<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>83692</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2020 00:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2020 22:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“เควิน เบลิงกอน ปะทะ จอห์น ลินิเคอร์” สองงจอมน็อคเอาท์ พร้อมระเบิดศึก ONE: INSIDE THE MATRIX III มันต่อเนื่อง 13 พ.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัน แชมเปียนชิพ ประกาศเปิดโผ ศึก ONE: INSIDE THE MATRIX III ต่อเนื่องที่สิงคโปร์ ศุกร์ที่ 13 พ.ย.นี้ ด้วยรูปแบบบันทึกการแข่งขัน คู่เอกของศึกภาคที่ 3 นำโดยสองยอดฝีมือผู้มีพลังน็อกเอาต์มาเผชิญหน้ากันชนิดตาต่อตาฟันต่อฟัน เควิน เบลิงกอน จากฟิลิปปินส์ พบกับ จอห์น ลินีเคอร์ จากบราซิล ในการต่อสู้แบบผสมสาน รุ่นแบนตัมเวต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คู่เอก อดีตแชมป์โลก ONE รุ่นแบนตัมเวต ซึ่งรั้งอันดับ 1 ของแรงกิง &amp;ldquo;The Silencer&amp;rdquo; เควิน เบลิงกอน ขึ้นประชันฝีหมัดกับอันดับ 5 ของแรงกิง &amp;ldquo;Hand of Stone&amp;rdquo; จอห์น ลินีเคอร์ ในฐานะคู่เอกของศึกนี้ ซึ่งจัดการแข่งขันที่สิงคโปร์ อินดอร์ สเตเดียม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขวัญใจชาวตากาล็อกอย่าง เควิน เป็นเจ้าของสถิติน็อกเอาต์สูงสุดในประวัติศาสตร์ของรุ่นแบนตัมเวต ด้วยจำนวนถึง 6 ครั้ง หวังจะทวงคืนเข็มขัดแชมป์โลก ONE ซึ่งทำหลุดมือไปก่อนหน้านี้กลับคืนมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ จอห์น ลินีเคอร์ ก็ไม่ใช่หมูให้เชือด เขาเป็นเจ้าของสถิติชนะ 32 แพ้ 9 ก้าวเข้ามาใน วัน แชมเปียนชิพ เมื่อเดือนตุลาคม 2562 โดยเปิดตัวด้วยชัยชนะอย่างสวยงามเหนือ &amp;ldquo;Tajik&amp;rdquo; มูอิน กาฟูรอฟ อย่างเป็นเอกฉันท์ ซึ่งเป้าหมายของเขาในไฟต์นี้ก็เพื่อไต่เข้ามาติดอยู่ในอันดับ 1 ใน 5 ของแรงกิงรุ่นแบนตัมเวตนั่นเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากคู่เอกในศึก ONE: INSIDE THE MATRIX III แฟนๆ ยังจะได้เห็นการปรากฏตัวของอีกหนึ่งนักสู้แถวหน้าจากทีมลาไคย์ของ เควิน ซึ่งเป็นอดีตแชมป์โลก ONE รุ่นฟลายเวตอย่าง &amp;ldquo;Gravity&amp;rdquo; เจเฮ อุสตาคิโอ กลับมาวาดลวดลายอีกครั้งในฐานะคู่รองการแข่งขัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครั้งสุดท้ายที่ได้เห็นผลงานของ เจเฮ ในเวทีระดับโลก คือเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2562 โดยเขาสร้างไฮไลต์เดือดเผด็จศึกอดีตคู่ปรับตลอดกาลอย่าง &amp;ldquo;Dynamite&amp;rdquo; โทนี ตาอูรู ด้วยท่าหมุนตัวเตะกลับหลัง กระแทกเข้าเต็มๆ ตับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยศึกนี้ เจเฮ จะได้พบกับแชมป์การต่อสู้แบบผสมผสานจากเกาหลีใต้ &amp;ldquo;Running Man&amp;rdquo; มิน จง ซง ซึ่งคว้าชัยชนะติดต่อกัน 4 ไฟต์ซ้อน โดยรวมกับ 2 ไฟต์ใน ONE Worrior Seris (OWS) เวทีค้นหาดาวรุ่งของ วัน แชมเปียนชิพ
นอกจากนี้ยังมีบรรดานักสู้ดาวดังจากนานาประเทศพร้อมใจกันระเบิดความมันในศึกนี้อย่างคับคั่ง อาทิ แชมป์แพนเครส &amp;ldquo;Japanese Beast&amp;rdquo; ฮิโรยูกิ เทตซูกะ, แชมป์ชูโตฮิโรบา มิโนวา, แชมป์โลก ADCC สองสมัย &amp;ldquo;ยูริ ไซโมอิส&amp;rdquo; และนักสู้อันดับ 5 ของแรงกิงรุ่นสตรอว์เวต &amp;ldquo;Thunder Kid&amp;rdquo; ลิโต อาดิวัง
