<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>75391</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2020 16:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2020 15:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;สหรัฐ&quot;ยอมรับทับหลังปราสาทเขาโล้น-หนองหงส์ เป็นของไทย ย้ายออกจากมิวเซียม รอส่งคืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทับหลังหนองหงส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;24 ส.ค. 63- นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลมอบหมายให้ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) ดำเนินการติดตามโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ของไทย ที่อยู่นอกราชอาณาจักร กลับคืนสู่ประเทศ ล่าสุดได้ประสานงานอย่างเป็นทางการผ่านกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ส่งหนังสือติดตามทวงคืนโบราณวัตถุถึงสำนักงานสืบสวนเพื่อความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ สหรัฐอเมริกา พร้อมข้อมูลการศึกษาทางวิชาการและหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ในการสืบสวนสอบสวน ยืนยันโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ที่อยู่ในสหรัฐอเมริกา มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทยและได้ถูกลักลอบนำออกไปโดยวิธีการที่ผิดกฎหมาย เช่น รายงานการสำรวจของกรมศิลปากร ตัวอย่างเอกสารอนุญาตในการส่งออกโบราณวัตถุ เป็นต้น ซึ่งนำไปสู่กระบวนการขอส่งคืนประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทับหลังเขาโล้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายประทีป กล่าวอีกว่า กรมศิลปากรได้รับแจ้งข้อมูลจากกระทรวงการต่างประเทศอย่างไม่เป็นทางการ ว่า สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแองเจลิส ได้รายงานความคืบหน้าการดำเนินงานในปัจจุบัน ซึ่งมีแนวโน้มไปในทางที่ดีซึ่งโบราณวัตถุชุดแรกที่ดำเนินการติดตาม ได้แก่ ทับหลังจากปราสาทเขาโล้น จ.สระแก้ว และทับหลังจากปราสาทหนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ ที่จัดแสดงอยู่ที่ Asian Art &amp;nbsp;Museum นครซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา &amp;nbsp;ได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมของสหรัฐอเมริกา และทางพิพิธภัณฑ์ฯ ได้ยอมรับว่า ทับหลังทั้ง 2 รายการ เป็นกรรมสิทธิ์ของฝ่ายไทยแล้ว ขณะนี้ได้เคลื่อนย้ายนำทับหลัง 2 ชิ้นดังกล่าวออกจากห้องจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์มาจัดเก็บในห้องคลังเพื่อรอขั้นตอนทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ซึ่งในกระบวนการส่งคืนสู่ประเทศไทย อาจต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง เพราะคาดการณ์ว่ากระบวนการทางกฎหมายจะแล้วเสร็จราวเดือนมีนาคม 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทับหลังเขาโล้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ การดำเนินการทวงคืนโบราณวัตถุ เป็นประเด็นที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ติดตามและให้ความสำคัญมาโดยตลอด ตนจึงได้รายงานความคืบหน้าเรื่องดังกล่าวต่อ นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม เพื่อรายงานถึง พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อทราบแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75391</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมศิลปากร, ทับหลังหนองหงส์, ทับหลังเขาโล้น, ประเทศสหรัฐอเมริกา, โบราณวัตถุไทยในต่างแดน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20200824/image_mid_5f43793c80d6e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74875</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2020 09:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2020 09:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สะเทือนพระสงฆ์ไทยในต่างประเทศ!