<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>34163</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2019 09:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2019 09:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรอ. จี้โรงงานประหยัดน้ำฝ่าวิกฤติภัยแล้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 เมษายน 2562 &amp;nbsp;นายทองชัย &amp;nbsp;ชวลิตพิเชฐ &amp;nbsp;อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่ากรมฯได้แจ้งขอความร่วมมือไปยังโรงงานอุตสาหกรรมทั่วประเทศให้ช่วยกันประหยัดการใช้น้ำในภาคอุตสาหกรรมและลดปริมาณน้ำทิ้งจากโรงงานเพื่อป้องกันปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง ด้วยการนำนโยบาย 3 อาร์ (รีดิวซ์-Reduce, รียูส-Reuse, รีไซเคิล-Recycle) ในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำในระดับสูงสุด &amp;nbsp;คือ ลดปริมาณการใช้หรือใช้น้ำน้อยเท่าที่จำเป็น การหมุนเวียนใช้น้ำซ้ำ และการบำบัดเพื่อนำน้ำมาใช้ใหม่ ซึ่งนอกจากจะช่วยประหยัดน้ำแล้วยังเป็นการส่งเสริมการสร้างจิตสำนึกในการช่วยกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมตามนโยบายของกระทรวงอุตสาหกรรมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตอนนี้อยากฝากถึงผู้ประกอบการโรงงานว่าช่วงนี้เป็นช่วงหน้าแล้ง ปริมาณน้ำมีน้อย อยากให้ช่วยกันดูแลการประกอบกิจการไม่ให้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ทำให้ประชาชนเดือดร้อน อย่างไรก็ตาม ขอฝากถึงประชาชนด้วยว่า หากพบเห็นความผิดปกติเกี่ยวกับโรงงานที่อาจก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม สามารถร้องเรียนได้ที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมหรือที่สายด่วนกรมโรงงานอุตสาหกรรม 1564 โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรมยินดีที่จะออกไปตรวจสอบและดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย&amp;rdquo; นายทองชัยฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันกรมฯยังมีการเผยแพร่คู่มือเพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบกิจการโรงงานใช้น้ำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ผ่านเว็บไซต์ของกรมโรงงานอุตสาหกรรม พบว่า มีโรงงานจำนวนมากให้ความร่วมมือ นำข้อมูลจากคู่มือไปปฏิบัติ ทำให้เกิดการบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดต้นทุนค่าใช้จ่ายภายในโรงงาน โดยภายในปี 61 ตั้งแต่เดือนม.ค.-ธ.ค. &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบโรงงาน พบว่า โรงงาน 92 ราย มีปัญหาเรื่องน้ำเสียที่เกิดจากการประกอบกิจการ กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้สั่งการให้ปรับปรุงแก้ไขเรียบร้อยแล้ว 91 ราย เหลืออีก 1 ราย ที่อยู่ในระหว่างการปรับปรุงแก้ไข ส่วนในปี 2562 พบว่า มีปัญหาเรื่องน้ำเสีย 21 ราย และปัจจุบัน กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้ดำเนินการแก้ปัญหาแล้ว 17 ราย เหลืออีก 4 รายอยู่ระหว่างการตรวจสอบและติดตามอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรามีแผนในการเข้าไปตรวจสอบอย่างเข้มงวด และให้ความรู้กับโรงงานโดยตลอด ซึ่งในปัจจุบันทางกรมฯ ได้จัดทีมลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง หากตรวจสอบแล้วพบว่ามีการระบายน้ำทิ้งออกจากโรงงานเกินเกณฑ์มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนดก็จะสั่งการให้โรงงานดำเนินการปรับปรุงแก้ไข หากกรณีที่เกิดความเสียหายอย่างรุนแรงจะให้โรงงานหยุดประกอบกิจการชั่วคราว เมื่อครบกำหนดแล้วพบว่าโรงงานยังไม่มีการดำเนินการแก้ไข จะสั่งให้หยุดประกอบกิจการอย่างถาวรพร้อมดำเนินคดีตามกฎหมาย&amp;rdquo; นายทองชัยฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทองชัยฯ กล่าวต่อว่า &amp;nbsp;สถานการณ์น้ำในปัจจุบันมีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำหรือในเขื่อนต่าง ๆประมาณ 50,000 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 59% ของน้ำเต็มความจุ คาดว่าในช่วงเดือนเม.ย.-พ.ค. ในภาคอุตสาหกรรมจะมีการใช้น้ำประมาณ 720 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยส่วนของโรงงานอุตสาหกรรมจะมีสัดส่วนการใช้น้ำประมาณ 3% ภาคเกษตรกรรม 62% และอุปโภค บริโภค 11% อย่างไรก็ตาม มีการคาดการณ์ว่าฝนจะตกตามปกติในช่วงปลายเดือน พ.ค. นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34163</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทองชัย  ชวลิตพิเชฐ, ประหยัดน้ำหน้าแล้ง, ลดการใช้น้ำ, อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190422/image_big_5cbd2243af334.