<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>11149</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2018 20:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2018 22:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &quot;ทปอ.&quot;อุดจุดอ่อน&quot;TCASรอบ4 &quot; มีระบบสำรองรองรับ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;ทปอ. เปิด 9 ศูนย์ &amp;ldquo;พี่ช่วยน้องสอบ TCAS&amp;rdquo; ทุกภาค ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการรับสมัคร TCAS รอบ 4 &amp;nbsp;มี62 สถาบันอุดมศึกษา &amp;nbsp;3,303 สาขาวิชา และมีที่นั่ง จำนวน 83,953 คน &amp;nbsp;ด้าน &amp;ldquo;ประเสริฐ&amp;rdquo; เตรียมระบบสำรองไว้ หากเกิดปัญหา TCAS รอบ 4 ก็สามารถเปลี่ยนระบบได้ในทันที ส่วนการเร่งกระบวนการนี้ให้เร็วขึ้น คงต้องมีการหารือในกระบวนการดำเนินการก่อน พร้อมยันปีหน้าจะต้องแก้TCASรอบ 3 เพื่อไม่ให้เด็กกสพท.-เด็กอื่นมีการกั๊กที่นั่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 11มิ.ย. ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.) มีการแถลงข่าว การรับสมัครคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา ปี 2561 (TCAS) ในรอบที่ 4 แอดมิชชั่น &amp;nbsp;ที่จะเปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 12-16 มิ.ย. 2561 โดยนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานทปอ. กล่าวว่า เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกและให้คำปรึกษาแก่ผู้ที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับระบบการรับสมัคร ทปอ. จึงได้เปิดศูนย์ &amp;ldquo;พี่ช่วยน้องสอบ TCAS&amp;rdquo; จำนวน 9 แห่ง โดยภาคเหนือจะอยู่ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ภาคใต้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ภาคกลาง มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ สำหรับในกรุงเทพมหานคร จะมีทั้งหมด 4 จุด ได้แก่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ศูนย์รังสิต) ซึ่งศูนย์ดังกล่าวจะมีการให้การบริการใน 2 ส่วน คือ ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการรับสมัคร TCAS รอบ 4 และอำนวยความสะดวกในการจัดคอมพิวเตอร์ในการรับสมัคร และยังมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการสมัคร เช่น ข้อมูลการรับสมัครย้อนหลัง คะแนนสูงสุด ต่ำสุด ของสาขาวิชาต่างๆ อย่างไรก็ตาม ทปอ.มีเจตนาและนโยบายที่ชัดเจนในการพัฒนาระบบ เพื่อสร้างความเสมอภาคด้านโอกาสในการเข้าศึกษาต่ออย่างเท่าเทียมและจะไม่มีการทิ้งนักเรียนที่ได้รับปัญหาไว้อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางเพ็ญรัตน์ หงษ์วิทยากร รองเลขาธิการ ทปอ. กล่าวว่า การรับสมัคร TCAS รอบ 4 จะมีสถาบันอุดมศึกษาเข้าร่วม 62 แห่ง แบ่งเป็นสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ 31 แห่ง สถาบันอุดมศึกษาของรัฐในสังกัดหน่วยงานอื่นๆ 4 แห่ง และสถาบันอุดมศึกษาเอกชน 27 แห่ง มีจำนวนสาขาวิชาที่เปิดรับ จำนวน 3,303 สาขาวิชา สำหรับจำนวนรับทั้งหมดในรอบ 4 มี 83,953 คน ซึ่งรายละเอียดของข้อมูลมีการประกาศในเว็บไซค์ http://tcas.cupt.net/ ซึ่งในรอบ 4 นี้ ทปอ.คาดว่าจะมีนักเรียนสมัครอยู่ที่ 80,000-90,000 คน โดยประมาณ สำหรับการประกาศผลการคัดเลือกในรอบ 4 จะประกาศในวันที่ 4 กรกฏาคม 2561 และ ทปอ.จะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าศึกษาในวันที่ 19 กรกฎาคม 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า กำหนดการประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าศึกษาต่อ ถือว่าล่าช้ากว่าปีที่ผ่านมาและใกล้กับช่วงเปิดภาคเรียน จะมีการดำเนินการเลื่อนให้เร็วกว่าเดิมได้หรือไม่ นายประเสริฐ คันธมานนท์ เลขาธิการที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) กล่าวว่า ทาง ทปอ.จะไปศึกษาว่าจะเร่งกระบวนการนี้ให้เร็วขึ้นได้หรือไม่ ซึ่งคงต้องมีการหารือในกระบวนการดำเนินการก่อน ส่วนข้อกังวลเรื่องระบบการรับสมัครของแอดมิชชั่นว่าจะเกิดเหตุการณ์เหมือนการสมัคร TCAS รอบ 3 หรือไม่นั้น ตนขอชี้แจ้งว่าทั้ง 2 ระบบนี้มีความแตกต่างกัน ทั้งในส่วนของข้อมูลที่ต้องกรอกซึ่งรอบ 4 ถือว่าน้อยกว่ารอบ 3 มาก อย่างไรก็ตาม ทปอ.ได้เตรียมระบบสำรองไว้ หากเกิดปัญหาก็สามารถเปลี่ยนระบบได้ในทันที แต่ก็คงต้องมีการดูแลอย่างใกล้ชิด
วันเดียวกัน ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย - มีการจัดงานเวทีจุฬาฯ เสวนา ครั้งที่ 13 &amp;quot;ทีแคส- ทีใคร มองอนาคตการศึกษาไทย&amp;quot; โดยนายประเสริฐ คันธมานนท์ เลขาธิการทปอ.กล่าวว่า เกิด TCAS เพื่อแก้ปัญหาการวิ่งรอกสอบ ลดความเหลื่อมล้ำ และเด็กไม่อยู่ในชั้นเรียนม.6 สำหรับกระแสเกี่ยวกับ TCAS ตอนนี้มี 2 ด้าน สำคัญ คือ ด้านหนึ่งมีการกั๊กที่นั่ง และอีกด้าน คือเด็กยังไม่มีที่เรียน โดยเกิดจาก TCAS รอบ 3 รับตรงร่วมกัน ซึ่งขอยืนยันว่า TCAS ช่วยทำให้การกั๊กที่นั่งลดน้อยลง แต่การจัดลำดับคงไม่สามารถทำได้ เพราะมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งเกณฑ์ไม่เหมือนกัน &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดปัญหาทุกครั้ง ทปอ.ไม่ได้นิ่งนอนใจ และพยายามแก้ไขปัญหาให้ดีขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เลขาธิการทปอ.กล่าวอีกว่า ตอนนี้มีข้อมูลเยอะมาก ที่ไม่ได้เป็นข้อเท็จจริง ไม่ว่าจะเป็น โควตาพื้นที่ &amp;nbsp;มีการกำหนดชัดเจนว่ามหาวิทยาลัยเปิดรับเฉพาะในพื้นที่เท่านั้น ไม่มีการเปิดรับเด็กม.6 ทั่วประเทศ ส่วนการแก้ปัญหา TCAS รอบ 3 นั้น ในอนาคตจะมีการเปลี่ยนแปลงแน่นอน เช่น ปัญหารูปแบบที่ 3 กสพท.กันที่นั่ง ปีหน้าทปอ.จะจัดการปัญหานี้แน่นอน &amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนนี้เห็นวิธีแล้วแต่ต้องขอความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย ซึ่งจะทำได้มหาวิทยาลัยต้องช่วย &amp;nbsp;รวมถึงจัดการเรื่องระยะเวลาให้ดีขึ้น เพราะขณะนี้ รอบที่ 1 ไปจนถงรอบที่ 5 ใช้เวลานานเกินไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;อยากฝากเด็กทุกคนการเรียนสาขาไหน มหาวิทยาลัยไหน ไม่เท่ากับการเรียนรู้ด้วยตนเอง &amp;nbsp;มีทักษะ มีความเข้มแข็งในด้านจิตใจว่าจะทำอะไรในอนาคต โดยใช้องค์ประกอบในอุดมศึกษา มาทำให้ความฝันเป็นจริง&amp;quot;เลขาฯ ทปอ. กล่าว .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11149</URL_LINK>
                <HASHTAG>TCAS รอบ 4, ทปอ., ประเสริฐ คันธมานนท์, รับสมัครTCASรอบ4, สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์, เปิด 9 ศูนย์ “พี่ช่วยน้องสอบ TCAS”</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180213/image_big_5a82edcbbb37a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11139</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2018 18:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2018 18:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทปอ.ยันปีหน้าแก้ปัญหาTCASรอบ3แน่หลัง&quot;กสพท.