เมื่อมหาเถรสมาคมติดเบรกศตภ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค.2563 - &amp;nbsp;เว็บไซต์อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม ซึ่งเป็นเว็บของวัดไทยในลาสเวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกาได้ออกบทวิเคราะห์ที่น่าสนใจในหัวข้อ &amp;ldquo;พศ. งัดข้อ ศตภ.! &amp;nbsp;สำนักพุทธยื่น มส. ตีความมติ ศตภ. กรณีออกมติให้พระไปต่างประเทศช่วงโควิด ผลก็คือ มส. เข้าข้าง พศ. สั่งเบรก ศตภ. ห้ามไม่ให้ออกมติอีกต่อไป&amp;rdquo; มีเนื้อหาว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อา..ถือว่าเป็นมวยรุ่นใหญ่ที่ไม่ได้ชมมานานหลายปี เรียกว่าเป็นศึกใหญ่ครั้งแรกในสมัยพระสังฆราชอัมพรก็ว่าได้ เมื่อสำนักพุทธฯ ซึ่งเป็นทั้งข้าราชการในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี และเลขาธิการมหาเถรสมาคม ได้ส่งเรื่องแย้ง ศตภ. (ศูนย์ควบคุมพระภิกษุสามเณรไปต่างประเทศ) ไปให้มหาเถรสมาคมตัดสิน ผลปรากฏว่า มส. (มหาเถร) เห็นดีตาม พศ. สั่งห้าม ศตภ. ออกมติอีก ฉีกหน้ากันยับยู่ยี่เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คือดังว่า แต่เดิมนั้น มส. สั่งตั้ง &amp;quot;ศูนย์ควบคุมพระภิกษุสามเณรไปต่างประเทศ-ศตภ.&amp;quot; ขึ้นมา เพื่อคัดกรองพระภิกษุสามเณรไปต่างประเทศ ครั้นมีโครงการอบรมพระธรรมทูตขึ้นมาในปี 2538 ก็สั่งแยกงานพระธรรมทูตออกจาก ศตภ. ให้พระธรรมทูตเดินเรื่องผ่าน มส. ได้โดยตรง โดยให้มีสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ เป็นหน่วยงานใหม่ ดูแลด้านนี้โดยเฉพาะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเดินทางไปต่างประเทศของพระเณรไทยจึงแยกออกเป็น 2 สาย สายพระธรรมทูตต้องผ่านสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ สายทั่วไป เช่น จะไปกิจนิมนต์ชั่วคราว ไปไหว้พระที่อินเดีย หรือสายอื่นใดที่มิใช่พระธรรมทูต ก็ให้ไปขึ้นต่อ ศตภ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบัน ศตภ. มีสำนักงานอยู่ที่วัดสังเวชวิศยาราม และมีสมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ ป.ธ.9) วัดไตรมิตรวิทยาราม เป็นประธาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศนั้น ปัจจุบันมีสมเด็จพระมหาธีราจารย์ (ประสฤษดิ์ เขมงฺกโร ป.ธ.3) วัดยานนาวา เป็นประธาน
&amp;nbsp;
แต่ก็มีความลักลั่นกันอีก คือว่า ถ้าสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ พิจารณารับคำร้อง (ทั้งเรื่องหนังสือเดินทางและวีซ่า) แล้ว ก็จะต้องนำเสนอมหาเถรสมาคมเพื่ออนุมัติเป็นด่านสุดท้าย (ผ่านไม่ผ่านก็อยู่ที่มหาเถรสมาคม)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ ศตภ. เมื่อผ่านมติแล้วก็เป็นอันสิ้นสุด ไม่ต้องส่งเรื่องผ่าน มส. อีกต่อไป แต่ ศตภ. จะส่งเรื่องไปสั่งให้สำนักพุทธฯ ออกหนังสือรับรองทั้งทำวีซ่าและพาสปอร์ตแก่พระเณรรูปนั้นๆ ได้โดยตรงเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นไหมว่า หน่วยงานของ มส. ทั้งสองแห่ง มีแนวทางการทำงานที่แตกต่างกัน ทั้งๆ ที่มีเนื้องานเหมือนกัน และขึ้นตรงต่อ มส. เหมือนกัน มันก็แปลกแต่จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ นำเรื่อง ศตภ. ผ่านมติให้พระภิกษุสามเณรไปต่างประเทศ เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ไปให้มหาเถรสมาคมพิจารณา จึงถือว่าเป็นครั้งแรกที่มีการนำมติ ศตภ. เข้า มส. แถมผลที่ออกมาปรากฏว่า มส. เห็นด้วยกับ พศ. คือสั่งระงับมติของ ศตภ. ให้ตกไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงแม้ ศตภ. จะอ้อมแอ้มอ้างว่า มติที่ออกไปนั้น แค่ให้พระเณรไปทำพาสปอร์ต ยังไม่ได้ให้ไปต่างประเทศ ดังนี้ก็ตาม แต่ พศ. ก็แย้งว่า แล้วถ้าพระเณรที่มีวีซ่าอยู่ก่อนแล้ว เอามติ ศตภ. ครั้งนี้ไปทำพาสปอร์ต ก็จะสามารถไปต่างประเทศได้ (ทำนองลักไก่) ดังนั้น จึงถือว่าไม่ปลอดภัยสำหรับ มส. ที่ต้องเข้มงวดการเดินทางของพระเณรไทยในช่วงนี้ เถียงแบบนี้ทาง ศตภ. ก็สู้ไม่ได้ และสุดท้าย มส. ก็ถือหาง พศ. สั่งให้มติ ศตภ. ตกไปต่อหน้าต่อตามสมเด็จสนิทที่นั่งประชุมอยู่ใน มส. ครั้งนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรรมการสนามมวยลุมพินีชี้ว่า ผลการชกครั้งนี้ พศ. ชนะขาดลอย ส่วน ศตภ. ของสมเด็จสนิทนั้น &amp;quot;หลับสนิทศิษย์หามลง&amp;quot; เพราะคงมิใช่แค่มติครั้งนี้ที่ไม่ผ่าน แต่อาจจะถึงกับ &amp;quot;ปิดห้องประชุม ศตภ. วัดสังเวช&amp;quot; ไปอีกนาน เพราะถูก มส. ห้ามออกมติให้พระไทยไปต่างประเทศ ก็เท่ากับ &amp;quot;ห้ามประชุม ศตภ.&amp;quot; จนกว่าจะยกเลิกมติดังกล่าว ตกงานกันเป็นแถวเลย คณะกรรมการ ศตภ. ชุดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ว่าปัญหามันมิได้จำกัดวงอยู่เพียงแค่ &amp;quot;เมืองไทย&amp;quot; เท่านั้น เพราะมติ มส. ที่ออกมาครั้งนี้ มีผลกับพระไทยทั่วโลก ทั้งที่ไปปฏิบัติศาสนกิจชั่วคราว (ไม่เกิน 6 เดือน และส่วนใหญ่กลับไทยแล้ว) ทั้งที่ไปเป็นพระธรรมทูตอยู่ต่างประเทศนานหลายปี ไม่ต่ำกว่า 1 ใน 3 มีตำแหน่งในต่างแดน เช่นเป็นเจ้าอาวาส เป็นพระเลขา และถือกรีนคาร์ดของต่างประเทศ สามารถเข้าออกได้ตลอดเวลา (แต่ยังถือพาสปอร์ตไทย) ถ้าพระธรรมทูตมีกิจสำคัญเร่งด่วนต้องเดินทางกลับประเทศไทย ก็จะตกอยู่ในฐานะ &amp;quot;เข้าได้ แต่ออกไม่ได้&amp;quot; เพราะติดมติ มส. ดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คือถ้ามหาเถรสมาคม ไม่ยอมให้พระไทยต่ออายุหนังสือเดินทาง ก็จะทำให้พระธรรมทูตไทยในต่างประเทศ &amp;quot;เดินทางไม่ได้&amp;quot; เพราะหนังสือเดินทางมีไว้สำหรับเดินทางไปต่างประเทศ ส่วนวีซ่านั้นมีไว้สำหรับผ่านด่านเข้าประเทศ รวมทั้งพระธรรมทูตที่มีธุระจะเดินทางกลับไทยในช่วงนี้ ก็จะเดินทางกลับออกนอกประเทศไม่ได้ เพราะ มส. ห้ามไม่ให้พระไทยไปต่างประเทศ ไม่ว่ากรณีใดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มติ มส. ที่ออกมา จึงถือว่าไม่รอบคอบ ไม่รัดกุม ตีขลุมมั่วไปหมด ไม่ว่าพระเณรไทยอยู่ในสถานะไหนก็ห้ามตะพึด ไม่มีการจำแนกแยกแยะว่า ประเภทไหนสมควรได้รับการผ่อนปรน ประเภทไหนที่ห้ามไม่ให้ไปโดยเด็ดขาด ถือว่าขาดเหตุผลอย่างตื้นเขินเลย ดูแต่รัฐบาลไทย แม้จะมีมาตรการกักกันผู้เดินทาง &amp;quot;เข้า-ออก&amp;quot; ประเทศ แต่ก็ยังมีข้อยกเว้นไว้หลายประเภท นั่นแสดงว่าเข้าใจและทำงานเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีที่ ศตภ. ชี้แจงว่า มติที่ออกมานั้น เพียงแค่ให้ต่อพาสปอร์ต ยังมิได้ให้ทำวีซ่า แต่การทำวีซ่ากับพาสปอร์ตก็ใช้มติเดียวกันนั่นแหละ มันจึงสุ่มเสี่ยงต่อการเลี่ยงบาลี แต่ถ้าระบุว่า &amp;quot;สำหรับการต่อพาสปอร์ตสำหรับพระธรรมทูต