<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108095</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นัดไต่สวน9ส.ค. 2บิ๊กปปช.-อสส. ประพฤติมิชอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานศาลอุทธรณ์ออกคำวินิจฉัยคดี รองเลขาธิการ ป.ป.ช. &amp;quot;ประหยัด พวงจำปา&amp;quot; เอาคืนไล่ฟ้อง &amp;quot;ประธาน ป.ป.ช.-อัยการสูงสุด-สุภา&amp;quot; ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ หลังถูกเอาผิดยื่นบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ ชี้ให้คดีอยู่ในเขตอำนาจศาลอาญาคดีทุจริตฯ นัดไต่สวนมูลฟ้อง 9 ส.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2564 &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า &amp;nbsp;วันที่ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่ศาลอาญาคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบภาค 1 มีการอ่านคำวินิจฉัยที่ น.ส.ปิยกุล &amp;nbsp;บุญเพิ่ม ประธานศาลอุทธรณ์ ได้มีคำวินิจฉัยประธานศาลอุทธรณ์ ของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 &amp;nbsp;ในคดีที่นายประหยัด พวงจำปา รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ &amp;nbsp;(ป.ป.ช.) ที่อยู่ระหว่างการหยุดปฏิบัติหน้าที่ ยื่นฟ้อง พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช., น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. และนายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด เป็นจำเลยที่ 1-3 &amp;nbsp;ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยวันนัดไต่สวนมูลฟ้องจำเลยที่ 2-3 (น.ส.สุภา &amp;nbsp;และนายวงศ์สกุล) ยื่นคำร้องอ้างว่าคดีนี้อยู่ในอำนาจของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตามมาตรา10 (1) แห่ง พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2560 ขอให้เสนอปัญหาเรื่องอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลชั้นต้นไปให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบฯ ทำให้ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งให้ส่งคำร้องพร้อมสำนวนมายังประธานศาลอุทธรณ์เพื่อวินิจฉัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยโจทก์คือนายประหยัด ได้บรรยายฟ้องโดยสรุปว่า &amp;nbsp;จำเลยทั้งสามมีฐานะเป็นเจ้าพนักงานในกระบวนการยุติธรรมตามประมวลกฎหมายอาญา โดยจำเลยที่ 1-2 &amp;nbsp;และคณะกรรมการ ป.ป.ช.ออกระเบียบการยื่นบัญชีการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินของพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งวางหลักไว้ว่าในการดำเนินคดีกับโจทก์ ซึ่งเป็นบุคคลตามวรรคหนึ่งแห่งมาตรา 158 ให้นำความในมาตรา 43 มาใช้บังคับด้วย และต่อมาคณะกรรมการ ป.ป.ช.เห็นว่าการยื่นบัญชีทรัพย์สินของโจทก์เข้าข่ายเป็นการจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน จะต้องส่งเรื่องไปยังประธานวุฒิสภาเพื่อพิจารณาส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ ซึ่งโจทก์คือนายประหยัด ระบุมูลเหตุในการฟ้องคดีโดยสรุปว่า จำเลยที่1, 2 และคณะกรรมการ ป.ป.ช.ดำเนินการเอาผิดกับตนเอง เป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติของกฎหมาย &amp;nbsp;จึงเข้าข่ายปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพราะทำให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คดีนี้ไม่ใช่การดำเนินคดีต่อกรรมการ ป.ป.ช.โดยคณะผู้ไต่สวนอิสระ จึงไม่ใช่คดีที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อย่างไรก็ตามผู้เสียหายยังคงมีอำนาจฟ้องกรรมการ ป.ป.ช.ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 24 (2) ต่อศาลที่มีเขตอำนาจ เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 200 พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172, &amp;nbsp;183 อันเป็นความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการหรือความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม ตามประมวลกฎหมายอาญา ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่หรือทุจริตต่อหน้าที่ตามกฎหมายอื่นหรือความผิดอื่น อันเนื่องมาจากการประพฤติมิชอบ ดังนั้นคดีนี้จึงเป็นคดีทุจริตและประพฤติมิชอบอยู่ในเขตอำนาจของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ วินิจฉัยว่าคดีนี้อยู่ในอำนาจของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ&amp;quot; คำวินิจฉัยประธานศาลอุทธรณ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ มีการนัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 9 ส.ค.64 เวลา 09.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีดังกล่าวยังพบว่าเป็นคดีที่นายปรเมษฐ์ โตวิวัฒน์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 ถูกร้องเรียนกล่าวหาว่าแทรกแซงการพิจารณาคดีระหว่างโจทก์และจำเลยในคดีข้างต้น เป็นเหตุให้นายปรเมษฐ์ถูกตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง และประธานศาลฎีกามีคำสั่งให้ ย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวในตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค 1 ทำให้ต่อมานายปรเมษฐ์ยื่นฟ้องคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ซึ่งคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นตรวจฟ้อง.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108095</URL_LINK>
                <HASHTAG>2บิ๊กปปช, นัดไต่สวน9ส.ค., ประหยัด พวงจำปา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อสส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210311/image_big_6049dfcb7a79d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95755</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2021 16:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2021 16:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลรับฟ้อง &#039;รองเลขาฯปปช.&#039; คดีปกปิดทรัพย์สิน 227 ล้าน พร้อมสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ประหยัด พวงจำปา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มี.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิด นายประหยัด พวงจำปา รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน และเอกสารประกอบ กรณีเข้ารับตำแหน่ง เมื่อวันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ม.ค.&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงอันควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์ควรเชื่อได้ว่า มีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินจำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;รายการ ซึ่งเป็นทรัพย์สินและหนี้สินในชื่อของนางธนิภา พวงจำปา คู่สมรส เป็นทรัพย์สินในประเทศ จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;รายการ รวม&amp;nbsp;2,010,000&amp;nbsp;บาท และทรัพย์สินในต่างประเทศ จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;รายการ รวม&amp;nbsp;225,383,103&amp;nbsp;บาท มูลค่ารวม&amp;nbsp;227,393,103&amp;nbsp;บาท ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561&amp;nbsp;โดยส่งสำนวนให้อัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาคณะทำงานร่วมระหว่างฝ่ายอัยการ และฝ่ายสำนักงาน ป.ป.ช. พิจารณาข้อไม่สมบูรณ์เสร็จสิ้นแล้ว อสส. ได้ยื่นฟ้องนายประหยัด รองเลขาธิการ ป.ป.ช. ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (อม.) เมื่อวันที่ 7 ม.ค.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดมีรายงานว่า ศาลฎีกา อม. ประทับรับฟ้องไว้พิจารณาเมื่อวันที่ 9 มี.ค.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และมีคำสั่งให้นายประหยัด รองเลขาธิการ ป.ป.