<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>43944</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2019 15:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2019 15:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> DITP เผย 8 สินค้าอาหารเพื่อสุขภาพที่กำลังมาแรงในตลาดออสเตรเลีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เผยแนวโน้มอาหารเพื่อสุขภาพที่กำลังมาแรงในตลาดออสเตรเลียปี 62 มีจำนวนมากถึง 8 รายการ แนะผู้ผลิต ผู้ส่งออกไทยศึกษาแนวโน้ม และนำมาปรับใช้ในการผลิต เพื่อสร้างโอกาสส่งออกให้กับสินค้าอาหารของไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
21 ส.ค. 62 - นางสลิลา เทพเกษตรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (DITP)&amp;nbsp;ณ นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เปิดเผยว่า Flannerys Organic &amp;amp; Wholefoods Store ได้สรุปแนวโน้มอาหารเพื่อสุขภาพในตลาดออสเตรเลียปี 2562 ซึ่งได้คาดการณ์โดยนักโภชนาการและผู้เชี่ยวชาญด้านสุขอนามัย พบว่า มีสินค้าอาหารจำนวน 8 รายการ ที่มาแรง และได้รับความนิยมในตลาดออสเตรเลีย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
สินค้าทั้ง 8 รายการ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์จากดอกกะหล่ำ (Cauli-mania) มีข้อมูลจากเนลสัน (Nielson) ระบุว่า ยอดขายผลิตภัณฑ์จากดอกกะหล่ำ ในปี 2561 เพิ่มขึ้นร้อยละ 71 โดยได้รับความนิยมในฐานอาหารเพื่อสุขภาพ ซึ่งจำหน่ายในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะ Caulipower pizza base ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ดอกกะหล่ำที่ได้รับความนิยมมากที่สุด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
อันดับที่ 2 ได้แก่ สาหร่ายทะเล (Marine morsels) ทั้งแบบ Algae และ Kelp ได้กลายเป็นแหล่งโอเมก้า 3 อีกรูปแบบหนึ่งในปี 2562 อันดับที่ 3 อาหารเอเชียประเภทผลไม้เขตร้อน (Pacific Rim Foods) เช่น แก้วมังกร เสาวรส ฝรั่ง รวมทั้งโปรตีนจากกุ้งแห้ง ปลาหมึกและไส้กรอก Longganisa มีแนวโน้มจะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น อันดับที่ 4 อาหารสไตล์ญี่ปุ่น (Japanese Flavours) อาทิ Miso , Japanese yams , Yuzu , Sansho pepper และ Ponzu จะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น และยังมีการนำ Miso ผสมกับน้ำตาลมะพร้าว เพื่อเป็น Topping สำหรับไอศกรีมด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับต่อมา อาหารมังสวิรัติและเนื้อมังสวิรัติ (Vegan and Faux Meat) กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องในตลาดออสเตรเลีย เนื่องจากมูลค่าตลาดอุตสาหกรรมผลิตอาหารจากพืช ผัก ขยายตัวเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 18 ในปี 2561 และมูลค่าตลาดมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นถึง 4.2 พันล้านเหรียญออสเตรเลีย โดยเฉพาะอาหารพร้อมรับประทาน และอาหารพร้อมปรุงเพียงแค่เติมน้ำ เช่น Marinated Jackfruit Massaman Curry โดยมีกระแส Cruelty-free eating ในออสเตรเลียเป็นแรงกระตุ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับที่ 