<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>55651</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘โจ๊ก’ลาไปบวชในอินเดีย ตั้งจเรตำรวจสอบวิระชัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กโจ๊ก&amp;quot; บินไปบวชวัดไทยพุทธคยา ประเทศอินเดีย 9 วัน ระบุวางแผนลางานล่วงหน้านับเดือน ตั้งใจทดแทนคุณพ่อแม่ บอกไม่เกี่ยวชะล้างสิ่งไม่ดี &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; ระบุเป็นสิทธิ ขรก.ลาบวชได้ &amp;quot;ปลัดสำนักนายกฯ&amp;quot; ยืนยันลาถูกต้องตามระเบียบตั้งแต่ 27 ม.ค. - 9 ก.พ. &amp;quot;จักรทิพย์&amp;quot; ตั้ง &amp;quot;จเรตำรวจแห่งชาติ&amp;quot; สอบ &amp;quot;วิระชัย&amp;quot; เหตุคลิปเสียงสนทนาหลุด แถมไม่จำกัดเวลาสอบเสร็จ &amp;quot;ศาล&amp;quot; สั่ง ตร.ส่งข้อมูลแจงย้าย &amp;quot;พ.ต.อ.ไพรัตน์&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สนามบินสุวรรณภูมิ วันที่ 27 ม.ค. เวลา 12.00 น. พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีตผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (อดีต ผบช.สตม.) พร้อมด้วยมารดา ภรรยา และญาติ รวม 12 คน ออกเดินทางด้วยเครื่องบินสายการบินไทยไปยังพุทธคยา รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย เพื่อเข้าพิธีอุปสมบทที่วัดไทยพุทธคยาเป็นเวลา 9 วัน ซึ่งตามกำหนดจะเดินทางถึงประเทศอินเดียในเวลาประมาณ 16.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เมื่อเดินทางถึงอินเดีย พล.ต.ท.สุรเชษฐ์จะเข้าประกอบพิธีปลงผมนาคที่ลานโพธิ์ 935 &amp;nbsp;ที่วัดไทยพุทธคยา รวมทั้งซ้อมขานนาค จากนั้นวันที่ 28 ม.ค. เวลา 07.45 น.จะมีพิธีแห่นาคไปยังต้นพระศรีมหาโพธิ์เพื่อประกอบพิธีบรรพชาเป็นสามเณร ตามด้วยช่วงบ่ายจะประกอบพิธีอุปสมบทที่พระอุโบสถ โดยจะบวชพระเป็นเวลา 9 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวว่า เป็นความตั้งใจที่ต้องการบวชให้ตัวเอง บวชทดแทนคุณบิดามารดา เพราะไม่เคยบวชเรียนมาก่อน ไม่ใช่การบวชเพื่อชะล้างสิ่งไม่ดี ส่วนที่ผู้บังคับบัญชามีคำสั่งกำชับมาเรื่องระเบียบวินัย ตนก็ต้องปฏิบัติตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมวางแผนไปบวชที่อินเดียมาก่อน และได้ลางานล่วงหน้ากับต้นสังกัดมานับเดือนแล้ว โดยตั้งใจจะเดินทางเมื่อวันที่ 23 ม.ค.ที่ผ่านมา แต่บิดาป่วยหนักต้องผ่าตัดใหญ่ในวันดังกล่าวพอดี จึงเลื่อนมาเป็นวันนี้&amp;quot; พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวใกล้ชิด พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ยืนยันว่า การอุปสมบทในครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมืองและเรื่องงาน เป็นการบวชทดแทนพระคุณบิดาและมารดา เนื่องจากยังไม่เคยบวชทดแทนพระคุณมาตั้งแต่เด็ก จึงถือโอกาสลาบวชในช่วงนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ผ่านมา พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ก็ไม่เคยให้ข่าวในทางร้ายหรือไม่เคยประพฤติเสื่อมเสีย นับแต่ถูกย้ายมาประจำที่สำนักนายกรัฐมนตรีได้เก็บตัวมาตลอด แต่เมื่อถูกยิงถล่มรถจึงออกมาเปิดเผยความจริงว่าสาเหตุมาจากการเปิดโปงการซื้อไบโอเมทริกซ์ของ สตช. ที่มีการร้อง ป.ป.ช.ว่าซื้อราคาแพงและไม่มีคุณภาพ เครื่องบางตัวใช้การไม่ได้ ในฐานะอดีต ผบช.สตม.