<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>82962</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2020 08:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2020 08:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ชายแดนภาคใต้ขาดตลาดแรงงานเพียบคนว่างงานเพิ่มวอนภาครัฐเร่งบรรเทาปัญหา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
6 พ.ย.63 - นายประสิทธิ์ เมฆสุวรรณ&amp;nbsp; อดีตผู้นำภาคประชาสังคมจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยว่าจากที่ตนปฏิบัติงานพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มายาวนาน&amp;nbsp; พบปัญหาการว่างงานของประชากรในพื้นที่ชายแดนภาคใต้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น&amp;nbsp; จนนำไปสู่การย้ายถิ่นฐานเพื่อไปประกอบอาชีพยังภูมิภาคอื่นๆของประเทศและต่างประเทศเช่นมาเลเซีย&amp;nbsp; อินโดนีเซีย เป็นการสูญเสียทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่าของพื้นที่น่าเสียดายแล้ว เด็กที่อยู่ในวัยเรียนต้องออกจากโรงเรียนกลางคัน เพราะต้องย้ายติดตามผู้ปกครอง สุดท้ายคือปัญหาสุขภาพอนามัยแม่และเด็ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ผลกระทบเกิดขึ้นคือการทำหน้าที่ของครอบครัวของประชาชนในพื้นที่ไม่สมบูรณ์&amp;nbsp; เนื่องจากบุคคลในครอบครัวที่อยู่ในวัยแรงงาน&amp;nbsp; จำเป็นต้องเดินทางไปทำงานเพื่อหารายได้ จุนเจือครอบครัว&amp;nbsp; หลายครั้งและหลายร้อยคนถูกจับกุมในข้อหาเข้าเมืองผิดกฎหมาย ไม่มีใบอนุญาตทำงานในต่างประเทศ&amp;nbsp; เป็นผลสืบเนื่องมาจากตลาดแรงงานในพื้นที่ไม่ได้มีมากเท่าที่ควร&amp;nbsp; เมื่อเปรียบเทียบกับชายแดนภาคใต้กับรัฐที่มีเขตติดต่อในประเทศมาเลเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จากการปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้จริงๆ&amp;nbsp; พบว่าอุปสรรคสำคัญประการหนึ่งของการเป็นพื้นที่ความมั่นคงคือ&amp;nbsp; ขาดนักลงทุนภาคเอกชนเข้าไปร่วมพัฒนาพื้นที่ จากขาดความไม่เชื่อมั่นต่อสถานการณ์และความปลอดภัยของพื้นที่แล้ว&amp;nbsp; แต่ยังขาดการพัฒนาแบบมีทิศทางการทำงานที่ชัดเจน โดยเฉพาะการเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจในระดับมหภาค ภาครัฐต้องดำเนินกิจกรรมกิจการเพื่อบรรเทาปัญหาที่เกิดขึ้นให้ได้โดยเร็ว &amp;quot;นายประสิทธิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายธนชัญ แสงพุ่ม&amp;nbsp; รองเลขาธิการ ศอ.บต.เปิดเผยว่า ศอ.บต.ทราบปัญหาการย้ายถิ่นและนักเรียนออกกลางคัน&amp;nbsp; ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนภาคใต้มายาวนาน&amp;nbsp; จะทิ้งปัญหาให้หมักหมมไว้ไม่ได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; ศอ.บต.จึงกำหนดเป้าหมายการพัฒนา&amp;nbsp; ที่จะทำให้การพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมที่เกี่ยวเนื่องสามารถไปด้วยกันได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ครอบคลุมประชากร ในกลุ่มที่จบการศึกษาระดับอุดมศึกษา ประกาศนียบัตรวิชาชีพ มัธยมศึกษา&amp;nbsp; ต่ำกว่าและกลุ่มประชากรที่ไม่สามารถเข้าถึงการศึกษาได้ เพื่อให้โอกาสกับคนทุกกลุ่มทุกวัยเข้าสู่การทำงาน เพื่อมีอาชีพและมีรายได้ที่สามารถจุนเจือช่วยเหลือตนเองและครอบครัวได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายชนธัญ กล่าวอีกว่า การจ้างงานในพื้นที่เขตพิเศษเฉพาะกิจ อ.จะนะ จ.สงขลา 100,000 อัตรา เป็นการรายงานทางการศึกษา ความเป็นไปได้ของโครงการที่จะเกิดประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่ตามที่มีข้อมูลบ่งชี้ว่า หากเกิดการลงทุนนภาคการผลิตของอุตสาหกรรมในพื้นที่ของโครงการเมืองต้นแบบฯซึ่งมีการลงทุนอุตสาหกรรมรายใหญ่ประมาณ 50 ราย จะทำให้เกิดการจ้างงานโดยตรงในโรงงานประมาณ 25,000 คน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;การจ้างงานที่จะเกิดจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจตลอดห่วงโซ่การผลิตของอุตฯหลักในพื้นที่โครงการฯเช่นอุตสาหกรรมอาหารทะเลแปรรูป&amp;nbsp; ผลิตสินค้าจากปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp; ผลไม้กระป๋อง&amp;nbsp; ยางรถยนต์ ผลิตสินค้าจากยางพารา เครื่องมือแพทย์และอุตสาหกรรมอิเลคทรอนิค&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายชนธัญ กล่าวต่อว่า อุตสาหกรรมจะทำให้เกิดความต้องการวัตถุดิบที่ต้องใช้เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ภาคการผลิตในห่วงโซ่ในภาคการเกษตรซึ่งมีสมาชิกประมาณ 1 ล้านคนที่จะได้ประโยชน์จากการทำการเกษตรเพื่ออุตสาหกรรมเพิ่มรายได้และลดความเสี่ยงจากการขาดตลาดรองรับ ซึ่งเป็นทิศทางการทำงานที่ควรจะส่งเสริมให้เกิดขึ้นจริงจังและเป็นรูปธรรม ภายใต้แนวทางการตลาดนำการผลิต เชื่อมโยงไปยังภาคบริการจะต้องขยายการผลิต จัดหาวัตถุดิบมาป้อนห้อุตสาหกรรมในพื้นที่โครงการฯความเชื่อมโยงจะเป็นกลไกสำคัญที่จะทำให้เกิดการจ้างงานโดยรวมเพิ่มขึ้นได้เป็นจำนวนมากหลายเท่าตัว เมื่อเปรียบเทียบเฉพาะกับการจ้างงานโดยตรงของอุตสาหกรรมในพื้นที่โครงการฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ตัวเลขคาดการณ์การจ้างงานโดยรวมที่จะเกิดขึ้นตลาดห่วงโซ่อุตสาหกรรม 100,000 ราย เป็นการคาดการณ์ตามสถานการณ์กลางๆบนข้อสมมติฐานที่ผู้ศึกษาได้กำหนดไว้ ผมเชื่อว่าการพัฒนาร่วมกับภาคเอกจะทำให้เกษตรกรและประชาชนทั่วไป สามารถได้รับประโยชน์จากโครงการอย่างเท่าเทียม เป็นธรรมและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาเศรษฐกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;rdquo;นายชนธัญ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82962</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 จังหวัดชายแดนภาคใต้, ธนชัญ แสงพุ่ม, ประสิทธิ์ เมฆสุวรรณ, ปัญหาการว่างงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201106/image_big_5fa4a820b5c2d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
