<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>14951</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2018 10:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2018 10:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประเมินสงครามการค้าฉุดส่งออกไทยวูบ  351-2,881 ล้านเหรียญสหรัฐ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย์การศึกษาการค้าระหว่างประเทศประเมินสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน พบจะทำให้มูลค่าส่งออกไทยในช่วงครึ่งปีหลังหายไปตั้งแต่ 351-2,881 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 0.14-1.13% และทำจีดีพีหด 0.12-1.02% แต่ยังมั่นใจทั้งปี จะเติบโตได้ถึง 8.1% เหตุเศรษฐกิจโลกโต บาทอ่อนช่วยหนุน พร้อมคาดหากสหรัฐฯ ขึ้นภาษียานยนต์และชิ้นส่วน จะทำให้ส่งออกปีหน้าลด 1-2%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ศูนย์ฯ ได้ทำการวิเคราะห์ที่มีผลกระทบต่อการส่งออกไทยในช่วงครึ่งปีหลัง 2561 จากการทำสงครามการค้า โดยพบว่าจะทำให้มูลค่าการส่งออกสินค้าไทยลดลง 351 ล้านเหรียญสหรัฐถึง 2,881 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือลดลง 0.14-1.13% และกระทบต่ออัตราการขยายตัวเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ลดลง 0.12-1.02%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผลการวิเคราะห์ได้แบ่งออกเป็น 3 กรณี คือ กรณีที่ 1 หากสหรัฐฯ เก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนมูลค่า 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ โดยเก็บเพิ่มอัตรา 25% และเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์จากสหภาพยุโรป (อียู) เพิ่ม 20% ซึ่งจีนและอียูตอบโต้สหรัฐฯ จะทำให้มูลค่าการส่งออกไทยลดลง 351 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือลดลง 0.14% และจีดีพีลด 0.12%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีที่ 2 หากสหรัฐฯ เก็บภาษีนำเข้าจากจีนมูลค่า 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ในอัตรา 25% และเก็บภาษีนำเข้าจากอียูมูลค่า 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ในอัตรา 10% ซึ่งจีนและอียูตอบโต้สหรัฐฯ จะทำให้มูลค่าการส่งออกไทยลดลง 597 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือลดลง 0.23% และจีดีพีลด 0.21%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณี 3 ซึ่งเป็นกรณีเลวร้ายสุดและมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นน้อยสุด คือ สหรัฐฯ เก็บภาษีนำเข้าเพิ่ม 25% กับทุกประเทศและประเทศต่างๆ ตอบโต้ จะทำให้มูลค่าการส่งออกไทยลดลง 2,881 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือลดลง 1.13% และจีดีพีลด 1.02%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทั้ง 3 กรณี คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วง 5 เดือนที่เหลือของปีนี้ โดยมีความเป็นไปได้ในกรณีที่ 1 กับกรณีที่ 2 ส่วนกรณีสุดท้ายน่าจะเกิดขึ้นได้ยากสุด เพราะสหรัฐฯ พุ่งเป้าที่จะแก้ปัญหาทางการค้ากับจีนเป็นหลัก ซึ่งการส่งออกไทยจะได้รับผลกระทบ เพราะมีสินค้าที่ส่งออกเป็นซัปพลายเชนให้กับจีน&amp;rdquo;นายอัทธ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอัทธ์กล่าวว่า ศูนย์ฯ ยังได้ติดตามกรณีที่สหรัฐฯ จะใช้มาตรการทางภาษีกับสินค้ารถยนต์และชิ้นส่วน ที่อาจมีผลบังคับใช้ในปี 2562 ซึ่งจะส่งผลกระทบไปทั่วโลก เพราะสินค้ายานยนต์เป็นกลุ่มการส่งออกใหญ่ที่มีซัปพลายเชนไปทั่วโลก โดยประเมินเบื้องต้น หากสหรัฐฯ ใช้มาตรการขึ้นภาษีสินค้ายานยนต์และชิ้นส่วนจริง จะกระทบทำให้การส่งออกไทยลดลงประมาณ 1-2% และยังกระทบต่อไปถึงค่าเงินของแต่ละประเทศที่จะกลายเป็นสงครามค่าเงินต่อไป ซึ่งปัจจุบันหลายประเทศพยายามทำให้ค่าเงินอ่อนค่า เพื่อรักษาขีดความสามารถการแข่งขันในตลาดโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ศูนย์ฯ ได้ประเมินค่าเงินบาทของไทยหลังเกิดสงครามการค้า ซึ่งนับตั้งแต่วันที่ 6 ก.ค.2561 ที่สหรัฐฯ เพิ่มภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียม 25% และ 10% กับสินค้าจีนและประเทศคู่ค้ามีการตอบโต้ พบว่า ค่าเงินบาทของไทยอ่อนค่าลงมาอยู่ที่ 33.29 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ซึ่งอ่อนค่าเป็นอันดับ 3 โดยค่าเงินหยวนจีนอ่อนค่ามากสุดอยู่ที่ 6.71 บาทต่อหยวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการส่งออกสินค้าไทยในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งได้รวมผลกระทบจากสงครามการค้าที่อาจจะเกิดขึ้นแล้ว คาดว่าจะมีมูลค่า 1.29 แสนล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 5.5% เป็นการขยายตัวแบบชะลอตัวลงจากครึ่งปีแรกที่การส่งออกไทยขยายตัว 11% ส่งผลให้การส่งออกไทยปี 2561 มีมูลค่า 2.55 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 8.1% โดยมีปัจจัยบวก คือ เศรษฐกิจโลกยังคงเติบโต สหรัฐฯ ต่อสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) ให้ไทย และค่าเงินบาทอ่อนค่า แม้บางประเทศจะเติบโตในระดับต่ำกว่าปี 2560 เช่น จีน ญี่ปุ่น อียู สหรัฐฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนปัจจัยลบที่มีผลต่อการส่งออกไทย นอกจากเรื่องสงครามการค้าแล้ว ต้องติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ที่มีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นถึง 90 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นผลกระทบจากการที่สหรัฐฯ คว่ำบาตรทางเศรษฐกิจทางอิหร่านที่เริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 7 ส.ค. 2561 โดยห้ามบริษัทของสหรัฐฯ ทำการค้าขายและซื้อขายทอง และสหรัฐฯ จะเริ่มการห้ามซื้อขายน้ำมันดิบกับทางอิหร่านในวันที่ 4 พ.ย.2561 ด้วย ทำให้ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกจะปรับตัวสูงขึ้น และราคาสินค้าเกษตรของไทยตกต่ำ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14951</URL_LINK>
                <HASHTAG>การส่งออก, ประเมินสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน, มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, สงครามการค้า, อัทธ์ พิศาลวานิช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180808/image_big_5b6a638fcb073.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