จึงถูกกันให้เป็นพยานไปให้ปากคำต่อ &amp;nbsp;ป.ป.ช. โดยการให้ข้อมูลดังกล่าวมีการพาดพิงถึงบิ๊กตำรวจใน สตช. จึงเป็นสาเหตุที่ถูกคำสั่ง เชื่อว่าประชาชนจะเสียโอกาสไม่ได้รับทราบความจริง&amp;quot; แหล่งข่าวใกล้ชิด พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ลาไปอุปสมบทที่ประเทศอินเดียว่า ปลัดสำนักนายกฯ ในฐานะผู้บังคับบัญชาได้รายงานมาให้ตนทราบว่า พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ลาพักผ่อนเพื่อไปอินเดีย แต่ไม่ได้ระบุว่าไปบวชหรือไปทำอะไร ถือเป็นการใช้สิทธิ์ของเขา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เขาจะทำอะไรก็ได้ แต่ถือเป็นคนละเรื่องกับการลาบวช เพราะลาบวชมีหลักเกณฑ์ว่าข้าราชการ 1 &amp;nbsp;คนสามารถลาได้ 1 ครั้งเพียงเท่านั้น และเข้าใจว่าเขาไม่ได้ใช้สิทธิ์ลาบวช ซึ่งการลาพักผ่อนมีสิทธิ์ลาได้ปีละ 10 วัน และเก็บสะสมได้ แต่หากจะใช้ช่วงเวลาดังกล่าวไปบวชก็ไม่ผิด เพราะเมื่อลาแล้วจะไปทำอะไรก็ได้ ทั้งนี้ผมไม่ทราบว่าเขาไปบวชจนกระทั่งสื่อมาบอก โดยการลาครั้งนี้จะไม่กระทบกับการทำงานที่ได้รับมอบหมายอยู่ เพราะตามคำสั่งสำนักนายกฯ ระบุไว้ชัดว่าในระยะนี้ไม่ให้รับผิดชอบงานสำคัญ&amp;quot; นายวิษณุกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกรณี พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร.ที่มาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายวิษณุกล่าวว่า ตนทราบเพียงว่าเขามารายงานตัวกับปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีแล้ว แต่ไม่ทราบว่าเขาได้รับมอบหมายงานอะไร สำหรับการมาช่วยงานราชการแบบนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร มีมาตั้งแต่ในอดีต อดีตผบ.ตร.ก็เคยมี บางส่วนได้กลับไปบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าหากมีการสอบสวนเสร็จแล้ว จะต้องให้กลับไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่าไม่ทราบ เพราะไม่ได้เกี่ยวโดยตรงกับการสอบสวน และการสอบสวนเป็นหน้าที่ของตำรวจ เพราะฉะนั้นต้องประสานกันเองว่าสอบสวนไปถึงไหนแล้ว การสอบนั้นเป็นเหตุหนึ่งที่ต้องออกคำสั่งให้มาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แต่จะกลับก่อนสอบสวนเสร็จหรือสอบสวนเสร็จแล้วค่อยกลับ หรืออะไรก็แล้วแต่ตนไม่ทราบ แล้วแต่นายกฯ ที่จะเปลี่ยนแปลงเมื่อไรก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ได้ส่งหนังสือลาล่วงหน้ามาแจ้งก่อนที่จะมีคำสั่งสำนักนายกฯ ฉบับล่าสุด เพื่อแจ้งขอลากิจส่วนตัวตามกำหนดราชการที่สามารถกระทำได้โดยไม่ได้ระบุสาเหตุของการลาแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ได้ส่งใบลาถึงปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้บังคับบัญชาโดยตรงเพื่อขอลาพักผ่อน และขอเดินทางไปต่างประเทศคือประเทศอินเดีย ระหว่างวันที่ 27 ม.ค.- 9 ก.พ.63 &amp;nbsp;ทั้งนี้หนังสือดังกล่าวลงวันที่ 23 ม.ค. โดยถูกต้องเป็นไปตามระเบียบราชการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงการตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณี พล.ต.อ.วิระชัยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่ 24/2563 โดยมี พล.ต.อ.