<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>61183</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2020 22:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2020 22:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บินไทยชี้แจงกรณีไม่สามารถทำการบินรับคนที่อิตาลี ในวันที่ 30มี.ค.นี้ ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มี.ค.63-นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล รองประธานกรรมการ คนที่ 2 บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ปฏิบัติหน้าที่แทนกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ เปิดเผยว่า ตามที่มีประกาศทางเว็บไซต์สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโรม สาธารณรัฐอิตาลี ระบุว่า มีความเป็นไปได้ที่การบินไทยจะมีเที่ยวบินในเส้นทางกรุงเทพฯ-โรม ในวันที่ 30 มีนาคม 2563 นั้น

อย่างไรก็ตามการบินไทยฯ ขอชี้แจงว่า มีหลายปัจจัยที่ไม่สามารถทำการบินได้ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทวีความรุนแรงอย่างรวดเร็วและลุกลามไปทั่วโลก ทำให้อิตาลีได้ประกาศปิดประเทศ ประกอบกับกระทรวงสาธารณสุขของไทยได้ออกประกาศให้อิตาลีเป็นท้องที่นอกราชอาณาจักรที่เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รวมทั้งสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ยังได้ออกประกาศมาตรการเข้มงวดในการที่สายการบินจะรับผู้โดยสารจากประเทศกลุ่มเสี่ยง

นอกจากนี้ บริษัท การบินไทยฯ ได้ยกเลิกเที่ยวบินสู่โรมตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม 2563 และยกเลิกเที่ยวบินสู่มิลาน ตั้งแต่วันที่ 13 มีนาคม 2563 พร้อมปิดสำนักงานเป็นการชั่วคราว โดยโยกย้ายพนักงานบางส่วนกลับมาประจำการที่กรุงเทพฯ ซึ่งปัจจัยต่างๆ ดังกล่าว ทำให้ยังไม่มีความแน่นอนที่บริษัทฯ จะพร้อมทำการบินสู่อิตาลีตามที่ปรากฏเป็นข่าว

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ จะหารือกับกระทรวงการต่างประเทศเพื่อหาแนวทางในการรับคนไทยกลับบ้านต่อไป
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61183</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินไทย, ประเทศอิตาลี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200319/image_big_5e72f42180d63.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58061</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ความสุขจากการกินดีอยู่ดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm; text-align:center&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไปอ่านเจอข่าวสั้นๆ ชิ้นหนึ่งที่ระบุว่า &amp;quot;มิลาน&amp;quot; ประเทศอิตาลี ถูกยกให้เป็นเมืองที่กินดีอยู่ดีที่สุดในปี 2019 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้เป็นการประกาศจากเวที Wellbeing City Award จัดขึ้นโดย NewCities องค์กรไม่แสวงผลกำไรในเมืองมอนทรีออล ประเทศแคนาดา ที่มุ่งศึกษาและพัฒนาวิถีความเป็นอยู่ของคนเมืองทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คุณสมบัติที่มิลานได้รับเลือกให้เป็นผู้ชนะ มีการอรรถาธิบายว่า เกิดจากความก้าวหน้าของโครงการระดมทุนเพื่อประโยชน์สาธารณะ โดยการมีส่วนร่วมของสมาชิกในสังคม (Civic Crowdfunding Project) อาทิ โครงการที่นำเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของคนเมือง เช่น