&amp;nbsp;โปรแกรมการแข่งขัน ศึก ONE: INSIDE THE MATRIX III
&amp;middot;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เควิน เบลิงกอน vs จอห์น ลินีเคอร์ (การต่อสู้แบบผสมผสาน รุ่นแบนตัมเวต)
&amp;middot;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เจเฮ อุสตาคิโอ vs มิน จง ซง (การต่อสู้แบบผสมผสาน แคตช์เวต 64 กิโลกรัม)
&amp;middot;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฮิโรยูกิ เทตซูกะ vs มูราด รามาซานอฟ (การต่อสู้แบบผสมผสาน รุ่นเวลเตอร์เวต)
&amp;middot;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฟ่าน หรง vs. ยูริ ไซโมอิส (การต่อสู้แบบผสมผสาน รุ่นมิดเดิลเวต)
&amp;middot;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ลิโต อาดิวัง vs ฮิโรบา มิโนวา (การต่อสู้แบบผสมผสาน รุ่นสตรอว์เวต)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83692</URL_LINK>
                <HASHTAG>ONE: INSIDE THE MATRIX III, กีฬา, ประเทศสิงคโปร์, วัน แชมเปี้ยนชิพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201113/image_big_5fad766a0dba5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22988</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/11/2018 13:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/11/2018 13:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ. เสนอนวัตกรรมไทย “นาฬิกาอัจฉริยะเตือนภาวะน้ำตาลต่ำ” ตรวจจับสัญญาณ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28พ.ย.61-สธ. เสนอนวัตกรรมของไทย &amp;ldquo;นาฬิกาอัจฉริยะเตือนภาวะน้ำตาลต่ำ&amp;rdquo; ตรวจจับ3สัญญาณ เหงื่อออก หัวใจเต้นเร็ว อุณหภูมิที่ผิวหนังลดต่ำลง ป้องกันอันตรายภาวะน้ำตาลต่ำขั้นรุนแรง ในที่ประชุมระดับรัฐมนตรีเรื่องเบาหวาน (Ministerial Conference on Diabetes) ณ ประเทศสิงคโปร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ธวัช &amp;nbsp;สุนทราจารย์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ให้สัมภาษณ์ว่า ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้เข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีเรื่องเบาหวาน (Ministerial Conference on Diabetes) ซึ่งจัดระหว่างวันที่ &amp;nbsp;26 - 27 พฤศจิกายน 2561 ณ ประเทศสิงคโปร์ ประกอบด้วย 3 หัวข้อใหญ่ ได้แก่ 1. สถานการณ์ของโรคเบาหวาน โอกาสและความท้าทาย 2. การจัดการปัญหาเบาหวานด้วยการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับการส่งเสริมสุขภาพและการบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ และ3. การเปลี่ยนแปลงเพื่อสุขภาพที่ดีกว่า : การใช้เทคโนโลยีและพฤติกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ธวัชกล่าวต่อว่า สธ. ได้ร่วมกล่าวถ้อยแถลงในที่ประชุมในหัวข้อที่ 3 นำเสนอนวัตกรรมของไทย &amp;nbsp;&amp;ldquo;นาฬิกาอัจฉริยะเตือนภาวะน้ำตาลต่ำ&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;Warning Watch on hypoglycemia&amp;rdquo; ผลงานของทีมบุคลากรโรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ ที่ได้รับรางวัลนวัตกรรมการบริการที่เป็นเลิศ จากโครงการ Thai Public Service Award พ.