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร จเรตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานสอบสวน เพื่อให้เกิดความชัดเจนในเรื่องข้อกล่าวหา โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ไม่ได้กำหนดกรอบการสอบสวนไว้ ให้จเรตำรวจแห่งชาติเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผู้ที่ถูกตรวจสอบเป็นข้าราชการตำรวจชั้นผู้ใหญ่ จึงมีการออกคำสั่ง ซึ่งก็เป็นปกติ โดยในหนังสือการตั้งกรรมการสอบมีรายละเอียดเรื่องเหตุผลความจำเป็น การปฏิบัติ&amp;quot; รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี ศาลอ่านคำสั่งในชั้นตรวจคำฟ้อง คดีหมายเลขดำ อท.3/2563 ที่ พ.ต.อ.ไพรัตน์ ไพพรรณรัตน์ รอง ผบก.อก.บช.ภ.9 และอดีตรอง ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.อ.จักรทิพย์ เป็นจำเลย ในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.157 กรณีใช้อำนาจแต่งตั้งโยกย้ายโดยมีมูลเหตุจูงใจด้านอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า ถูกนายตำรวจระดับรอง ผบ.ตร.นายหนึ่ง ให้เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานจเรตำรวจออกสุ่มตรวจทรงผมเมื่อประมาณกลางปี 2561 แต่ปรากฏหลักฐานว่า จากจำนวนข้าราชการตำรวจทั่วประเทศประมาณสองแสนกว่านาย เมื่อตรวจโจทก์ในฐานะเป้าหมาย ได้ตัดผมเรียบร้อยตามระเบียบ ก็มีการนำภาพถ่ายเก่ามาเป็นเหตุสั่งไปประจำที่ศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) โจทก์ทำบันทึกกล่าวหานายตำรวจยศ พล.ต.อ.ดังกล่าวไปถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ จำเลย เมื่อ ส.ค.62 &amp;nbsp;แต่ในคำสั่งที่ผ่านมา มีชื่อโจทก์ให้ย้ายจากรอง ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี ไปเป็นรอง ผบก.อก.บช.ภ.9 ซึ่งการโยกย้ายมีมูลเหตุจูงใจด้วยสาเหตุดังกล่าว ไม่ได้กระทำไปเพื่อประโยชน์ต่อทางราชการ แต่กระทำไปเพื่อมุ่งหวังให้เกิดความเสียหายแก่ตน อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในชั้นตรวจคำฟ้องนี้ ศาลพิจารณาแล้วเห็นควรให้มีหนังสือถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้จัดส่งข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ดังนี้ กฎหมาย กฎระเบียบ ข้อกำหนด หรือคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับ ผกก.และรอง ผบก.ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมทั้งเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง (ถ้าหากมี) การดำเนินการโยกย้ายโจทก์ (พ.ต.อ.ไพรัตน์) ในวาระประจำปี 2562 จากตำแหน่งรอง ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี ไปดำรงตำแหน่งรอง ผบก.อก.ภ.9 ซึ่งถือเป็นการโยกย้ายข้ามภาค มีสาเหตุมาจากเรื่องใด และเป็นการดำเนินการตามกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อกำหนด หรือคำสั่งใดหรือไม่อย่างไร ให้จัดส่งสำเนาคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 674/2562 ลงวันที่ 27 พ.ย.62 พร้อมบัญชีแนบท้ายคำสั่ง (ฉบับสมบูรณ์) ต่อศาล โดยให้จัดส่งข้อมูลและเอกสารดังกล่าวต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ภายใน 30 วันนับแต่ได้รับหนังสือ และให้นัดฟังคำสั่งหรือคำพิพากษาชั้นตรวจฟ้องอีกครั้งวันที่ 19 มี.ค.นี้ เวลา 09.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55651</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถูกต้องตามระเบียบ, ทดแทนคุณพ่อแม่, บิ๊กโจ๊ก, ประเทศอินเดีย, พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล, ลาบวช, วัดไทยพุทธคยา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200127/image_big_5e2ef40710613.