<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116605</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2021 21:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2021 21:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราชกิจจาฯแพร่ประกาศ ป.ป.ง. ให้ผู้เสียหายจาก &#039;ประสิทธิ์ เจียวก๊ก&#039; ยื่นคุ้มครองสิทธิ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ประสิทธิ์ เจียวก๊ก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ย. 64 - เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศพนักงานเจ้าหน้าที่ สำนักงาน ปปง. เรื่อง ให้ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอคุ้มครองสิทธิจากการกระทำความผิดมูลฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วย คณะกรรมการธุรกรรมได้มีมติในการประชุมครั้งที่ ๙/๒๕๖๔ เมื่อวันที่ ๗ กันยายน ๒๕๖๔ ให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราว ราย นายประสิทธิ์ เจียวก๊ก กับพวก จำนวน ๘๙ รายการ พร้อมดอกผล มีกำหนดไม่เกิน ๙๐ วัน (เก้าสิบวัน) นับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการธุรกรรมมีมติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๔ แห่งระเบียบคณะกรรมการธุรกรรมว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหายในความผิดมูลฐานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. ๒๕๕๙ จึงขอให้ผู้เสียหายที่ได้รับความเสียหายในทางทรัพย์สินจากการกระทำความผิดดังกล่าวข้างต้นและไม่อาจดำเนินการเพื่อขอคืนทรัพย์สินหรือชดใช้คืนความเสียหายดังกล่าวได้ตามกฎหมายอื่นหรือดำเนินการตามกฎหมายอื่นแล้วแต่ไม่เป็นผล ยื่นคำร้องพร้อมหลักฐานแสดงรายละเอียดแห่งความเสียหายและจำนวนความเสียหายที่ได้รับต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงาน ปปง. ภายในกำหนดเวลา ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ทั้งนี้ การดำเนินการยื่นคำร้องดังรายละเอียดแนบท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศนี้ ประกาศ ณ วันที่ ๗ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๔&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชลธิชา ดาวเรือง
ผู้อำนวยการกองคดี ๓
หัวหน้าพนักงานเจ้าหน้าที่ สำนักงาน ปปง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116605</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปปง, ประสิทธิ์ เจียวก๊ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210516/image_big_60a127bc3fcb1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114610</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2021 13:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2021 13:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คำสั่ง &#039;ผู้กำกับโจ้-ประสิทธิ์ เจียวก๊ก&#039; พ้นสภาพจิตอาสา 904  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ส.ค.64 - ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน มีคำสั่งให้บุคคลพ้นสภาพจากการเป็นจิตอาสา 904&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกอบด้วย พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล จิตอาสา 904 รหัสประจำตัว 2A-065 และนายประสิทธิ์ เจียวก๊ก จิตอาสา 904 รหัส 3ก-355 พ้นสภาพจากการเป็นจิตอาสา 904&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมเรียกคืนเครื่องแต่งกาย หมวก ผ้าพันคอ เครื่องหมายจิตอาสา 904 (ปีกโลหะ/ปีกผ้า) บัตรประจำตัวจิตอาสา 904 และใบประกาศนียบัตร ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม 2564 เป็นต้นไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114610</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิตอาสา, ประสิทธิ์ เจียวก๊ก, ผู้กำกับโจ้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210826/image_big_61272f6c1adf3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109818</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2021 15:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2021 15:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษก ปชป. รับเป็นทนายให้ &#039;ประสิทธิ์ เจียวก๊ก&#039; ชาวบ้านหาเช้ากินค่ำถูกฟ้องผิดคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ค.64 - นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะเลขานุการประธานรัฐสภา กล่าวถึงกรณีที่มีประชาชนในพื้นที่จังหวัดกระบี่ ชื่อนายประสิทธิ์ เจียวก๊ก&amp;nbsp;ถูกฟ้องผิดตัว ว่า ได้รับการประสานจากนายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้ติดตามข่าวนี้อย่างใกล้ชิด และมีความเป็นห่วง อยากให้เข้าไปให้ความช่วยเหลือทางด้านกฎหมาย เพื่อให้ความเป็นธรรมต่อนายประสิทธิ์ เจียวก๊ก ที่ไม่ได้กระทำความผิดตามที่ถูกฟ้อง และปรากฏข้อเท็จจริงชัดว่ากรณีนี้ เป็นการฟ้องผิดคน เพราะนายประสิทธิ&amp;nbsp;มีอาชีพรับจ้างก่อสร้าง รายได้วันละ 200 บาท ไม่ได้ไปดำเนินการตั้งบริษัทแต่อย่างใด&amp;nbsp; และไม่ได้ประกอบธุรกิจตามที่ถูกกล่าวหา กลับถูกฟ้องต่อศาลอาญา ในความผิดฐานฉ้อโกงเป็นจำนวนถึง 4 คดี และมีหมายศาลให้ไปขึ้นศาล ในวันที่ 23 ส.ค.64 เวลา 13.30 น. ซึ่งเป็นวันนัดไต่สวนมูลฟ้องคดีอาญา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายราเมศ กล่าวว่า ตนได้ประสานไปยังนายสาคร เกี่ยวข้อง ส.ส.กระบี่ พรรคประชาธิปัย์ เพื่อร่วมให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน จึงทำการสอบถามข้อร้องเรียนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมผ่านระบบ Video Conference (วีดีโอคอนเฟอเรนซ์) ซึ่งมีหลานของนายประสิทธิ์ ได้ดำเนินการให้นายประสิทธิ์ ได้พูดคุย เพราะไม่สามารถติดต่อผ่านช่องทางนี้ได้ ด้วยตนเอง พบว่าเป็นการฟ้องที่ผิดตัวจริง เพราะความจริงแล้ว มีคนที่ชื่อเดียวกันเป็นนักธุรกิจชื่อดัง ที่ถูกฟ้องคดีเป็นจำนวนมาก และเป็นคนจังหวัดกระบี่เหมือนกัน&amp;nbsp; และนายประสิทธิ์จะได้นำส่งคำฟ้องทั้งหมดเพื่อให้ดำเนินการช่วยเหลือต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมจะรับเข้าเป็นทนายความให้นายประสิทธิ์เพื่อตามหาความเป็นธรรมให้ ข้อเท็จจริงไม่มีความยุ่งยาก แต่การไม่ได้รับความเป็นธรรมเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ชาวบ้านหาเช้ากินค่ำ เมื่อได้รับหมายศาล คดีอาญา ถึงขั้นมีโทษติดคุกติดตะราง ไม่ใช่เรื่องเล็ก ที่น่าเห็นใจคือมีคนแนะนำให้นายประสิทธิ์ ไปเปลี่ยนชื่อหากไม่อยากถูกฟ้องผิดตัว ซึ่งไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้อง ทั้งนี้ จะมีหลานของนายประสิทธิ์และนายสาคร รับผิดชอบในการรวบรวมเอกสารในพื้นที่เพื่อเตรียมใช้ในวันขึ้นศาลต่อไป&amp;quot; เลขาประธานรัฐสภา กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109818</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกระบี่, ประสิทธิ์ เจียวก๊ก, ฟ้องผิดคน, ราเมศ รัตนะเชวง, ศูนย์ดำรงธรรมจ.กระบี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210714/image_big_60ee94b882277.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109675</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2021 14:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2021 14:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประสิทธิ์ เจียวก๊ก&#039; ร้องศูนย์ดำรงธรรม จ.