<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116692</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2021 17:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2021 17:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประเสริฐ&#039; ลาออกรองเลขาฯ สกสค. ปัญหาสุขภาพ  &#039;ธนพร&#039; ยันไร้ความขัดแย้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;quot;ประเสริฐ&amp;quot; ขอลา ตำแหน่ง รองเลขาฯ สกสค. โดยปัญหาสุขภาพ ด้าน &amp;quot;ธนพร&amp;quot; ยัน ไร้ความขัดแย้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14ก.ย.64- นายธนพร สมศรี เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) กล่าวว่า นายประเสริฐ บุญเรือง รองเลขาฯ สกสค. ได้ยื่นหนังสือลาออกจากจากรองเลขาธิฯ สกสค.กับตน โดยให้เหตุผลมีปัญหาด้านสุขภาพจึงขอลาออกไปรักษาตัว และดูแลสุขภาพตามที่แพทย์มีความเห็น ซึ่งที่ผ่านมานายประเสริฐ ได้มาพบตนเพื่อขอลาออกแล้วหลายครั้ง แต่ตนก็ได้ขอร้องให้อยู่ช่วยสะสางงานไปก่อน แต่ครั้งนี้นายประเสริฐยืนยันกับตนว่าต้องออกไปดูแลสุขภาพเป็นจริงเป็นจังแล้ว เพื่อไม่ให้สุขภาพย่ำแย่ไปกว่านี้ ตนพิจารณาแล้วเห็นว่าเมื่อนายประเสริฐยืนยันมาขนาดนี้ตนก็คงไม่กล้าที่จะยื้อเพื่อให้อยู่ช่วยงานต่อไปได้อีก ต้องเคารพการตัดสินใจของนายประเสริฐ ดังนั้นตนจึงเห็นชอบในหนังสือลาออกดังกล่าว โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 15 กันยายนเป็นต้นไป ส่วนการแต่งตั้งบุคคลใหม่ขึ้นมาแทนตำแหน่งรองเลขาฯ สกสค.ที่ว่างลงนั้นคงต้องรอไปอีกซักระยะหนึ่ง และระหว่างนี้อาจจะต้องมีการปรับเนื้องานของรองเลขาฯ สกสค.ที่เหลืออยู่เพื่อให้เกิดความเหมาะสม โดยรองเลขาฯ สกสค.ทุกคนสามารถสลับหน้าที่การทำงานกันได้ทุกคนอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวลือกันว่าสาเหตุที่นายประเสริฐลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากเกิดความขัดแย้งกับเลขาฯ สกสค.นั้น นายธนพร กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง ตนกับนายประเสริฐไม่เคยมีความขัดแย้งใดๆ ตนเคารพรักนายประเสริฐ วันแรกเป็นอย่างไรวันนี้ก็ยังเป็นเช่นนั้นไม่มีเปลี่ยน เรื่องนี้ไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลังแต่เป็นเรื่องของสุขภาพที่นายประเสริฐ ต้องการลาออกไปรักษาตัวเอง เพราะที่ผ่านมานายประเสริฐ ได้ทุ่มเททำงานหนักมาทั้งชีวิต จนไม่มีเวลาได้พักผ่อน ยืนยันเรื่องนี้ไม่มีความขัดแย้งและไม่มีเรื่องการเมืองใด ๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง เนื่องจากตนเองก็ลาออกจากพรรคพลังประชารัฐมานานแล้ว จึงไม่เข้าใจเหตุผลของคนที่ปล่อยข่าวนี้ว่าต้องการหวังผลอะไรกันแน่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายประเสริฐ กล่าวว่า ตนได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งรองเลขาฯ สกสค.จริง และอยู่ระหว่างการเก็บของที่ห้องทำงาน ทั้งนี้ สาเหตุที่ตนยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากมีปัญหาด้านสุขภาพ ปวดตามข้อมาระยะหนึ่งแล้ว ล่าสุดแพทย์ตรวจพบมีปัญหาเกี่ยวกับไต จึงแนะนำให้ตนพักร่างกาย และรักษาสุขภาพตามที่แพทย์สั่ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116692</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สกสค., ธนพร สมศรี, ประเสริฐ บุญเรือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210914/image_big_61407588a1b62.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82580</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/11/2020 17:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/11/2020 17:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ประเสริฐ&quot; ยันสรรหา ผอ.สกสค.จังหวัด ไม่มีการเรียกรับเงินแน่นอน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
3พ.ย.63-นายประเสริฐ บุญเรือง รองเลขาธิการสำนักงานส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (รองเลขาฯ สกสค.) กล่าวว่า ตามที่สำนักงาน สกสค.ได้เปิดรับสมัครบุคคลเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นผู้อำนวยการสำนักงาน สกสค.จังหวัดที่ว่างอยู่ จำนวน 64 จังหวัด ระหว่างวันที่ 28 ตุลาคม-5 พฤศจิกายน 2563 เนื่องจากผู้อำนวยการที่ดำรงตำแหน่งครบวาระการดำรงตำแหน่งนั้น ขณะนี้มีกระแสข่าวแอบอ้างว่ามีผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานสกสค.ไปเรียกรับผลประโยชน์เพื่อแลกกับตำแหน่งดังกล่าว ซึ่งตนในฐานะรองเลขาฯ สกสค.ที่กำกับดูแลงานบริหารงานบุคคล จึงขอยืนยันว่าการสรรหาผู้อำนวยการ สกสค.