หรือพระไทยที่มีตำแหน่งในต่างประเทศเท่านั้น&amp;quot; แบบนี้ มส. ก็ควรรับฟังและพิจารณาเป็นรายๆ ไป มิใช่ตีตกทั้งมติ ทั้งพวกที่ไปอยู่นานและพวกที่ไปชั่วคราว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีข้อสังเกตว่า การนำเรื่อง ศตภ. ไปฟ้อง มส. ของ พศ. ครั้งนี้ ชี้ให้เห็นว่า หน่วยงานรัฐและคณะสงฆ์ ภายใต้มหาเถรสมาคมทั้งสองแห่ง ไม่มีการทำงานร่วมกัน คือต่างคนต่างทำ คนหนึ่งออกมติมา อีกคนคัดค้าน ถึงกับ มส. ต้องออกมาเป็นกรรมการชี้ขาดว่าใครผิดใครถูก แบบนี้จึงเข้าทำนอง &amp;quot;ประสานงา&amp;quot; เพราะถ้ามีการประสานงานกันตั้งแต่แรก ปรึกษาหารือกันให้ลงตัว ก็จะไม่เกิดปัญหา แต่ปัญหาเกิดเพราะทำงานไม่เป็น เลยต้องมาทะเลาะกันให้ชาวบ้านเห็น เป็นเรื่องน่าเศร้าใจ บ้านเมืองมีปัญหา พระศาสนามีปัญหา แต่ถ้าคนไม่มีปัญญาแก้ไข ก็เท่ากับซ้ำเติมสถานการณ์ให้เลวร้ายลงไปกว่าเดิม น่าจะสังคายนาองค์กรต่างๆ ในการดูแลของมหาเถรสมาคมได้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอย้ำว่า มติ มส. ที่ออกมาครั้งล่าสุด จึงมิใช่แค่ &amp;quot;ห้ามพระไทยไปต่างประเทศ&amp;quot; เท่านั้น แต่ยัง &amp;quot;ห้ามพระไทยในต่างประเทศเข้าประเทศ&amp;quot; อีกด้วย เพราะถ้าเข้าแล้วออกไม่ได้ เขาจะเข้าไปทำไม หรือคิดว่าพระธรรมทูตเขาไม่จำเป็นต้องกลับไทยเลยในช่วงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก็นี่แหละ เวลาให้โอวาทอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ ก็ปากหวาน &amp;quot;พวกท่านเป็นผู้เสียสละ เป็นหน่วยหน้ากล้าตายให้คณะสงฆ์ไทยในต่างประเทศ รู้ว่าพวกท่านอยู่ยากกินยาก แต่ต้องลำบากแทนพวกเรา ขอให้กำลังใจในการปฏิบัติศาสนกิจในต่างแดน&amp;quot; แต่พอมีปัญหาก็ไม่ช่วยแก้ไข แถมยังซ้ำเติมกันอีก &amp;nbsp;ออกมติตะพึด ไม่ถามไม่ไถ่กันซักคำ แบบนี้นี่เองกิจการพระศาสนามันถึงได้สาละวันเตี้ยลงทุกวัน เป็นพระนะ อย่าให้ณรงค์จูงจมูกสิครับ ท่านมหาเถร !
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74875</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประเทศสหรัฐอเมริกา, มส., มหาเถรสมาคม, ลาสเวกัส, ศตภ., ศูนย์ควบคุมพระภิกษุสามเณรไปต่างประเทศ, อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200819/image_big_5f3c89770b8bb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67765</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2020 09:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2020 09:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิมล&#039; ย้อนเกล็ดพวกเรียกร้องปชต.อย่าง &#039;สหรัฐ&#039; จงภูมิใจกับการปราบม็อบและจลาจล!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มิ.ย.63 - นายวิมล ไทรนิ่มนวล นักเขียนรางวัลซีไรต์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้ สหรัฐอเมริกาเป็น​ &amp;quot;บิดาประชาธิปไตยของโลก​&amp;quot; เรายกย่องและอยู่ในโอวาทของท่านมานานแล้ว ดังนั้น..เราต้องถือเอาความคิดและการกระทำของท่านเป็นบรรทัดฐานทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องจัดการกับการประท้วงและจลาจล!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใครที่เรียกร้องให้เอาอย่างสหรัฐอเมริกาจงภูมิใจและอย่าโวย!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#ไม่เดินตามบิดาแล้วจะเดินตามหมาที่ไหน?