6 อาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตต่ำ (Keto craze หรือ Keto diet) ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในตลาดออสเตรเลีย ซึ่งปัจจุบันมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ อาทิ อาหารขบเคี้ยว Low-carb burger buns , Salad bowls คุกกี้ และ Node burritos (No wrap)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับที่ 7 ป่านและกัญชา (Hemp and cannabinoids) กัญชาจัดว่าเป็นแหล่งอาหารที่ให้คุณค่าทางโภชนาการสูงที่สุดประเภทหนึ่ง ซึ่งอุดมไปด้วยแหล่งโปรตีน โอเมก้า 3 โอเมก้า 6 ที่มีหลากหลายรูปแบบ อาทิ สลัด อาหารเช้า สมูทตี้ สำหรับผลิตภัณฑ์ Cannabinoids กำลังจะเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ถูกจับตาในวงการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับคุณประโยชน์ในการช่วยผ่อนคลาย ลดความตรึงเครียด และอาการอักเสบในร่างกาย ซึ่งมีแนวโน้มดีในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้ายอันดับที่ 8 อาหารซุปเปอร์ฟู๊ด (Superfood) ได้รับความนิยมต่อเนื่อง เพราะเป็นแหล่งอาหารที่ให้คุณค่าทางโภชนาการสูง อาทิ วิตามิน A , B complex , C แหล่งโปรตีนและฟอสฟอรัส อาหาร Superfood ที่กำลังนิยมมากในขณะนี้ คือ Broccoli Sprouts เนื่องจากมีคุณสมบัติในการต่อต้านสารก่อมะเร็ง ล้างพิษ และบำรุงร่างกาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;ldquo;ผู้ผลิตและผู้ส่งออกของไทย จะต้องศึกษาและเรียนรู้แนวโน้มอาหารเพื่อสุขภาพอย่างใกล้ชิด เพื่อที่จะได้นำมาปรับใช้ในการผลิต และวางแผนสำหรับการส่งออกสินค้าอาหารของไทยเจาะเข้าสู่ตลาดออสเตรเลีย หรือตลาดอื่นๆ เพราะหากผลิตสินค้าได้ตรงตามความต้องการของผู้บริโภค ก็จะช่วยสร้างโอกาสในการส่งออกให้กับสินค้าอาหารของไทยเพิ่มมากขึ้น&amp;rdquo;นางสลิลากล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43944</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประเทศออสเตรเลีย, ผลิตภัณฑ์จากดอกกะหล่ำ, สลิลา เทพเกษตรกุล, สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (DITP)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190821/image_big_5d5cfd2172c38.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28231</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2019 22:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2019 22:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จาตุรนต์&#039; ร่วม &#039;เซฟฮาคีม&#039; ขวางส่งไปบาห์เรน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.พ.&amp;nbsp;62 - นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ(ทษช.) โพสต์เฟซบุ๊กว่าไปร่วมถ่ายรูปเรึยกร้อง #SaveHakeemแล้ว ครับ เขาถูกขอให้ส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนด้วยข้อหาคดีการเมืองจึงไม่เข้าต้องส่ง แถมยังมีข้อมูลว่าถูกทรมานระหว่างสอบสวน จึงอาจถูกทรมานอีกทำให้เราต้องไม่ส่งไปบาห์เรน และเมื่อเขาได้รับสถานะผู้ลี้ภัยและการคุ้มครองจากรัฐบาลออสเตรเลีย ไทยจึงจะต้องส่งเขาไปออสเตรเลียครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ ฮาคีม อัลอาไรบี หลบหนีออกจากบาห์เรนและได้รับอนุมัติสถานะผู้ลี้ภัยจากรัฐบาลออสเตรเลีย ปัจจุบันเล่นฟุตบอลอยู่กับสโมสรฟุตบอลพาสโคเวลเอฟซีในเมืองเมลเบิร์น เขาเดินทางมายังประเทศไทยเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว และถูกจับกุมตัวที่สนามบินสุวรรณภูมิตามหมายจับของของทางการบาห์เรน ระบุเป็นผู้ต้องหาในความผิดฐานเข้าร่วมการประท้วงในช่วงอาหรับสปริงเมื่อปี 2555&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28231</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักฟุตบอลบาห์เรน, บาห์เรน, ประเทศออสเตรเลีย, ปล่อยฮาคีม, ฮาคีม อัล อาไรบี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190203/image_big_5c5703d07907a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6083</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2026 17:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลัดเลาะเยี่ยม&#039;เมลเบิร์น&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นครเมลเบิร์น&amp;rdquo; เมืองขนาดใหญ่อันดับที่ 2 ของประเทศออสเตรเลีย ค่อนข้างมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมอย่างมาก เนื่องจากมีกลุ่มเชื้อชาติต่างๆ กว่า 110 กลุ่มอาศัยในมหานครแห่งนี้ ในโอกาสที่ได้เดินทางไปออสเตรเลียและเมลเบิร์นกับกระทรวงวัฒนธรรมเมื่อช่วงกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่ก็ได้มีโอกาสมาเยี่ยมชมสถานที่สำคัญต่างๆ ของเมลเบิร์น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บอกว่า ถ้าอยากรู้จักสถานที่ใดสถานที่หนึ่งให้ดี ลึกซึ้งกว่าเดินช็อปปิ้งตามห้างหรือร้านค้าต่างๆ ก็ควรไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ของเมืองนั้นๆ เพราะพิพิธภัณฑ์จะเป็นแหล่งรวมเรื่องราวความเป็นมาของเมือง ชีวิตผู้คนแห่งนั้นไว้อย่างดี บางคนบอกว่าน่าเบื่อ แต่ในความเป็นจริงพิพิธภัณฑ์มีอะไรดีๆ และน่าทึ่งมากมาย มีเรื่องราวที่เราอาจจะไม่เคยรู้มาก่อนซุกซ่อนอยู่มุมใดมุมหนึ่งก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การไปทำความรู้จักกับเมลเบิร์นเริ่มต้นจากหอศิลป์แห่งชาติของรัฐวิกตอเรีย (National Gallery of Victoria) เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่เก่าแก่ที่สุดของออสเตรเลีย ภายในจัดแสดงผลงานศิลปะต่างๆ มากมาย และยังมีภาพวาดชิ้นเยี่ยมมากมาย เป็นผลงานจากศิลปินต่างประเทศเกือบ 16,000 ชิ้น รวมทั้งผลงานประติมากรรมเด่นๆ นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงนิทรรศการแฟชั่น สิ่งทอ การถ่ายภาพ เฟอร์นิเจอร์และประติมากรรมอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นแหล่งรวมงานศิลป์ไว้เกือบรอบด้าน &amp;nbsp;ผู้เยี่ยมเยือนสามารถจะเพลิดเพลินกับการเสพงานศิลปะ รวมทั้งความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของแต่ละช่วงยุคสมัยของออสเตรเลียควบคู่ไปด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้จะเป็นเพียงเวลาสั้นๆ แต่เราก็ประทับใจมาก เสียดายที่ไม่มีเวลามากกว่านี้ เพราะรู้มาว่าที่นี่มีการสอนการทำงานศิลปะให้กับคนที่มาเยี่ยมชมด้วย นอกจากนี้ยังรับสมาชิกเพื่อเข้าเยี่ยมชมโดยมีอัตราค่าเข้าพิเศษ รวมทั้งการทำกิจกรรมต่างๆ สามารถมาเดี่ยวหรือมาทั้งครอบครัวก็ได้ จึงไม่แปลกที่จะเห็นชาวเมลเบิร์นพาลูกจูงหลานมาที่หอศิลป์แห่งนี้กันอย่างคึกคัก นอกจากนี้ยังมีขบวนของนักเรียนตัวเล็กตัวน้อยที่คุณครูพามาชมพิพิธภัณฑ์หอศิลป์วิกตอเรีย เพราะนี่คือส่วนหนึ่งของการปลูกฝังให้เด็กๆ สนใจงานศิลปะ เพื่อกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ และได้มาเรียนรู้เกี่ยวกับชาติบ้านเมืองของตัวเองอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ภายในหอสมุดแห่งรัฐวิกตอเรียที่ใหญ่โตมโหฬารมาก)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกเราออกจากหอศิลปะวิกตอเรียก็มาต่อที่หอสมุดแห่งรัฐวิกตอเรีย (State Library of Victoria) ซึ่งที่นี่จัดเก็บหนังสือไว้มากกว่า 2 ล้านเล่ม รวมถึงรูปภาพ หนังสือพิมพ์ แผนที่ต้นฉบับ สื่อต่างๆ และบันทึกเอกสารของบุคคลสำคัญอีกจำนวนมาก สะท้อนถึงวัฒนธรรมของรัฐวิกตอเรียที่ผ่านมากว่า 150 ปี เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ที่สำคัญของชาวเมลเบิร์นเลยก็ว่าได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้ง ตัวอาคารยังออกแบบให้เป็นอาคารสมัยศตวรรษที่ 19 ที่มีความสวยงามมาก หากใครได้มีโอกาสมาเที่ยวที่เมลเบิร์นก็ไม่ควรพลาดที่จะแวะมาเยี่ยมชมหอสมุดแห่งนี้ เพราะเป็นหอสมุดที่อยู่ใจกลางนครเมลเบิร์นและยังเข้าชมฟรีอีกด้วย หรืออาจจะไปเยี่ยมชมศูนย์ศิลปะร่วมสมัยออสเตรเลีย (Australian Centre for Contemporary Art) ที่ใช้สำหรับจัดนิทรรศการงานศิลปะต่างๆ ซึ่งอยู่ใกล้กับโรงละครมอลต์เฮาส์ (Malthouse Theater) ซึ่งเป็นโรงละครที่เก่าแก่และยังเป็นสถานที่แสดงมรดกทางวัฒนธรรมแห่งหนึ่งของนครเมลเบิร์นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(เด็กนักเรียนเข้าแถวเพื่อเช้าชมพิพิธภัณฑ์ภาพยนตร์และวิดีโอเกมของเมลเบิร์น)

&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากพิพิธภัณฑ์ด้านศิลปะแล้วนครเมลเบิร์นยังมีพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งคือ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติด้านภาพยนตร์ โทรทัศน์ วิดีโอเกม วัฒนธรรมดิจิทัลและศิลปะ ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมการแสดงความคิดสร้างสรรค์ในงานภาพยนตร์โทรทัศน์และสื่อดิจิทัลทุกรูปแบบ เหมาะสมสำหรับผู้เข้าชมทุกเพศทุกวัย เพราะมีทั้งมุมประวัติศาสตร์ความรู้เกี่ยวกับความเป็นมาการภาพยนตร์ อุปกรณ์ เครื่องมือต่างๆ&amp;nbsp;


เว็บแทงบอล ที่ใช้ในการผลิตสื่อเกี่ยวกับภาพยนตร์ วิดีโเกม ตั้งแต่ในยุคแรกๆ จนถึงปัจจุบัน และชุดของนักแสดงที่ใช้ในการแสดงจริง และยังมีมุมวิดีโอเกมที่รวบรวมวิดีโอเกมตั้งแต่ยุคแรกๆ จนถึงสมัยนี้ พร้อมทั้งมีมุมให้ผู้ที่เข้าชมพิพิธภัณฑ์สามารถนั่งเล่นเกม เพื่อผ่อนคลายได้ นอกจากนี้ยังห้องฉายภาพยนตร์และห้องสาธิตการถ่ายทำหนังต่างๆ อีกด้วย&amp;nbsp;