ศ. 2559 เนื่องจากการรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ผ่านมาพบว่า ผู้ป่วยร้อยละ 67 เคยประสบภาวะน้ำตาลต่ำขั้นรุนแรง โดยนาฬิกานี้ จะทำการตรวจจับสัญญาณ 3 ประการของภาวะน้ำตาลต่ำ คือ เหงื่อออก อุณหภูมิที่ผิวหนังลดต่ำลง และหัวใจเต้นเร็ว ส่งสัญญาณเตือนผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็วหากมีอาการดังกล่าว เพื่อป้องกันภาวะน้ำตาลต่ำขั้นรุนแรงที่อาจเป็นอันตรายแก่ผู้ป่วยได้ ขณะนี้ ได้จัดทำเป็นนาฬิกาต้นแบบที่มีความเหมาะสมต่อการใช้งานเรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างการพัฒนาต่อยอดเพื่อให้มีรูปแบบที่ทันสมัย ใช้งานสะดวก และราคาถูกลงเพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงได้ &amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันไม่หยุดยั้งการพัฒนานวัตกรรมต่าง ๆ ผสมผสานกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่จะสามารถช่วยป้องกันและ/หรือลดภาวะแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้นต่อผู้ป่วยเบาหวาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ประเทศสิงคโปร์ ได้ประกาศทำสงครามกับโรคเบาหวานมาตั้งแต่ พ.ศ. 2559 (war on diabetes in 2016) เนื่องจากมีผู้ป่วยโรคเบาหวานสูงถึง 4.5 แสนคนจากประชากรทั้งหมด 5.6 ล้านคน และอาจจะมีผู้ป่วยเบาหวานสูงถึงหนึ่งล้านคนในปี 2593 (ค.ศ. 2050) สำหรับประเทศไทย สถานการณ์น่าเป็นห่วงไม่น้อยกว่าสิงคโปร์หรือทั่วโลก ประชากรไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป ป่วยด้วยโรคเบาหวานเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 6.9 ในปี 2552 เป็นร้อยละ 8.9 ในปี 2557 หรือคิดเป็นผู้ป่วยเบาหวาน 4.8 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังได้เข้าเยี่ยมคารวะ ฯพณฯ นายธาร์มาน ชันมูการัทนัม (Tharman Shanmugaratnam) รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประสานกิจการด้านนโยบายเศรษฐกิจและนโยบายสังคม (Coordinating Minister for Economic and Social Policies) ประเทศสิงคโปร์ ร่วมกับรัฐมนตรีและผู้นำระดับสูงจากประเทศต่าง ๆ อีก 16 ประเทศที่เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22988</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงสาธารณสุข, ประเทศสิงคโปร์, รพ.ราชวิถี, วัตกรรมไทย “นาฬิกาอัจฉริยะเตือนภาวะน้ำตาลต่ำ”, ารประชุมระดับรัฐมนตรีเรื่องเบาหวาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181128/image_mid_5bfe30c706785.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22007</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/11/2018 09:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/11/2018 09:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประวิตร&#039; ยัน &#039;บิ๊กตู่-ทักษิณ&#039; คงไม่เจอกัน คนหนึ่งทำงานอีกคนไปเที่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 พ.ย.61 - ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการเคลื่อนไหวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่เดินทางมาประเทศสิงคโปร์ว่า ตนไม่ทราบ ไปถามเขา ตนไม่รู้ว่าเคลื่อนไหวคึกคักยังไง คิดกันไปเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยเตรียมเดินทางที่จะไปพบนายทักษิณที่ประเทศสิงคโปร์ จะเข้าข่ายการครอบงำพรรคการเมืองหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนไม่ทราบ แต่เชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่อยู่ระหว่างปฏิบัติงานที่สิงคโปร์นั้น