<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>18700</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2026 15:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สืบสานประเพณีไหลเรือไฟ ต้องไป...นครพนม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การชูภาพลักษณ์ความเป็นวิถีไทย ด้วยการดึงเสน่ห์วัฒนธรรมประเพณี ที่มีอัตลักษณ์เฉพาะตัวมาเป็นจุดขายสร้างความคึกคักให้แก่การท่องเที่ยว พร้อมเชิดชูความภูมิใจให้แก่คนในชาติ ที่สำคัญยังช่วยกระจายรายได้ลงไปสู่ชุมชน และหมู่บ้านต่างๆ ที่มีกิจกรรมประเพณีอันงดงามตลอดทั้งปี ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นไปตามแนวคิด Amazing Thailand Go Local ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดขึ้นเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวให้กับเมืองรอง และสอดรับกับนโยบายรัฐบาลต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายสุหฤทธิ์ ชาญวนังกูร ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครพนม (รับผิดชอบพื้นที่จังหวัดนครพนม จังหวัดสกลนคร และจังหวัดมุกดาหาร) กล่าวว่า ในช่วงวันออกพรรษาของทุกปี จังหวัดนครพนมมีประเพณีงานไหลเรือไฟที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก และสำหรับปีนี้มีการจัดงานไหลเรือไฟ และงานกาชาดประจำปี 2561 ขึ้นระหว่างวันที่ 17-25 ตุลาคม 2561 บริเวณเขื่อนริมโขงหน้าเมืองนครพนม และบริเวณศาลากลางจังหวัดนครพนม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายในงานนักท่องเที่ยวจะได้ชมความตระการตาของการไหลเรือไฟโชว์ เรือไฟวิทยาศาสตร์ กระทงสาย (ไข่พญานาค) ในแม่น้ำโขงทุกคืน พร้อมชมซุ้มนิทรรศการเรือไฟของแต่ละอำเภอ ชมศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน เลือกซื้อผลิตภัณฑ์โอท็อปขึ้นชื่อของแต่ละอำเภอ ลิ้มรสอาหารพื้นถิ่นเมืองนครพนม ชมการแข่งขันเรือยาวชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง หน้าวัดพระอินทร์แปลง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลาดไม่ได้กับไฮไลต์ในวันออกพรรษา 24 ตุลาคม 2561 ชมพิธีรำบูชาพระธาตุพนมที่วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อำเภอธาตุพนม ในเวลา 08.00 น. และร่วมกิจกรรม &amp;ldquo;ไหลเรือไฟโบราณ&amp;rdquo; บริเวณหน้าวัดโพธิ์ศรี ตั้งแต่เวลา 17.00 น.เป็นต้นไป และมีงานพาแลงริมฝั่งโขงหรือการรับประทานอาหารเย็นริมฝั่งโขง พร้อมชมการแสดงศิลปวัฒนธรรม ตลอดบริเวณริมเขื่อนหน้าเมืองนครพนม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความเป็นมาของประเพณีไหลเรือไฟ&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาษาท้องถิ่นของชาวอีสานเรียกว่า &amp;ldquo;เฮือไฟ&amp;rdquo; จัดขึ้นในช่วงเทศกาลออกพรรษา เพื่อเป็นการบูชารอยพระพุทธบาท โดยมีความเชื่อว่า ในครั้งพุทธกาลพระพุทธองค์ได้เสด็จไปยังฝั่งแม่น้ำนัมมทามหานที อันเป็นที่อยู่อาศัยของพญานาคและแสดงธรรมเทศนาโปรดพญานาคที่เมืองบาดาล จากนั้นพญานาคได้ทูลขอให้พระพุทธองค์ประทับรอยพระบาทไว้ริมฝั่งแม่น้ำนัมทามหานที ซึ่งต่อมาบรรดา เทวดา มนุษย์ ตลอดจนสัตว์ทั้งหลายได้มาสักการบูชารอยพระพุทธบาทดังกล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเพณีไหลเรือไฟยังมีความเกี่ยวโยงกับความเชื่อเรื่องอื่นๆ อีกหลายอย่าง เช่น ถือว่าเป็นการสักการะพกาพรหมหรือท้าวมหาพรหม การบวงสรวงพระธาตุจุฬามณี การขอขมาลาโทษพระแม่คงคา เนื่องจากมนุษย์ได้ทิ้งสิ่งปฏิกูลลงไปในแม่น้ำ การไหลเรือไฟยังเปรียบเสมือนการนำไฟเผาความทุกข์ให้ลอยไปกับสายน้ำ ซึ่งเป็นประเพณีที่ชาวนครพนมถือปฏิบัติมาและทำขึ้นในวันออกพรรษา ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 หรือวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานนครพนม กล่าวต่อว่า นอกจากมาร่วมงานเทศกาลไหลเรือไฟแล้ว นักท่องเที่ยวอาจใช้โอกาสนี้ไปนมัสการพระธาตุประจำวันเกิดทั้ง 7 วัน จำนวน 8 พระธาตุ ได้แก่ &amp;ldquo;พระธาตุพนม&amp;rdquo; ประจำวันเกิดวันอาทิตย์เป็นพระธาตุเก่าแก่คู่บ้านคู่เมือง เป็นที่นับถือของชาวไทยและชาวลาวสองฝั่งโขง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ต่อด้วย &amp;ldquo;พระธาตุเรณู&amp;rdquo; ประจำวันเกิดวันจันทร์ อีกหนึ่งปูชนียสถานที่สำคัญ ตั้งอยู่ไม่ไกลจากพระธาตุพนมมากนัก และนับว่าเป็นพระธาตุคู่เมืองชาวเรณูนคร ที่จำลองมาจากพระธาตุพนมองค์เดิมแต่มีขนาดเล็กกว่าภายในพระธาตุเป็นโพรงบรรจุพระไตรปิฎกและพระพุทธรูปทองคา พระพุทธรูปเงิน ของมีค่า และเครื่องกกุธภัณฑ์&amp;nbsp;


เว็บแทงบอล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถัดมา &amp;ldquo;พระธาตุศรีคุณ&amp;rdquo; ประจำวันเกิดวันอังคาร อยู่ที่อำเภอนาแก พระธาตุองค์นี้ถูกค้นพบเมื่อประมาณปี พ.ศ.2340 และได้รับการบูรณะครั้งใหญ่เมื่อปี พ.ศ.2486-2490 มีลักษณะคล้ายพระธาตุพนม ต่างกันที่ชั้น 1 มี 2 ตอนนั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วัดพระธาตุมหาชัย&amp;rdquo; ประจำวันเกิดวันพุธ&amp;nbsp; ประดิษฐานอยู่ที่วัดโฆษดาราม อำเภอปลาปาก สร้างเมื่อ พ.ศ.2495 เป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันต์สารีริกธาตุ&amp;nbsp;


สล็อตออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พระธาตุมรุกขนคร&amp;rdquo; ประจำวันเกิดวันพุธ (กลางคืน) ปกติไม่ค่อยได้มีคนกล่าวถึงมากนัก เนื่องจากเพิ่งก่อสร้างเมื่อไม่กี่ปีมานี้ ประดิษฐานอยู่วัดมรุกขนคร อำเภอธาตุพนม องค์พระธาตุมีลักษณะรูปทรงที่คล้ายองค์พระธาตุพนม มีความสูงประมาณ 40 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;พระธาตุประสิทธิ์&amp;rdquo; ประจำวันเกิดวันพฤหัสบดี ตั้งอยู่ที่วัดธาตุประสิทธิ์ อำเภอนาหว้า&amp;nbsp;


ซื้อหวยออนไลน์ เดิมเป็นเจดีย์เก่าแก่ ชำรุดทรุดโทรม มีเถาวัลย์ปกคลุม ภายในอุโมงค์มีพระพุทธรูปเก่าแก่หลายองค์ ผู้ค้นพบคือ ชนเผ่าญ้อ ที่หนีภัยสงครามมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พระธาตุท่าอุเทน&amp;rdquo; ประจำวันเกิดวันศุกร์ ตั้งอยู่ภายในวัดท่าอุเทน อำเภอท่าอุเทน สร้างเมื่อปี พ.ศ.2455 โดยหลวงปู่สีทัตถ์ สุวณฺณมาโจ องค์พระธาตุก่ออิฐถือปูนเป็นผังรูปสี่เหลี่ยมคล้ายพระธาตุพนม แต่มีขนาดเล็กและสูงกว่าพระธาตุพนม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;พระธาตุนคร&amp;rdquo; ประจำวันเกิดวันเสาร์ ประดิษฐานที่วัดมหาธาตุ อำเภอเมืองฯ พระธาตุมีลักษณะสี่เหลี่ยมจัตุรัส ก่อสร้างเสร็จใน พ.ศ.2465 มีรูปแบบตามพระธาตุพนมองค์เดิม ภายในบรรจุพระอรหันต์สารีริกธาตุ พร้อมกับองค์พระพุทธรูปทองคำ และของมีค่าต่างๆ ที่ประชาชนผู้มีจิตศรัทธาได้ถวาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้ามีเวลายังสามารถเดินทางไปชมสถานที่สำคัญๆ ที่มีความเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ อาทิ &amp;ldquo;หอเฉลิมพระเกียรติราชวงศ์จักรี&amp;rdquo; จัดแสดงความรู้เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ตลอดจนประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเมืองนครพนม นิทรรศการวิถีชีวิตชนเผ่า ทั้ง 7 ชนเผ่า และ 2 เชื้อชาติ ของจังหวัดนครพนม เป็นอีกทางสถานที่ไม่ควรพลาด เปิดให้เข้าชมทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;อนุสรณ์สถานประธานโฮจิมินห์&amp;rdquo; สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ที่ประธานาธิบดีโฮจิมินห์ แห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เคยลี้ภัยมาอาศัยอยู่จังหวัดนครพนม ในช่วงสงครามกู้ชาติเวียดนาม&amp;nbsp;


