<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101899</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2021 21:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2021 21:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักบวช 3 นิ้วสุดดีใจได้รับสถานะผู้ลี้ภัยจากเยอรมนีแล้ว แขวะยูเอ็นฯไม่ได้ช่วยเหลือเลย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 พ.ค.64 -&amp;nbsp;ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Phra Panya Seesun หรือ พระปัญญา สีสัน แกนนำกลุ่มพระสงฆ์ที่เรียกตัวเองว่า &amp;quot;แครอท&amp;quot; ซึ่งเคยขึ้นเวทีปราศรัยม็อบราษฎร และยังอ้างตนเป็นพระสงฆ์แม้ว่าขณะนี้ไม่มีวัดสังกัด อยู่ระหว่างหลบหนีคดีพรบ.คอมพิวเตอร์ ในต่างประเทศ ล่าสุด โพสต์เฟซบุ๊กเปิดเผยว่าได้ลี้ภัยไปอยู่ที่ประเทศเยอรมนีแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อดีตพระปัญญา โพสต์ว่า รูปนี้อุบาสิกาแวว-ฮอลแลนด์ launch campaign อยู่ที่หน้าศาลโลกกรุงเฮกประเทศเนเธอร์แลนด์เพื่อให้ unhcr ในประเทศที่ 2 เร่งส่งตัวอาตมาไปยังประเทศที่ 3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โยมแววไปร่วมรณรงค์เรียกร้องการปกครองระบอบประชาธิปไตยให้กับคนไทยสังคมไทย พร้อมกับเพื่อนๆที่มีถิ่นพำนักอยู่ในฮอลแลนด์ อย่างไรก็ตามในกรณีของอาตมานั้น แรกๆเลยนั้นแทบจะไม่ได้รับความช่วยเหลือใดๆ จากสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ&amp;nbsp;หรือ UNHCR&amp;nbsp;คงเป็นจังหวะที่งานของพวกเขาล้นมือและอาตมาไม่รู้จักคนวงในประกอบกับอาตมาเป็นคน low profile&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีการสัมภาษณ์อาตมาทางออนไลน์เกิดขึ้นด้วยความช่วยเหลือของ NGO อีกประเทศหนึ่ง ที่พักอาตมาอยู่ในจุดที่สัญญาณอินเทอร์เน็ตค่อนข้างไปทางแย่ถึงแย่มาก โชคดีที่ผู้สัมภาษณ์มีความอดทนสูง สัญญาณหลุดแล้วหลุดเล่า ก็ขยันต่อเอา แต่ต่อจากตรงนี้ถ้าเล่าแล้วยาว ขอเก็บไว้ให้กับคนที่จำเป็นต้องใช้มันนะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเดินทางมาถึงประเทศเยอรมนีของอาตมานั้นไม่ได้เกิดจากความช่วยเหลือของ unhcr (ย้ำว่าไม่ได้เกิดจากการทำงานของ unhcr) โยมแววและสามีพร้อมกับญาติโยมอีกหลายท่าน มีส่วนเป็นอย่างมากในการช่วยเหลืออาตมาออกมาจากประเทศที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้อดีตพระปัญญา สีสัน ยังได้เปิดเผยว่า ตอนนี้ได้รับสถานะผู้ลี้ภัยอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี พร้อมกับโชว์ใบพำนักถิ่นที่อยู่ สามารถอยู่ที่นี่ได้อย่างสบายใจ และกำลังจะเริ่มเรียนภาษาเยอรมันเป็นสิ่งแรก เป้าหมายที่ตั้งใจไว้คือ ศึกษาปริญญาโทด้านพุทธศาสนา เรียนเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งต้องฝึกฝนอีกพอสมควร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101899</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประเทศเยอรมนี, พรบ.คอมพิวเตอร์, พระปัญญา สีสัน, พระลี้ภัย, ม็อบพระแครอท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210505/image_big_6092ad8e27581.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96378</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2021 16:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2021 16:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อินเตอร์ฟาร์มาจัดทัพรุกตลาดสุขภาพ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อินเตอร์ ฟาร์มา จัดทัพบุกกินรวบตลาดสุขภาพ&amp;nbsp; ชูผลิตภัณฑ์โปรไบโอติกสกัดภูมิแพ้ PM 2.5&amp;nbsp; จับกลุ่มผู้บริโภคทุกช่วงวัย ตั้งเป้าสิ้นปี64 ยอดขายแตะ 60 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มี.ค.64 - &amp;nbsp;นายตฤณวรรธน์ ธนิตนิธิพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินเตอร์ ฟาร์มา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ที่คนไทยกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ ส่งผลให้คนเป็นภูมิแพ้กันมากขึ้น และหลายคนกำลังมองหาตัวช่วยในการสร้างภูมิต้านทานเชื้อโรค และภูมิแพ้ บริษัทฯ จึงมองเห็นโอกาสในการทำตลาด ด้วยการนำเข้าผลิตภัณฑ์ใหม่ 4 ตัว จาก 4 ประเทศ ซึ่งประกอบไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ProBiota BL นวัตกรรมโปรไบโอติกแบคทีเรีย จาก &amp;ldquo;ประเทศฝรั่งเศส&amp;rdquo; ซึ่งเป็นโภชนเภสัชที่มีหลักฐานการวิจัยทางการแพทย์ว่าช่วยเรื่องภูมิแพ้และเพิ่มภูมิคุ้มกัน ราคา 2,400 บาท
&amp;nbsp;
2. ProImmo โภชนเภสัชเพื่อการเสริมภูมิคุ้มกันร่างกาย วิจัยและพัฒนาใน &amp;ldquo;ประเทศญี่ปุ่น&amp;rdquo; ที่ประกอบด้วยสารภูมิคุ้มกันสำคัญ sIgA และ IgG เหมือนในน้ำนมแม่ เต็มไปด้วยสารภูมิคุ้มกัน ช่วยลดการติดเชื้อที่ระบบทางเดินอาหาร และทางเดินหายใจ ลดการเจริญเติบโตของเชื้อก่อโรค เช่น แบคทีเรีย ไวรัส เหมาะกับผู้ที่ผ่าคลอด และ ได้รับน้ำนมแม่ไม่เพียงพอ ราคา 2,400 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. Vitamune โภชนเภสัชเพื่อการเสริมภูมิคุ้มกันร่างกาย จาก&amp;rdquo;ประเทศเยอรมนี&amp;rdquo; ที่รวมสารอาหารและสารสกัดจากธรรมชาติ 8 ชนิด ลดภูมิแพ้ ลดเชื้อก่อโรค ลดความเสี่ยงในการเป็นหวัด ต้านอนุมูลอิสระ และการอักเสบที่เป็นสาเหตุให้เกิดโรคเรื้อรังต่างๆ เหมาะกับ ผู้ที่เป็นหวัด เจ็บคอบ่อยๆ ติดเชื้อง่าย ภาวะร่างกายอ่อนแอ ราคา 900 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. Vita Detozzi โภชนเภสัชจากอเมริกา เป็นสารสกัดเข้มข้นจากบร๊อคโคลี่ ที่ให้สาร ซัลโฟราเฟน ที่มีหลักฐานการวิจัยว่า สามารถขจัดสารพิษ โดยเฉพาะ PM 2.5 ได้เป็นอย่างดี
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ทั้งนี้ การนำเข้าผลิตภัณฑ์ขายดี พร้อมกันถึง 4 ตัว จาก 4 ประเทศ ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เยอรมัน และสหรัฐอเมริกา เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าในทุกช่วงวัย ตั้งแต่เด็กจนถึงผู้สูงอายุ ที่เป็นภูมิแพ้ ผู้ที่ติดเชื้อง่าย ต้องการเสริมภูมิคุ้มกัน และ ขจัด PM 2.5
