื่มไม่ขับไว้แล้ว 2,294 คัน (รถจักรยานยนต์ 1,685คัน และรถยนต์ 609 คัน) และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด ในส่วนรถจักรยานยนต์ 44,024 คน รถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ส่วนบุคล 27,283 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ถนนหลายสายในเมืองใหญ่ถูกจัดให้มีงานเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์ ท่ามกลางประชาชนที่มาร่วมงานจำนวนมาก โดยตลอดการจัดงานเมื่อวานนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย ฝ่ายปกครอง จิตอาสา ได้ร่วมกันรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกประชาชนอย่างเต็มที่ ภาพรวมผู้มาร่วมงานให้ความร่วมมือปฏิบัติตามคำแนะนำในมาตรการดูแลความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ รวมทั้งการเล่นน้ำอย่างสุภาพ ตามช่วงเวลาที่เหมาะสม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยสถิติการดำเนินคดีช่วง 7 วันอันตราย ระหว่างวันหยุดยาวสงกรานต์นี้ ตั้งแต่วันที่ 11-17 เม.ย.นี้ว่า นับตั้งแต่วันที่ 11-13 เม.ย.2562 คดีความผิด พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 เข้าสู่ศาลต่างๆ ทั่วประเทศ 9,836 คดี พิพากษาเสร็จทั้งสิ้น 9,672 คดี คิดเป็น 98.33%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยจำนวนดังกล่าว คดีเข้าสู่พิจารณาของศาลในวันที่ 11 เม.ย. จำนวน 1,609 คดี, วันที่ 12 เม.ย. จำนวน 1 คดี ซึ่งเป็นคดีเข้าสู่การพิจารณาของศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดนครราชสีมา ในข้อหาขับรถขณะเมาสุราและขับรถขณะเสพยาเสพติด และวันที่ 13 เม.ย. จำนวน 8,226 คดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุริยัณห์กล่าวอีกว่า โดยศาลที่มีปริมาณคดีเข้าสู่การพิจารณาสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ 1.ศาลแขวงเชียงใหม่ จำนวน 507 คดี 2.ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน 44 คดี 3.ศาลแขวงชลบุรี จำนวน 320 คดี 4.ศาลแขวงอุบลราชธานี จำนวน 295 คดี 5.ศาลจังหวัดมหาสารคาม จำนวน 291 คดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งข้อหาที่มีการกระทำความผิดสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ 1.ขับรถขณะเมาสุรา จำนวน 9,761 ข้อหา 2.ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาต จำนวน 1,366 ข้อหา 3.ขับรถขณะเสพยาเสพติดจำนวน 316 ข้อหา ขณะที่จำเลยที่ขึ้นสู่การพิจารณาของศาลก็ยังคงเป็นจำเลยสัญชาติไทยที่มีจำนวนมากที่สุดคือ 10,922 คน และจำเลยสัญชาติอื่น จำนวน 489 คน
คดีเมาขับพุ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุริยัณห์กล่าวตอนท้ายด้วยว่า การเคารพกฎหมาย กับการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัดถือว่ามีความสำคัญพอๆ กันที่จะช่วยให้สังคมสงบสุขและเรียบร้อย ซึ่งในช่วงวันหยุดสงกรานต์ ก็ฝากถึงผู้ใช้เส้นทางต่างๆ สัญจร ขับขี่โดยคำนึงถึงปลอดภัยทั้งของตนเองและผู้อื่นด้วย เพื่อไม่ให้ต้องเกิดความเสียหายหรือเป็นคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายประสาร มหาลี้ตระกูล อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวว่า สถิติคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติทั่วประเทศในวันสงกรานต์ (13 เม.ย.) พุ่งสูงกว่า 3,455 คดี จำแนกเป็น คดีขับรถขณะเมาสุรา จำนวน 3,454 คดี คิดเป็นร้อยละ 99.97 และคดีขับเสพ จำนวน 1 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.03 นอกจากนี้ ศาลยังสั่งใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) ในฐานความผิดขับรถขณะเมาสุรา จำนวนกว่า 165 ราย โดยส่วนใหญ่กำหนดเงื่อนไขห้ามออกจากที่พักอาศัย ตั้งแต่เวลา 22.00-04.00 น. เป็นเวลา 7-15 วัน คุมความประพฤติ 1 ปี รายงานตัวจำนวน 4 ครั้ง พร้อมทั้งทำงานบริการสังคม 24 ชั่วโมง เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับยอดสะสมสถิติคดีที่ศาลสั่งคุมประพฤติในช่วง 3 วันที่มีการควบคุมเข้มงวด (11-13 เม.