-เด็ก&quot;กั๊กที่นั่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11มิ.ย.61-&amp;ldquo;ประเสริฐ&amp;rdquo; ยันTCAS ช่วยทำให้การกั๊กที่นั่งลดน้อยลง ปีหน้าแก้ปัญหารอบTCASรอบ 3 ที่กสพท.กันที่นั่งแน่นอน &amp;nbsp; นักวิชาการจุฬาฯ มองปัญหาเกิดเพราะมหาวิทยาลัยไม่เล่นตามกติกา ส่วนเด็กก็กั๊กที่ &amp;nbsp;ด้านบก.เว็บเด็กดี ฯเผยมีการกั๊กที่นั่งแบบลูกโซ่ กรุงเทพฯกั๊กคะแนนกั๊กคณะ ต่างจังหวัดกั๊กมหาวิทยาลัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย - มีการจัดงานเวทีจุฬาฯ เสวนา ครั้งที่ 13 &amp;quot;ทีแคส- ทีใคร มองอนาคตการศึกษาไทย&amp;quot; โดยนายประเสริฐ คันธมานนท์ เลขาธิการที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (เลขาฯ ทปอ.) กล่าวว่า การพัฒนาระบบการคัดเลือกนักเรียนเข้ามหาวิทยาลัยในไทย เริ่มต้นปี 2504 ระบบเอ็นทรานซ์ แก้ปัญหาเด็กเก่งตระเวนสอบ ต่อมาปี 2549 เริ่มต้นระบบแอดมิชชั่น เพื่อแก้ปัญหากวดวิชา ลดความเหลื่อมล้ำระหว่างเด็กเมืองและชนบท ต่อมาปี 2553 มีการปรับปรุงระบบแอดมิชชั่น มหาวิทยาลัยกำหนดค่าเอง แก้ปัญหาโรงเรียนปล่อยเกรด และมีปัญหารับตรงอิสระ และในปี 2561 เกิด TCAS เพื่อแก้ปัญหาการวิ่งรอกสอบ ลดความเหลื่อมล้ำ และเด็กไม่อยู่ในชั้นเรียนม.6 สำหรับกระแสเกี่ยวกับ TCAS ตอนนี้มี 2 ด้าน สำคัญ คือ ด้านหนึ่งมีการกั๊กที่นั่ง และอีกด้าน คือเด็กยังไม่มีที่เรียน โดยเกิดจาก TCAS รอบ 3 รับตรงร่วมกัน ซึ่งขอยืนยันว่า TCAS ช่วยทำให้การกั๊กที่นั่งลดน้อยลง แต่การจัดลำดับคงไม่สามารถทำได้ เพราะมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งเกณฑ์ไม่เหมือนกัน &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดปัญหาทุกครั้ง ทปอ.ไม่ได้นิ่งนอนใจ และพยายามแก้ไขปัญหาให้ดีขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;TCAS เป็นการจัดระเบียบในสิ่งที่มหาวิทยาลัยเคยรับและซ่อนไว้มาเป็นข้อมูลสาธารณะ จึงทำให้เป็นที่มาของการเกิดปัญหามากมาย เพราะทุกคนไม่เคยรู้มาก่อน &amp;nbsp;ส่วนในอนาคตจะเปลี่ยนหรือไม่ ต้องถามมหาวิทยาลัยแต่ละแห่ง เพราะระเบียบต่างๆ เป็นไปตามมหาวิทยาลัยกำหนด &amp;quot;ประเสริฐกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เลขาธิการทปอ.กล่าวอีกว่า ตอนนี้มีข้อมูลเยอะมาก ที่ไม่ได้เป็นข้อเท็จจริง ไม่ว่าจะเป็น โควตาพื้นที่ &amp;nbsp;มีการกำหนดชัดเจนว่ามหาวิทยาลัยเปิดรับเฉพาะในพื้นที่เท่านั้น ไม่มีการเปิดรับเด็กม.6 ทั่วประเทศ ส่วนการแก้ปัญหา TCAS รอบ 3 นั้น ในอนาคตจะมีการเปลี่ยนแปลงแน่นอน เช่น ปัญหารูปแบบที่ 3 กสพท.กันที่นั่ง ปีหน้าทปอ.จะจัดการปัญหานี้แน่นอน &amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนนี้เห็นวิธีแล้วแต่ต้องขอความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย ซึ่งจะทำได้มหาวิทยาลัยต้องช่วย &amp;nbsp;รวมถึงจัดการเรื่องระยะเวลาให้ดีขึ้น เพราะขณะนี้ รอบที่ 1 ไปจนถงรอบที่ 5 ใช้เวลานานเกินไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;อยากฝากเด็กทุกคนการเรียนสาขาไหน มหาวิทยาลัยไหน ไม่เท่ากับการเรียนรู้ด้วยตนเอง &amp;nbsp;มีทักษะ มีความเข้มแข็งในด้านจิตใจว่าจะทำอะไรในอนาคต โดยใช้องค์ประกอบในอุดมศึกษา มาทำให้ความฝันเป็นจริง&amp;quot;เลขาฯ ทปอ. กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายอรรถพล อนันตวรสกุล นักวิชาการด้านการศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่าปรากฎการณ์ TCAS มีมิติด้านอารมณ์ค่อนข้างสูง และทุกคนพยายามชี้นิ้วหาคนผิด ซึ่งจริงๆ แล้วระบบการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยเป็นเพียงคัดเลือกคนเข้ามหาวิทยาลัยที่ปรับไปตามโจทย์ของประเทศ และเป้าหมายของมหาวิทยาลัยที่จะพัฒนาคนเพื่ออะไร เพราะขณะนี้มหาวิทยาลัยผลิตคนตามความต้องการตลาด หาผู้เรียนที่ดีที่สุดมาเรียน ทำให้ระบบการรับเข้าต้องปรับตาม และมหาวิทยาลัยต้องแย้งเด็กเข้ามาเรียนให้ได้ ดังนั้นโจทย์ท้าทายที่ควรมองอนาคตการศึกษาไทยให้ไกลกว่า TCAS &amp;nbsp;คือ มหาวิทยาลัยต้องมีเป้าประสงค์ชัดเจนว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยอย่างไร และควรทำให้เด็กรู้ว่าตนเองอยากเป็นอะไร &amp;nbsp;เพราะตอนนี้เมื่อโจทย์ไม่ชัด มหาวิทยาลัยไม่ชัด ทำให้ทปอ.ซึ่งทำงานบนเงื่อนไข ความคาดหวังของสังคม แต่มีผู้เล่นมหาวิทยาลัยบางแห่ง ไม่ทำตามกติกา และเด็กเองก็แทงกั๊ก ระบบก็ต้องปรับเปลี่ยนและเป็นปัญหาไปเรื่อยๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางพรรณระพี สุทธิวรรณ คณบดีคณะจิตวิทยา จุฬาฯ กล่าวว่า TCAS เป็นเรื่องที่เคยเกิดขึ้นกับทุกชีวิต เพราะเป็นเรื่องการแข่งขันและโอกาส ซึ่งเมื่อใดก็ตามจำนวนที่นั่งรับกับจำนวนคนไม่เท่ากัน ทุกคนจะเครียด โดยเฉพาะเด็กที่ผิดหวังซ้ำๆ กับการสมัครหลายรอบ เพราะเกิดวงจรที่ทำให้เด็กรู้สึกว่าคุณค่าของเด็กลดลง เพราะสังคมกำหนดว่าต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัย โดยเฉพาะพ่อแม่ ที่ทุกคนคิดว่าลูกต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้ โดยที่ลืมมองว่ามีประตูอีกหลายทางให้เดิน ดังนั้น อยากให้พ่อแม่ทุกคนคิดว่าถ้าลูกสอบไม่ติดเข้ามหาวิทยาลัยจะทำอย่างไร อย่าปล่อยให้ชีวิตของพ่อแม่และลูกอยู่ประตูเดียว และพ่อแม่ควรเป็นแบลคอัพที่สำคัญของลูก พ่อแม่อย่าลงไปเล่น TCAS เอง เพราะ TCAS เกมของเด็ก ที่ต้องไปด้วยตนเอง &amp;nbsp;พ่อแม่อย่าเอาความฝันของตนเองไปฝากลูกไว้ แต่พ่อแม่ควรบอกว่ารักกอด ให้ความมั่นใจแก่ลูก อย่ารักลูกแล้วเหน็บ อย่ารักลูกประชด และอยากฝากเด็กๆ ว่า ความสำเร็จในชีวิตคนมาจากความรู้ความสามารถ และความไม่ท้อถอย อย่าไปเปิดประตูเดียวให้ตนเอง เปิดไว้กว้างๆ และควรเปิดหลายประตู&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายมนัส อ่อนสังข์ บรรณาธิการข่าวการศึกษาและแอดมิชชั่น เว็บไซต์เด็กดีดอทคอม กล่าวว่า TCAS เป็นการบอกล่วงหน้าเพียง 4 เดือนแล้วใช้ทันที ทำให้เด็กปี 61 หรือเด็กรุ่นนี้รู้สึกว่าตัวเองเป็นหนูทดลอง เพราะไม่มีการนำไปทดลองแบบวิจัย แต่นำมาใช้ทางปฎิบัติจริงแก่เด็กม.6 &amp;nbsp;และหลายคนมองว่า TCAS ทฤษฎีสวยแต่การจัดการไม่ดี &amp;nbsp;เช่น TCAS ต้องการให้เด็กม. 6 อยู่ในชั้นเรียนจนจบการศึกษา ซึ่งทำให้เด็กกดดันมาก เพราะ 4 สัปดาห์หลังจบม.6 เด็กจะเข้าสู่การสอบเพื่อเข้ามหาวิทยาลัยทั้งหมด &amp;nbsp;และเป็นการสอบหลายวิชา เช่น ถ้าเด็กต้องการสอบเข้าแพทย์ต้องสอบทั้งหมด 15 วิชา ,สอบเข้าเภสัชศาสตร์ต้องสอบ 18 วิชา เนื่องจากบางวิชาสอบซ้ำ 3 รอบ &amp;nbsp;ส่วนการลดค่าใช้จ่าย ในทางปฎิบัติกลับมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น การยื่นแฟ้มสะสมงานพบว่าแต่ละมหาวิทยาลัยกำหนดแฟ้มสะสมงานต่างกัน เด็กยื่นหลายที่ก็ต้องทำแฟ้มสะสมงานหลายเล่ม ทำให้เกิดธุรกิจจัดทำแฟ้มสะสมงาน หรือการห้ามมหาวิทยาลัยจัดสอบทำให้ต้องไปใช้คะแนนของหน่วยงานเอกชนที่จัดสอบ เช่น สมัครแพทย์ ใช้การสอบ BMAT ซึ่งค่าสมัครประมาณ 7,100 บาท เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ปัญหา TCAS เกิดจากการสื่อสารไม่ชัดเจน ตั้งแต่เกิด TCAS เด็กก็มีความเครียด และสิ่งที่กังวลตอนนี้ คือ เด็กหลายคนเลือกคณะจากคะแนนที่ตัวเองติด