<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>74012</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2020 19:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2020 18:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หมอธนรักษ์&quot; ย้ำอย่าตั้งความหวังสูง ไทยมีโอกาสกลับมาระบาดใหม่ได้อีก จับตาบทเรียนเวียดนามใกล้ชิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10ส.ค.63-นพ. ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงความคืบหน้าสถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กล่าวว่า มาตรการเตรียมตัวการระบาดระยะต่อไป จะเห็นว่าเราไม่มีผู้ป่วยติดเชื้อในประเทศมานาน และมีผู้ป่วยติดเชื้อที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ ประมาณวันละ 5-6 คน &amp;nbsp; แต่สิ่งที่ทุกคนควรเข้าใจและตระหนักไว้ ก็คือประเทศไทยมีโอกาสที่จะกลับระบาดระลอกใหม่ได้อีก จึงอยากให้ทุกคนเข้าใจและทบทวนทบทบท &amp;nbsp;ตัวเอง เข้าใจแนวทางปฎิบัติตัว และทำตัวอยบ่างไร เพื่อไม่ให้โรคระบาดกว้างขวาง เพราะแม้วันนี้ ไทยจะไม่มีผู้ป่วยในประทเศ แต่โลกมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นตลอดเวลา หรือในทุก4-5 วัน จะมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น 1 ล้านคนทั่วโลก ส่วนประเทศที่มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น ยังเป็นประเทศเดิมๆ คือ สหรัฐ และบราซิล &amp;nbsp;เมื่อวานสหรัฐ เพิ่มเกือบ 5หมื่นคน บราซิล 2หมื่นคน อินเดีย ก็รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ &amp;nbsp;ถามว่าตัวเลขนี้เป็นจริงตามนี้หรือไม่ ซึ่งมีการศึกษาในหลายประเทศ พบว่ายอดจำนวนรายงานผู้ป่วยอาจต่ำกว่าความเป็นจริง 10เท่า เช่น สหรัฐ &amp;nbsp;เมื่อวานติดเชื้อ 4.7 หมื่นราย &amp;nbsp;จริงๆอาจมีการติดเชื้อ &amp;nbsp; 4.7 แสนคน ที่ตัวเลขแตกต่างกันเพราะมี 2-3 สาเหตุ 1. &amp;nbsp;เพราะมีผู้ป่วยจำนวนหนึ่งไม่รับการรักษาที่โรงพยาบาล เช่น พวกไม่มีอาการ หรือมีอาการนอย มีอาการคล้ายหวัด ไข้ไม่สูง เมื่อยเนื้อเมื่อยตัว พวกนี้ก็ไม่ได้รับการรักษาอาการาที่รพ. และไม่ได้รับการตรวจหาเชื้อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากนี้ ในภาพรวมสัดส่วนผู้ติดเชื้อทั่วโลกยังไม่สูง พอที่จะทำให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ &amp;nbsp; เช่น รัฐนิวยอร์ก &amp;nbsp;ในเมืองติดเชื้อประมาณ 20-30% แต่นอกเมืองติด 10-20% &amp;nbsp;ดังนั้น ความหวังว่าจะเกิดภูมิตุ้มกันหมู่ เพื่อให้โรคละลอตัว โดยไม่รอวัคซีน ในภาพใหญ่ดังกล่าว จะเกิดขึ้นข้ากว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ เพราะในความเป็นจริงแม้จะมีการแพร่ระบาดเยอะ แต่จริงๆไม่ไปไกลเท่าไหร่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ.ธนรักษ์ กล่าวาอีกว่า สิ่งที่เรากำลังจับตาใกล้ชิดคือ เวียดนาม ที่มีการระบาดระลอกใหม่ &amp;nbsp;ทั้งที่ช่วงแรกมีการติดเชื้่อในประเทศไม่มาก &amp;nbsp;เพราะเวียดนาม ปิดประเทศเร็ว การแพร่ระบาดจึงไม่มาก แต่การที่มีการแพร่ระบาดที่เมืองดานัง ทำให้เวียดนาม มีผู้ป่วยเกิดขึ้นมาก &amp;nbsp;ซึ่งทางการเวียดนาม พยายามควบคุมสถานกาณณ์เข้มข้น ทำให้จำนวนผู้ป่วยรายใหม่ชะลอตัวลง นอกจากนี้ ทางการเวียดนาม ยังพยายามสอบสวน สาเหตุการเกิดระลอกใหม่ว่าเกิดจากอะไร ซึ่งยังไม่รู้คำตอบ มีแค่ 2 สมมุติฐาน ว่าแม้ไม่เจอผู้ป่วยในประเทศ 90 วัน แต่ก็ยังไม่ตัดประเด็น มีผู้ติดเชื้อในประเทศหลงเหลืออยู่ &amp;nbsp; ซึ่งพอมีการผ่อนคลายมาตรการ ก็ทำให้กลับมาเจอผู้ป่วยได้อีก นอกจากนี้ ยังมีเหตุการณ์การแพร่ระบาดในรพ. ดังนั้น จนถึงตอนนี้ การระบาดใหม่ของเวียดนาม ยังไม่รู้ว่า มาจากผู้ติดเชื้อในประเทศ .หรือนำเข้าจากต่างประเทศ เพราะที่ผ่านมาทางการเวียดนามเข้มงวด ผู้เดินทางกลับจากต่างประเทศ หรือมาจากผู้ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย &amp;nbsp;ไม่แตกต่างจากเราเท่าไหร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;ประเทศไทยจะเจอผู้ป่วยใหม่อีกครั้งแน่นอน โอกาสค่อนข้างสูง แต่หวังว่าจะไม่เป็นการระบาด ถ้าระบาดก็วงจำกัด ไม่เป็นวงกว้างขวางมากเกินไป จะสามารถคุมโรคได้ในเวลาสั้น ซึ่งขึ้นอยู่กับการเจอผู้ป่วยเร็ว สอบสวนโรคเร็ว ติดตามคนสัมผัสผู้ติดเชื้อได้เร็ว ครอบคลุมทุกคนและนำเข้ามาอยู่ในสถานกักกันทั้งหมด ถ้าทำได้ก็จะคุมโรคได้สูงมาก รวมถึง ประชาชนในพื้นที่ที่เจอผู้ป่วยให้ความร่วมมือแค่ไหน ถ้าร่วมมือดีประเทศไทยก็จะเจอผู้ป่วยแต่ไม่มีการระบาด&amp;rdquo;นพ.