ใช้เทคโนโลยีช่วยออกแบบระบบจัดสรรเวลาในครอบครัวเพื่อสร้างภาวะ Work-family Life Balance &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงเป็นเรื่องน่าจับตามองว่าเทรนด์การพัฒนาสังคมเมืองผ่านโครงการ Civic Crowdfunding Project นี้ กำลังเป็นที่สนใจในหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งอิตาลีในหลายๆ เมืองก็มีโปรเจ็กต์ระดมทุนนับร้อย อาทิ การสร้างทางจักรยานกว่า 900 กิโลเมตร โปรเจ็กต์พลิกฟื้นพิพิธภัณฑ์เก่าสู่พิพิธภัณฑ์รูปแบบ Interactive สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่าบางครั้งการพัฒนาเมืองสามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่ต้องรอภาครัฐ ภาคเอกชน หรือใครคนใดคนหนึ่ง แต่เมืองที่น่าอยู่เกิดขึ้นได้เพราะเมืองเป็นของคนทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อ่านแล้วก็รู้สึกขัดแย้งในใจนะ..บอกตรงๆ&amp;nbsp; เพราะทุกครั้งที่จะไปเยือนอิตาลี มักจะมีคำเตือนจากทัวร์ลีดเดอร์ หรือบรรดาไกด์ทั้งหลายว่า ให้ระวังกระเป๋าสตางค์ เพราะมิจฉาชีพที่อิตาลีนั้น ขึ้นชื่อเรื่องความเชี่ยวชาญชำนาญระดับมืออาชีพยังต้องเรียก..อาจารย์กันเลย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มิลานควรจะได้รางวัลนี้หรือไม่นั้น ไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์ เพราะเชื่อว่าตัวชี้วัดต้องมีหลายๆ อย่าง เขาไม่ให้กันมั่วๆ แน่นอน แต่อย่างไรก็ตาม ที่ขอร่วมเสวนาคือ ความกินดีอยู่ดี หมายถึงความสุขทั้งหมดหรือเปล่า??? อันนี้ต้องบอกว่า.. คนในอยากออก คนนอกอยากเข้า ..น่าจะถูกต้องที่สุด เพราะทุกวันนี้เราก็ได้ยินเรื่องราวข่าวสารว่าเศรษฐีป่วยเป็นโรคซึมเศร้ากันมากมาย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นั่นเพราะความสุขของมนุษย์แต่ละคนแตกต่างกันไปนั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คนเดินดินกินข้าวแกง หรือคนอดมื้อกินมื้อ เขาก็อาจจะไม่ทุกข์เท่ากับนักธุรกิจที่ต้องกินดีอยู่ดี แต่ต้องนั่งเครียดกับตัวเลขบนกระดานในตลาดหุ้น ซึ่งแค่นาทีเดียวก็มีความหมาย..ก็ได้นะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น เขาถึงว่ากันว่า ทุกข์สุขนั้นอยู่ที่ใจ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขอให้รู้จักเลือกบริโภคความทุกข์และความสุขแบบมีสติ อะไรๆ มันก็คลี่คลายได้..จริงๆ นะจ๊ะ ฉะนั้นพรรคการเมืองที่ชอบถูกยุบ ก็อย่าไปตีโพยตีพายให้เสียเวลา รับรองว่าสักพักจะมีพรรคใหม่มาให้เลือกลืมพรรคเก่าไปเลย นี่แหละวัฏจักรของชีวิต. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ป้าเอง&amp;quot; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58061</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประเทศอิตาลี, ป้าเอง, มองมุมสูง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a37680816e92.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12687</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทั่วโลกร่วมยินดีไทยกู้ชีพทีมหมูป่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สื่อทั่วโลกร่วมรายงานเกาะติดปฏิบัติการกู้ชีพทีมหมูป่าภายหลังได้รับข่าวดีเมื่อคืนวันจันทร์ พร้อมระบุยังมีงานยากลำบากในการพาเด็กออกจากถ้ำ บีบีซีเผยประวัติ 2 นักดำถ้ำชาวอังกฤษที่พบทีมหมูป่าเป็นชุดแรกเคยช่วยเหลือคนติดถ้ำมาอย่างโชกโชน ขณะรัฐมนตรีต่างประเทศอิตาลีและสถานทูตของหลายประเทศร่วมยินดี กต.