สล็อตเว็บตรงทดลอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;พิพิธภัณฑ์จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมหลังเก่า&amp;rdquo; เป็นสถาปัตยกรรมดีเด่นในจังหวัดนครพนม มีความสวยงามลักษณะเป็นแบบตะวันตก เพราะได้รับอิทธิพลในรูปแบบการก่อสร้างจากฝรั่งเศส ช่วงสมัยสงครามอินโดจีน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สักการะพญาศรีสัตตนาคราช&amp;rdquo; เป็นรูปปั้นพญานาคขดหาง มี 7 เศียร พ่นน้ำได้ หล่อด้วยทองเหลือง ขนาดความกว้างรวมหาง 4.49 เมตร สูง 10.90 เมตร มีความสูงจากฐาน 16.29 เมตร น้ำหนักรวมทั้งสิ้น 9 ตัน เศียรพญานาคหันไปทางทิศเหนือ หางชี้ไปทางแม่น้ำโขง &amp;nbsp;&amp;nbsp;ทุกวันในเวลาพลบค่ำจะมีการเปิดไฟประดับรอบองค์พญาศรีสัตตนาคราช และบริเวณใกล้กันคือ ลานพนมนาคา เป็นลานคอนกรีตกว้างโล่งเหมาะกับการชมทิวเขาฝั่งเมืองท่าแขก สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว&amp;nbsp; และปิดท้ายด้วย &amp;ldquo;จุดชมวิวสะพานมิตรภาพ 3&amp;rdquo; เหมาะแก่การถ่ายรูปสวยๆ เก๋ๆ มองเห็นบ้านเมืองฝั่งลาวได้อย่างสวยงามโดยเฉพาะช่วงยามเย็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ไหลเรือไฟถือเป็นประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดนครพนม และร่วมสืบต่อกันมาตั้งแต่สมัยโบราณและเป็นพิธีกรรมเพื่อเป็นการบูชาแม่น้ำโขง อีกทั้งผู้มาเยือนยังได้สัมผัสพลังศรัทธาของวิถีพุทธ ผ่านการนมัสการพระธาตุประจำวันเกิดพร้อมชมแลนด์มาร์คสำคัญของเมืองรองแห่งนี้ ซึ่งรับรองว่าจะได้รับความสุขกลับไปอย่างแน่นอน&amp;quot; ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานนครพนม กล่าวปิดท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครพนม (รับผิดชอบพื้นที่ นครพนม สกลนคร มุกดาหาร) โทร. 0-4251-3490-1 และ Facebook Fanpage : ททท.สำนักงานนครพนม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรณะ รายงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;/-/-/-&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18700</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่องเที่ยว, นครพนม, ประเพณีไหลเรือไฟ, ไหลเรือไฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180929/image_big_5baf7d1810616.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17856</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2018 13:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2018 13:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เริ่มแล้ว! ศิลปินเรือไฟนครพนม เร่งสร้างให้ทันวันไหลประเพณีคนลุ่มน้ำโขง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.ย.61 - ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง หน้าโรงเรียนสันตยานันท์ ถนนสุนทรวิจิตร เขตเทศบาลเมืองนครพนม เริ่มมีรถบรรทุกลำไม้ไผ่จำนวนมากมากองไว้ พร้อมกับกางเต้นท์ตั้งซุ้มมานอนค้าง เพื่อเตรียมขึ้นโครงสร้างเรือไฟ ประเดิมเป็นเจ้าแรกของปีมาจาก อ.