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19524</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2018 10:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2018 10:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทัพเบ่งกล้ามไทยคว้า11ทองพร้อมซิวถ้วยคะแนนรวมทีมหญิงชิงแชมป์เอเชีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

ทัพเบ่งกล้ามไทยสุดปลื้มประสบความสำเร์จในศึกเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์เอเชีย ครั้งที่ 52 &amp;nbsp;ที่ สนามบาเลวาดี้ เมืองปูเน ประเทศอินเดีย ได้มาถึง 11 ทอง 5 เงิน 5 ทองแดง จาก 15 นักกีฬาที่ส่งแข่งขัน พร้อมคว้ารางวัลชนะเลิศถ้วยคะแนนรวมทีมหญิงของเอเชียอีกสมัย ส่วนทีมชายได้อันดับ 2&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทัพนักกีฬาเพาะกายและฟิตเนสทั้งหมด 15 คน เดินทางกลับมาจาก การแข่งขันเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์เอเชีย ครั้งที่ 52 &amp;nbsp;ที่ สนามบาเลวาดี้ เมืองปูเน ประเทศอินเดีย &amp;nbsp;ด้วยสายการบินเจ๊ต แอร์เวย์ เที่ยวบิน 9 ดับบลิว 371 จากเมืองปูเน ประเทศอินเดีย และจากกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย เที่ยวบิน 9 ดับบลิว 066 โดยมี นายธันย์ปวัฒน์ เตชภูวดลวิทิต ผู้จัดการทีมนำทัพนักกีฬาเดินทางกลับมาถึงเมืองไทยเรียบร้อย ที่สนามบินสุวรรณภูมิ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งผลงานของทัพนักกีฬาไทยทำได้ 11 ทอง 5 เงิน 5 ทองแดง พร้อมได้ถ้วยรางวัลชนะเลิศ ทีมหญิง และ อันดับ 2 ทีมชาย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;11 เหรียญทองมาจาก ขุนตาล พวงเพชร ที่ได้ 2 ทองจากเพาะกายชายรุ่นน้ำหนัก 70 กก. และ เพาะกายชาย รุ่นมาสเตอร์ รุ่นอายุ 40-49 ปี รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 80 กก. , วันชัย กาญจนพิมาย ที่ได้ 2 ทอง จาก ฟิตเนสชายรุ่นความสูงไม่เกิน 170 ซม. และ อีก 1 ทองได้จาก มิกซ์แพร์ ที่จับคู่กับ ศิริพร ศรช่วย, &amp;nbsp;รพีพร อารีย์ คว้า 2 ทอง โมเดลมาสเตอร์หญิงรุ่น 30-40 ปี และ โมเดลฟิสิคหญิงรุ่นความสูงไม่เกิน 155 ซม., &amp;nbsp;อรอนงค์ อินทร์แก้ว 2 ทอง สปอร์ตฟิสิคหญิง มาสเตอร์หญิงรุ่น 30-40 ปี และ สปอร์ตฟิสิคหญิงรุ่นความสูงไม่เกิน 165 ซม., พ.จ.อ.ดำรงศ์ศักดิ์ สร้อยศรี ฟิตเนสชายรุ่นความสูงเกิน 170 ซม., ส.อ.บุลากร ดีกระโทก สปอร์ตฟิสิคชายรุ่นความสูงไม่เกิน &amp;nbsp;180 &amp;nbsp;ซม., จ.อ. หญิง อาจารี แท่นทรัพย์ ฟิตเนสหญิงรุ่นความสูงเกิน 165 ซม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศุกรีย์ สุภาวรีกุล นายกสมาคมกีฬาเพาะกายและฟิตเนสแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สำหรับการแข่งขันในครั้งนี้ ทางสมาคมฯ ถือว่าประสบความสำเร็จ ได้รับความสำเร็จ เพราะนักกีฬาสามารถคว้ามาได้ 11 เหรียญทอง ถือว่าเป็นอีกครั้งที่หนึ่งทางสมาคมฯ ประสบความสำเร็จ สามารถสร้างผลงานได้อย่างดี ขอขอบคุณนักกีฬาทุกคนที่สามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในส่วนของกีฬาเพาะกายและฟิตเนส ให้เป็นที่ยอมรับของประเทศเพื่อนบ้านในทวีปเอเชีย โดยเฉพาะคะแนนทีมหญิงยังเป็นอับดับ 1 อีกสมัย ส่วนทีมชาย เป็นอันดับ 2 รองจากเจ้าภาพ อินเดีย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับนักกีฬาที่ติด 1 ใน 3 ในชิงแชมป์เอเชียครั้งนี้ จะได้ไปแข่งขันต่อ ในการแข่งขันเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์โลก ครั้งที่ 10 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 11-17 ธ.