ไทยเตรียมทำหนังสือขอบคุณ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวการพบเจอเด็กนักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมี และผู้ช่วยโค้ชรวม 13 ชีวิต ที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวงฯ จังหวัดเชียงรายมาตั้งแต่วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน 2561 ได้รับความสนใจจากสำนักข่าวชั้นนำทั่วโลก ที่พากันรายงานข่าวด่วนตั้งแต่วินาทีที่นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ประกาศข่าวเมื่อเวลาประมาณ 22.00 น.ของวันจันทร์ที่ 2 กรกฎาคม หรือในวันที่ 9 ของการค้นหา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวบีบีซี, รอยเตอร์, เอเอฟพี, เอพี, ซีเอ็นเอ็น, ซินหัว, อัลจาซีราห์ และสำนักข่าวชั้นนำอื่นๆ ต่างรายงานบรรยากาศของความยินดีและความโล่งใจของครอบครัวเด็กๆ รวมถึงคนไทยทั้งประเทศและทีมกู้ภัยทุกภาคส่วนทั้งชาวไทยและต่างชาติจากหลายประเทศ นอกจากนี้ สื่อสำนักต่างๆ ยังเผยแพร่วิดีโอคลิปจากเฟซบุ๊กของ Thai Navy Seal ที่เผยให้เห็นวินาทีที่นักดำน้ำในถ้ำผู้เชี่ยวชาญ 2 คนไปพบเจอทีมหมูป่าบนเชิงถ้ำเหนือน้ำลึก ห่างจากพัทยาบีชขึ้นไปราว 400 เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวต่างประเทศในวันอังคารที่ 3 กรกฎาคม ยังคงเกาะติดความคืบหน้าการช่วยเหลือ โดยเฉพาะการพาตัวทีมหมูป่าออกมาจากถ้ำที่โดนน้ำท่วมปิดทางออกไว้ รายงานเอเอฟพีอ้างคำกล่าวของนายภาสกร บุญญรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ว่าทีมกู้ภัยของกองทัพได้เร่งติดตั้งสายโทรศัพท์เพื่อให้เด็กๆ ได้พูดคุยกับครอบครัวเป็นครั้งแรก และทีมซีลของกองทัพเรือไทย ซึ่งรวมถึงแพทย์ ได้เข้าไปอยู่กับเด็กๆ ในระหว่างที่ทีมกู้ภัยเตรียมแผนการอพยพพวกเขาออกจากถ้ำ โดยได้นำอาหารและยา รวมถึงเอเนอร์จีเจลที่ให้พลังงานสูงและยาพาราเซตามอลไปให้เด็กๆ แต่เขาปฏิเสธการคาดเดาว่าเด็กจะต้องติดอยู่ในถ้ำอีกนานเท่าใด โดยอธิบายว่าถึงแม้จะมีอาหารเพียงพอสำหรับอยู่ได้ 4 เดือน แต่ใครที่แข็งแรงและสามารถออกจากถ้ำได้ก็จะถูกอพยพออกมาโดยเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ ผ่านทางโถง 3&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานยังชี้ถึงอุปสรรคจากธรรมชาติที่จะทำให้การอพยพทำได้ยากขึ้น นั่นคือฝนที่ตกอย่างต่อเนื่องในหน้าฝนของพื้นที่นี้ จุดที่พบทีมหมูป่านั้นอยู่ลึกเข้าไปหลายกิโลเมตร ซึ่งนักดำน้ำของหน่วยซีลที่มีประสบการณ์ยังต้องใช้เวลาไปกลับ 6 ชั่วโมง และผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการดำน้ำออกมามีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดความตื่นตระหนก จมน้ำ และอุบัติเหตุ ขณะเดียวกัน หากการดำน้ำกระทำไม่ได้ ทีมกู้ภัยอาจต้องใช้ทางเลือกเจาะโพรงจากภายนอกเข้าสู่ถ้ำเพื่ออพยพ หรือพวกเขาอาจต้องรอให้น้ำลด ซึ่งจะเป็นวิธีที่ใช้เวลานานที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน สื่อของออสเตรเลียรายงานคำกล่าวของโธมัส เฮสเตอร์ จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติออสเตรเลีย ที่ส่งทีมตำรวจ 6 นายที่มาร่วมในปฏิบัติการกู้ภัยครั้งนี้ว่า สภาพภายในถ้ำทำให้การดำน้ำพาเด็กออกมาเป็นเรื่องที่ยากถึงขีดสุด โดยเฉพาะเมื่อต้องดำน้ำพร้อมกับอุปกรณ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อต่างประเทศยังพากันรายงานบรรยากาศในวิดีโอคลิปที่ทีมกู้ภัยชุดแรกไปพบเจอแล้วถ่ายภาพเด็กๆ ไว้ได้ ซึ่งเด็กบางคนพยายามพูดคุยเป็นภาษาอังกฤษ โดยได้กล่าวขอบคุณผู้ที่มาพบเจอพวกเขา ซึ่งก็คือริชาร์ด สแตนตัน และจอห์น โวลันเธน สองอาสาสมัครที่มีความเชี่ยวชาญด้านการดำถ้ำชาวอังกฤษ ที่รัฐบาลไทยร้องขอให้มาช่วยเหลือปฏิบัติการครั้งนี้พร้อมกับโรเบิร์ต ฮาร์เปอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการดำถ้ำชาวอังกฤษอีก 1 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของบีบีซีและเอเอฟพีเปิดเผยประวัติของฮีโร่ 2 คนนี้ว่า ทั้งคู่ดำถ้ำเป็นงานอดิเรก โดยสแตนตันนั้นมีอาชีพเป็นนักดับเพลิง ส่วนโวลันเธนเป็นวิศวกรคอมพิวเตอร์ ข่าวอ้างคำกล่าวของบิล ไวต์เฮาส์ จากสภาช่วยเหลือผู้ติดถ้ำแห่งอังกฤษ ซึ่งเป็นกลุ่มที่รวบรวมนักกู้ชีพจากทั่วเกาะอังกฤษไว้อย่างไม่เป็นทางการว่า ทั้งสองเป็นหัวหอกของคณะค้นหาชุดนำหน้า พวกเขาสามารถดำน้ำเข้าไปในพื้นที่ส่วนสุดท้ายและผ่านเข้าไปยังโถงที่พบเด็กกลุ่มนี้บนเชิงหินเหนือน้ำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไวต์เฮาส์เผยด้วยว่า เขาได้พูดคุยสั้นๆ กับทีมนี้ ซึ่งรวมถึงฮาร์เปอร์ และผู้เชี่ยวชาญชาวไทยและชาติอื่นๆ ที่บรรยายถึงความยากลำบากของปฏิบัติการค้นหา ซึ่งพวกเขาต้องดำน้ำทวนกระแสน้ำหรือไม่ก็ต้องเกาะไปตามผนังถ้ำ &amp;quot;ผมเก็บความได้ว่าส่วนที่ต้องดำน้ำจริงๆ มีระยะทางประมาณ 1.5 กิโลเมตร และระยะทางราวครึ่งหนึ่งนั้นมีน้ำท่วมมิด&amp;quot; ไวต์เฮาส์กล่าวกับบีบีซีโดยเผยว่าต้องใช้เวลาในการดำน้ำประมาณ 3 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บีบีซีกล่าวว่า โวลันเธนจากเมืองบริสตอล และสแตนตันจากเมืองโคเวนทรี ของอังกฤษ ไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับปฏิบัติการดำน้ำที่ยากลำบากภายในถ้ำ สแตนตันในวัย 50 กลางๆ เคยเผยกับหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นเมื่อปี 2555 ว่าความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของเขาคือการช่วยเหลือทหารอังกฤษ 6 นายที่ติดถ้ำในเม็กซิโก ตัวเขาและโวลันเธนยังมีส่วนช่วยปฏิบัติการค้นหาร่างของนักสำรวจถ้ำชาวฝรั่งเศสเมื่อปี 2553 ที่ติดอยู่ใต้ดินและสูญหายนาน 8 วันจึงพบศพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สแตนตันได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้น MBE จากสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ในปี 2555 เขายังคงยกให้การกู้ภัยที่ฝรั่งเศสเป็นงานที่ท้าทายที่สุด แต่ขณะเดียวกันก็ยังยืนยันว่าการดำถ้ำเป็นเพียง &amp;quot;งานอดิเรก&amp;quot; เท่านั้น เขาเริ่มหัดดำถ้ำเมื่ออายุ 18 หลังจากได้ดูสารคดีเกี่ยวกับกีฬาชนิดนี้ทางโทรทัศน์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนโวลันเธนนั้น มีอายุราว 40 ปี เขาเคยให้สัมภาษณ์กับซันเดย์ไทมส์เมื่อปี 2556 ว่าการดำน้ำต้องใช้ความใจเย็น และการตื่นตระหนกอะดรีนาลีนพลุ่งพล่านนั้นไม่ใช่สิ่งที่ดีสำหรับการดำถ้ำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งแต่มาถึงเมืองไทย คณะของพวกเขาหลีกเลี่ยงการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน โดยโวลันเธนบอกกับนักข่าวเมื่อมาถึงในวันที่ 3 นับแต่ทีมหมูป่าหายไปในถ้ำหลวงว่า พวกเขามีงานต้องทำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการพบตัวเยาวชนและโค้ชทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี รวม 13 คนที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง จ.