แต่ไม่ได้เรียนคณะที่ตนเองชอบนอกจากนั้น เด็กหลายคนต้องการซิ่วเพื่อไปเรียนปีนี้ &amp;nbsp;ดังนั้นเข้าใจว่าระบบใดระบบหนึ่งทำให้เด็กพึงพอใจทั้งหมดได้ยาก แต่อยากให้ระบบดังกล่าวมีความยุติธรรมกับเด็ก&amp;quot;นายมนัส กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;สำหรับปัญหาการกั๊กที่นั่ง ตอนนี้เป็นการกั๊กแบบลูกโซ่ คือระบบ TCAS แต่ละรอบมีการกั๊กที่นั่งและกระทบไปสู่รอบอื่นๆ ซึ่งการกั๊กที่นั่งนั้น &amp;nbsp; ในส่วนของกรุงเทพฯ เป็นการกั๊กคะแนนกั๊กคณะ &amp;nbsp;แต่ของต่างจังหวัด กั๊กเป็นมหาวิทยาลัย &amp;nbsp;ปัญหาการกั๊กที่นั่ง ซึ่งปัญหาติดที่นั่งได้มากกว่า 1 ที่นั่ง จริงๆ เด็กรับได้ แต่ทำไมไม่มีระบบตัวสำรอง และ TCAS กะทันหันเกินไป ทั้งเด็กและมหาวิทยาลัยเตรียมตัวไม่ทัน เช่น โควต้าพื้นที่ แต่มหาวิทยาลัยเปิดให้เด็กม. 6 ทั่วประเทศ &amp;nbsp;สมัครได้ หรือบางมหาวิทยาลัยเปลี่ยนเกณฑ์ฉุกเฉิน &amp;nbsp;เปลี่ยนเกณฑ์ไม่บอก เด็กรู้สึกไม่ยุติธรรม เพราะจ่ายเงินไปเกณฑ์หนึ่งแต่มาคัดเลือกด้วยเกณฑ์หนึ่ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11139</URL_LINK>
                <HASHTAG>TCAS, ทปอ., ประเสริฐ คันธมานนท์, มนัส อ่อนสังข์, อรรถพล อนันตวรสกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180530/image_big_5b0e9ff358aeb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11100</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2018 08:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2018 08:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทปอ.ยันเด็กใจเย็นๆคืนสิทธิ์TCSA3ทันสมัครรอบ4แน่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ประเสริฐ&amp;quot; แจง กระบวนการคืนสิทธิ์ TCAS รอบ 3 วอน ใจเย็นๆ ไม่ต้องตกใจ ทปอ. ยืนยันที่จะคืนสิทธิ์ให้แก่เด็กทุกคนที่ปฏิบัติตามเงื่อนไขแน่นอน ลั่น ทัน สมัคร TCAS รอบ 4&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประเสริฐ คันธมานนท์ เลขาธิการที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) กล่าวถึงกรณีการคืนสิทธิ์ในการสมัครคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา ปีการศึกษา 2561 (TCAS)ในรอบต่อไป ว่า โดยหลักการแล้วถ้าเด็กไม่ไปสอบสัมภาษณ์หรือสอบตกสัมภาษณ์มหาวิทยาลัยจะคืนสิทธิ์ให้แก่เด็กทันที&amp;nbsp; แต่ในทางปฏิบัติของการคืนสิทธิ์ของเด็กอาจจะยังไม่ปรากฏทันที เนื่องจากการส่งข้อมูลระหว่างมหาวิทยาลัยกับ ทปอ.จะต้องใช้เวลาประมาณ 1-2 วัน&amp;nbsp; หากเด็กต้องการคืนสิทธิ์ ที่ได้รับคัดเลือกเพื่อที่จะไปสมัคร TCAS รอบ 4 แอดมิชชั่น ที่จะเปิดรับสมัครทางเว็บไซต์ ทปอ.&amp;nbsp;https://tcas61.cupt.net/&amp;nbsp;วันที่ 12-16 มิถุนายน พ.ศ.2561 ชำระค่าสมัครวันที่&amp;nbsp; 12-17 มิถุนายน พ.ศ.2561 และประกาศผลการคัดเลือกวันที่&amp;nbsp; 4 กรกฎาคม พ.ศ.2561 นั้น&amp;nbsp; ทปอ.ขอให้เด็กตรวจสอบข้อมูลทางเว็บไซต์ ทปอ.ก่อนว่าได้รับการคืนสิทธิ์แล้วหรือไม่&amp;nbsp; เพราะ ทปอ.จะแจ้งข้อมูลไว้ที่หน้าเว็บไซต์&amp;nbsp; ถ้าเข้ามาแล้วพบว่าตนเองยังไม่ได้รับการคืนสิทธิ์ เด็กก็ไม่ต้องดำเนินการสมัคร รอบ 4 และขอให้รอจนกว่าจะได้รับการคืนสิทธิ์ถึงจะสามารถสมัครได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หากเด็กคนไหนเข้ามาสมัครแอดมิชชั่น แล้วพบว่าตัวเองสมัครไม่ได้ เนื่องจากยังไม่ได้รับการคืนสิทธิ์ ก็ไม่ต้องตกใจและขอให้ใจเย็นๆ ไว้ก่อน&amp;nbsp; เพราะทปอ. ยืนยันที่จะคืนสิทธิ์ให้แก่เด็กทุกคนที่ปฏิบัติตามเงื่อนไขแน่นอน&amp;nbsp; เพียงแต่ขอเวลาเคลียร์ข้อมูลการคืนสิทธิให้สมบูรณ์ก่อน โดยคาดว่าการคืนสิทธิ์น่าจะเรียบร้อยในวันที่ 14 มิถุนายน ซึ่งเด็กก็ยังมีเวลาสมัครแอดมิชชั่นแน่นอน&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ทปอ.