ย. 2562) มีจำนวนทั้งสิ้น 4,057 คดี จำแนกเป็นคดีขับรถขณะเมาสุรา จำนวน 3,899 คดี คิดเป็นร้อยละ 96.11 คดีขับเสพ จำนวน 149 คดี คิดเป็นร้อยละ 3.67 คดีขับรถประมาท จำนวน &amp;nbsp;9 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.22 จังหวัดที่มีสถิติคดีขับรถขณะเมาสุราสะสมสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ จังหวัดมหาสารคาม จำนวน 337 คดี, &amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร จำนวน 245 คดี และจังหวัดนครพนม จำนวน 211 คดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีกรมคุมประพฤติกล่าวย้ำมาตรการเข้มสำหรับผู้ถูกคุมความประพฤติในฐานความผิดขับรถขณะเมาสุราที่กระทำผิดซ้ำ หรือผู้ถูกคุมความประพฤติฐานความผิดขับรถขณะเมาสุรา เป็นเหตุให้ผู้อื่นเป็นอันตรายต่อร่างกายและชีวิต ที่ศาลมีคำสั่งให้สืบเสาะและพินิจว่า กรมคุมประพฤติจะตรวจสอบประวัติการกระทำผิดและทำการประเมินพฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตามแบบประเมินของกระทรวงสาธารณสุข แบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ต่ำ ปานกลาง และสูง ในกลุ่มที่มีผลการประเมินสูง จะส่งต่อไปยังสถานพยาบาลเพื่อดำเนินการบำบัดรักษาต่อไป ตามโครงการบำบัดฟื้นฟูสภาพ ผู้ดื่มแล้วขับถูกจับ ผิดซ้ำ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2562 ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม และกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า สำหรับระยะเวลาการบำบัดรักษาขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์และความรุนแรงของอาการ ในตามปกติระยะเวลาการบำบัด คือ 3 เดือน โดย 1 เดือนแรกจะเป็นการบำบัดรักษา 1 ครั้งต่อสัปดาห์ ในเดือนที่ 2-3 เป็นการติดตามพฤติกรรมการดื่มสุรา แต่หากมีปัญหาสุขภาพจิตควบคู่ด้วยจะมีการรักษาที่ใช้ระยะเวลา 4 เดือน ทั้งแบบผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน และหากเป็นระยะติดสุราเรื้อรัง การบำบัดจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือน
3 วันตายแล้ว 174 ศพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชาย นครชัย อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2562 เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2562 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่าย ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 13 เมษายน ซึ่งเป็นวันที่สามของการรณรงค์ &amp;ldquo;ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร&amp;rdquo; เกิดอุบัติเหตุ 700 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 67 ราย ผู้บาดเจ็บ 733 คน &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับร้อยละ 42.71, ขับรถเร็ว ร้อยละ 26.14 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 81.08 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 66.43, บนถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 37.29, ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 37.00&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01-20.00 น. ร้อยละ 32.43 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป ร้อยละ 21.75 ทั้งนี้ ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,042 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 65,444 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 1,023,123 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 226,655 ราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 63,196 ราย ไม่มีใบขับขี่ 57,520 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ สกลนคร (28 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ บุรีรัมย์ น่าน และอุดรธานี (4 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ สกลนคร (33 คน)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 3 วัน (11-13 เม.ย. 62) เกิดอุบัติเหตุ 1,665 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 174 ราย ผู้บาดเจ็บ 1,728 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 17 จังหวัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช (69 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ อุดรธานี (10 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช (69 คน)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชายกล่าวต่อไปว่า หลายพื้นที่ยังคงเล่นน้ำสงกรานต์และมีการเฉลิมฉลองด้วยเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทำให้ถนนสายรองที่เชื่อมต่อเส้นทางสายหลักและระหว่างอำเภอมีสถิติอุบัติเหตุทางถนนสูง ศปถ. ได้กำชับจังหวัดประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง เน้นการดูแลบริเวณสถานที่จัดงาน แหล่งท่องเที่ยวสำคัญในพื้นที่ พื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ และเส้นทางโดยรอบพื้นที่โซนนิ่งเป็นพิเศษ รวมถึงเพิ่มความเข้มข้นในการปฏิบัติงานของด่านชุมชน จุดตรวจ และจุดสกัด เพื่อเฝ้าระวังผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงดื่มแล้วขับ ขับรถเร็ว กลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เล่นน้ำที่ไม่สวมหมวกนิรภัย และรถกระบะบรรทุกคนเล่นน้ำที่ใช้ความเร็ว&amp;nbsp;