เชียงราย ว่า ถือเป็นผลจากความร่วมมือระหว่างฝ่ายไทยกับนานาประเทศที่ต่างร่วมแรงร่วมใจในการค้นหาทั้ง 13 คน ทั้งนี้ ตนได้รับข้อความจาก รมว.ต่างประเทศอิตาลี เมื่อคืนวันที่ 2 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยเป็นการร่วมแสดงความยินดีอย่างยิ่งกับเรื่องดังกล่าวเช่นเดียวกับคนไทยทุกคน อีกทั้งยังมีสถานเอกอัครราชทูตของหลายประเทศที่ได้ร่วมแสดงความยินดีกับฝ่ายไทยด้วยเช่นกัน ขณะที่สำนักนโยบายและแผน กระทรวงการต่างประเทศ ได้รวบรวมรายชื่อประเทศต่างๆ ที่เข้าร่วมปฏิบัติการครั้งนี้ ซึ่งเราเตรียมทำหนังสือขอบคุณไปยังองค์กรและหน่วยงานจากประเทศเหล่านั้นด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้แสดงความขอบคุณทีมจากประเทศต่างๆ ที่มาปฏิบัติงานในไทยด้วยเช่นกัน หลังจากนี้เป็นการนำทั้ง 13 คนนี้ออกมาให้ได้อย่างปลอดภัย ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะจะต้องดำน้ำออกมาหลายช่วง และระยะทางค่อนข้างยาวเกือบ 7 กิโลเมตร แต่ยังเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายยังมีความพยายามในการนำบุคคลทั้งหมดออกมาให้ได้อย่างปลอดภัย และเมื่อนำบุคคลเหล่านี้ออกมาได้แล้ว คงทำให้ทุกคนที่ติดตามเหตุการณ์นี้จะยิ่งมีความสุขมากขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมพูดไม่ออก เป็นเรื่องที่น่าดีใจ หากเราได้เห็นคลิปวิดีโอที่นักดำน้ำเข้าไปช่วยเหลือ ผมเชื่อว่าทุกคนคงกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว ใครจะไปคิด เพราะผลสำเร็จเช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ และในหลายประเทศก็อาจทำไม่ได้อย่างที่เราทำ เพราะต้องมีบุคลากรที่มีความพร้อม ทั้งร่างกาย จิตใจ มีความตั้งใจ และทีมสนับสนุนด้วย การเข้าไปช่วยก็เจออุปสรรคมากมาย&amp;rdquo; นายดอนกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12687</URL_LINK>
                <HASHTAG>Thai Navy Seal, ซินหัว, ซีเอ็นเอ็น, ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร, บีบีซี, ประเทศอิตาลี, รอยเตอร์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อัลจาซีราห์, เอพี, เอเอฟพี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180703/image_big_5b3b8bb625a16.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9067</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2018 09:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2018 09:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ท่านว.วชิรเมธี’ เข้าเฝ้า ‘พระสันตะปาปา’ ร่วมสร้างสันติภาพโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 พ.ค. 61 - เพจเฟซบุ๊ก พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี โพสต์รูปภาพและข้อความ &amp;ldquo;ศาสนสัมพันธ์ คือ รากฐานของสันติภาพโลก&amp;rdquo; ระบุว่าคณะสงฆ์ไทย และ ท่านว.วชิรเมธี เข้าเฝ้าพระสันตะปาปาฟรานซิส ณ เมืองลอปเปียโน ประเทศอิตาลี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่10 พฤษภาคม 2561 เวลา 10.00 น.ตามเวลาท้องถิ่นของประเทศอิตาลี พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี หรือท่านว.