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
สำหรับ ช่องทางการจัดจำหน่ายหลัก ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ได้นำเสนอเข้าช่องทางโรงพยาบาลชั้นนำต่างๆ &amp;nbsp;ตั้งเป้าปี 2564 &amp;nbsp;มียอดขายผลิตภัณฑ์ทั้ง 4 ตัว น่าจะมีไม่ต่ำกว่า 60 ล้านบาท &amp;nbsp;อย่างไรก็ตามนอกจาก 4 ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว บริษัทฯ ยังได้นำผลิตภัณฑ์ ProLivo นวัตกรรมโภชนเภสัชเพื่อการดูแลตับแบบครบวงจร ที่วิจัยและพัฒนาในประเทศ ญี่ปุ่น รวมสารอาหาร สารสกัดจากธรรมชาติ และวิตามิน แร่ธาตุ มากถึง 20 ชนิด เพื่อบำรุง ปกป้อง และฟื้นฟู การทำงานของตับ และสำหรับผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ และ มีภาวะไขมันแทรกตับ เข้ามาทำตลาดเสริมทัพด้วย พร้อมตั้งเป้ายอดขายไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท ในสิ้นปี 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96378</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตฤณวรรธน์ ธนิตนิธิพันธ์, ประเทศญี่ปุ่น, ประเทศเยอรมนี, ลดภูมิแพ้, เภสัช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210317/image_big_6051d2451c0d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10928</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จักรทิพย์ไม่ได้พบเมธี เปิดปากเยอรมนีอากาศดี/&#039;ธรรมกาย&#039;ปัดเอี่ยวเรื่องขอลี้ภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จักรทิพย์&amp;quot; โผล่บอกนักข่าวเยอรมันอากาศดี แต่ไม่ได้ไปพบอดีตพระพรหมเมธี&amp;nbsp;ด้านธรรมกายชิ่ง ปัดไม่ได้รับการติดต่อ ไม่รู้เรื่องขอลี้ภัย เหน็บสื่อแยกไม่ออกความเห็นกับความจริง ส่วนเงินทอนล็อต 4 คืบ พบแล้วกว่า 30 วัดในพื้นที่ภาคเหนือและกลาง ใช้วิธีการเดิมเจ้าหน้าที่ พศ.รวมหัวกับพระชั้นผู้ใหญ่ทุจริต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ออกแถลงการณ์กรณีสื่อมวลชนบางสำนักรายงานข่าวว่า อดีตพระพรหมเมธี (จำนงค์ เอี่ยมอินทรา) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศารามฯ ผู้ต้องหาคดีร่วมกันฟอกเงินทุจริตเงินทอนวัด ขอยื่นลี้ภัยในประเทศเยอรมนี และคาดการณ์ว่าจะพำนักที่สาขาของวัดพระธรรมกายในประเทศเยอรมนี หรือวัดสาขาอื่นในทวีปยุโรปนั้น ทางวัดขอปฏิเสธข่าวดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เพราะไม่ทราบความเคลื่อนไหวและจุดประสงค์ของอดีตพระพรหมเมธี อีกทั้งไม่ได้มีการติดต่อประสานกันแต่อย่างใด และในขณะนี้ทั้งหน่วยราชการไทยที่รับผิดชอบในคดีและสื่อมวลชนต่างๆ ยังไม่มีโอกาสได้พบตัวท่านแต่อย่างใด ดังนั้นเรื่องราวที่นำเสนอทั้งหมดจึงเป็นเพียงข้อคิดเห็นและการคาดเดาของคนบางกลุ่มเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ยังระบุว่า ในกรณีข่าวของพระสงฆ์ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ขอให้สาธารณชนผู้รับฟังข้อมูลโปรดใช้วิจารณญาณ และขอวิงวอนไปยังสื่อมวลชนให้นำเสนอข้อมูลข่าวสารที่อยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ซึ่งต้องตระหนักถึงความแตกต่างระหว่าง &amp;quot;ความคิดเห็น&amp;quot; กับ &amp;quot;ความจริง&amp;quot; ตามหลักจรรยาบรรณของสื่อที่พึงมีพึงเป็นอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) วันเดียวกันนี้ ผู้สื่อข่าวติดตามดักรอสัมภาษณ์ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ประเด็นการติดตามจับกุมตัวอดีตพระพรหมเมธี ที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์พร้อมคณะบินด่วนไปรับตัวถึงประเทศเยอรมนี แต่ต้องกลับมามือเปล่าเมื่อวันที่ 6 มิ.ย.ที่ผ่านมา แต่การเดินทางกลับมาครั้งนี้ ยังไม่มีใครพบเห็น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา แต่อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามกำหนดการเดิม เวลา 11.00 น. วันที่ 7 มิ.ย.พล.ต.อ.จักรทิพย์จะเป็นประธานการแถลงข่าวจับกุมยาเสพติดรายใหญ่ ที่กองกำกับการสืบสวนสอบสวนกองบังคับการนครบาล 3 (กก.สส.บก.น.3), กองกำกับการสืบสวนกองบังคับการนครบาล 4 (กก.สส.บก.น.4) และชุดสืบสวนกองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี (กก.ดส.) พร้อมด้วยของกลางยาบ้าจำนวน 8.6 ล้านเม็ด ยาไอซ์ 37 กิโลกรัม ยาอี 2,822 เม็ด และยาเคชนิดเกล็ดน้ำ 38 กิโลกรัม ซึ่งถือเป็นการจับกุมยาเสพติดรายใหญ่ในเขตนครบาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ปรากฏว่า เมื่อถึงเวลา มีเพียง พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.), พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสด ิ์ที่ปรึกษาพิเศษ ตร., พล.ต.ท.ชัยวัฒน ์เกตุวรชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร. และพล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ร่วมกันแถลงข่าวเท่านั้น โดยมีผู้สื่อข่าวที่เฝ้ารอสัมภาษณ์ พล.ต.อ.จักรทิพย์จำนวนมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน พล.ต.ท.ชาญเทพได้ชี้แจงกรณีที่ทาง พล.ต.อ.จักรทิพย์ไม่สามารถเดินทางมาร่วมแถลงข่าวในวันนี้ได้ เนื่องจากติดประชุมงบประมาณที่รัฐสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ภายหลังปิดการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) หลังรับหลักการร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2562 พล.ต.อ.จักรทิพย์ได้เดินลงจากห้องประชุมเพื่อขึ้นรถออกจากรัฐสภา โดยผู้สื่อข่าวได้ดักสอบถามกรณีเดินทางไปประเทศเยอรมนีเป็นอย่างไรบ้าง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า &amp;ldquo;ไม่มีอะไร อากาศดี&amp;rdquo; &amp;nbsp;ถามต่อว่าได้เจอตัวอดีตพระพรหมเมธีหรือไม่ ผบ.ตร. กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า &amp;ldquo;ไม่ได้เดินทางไปพบท่าน&amp;rdquo; จากนั้นก็รีบขึ้นรถโดยปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ต่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผู้บังคับการกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบคดีทุจริตเงินงบประมาณอุดหนุนสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือเงินทอนวัดล็อต 4 ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ บก.