<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106279</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2021 22:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2021 22:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จี7รุมจีน ไล่บี้สืบต้นตอโควิด ป้องสิทธิฮ่องกง-อุยกูร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ผู้นำกลุ่มจี 7 ปิดฉากการประชุมสุดยอดแล้วเมื่อวันอาทิตย์ จีนตกเป็นเป้าใหญ่ของการรุมกินโต๊ะ ทั้งประเด็นซินเจียง ฮ่องกง ทะเลจีนใต้และตะวันออก รวมถึงการเรียกร้องการสอบสวนต้นตอไวรัสโควิดอย่างละเอียด ก่อนหน้านั้นทูตจีนเพิ่งเตือนจี 7 หมดยุคที่ประเทศกลุ่มเล็กๆ จะมาตัดสินชะตาโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(จากซ้าย) นายกฯ แคนาดา, ประธานคณะมนตรียุโรป, ประธานาธิบดีสหรัฐ, นายกฯ ญี่ปุ่น, นายกฯ อังกฤษ, นายกฯ อิตาลี, ประธานาธิบดีฝรั่งเศส, ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป และนายกฯ เยอรมนี ถ่ายภาพหมู่เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศเศรษฐกิจชั้นนำ 7 ประเทศ นาน 3 วัน ที่รีสอร์ตในบาริสเบย์ของอังกฤษ เป็นการประชุมแบบพบตัวกันครั้งแรกในรอบเกือบ 2 ปี ที่นอกจากจะเป็นการหารือกันเกี่ยวกับประเด็นปัญหาสำคัญต่างๆ ระดับโลก ไล่ตั้งแต่โรคระบาดโควิด-19 ไปจนถึงภาวะโลกร้อนแล้ว ผู้นำจี 7 ยังต้องการใช้เวทีนี้แสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในการเผชิญหน้ากับการแผ่อิทธิพลของจีนทั้งทางเศรษฐกิจและการทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การผงาดขึ้นของจีนสู่การเป็นมหาอำนาจชั้นนำของโลกถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ที่มีนัยสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในยุคสมัยนี้ เคียงข้างกับการล่มสลายของสหภาพโซเวียตเมื่อปี 2534 ที่ทำให้สงครามเย็นยุติลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวรอยเตอร์กล่าวว่า ในแถลงการณ์วันสุดท้ายของการประชุมวันอาทิตย์ที่ 13 มิถุนายน ผู้นำจี 7 กล่าวถึงจีนในประเด็นอ่อนไหวหลายด้าน ทั้งการละเมิดสิทธิมนุษยชนชาวมุสลิมอุยกูร์ในเขตซินเจียง, เรียกร้องอำนาจปกครองตนเองระดับสูงของฮ่องกง และต้องการให้มีการสอบสวนอย่างละเอียดและสมบูรณ์เกี่ยวกับต้นกำเนิดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราจะส่งเสริมค่านิยมของเรา รวมถึงด้วยการเรียกร้องให้จีนเคารพสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับซินเจียง และสิทธิ, เสรีภาพ และอำนาจปกครองตนเองระดับสูง สำหรับฮ่องกงที่บัญญัติไว้ในปฏิญญาร่วมจีน-อังกฤษ&amp;quot; แถลงการณ์ของจี 7 กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรายังเรียกร้องให้มีการศึกษาต้นกำเนิดของโควิด-9 ระยะที่ 2 อย่างโปร่งใสและในเวลาที่เหมาะสม ภายใต้การนำของผู้เชี่ยวชาญและอยู่บนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์ที่ดับเบิลยูเอชโอ (องค์การอนามัยโลก) เป็นผู้รวบรวม รวมถึงในจีน ตามคำแนะนำในรายงานของคณะผู้เชี่ยวชาญ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากประเด็นที่กล่าวถึงข้างต้น จี 7 ยังเน้นย้ำ &amp;quot;ความสำคัญของสันติภาพและเสถียรภาพข้ามช่องแคบไต้หวัน และส่งเสริมการแก้ปัญหาข้ามช่องแคบอย่างสันติ&amp;quot; นอกจากนี้ &amp;quot;เรายังห่วงกังวลอย่างจริงจังเกี่ยวกับสถานการณ์ในทะเลตะวันออกและทะเลจีนใต้ และคัดค้านอย่างหนักแน่นต่อความพยายามโดยฝ่ายเดียวเพื่อเปลี่ยนแปลงสภาพที่เป็นอยู่และเพิ่มความตึงเครียด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้าที่ผู้นำจี 7 จะปิดประชุมและมีแถลงการณ์ฉบับนี้ สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงลอนดอนกล่าวเตือนว่า วันเวลาที่ประเทศกลุ่ม &amp;quot;เล็กๆ&amp;quot; จะมาตัดสินชะตากรรมของโลกนั้นผ่านพ้นไปนานแล้ว &amp;quot;เราเชื่อเสมอว่า ประเทศทั้งหลาย ไม่ว่าใหญ่หรือเล็ก, แข็งแรงหรืออ่อนแอ, จนหรือรวย นั้นเท่าเทียมกัน และกิจการของโลกควรจัดการผ่านการปรึกษาหารือกันโดยทุกประเทศ&amp;quot; โฆษกสถานทูตจีนกล่าวในวันอาทิตย์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106279</URL_LINK>
                <HASHTAG>จี7, ประชุมสุดยอดผู้นำจี 7, ประเด็นสิทธิมนุษยชน, รุมจีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210613/image_big_60c62847e71a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