กระบี่ ถูกฟ้องผิดคน ยันทำงานรับจ้างไม่มีบริษัท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ค.64 - นายประสิทธิ์ เจียวก๊ก อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 284 หมู่ที่ 1 ตำบลหนองทะเล อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ พร้อมด้วยนายสมบูรณ์ เจียวก๊ก อายุ 54 ปี พี่ชาย&amp;nbsp;ได้นำเอกสารหลักฐานการถูกฟ้องคดีเข้าร้องขอความเป็นธรรมกับศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกระบี่ เพื่อขอให้ช่วยประสานโจทก์ช่วยถอนฟ้องคดีให้ เนื่องจากจากเชื่อว่าเป็นการฟ้องผิดตัวอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประสิทธิ์ กล่าวว่า ตนมีอาชีพรับจ้างทั่วไป มีรายได้วันละ 200-300 บาท ไม่มีบริษัทเป็นของตัวเอง และตำแหน่งอยู่ในบริษัทตามที่ผู้ฟ้องกล่าวอ้าง (บ.เว็บสวัสดี สวัสดี จำกัด (มหาชน) โดยเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีหมายศาลอาญามาถึงตนนัดไต่สวนมูลฟ้องคดีอาญา ในวันที่ 23 ส.ค.64 รู้สึกตกใจมาก ไม่รู้จะปรึกษาใคร จึงได้เดินทางมาร้องขอความเป็นธรรมกับศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกระบี่ ให้ช่วยเหลือและประสานโจทย์ช่วยถอนฟ้องให้ด้วย เพราะเชื่อว่าคนฟ้องต้องการฟ้อง นายประสิทธิ์ เจียวก๊ก ซึ่งเป็นคนละคนกับตนที่เป็นข่าวโด่งดังก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า เมื่อปี 2561 ตนเคยถูก ปปช.เรียกไปสอบสวนเกี่ยวกับคดีเลี่ยงภาษีจากการขายคอนโดมิเนียม แถวย่านอ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ หลังจากตนเข้าให้ข้อมูล เรื่องก็เงียบหายไป จนมาถูกฟ้องคดีอีกครั้ง ตอนนี้ยอมรับว่ากังวลมาก กลัวจะติดคุกกับสิ่งที่ไม่ได้ทำ และขอวิงวอนไปยังคนฟ้อง หากทราบข่าวนี้ ช่วยถอนฟ้องคดีให้กับตนด้วย เพราะตนไม่มีปัญญาจะหาเงินไปวิ่งเต้นสู้คดี และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าศาลอาญาอยู่ที่ไหน ค่าใช้จ่ายในการเดินทางก็ไม่มี เพราะทำงานจ้างรายวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายสมบูรณ์ เจียวก๊ก พี่ชายนายประสิทธิ์&amp;nbsp;ยังกล่าวด้วยว่า สำหรับนายประสิทธิ์ คนที่เป็นข่าวโด่งดัง ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวกัยครอบครัว และไม่เคนเจอหน้ากัน ส่วนเป็นญาติกันหรือไม่ก็ไม่ทราบ เท่าที่รู้มีนามสกุลเหมือนกันและที่โชคร้าย ชื่อของน้อง ก็ไปตรงกัน ยอมรับว่าเห็นนายประสิทธิ์ เพียงแต่ในทีวีเท่านั้น ตอนนี้เป็นห่วงน้องมาก เพราะทราบว่าถูกฟ้องในคดีฉ้อโกง รวมถึง 4 คดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายกฤตย์พล ปัจฉิม จนท.ศูนดำรงธรรม จ.กระบี่ ได้แนะนำให้นายประสิทธิ์ผู้ที่ถูกฟ้องเดินทางไปที่ศาลอาญาตามที่ศาลได้นัดหมาย เพื่อชี้แจงรายละเอียดต่อศาล ซึ่งเชื่อว่าคดีนี้เป็นการฟ้องผิดตัวอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109675</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกระบี่, ประสิทธิ์ เจียวก๊ก, ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกระบี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210714/image_big_60ee94b882277.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104471</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2021 15:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2021 12:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หวั่นหอบทรัพย์สินหลบหนี!กลุ่มผู้เสียหายคดี&#039;ประสิทธิ์​ เจียวก๊ก&#039;ยื่นศาลค้านประกันตัวกลุ่มผู้ต้องหา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