คงไม่บังเอิญเจอกับนายทักษิณอย่างแน่นอนเพราะคนหนึ่งไปทำงานและอีกคนหนึ่งไปเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามต่อถึงผลสำรวจคะแนนนิยมประชาชนของพลังประชารัฐ และเพื่อไทย มีคะแนนสูสีกันนั้น ตนไม่ทราบ แต่คนนิยมลุงตู่ (พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี) ส่วนลุงตู่จะสังกัดพลังประชารัฐหรือไม่ ยังไม่รู้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึง กรณีนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช.ออกมาระบุว่าวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 62 ไม่มีการเลือกตั้ง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนไม่ทราบต้องไปถามนายจตุพร ส่วนที่นายจตุพร ตั้งข้อสังเกตว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)รัฐบาล และ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ร่วมมือกันให้มีการเลื่อนเลือกตั้งนั้น คิดไปเอง พูดไปเอง ตนยังไม่ทราบว่าจะไปคุยกับใคร แต่ทุกอย่างยืนยันเป็นไปตามโรดแมป ซึ่งทาง กกต. ได้ออกมายืนยันแล้วว่าวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 62 เป็นวันเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่า วันที่ 24 กุมภาพันธ์ปี 62 ประชาชนจะได้เข้าคูหากากบาทแน่นอนใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ใครอยากกากบาท ก็กาไป เมื่อถามต่อว่า หาก กกต. ไม่พร้อมที่จะจัดการเลือกตั้งในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่าเป็นเรื่องของ กกต. เพราะขณะนี้อำนาจทุกอย่างไปอยู่ที่กกต.หมดแล้ว ส่วนที่คนกังวลว่า คสช.จะตุกติกนั้นพล.อ.ประวิตร กล่าวว่า พูดอย่างนั้นได้อย่างไร จะตุกติกได้อย่างไร คสช.วางโรดแมปมานานแล้ว พูดแบบนี้มาชกกันดีกว่า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22007</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทักษิณ ชินวัตร, บิ๊กตู่-ทักษิณ, บิ๊กป้อม, ประเทศสิงคโปร์, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, เลื่อนเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181115/image_big_5becd8ec08c5b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10682</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่ปรับครม.ก็อยู่ได้ รอศาลชี้ขาด&#039;ดอน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ยัวะ! ถูกถามปรับ ครม.หรือไม่ ลั่นไม่ปรับก็อยู่ได้ ถ้าอยู่ไม่ได้ &amp;quot;ดอน&amp;quot; ก็ลาออก &amp;nbsp;&amp;quot;วิษณุ&amp;quot; ย้ำรอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ขณะที่ กกต.อยู่ระหว่างการทำคำวินิจฉัย คาดส่งให้ศาล รธน.ได้ในสัปดาห์หน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ที่ถูกคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้ว่าขาดคุณสมบัติในการเป็นรัฐมนตรี เนื่องจากคู่สมรสถือครองหุ้นในธุรกิจเกินกว่าร้อยละ 5 โดยไม่แจ้งต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ &amp;nbsp;(ป.ป.ช.) ได้เดินทางเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ตึกไทยคู่ฟ้า โดยไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ เพียงแต่หันมาโค้งให้สื่อมวลชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ยืนยันอย่างฉุนเฉียวว่า &amp;quot;ไม่มี&amp;quot; เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจากกรณีดังกล่าวต้องปรับคณะรัฐมนตรีหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่ายืนยันไม่มีการปรับ ครม.