ค. ที่เชียงใหม่ รวมกับนักกีฬาที่เก็บตัวไว้ โดยทางสมาคมฯ เตรียมนักกีฬาที่จะส่งแข่งไว้ทั้งหมด 50 คน เพื่อเตรียมไว้สำหรับลงแข่งทั้งหมด 52 รุ่น ที่จัดการแข่งขันในชิงแชมป์โลก โดยในส่วนของความหวังของสมาคมฯ ในการแข่งขันชิงแชมป์โลก ปีนี้ ตั้งเป้าไว้ไม่น้อยกว่าที่เคยทำได้เมื่อปีที่แล้ว ที่มองโกเลีย และในฐานะเจ้าภาพ ที่สามารถส่งนักกีฬาไปแข่งขันได้มาก เพราะฉะนั้นนักกีฬาไทยต้องทำเหรียญทองไม่น้อยกว่าที่ทำได้ในศึกชิงแชมป์เอเชีย ที่อินเดีย ครั้งนี่ ที่ทำได้ 11 ทอง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านโปรแกรมต่อไปนักกีฬาเพาะกายและฟิตเนสชุดนี้ ที่ได้อันดับ 1-3 จะได้เป็นตัวแทนทีมชาติไทยเข้าร่วมการแข่งขันเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์โลก ครั้งที่ 10 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 11-17 ธ.ค. 61 ที่โรงแรมโลตัสปางสวนแก้ว จ.เชียงใหม่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19524</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแข่งขันเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์เอเชีย ครั้งที่ 52, กีฬา, ประเทศอินเดีย, เมืองปูเน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181010/image_big_5bbd6961e6dcd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19523</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2018 10:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2018 10:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทัพเบ่งกล้ามไทยคว้า11ทองพร้อมซิวถ้วยคะแนนรวมทีมหญิงชิงแชมป์เอเขีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

ทัพเบ่งกล้ามไทยสุดปลื้มประสบความสำเร์จในศึกเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์เอเชีย ครั้งที่ 52 &amp;nbsp;ที่ สนามบาเลวาดี้ เมืองปูเน ประเทศอินเดีย ได้มาถึง 11 ทอง 5 เงิน 5 ทองแดง จาก 15 นักกีฬาที่ส่งแข่งขัน พร้อมคว้ารางวัลชนะเลิศถ้วยคะแนนรวมทีมหญิงของเอเชียอีกสมัย ส่วนทีมชายได้อันดับ 2&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทัพนักกีฬาเพาะกายและฟิตเนสทั้งหมด 15 คน เดินทางกลับมาจาก การแข่งขันเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์เอเชีย ครั้งที่ 52 &amp;nbsp;ที่ สนามบาเลวาดี้ เมืองปูเน ประเทศอินเดีย &amp;nbsp;ด้วยสายการบินเจ๊ต แอร์เวย์ เที่ยวบิน 9 ดับบลิว 371 จากเมืองปูเน ประเทศอินเดีย และจากกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย เที่ยวบิน 9 ดับบลิว 066 โดยมี นายธันย์ปวัฒน์ เตชภูวดลวิทิต ผู้จัดการทีมนำทัพนักกีฬาเดินทางกลับมาถึงเมืองไทยเรียบร้อย ที่สนามบินสุวรรณภูมิ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งผลงานของทัพนักกีฬาไทยทำได้ 11 ทอง 5 เงิน 5 ทองแดง พร้อมได้ถ้วยรางวัลชนะเลิศ ทีมหญิง และ อันดับ 2 