28 พ.ค.64 - ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก&amp;nbsp; ตัวแทนกลุ่มผู้เสียหายที่ร่วมลงทุนกับเครือข่ายธุรกิจของนายประสิทธิ์ ​เจียว​ก๊ก​ ประธานโครงการคืนคุณแผ่นดิน ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงประชาชน ที่ร่วมกันกับนายกิตติศักดิ์ เย็นนานนทน์ รองประธานกรรมการบริหารบริษัทในเครือนายประสิทธิ์และพวก เดินทางมายื่นคัดค้านการประกันตัวนายประสิทธิ์​และนายกิตติศักดิ์ เนื่องจากมีความกังวลว่าหากผู้ต้องหาได้รับการปล่อยชั่วคราวจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานในคดีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยหนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า วันนี้ต้องการมาให้กำลังใจ และขอความเมตตาจากศาล เพื่อคัดค้านการประกันตัวนายประสิทธิ์ เพราะกังวลว่าจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน และจะนำเอาทรัพย์สินทั้งหมดหลบหนีไป นอกจากนี้ในช่วงบ่าย กลุ่มผู้เสียหายจะนำหลักฐานมอบให้พนักงานสอบสวนกองปราบปราม เพื่อให้ตรวจสอบเส้นทางการเงิน และการโอนซื้อขายหุ้นของบริษัท พุทธธรรมประกันภัย จำกัด (มหาชน) รวมทั้ง เส้นทางการทำธุรกรรมทางการเงินของผู้ต้องหาที่ใกล้ชิดกับนายประสิทธิ์ เนื่องจากทางกลุ่มผู้ต้องหามีการซื้อขายหุ้นมูลค่าหลายสิบล้านบาท ซึ่งกลุ่มผู้เสียหาย มองว่าเป็นการยักย้ายถ่ายเทเงินและทรัพย์สินต่างๆของเครือข่ายกลุ่มนี้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104471</URL_LINK>
                <HASHTAG>คัดค้านประกันตัว, ประสิทธิ์ เจียวก๊ก, ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกง, พุทธธรรมประกันภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210528/image_big_60b07adaaeb8f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104072</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2021 09:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2021 09:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคแนะประชาชนอย่าหลงเชื่อการลงทุนที่ไม่มีตัวตน ยกเคสแชร์ลูกโซ่ &#039;ประสิทธิ์ เจียวก๊ก&#039; เป็นบทเรียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ค. 2564 &amp;nbsp;นางนฤมล เมฆบริสุทธิ์ รองผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เปิดเผยถึงกรณีคดีฉ้อโกงประชาชนในการชักชวนลงทุนตามที่นายประสิทธิ์ เจียวก๊ก ได้มีการชักชวนลงทุนทำธุรกิจกระเป๋าแบรนด์เนม ว่า เพื่อไม่ให้เป็นการหลงกลกลุ่มมิจฉาชีพประชาชนต้องสังเกตุว่าธุรกิจดังกล่าวนั้นเป็นธุรกิจลักษณะไหน สำหรับธุรกิจที่ไม่มีสินค้าแล้วมีการดำเนินการให้มีการลงทุนชักชวน โดยอ้างว่าลงทุนในรูปแบบของอสังหาริมทรัพย์,ลงทุนเรื่องการออมต่างๆตามที่นายประสิทธ์ ได้ทำ แล้วบอกว่าจะได้ผลกำไรจากการลงทุน ถือว่าไม่ใช่การตลาดแบบตรงหรือการขายตรงตาม พ.ร.บ.การตลาดแบบตรงและขายตรง พ.ศ.2545 ถือเป็นการกระทำที่ผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนฤมล กล่าวว่าสำหรับธุรกิจลักษณะการลงทุนแบบนี้จะต้องขออนุญาติจากคณะกรรมการกำกับตลาดหลักทรัพย์ &amp;nbsp;คือเรื่องการลงทุนการประกอบธุรกิจต้องมีการขออนุญาติจดทะเบียนแต่กรณีของนายประสิทธิ์ เป็นลักษณะที่ว่าอ้างว่ามีการลงทุนทำธุรกิจเกี่ยวกับด้านอสังหาริมทรัพย์ แต่ไม่ได้ระบุว่าอสังหาริมทรัพย์อะไร ซึ่งในรายละเอียดบอกแค่ว่าหากมีหากมีบัตรเครดิต มีเงินฝากสามารถเข้ามาร่วมลงทุนได้ แล้วจะได้ผลกำไรจากการลงทันนั้น กรณีนี้เข้าข่ายแชร์ลูกโซ่อย่างแน่นอน เนื่องจากพ.ร.บ.การตลาดขายตรงกำหนดเรื่องการได้รับผลตอบแทนในลักษณะการสมัครสมาชิกและได้ผลประโยชน์จากการชักชวนคนมาสมัครสมาชิก ถือเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับแชร์ลูกโซ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับวิธีสังเกตุเฝ้าระวังกลุ่มมิจฉาชีพ มีดังนี้ 1.