ช. หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำพิพากษา โดยศาลกำหนดนัดพิจารณาคดีครั้งแรก (นัดสอบคำให้การ) ต่อไปในวันที่ 19 พ.ค.&amp;nbsp;2564 เวลา 14.00 น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95755</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปปช., ประหยัด พวงจำปา, ศาลฎีกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210311/image_big_6049dfcb7a79d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43549</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2019 07:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2019 07:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประหยัด&#039;โวยโดนกลั่นแกล้ง​อ้างภรรยาถือกรรมสิทธิ์แทนคนอื่นชี้ช่องถอดถอนป.ป.ช. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16ส.ค.62-ที่โรงแรมริชมอนด์ จ.นนทบุรี ช่วงค่ำวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา นายประหยัด พวงจำปา รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แถลงถึงกรณีถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดจงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน วงเงินกว่า 227 ล้านบาท​ ว่า ข้อเท็จจริงกรณีเกิดขึ้นในช่วงยื่นบัญชีทรัพย์สินครั้งแรกเมื่อปี 60 โดยมีความเข้าใจเรื่องบัญชีทรัพย์สินคลาดเคลื่อนของภรรยา ที่นึกว่าบัญชีเงินฝากปิดไปแล้ว แต่ยังมีการเปิดใช้งานอยู่ พอทราบทีหลังตนบริสุทธิ์ใจ จึงได้ยื่นทรัพย์สินเพิ่มเติมเป็นเงินฝาก 3 บัญชี รวมถึงเรื่องเช่าซื้อห้องชุดที่อังกฤษ ที่ภรรยาทำธุรกิจร่วมกับบุคคลอื่น และถือครองกรรมสิทธิ์แทน โดยไม่ได้เป็นเจ้าของ ส่งเหล่านี้ชี้แจงไปแล้วอย่างบริสุทธิ์ใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประหยัด กล่าวว่า การดำเนินคดีดังกล่าวเป็นการกลั่นแกล้ง เพราะดำเนินการไม่ชอบหลายประการ ไม่ให้ความเป็นธรรม ไม่เคยให้โอกาสเข้าชี้แจงด้วยวาจาต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. และเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทั้งที่ร้องขอความเป็นธรรมหลายครั้ง การไต่สวนไม่ชอบตามกฎหมาย และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 114 ที่ต้องพิสูจน์เจตนาและการดำเนินการกับข้าราชการ ป.ป.ช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าคดีผมพาดพิงกับบางสิ่งบางอย่าง คดีเหล่านั้นที่ยังไม่มีข้อยุติ มีปัญหาคาราคาซัง จะเกี่ยวข้องกับเรื่องของผมได้อย่างไร กระบวนการไต่สวนต้องแยกการไต่สวนในแต่ละเรื่อง แต่เรื่องนี้การไต่สวนไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา 235 และ 236 และไม่เกี่ยวกับ พ.ร.บ.ป.ป.ช. มาตรา 114 เมื่อผมชี้แจงว่าภรรยาถือครองทรัพย์สิน ไม่ต้องยื่นด้วยซ้ำ พิสูจน์สิว่าทรัพย์สินที่ถือครองเป็นของภรรยาจริง หรือลงทุนจริง ถ้าไม่ใช่ค่อยมาว่าผม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองเลขาธิการป.ป.ช.กล่าวอีกว่า ปัจจุบันได้ยื่นฟ้องนายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. แล้วต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ความคืบหน้าปัจจุบันอยู่ระหว่างการแก้คำฟ้อง อย่างไรก็ดีในส่วนของคดีตนที่ถูก ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดกรณีนี้ ตามกฎหมายบอกว่าต้องส่งให้อัยการพิจารณา ยังมีโอกาสขอความเป็นธรรมต่อทนายแผ่นดิน พิสูจน์เจตนาว่าขั้นตอนการไต่สวนเป็นไปโดยชอบหรือไม่​ ตนไม่ใช่คนทุจริต เรื่องนี้เป็นเรื่องข้อบกพร่อง ความเข้าใจคลาดเคลื่อนของภรรยา ที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ การนำสืบต่าง ๆ เป็นตัวภรรยาที่หลงลืม ไม่ใช่ตนหลงลืม การที่ภรรยาสำคัญผิด ย่อมเกิดขึ้นได้ ยืนยันเป็นการยื่นทรัพย์สินครบถ้วนทุกขั้นตอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอฝากสื่อมวลชน องค์กรยุติธรรมต่าง ๆ ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญเปิดโอกาสเรื่องหนึ่งที่สำคัญ คือการถอดถอนกรรมการ ป.