ขอย้ำระบบ TCAS&amp;nbsp; เป็นระบบที่เปิดโอกาสให้เด็กทุกคนได้มีสิทธิ์เลือกเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยถึง 5 รอบ หากสอบไม่ติด หรือสอบติดก็สามารถสมัครในรอบถัดไปได้ แต่ต้องสละสิทธิ์รอบที่ติดก่อน&amp;nbsp; และเด็กก็ไม่จำเป็นที่จะต้องสมัครทุกรอบด้วย&amp;nbsp; นอกจากนี้ค่าใช้จ่ายในการสมัครก็ไม่แพง อย่างรอบ 4 แอดมิชชั่น เด็กสามารถเลือกได้ 4 สาขาวิชาแบบเรียงลำดับ โดยสาขาวิชาแรก 150 บาท สาขาวิชาถัดไป สาขาวิชาละ 50 บาท รวม 4 ลำดับ 300 บาท แต่ถ้าเด็กจะเลือกลำดับเดียวก็ทำได้ &amp;quot;เลขาฯ ทปอ.กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11100</URL_LINK>
                <HASHTAG>TCASรอบ 3, TCASรอบ4, ตืนสิทธิ์ทีแคส, ทปอ., ประเสริฐ คันธมานนท์, แอดมิชชั่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180530/image_big_5b0e9ff358aeb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10401</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2018 16:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2018 16:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทปอ. เตรียมหารือปรับปรุง TCAS ในปีหน้าย้ำถูกใจทุกคนเป็นไปไม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
ที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) - มีผู้ปกครองของกลุ่มนักเรียนที่มาได้รับผลกระทบจากระบบการรับสมัครบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา ปี 2561 (TCAS) รอบที่ 3 เดินทางมายื่นหนังสือเกี่ยวกับปัญหาต่างๆ ของระบบ โดยมีนายประเสริฐ คันธมานนท์ เลขาธิการที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เป็นผู้รับเรื่องและกล่าวภายหลังการหารือว่า จากที่ ทปอ. ได้ดำเนินการแก้ปัญหา TCAS รอบที่ 3 ไปเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2561 โดยเพิ่มการเคลียริ่งเฮ้าส์รอบ 3/2 เพื่อแก้ปัญหาการกั๊กที่นั่งจากเด็กคะแนนสูงไปแล้วนั้น หากผู้ปกครองกังวลใจ ค้างคาใจ หรือติดใจ ทปอ.พร้อมรับเรื่องไว้ไปพิจารณาและแก้ไข แต่ขอยืนยันว่าระบบ TCAS ผ่านการพิจารณาในหลายมิติ ไม่ใช่ว่าออกแบบโดยไม่ดูผลว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ระบบที่เกิดขึ้นอาจจะพบว่ามีข้อทวงติงน้อยที่สุดแล้ว เพราะจะให้ไม่มีเลยก็ไม่ได้ เนื่องจากระบบใช้กับคนหมู่มาก จะถูกใจทุกคนเป็นไปไม่ได้ ระบบดังกล่าวทำให้มีเสียงบ่นน้อยที่สุด และเมื่อมีการดำเนินการแล้วมีปัญหา ระบบไม่เหมาะสมก็รีบพิจารณาอย่างรวดเร็วเพื่อออกมาตรการลดความกังวลของผู้ปกครอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทปอ.จะรวบรวมข้อร้องเรียนทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น เรื่องที่เสนอให้เคลียริ่งเฮ้าส์ กสพท.ออกไปก่อน หรือมีสิทธิเลือก 2 ตัวเลือก หรือ การเข้าสมัครตามรหัสของเด็กเป็นวันๆ เป็นต้น เพื่อปรับปรุงแก้ไขระบบ TCAS ในปีหน้า ซึ่งคาดว่าจะหารือและได้ข้อสรุปว่าการดำเนินการในปีหน้าจะไปในทิศทางใดภายใน 2-3 เดือน ดังนั้นในปีหน้าจะมีการเปลี่ยนแน่นอน แต่จะเปลี่ยนอย่างไรยังตอบไม่ได้ คงต้องรอการประชุมหารือกันก่อน&amp;rdquo;เลขาฯ ทปอ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้านนพ.