ธนรักษ์กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74012</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, ธนรักษ์ ผลิพัฒน์, ประเทศเวียดนาม, ป้องระบาดระลอกสอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200810/image_big_5f313258582cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39032</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2019 15:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2019 15:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>  กัลฟ์เปิดเดินเครื่อ2โรงไฟฟ้าเวีนยดนามลั่นพร้อมขยายลงทุนเพิ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กัลฟ์ ร่วมกับ ทีทีซี กรุ๊ป (เวียดนาม) เปิดโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ TTCIZ-01 และ TTCIZ-02 &amp;nbsp;ณ จังหวัด เต็ย นินห์ ประเทศเวียดนาม อย่างเป็นทางการ พร้อมประกาศพร้อมขยายการลงทุนเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มิ.ย.62 - นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เปิดเผยภายหลังพิธีเปิดโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ TTCIZ-01 และ TTCIZ-02 ณ จังหวัดเต็ยนินห์ ประเทศเวียดนาม &amp;nbsp;ว่า &amp;nbsp;บริษัทได้ร่วมกับทีทีซี กรุ๊ป (เวียดนาม)เพื่อก่อสร้างดรงไฟฟ้าดังลก่าวล่าสุด ได้ทำการจ่ายไฟเข้าระบบให้การไฟฟ้าเวียดนาม (EVN) เป็นที่เรียบร้อยในเดือนมี.ค.และเม.ย.นที่ผ่านมาตามลำดับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ TTCIZ-01 ในประเทศเวียดนาม มีกำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้ง 68.8 เมกะวัตต์ ได้ดำเนินการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบให้แก่ การไฟฟ้าเวียดนาม (Vietnam Electricity หรือ EVN) เรียบร้อยแล้ว ในวันที่ 6 มีนาคม 2562 &amp;nbsp;บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ถือหุ้นทางอ้อม ผ่าน Gulf International Holding Pte. Ltd. อยู่ 49%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ขณะที่ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ TTCIZ-02 ซึ่ง บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นทางอ้อมผ่าน Gulf International Holding Pte. Ltd (GIH) อยู่ 90% ร่วมกับ Than Thanh Cong Group (TTC Group) โครงการดังกล่าวมีกำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้ง 50 เมกะวัตต์ พร้อมทั้งมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าเวียดนามเป็นระยะเวลา 20 ปี ได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ให้กับ การไฟฟ้าเวียดนาม (Vietnam Electricity หรือ EVN) เป็นที่เรียบร้อยแล้วในวันที่ 19 เมษายน 2562
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสารัชถ์กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลแห่งประเทศเวียดนามได้มีนโยบายการเพิ่มการใช้พลังงานพลังงานหมุนเวียนและตั้งเป้าหมายให้พลังงานทดแทนเป็น 5% ของการใช้พลังงานทั้งหมดภายในปี พ.ศ. 2563 บริษัทในฐานะผู้ผลิตพลังงานชั้นนำแห่งประเทศไทย จึงต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันนโยบายดังกล่าว ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการดำเนินงานของกัลฟ์ที่มุ่งเน้นที่การพัฒนาอย่างยั่งยืน &amp;nbsp;เนื่องจากโครงการพลังงานหมุนเวียนดังกล่าวจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนราว85.45 ตันต่อปี ซึ่งก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นสาเหตุของภาวะภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง (Climate Change) ที่กำลังเป็นประเด็นใหญ่ที่ทั่วโลกกำลังตระหนักในปัจจุบัน ยิ่งไปกว่านั้น โครงการความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจที่เชี่ยวชาญด้านพลังงานเช่นทีทีซีกรุ๊ปจะช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและประเทศเวียดนาม และหวังว่าโครงการดังกล่าวจะนำไปสู่ความมั่นคงด้านพลังงานในภูมิภาคและการพัฒนาเศรษฐกิจของภูมิภาคอาเซียนให้เติบโตร่วมกันต่อไปในอนาคต
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39032</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัลฟ์, ทีทีซี กรุ๊ป (เวียดนาม), บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน), ประเทศเวียดนาม, สารัชถ์ รัตนาวะดี, โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190620/image_big_5d0b45d40b0ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