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67765</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประเทศสหรัฐอเมริกา, วิมล ไทรนิ่มนวล, เรียกร้องประชาธิปไตย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180531/image_big_5b0fc4027507e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62580</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2020 08:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2020 06:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทั่วโลกติดโควิด-19 ทะลุ 1.5 ล้านราย เสียชีวิตใกล้หลักแสน &#039;อเมริกา&#039; ยังวิกฤติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 เม.ย.63 - เมื่อเวลา 06.30 น.ตามเวลาประเทศไทย ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลกพุ่งสูงถึง 1.5 ล้านราย&amp;nbsp;เสียชีวิต 8.8 หมื่นราย&amp;nbsp;โดยสถานการณ์ในประเทศสหรัฐอเมริกายังคงวิกฤติหนักที่สุด ล่าสุดพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 26,744 คน รวมทั้งสิ้น 427,079 คน ผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1,824 คน รวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;14,665 คน ตามมาด้วยประเทศสเปน มีตัวเลขผู้ติดเชื้อรวม 148,220 คน เสียชีวิต&amp;nbsp;14,792 คน และอิตาลี มีผู้ติดเชื้อ 139,422 คน เสียชีวิต&amp;nbsp;17,669 คน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62580</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, ตัวเลขผู้ติดเชื้อ, ประเทศสหรัฐอเมริกา, สถานการณ์ไวรัสโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200409/image_big_5e8e5ee0ebbe1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61882</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2020 01:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2020 01:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทะลุล้านแล้ว! ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลกพุ่งไม่หยุด ตาย 5 หมื่น &#039;อเมริกา&#039; หนักสุด เยอรมนีแซงจีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 เม.ย.63 - สถานการณ์การระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ทั่วโลก วันที่ 3&amp;nbsp;เมษายน เวลา 01.00 น. ตามเวลาประเทศไทย มีผู้ติดเชื้อทะลุ 1,000,168&amp;nbsp;คนไปแล้ว ส่วนผู้เสียชีวิตมีทั้งสิ้น 51,354&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สหรัฐอเมริกา ยังคงนำอันดับที่ 1 พบผู้ติดเชื้อรวม 235,747&amp;nbsp;ราย เสียชีวิตแล้ว 5,620&amp;nbsp;ราย ตามมาด้วยอิตาลีติดเชื้อ 115,242&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เสียชีวิต 13,915&amp;nbsp;ราย สเปนพบผู้ป่วย 110,238&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เสียชีวิต 10,096 ราย เยอรมนีขึ้นแซงหน้าจีนเป็นที่เรียบร้อย โดยขณะนี้มีผู้ติดเชื้อ 84,264 ราย เสียชีวิต 1,074 ราย&amp;nbsp;และ จีนมีผู้ติดเชื้อ 81,589 ราย มีผู้เสียชีวิต 3,318 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61882</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, ตัวเลขผู้ติดเชื้อ, ติดเชื้อทะลุล้าน, ประเทศสหรัฐอเมริกา, สถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200403/image_big_5e862bcb540f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60134</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2020 10:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2020 09:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธนาธร&#039;โป๊ะแตกอีกแล้ว&#039;ดร.