ใช่หรือไม่ นายกฯ ตอบว่า &amp;quot;ปรับไปทำไม คุณก็ปรับเองแล้วกัน ผมไม่ปรับ อยู่ได้ก็อยู่ ถ้าอยู่ไม่ได้ท่านก็ต้องออก อยู่ในขั้นตอนกฎหมาย&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกครั้งว่าสรุปว่าไม่มีการปรับ ครม.ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์หันไปตอบคำถามผู้สื่อข่าวว่า &amp;quot;พูดไปไม่เข้าใจเหรอ&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่านอกจากนายดอนแล้วจะมีการปรับ ครม.ในส่วนอื่นหรือไม่ในช่วงเวลา 6 เดือนที่เหลือของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่าไม่มีแผน ไม่ได้คิดว่าจะต้องปรับใคร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ว่าตอบไม่ได้เพราะยังไม่มีการพูดคุยกันเลย ตนเพิ่งเดินทางกลับจากการประชุม IISS Shangri-La Dialogue ครั้งที่ &amp;nbsp;17 ที่ประเทศสิงคโปร์ อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ต้องดูกฎเกณฑ์ หากกฎเกณฑ์ว่าอย่างไรก็เป็นไปตามนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าหากนายดอนแสดงสปิริตลาออกเพื่อเอื้อต่อการตรวจสอบจะเป็นสิ่งที่ดีหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า &amp;quot;ต้องถามท่าน มาถามผม ผมจะรู้ได้อย่างไร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า มีกระแสข่าวจะมีการปรับ ครม.หากนายดอนลาออก รองนายกฯ ย้อนถามว่า กระแสข่าวที่ไหน รายงานข่าวของใคร ผู้สื่อข่าวจึงตอบว่าเป็นการคาดการณ์ของสังคมว่ารัฐบาล คสช.จะมีการปรับ ครม.ก่อนลงจากหลังเสือเพื่อปูทางสู่การเลือกตั้งในปี 2562 พล.อ.ประวิตรจึงกล่าวว่า &amp;quot;อะไร &amp;nbsp;ลงหลังเสืออะไร คสช.เป็นหลังเสือหรือ ปัดโธ่&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า คสช.เป็นเสืออยู่แล้วใช่หรือไม่ รองนายกฯ เลี่ยงตอบว่าถามไม่รู้เรื่องเลย ก่อนจะเดินเข้าห้องประชุมไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงกรณีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคเพื่อไทยอ้างรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรค 2 ว่า กกต.ลงมติการถือหุ้นของภริยานายดอน ศาลสามารถสั่งให้นายดอนหยุดการปฏิบัติหน้าที่ได้โดยไม่จำเป็นต้องรอคำพิพากษาถึงที่สุดว่า ก็ต้องให้ศาลเป็นผู้วินิจฉัย ขณะนี้ กกต.ยังไม่ได้ส่งเรื่องให้ศาล จึงยังไม่มีอะไรให้ทำ เหมือนที่เคยพูดไปก่อนหน้านี้ว่าจะยังไม่มีอะไรจนกว่าจะมีคำวินิจฉัยชี้ขาดถึงคำสั่งของศาลออกมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่าคำสั่งดังกล่าวอาจออกมาก่อนจะมีคำตัดสินได้ เพราะในรัฐธรรมนูญระบุว่าหากศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าการปฏิบัติหน้าที่จะเป็นปัญหาก็ให้สั่งอย่างใดอย่างหนึ่งออกมา แต่ถึงอย่างไรต้องรอให้กกต.ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญก่อน แต่ทางข้อกฎหมาย กกต.สามารถพิจารณาเรื่องที่ไม่อยู่ในคำร้องได้ &amp;nbsp;นายดอนยังไม่จำเป็นต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลจะมีคำสั่งออกมาอย่างใดอย่างหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้แสดงความคิดเห็นเรื่องนี้อย่างไรบ้าง นายวิษณุกล่าวว่า เมื่อรายงานไปนายกฯ ไม่ได้พูดอะไรทั้งนั้น ท่านฟัง พยักหน้า สั่นหัว และยกนิ้วโป้งให้สื่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายบุญส่ง น้อยโสภณ กรรมการ กกต.