ป.ช. ฝากเรียนไปยังพรรคการเมือง หรือ ส.ส. พรรคต่าง ๆ ถ้าเห็นว่าประเด็นผมมีข้อไม่เป็นธรรม ควรหยิบยกไปไต่สวนในสภา ขอเชิญมาบอกกับผมได้ จำนวนสมาชิก 125 เสียงเพื่อยื่นเรื่องต่อประธานสภา ไต่สวนคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทั้งคณะ หรือประชาชน 2 หมื่นรายเข้าชื่อถอดถอนในประเด็นการดำเนินการที่มิชอบได้ ผมยินดีให้ความร่วมมือในกระบวนการว่าถูกต้องหรือไม่&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า คดีนี้มีหลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ว่าอาจเกี่ยวข้องกับคดีเครือ ปตท. ลงทุนปลูกปาล์มที่อินโดนีเซีย นายประหยัด ตอบว่า คดีนี้เกิดขึ้นนานมาก ตนไม่เคยยุ่งเลย เคยไปอินโดนีเซียแค่ครั้งเดียวกับนายวิชา มหาคุณ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. โดยไปศึกษาดูงาน ไม่เคยรู้จักเจ้าหน้าที่ ปตท. และภรรยาตนไม่เคยไปอินโดนีเซีย ไม่เคยรู้จักเหมือนกัน แต่เห็นว่าเป็นกรรมการผู้จัดการในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับน้ำมัน มีการเชื่อมโยง คิดเอาเองทั้งนั้น สิ่งเหล่านี้ไม่มีการพิสูจน์ ต้องพิสูจน์ให้ชัดก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า มูลเหตุที่ทำให้เชื่อว่าเป็นการกลั่นแกล้งกันคืออะไร นายประหยัด กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนเคยเป็นแคนดิเดตชิงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. พร้อมกับนายวรวิทย์ สุขบุญ แต่เมื่อนายวรวิทย์เป็นเลขาฯ ตนได้เป็นรองเลขาฯ และถูกลดบทบาทในการทำงาน บางครั้งต้องรักษาการรองเลขาฯ และสุ่มเสี่ยงถูกประเมินผลงานให้ถูกออกจากราชการ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43549</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวรวิทย์ สุขบุญ, ปกปิดบัญชีทรัพย์สิน, ปตท.ปลูกปาล์มที่อินโด, ประหยัด พวงจำปา, พ.ร.ป.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190815/image_big_5d554f576c6ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43542</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปช.ฟันประหยัด โวยโดนกลั่นแกล้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ป.ป.ช.ฟัน &amp;quot;ประหยัด พวงจำปา&amp;quot; จงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินเท็จ ซุกในชื่อเมียกว่า 227 ล้าน มีบัญชีเงินฝากในและนอกประเทศ ถือครองคอนโดฯ หรูอังกฤษ 4.5 ล้านปอนด์ รองเลขาฯ ป.ป.ช.โวยโดนกลั่นแกล้ง อ้างคู่สมรสลืมแจ้งแค่นอมินีถือแทนคนอื่น ฟ้อง ม.157 &amp;quot;วรวิทย์&amp;quot; แล้ว พาลปลุก ส.ส.ถอดถอนกรรมการ ป.ป.ช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;สิงหาคม นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ?(ป.ป.ช.)&amp;nbsp;แถลงผลการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้มีมติชี้มูลความผิดว่า นายประหยัด พวงจำปา&amp;nbsp;รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน และเอกสารประกอบต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรณีเข้ารับตำแหน่ง เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2560 ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน จำนวน 6 รายการ ซึ่งเป็นทรัพย์สินและหนี้สินในชื่อของนางธนิภา พวงจำปา คู่สมรส โดยเป็นทรัพย์สินในประเทศ จำนวน 2 รายการ รวม 2,010,000 บาท และทรัพย์สินในต่างประเทศ จำนวน 4 รายการ รวม 225,383,103 บาท มูลค่ารวม 227,393,103 บาท มีรายละเอียดดังต่อไปนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับทรัพย์สินในประเทศ? ได้แก่? รายการที่ 1? บัญชีเงินฝากธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ประเภทกระแสรายวัน ยอดเงินฝากคงเหลือ ณ วันที่มีหน้าที่ยื่นบัญชี จำนวน 10,000 บาท ซึ่งเป็นบัญชีเงินฝากที่มีรายการเคลื่อนไหวทางบัญชีเป็นจำนวนมากทั้งก่อนและหลังจากที่มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน โดยในช่วงปี 2559 ก่อนยื่นบัญชีฯ มีรายการฝากเงินจำนวน 89 ครั้ง จำนวนเงินรวม 103,393,332.68 บาท และปี 2560? หลังจากยื่นบัญชีฯ แล้ว มีรายการฝากเงินจำนวน 88 ครั้ง จำนวนเงินรวม 143,582,940.73 บาท รวมเป็นเงิน 246,976,273.41 บาท รายการที่ 2 เงินลงทุนในบริษัท ปาล์ม บิซ คอร์ปอเรชั่น จำกัด จำนวน 20,000 หุ้น ราคาจดทะเบียนมูลค่าหุ้นละ 100 บาท มูลค่ารวม 2,000,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนทรัพย์สินในต่างประเทศรายการที่ 3-5 ได้แก่? บัญชีเงินฝากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาลอนดอน สหราชอาณาจักร จำนวน 3 บัญชี ยอดเงินฝากคงเหลือ ณ วันที่มีหน้าที่ยื่นบัญชี จำนวน 237,959.46 ปอนด์ (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 10,312,353 บาท? รายการที่ 6? คือ? ห้องชุดที่ตั้งอยู่ ณ ถนน Kensington High Street ลอนดอน สหราชอาณาจักร โดย ณ วันที่ซื้อห้องชุดดังกล่าวมีมูลค่า 4,500,000 ปอนด์ (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 215,070,750 บาท)&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้? สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) แจ้งข้อมูลเบาะแสการวิเคราะห์ธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยซึ่งเกี่ยวข้องกับนางธนิภา พวงจำปา คู่สมรสของนายประหยัด ทำให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.เห็นว่ามีเหตุอันควรสงสัยว่านายประหยัด? จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินฯ จึงมีการแต่งตั้งคณะทำงานดำเนินการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินของนายประหยัด โดยการตรวจสอบเชิงลึก เมื่อวันที่ 8 พ.ย.2561? มีเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธานคณะทำงาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้ประกาศระเบียบใหม่ มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.2561 คณะกรรมการ ป.ป.ช.จึงมีมติให้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินของนายประหยัด เป็นคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทั้งคณะดำเนินการ โดยมอบหมายให้นางสาวสุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. และนางสุวณา&amp;nbsp;สุวรรณจูฑะ กรรมการ ป.ป.ช. เป็นผู้รับผิดชอบสำนวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรวิทย์กล่าวว่า? คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้พิจารณาพยานหลักฐานและแจ้งข้อกล่าวหา พร้อมทั้งให้โอกาสนายประหยัดชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ประกอบกับพิจารณาหนังสือร้องขอความเป็นธรรมของนายประหยัดแล้ว เห็นว่าจากพยานหลักฐานมีมูลว่า การกระทำของนายประหยัด เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (พ.ร.ป.ป.ป.ช.) พ.ศ.2561 มาตรา 167 จึงมีมติด้วยคะแนนเสียงเป็นเอกฉันท์ว่า นายประหยัดจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และให้ส่งเรื่องให้อัยการสูงสุด เพื่อดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อขอให้พ้นจากตำแหน่งนับแต่วันหยุดปฏิบัติหน้าที่ (วันที่ศาลประทับฟ้อง) ให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง และขอให้ลงโทษทางอาญา ตาม พ.ร.ป.ป.ป.ช. มาตรา 158 มาตรา 43 มาตรา 81 มาตรา 167 และมาตรา 188 ต่อไป? ส่วนกรณีร่ำรวยผิดปกติอยู่ระหว่างการดำเนินการของป.ป.ช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มีข่าวว่านายประหยัดได้ยื่นฟ้องเลขาธิการ ป.ป.ช.ต่อศาลคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 กังวลหรือไม่ นายวรวิทย์กล่าวว่า ไม่กังวล และพร้อมสู้คดีตามพยานหลักฐาน? ส่วนกรณีมีกระแสข่าวว่ามีการร้องทุกข์กล่าวโทษ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. กรณีไปสอบปากคำพยานที่ประเทศอินโดนีเซียนั้น ได้ตรวจสอบแล้วไม่พบรายละเอียดของข่าวดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา เวลา 18.00 น. ที่โรงแรมริชมอนด์ จ.