ปปป.ทั้ง 6 กองกำกับการ อยู่ระหว่างลงพื้นที่ตรวจสอบวัดทั่วประเทศที่ได้รับงบประมาณจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เกิน 1 ล้านบาท และมีการรายงานผลปฏิบัติให้กับ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (ผอ.พศ.) รับทราบทุกเดือน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ หากมีหลักฐานชัดเจน ผอ.พศ.จะมาร้องทุกข์กับ บก.ปปป. เพื่อดำเนินการขยายผลต่อไป สำหรับ ปปป. ทำคดีเกี่ยวข้องกับการทุจริต ส่วนคดีฟอกเงินจะประสาน ปปง.ช่วยตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งว่า การประชุมคณะพนักงานสอบสวน ปปป. ที่รับผิดชอบดูแลสำนวนทุจริตเงินทอนวัดพบความเชื่อมโยงของขบวนการทุจริตที่ขยายเกี่ยวข้องไปยังหลายวัด ทำให้มีการเพิ่มเป้าหมายในการตรวจสอบกว่า 100 วัด และพบว่ามีการทุจริตงบประมาณในรูปแบบเงินทอนวัดแล้วเพิ่มเติมประมาณ 30 วัด ส่วนใหญ่เป็นวัดในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลาง เป็นผู้ต้องหากลุ่มเดิมที่กระทำความผิด ส่วนในพื้นที่ภาคใต้พบการกระทำความผิดไม่มากนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานถึงรูปแบบการทุจริตเงินทอนวัดในล็อต 4 ว่าคล้ายกับการทุจริตในล็อต 1, 2 และ 3 คือมีเจ้าหน้าที่พศ.และพระชั้นผู้ใหญ่เป็นศูนย์กลางในการทุจริต กระจายงบประมาณ ขอนำเงินผ่านบัญชีแต่ละวัด จากนั้นเรียกเงินทอนคืน แต่การทุจริตในล็อตที่ 4 มีรูปแบบพิเศษขึ้นคือ ปปป.พบความผิดส่วนตัวของพระบางรูปชัดเจนที่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนพระครูกิตติพัชรคุณ เจ้าอาวาสวัดลาดแค เจ้าคณะอำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ตกเป็นผู้ต้องหาเงินทอนวัดล็อต 1 นั้น ตรวจสอบเพิ่มเติมว่าพบการกระทำความผิดในรูปแบบเดียวกันกับการตรวจพบการทุจริตเงินทอนวัดล็อต 4 ของ ปปป. คือการติดต่อวัดภาคเหนือตอนล่าง เพื่อขอนำเงินผ่านบัญชีมากว่า 10 วัด จากนั้นนำเงินทั้งหมดโอนกลับมาบัญชีตนเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สำนวนการทุจริตเงินทอนวัดล็อต 3 ชุดแรกของวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร, วัดสามพระยา และวัดสัมพันธวงศรามวรวิหาร โดยทางสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตีสำนวนกลับมาให้ ปปป.ดำเนินคดีต่อนั้น จะเข้าสู่กระบวนการสอบสวนเพิ่มเติม การออกหมายเรียกแจ้งข้อกล่าวหา ซึ่ง ปปป.เตรียมขออายัดตัวพระ 4 รูปที่ถูกคุมขังจากคดีฟอกเงินของกองปราบปราม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประกอบด้วย อดีตพระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ, อดีตพระราชอุปเสนาภรณ์ หรือพระสังคม สังฆะพัฒน์, พระวิจิตธรรมภรณ์ หรือเจ้าคุณเทอด ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ และอดีตพระพรหมดิลก เจ้าอาวาสวัดสามพระยา ส่วนอดีตพระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ ที่อยู่ระหว่างหลบหนีในคดีฟอกเงิน ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีเงินทอนวัดล็อต 3 ชุดแรกเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุดมีรายงานจากแหล่งข่าวกองปราบปรามว่าเจ้าหน้าที่ได้ขออนุมัติศาลจังหวัดนครพนมออกหมายจับ ผู้ให้การช่วยเหลืออดีตพระพรหมเมธีหลบหนีรวม 5 คน โดยในจำนวนนี้มีคนไทย 2 คน และคนลาว 3 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งคนไทย 2 คน เป็นสีกา จ. หรือนางศศิร์อร เจียมวิจิตรกุล อีกคนเป็นคนขับรถพาหนีมายังจังหวัดนครพนม คือนายพีระวิทย์ &amp;nbsp;ศรีศรัทธา หรือโค้ต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคนลาวอีก 3 คนที่มีส่วนช่วยเหลืออดีตพระพรหมเมธี คือครอบครัวของนางจันตะนา รัตตะนะวง มีนางจันตะนาเองและลูกสาวคือนางกิตติมา และท้าวน้อย ลูกชายของนางจันตะนา คนที่ขับรถของอดีตพระพรหมเมธีไปเก็บจนเจ้าหน้าที่ไปตรวจพบในที่สุด โดยล่าสุดศาลจังหวัดนครพนมได้อนุมัติหมายจับบุคคลทั้งหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายกฤช กระแสร์ทิพย์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เปิดเผยว่า ช่วงเช้าได้นำตัวนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ อดีตพระพุทธะอิสระ ไปพบแพทย์ที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ก่อนทำการส่องกล้องเพื่อตรวจดูหาสาเหตุถ่ายออกมาอุจจาระดำ และมีแผลในกระเพาะอาหารหรือไม่ เบื้องต้นแพทย์พบเป็นกระเพาะอาหารอักเสบ ก่อนให้ยามารับทานเพื่อรักษาอาการดังกล่าว ก่อนนัดตรวจผลอีกครั้งวันที่ 21 มิ.ย.นี้ ส่วนผู้ต้องขังอดีตพระอีก 7 คนนั้น ก็เริ่มปรับตัวได้แล้ว มีการแต่งกายใส่กางเกงสีน้ำเงินแบบผู้ต้องขังทั่วไป แต่เสื้อเรือนจำอนุโลมให้ใส่เสื้อขาวไปก่อน และยังคงมีการปฏิบัติแบบสงฆ์ เช่น สวดมนต์ และไม่กินข้าวเย็นเหมือนตอนเป็นพระ การกระทำดังกล่าวอนุโลมให้ทำได้ หากไม่ขัดต่อระเบียบเรือนจำ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10928</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, จำนงค์ เอี่ยมอินทรา, ประเทศเยอรมนี, พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, สภานิติบัญญัติแห่งชาติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180607/image_big_5b193237dfed8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10681</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2018 22:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สึก&#039;ปิง&#039;เสพสังวาส! ภาพสัมพันธ์ฆราวาสชายมัด/ยืนยันตัว&#039;พรหมเมธี&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จับสึก &amp;quot;เจ้าคุณปิง&amp;quot; อาบัติปาราชิก หลักฐานมัดภาพถ่ายสัมพันธ์ลึกซึ้งฆราวาสชาย &amp;quot;จักรทิพย์&amp;quot; ถึงสนามบินแฟรงก์เฟิร์ตประเทศเยอรมนี ยืนยันตัว &amp;quot;อดีตพระพรหมเมธี&amp;quot; แล้ว รอประสานทำเอกสารพากลับไทย 6 มิ.