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29486</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2019 17:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2019 17:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รับมือภัยแล้ง! ทน.ภูเก็ตเหลือน้ำดิบผลิตประปาเพียง 60% เตรียมแผนสำรองหากฝนทิ้งช่วง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.พ.62 -&amp;nbsp;น.ส.สมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต กล่าวว่า ในช่วงเดือนมกราคม-เมษายนของทุกปี เป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นช่วงของสถานการณ์ภัยแล้ง เทศบาลนครภูเก็ต เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ให้บริการน้ำประปาแก่พี่น้องประชาชนทั้งในเขตเทศบาลและบริเวณข้างเคียง จำนวนกว่า 18,096 หลังคาเรือน เทศบาลฯใช้น้ำดิบที่นำมาผลิตน้ำประปา ทั้งจากขุมน้ำของเทศบาลฯ ขุมเหมืองของเอกชน และเขื่อนชลประทานบางวาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์ปัจจุบันมีน้ำดิบที่สามารถนำมาผลิตน้ำประปาเหลืออยู่ร้อยละ 60 ของปริมาณน้ำดิบทั้งหมด เมื่อเทียบปริมาณน้ำดิบกับปี 2561 มีน้ำดิบน้อยลงถึงร้อยละ 30 แต่ถือว่ายังไม่ถึงขั้นวิกฤติ เนื่องจากระบบผลิตน้ำประปามีอยู่ 3 สถานี สามารถเชื่อมโยงและช่วยเหลือแลกเปลี่ยนน้ำกันได้ โดยมีกำลังการผลิตน้ำประปาที่แจกจ่ายให้พี่น้องประชาชน วันละ 23,000 ลูกบาศก์เมตร มีแหล่งน้ำดิบหลักๆ ที่ใช้ในการผลิตน้ำประปา ประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.อ่างเก็บน้ำบางวาด มีปริมาณน้ำดิบคงเหลือ 4,090,596 ลูกบาศก์เมตร 2.ขุมน้ำเทศบาล ปริมาณน้ำดิบคงเหลือ 657,161 ลูกบาศก์เมตร 3.ขุมน้ำสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติฯ ปริมาณน้ำดิบคงเหลือ 159,998 ลูกบาศก์เมตร 4.ขุมน้ำหน้าโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ปริมาณน้ำดิบคงเหลือ 126,005 ลูกบาศก์เมตร 5.ขุมน้ำซอยพะเนียง ปริมาณน้ำดิบคงเหลือ 175,000 ลูกบาศก์เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.สมใจ กล่าวว่า หากฝนทิ้งช่วงเป็นระยะเวลานาน อาจทำให้ขาดแคลนน้ำดิบที่ใช้ในการผลิตน้ำปา เทศบาลฯ ได้มีแผนการดำเนินงานเพื่อเตรียมรับมือ และป้องกันปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงสถานการณ์ภัยแล้ง ดังนี้&amp;nbsp;1.ขอให้ประชาชนเตรียมภาชนะเก็บน้ำ และสำรองน้ำประปาไว้ใช้ ในกรณีน้ำประปาไหลอ่อน หรือน้ำไม่ไหล 2.ขอให้พี่น้องประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัด คุ้มค่า พร้อมทั้งหมั่นตรวจสอบการรั่วไหลของน้ำ หากพบท่อแตก ท่อรั่วหรือท่อซึม ให้เร่งดำเนินการซ่อมแซม เพื่อลดการสูญเสียน้ำประปาโดยไม่จำเป็น 3.หากปริมาณน้ำดิบในแหล่งน้ำไม่เพิ่มขึ้น เทศบาลนครภูเก็ต มีความจำเป็นต้องลดแรงดันในระบบจ่ายน้ำประปาในช่วงเวลา 10.00-17.00 น. และช่วงเวลา 22.00-05.00 น. ซึ่งอาจทำให้บางพื้นที่ที่ห่างจากจุดจ่ายน้ำประปา หรือพื้นที่สูง น้ำประปาไหลอ่อน หรือน้ำประปาไม่ไหลในบางช่วงเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ เทศบาลฯ ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง เทศบาลนครภูเก็ต ณ สำนักงานเทศบาลบาลนครภูเก็ต และจัดตั้งหน่วยงานรับแจ้งเหตุช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง ณ สถานีอาคารป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลนครภูเก็ต โทร.199 , 0-7621-1111 และสายด่วน เทศบาลนครภูเก็ต โทร.1132 เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งในเขตเทศบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยกำหนดจุดแจกจ่ายน้ำไว้จำนวน 3 จุดคือ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 1 ถนนกระ, สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 2 ซอยพะเนียง ถนนเยาวราช และบริเวณโรงกรองน้ำประปาเทศบาลนครภูเก็ต สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติจังหวัดภูเก็ต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน ช่วยกันใช้น้ำอย่างประหยัดและใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า และเตรียมภาชนะรองรับน้ำไว้ใช้ในช่วงที่น้ำประปาไม่ไหล ทั้งนี้ หากพบเห็นน้ำประปารั่วหรือท่อประปาแตก ขอให้แจ้งกองการประปา เทศบาลนครภูเก็ต &amp;nbsp;โทร. 0-7621-1130 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29486</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดภูเก็ต, นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต, น้ำดิบ, น้ำประปา, ประหยัดน้ำหน้าแล้ง, สถานการณ์ภัยแล้ง, สมใจ สุวรรณศุภพนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190219/image_big_5c6bd975d2cb1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