ศุภณัฐ&#039;แฉลอกฝรั่งโชว์กึ๋นแก้โควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มี.ค.2563 - &amp;nbsp;ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ ดร.นิว นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกาโพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;ถ้าสาธารณสุขกับวอชิงตันโพสต์ไม่บอกก็คงคิดเองไม่ได้&amp;rdquo;พร้อมรูปมีเนื้อหาว่า &amp;quot;ดังนั้นทั้งแบบจำลองของสาธารณสุขและแบบจำลองของวอชิงตันโพสต์บอกเราเหมือนกันหนึ่งอย่างว่า มาตรการ​ social distancing หรือมาตรการ​การส่งเสริมให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการพบปะกัน เป็นมาตรการแก้ไขปัญหา​ได้ดีที่สุด ไม่มีใครอยากเห็นเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นนะครับ เพราะเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดการสูญเสียเป็นจำนวนมากต่อบุคคลที่เรารัก เพื่อนร่วมงานของเรา หรือเพื่อนร่วมสังคมของเรา&amp;quot; - ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ 17 มี.ค. 63&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถูกต้องครับ...สาธารณสุขกับวอชิงตันโพสต์บอกเหมือนกันว่า มาตรการ​ social distancing หรือมาตรการ​การส่งเสริมให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการพบปะกัน เป็นมาตรการแก้ไขปัญหา​ที่ดีที่สุด แต่นี่เป็นสิ่งที่ไม่เคยมีอยู่ในหัวสมองของธนาธรในห้วงระยะเวลาก่อนหน้านี้เลย จนทำให้สามารถคิดได้ว่าตัวของธนาธรนั้นไม่เคยสนใจหรือใส่ใจกับปัญหาการแพร่ระบาดของ COVID-19 นี้เลยจริงๆ จนกระทั้งเกิดอาการสมองกลับเมื่อมาได้อ่านข่าวของวอชิงตันโพสต์ เมื่อวันที่ 14 มี.ค. 63 (ตามเวลาไทยน่าจะ 15 มี.ค.) แล้วเพิ่งโผล่มาเริ่มต้นที่จะสนใจ อ้างอิง...https://wapo.st/3d7PUrI&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะสิ่งที่ธนาธรกับปิยบุตรได้โพสต์ลงในเฟซบุ๊กบอกกับสังคมไทยในขณะที่มีการแพร่ระบาดของ COVID-19 แล้วในระยะเวลาไม่ถึง 1 เดือนก่อนหน้านี้...สามารถดูได้จากตัวอย่างการโพสต์ของพวกเขาที่ย้อนแย้งกับสิ่งที่ธนาธรเพิ่งโผล่มาพูดในตอนนี้เป็นอย่างมากที่ไม่ได้มีความคิดเกี่ยวกับ &amp;quot;มาตรการ​ social distancing หรือมาตรการ​การส่งเสริมให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการพบปะกัน&amp;quot; อยู่ในหัวสมองกันเลยแม้แต่นิดเดียวทั้งๆที่เราต่างก็ได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นและตัวอย่างการควบคุม COVID-19 ที่มีประสิทธิภาพของประเทศจีนที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอยืนเคียงข้างกับทุกคน I stand in solidarity with you all. ภาพของพี่น้องประชาชนจำนวนมากที่ได้ลุกขึ้นมาสู้กับความอยุติธรรมด้วยตัวเอง ผู้คนที่ไม่ยอมเพิกเฉยต่ออำนาจเผด็จการ ผู้คนที่ไม่ยอมเหนียมอายต่อหน้าความอยุติธรรม ผู้คนที่ร้อยรัดกันด้วยความหวัง และความฝันที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงไปสู่สังคมที่ก้าวหน้า เท่าเทียมและเป็นธรรม หลังการสิ้นสุดของการอภิปรายไม่ไว้วางใจในวันที่ 24 - 28 ก.พ ที่กำลังจะถึงนี้