นนทบุรี นายประหยัดแถลงถึงกรณีดังกล่าวว่า ข้อเท็จจริงกรณีเกิดขึ้นในช่วงยื่นบัญชีทรัพย์สินครั้งแรกเมื่อปี 2560 โดยมีความเข้าใจเรื่องบัญชีทรัพย์สินคลาดเคลื่อนของภรรยา ที่นึกว่าบัญชีเงินฝากปิดไปแล้ว แต่ยังมีการเปิดใช้งานอยู่ พอทราบทีหลังตนบริสุทธิ์ใจ จึงได้ยื่นทรัพย์สินเพิ่มเติมเป็นเงินฝาก 3 บัญชี รวมถึงเรื่องเช่าซื้อห้องชุดที่อังกฤษ ที่ภรรยาทำธุรกิจร่วมกับบุคคลอื่น และถือครองกรรมสิทธิ์แทน โดยไม่ได้เป็นเจ้าของ ส่งเหล่านี้ชี้แจงไปแล้วอย่างบริสุทธิ์ใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การดำเนินคดีดังกล่าวเป็นการกลั่นแกล้ง เพราะดำเนินการไม่ชอบหลายประการ ไม่ให้ความเป็นธรรม ไม่เคยให้โอกาสเข้าชี้แจงด้วยวาจาต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.และเลขาธิการ ป.ป.ช. ทั้งที่ร้องขอความเป็นธรรมหลายครั้ง การไต่สวนไม่ชอบตามกฎหมาย และ พ.ร.ป.ป.ป.ช.มาตรา 114 ที่ต้องพิสูจน์เจตนาและการดำเนินการกับข้าราชการ ป.ป.ช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าคดีตนพาดพิงกับบางสิ่งบางอย่างนั้น คดีเหล่านั้นที่ยังไม่มีข้อยุติ มีปัญหาคาราคาซัง จะเกี่ยวข้องกับเรื่องของตนได้อย่างไร กระบวนการไต่สวนต้องแยกการไต่สวนในแต่ละเรื่อง แต่เรื่องนี้การไต่สวนไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา 235 และ 236 และไม่เกี่ยวกับ พ.ร.ป.ป.ป.ช. มาตรา 114 เมื่อชี้แจงว่าภรรยาถือครองทรัพย์สิน ไม่ต้องยื่นด้วยซ้ำ พิสูจน์สิว่าทรัพย์สินที่ถือครองเป็นของภรรยาจริง หรือลงทุนจริง ถ้าไม่ใช่ค่อยมาว่าตน ปัจจุบันได้ยื่นฟ้องนายวรวิทย์ สุขบุญ แล้วต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ในข้อหาหรือฐานความผิด เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติ หน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 เป็นคดีหมายเลขดำที่ อท.40/2562 และจะฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในส่วนของคดีผมที่ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดกรณีนี้ ตามกฎหมายบอกว่าต้องส่งให้อัยการพิจารณา ยังมีโอกาสขอความเป็นธรรมต่อทนายแผ่นดิน พิสูจน์เจตนาว่าขั้นตอนการไต่สวนเป็นไปโดยชอบหรือไม่? ผมไม่ใช่คนทุจริต เรื่องนี้เป็นเรื่องข้อบกพร่อง ความเข้าใจคลาดเคลื่อนของภรรยา ที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ การนำสืบต่างๆ เป็นตัวภรรยาที่หลงลืม ไม่ใช่ผมหลงลืม การที่ภรรยาสำคัญผิดย่อมเกิดขึ้นได้ ยืนยันเป็นการยื่นทรัพย์สินครบถ้วนทุกขั้นตอน&amp;quot; นายประหยัด ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองเลขาธิการ ป.ป.ช.กล่าวว่า ขอฝากสื่อมวลชน องค์กรยุติธรรมต่างๆ ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญเปิดโอกาสเรื่องหนึ่งที่สำคัญคือการถอดถอนกรรมการ ป.ป.ช. ฝากเรียนไปยังพรรคการเมืองหรือ ส.ส.พรรคต่างๆ ถ้าเห็นว่าประเด็นตนมีข้อไม่เป็นธรรม ควรหยิบยกไปไต่สวนในสภา ขอเชิญมาบอกกับตนได้ จำนวนสมาชิก 125 เสียง เพื่อยื่นเรื่องต่อประธานสภาฯ ไต่สวนคณะกรรมการ ป.ป.ช.ทั้งคณะ หรือประชาชน 2 หมื่นรายเข้าชื่อถอดถอนในประเด็นการดำเนินการที่มิชอบได้ ตนยินดีให้ความร่วมมือในกระบวนการว่าถูกต้องหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า คดีนี้มีหลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ว่าอาจเกี่ยวข้องกับคดีเครือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ลงทุนปลูกปาล์มที่อินโดนีเซีย นายประหยัด ตอบว่า คดีนี้เกิดขึ้นนานมาก ตนไม่เคยยุ่งเลย เคยไปอินโดนีเซียแค่ครั้งเดียวกับนายวิชา มหาคุณ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. โดยไปศึกษาดูงาน ไม่เคยรู้จักเจ้าหน้าที่ ปตท. และภรรยาตนไม่เคยไปอินโดนีเซีย ไม่เคยรู้จักเหมือนกัน แต่เห็นว่าเป็นกรรมการผู้จัดการในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับน้ำมัน มีการเชื่อมโยง คิดเอาเองทั้งนั้น สิ่งเหล่านี้ไม่มีการพิสูจน์ ต้องพิสูจน์ให้ชัดก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มูลเหตุที่ทำให้เชื่อว่าเป็นการกลั่นแกล้งกันคืออะไร นายประหยัดกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนเคยเป็นแคนดิเดตชิงตำแหน่งเลขาธิการ ป.ป.ช.พร้อมกับนายวรวิทย์ แต่เมื่อนายวรวิทย์เป็นเลขาฯ ตนได้เป็นรองเลขาฯ และถูกลดบทบาทในการทำงาน และสุ่มเสี่ยงถูกประเมินผลงานให้ถูกออกจากราชการ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43542</URL_LINK>