วชิรเมธี ประธานมูลนิธิวิมุตตยาลัย,ผู้อำนวยการศูนย์วิปัสสนาสากลไร่เชิญตะวัน พระนักเขียน นักเทศน์ และนักพัฒนาสังคมชื่อดังของไทย ซึ่งได้อุทิศตนให้กับการทำงานเพื่อช่วยเหลือผู้ลี้ภัยร่วมกับสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือ UNHCR มาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี ได้รับอาราธนาจากคริสตจักรสำนักโฟโคลาเร เมืองลอปเปียโน แคว้นทัสคานี ประเทศอิตาลี ให้ร่วมเข้าเฝ้ารับเสด็จองค์พระสันตะปาปาฟรานซิส องค์พระประมุขสูงสุดของคริสตจักรโรมันคาธอลิคทั่วโลก ณ เมืองลอปเปียโน ประเทศอิตาลี เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสร้างศาสนสัมพันธ์อันดีกับผู้นำศาสนาสำคัญของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการนี้ มีพระมหาทองรัตน์ รตนวณฺโณ, พระครูพิพิธสุตาธร สองพระเถระผู้อุทิศตนทำงานเพื่อสังคมมาอย่างยาวนาน เป็นผู้นำคณะพระธรรมทูตพร้อมพระสงฆ์รวม ๘ รูป ร่วมรับเสด็จในคราวนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังการกล่าวสุนทรพจน์เพื่อสร้าง &amp;ldquo;ความเป็นหนึ่งเดียวกันของโลกทั้งผอง&amp;rdquo; เป็นเวลากว่า 30 นาที องค์พระสันตะปาปา โปรดให้คณะผู้นำจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกเข้าเฝ้าอย่างใกล้ชิด โดยในส่วนของคณะสงฆ์ไทยนั้น ท่านว.วชิรเมธี และคณะได้เข้าเฝ้าแลกเปลี่ยนทัศนะด้านการทำงานเพื่อสันติภาพโลก พร้อมทั้งถวายหนังสือ &amp;quot;สันติวิถี/Peace is the way&amp;rdquo; ซึ่งว่าด้วย &amp;ldquo;ทัศนะด้านการสร้างสันติภาพอย่างยั่งยืนตามแนวทางของพุทธศาสนา&amp;rdquo; แด่องค์พระสันตะปาปาอีกด้วย โดยในหนังสือดังกล่าวท่านว.วชิรเมธี กล่าวถึงสาระสำคัญเอาไว้ว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;เราทุกคน คือ คนชาติเดียวกัน, ไม่ใช่ชาติไทย ไม่ใช่ชาติจีน,ไม่ใช่ชาติยุโรป หรือชาติอเมริกา, หากแต่เป็น มนุษยชาติ เหมือนกัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากการเข้าเฝ้าองค์พระประมุขสูงสุดของสำนักวาติกันแล้ว ท่านว.วชิรเมธี และคณะสงฆ์ยังได้เยี่ยมชม &amp;ldquo;มหาวิทยาลัยโซเฟีย&amp;rdquo; ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยในสังกัดของคณะโฟโคลาเรที่เปิดทำการสอนระดับปริญญาโท เอก และหลักสูตรหลังปริญญาเอก โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้โลกทั้งผองเป็นพี่น้องกัน ในการนี้ มีท่านอธิการบดี คณบดี และคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยร่วมแลกเปลี่ยนกับคณะสงฆ์ไทยอย่างใกล้ชิด อันจะนำมาซึ่งความร่วมมือทางวิชาการของท้ังสองศาสนาสืบไปในอนาคตอีกด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9067</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่านว.วชิรเมธี, ประเทศอิตาลี, พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี, พระสันตะปาปาฟรานซิส, สันติภาพโลก, สันติวิธี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180513/image_big_5af79ef833858.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7637</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2018 00:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2018 00:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ตั๊ก บงกช’เข้าชิงรางวัลเทศกาลหนังที่อิตาลี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพิ่งลาโรงฉายที่เมืองไทยไปได้ไม่นาน สำหรับภาพยนตร์เรื่อง Sad Beauty เพื่อนฉัน&amp;hellip;ฝันสลาย &amp;nbsp;โดย พ้อยท์อัพ ฟิล์ม และ เอ็ม พิคเจอร์ส ที่ได้นางเอกสาว ตั๊ก-บงกช