<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90950</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2021 15:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2021 15:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เคาะเกณฑ์ใหม่ ประเมินวิทยฐานะครู รวบยอด &quot;การขอ- คงสถานะ -แสดงผลงาน &quot;ไว้ในกติกาเดียวกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
25ม.ค.64-นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ว่า ที่ประชุมเห็นชอบร่างหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู โดยหลักเกณฑ์ใหม่ได้กำหนดให้ข้าราชการครูทุกคนทำข้อตกลงในการพัฒนางานกับผู้อำนวยการสถานศึกษาเป็นประจำทุกปี ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ 1. ข้อตกลงในการพัฒนางานตามมาตรฐานตำแหน่งและมาตรฐานวิทยฐานะ และ 2. ข้อตกลงในการพัฒนางานที่เสนอเป็นประเด็นท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน โดยมีรอบการประเมินปีงบประมาณละ 1 ครั้ง โดยผลการประเมินไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 ซึ่งสามารถนำมาใช้ในการบริหารงานบุคคล ได้แก่ ใช้เป็นคุณสมบัติในการขอรับการประเมินเพื่อให้มีวิทยฐานะหรือเลื่อนวิทยฐานะ ใช้เป็นผลการประเมิน เพื่อคงวิทยฐานะ &amp;nbsp;และใช้เป็นองค์ประกอบในการประเมินเพื่อพิจารณาเลื่อนเงินเดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า สำหรับการยื่นคำขอให้ยื่นได้ตลอดปีภาคเรียนละ 1 ครั้ง โดยหากยื่นไว้แล้ว ต้องได้รับแจ้งมติไม่อนุมัติก่อน จึงจะยื่นในวิทยฐานะเดิมได้ ซึ่งคุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอต้องมีระยะเวลาการดำรงตำแหน่งคงวิทยฐานะ 4 ปีติดต่อกัน กรณีลดระยะเวลาจะต้องมีระยะเวลาการดำรงตำแหน่งวิทยฐานะ 3 ปีติดต่อกัน เช่น มีการพัฒนางานตามข้อตกลงในช่วงระยะเวลาย้อนหลัง 3 รอบ การประเมินผ่านเกณฑ์ไม่เคยถูกลงโทษทางวินัยที่หนักกว่าภาคทัณฑ์ในช่วง 4 ปีย้อนหลัง เป็นต้น โดยผู้ขอเลื่อนเป็นวิทยฐานะครูเชี่ยวชาญ เชี่ยวชาญพิเศษ ต้องมีผลงานทางวิชาการด้านการประเมิน 2 ด้าน ได้แก่ &amp;nbsp;ด้านทักษะการจัดการเรียนรู้และการจัดการชั้นเรียน และด้านผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน ทั้งนี้การยื่นคำขอ ให้ยื่นคำขอและหลักฐานประกอบการประเมิน ผ่านระบบการประเมินวิทยฐานะดิจิทัล ( Digital Performance Appraisal : DPA)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การปรับหลักเกณฑ์ดังกล่าวเพื่อลดภาระการยื่นขอและมีวิทยฐานะของครู และเพิ่มก้าวหน้าในวิชาชีพครูมากขึ้น รวมถึงจะนำเทคโนโลยีเข้ามาในการสนับสนุนการประเมินวิทยฐานะด้วย สำหรับหลักเกณฑ์วิทยฐานะใหม่นี้จะเริ่มมีผลบังคับใช้วันที่ 1 พฤษภาคมนี้ โดยจะดำเนินการคู่ขนานไปพร้อมกับคนที่ยังยื่นขอตามหลักเกณฑ์เก่า ดังนั้นครูที่ยื่นขอวิทยฐานนะไปแล้วยังมีสิทธิตามเกณฑ์เดิมไปจนถึงวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ.2565 ส่วนใครที่อยากจะขอยื่นตามหลักเกณฑ์วิทยฐานะใหม่ก็สามารถดำเนินการได้ทันทีเช่นกัน&amp;rdquo;รมว.ศธ. กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90950</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ครู, #ศธ., ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, ประเมินวิทยฐานะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210125/image_big_600e77079630d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77758</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2020 17:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2020 17:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยกเครื่องประเมินวิทยฐานะ&quot;ครูตั้น&quot; สร้างระบบประเมินกลาง  ใช้ได้หลากหลายสายงาน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17ก.ย.63-นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้หารือร่วมกับคณะกรรมการปรับปรุงหลักเกณฑ์การประเมินวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้มานำเสนอแผนการประเมินการขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งเบื้องต้นตนได้มีข้อเสนอแนะให้กับคณะกรรมการฯ ชุดดังกล่าวไป ว่า การประเมินวิทยฐานะรูปแบบใหม่จะต้องสอดคล้องกับตัวผู้เรียน เน้นผลสัมฤทธิ์จากผู้เรียน รวมถึงจะต้องลดการทำเอกสารและลดขั้นตอนการประเมิน เพื่อไม่ให้เป็นการสร้างภาระงานให้แก่ครูจนเกินไป โดยการทำเอกสารเพื่อขอประเมินวิทยฐานะจะต้องลดลงด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ตนยังต้องการให้คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ปรับให้การประเมินทุกอย่างมีความเชื่อมโยงกัน เพราะเราไม่ต้องการให้การปรับปรุงเรื่องนี้สร้างภาระให้แก่ครู เช่น ประเมินเพื่อเลื่อนขั้นเงินเดือนก็เตรียมข้อมูลอย่างหนึ่ง ประเมินวิทยฐานะก็เตรียมข้อมูลอีกแบบหนึ่ง เป็นต้น เราจะต้องออกแบบการประเมินให้สามารถนำไปใช้กับการประเมินต่างๆ ได้อย่างหลากหลาย โดยจะประเมินจากหน้าที่และความรับผิดชอบของครูที่ส่งผลต่อเด็กโดยตรง เริ่มตั้งแต่กระบวนการใช้หลักสูตรในการจัดการเรียนการสอนและผลสัมฤทธิ์เด็กจากการเรียนการสอนในห้องเรียนด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
&amp;ldquo;จากนี้การประเมินเพื่อขอมีและเลื่อนวิทยฐานะจะเปลี่ยนใหม่ ลดการประเมินเอกสาร หรือกระบวนการประเมินที่มีความยุ่งยาก โดยจะทำให้การประเมินดังกล่าวมีความสะดวกมากขึ้น เช่น การนำเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการประเมินวิทยฐานะ เป็นต้น ดังนั้นระหว่างคณะกรรมการฯ ที่ได้ไปศึกษามา 6-7 เดือนแล้วปัญหาใดที่เป็นอุปสรรคต่อการประเมินวิทยฐานะก็ให้เร่งปรับปรุงแก้ไข เพราะอยากให้การประเมินเหล่านี้มีการผสมผสานร่วมกับสายอื่นๆ ด้วย เช่น การประเมินเพื่อขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะสายงานศึกษานิเทศก์ สายงานบริหารการศึกษา เป็นต้น ส่วนการปรับปรุงเกณฑ์การประเมินวิทยฐานะจะแล้วเสร็จได้เมื่อไหร่นั้นผมพยายามเร่งให้คณะกรรมการฯรวบรวมข้อมูลและปรับปรุงให้เสร็จโดยเร็ว ซึ่งคาดว่าการปรับปรุงเกณฑ์ประเมินดังกล่าวน่าจะเริ่มจากสายครูผู้สอนก่อนเป็นอันดับแรก&amp;rdquo;รมว.ศธ. กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77758</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, ประเมินวิทยฐานะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200827/image_big_5f4778b51ace2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