ย.นี้ &amp;quot;กองปราบฯ&amp;quot; เตรียมดึงคดี 5 ศิษย์พาอดีตเจ้าคุณจำนงค์หนีมารวมสำนวน &amp;nbsp;&amp;quot;เลขาฯ สมเด็จพระสังฆราช&amp;quot; เตือนใช้สติปัญญาบริโภคข่าวพระเชิงลบ &amp;quot;เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ&amp;quot; นำ &amp;nbsp;&amp;quot;อดีตพระพุทธะอิสระ&amp;quot; ส่ง รพ.หลังพบเลือดออกในกระเพาะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ ตั้งแต่ช่วงเช้าเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม ในฐานะคณะทำงานชุดคลี่คลายคดีทุจริตเงินทอนวัด ได้นิมนต์พระวิสุทธิศาสนวิเทศ (กวีศิลป์ วิสุทธิกุโล) หรือเจ้าคุณปิง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ และพระเลขานุการส่วนตัวของอดีตพระพรหมสิทธิ อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร มาสอบปากคำที่กองบังคับการกองปราบปราม (บก.ป.) หลังจากเจ้าหน้าที่ได้นำหมายศาลเข้าตรวจค้นวัดสระเกศฯ เป็นครั้งที่ 3 เพื่อนิมนต์มาให้ปากคำถึงความเชื่อมโยงในคดีเมื่อวันที่ 2 &amp;nbsp;มิ.ย.ที่ผ่านมา แต่ปรากฏเจ้าคุณปิงได้หายตัวไป รวมทั้งตรวจค้นกุฏิพบภาพบุคคลหน้าคล้ายเจ้าคุณปิงกำลังมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับฆราวาสชาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การนิมนต์ตัวเจ้าคุณปิงมาครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พาเข้าข้างอาคารเพื่อหลบกลุ่มผู้สื่อข่าว เพราะการทำงานของกองปราบปรามคดีเงินทอนวัดช่วงหลังๆ เจ้าหน้าที่จะไม่ยอมเปิดเผยรายละเอียดในเนื้องาน เช่นเดียวกับการจับกุมอดีตพระพรหมเมธีที่สนามบินแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี ผู้บังคับบัญชาระดับสูง ตร.ได้สั่งกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจห้ามให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 15.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม ได้นิมนต์พระวิสุทธิศาสนวิเทศขึ้นรถยนต์กระบะด้านข้างอาคาร ก่อนจะขับออกไปอย่างรวดเร็ว โดยเดินทางไปวัดสระเกศฯ เพื่อทำพิธีลาสิกขา (สึก) เนื่องจากอาบัติปาราชิกขาดจาดความเป็นพระภิกษุ จากการพบภาพถ่ายมีสัมพันธ์กับฆราวาสหรือกลุ่มชายรักชาย ก่อนนำตัวไปตรวจค้นกุฏิเพื่อหาหลักฐานความเชื่อมโยงของคดีที่ยังเป็นข้อสงสัยของเจ้าหน้าที่เพิ่มเติม &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาเกี่ยวกับกรณีทุจริตเงินทอนวัดกับเจ้าคุณปิง &amp;nbsp;เพราะยังไม่มีพยานหลักฐานเชื่อมโยงว่าเจ้าคุณปิงมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ จึงยังไม่สามารถพิจารณาดำเนินคดีได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเจ้าคุณปิง หรือพระวิสุทธิศาสนวิเทศ ถือเป็นพระสงฆ์ที่มีความสนิทกับวงการศิลปินดารา มีลูกศิษย์ในวงการบันเทิงหลายคน และเจ้าคุณปิงยังเป็นพระที่ถูกจับตามอง โดยเป็นหนึ่งในพระที่ได้เลื่อนสมณศักดิ์อย่างรวดเร็ว บวชมาเพียง 16 พรรษา แต่ได้เป็นถึงพระราชาคณะชั้นสามัญเปรียญที่ตำแหน่งพระวิสุทธิศาสนวิเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความคืบหน้าการติดตามตัวอดีตพระพรหมเมธี หรืออดีตท่านเจ้าคุณจำนงค์ อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) สนามบินแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี คุมตัวระหว่างยื่นหนังสือเดินทางขอผ่านด่าน ตม.เข้าประเทศเยอรมนี หลังตำรวจสากลไทยประสานเป็นบุคคลตามหมายจับที่ทางการไทยต้องการตัว
ยืนยันตัว &amp;#39;พรหมเมธี&amp;#39;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมคณะที่เดินทางจากประเทศไทยไปประเทศเยอรมนีเพื่อรับตัวอดีตพระพรหมเมธี ได้เดินทางถึงสนามบินนครแฟรงก์เฟิร์ตเรียบร้อยแล้ว พร้อมกับเข้ายืนยันตัวบุคคลอดีตพระพรหมเมธีที่ถูกกักตัวไว้ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตั้งอยู่ภายในบริเวณสนามบิน เนื่องจากทางการไทยได้ขอยกเลิกพาสปอร์ตปกน้ำเงิน และเยอรมนีก็เพิกถอนวีซ่าขอเข้าประเทศด้วย เนื่องจากถูกร้องขอไม่ให้รับตัวอดีตพระพรหมเมธีเข้าประเทศ โดยขณะนี้ตำรวจไทยกำลังเตรียมการประสานข้อมูลเอกสาร รวมทั้งรายละเอียดข้อกฎหมายต่างๆ เพื่อที่จะรับตัวเดินทางกลับประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ได้จองตั๋วเครื่องบินเที่ยวกลับ เป็นเที่ยวบินที่ TG 921 จำนวน 14 ที่นั่ง ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวลา 06.25 ของวันที่ 6 มิ.ย. โดยเป็นการจองแบบบล็อกทั้งโซน ซึ่งเป็นรูปแบบการจองตั๋วเพื่อเตรียมการนำตัวผู้ต้องหากลับประเทศ หากขั้นตอนการส่งกลับไม่ผิดพลาด คณะของ ผบ.ตร.ก็น่าจะนำตัวผู้ต้องหาเดินทางกลับด้วยเที่ยวบินดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.) ปฏิเสธที่จะกล่าวถึงการไปรับตัวอดีตพระพรหมเมธี โดยระบุว่าไม่สามารถเปิดเผยอะไรได้ ต้องรอให้คณะของ พล.ต.อ.จักรทิพย์เดินทางกลับมาและเป็นผู้ให้รายละเอียดในเรื่องดังกล่าวแต่เพียงคนเดียวเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) กล่าวว่า การที่ตำรวจไปรับตัวอดีตพระพรหมเมธีที่เยอรมนีนั้นเป็นขั้นตอนของฝ่ายบริหาร คือตำรวจได้ติดต่อกันระหว่างไทยกับเยอรมนี และน่าจะเป็นกรณีทางเยอรมนีปฏิเสธไม่ให้เข้าประเทศหรือไม่มีวีซ่า จึงบังคับให้เดินทางกลับประเทศไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เป็นขั้นตอนปกติที่ตำรวจสามารถทำได้เอง ไม่เกี่ยวกับสำนักงานอัยการสูงสุด เพราะหากเกี่ยวกับอัยการ คือชั้นขอตัวผู้ร้ายข้ามแดน ที่ตำรวจต้องสอบสวนและมีความเห็นควรฟ้อง ประกอบกับศาลมีหมายจับ อัยการจึงจะประสานขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนกับประเทศที่เป็นภาคีได้&amp;quot; รองโฆษก อสส.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามเข้าประชุมหารือเพื่อนำคดีของอดีตพระพรหมเมธีที่เกิดในพื้นที่จังหวัดนครพนมโอนเข้ามารวมไว้ที่กรุงเทพฯ ส่วนหมายจับที่เตรียมยื่นต่อศาลจังหวัดนครพนมนั้น มีผู้ถูกกล่าวหาร่วมรู้เห็นในการพาอดีตพระพรหมเมธีหลบหนีทั้งสิ้น 5 คน ประกอบด้วย 1.สีกาจุ๋ม ผู้มีสามีเป็นคนไทย ประกอบอาชีพด้านสัมปทานเหมืองแร่ที่แขวงสาละวัน 2.