ศรีสงคราม โดยมีนายคำดี คำเกตุ อายุ 59 ปี เป็นหัวหน้าศิลปินเรือไฟ ขนอุปกรณ์สิ่งของประดิษฐ์เรือไฟตามประเพณีไหลเรือไฟสืบทอดภูมิปัญญาของคนในลุ่มแม่น้ำโขง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายคำดี เปิดเผยว่า ร่วมสร้างเรือไฟมาตั้งแต่ปี 2533 มีประสบการณ์จากครูบาอาจารย์สั่งสอน นำศิลปินเรือไฟชุดแรก 28 ชีวิต มาสร้างฐานและขึ้นโครง ปีนี้เรือไฟ อ.ศรีสงคราม มีความยาว 80 เมตร สูง 24 เมตร หรือเท่ากับตึก 8 ชั้น หลังขึ้นโครงเป็นรูปเป็นร่างก็จะมีชุดเสริมจากตำบลต่างๆทั่ว อ.ศรีสงคราม ผลัดเปลี่ยนมาช่วยสร้างวันละ 60 คน โดยมีชุดแรก 28 คนเป็นตัวหลัก และมีเวลาแค่ 40 วัน ต้องเร่งสร้างเรือไฟให้เสร็จทันวันไหลคืนเดือนเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ตรงกับวันพุธที่ 24 ต.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาที่พบในตอนนี้คือหลังน้ำโขงลด มีโคลนตมหนาประมาณ 30 ซม. ผู้สรรค์สร้างเรือไฟต้องลุยโคลนทำงาน ยิ่งทราบข่าวจากกรมอุตุนิยมวิทยาฯว่า จะมีพายุมาอีก ยิ่งเป็นอุปสรรคแก่ศิลปินเรือไฟทุกอำเภอ แต่จะเร่งสร้างทั้งกลางวันและกลางคืนทันวันไหลเรือไฟแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เราได้ครองแชมป์เรือไฟประเภทความคิดมาแล้ว 3 ปี ก็จะมาป้องกันแชมป์เป็นปีที่ 4 และมั่นใจว่าจะรักษาแชมป์ไว้ได้&amp;quot; นายคำดีหัวหน้าศิลปินเรือไฟจาก อ.ศรีสงคราม ผู้มีประสบการณ์มากว่า 28 ปีกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันมีกลุ่มศิลปินเรือไฟจากอำเภออื่น ทยอยขนลำไม้ไผ่มากองเตรียมสร้างเรือไฟเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยจะมีเรือไฟจากฝีมือคนในลุ่มแม่น้ำโขงทั้ง&amp;nbsp;12&amp;nbsp;อำเภอ ร่วมแรงร่วมใจกันนำไม้ไผ่มาต่อประดิษฐ์แล้วขึ้นรูปตามจินตนาการ จะไหลโชว์ความงามกลางแม่น้ำโขงในคืนวันออกพรรษา ปีนี้ จังหวัดนครพนม กำหนดจัดงานประเพณีไหลเรือไฟและงานกาชาดประจำปี 2561 ระหว่างวันที่&amp;nbsp;17-25&amp;nbsp;ต.ค. ซึ่งจะมีเรือไฟที่สวยงามยิ่งใหญ่อลังการส่งเข้าประกวดมากกว่า&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ลำ มีขนาดความยาวตั้งแต่&amp;nbsp;50-80&amp;nbsp;เมตร ใช้ตะเกียงไฟประดับตกแต่งมากกว่า&amp;nbsp;30,000-50,000&amp;nbsp;ดวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเพณีไหลเรือไฟ คนในลุ่มแม่น้ำโขงยึดถือปฏิบัติสืบทอดกันมาแต่โบราณ เพื่อระลึกถึงพระคุณของน้ำ ซึ่งมีประโยชน์ต่อมวลมนุษย์และสัตว์ทั้งหลาย เชื่อว่าเป็นการขอขมาต่อพระแม่คงคา และถือว่าเป็นการบูชาพระพุทธเจ้าเสด็จลงมาจากเทวโลก หลังเสด็จจำพรรษาที่ดาวดึงส์พิภพ พร้อมแสดงธรรมเทศนาอภิธรรม 7 คัมภีร์ เพื่อโปรดพุทธมารดา เมื่อถึงวันออกพรรษาก็เสด็จลงมายังโลกมนุษย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บางตำนานก็กล่าวว่าการไหลเรือไฟ เป็นการบูชารอยพระพุทธบาท คราวพระยานาคทูลอาราธนาพระพุทธองค์ไปแสดงธรรมใต้บาดาล เมื่อเสด็จกลับพระยานาคทูลขอให้พระองค์ทรงประดิษฐานรอยพระพุทธบาทไว้ที่หาดทรายแม่น้ำนัมมทานที อันเป็นที่อยู่ของพระยานาค&amp;nbsp;ฝูงนาคทั้งหลายจึงได้สักการบูชารอยพระพุทธบาทนั้นแทนพระองค์ เหตุนี้การไหลเรือไฟจึงถือว่าเพื่อบูชารอยพระพุทธบาท บางตำราก็ว่าไหลเรือไฟเป็นการบูชาพระจุฬามณีเจดีย์บนสวรรค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17856</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขึ้นโครงสร้างเรือไฟ, จ.นครพนม, ประเพณีไหลเรือไฟ, ภูมิปัญญาคนลุ่มน้ำโขง, ริมแม่น้ำโขง, อ.ศรีสงคราม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180918/image_big_5ba09f6cadce8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