ขับเร็ว=ตาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมทั้งให้เข้มงวดการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงที่นำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุ นอกจากนี้ ให้จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติในพื้นที่ท่องเที่ยวทุกแห่งทั่วประเทศ อีกทั้งรณรงค์ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเล่นน้ำสงกรานต์ตามประเพณีวิถีไทย &amp;ldquo;เล่นน้ำแบบไทย ใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า&amp;rdquo; ไม่เล่นน้ำในลักษณะรุนแรง ตลอดจนรณรงค์การแต่งกายที่สุภาพและเหมาะสม เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมไทยและเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายปวิณ ชำนิประศาสน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มงานภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง เปิดเผยว่า จากสถิติอุบัติเหตุทางถนนที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตในช่วง 3 วันที่ผ่านมา พบว่า ผู้เสียชีวิตกว่าร้อยละ 54.60 เป็นคนในพื้นที่ โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ขับขี่ร้อยละ 63.79 ผู้โดยสารร้อยละ 25.86 โดยสาเหตุที่ทำให้เสียชีวิตเกิดจากการขับรถเร็ว ซึ่งมีอัตราการเสียชีวิต ณ จุดเกิดเหตุสูงถึงร้อยละ 49.43 กระทรวงมหาดไทยจึงได้สั่งการเน้นย้ำให้หน่วยปฏิบัติในระดับพื้นที่เข้มข้นการปฏิบัติงานของด่านชุมชน และจุดสกัดในพื้นที่ชุมชน/หมู่บ้าน โดยเฉพาะจุดเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เน้นกวดขันผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงขับรถเร็วและดื่มแล้วขับเป็นพิเศษ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวและจัดงานสงกรานต์ ได้กำชับให้เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ในการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่โซนนิ่งเล่นน้ำสงกรานต์และเส้นทางโดยรอบพื้นที่เล่นน้ำ รวมถึงดูแลการเปิด-ปิดสถานบริการ สถานบันเทิง โดยเข้มงวดกวดขันการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลักษณะเร่ขายในพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ เพื่อลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนและการเล่นน้ำไม่ปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) เปิดเผยว่า ศปถ.ได้ประสานจังหวัดดำเนินมาตรการทางสังคมและมาตรการชุมชนอย่างเข้มข้นในการดูแลความปลอดภัยทางถนนในพื้นที่ โดยให้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ทหาร อาสาสมัคร และชุดสายตรวจเคลื่อนที่คุมเข้มมิให้นำรถกระบะบรรทุกคนเล่นน้ำในพื้นที่โซนนิ่งและบริเวณที่จัดงานสงกรานต์ เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุทางถนน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ช่วงวันที่ 14-16 เมษายน 2562 ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนในลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง ซึ่งสภาพถนนเปียกลื่นและทัศนวิสัยในการขับขี่ไม่ดี อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ จึงขอฝากเตือนประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการเดินทางและปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ เพื่อให้การเดินทางและการเล่นน้ำสงกรานต์เป็นไปด้วยความปลอดภัย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33635</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาย นครชัย, ประสาร มหาลี้ตระกูล, ปวิณ ชำนิประศาสน์, พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง, พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค, สุริยัณห์ หงษ์วิไล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190414/image_big_5cb34a66ab7ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