นายโค้ดคนขับรถของอดีตพระพรหมเมธี 3.สีกาจัน นักธุรกิจใหญ่ชาวลาว 4.ลูกชายสีกาจันที่ข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาว 3 (นครพนม-คำม่วน) มาขับรถตู้ไปจอดที่วัดป่าสุคนธรักษ์ และ 5.นางปุ๋ยลูกสาวของสีกาจันที่ข้ามโขงมากับแม่เพื่อรับอดีตพระพรหมเมธีไปยัง สปป.ลาว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม (ผบก.ภ.จว.นครพนม) กล่าวว่า คดีที่เกี่ยวข้องกับอดีตพระพรหมเมธี พล.ต.อ.จักรทิพย์ได้ควบคุมดูแลการทำงานด้วยตัวเองตั้งแต่การสืบสวนจับกุม ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจนครพนมเป็นเพียงผู้ปฏิบัติงาน และไม่สามารถจะตัดสินใจในการดำเนินการตามกฎหมายได้ ไม่ว่าจะเป็นการให้ข้อมูล หรือการออกหมายจับใครก็ตาม ต้องรอคำสั่งจากทาง ผบ.ตร.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เป็นคดีสำคัญต้องมีหลายขั้นตอน อยากชี้แจงสื่อหรือการนำเสนอข้อมูลอย่าคิดกันไปเอง เกรงว่าจะเกิดความสับสน รวมถึงกระทบต่อการทำงานของตำรวจ ล่าสุดยังไม่มีการออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้อง ยังอยู่ในขั้นตอนรวบรวมพยานหลักฐานตามคำสั่งของ ผบ.ตร. หากมีความชัดเจนหรือมีข้อมูลที่เปิดเผยได้ ผู้บังคับบัญชาจะเปิดเผยให้ข้อมูลตามขั้นตอน&amp;quot; ผบก.ภ.จว.นครพนมกล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พระพรหมมุนี (สุชิน อคฺคชิโน) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามฯ กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช กล่าวถึงข่าวเชิงลบที่เกิดขึ้นกับคณะสงฆ์ไทยในช่วงนี้โดยเฉพาะประเด็นการทุจริตเงินทอนวัดว่า อย่าไปเล่นข่าวกันนักเพราะเกิดความเสียหาย เป็นเรื่องส่วนบุคคล ซึ่งข่าวที่ออกมาเป็นลบ ยังไม่รู้ข้อเท็จจริงว่าจริงหรือไม่จริง แต่ขยายความตีข่าวจนเกินไป ไม่ใช่เรื่องดี เนื่องจากกระทบกระเทือนต่อสถาบัน อาจส่งผลต่อวิกฤติศรัทธา หากข้อมูลยังไม่ชัดเจนไม่ควรนำมาเสนอ
ส่งพุทธะอิสระเข้า รพ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระพรหมมุนีกล่าวถึงความคืบหน้าการแต่งตั้งกรรมการมหาเถรสมาคมที่ว่าง 3 ตำแหน่ง หลังมหาเถรสมาคม (มส.) มีมติปลดอดีต 3 พระพรหมด้วยว่า ยังไม่มีการแต่งตั้ง กรรมการที่มีอยู่สามารถทำงานและประชุมได้ตามปกติ ไม่มีกฎกติกาว่าจะต้องครบถึงประชุมได้ แต่ต้องครบกึ่งหนึ่ง มติต่างๆ ที่ออกมาจากมหาเถรสมาคมมีเจ้าคณะหน เจ้าคณะภาค เจ้าคณะจังหวัด และเจ้าคณะปกครอง กลั่นกรองมาตามลำดับแล้ว เพื่อเสนอมหาเถรสมาคมรับทราบเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทุกอย่างไม่ใช่อำนาจตัดสินใจของ มส.เพียงอย่างเดียว แต่มีการตรวจสอบหลายชั้น ส่วนจะมาว่า มส.ทุจริตนั้นไม่ใช่ เพราะเป็นเรื่องส่วนบุคคล มส.เป็นองค์กร อยากให้ใช้สติและปัญญาศึกษาพิจารณาอย่างถี่ถ้วนในการบริโภคข่าว&amp;quot; เลขานุการสมเด็จพระสังฆราชกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองทัพไทย พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) กล่าวถึงความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการสอบ ร.ท.ฐิติทัตน์ นิพนธ์พิทยา ทหารสังกัดศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) &amp;nbsp;กองบัญชาการกองทัพไทย อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีเงินทอนวัดว่า ในชั้นต้นได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนในสิ่งที่เกิดขึ้นมีข้อมูลอย่างไรบ้าง ซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่ชัดเจนเนื่องจากตำรวจยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหา เพียงแต่เชิญ ร.ท.ฐิติทัตน์ไปสอบสวน ยังไม่ได้มีการกล่าวโทษแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรายินดีให้ความร่วมมือหาก ร.ท.ฐิติทัตน์ มีความผิด หรือตำรวจได้ชี้ประเด็นมาว่าผิดอย่างไร เราก็จะดำเนินการตามขั้นตอนอยู่แล้ว พร้อมให้การสนับสนุน ซึ่งเบื้องต้นเขามารายงานตัวกับผู้บังคับบัญชาเรียบร้อยแล้ว และสั่งสำรองราชการไว้ก่อน หมายถึงไม่ให้เขาใช้ตำแหน่งหน้าที่เดิมไปมีบทบาท หรือมีอิทธิพลเหนือหลักฐานต่างๆ แต่ยังคงได้รับเงินเดือนเพราะความผิดไม่สำแดง เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ตั้งข้อกล่าวหา&amp;quot; พล.อ.ธารไชยยันต์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่ากังวลสังคมมองมีการช่วยเหลือกันเองหรือไม่ ผบ.ทสส.กล่าวว่า ไม่รู้สึกกังวลหากถูกมองว่า ทหารช่วยเหลือกัน เพราะทุกอย่างต้องปฏิบัติตามขั้นตอนทางราชการ หากดำเนินการรุนแรงกว่านี้ เขาฟ้องกลับว่าใช้อำนาจเกินกว่าเหตุจะทำอย่างไร คงรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหาแก่ ร.ท.ฐิติทัตน์ก่อนค่อยดำเนินการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หน้าที่ของกองทัพตอนนี้คือ ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบวินัย หากมีข้อสงสัยว่าเขาทำให้กองทัพเสียหาย ซึ่งก็ดำเนินการอยู่ แต่ในทางกฎหมายอาญาทางตำรวจยังไม่แจ้งข้อหาใด เพราะทราบมาว่า &amp;nbsp;ร.ท.ฐิติทัตน์ได้ชี้แจงต่อตำรวจกรณีมีอาวุธปืนหลายสิบกระบอก ซึ่งทุกกระบอกมีหลักฐานการครอบครองถูกต้อง ส่วนเงินทอนวัดเขาปฏิเสธไม่เกี่ยว&amp;quot; ผบ.ทสส.กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร นายกฤช กระแสร์ทิพย์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ &amp;nbsp;กล่าวถึงการควบคุมอดีตพระเถระชั้นผู้ใหญ่ในคดีเงินทอนวัด และนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรืออดีตพระพุทธะอิสระ ผู้ต้องหาคดีอั้งยี่ซ่องโจร และปลอมพระปรมาภิไธยว่า การดูแลอดีตพระผู้ใหญ่ขณะนี้เริ่มปรับตัวได้บ้างแล้วไม่มีปัญหาเรื่องสุขภาพแต่อย่างใด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฤชกล่าวว่า ในส่วนของอดีตพระพุทธะอิสระเมื่อเช้า (4 มิ.