เบญจรงคกุล นั่งแท่นเป็นผู้กำกับภาพยนตร์เต็มตัวเป็นครั้งแรก ซึ่งงานนี้เจ้าตัวได้ทุ่มเทแรงกายและกำลังทรัพย์จนสุดตัวเพื่อสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ให้ออกมาให้ดีที่สุด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และล่าสุดก็มีข่าวดีเมื่อภาพยนตร์ฝีมือการกำกับของตั๊ก บงกช ได้รับเลือกให้เข้าฉายในเทศกาล Udine Far East Film Festival ครั้งที่ 20 &amp;nbsp;ณ ประเทศอิตาลี ระหว่างวันที่ 20-28 เมษายนนี้ แถม ตั๊ก บงกช ยังได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัล White Mulberry ซึ่งเป็นรางวัลที่เพิ่งจัดขึ้นสำหรับผู้กำกับภาพยนตร์หน้าใหม่อีกด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ก็ต้องออกตัวก่อนนะว่า มีส่งไปในหลายๆ เทศกาล ซึ่งก็ไม่ได้รับการตอบรับ แต่ก็ไม่ท้อนะ แต่พอมาถึงเทศกาลนี้ถือเป็นเรื่องที่ภูมิใจมากๆ &amp;nbsp;ก่อนหน้านั้นคือพี่โขม (ก้องเกียรติ โขมศิริ) โทร.มาบอกว่าหนังได้เข้าฉายในเทศกาลนี้และตัวตั๊กได้เข้าชิงในรางวัลผู้กำกับหน้าใหม่ จากนั้นก็ได้รับการคอนเฟิร์มจากพี่ทองดี(โสฬส สุขุม) ซึ่งเป็นคนดูแลเรื่องสายงานเทศกาลต่างๆ ว่าเป็นเรื่องจริง ที่ดีใจกว่านั้นคือหนังได้เข้าไปชิงในรางวัลผู้กำกับหน้าใหม่ เท่ากับว่าคณะกรรมการที่คัดเลือกเขาดูโปรไฟล์ตั๊กถึงรู้ว่านี่คือหนังเรื่องแรกที่ตั๊กกำกับเต็มตัว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยิ่งสายนี้ หนังคัลท์ (cult film) ทางคณะกรรมการคงจะตัดสินใจจากหลายๆ องค์ประกอบ และองค์ประกอบหนึ่งคือ เป็นหนังที่แปลกเพราะ ตอนที่ทำ Sad Beauty เพื่อนฉัน&amp;hellip;ฝันสลาย &amp;nbsp;ตั๊กชวนพี่ปรัช(ปรัชญา ปิ่นแก้ว) พี่ปื๊ด (ธนิตย์ จิตนุกูล) และพี่ปุ๊ก (พันธุ์ธัมม์ ทองสังข์)มาดู ทุกคนบอกว่ายังไม่เคยเห็นหนังแบบนี้ในเมืองไทย หนังที่เป็นเรื่องของเพื่อนจริงๆ และเป็นเพื่อนผู้หญิงด้วย พี่ๆ เขาบอกว่ากันว่ามันค่อนข้างจะแหวกแนวไปหน่อยไหม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฉายวันแรกรายได้ต่ำมาก แต่หนังของตั๊กเป็นหนังทางเลือกซึ่งก็เข้าใจได้ว่าผลตอบรับจะประมาณนี้ แต่พอมันได้ไปอยู่ในเทศกาล Udine Far East Film Festival ด้วยเลยทำให้ตั๊กอยากรู้ว่าเขาชอบหนังเรื่องนี้เพราะอะไร เลยส่งอีเมลไปถาม ซึ่งได้รับคำตอบว่า หนังของตั๊กถูกจัดอยู่ในคำจำกัดความที่ว่า Cult Films หรือ ภาพยนตร์เกินวิสัย คือหนังที่ไม่จำกัดแนว ไม่จำกัดความ ไม่มีขอบเขต ตีความได้หลากหลาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภาพยนตร์เกินวิสัย (อังกฤษ: cult film) เป็นภาพยนตร์ที่มีผู้ดูอยู่ในกลุ่มผู้ชื่นชอบกลุ่มเล็ก ๆ ส่วนมากหนังจะไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง อย่างไรก็ตาม ยังมีหนังที่โด่งดังจนติดระดับกระแสนิยมได้ เช่น Easy Rider (1969), 2001: A Space Odyssey(1968), A Clockwork Orange (1971), The Rocky Horror Picture Show (1975), Taxi Driver (1976), The Warriors (1979), Blade Runner (1982), Blue Velvet (1986), Pulp Fiction (1994)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บางคนไม่ค่อยคุ้นชื่อกับเทศกาลนี้เท่าไหร่ แต่ด้วยความที่ตั๊กอยู่กับภาพยนตร์ก็จะรู้จักคุ้นหูเป็นอย่างดี เพราะพี่ๆ หลายคนไปเทศกาลนี้มาก่อนหน้านี้แล้ว บางคนเคยได้รางวัลในสาขาที่เป็นป๊อปปูลาร์โหวตด้วย ส่วนตั๊กเพิ่งจะมีโอกาสปีนี้ปีแรกและเป็นรางวัลที่เป็นคณะกรรมการตัดสิน