                <HASHTAG>จงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินเท็จ, ซุกในชื่อเมีย, ป.ป.ช., ประหยัด พวงจำปา, วรวิทย์ สุขบุญ, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190815/image_big_5d556195bfbb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43511</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2019 14:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2019 14:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปปช.&#039; เชือด &#039;ปปช.&#039; ซุกทรัพย์สิน​ 227  ล้าน​</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประหยัด พวงจำปา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ส.ค.62 - นายวรวิทย์&amp;nbsp; สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ​(ป.ป.ช.)​&amp;nbsp; แถลงผลการประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.ว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติชี้มูลความผิดว่า นายประหยัด พวงจำปา&amp;nbsp; รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน และเอกสารประกอบต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรณีเข้ารับตำแหน่ง เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2560 ด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่า มีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน จำนวน 6 รายการ ซึ่งเป็นทรัพย์สินและหนี้สินในชื่อของนางธนิภา&amp;nbsp; พวงจำปา คู่สมรส โดยเป็นทรัพย์สินในประเทศ จำนวน 2 รายการ รวม 2,010,000 บาท และทรัพย์สินในต่างประเทศ จำนวน 4 รายการ รวม 225,383,103 บาท มูลค่ารวม 227,393,103 บาท มีรายละเอียดดังต่อไปนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวิทย์​ กล่าวว่า​ สำหรับทรัพย์สินในประเทศ​ ได้แก่​ รายการที่ 1​ บัญชีเงินฝากธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ประเภทกระแสรายวัน ยอดเงินฝากคงเหลือ ณ วันที่มีหน้าที่ยื่นบัญชี จำนวน 10,000 บาท ซึ่งเป็นบัญชีเงินฝากที่มีรายการเคลื่อนไหวทางบัญชีเป็นจำนวนมากทั้งก่อนและหลังจากที่มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน โดยในช่วงปี 2559ก่อนยื่นบัญชีฯ มีรายการฝากเงินจำนวน 89 ครั้ง จำนวนเงินรวม 103,393,332.68 บาท และปี 2560​ หลังจากยื่นบัญชีฯ แล้ว มีรายการฝากเงินจำนวน 88 ครั้ง จำนวนเงินรวม 143,582,940.73 บาท รวมเป็นเงิน246,976,273.41 บาท รายการที่ 2 เงินลงทุนในบริษัท ปาล์ม บิซ คอร์ปอเรชั่น จำกัด จำนวน 20,000 หุ้น ราคาจดทะเบียนมูลค่าหุ้นละ 100 บาท มูลค่ารวม 2,000,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวิทย์​ กล่าวว่า​ ส่วนทรัพย์สินในต่างประเทศรายการที่ 3 - 5 ได้แก่​ บัญชีเงินฝากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาลอนดอน สหราชอาณาจักร จำนวน 3 บัญชี ยอดเงินฝากคงเหลือ ณ วันที่มีหน้าที่ยื่นบัญชี จำนวน 237,959.46 ปอนด์ (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 10,312,353 บาท​ รายการที่ 6​ คือ​ ห้องชุดที่ตั้งอยู่ ณ ถนน Kensington High Street ลอนดอน สหราชอาณาจักร โดย ณ วันที่ซื้อห้องชุดดังกล่าวมีมูลค่า 4,500,000 ปอนด์ (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 215,070,750 บาท)&amp;nbsp; ทั้งนี้​ การตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินในกรณีนี้ เนื่องจากนายประหยัด ได้ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรณีเข้ารับตำแหน่งรองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.