ย.) ที่ผ่านมา พบมีอาการเลือดออกในกระเพาะอาหาร จึงนำตัวออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อไปตรวจอาการอย่างละเอียดที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ก่อนนำตัวกลับมาคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เช่นเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมได้พบกับอดีตพระพุทธะอิสระ ได้บอกว่าฉันดื้อเองท่าน ผบ. ในเบื้องต้นพบเป็นอาการข้างเคียงจากการรับประทานยาที่รักษาอาการโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ทางแพทย์ประจำโรงพยาบาล ได้เปลี่ยนเป็นยาฉีดแล้ว เพราะอดีตพระพุทธะอิสระมีระบบขับถ่ายอุจจาระเป็นสีดำมาหลายวันแล้ว ก็นำไปตรวจอาการอย่างละเอียด จึงพบมีเลือดออกในกระเพาะอาหาร&amp;quot; นายกฤชกล่าว &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ กล่าวว่า ในส่วนอาการปวดหลังยังคงทรงๆ ไม่ได้ดีขึ้น เจ้าหน้าที่จะมาไขกุญแจเปิดเรือนนอน เท่าที่ทราบจากเจ้าหน้าที่ช่วงตี 1 อดีตพระพุทธะอิสระจะลุกขึ้นมานั่งสมาธิภายในห้องขัง ที่มีเพื่อนผู้ต้องขังนอนร่วมห้องประมาณ 20 คน โดยนั่งสมาธิจนถึงช่วงเช้าก่อนออกไปทำกิจวัตรประจำวัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10681</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤช กระแสร์ทิพย์, กวีศิลป์ วิสุทธิกุโล, กองบังคับการกองปราบปราม, ประเทศเยอรมนี, พระพรหมมุนี (สุชิน อคฺคชิโน), พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล, พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ, ร.ท.ฐิติทัตน์ นิพนธ์พิทยา, สนามบินแฟรงก์เฟิร์ต, สำนักงานอัยการสูงสุด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง, เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180604/image_big_5b1547fe07c92.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10606</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พรหมเมธี&#039;สิ้นฤทธิ์ เยอรมนีรวบคาตม./&#039;จักรทิพย์&#039;หิ้วกลับไทย6มิ.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อดีตพระพรหมเมธี&amp;quot; สิ้นฤทธิ์ โดนเจ้าหน้าที่ ตม.เยอรมันจับคาสนามบินแฟรงก์เฟิร์ตประเทศเยอรมนีระหว่างยื่นพาสปอร์ตสีน้ำเงินขอเข้าประเทศ หลังหลบออกจาก สปป.ลาวเข้ากัมพูชา-เวียดนาม &amp;quot;จักรทิพย์&amp;quot; นำทีม ตร.ขึ้นเครื่องบินตามไปรับตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนกลับไทย 6 มิ.ย.นี้ &amp;nbsp;&amp;quot;กองปราบฯ&amp;quot; เร่งรวบรวมหลักฐานออกหมายจับ 5 ศิษย์คนสนิทพาหนี &amp;quot;ผบ.เรือนจำ&amp;quot; เผย &amp;quot;อดีตเจ้าคุณธงชัย&amp;quot; เริ่มปรับตัวได้แล้ว &amp;quot;รองโฆษก พศ.&amp;quot; ขออย่าเพิ่งตัดสินเจ้าคุณปิงเสพเมถุน รอผลสอบลามกอนาจารพระกับฆราวาสชายภายในกุฏิวัดสระเกศฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ มีความคืบหน้าการติดตามตัวอดีตพระพรหมเมธี (จำนงค์ ธมมฺจารี) อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร อดีตกรรมการ มหาเถรสมาคม (มส.) และอดีตเจ้าคณะภาค 4-7 ผู้ต้องหาคดีร่วมกันทุจริตเงินอุดหนุนการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรม และเป็น 1 ใน 7 พระชั้นผู้ใหญ่ที่ถูกถอดสมณศักดิ์ หลังจากหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจไปต่างประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยช่วงกลางดึกของวันที่ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมา ตามเวลาในประเทศไทย ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.)ประจำสนามบินนานาชาติแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี ได้ควบคุมตัวอดีตพระพรหมเมธี ขณะยื่นหนังสือเดินทางขอผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองสนามบินนานาชาติแฟรงก์เฟิร์ต แต่ทางตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเยอรมนีไม่ให้ผ่าน เนื่องจากเป็นบุคคลตามหมายจับที่ทางตำรวจไทยได้ประสานตำรวจสากลไว้แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นทางตำรวจตรวจคนเข้าเมืองสนามบินนานาชาติแฟรงก์เฟิร์ตได้ประสานมาทางตำรวจตรวจคนเข้าเมืองไทยถึงกรณีดังกล่าว ซึ่งหลังจากได้รับแจ้ง ทาง พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) ได้โทรศัพท์สายตรงรายงาน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ก่อนที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ตัดสินใจบินด่วนเพื่อเดินทางไปประเทศเยอรมนี ในการประสานความร่วมมือตามขั้นตอนทางกฎหมายในการรับตัวอดีตพระพรหมเมธี ผู้ต้องหาตามหมายจับของทางการไทยกลับมาดำเนินคดี &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในเวลา 09.05 น. พล.ต.อ.จักรทิพย์พร้อมด้วย พล.ต.ท.สุทธิพงษ์, พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รองผู้บังคับการกองปราบปราม (รอง ผบก.ป.) และ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยคณะอัยการของไทย เดินทางด้วยสายการบินไทยออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ เที่ยวบินที่ TG926 ไปยังท่าอากาศยานนานาชาติแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี ในเวลาประมาณ 20.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย โดยมีกำหนดเดินทางกลับมายังประเทศไทยเวลา 06.25 น. ของวันที่ 6 มิ.ย.นี้ ด้วย TG921 สายการบินไทย ตามเวลาท้องถิ่นของประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับอดีตพระพรหมเมธี ได้หลบหนีการจับกุมหลังทราบข่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมพระชั้นผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องในคดีเงินทอนวัด ซึ่งขณะนั้นอดีตพระพรหมเมธีได้รับกิจนิมนต์ที่ จ.พิษณุโลก จึงเดินทางด้วยรถตู้โตโยต้า อัลพาร์ด สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน 3 กภ 8672 กรุงเทพมหานคร จากจังหวัดพิษณุโลก มุ่งหน้าไป จ.นครพนม ก่อนที่จะนำรถคันดังกล่าวจอดทิ้งไว้ใกล้กุฏิพระเจ้าอาวาสวัดป่าสุคนธรักษ์ บ้านค่ายเสรี ต.นางาม อ.เรณูนคร จ.นครพนม จากนั้นได้เดินทางข้ามฝั่งจากประเทศไทยไปยังเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว&amp;nbsp;