อาวุธ ศรีสุกรี เลขาธิการ กสพท ได้ลงนามในประกาศกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย ฉบับที่ 11 เรื่อง กำหนดแนวทางการรับผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์และรับตรงการตรวจสุขภาพหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต หลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต หลักสูตรสัตวแพทยศาสตรบัณฑิต และหลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิต ระบบรับตรงของ กสพท ปีการศึกษา 2561 ผ่านระบบ TCAS รอบ 3/2 มีใจความโดยสรุปว่า กสพท จะพิจารณาเปิดรับรอบที่ 3/2 เฉพาะบางสาขาและบางสถาบัน โดยจะนำรายชื่อผู้ที่ไม่ได้รับการประกาศผลมาประมวลผลใหม่ในรอบ 3/2 ของสถาบันที่ต้องการรับนักศึกษาเพิ่มในรอบ 3/2 เนื่องจากมีผู้สละสิทธิ์หรือไม่ผ่านการสอบสัมภาษณ์ และหากผู้ที่มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์และตรวจสุขภาพ ไม่ยืนยันสิทธิ์ในระบบเคลียริ่งเฮ้าส์ จะไม่นำมาประมวลผลในรอบที่ 3/2 เพราะ ทปอ.ถือว่า กสพท เป็น 1 สาขาวิชา
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10401</URL_LINK>
                <HASHTAG>TCAS, กสพท., ประเสริฐ คันธมานนท์, ปรับปรุงระบบTCAS ปีหน้า, อาวุธ ศรีสุกรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180530/image_big_5b0e9ff358aeb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10342</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2018 20:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2018 23:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เลขาทปอ. ยันTCASรอบ 3กั๊กได้แค่เล็กน้อย  /ห่วงเด็กเก่งแต่ไม่รู้จักตัวเองอาจเป็นปัญหาอนาคต    </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;quot;ประเสริฐ&amp;rdquo; เชื่อปัญหาการกั๊กที่นั่งกรณีรุนแรง TCAS รอบ 3 เกิดไม่เกินมหาวิทยาลัย 5 แห่ง &amp;nbsp;ระบบใหม่ป้องกันการกั๊กที่นั่งได้ 70-90% ห่วงกลุ่มเด็กคะแนนสูง เลือกสาขาหว่าน &amp;nbsp;ทั้งแพทย์และนิเทศก์ สะท้อนไม่รู้จักตัวเอง ไม่มีความชัดเจนในเป้าหมายการเรียน และชีวิต อาจเป็นปัญหาประเทศในอนาคตได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประเสริฐ คันธมานนท์ เลขาธิการที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) กล่าวภายหลังการหารือกับผู้เกี่ยวข้องเพื่อจัดการแก้ไขปัญหาระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา (TCAS) รอบที่ 3 ซึ่งมีนักเรียนและผู้ปกครองนัดรวมพลในวันที่ 31 พฤษภาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) รวมถึงปัญหาโต้แย้งกรณีนักเรียนจำนวนหนึ่งที่ได้รับการคัดเลือกทั้ง 4 แห่งทำให้เกิดการกั๊กที่นั่งว่า จากการรับฟังปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น และทำให้เด็กส่วนใหญ่รู้สึกว่า TCAS รอบ 3 เกิดการกั๊กที่นั่งของเด็กที่ได้คะแนนสูงมากซึ่งมีโอกาสได้ที่นั่งมากกว่าเด็กคนอื่น ทาง ทปอ.จึงได้จัดการแก้ไขปัญหา โดยให้มีการเพิ่มการเคลียริ่งเฮาส์ TCAS รอบ 3 เป็น 2 ครั้ง โดยเป็นรอบ 3/1 และรอบ 3/2 โดยในรอบที่ 3/1 วันที่ 1-3 มิ.ย. 2561 ซึ่งเมื่อทำการเคลียริ่งเฮาส์รอบ 3/1 เสร็จสิ้น จะดำเนินการรอบ 3/2 ทันที โดยให้มีการสอบสัมภาษณ์พร้อมกัน ระหว่างวันที่ 10-11 มิ.