กล่าวว่า อยู่ระหว่างการทำคำวินิจฉัย คาดว่า กกต.ทุกคนจะลงนามครบในสัปดาห์นี้ และคาดว่าจะส่งศาลรัฐธรรมนูญภายในสัปดาห์หน้า ถ้าศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องก็มีอำนาจที่จะให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ก่อนที่จะมีคำวินิจฉัยได้ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่าขาดคุณสมบัติก็ต้องพ้นจากตำแหน่ง และจะทำให้ผู้ที่ขาดคุณสมบัติไม่สามารถกลับมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีได้อีก เว้นแต่จะพ้นตำแหน่งไปแล้วสองปีตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (8)&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ นายสนธยา คุณปลื้ม ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ได้นำดอกไม้มาสักการะศาลพระภูมิเจ้าที่และศาลตาศาลยาย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล ในโอกาสเดินทางมาทำงานในทำเนียบฯ เป็นวันแรก หลังจากได้รับการแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษานายกฯ แต่งตั้งวันที่ 17 เม.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายสนธยาให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการปรับ ครม.ที่จะถูกดึงมานั่งในตำแหน่ง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬาว่า ได้ข่าวเรื่องดังกล่าวมาเหมือนกัน และมีคนสอบถามมาบ้าง แต่คงไม่มีความเห็นในเรื่องนี้ ถ้าในสถานะปัจจุบันถือว่ายังไม่ถึงที่สุด เพราะมีขั้นตอนในการดำเนินการต่อ หากถึงที่สุดแล้ว ก็เป็นในส่วนของนายกฯ จะพิจารณาดำเนินการต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าได้พูดคุยกับนายกฯ ในกรณีนี้หรือไม่ นายสนธยาเผยว่าส่วนใหญ่คุยกันในเรื่องแนวทางการทำงาน โดยเฉพาะเรื่องอีอีซีและโครงการต่างๆ ของรัฐบาล อย่างไรก็ตามเรื่องการทำงานได้ประสานกับนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.การท่องเที่ยวฯ ตลอด พร้อมประสานข้อมูลกับนายอิทธิพล คุณปลื้ม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ซึ่งอยู่ในบังคับบัญชา รมว.การท่องเที่ยวฯ สำหรับข้อมูลที่ครอบคลุมในการกำหนดนโยบายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าหากให้กลับมานั่งในตำแหน่ง รมว.การท่องเที่ยวฯ จะมาหรือไม่ เขาตอบว่าการทำงานไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งใดก็ตาม ต้องทำอย่างเต็มความสามารถ ครั้งนี้นายกฯ แต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษานายกฯ ก็เป็นอีกงานหนึ่งที่เราสามารถใช้ประสบการณ์ทำงานตามที่ได้รับมอบหมาย เมื่อถามถึงกรณีที่รัฐบาลจะพูดคุยกับพรรคการเมืองและ กกต.ในเดือน มิ.ยนี้ นายสนธยากล่าวว่าพร้อมที่จะเข้ามาร่วมพูดคุยอยู่แล้ว เพราะอาจจะมีหลายประเด็นที่ต้องมีการพูดคุยกัน.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10682</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการการเลือกตั้ง, การกระทรวงการต่างประเทศ, ดอน ปรมัตถ์วินัย, ตึกไทยคู่ฟ้า, บุญส่ง น้อยโสภณ, ประเทศสิงคโปร์, ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, วิษณุ เครืองาม, สนธยา คุณปลื้ม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180604/image_big_5b1548141a9b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