&amp;#39;เมธี&amp;#39;สิ้นฤทธิ์ที่เยอรมนี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาชุดสืบสวนพบความเคลื่อนไหวของอดีตพระพรหมเมธี ที่โรงแรมดงชัย เมืองท่าแขก แขวงคำม่วน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ว่ามีการเดินทางออกจากโรงแรมดังกล่าวเมื่อเที่ยงคืนของวันที่ 26 มิ.ย. โดยภาพวงจรปิดของโรงแรมดังกล่าวจับภาพอดีตพระพรหมเมธีเดินออกจากโรงแรมดังกล่าวพร้อมกับชายไทยชื่อ โค๊ด ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานชายของอดีตพระพรหมเมธี โดยมีเพียงสัมภาระเป็นกระเป๋าเป้หนึ่งใบ ก่อนที่ทั้งสองจะเดินทางไปยังท่ารถโดยสารเพื่อเดินทางไปยังประเทศกัมพูชา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นชุดสืบสวนพบความเคลื่อนไหวของอดีตพระพรหมเมธีอีกครั้ง เมื่อเวลา 05.15 น. วันที่ 1 มิ.ย. อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ พร้อมด้วยหลานชายคนสนิท ได้ขึ้นเครื่องด้วยสายการบินกาตาร์แอร์เวย์ เที่ยวบิน QR971 จากกรุงพนมเปญ ก่อนแวะจอดที่สนามบินโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม เมื่อเวลา 06.23 น. จากนั้นเครื่องบินลำดังกล่าวได้บินไปยังสนามบินโดฮา ประเทศกาตาร์ ทรานซิต (Transit) ต่อไปยังท่าอากาศยานนานาชาติแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อดีตพระพรหมเมธีเคยเดินทางไปเยอรมนีเมื่อปี 2558 โดยขณะนั้นเป็นกรรมการมหาเถรสมาคม ขออนุมัติจากมหาเถรสมาคมเดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจ ณ วัดพระธรรมกายบาวาเรีย สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ตามที่พระวิเทศภาวนาธรรม เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายบาวาเรีย สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ได้อาราธนาให้เดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจเป็นประธานสงฆ์ในพิธีเจริญพระพุทธมนต์และประกอบพิธีผูกพัทธสีมา ณ อุโบสถวัดพระธรรมกายบาวาเรีย สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ระหว่างวันที่ 22-27 พ.ค.2558 โดยให้ทุกรูปใช้หนังสือเดินทางราชการ นั่นคือพาสปอร์ตสีน้ำเงินของพระชั้นผู้ใหญ่ มีกำหนดอายุหนังสือเดินทาง 5 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวแจ้งว่า สาเหตุที่อดีตพระพรหมเมธีเลือกที่จะไปที่วัดพระธรรมกายแฟรงก์เฟิร์ต หรือวัดพระธรรมกายไรน์แลนด์นั้น เพราะหากดูจากทำเลที่ตั้ง จะเห็นว่าค่อนข้างปลีกวิเวก ห่างไกลจากตัวเมืองพอสมควร ทำให้ไม่ค่อยได้รับความสนใจเท่าใดนัก โดยหากไปอยู่ที่วัดพระธรรมกายเบอร์ลิน ที่มีพระโสภณพุทธิวิเทศ (จิตติก์ ญาณชโย) เจ้าอาวาสวัดพุทธาราม เบอร์ลิน หรือเจ้าคุณเบอร์ลินนั้น อาจถูกเพ่งเล็งได้ เพราะที่ผ่านมาเจ้าคุณเบอร์ลินเคยเคลื่อนไหวสมัยพระธัมมชโยแล้ว จึงเลือกที่จะไปที่วัดพระธรรมกายไรน์แลนด์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานด้วยว่า ในส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องช่วยเหลืออดีตพระพรหมเมธีหลบหนี ทางตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบ รวบรวมพยานหลักฐาน เตรียมดำเนินคดีในฐานความปิดให้การช่วยเหลือผู้ต้องหา โดยพบมีทั้งหมด 5 คน เป็นชาวลาว 3 คน และมีชาวไทยอีก 2 คน ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูล พบชาวไทยที่เป็นสีกาคนสนิทและเป็นลูกศิษย์ที่ให้การช่วยเหลือทั้งสองรายตำรวจได้ควบคุมตัวไว้แล้ว และกำลังมีการรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีตามกฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสีกาคนสนิทที่สำคัญ มีอาชีพเป็นนักธุรกิจชื่อดัง และมีสามีทำธุรกิจเหมืองแร่ใน สปป.ลาว ทำให้รู้ช่องทางในการช่วยเหลือหลบหนีออกต่างประเทศได้ง่าย โดยทางตำรวจกำลังมีการตรวจสอบข้อมูลเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) กล่าวว่า เจ้าหน้าที่เยอรมันยังไม่อนุญาตให้เจ้าหน้าที่สถานกงสุลใหญ่ไทย ณ นครแฟรงก์เฟิร์ตเข้าเยี่ยมอดีตพระพรหมเมธี หลังถูกควบคุมตัวได้ที่ท่าอากาศยานแฟรงก์เฟิร์ต&amp;nbsp;
อย่าเพิ่งตัดสินพระเกย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายกฤช กระแสร์ทิพย์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงการควบคุมอดีตพระเถระผู้ใหญ่ภายในเรือนจำว่า อดีตพระพรหมสิทธิ อดีตท่านเจ้าคุณธงชัย อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ เรือนจำได้นำตัวไปคุมขังยังแดน 3 ล่าสุดเริ่มปรับตัวได้แล้ว อาการป่วยไม่มีอาการน่าเป็นห่วง ทุกคนเริ่มใช้ชีวิตในเรือนจำเหมือนผู้ต้องขังรายอื่นๆ แต่ยังคงไม่รับประทานอาหารเย็น ระหว่างวันก็นั่งสมาธิ สวดมนต์ ทำกิจกรรมอื่นเล็กน้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฤชกล่าวว่า ในส่วนอาการป่วยของอดีตพระพุทธะอิสระ ยังคงต้องให้ทำกายภาพเพื่อบรรเทาอาการปวดหลังของโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ตอนนี้ก็ไม่ได้ให้เคลื่อนไหวมากนัก เรือนจำได้ให้นั่งรถเข็นหรือเดินด้วยเครื่องช่วยพยุง สามารถทำกิจวัตรประจำวันตามปกติ แต่เคลื่อนไหวร่างกายไม่ค่อยสะดวกเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ความจำเป็นในการรักษาโดยการผ่าตัดเพื่อรักษาอาการหรือไม่ เป็นดุลยพินิจของแพทย์ และความเหมาะสม แต่ตอนนี้คงยังไม่มีความจำเป็น เพราะโรคดังกล่าวมีขั้นตอนการรักษา อีกทั้งการคุมตัวผู้ต้องขังออกจากเรือนจำไปเข้ารับการรักษาพยาบาล มีขั้นตอนพอสมควร&amp;quot; ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสิปป์บวร แก้วงาม ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม และรองโฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามไปตรวจค้นกุฏิพระวิสุทธิศาสนวิเทศ หรือเจ้าคุณปิง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ พบภาพลามกอนาจารและมีเพศสัมพันธ์ระหว่างบุคคลที่หน้าคล้ายกับอดีตเจ้าคุณปิงกับชายรายหนึ่ง &amp;nbsp;รวมทั้งภาพเปลือยผู้ชายจำนวนมาก ทำให้มีการตั้งข้อกล่าวหากระทำผิดพระธรรมวินัยร้ายแรง เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมา ว่าต้องขอให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยเฉพาะพระที่ถูกกล่าวหาด้วย ซึ่งขอทำความเข้าใจว่า หากเป็นเรื่องของคดีอาญา ก็ต้องให้เป็นหน้าที่ของฝ่ายบ้านเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากพระถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดพระธรรมวินัย ตั้งแต่อาบัติเบา จนถึงปาราชิกนั้น ต้องเป็นหน้าที่ของเจ้าคณะปกครอง ที่จะตั้งคณะกรรมการสืบสวนอธิกรณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อสืบสวนให้ความเป็นธรรมกับพระที่ถูกกล่าวหา เมื่อดำเนินการสอบสวนแล้ว หากพระรูปดังกล่าวกระทำผิดจริง เจ้าคณะปกครองจะพิจารณาโทษตามพระธรรมวินัย&amp;quot; นายสิปป์บวรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษก พศ.