ธุรกิจที่แอบอ้างมีตัวตนหรือไม่ เพราะไม่ว่าธุรกิจอะไรก็ตามหากเราต้องการที่จะเข้าไปซื้อหุ้นหรือลงทุน เราจะเห็นตัวตนของธุรกิจนั้นๆเช่น ลงทุนกับธุรกิจที่เกี่ยวกับพลังงานจะเห็นว่ามีกลุ่มพลังงานกี่บริษัท ดังนั้นบริษัท ที่เขาแอบบอ้างต้องมีตัวตน มีข้อมูลที่เราสามารถตรวจสอบได้ ไม่ว่าจะเป็นกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือคณะกรรมการกำกับตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งมีข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุนการซื่อหุ้นหรือตราสานทั้งหลาย ซึ่งจะมีข้อมูลตรวจสอบของแต่ละหน่วยงาน 2.การลงทุนถ้าเอามาแล้วลักษณะไปพูดให้เห็นภาพว่า ถ้ามีการลงทุนแล้วจะได้ผลกำไรประมาณนี้ ซึ่งเขาจะมีวิธีการพูดที่เป็นการชักจูงด้วยการเอาผลกำไรและทรัพย์สินมาให้ดูว่ารวยขนาดไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และ3.ธุรกิจที่เกิดขึ้นหรืออ้างว่ามีสินค้า ดังนั้นหากเป็นธุรกิจแบบตรงจริงๆเห็นได้ง่ายแบบธุรกิจขายตรง เจากร้านค้าที่มีชื่อเสียง เช่นแอมเวย์, กีฟฟาลีน และมีสทีน เหล่านี้คือการตลาดแบบตรงและการขายตรง ซึ่งธุรกิจดังกล่าวนี้ได้มีการขออนุญาติจดทะเบียนที่คณะกรรมการคุมครองผู้บริโภค เนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) &amp;nbsp; เป็นนายทะเบียน ดังนั้นช่องทางที่เราจะสามารถตรวจสอบได้ว่าธุรกิจนั้นๆประกอบธุรกิจถูกต้องตามกฏหมายหรือไม่ก็สามารถตรวจสอบได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการร้องเรียนผ่านสามาคมผู้บริโภคที่ผ่านมานั้น โดยหลักการค่อยข้างเยอะในเชิงปัญหา แต่ผู้ที่มาร้องเรียนแบบจริงจังมีเพียง1-3 ราย แต่กลุ่มก้อนที่เจอปัญหาเหล่านั้นมักจะมีการพูดคุยหารือกันในเฟซบุ๊คหรือในเพจของตัวเอง สุดท้ายก็ไปแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนกรณีที่ผ่านมานั้นผู้เสียหายได้รับเงินค่าเสียหายหรือไม่นั้น เรื่องนี้ต้องดูเป็นกรณี ซึ่งต้องดูว่าเส้นทางการเงินตรวจสอบแล้วสามารถที่จะอายัดทรัพย์สินหรือเงินได้หรือไม่ ซึ่งต้องดำเนินคดีกับผู้ประกอบธุรกิจโดยเร็วเพื่อให้ตำรวจประสานไปที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.)ตรวจสอบเส้นทางการเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางนฤมล กล่าวว่าขณะนี้กลโกงมีหลากหลายรูปแบบในการลงทุน ซึ่งมองว่าหากผู้บริโภคจะมช้วิธีการลงทุนเพื่อเป็นการออมหรือเป็นการสร้างอนาคตให้ตัวเอง การศึกษาข้อมูลของการลงทุนเป็นเรื่องสำคัญ และการที่จะลงทุนกับธุรกิจที่ไม่มีตัวตน จะทำให้มีความเสี่ยงและสิ่งสำคัญอย่าหลงเชื่อว่าผู้ที่มาชักชวนนั้นรวย คนที่รวยอาจจะโกงเราก็ได้ความรวยของเขา โดยการนำบ้านหลังใหญ่ๆหรือรถหรูๆมาโชว์ ธุรกิจแบบนี้เรียกภาษาชาวบ้านคือ&amp;rdquo;ธุรกิจที่ใช้ความโลภของมนุษย์เป็นพื้นฐานในการทำธุรกิจ และช่องทางการโกง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กลโกง การหลอกลวงที่พบในขณะนี้คือ แชร์ลูกโซ่และการพนันออนไลน์ จะใช้วิธีให้เราได้ก่อน และพอสุดท้ายเขาจะเอาเงินเราไปเรื่อยๆเพราะเราอยากรวย แรกๆอาจจะได้มาบ้าง เพื่อให้ผู้เล่นตายใจ เล่นแล้วได้จริง จากนั้นผู้เล่นจะมีการบอกต่อว่าเล่นแล้วได้จริง เมื่อหลวมตัวเข้าไปเล่นทำให้หมดตัวได้ ดังนั้นหากจะลงทุนอะไรก็แล้วแต่ควรจะศึกษาข้อมูลให้ละเอียดรอบครอบเพื่อให้มั่นใจว่าเราจะไม่โดยหลอก&amp;rdquo;นางนฤมล กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104072</URL_LINK>
                <HASHTAG>นฤมล เมฆบริสุทธิ์, ประสิทธิ์ เจียวก๊ก, มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค, เตือนแชร์ลูกโซ่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210525/image_big_60ac655d55ef6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103658</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2021 08:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2021 08:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อดุลย์&#039;ข้องใจ&#039;ประสิทธิ์&#039;ตุ๋นพันล้าน โยง&#039;ประยุทธ์&#039;อยู่ในตำแหน่งทำสถาบันมัวหมอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