รวมถึงเป็นรางวัลที่เพิ่งตั้งขึ้นมาครั้งแรก เอาจริงๆ นะ ตั๊กเหนื่อยกับหนังเรื่องนี้มาก ตอนทำก็ภาวนาว่ามันจะไปถึงจุดที่อยากให้ถึง แต่สิ่งสำคัญคือตั๊กอยากจะทำหนังเรื่องใหม่แล้ว ก็หวังว่าจากหนังเรื่อง Sad Beauty เพื่อนฉัน&amp;hellip;ฝันสลาย จะส่งผลให้ตั๊กได้ทำเรื่องใหม่ด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนเรื่องรางวัล ตั๊กไม่ได้คาดหวังค่ะ คือถ้าได้รางวัลมันคือกำไร แต่ตั๊กจะไม่อยู่ชื่นชมกับรางวัลหรอกและคิดว่าตัวเองคงไม่ได้หรอก เพราะคนได้เข้าชิงเยอะมาก แค่มีชื่อตัวเองติดอยู่ในนั้นก็เป็นอะไรที่สูงสุดแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่เคยพูดกับแม่ไว้คือจะทำให้เห็นว่าภาพยนตร์ไทยมันไปได้ไกลกว่านี้ ในตอนที่แม่บอกกับตั๊กว่าทำไมไม่เล่นละครซึ่งมันได้เงินเยอะกว่า ทำไมต้องมาเหนื่อยกับหนังเพราะมันไม่ได้เงินอะไรเยอะเลย แต่ตั๊กบอกแม่ว่าตัวเรามีเป้าหมาย เพียงแต่ว่าเป้าหมายของเรามันช้า เมื่อก่อนเคยเอาโปสเตอร์ของเทศกาลหนังต่างๆ มาแปะดูตลอด แม่ก็พูดตลอดว่าฝันลมๆ แล้งๆ แต่เขาก็สนับสนุนนะคะ แต่ในขณะเดียวกันแม่ก็เตือนสติตั๊กด้วย ตอนนี้แม่ไม่อยู่แล้ว อยากจะบอกแม่ว่าตั๊กทำได้แล้วนะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การไปร่วมเทศกาลครั้งนี้ คือต้องไปเดินพรมแดง เตรียมชุดไปเหมือนกัน แต่ตั๊กไปในฐานะผู้กำกับ ไม่ได้มีช่างแต่งหน้าไปขนาดนั้น ฉะนั้นก็ต้องดูแลตัวเอง นอกเหนือจากนั้นต้องฟังคำวิจารณ์หลังจากที่หนังได้ฉาย ซึ่งเขาจะวิจารณ์แบบตรงๆ แรงๆ ฉะนั้นต้องเตรียมใจไปให้ดี &amp;nbsp;แต่ตั๊กคิดว่าดีนะคะจะได้รู้ว่าต้องแก้ไขอะไรตรงไหน มันเป็นโอกาสที่จะได้เห็นความคิดและมุมมองใหม่ๆ ของคนต่างชาติที่มองภาพยนตร์มาตลอด แต่ละคนก็เป็นกรรมการมาหลายเวที ตั๊กคิดว่าคงได้โอกาสที่จะพูดคุยและได้ฟังความคิดเห็นจากพวกเขา อาจจะไม่เสนาะหูแต่มันก็ทำให้ตั๊กได้รู้จุดด้อยของตัวเองค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คิดว่าตัวเองคงได้โอกาสที่จะเรียนรู้กับคนในเทศกาล เรียนรู้หนังใหม่ๆ ได้ดูหนังที่ไม่เคยดู ได้พบเจอกับคนที่ไม่เคยเจอ ได้ฟังความคิดเห็นของพวกเขา และได้เจอเพื่อนใหม่ๆ ที่ชอบภาพยนตร์เหมือนกัน มันน่าจะสนุกมากๆ เลย ที่สำคัญอาจจะได้แรงบันดาลใจในการต่อยอดทำหนังเรื่องใหม่ของตัวเองด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ตั๊กก็ต้องขอบคุณทุกคนที่ให้ความเชื่อมั่นและให้กำลังใจ อย่างพี่ทองดีที่เอาหนังตั๊กไปเดินสายสมัครประกวดให้ก็เชื่อมั่นว่าหนังเราไปได้เขาถึงทำให้ เอ็มพิคเจอร์สก็เชื่อมั่นว่าหนังเราฉายได้ แต่มันเป็นหนังทางเลือก ตั๊กรับได้ไหมถ้ามันไม่ประสบความสำเร็จในเรื่องของรายได้ ตั๊กบอกว่ารับได้แน่นอนเพราะแค่อยากให้หนังได้ฉาย จากนั้นเขาก็ฉายให้ ขอบคุณสามีที่ให้ความเชื่อมั่นมาตลอดและให้งบมาด้วย สัญญาว่าตั๊กจะคืนงบเขาค่ะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7637</URL_LINK>
                <HASHTAG>cult film, Sad Beauty เพื่อนฉัน…ฝันสลาย, Udine Far East Film Festival, White Mulberry, ก้องเกียรติ โขมศิริ, ชิงรางวัล, ตั๊ก บงกช, บงกช คงมาลัย, บงกช เบญจรงคกุล, ประเทศอิตาลี, ผู้กำกับ, ผู้กำกับหน้าใหม่, พ้อยท์อัพ ฟิล์ม, ภาพยนตร์, หนังคัลท์, เทศกาลหนัง, เอ็ม พิคเจอร์ส, โสฬส สุขุม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180422/image_big_5adcbe15c7fcf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