กล่าวว่า กรณีของเจ้าคุณปิง เป็นเรื่องของพระธรรมวินัย ก็ต้องให้มีผู้ร้องมาถึงเจ้าคณะปกครอง หรือหากเจ้าคณะปกครองเห็นว่าจะกระทบต่อพระพุทธศาสนา ก็สามารถดำเนินการสอบอธิกรณ์ เพื่อสอบข้อเท็จจริง หลักฐาน ตัวบุคคล และดูว่า กระทำผิดพระธรรมวินัยหรือไม่ และขั้นใดต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ในการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.)ในวันที่ 10 มิ.ย.นี้ คาดว่า มส.จะมีการพิจารณาตำแหน่งสำคัญ 3 เก้าอี้ ประกอบด้วย 1.ประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ ซึ่งเดิมเป็นของอดีตพระพรหมสิทธิ เพราะมีงานสำคัญในปลายเดือน มิ.ย.นี้ คือการประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา ณ วัดอตัมมยตาราม เมืองซีแอตเติล รัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา 2.เจ้าอาวาสวัดสามพระยา แทนอดีตพระพรหมดิลก และ 3.เจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ แทนอดีตพระพรหมสิทธิ&amp;nbsp;
จับตาประชุม มส.10มิ.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่น่าจับตามากที่สุดคือตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ เพราะมีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายค่อนข้างรุนแรง ต่างจากวัดสามพระยา ซึ่งไม่น่ามีปัญหา และที่ผ่านมาเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ ในช่วงหลังๆ ก็มักมีปัญหาตลอด ตั้งแต่พระพรหมสุธี (เสนาะ ปญญาวชิโร) หรือเจ้าคุณเสนาะ ที่ถูกปลดก่อนตัดสินใจฆ่าตัวตาย และล่าสุดคืออดีตเจ้าคุณธงชัย ที่ถูกจับสึกไปหลังวันวิสาขบูชาที่ผ่านมา&amp;rdquo; แหล่งข่าวระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ ในการประชุม มส. เมื่อวันที่ 30 พ.ค. &amp;nbsp;มส.มติที่สำคัญนอกจากรับทราบการถอดถอน ตำแหน่งและสมณศักดิ์ของกรรมการ มส. 3 ท่าน อันได้แก่ พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ) เจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ, พระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดสามพระยา และพระพรหมเมธี (จำนงค์ ธมฺมจารี) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศารามฯ ไปแล้ว จากนั้น มส.ได้รับทราบการแต่งตั้งรักษาการเจ้าคณะภาค 10 (มหานิกาย) เจ้าคณะ กทม. (มหานิกาย) และเจ้าคณะภาค 4-5-6-7 (ธรรมยุต) และต่อมาพระธรรมสุธี (นรินทร์ นรินฺโท) เจ้าอาวาสวัดหัวลำโพง ในฐานะรักษาการเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร มีคำสั่งแต่งตั้งให้พระเทพรัตนมุนี (สุรชัย สุรชโย) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ และเจ้าคณะภาค 12 เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ และแต่งตั้งพระราชวิสุทธิดิลก (ละเอียด กิตติสุขุโม) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสามพระยา และเจ้าคณะแขวงวัดสามพระยา เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดสามพระยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจอีเจี๊ยบ เลียบด่วน ซึ่งมีผู้ติดตามมากถึง 2,695,951 คน ได้โพสต์เฟซบุ๊กถึงปัญหาทุจริตเงินทอนวัดในขณะนี้ ตอนหนึ่งว่า ดูข่าวกวาดล้าง จับกุม การทุจริตวงการสงฆ์ ทั้งพระชั้นผู้ใหญ่ พระผู้ช่วย ไม่ใช่วัดในชนบทหลังเขา ห่างไกลสายตานะ แต่ละวัดนี่คือวัดดังมาก ขนาดมหึมาใจกลางเมืองหลวง ไหนจะพระ ลูกศิษย์ ข้าราชการ นักธุรกิจเครือข่ายที่คอยช่วยเหลือ พระอะไรวะ มีเงินในบัญชีชื่อของตัวเองเป็นร้อยล้าน นี่คือ 1 คนนะ แล้วรวมทุกคนในเครือข่าย ไม่เป็นพันๆ ล้านรึ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นี่แค่ที่หลักฐาน พยานชัดเจน แล้วไอ้ที่เข้าไปไม่ถึง หรือถึงแล้วแต่หลักฐานไม่พอ อีกกี่คน กี่วัด เวลาเห็นมีพวกชมรม ภาคี เครือข่าย ออกมาต่อต้านการกวาดล้าง การตรวจสอบ อยากจะด่าชิบ... ไม่ได้ปกป้องศาสนา กำลังปกป้องคน...ที่เข้ามาหาแดกกะศาสนา นี่เฉพาะวัดยักษ์ๆ นะ แล้ววัดกลาง วัดเล็กวัดน้อย สำนักสงฆ์ ที่แม่งมีเรื่องเงินทำบุญ เรื่องเพศมั่วสีกา มั่วผู้ชาย เรื่องยา แดกเหล้าเมาปลิ้น เรื่องไสยศาสตร์ หลอกลวงชาวบ้าน พวกนั้นอีกเท่าไหร่ทั้งประเทศ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพจดังกล่าวระบุตอนท้ายช่วงหนึ่งว่า ในความเห็นนะ เคลียร์ใหญ่แบบนี้แหละดี จะจับไปสักสิบกี่คน &amp;nbsp;ปิดไปกี่วัดก็เอาเลย จัดการซะให้หมด ให้เหลือแต่พระดี พระแท้ๆ พระที่ยึดแต่คำสอน ไม่สนใจวัตถุ เงินทอง พระที่คนเต็มใจไหว้แค่สิบรูปทั้งประเทศ ยังดีซะกว่ามีพระเดินกันเต็มประเทศ ที่มีแต่เรื่องเพศ ยา เหล้า สีกา พระตุ๊ด พระเกย์ พระแก่ล่อเด็ก วัตถุมงคล ใบ้หวย อยากได้แต่อำนาจ ยศ ตำแหน่ง จำนวนเงิน จำนวนลูกศิษย์ สร้างวัด สร้างพระ สร้างตึก สร้างอาคาร สร้างเครือข่าย มึงรู้มั้ยว่า คนเจอพระไม่อยากจะไหว้กันแล้วทุกวันนี้ ไม่ให้เค้ากวาดล้างตอนนี้จะรอตอนไหน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10606</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤช กระแสร์ทิพย์, ตม., บุษฎี สันติพิทักษ์, ประเทศเยอรมนี, พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช, พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, วัดพระธรรมกายเบอร์ลิน, สนามบินนานาชาติแฟรงก์เฟิร์ต, สิปป์บวร แก้วงาม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180603/image_big_5b13f348195fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