​เมื่อวันที่ 4​ มกราคม 2560 ซึ่งต่อมาได้มีหนังสือสำนักงาน ปปง. แจ้งข้อมูลเบาะแสการวิเคราะห์ธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยซึ่งเกี่ยวข้องกับนางธนิภา พวงจำปา คู่สมรสของนายประหยัด ทำให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นว่ามีเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันควรสงสัยว่านายประหยัด​ จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน และเอกสารประกอบ ด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ จึงมีการแต่งตั้งคณะทำงานดำเนินการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินของนายประหยัด โดยการตรวจสอบเชิงลึก เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2561​ มีเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธานคณะทำงาน ต่อมาคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ประกาศระเบียบคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่าด้วยการยื่นบัญชี การตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 157 และการดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับการยื่นบัญชี พ.ศ. 2561 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2561 ซึ่งตำแหน่งรองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นตำแหน่งที่อยู่ภายใต้ประกาศดังกล่าว คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงมีมติให้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินของนายประหยัด&amp;nbsp; พวงจำปา รองเลขาธิการฯ เป็นคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทั้งคณะดำเนินการ โดยมอบหมายให้นางสาวสุภา&amp;nbsp; ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. และนางสุวณา&amp;nbsp; สุวรรณจูฑะ กรรมการ ป.ป.ช. เป็นกรรมการผู้รับผิดชอบสำนวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวิทย์​ กล่าวว่า​ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาพยานหลักฐานและแจ้งข้อกล่าวหา พร้อมทั้งให้โอกาสนายประหยัด ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ประกอบกับพิจารณาหนังสือร้องขอความเป็นธรรมของนายประหยัดแล้ว เห็นว่าจากพยานหลักฐานมีมูลว่า การกระทำของนายประหยัด เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 167 จึงมีมติด้วยคะแนนเสียงเป็นเอกฉันท์ว่า นายประหยัด จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน และให้ส่งเรื่องให้อัยการสูงสุด เพื่อดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อขอให้พ้นจากตำแหน่งนับแต่วันหยุดปฏิบัติหน้าที่ (วันที่ศาลประทับฟ้อง) ให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง และขอให้ลงโทษทางอาญา ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 158 มาตรา 43 มาตรา 81 มาตรา 167 และมาตรา 188 ต่อไป​ ส่วนกรณีร่ำรวยผิดปกติอยู่ระหว่างการดำเนินการของป.ป.ช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า มีรายงานว่านายประหยัดได้ยื่นฟ้องเลขาธิการ ป.ป.ช. ต่อศาลคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 กังวลหรือไม่ นายวรวิทย์ กล่าวว่า ไม่กังวล และพร้อมสู้คดีตามพยานหลักฐาน​ ส่วนกรณีมีกระแสข่าวว่ามีการร้องทุกข์กล่าวโทษ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. กรณีไปสอบปากคำพยานที่ประเทศอินโดนีเซียนั้น ได้ตรวจสอบแล้วไม่พบรายละเอียดของข่าวดังกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43511</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปปช., ประหยัด พวงจำปา, วรวิทย์  สุขบุญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190815/image_big_5d550f59c587f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