ผมและคณะอนาคตใหม่จะมาร่วมเดินทางต่อไปกับพวกคุณ&amp;quot;- ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ 23 ก.พ. 63&amp;quot;[ ความเห็นทางกฎหมายต่อการใช้ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 สั่งห้ามการชุมนุมโดยอ้างว่าเพื่อป้องกันการระบาดของ Covid-19 ]&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งหมดนี้ต้องกระทำด้วยความจริงใจมิใช่มีวัตถุประสงค์ซ่อนเร้น มิเช่นนั้นประชาชนย่อมมีสิทธิตั้งข้อสงสัยได้ว่าในท้ายที่สุดแล้ว การห้ามชุมนุมเป็นการใช้ประโยชน์จากสถานการณ์วิกฤตโรคระบาดเพื่อจำกัดเสรีภาพการแสดงออกของนักเรียนนิสิตนักศึกษาเยาวชนหรือไม่?&amp;quot;-ปิยบุตร แสงกนกกุล 29 ก.พ. 63&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ้างอิง..https://news.thaipbs.or.th/content/288560&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60134</URL_LINK>
                <HASHTAG>University of Arkansas, คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์, ดร.นิว, ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ประเทศสหรัฐอเมริกา, วอชิงตันโพสต์, เฟซบุ๊ก, โควิด19, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191112/image_big_5dca0898cfb5f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60119</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2020 07:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2020 07:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วัดไทยในลอสแองเจลิสออกมาตรการป้องกันโควิด-19งดสงกรานต์-ปิดการเรียนการสอน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มี.ค.2563 &amp;ndash; พระวิเทศกิตติคุณ เลขานุการคณะกรรมการอำนวยการฝ่ายสงฆ์ วัดไทยลอสแองเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกาได้ออกประกาศวัดไทยลอสแองเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เรื่อง การดำเนินมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 โดยมีเนื้อหาว่า โดยมติของคณะสงฆ์ คณะกรรมการอำนวยการ และคณะกรรมการบริหารวัดไทยลอสแองเจลิส เห็นสมควรดำเนินมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด19 อนุวัตรตามประกาศของฝ่ายบ้านเมืองดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ให้เลื่อนการจัดงานเทศกาลประเพณีสงกรานต์ ซึ่งกำหนดวันที่ 11-12 เมษายน 263 ออกไปอย่างไม่มีกำหนด หรือจนกว่าสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสกลับคืนสู่ปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ให้ดำเนินการงดบริการตลาดอาหารวัดไทยๆ ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 21-22 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป ถือเป็นการปรับปรุงกิจการตลาดอาหารด้วย โดยจะเปิดบริการครั้งต่อไปในสัปดาห์ที่ 16-17 พฤษภาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ให้ดำเนินการปิดการเรียนการสอนโรงเรียนพุทธศาสนาวัดไทยฯ ภาคปกติ ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 21-22 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป และเปิดเรียนครั้งต่อไปในสัปดาห์ที่ 18-19 เมษายน 2563 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ให้งดการเรียนการสอนโรงเรียนพุทธศาสนาวัดไทยลอสแองเจลิส ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หากมีการเปลี่ยนแปลงเป็นประการใด ทางวัดจะแจ้งให้ทราบต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60119</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประเทศสหรัฐอเมริกา, พระวิเทศกิตติคุณ, วัดไทยลอสแองเจลิส, เลขานุการคณะกรรมการอำนวยการฝ่ายสงฆ์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200318/image_big_5e716a82045be.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