ย. &amp;nbsp;ซึ่งการที่มีนั่งว่างในมหาวิทยาลัยมากน้อยขนาดไหนนั้น มหาวิทยาลัยจะแจ้งมาที่ ทปอ. เพราะการตัดสินใจทั้งหมดเป็นไปตามเกณฑ์ของมหาวิทยาลัย อย่างไรก็ตาม การดำเนินการจะไม่มีการเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มและระบบจะดำเนินการเคลียริ่งเฮ้าส์เอง โดยที่นักเรียนไม่ต้องดำเนินการอะไรเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า สำหรับ ปัญหาการกั๊กที่นั่ง ตนมองว่าจะเกิดในมหาวิทยาลัยดังที่เด็กทุกคนอยากเข้าเรียน และเชื่อว่าจะเกิดกรณีรุนแรงไม่น่าจะเกิน 5 มหาวิทยาลัยดังที่เด็กอยากเข้าเท่านั้น ซึ่งการกั๊กที่นั่งไม่สามารถแก้ไขได้อย่างครบถ้วน ทุกครั้งของการสอบเข้ามหาวิทยาลัยจะมีปัญหานี้อยู่แล้ว แต่ระบบ TCAS รอบ 3 ที่ดำเนินการนี้ จะสามารถป้องกันการกั๊กที่นั่งได้ถึงร้อยละ 70-90 ส่วนที่นักเรียนกังวลว่าเคลียริ่งเฮาส์รอบ 3/2 จะเป็นกั๊กที่นั่งเช่นเดิมนั้น เชื่อว่าทำให้การกั๊กที่นั้นลดน้อยลง เพราะนักเรียนที่สอบติดกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท.) ซึ่งมีประมาณ 2,000 กว่าคน ได้มีการยืนยันสิทธิ์ไปแล้ว ดังนั้น การกั๊กที่จากเด็กกลุ่มนี้จะไม่เกิดขึ้น ส่วนกรณีที่มีการเสนอให้ TCAS รอบ 3 มีการจัดลำดับในการเลือกนั้น ทปอ.ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากเป็นการรับตรงของแต่ละมหาวิทยาลัย ที่มีเกณฑ์ในการคัดเลือกแตกต่างกัน ทปอ.ทำหน้าที่เป็นเพียงหน่วยงานกลาง แต่ในส่วนรอบ 4 แอดมิชชั่น ทปอ.สามารถจัดลำดับได้ เพราะมีเกณฑ์กลางในการคัดเลือกเด็ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขณะนี้สิ่งที่ผมเป็นห่วง ไม่ใช่ปัญหาเรื่องการกั๊กที่ แต่เป็นประเด็นที่เด็กกลุ่มได้คะแนนสูงเลือกทั้งคณะแพทย์ในส่วนของกสพท. และยังไปเลือกคณะนิเทศศาสตร์ด้วย &amp;nbsp;ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเด็กไม่มีความชัดเจนในเป้าหมายการเรียนและชีวิต ถือเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงมากเพราะเท่ากับเด็กไม่รู้จักตนเอง อาจจะส่งผลต่อการเรียนในอนาคต อีกทั้งสะท้อนให้เห็นว่าเด็กไม่สนใจเรียนในสาขาที่เป็นความต้องการของประเทศ แต่มองว่าตัวเองคะแนนสูงจะเรียนในสาขาใดก็ได้ ดังนั้น ผมคิดว่าการที่จะมาคิดว่าการกั๊กที่เป็นเรื่องน่ากลัว เราควรจะกลัวอนาคตของประเทศก่อนดีหรือไม่หากเด็กเลือกมหาวิทยาลัยจากคะแนนสูงอย่างเดียว&amp;rdquo;นายประเสริฐ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประเสริฐ กล่าวต่ออีกว่า สำหรับประเด็นที่สังคมมองว่าการสมัครสอบเข้ามหาวิทยาลัยเป็นรายได้ของมหาวิทยาลัยเพราะต้องเสียค่าสมัครนั้น ที่ผ่านมามหาวิทยาลัยอาจจะมีรายได้จากการสมัครจริง เนื่องจากระบบการรับตรงอิสระมหาวิทยาลัยจะเป็นผู้จัดสอบ กำหนดค่าสมัคร และเกณฑ์ต่างๆ เป็นไปตามมหาวิทยาลัยแต่ละแห่ง ซึ่งทำให้เด็กวิ่งรอบสอบและต้องเสียค่าสมัครจำนวนมาก รวมถึงบางคนต้องเสียค่าเดินทาง ค่าที่พัก หรือบางมหาวิทยาลัยต้องเสียค่าเล่าเรียนเพื่อจองมหาวิทยาลัยไว้ และบางคนสามารถสมัครได้ถึง 10 มหาวิทยาลัย แต่ในระบบทีแคสรอบ 3 นี้ เป็นการแก้ปัญหาวิ่งรอกสอบและลดค่าใช้จ่ายผู้ปกครอง ซึ่งนักเรียนจะเสียค่าสมัครตามที่นักเรียนเป็นคนเลือกเท่านั้น ซึ่งหากเลือก 4 อันดับ จะเสียค่าสมัครมากสุดเพียง 900 บาท ทั้งนี้สำหรับกลุ่มเด็กที่ได้รับผลกระทบจากระบบ TCAS รอบ 3 นี้ ตนก็พร้อมที่จะขอโทษและนำปัญหาต่างๆ ไปดำเนินการแก้ไขในครั้งต่อไป ส่วนกรณีที่จะมีการชุมนุมที่ สกอ. นั้น ก็สามารถมาได้ แต่ทาง ทปอ.ได้แก้ไขปัญหาแล้ว ถ้าจะมาก็ต้องพูดคุยกันด้วยเหตุผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10342</URL_LINK>
                <HASHTAG>TCAS3, TCAS3/2, กํ๊กที่นั่งมหาวิทยาลัย, ประเสริฐ คันธมานนท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180530/image_big_5b0e9ff358aeb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