ทีมชาย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;11 เหรียญทองมาจาก ขุนตาล พวงเพชร ที่ได้ 2 ทองจากเพาะกายชายรุ่นน้ำหนัก 70 กก. และ เพาะกายชาย รุ่นมาสเตอร์ รุ่นอายุ 40-49 ปี รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 80 กก. , วันชัย กาญจนพิมาย ที่ได้ 2 ทอง จาก ฟิตเนสชายรุ่นความสูงไม่เกิน 170 ซม. และ อีก 1 ทองได้จาก มิกซ์แพร์ ที่จับคู่กับ ศิริพร ศรช่วย, &amp;nbsp;รพีพร อารีย์ คว้า 2 ทอง โมเดลมาสเตอร์หญิงรุ่น 30-40 ปี และ โมเดลฟิสิคหญิงรุ่นความสูงไม่เกิน 155 ซม., &amp;nbsp;อรอนงค์ อินทร์แก้ว 2 ทอง สปอร์ตฟิสิคหญิง มาสเตอร์หญิงรุ่น 30-40 ปี และ สปอร์ตฟิสิคหญิงรุ่นความสูงไม่เกิน 165 ซม., พ.จ.อ.ดำรงศ์ศักดิ์ สร้อยศรี ฟิตเนสชายรุ่นความสูงเกิน 170 ซม., ส.อ.บุลากร ดีกระโทก สปอร์ตฟิสิคชายรุ่นความสูงไม่เกิน &amp;nbsp;180 &amp;nbsp;ซม., จ.อ. หญิง อาจารี แท่นทรัพย์ ฟิตเนสหญิงรุ่นความสูงเกิน 165 ซม.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศุกรีย์ สุภาวรีกุล นายกสมาคมกีฬาเพาะกายและฟิตเนสแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สำหรับการแข่งขันในครั้งนี้ ทางสมาคมฯ ถือว่าประสบความสำเร็จ ได้รับความสำเร็จ เพราะนักกีฬาสามารถคว้ามาได้ 11 เหรียญทอง ถือว่าเป็นอีกครั้งที่หนึ่งทางสมาคมฯ ประสบความสำเร็จ สามารถสร้างผลงานได้อย่างดี ขอขอบคุณนักกีฬาทุกคนที่สามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในส่วนของกีฬาเพาะกายและฟิตเนส ให้เป็นที่ยอมรับของประเทศเพื่อนบ้านในทวีปเอเชีย โดยเฉพาะคะแนนทีมหญิงยังเป็นอับดับ 1 อีกสมัย ส่วนทีมชาย เป็นอันดับ 2 รองจากเจ้าภาพ อินเดีย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับนักกีฬาที่ติด 1 ใน 3 ในชิงแชมป์เอเชียครั้งนี้ จะได้ไปแข่งขันต่อ ในการแข่งขันเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์โลก ครั้งที่ 10 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 11-17 ธ.ค. ที่เชียงใหม่ รวมกับนักกีฬาที่เก็บตัวไว้ โดยทางสมาคมฯ เตรียมนักกีฬาที่จะส่งแข่งไว้ทั้งหมด 50 คน เพื่อเตรียมไว้สำหรับลงแข่งทั้งหมด 52 รุ่น ที่จัดการแข่งขันในชิงแชมป์โลก โดยในส่วนของความหวังของสมาคมฯ ในการแข่งขันชิงแชมป์โลก ปีนี้ ตั้งเป้าไว้ไม่น้อยกว่าที่เคยทำได้เมื่อปีที่แล้ว ที่มองโกเลีย และในฐานะเจ้าภาพ ที่สามารถส่งนักกีฬาไปแข่งขันได้มาก เพราะฉะนั้นนักกีฬาไทยต้องทำเหรียญทองไม่น้อยกว่าที่ทำได้ในศึกชิงแชมป์เอเชีย ที่อินเดีย ครั้งนี่ ที่ทำได้ 11 ทอง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านโปรแกรมต่อไปนักกีฬาเพาะกายและฟิตเนสชุดนี้ ที่ได้อันดับ 1-3 จะได้เป็นตัวแทนทีมชาติไทยเข้าร่วมการแข่งขันเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์โลก ครั้งที่ 10 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 11-17 ธ.ค. 61 ที่โรงแรมโลตัสปางสวนแก้ว จ.เชียงใหม่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19523</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแข่งขันเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์เอเชีย ครั้งที่ 52, กีฬา, ประเทศอินเดีย, เมืองปูเน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181010/image_big_5bbd6961e6dcd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