สล็อตออนไลน์ เรียกได้ว่าครบทุกแง่มุมที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมดิจิทัล จนได้รับการการันตีในระดับสากลว่าเป็นสื่อนวัตกรรมที่ดีเยี่ยมแห่งหนึ่งของโลกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ห้องประชุมรัฐสภารัฐวิกตอเรีย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใช่ว่านครเมลเบิร์นจะมีแค่หอศิลป์หรือพิพิธภัณฑ์ ศาลาว่าการเมืองเมลเบิร์นที่ตั้งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจ บริเวณมุมตะวันออกเฉียงเหนือของถนนสวอนส์ตันและถนนคอลลินส์ก็ไม่ควรพลาดที่จะแวะไปเยี่ยมชม&amp;nbsp;


ซื้อหวยออนไลน์&amp;nbsp; ภายในมีห้องประชุมขนาดใหญ่ที่ออกแบบอย่างคลาสสิก ที่นี่ได้รับรางวัลอาคารสีเขียว อยู่ในระดับ 6 ดาว ซึ่งพิจารณาจากการสร้างที่ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ คุ้มค่า และรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม จัดอันดับโดยสภาอาคารสีเขียวแห่งออสเตรเลีย &amp;nbsp;ภายในอาคารมีการวางต้นไม้ประดับและเน้นการใช้กระจกเพื่อลดการเปิดไฟฟ้า และยังมีดาดฟ้าที่จัดไว้เป็นมุมพักผ่อนของเจ้าหน้าที่ด้วย แต่ต้องขอบอกเลยว่าไม่ใช่ว่าใครจะสามารถเข้ามาที่ตึกนี้ได้ เพราะระบบรักษาความปลอดภัยที่นี่ถือว่ามีความแน่นหนามาก เช่น จะต้องใช้บัตรเจ้าหน้าที่แลกในการเข้าออกประตูทุกครั้ง&amp;nbsp;


สล็อตเว็บตรงทดลอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(บรรยากาศเมืองเมลเบิร์นที่นิตยสารอีโคโนมิสต์ยกย่องให้เป็นเมืองน่าอยู่ที่สุดในโลก 7 ปีซ้อน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สภาพถนนหนทางที่สะอาดสะอ้าน เป็นระเบียบเรียบร้อย ผู้คนไม่หนาแน่นพลุกพล่านจนดูอึดอัด สภาพปลอดโปร่งสบายๆ และมีคนหลากเชื้อชาติเดินไปมา เหมือนเป็นการบอกกล่าวต้อนรับทุกผู้คนบนโลกไม่ว่าจะมาจากแห่งไหนให้มาเยือน จึงไม่น่าแปลกใจที่นิตยสารดิอีโคโนมิสต์ได้ยกให้นครเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย เป็นอันดับที่ 1 ในการจัดอันดับเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลกประจำปี 2017 และยังได้ติดอันดับติดต่อกันมาถึง 7 ปีอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(วีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมกำลังดูผลงานศิลปะในพิพิธภัณฑ์ศิลปะของเมือง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การได้มาซึมซับวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ต่างๆ ของนครเมลเบิร์นก็เหมือนเป็นการตอกย้ำคำของท่านวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ที่บอกว่า &amp;ldquo;การโชว์วัฒนธรรมจะช่วยเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนสู่ประชาชน&amp;rdquo; เพราะการเยี่ยมชมสถานที่สำคัญต่างๆ ทำให้เราได้เห็นถึงประวัติศาสตร์ความเป็นมาของนครเมลเบิร์น สิ่งที่ประชาชนเมืองนี้ให้ความสนใจ และสิ่งเหล่านั้นจะทำให้เราเข้าใจบริบทของเมือง และรู้สึกมีความเชื่อมโยงกับประชาชนในนครเมลเบิร์นแห่งนี้ไปโดยไม่รู้ตัว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6083</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่องเที่ยว, นครเมลเบิร์น, นายวีระ โรจน์พจนรัตน์, ประเทศออสเตรเลีย, ศิลปะร่วมสมัย, หอศิลป์แห่งชาติของรัฐวิกตอเรีย, หอสมุดแห่งรัฐวิกตอเรีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180329/image_big_5abce4e5e7367.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