21 พ.ค.64 -&amp;nbsp; นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 2535&amp;nbsp; กล่าวว่า กรณีการจับกุม นายประสิทธิ์ เจียวก๊ก ประธานโครงการคืนคุณแผ่นดิน ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงประชาชนมูลค่าเป็นพันล้านบาท โดยแอบอ้างเป็นคนรักสถาบันแล้วอาศัยเป็นเครดิตสร้างภาพหลอกลวงประชาชน เป็นอีกตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า การอยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ คือการทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์มัวหมอง ยังมีคนแอบอ้างสถาบันเพื่อผลประโยชน์ตัวเองอีกมาก หากพล.อ.ประยุทธ์ ยังดื้อด้านทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อน ยังจะมีเหตุการณ์ที่สร้างมลทินให้กับสถาบันตามมาอีก
&amp;nbsp;
นายอดุลย์ ตั้งข้อสังเกตว่า คนที่มีพฤติการณ์ฉ้อโกงอย่างนายประสิทธิ์ เข้ามามีความสัมพันธ์กับกองทัพได้อย่างไร จนได้เป็นประธานโครงการคืนคุณแผ่นดิน และแอบอ้างว่ามีความสนิทสนมกับบุคคลระดับสูง ยังอ้างว่ามีคนระดับสูงมาร่วมลงทุน และบริษัทได้นำเงินที่ได้ไปมอบให้อีกด้วย สร้างภาพลักษณ์การทำดีเป็นคนเสียสละจนทำให้คนหลงเชื่อ ที่สำคัญ บริษัทในเครือของนายประสิทธิ์ ได้ให้หน่วยปฏิบัติการข่าวสาร หรือ ไอโอ ของกองทัพ ใช้พื้นที่เซิร์ฟเวอร์ของเว็บไซต์ในเครือบริษัทนายประสิทธิ์ เพื่อปฏิบัติการณ์ไอโอ และยังใช้นายประสิทธิ์ เป็นอาจารย์พิเศษโรงเรียนจิตอาสา อบรมเจ้าหน้าที่ของกองทัพด้วย เมื่อความแตกว่านายประสิทธิ์เป็นนักต้มตุ๋นกองทัพจะอธิบายต่อสังคมอย่างไร นอกจากดำเนินการทางกฎหมายแล้ว ต้องสอบสวนหาข้อเท็จจริงในเชิงลึกด้วย เพราะทำให้กองทัพและสถาบันเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พล.อ.ประยุทธ์รู้ดีว่าการจะดำรงรักษาระบอบประยุทธ์เอาไว้จำเป็นต้องใช้คนแบบนายประสิทธิ์ ใช้รัฐมนตรีแบบ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ใช้นั่งร้านแบบพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และใช้ ไอโอ ปั่นหัวประชาชนให้เกิดความแตกแยก และยังมีบางคนที่โหนเจ้าอ้างว่าทำเพื่อสถาบันแต่แท้จริงแล้วเพื่อการดำรงอยู่เพื่อระบอบประยุทธ์มากกว่า ปัญหาคือ ความพยายามรักษาระบอบประยุทธ์ กับความอดทนของประชาชนที่ไม่อาจมองเห็นสถาบันต้องมัวหมองเพราะพล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp; กำลังถึงจุดระเบิด ซึ่งแน่นอนว่าย่อมหมายถึงบาดแผลของประเทศครั้งใหญ่จะเกิดขึ้นอีกครั้ง และขอทำนายว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะมีบั้นปลายชีวิตที่ไม่ปกติสุขอย่างแน่นอน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอดุลย์ กล่าวว่า เกียรติยศสุดท้ายของ พล.อ.ประยุทธ์ หมดสิ้นความสง่างามไปแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ควรถอนคำปฏิญาณ ข้าจะรักษามรดกของพระองค์ท่านไว้ด้วยชีวิต สมัยเป็นนักเรียนนายร้อยเสีย ตนไม่เข้าใจว่า พล.อ.ประยุทธ์ เคยอ่าน พันท้ายนรสิงห์ หรือไม่ ที่แม้เพียงแค่ความผิดถือท้ายเรือพระที่นั่งและทำให้โขนเรือพระที่นั่งกระทบกิ่งไม้หัก ก็ยังยอมถวายหัวเป็นราชพลี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103658</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์, ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ประสิทธิ์ เจียวก๊ก, แอบอ้างสถาบัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210405/image_big_606afe4bafea2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