จังหวัดครั้งนี้ ไม่มีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องอย่างแน่นอน เรื่องนี้ถือเป็นนโยบายที่สำคัญของนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ที่ต้องการให้สรรหา ผอ.สกสค.จังหวัด ต้องทำด้วยความโปร่งใส ได้คนที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาช่วยขับเคลื่อนงานสวัสดิการและสวัสดิภาพให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษา และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับ สกสค.&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;ldquo;สำหรับผมนั้นในชีวิตนี้ไม่เคยรับเงิน หรือผลประโยชน์ใดๆจากการซื้อขายตำแหน่ง ดังนั้นการสรรหาผอ.สกสค.จังหวัดในครั้งนี้ทุกอย่างจะเป็นไปด้วยความโปร่งใส ตรงไปตรงมา และขอให้เชื่อมั่นทีมผู้บริหาร สกสค.ทุกคน ที่ผ่านมาจะเป็นอย่างไรไม่รู้ แต่ยุคนี้จะต้องไม่มีเรื่องซื้อขายเก้าอี้ หรือเรียกรับผลประโยชน์เกิดขึ้นอย่างเด็ดขาดและฝากเตือนผู้ที่จะสมัครเข้ารับการคัดเลือกในครั้งนี้อย่าได้หลงเชื่อพวกที่ไปแอบอ้าง ทั้งนี้หากใครมีข้อมูลการซื้อขายตำแหน่งดังกล่าวขอให้แจ้งเบาะแสมายังผมได้ที่เบอร์โทร.087-8789933 หรือที่นายธนพร สมศรี เลขาธิการสกสค.ได้โดยตรง ซึ่งจะมีการดำเนินการกับผู้ที่แอบอ้าง ตกเบ็ดเรียกรับผลปรโยชน์ให้ถึงที่สุด&amp;rdquo; รองเลขาฯ สกสค. กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82580</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สกสค., ประเสริฐ บุญเรือง, ผอ.สกสค.จังหวัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200302/image_big_5e5cbb6147739.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70412</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/07/2020 15:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/07/2020 15:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศธ.ลั่นไม่ยุบองค์การค้าฯ แต่จะฟื้นฟูองค์กร ใช้พนักงานดำเนินการเพียงแค่124คน ทำธุรกิจล้างหนี้ขาดทุนสะสมต่อไป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
3ก.ค.63-นายประเสริฐ บุญเรือง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) ในฐานะโฆษกกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารองค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครู และบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) วาระพิเศษ ว่า ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบแนวทางในการเบิกจ่ายค่าชดเชยบางส่วนให้กับพนักงานองค์การค้าที่ถูกเลิกจ้างจำนวน 961 คน เป็นจำนวนเงินคนละ 100,000 บาท โดยเจ้าหน้าที่ต้องลงนามในบันทึกการรับเงินเยียวยาจากการเลิกจ้างเป็นพนักงานองค์การค้าของ สกสค .ได้ตั้งแต่วันนี้ (3 ก.ค.2563) เป็นต้นไป โดยไม่ต้องรอเบิกจ่ายในเดือน กรกฎาคม ตามวงรอบบัญชีเงินเดือน ซึ่งถ้าไม่เซ็นเอกสารดังกล่าวก็จะเสียสิทธิ์ในการรับเงินเยียวยาเร่งด่วนทันที แต่สามารถรับเงินจำนวนดังกล่าวในรอบชดเชยเดือนกรกฎาคมนี้ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เห็นว่าควรที่จะเยี่ยวยาคนกลุ่มนี้ในเบื้องต้นทันที เพื่อที่จะได้ใช้เงินจำนวนนี้ในการต่อยอด อีกทั้งช่วงนี้ก็เป็นช่วงของการเปิดภาคเรียนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในการดำเนินการครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการยุบองค์การค้าของสกสค. แต่เป็นการฟื้นฟูองค์กร ให้มีรายจ่ายน้อยกว่ารายได้ เนื่องจาก 18ปีที่ผ่านมา องค์การค้ามีผลขาดทุนสะสมมากกว่า 6.7 พันล้านบาท และหากไม่ดำเนินการในลักษณะนี้ก็จะทำให้องค์การค้าของ สกสค. ขาดทุนสะสมเพิ่มไปกว่าหมื่นล้านบาท เพราะผลกำไรมีไม่เท่ารายจ่าย และถึงแม้ว่าองค์การค้าของ สกสค.จะได้กำไรจากการจัดพิมพ์หนังสือ 35 ล้านเล่มในปีที่ผ่านมา แต่กำไรก็ยังต่ำกว่าเงินเดือนที่จะต้องเสียประมาณ 40 ล้านบาทต่อเดือน&amp;rdquo; ปลัด ศธ. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า สำหรับการจ่ายค่าชดเชยจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท เต็มจำนวนตามกฎหมายกำหนด โดยใช้เงื่อนไขอายุการทำงานและเงินเดือนล่าสุดเป็นเกณฑ์ในการพิจารณา โดยกลุ่มเจ้าหน้าที่ที่มีอายุงานมากกว่า 20 ปี ขึ้นไป จะได้รับเงินชดเชยรวม 400 วัน หรือประมาณ 13 เดือน และกลุ่มเจ้าหน้าที่ที่มีอายุงานต่ำกว่า 20 ปี จะได้รับเงินชดเชย 300 วัน หรือประมาณ 10 เดือน &amp;nbsp;รวมถึงจะได้เงินบำเหน็จรวม 4 ล้านบาทเศษ โดยผู้ที่ได้รับต่ำสุดจะได้รับไม่น้อยกว่า 5 แสนบาท ซึ่งการชดเชยโดยรวมในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่องค์การค้าฯ จะได้รับมากกว่าพนักงานบริษัทเอกชนทั่วไปที่มีการเลิกจ้าง &amp;nbsp;นอกจากนั้นจะได้เงินในส่วนของค่าขยันในการมาทำงานในช่วงพักร้อนอีกด้วย ดังนั้น พนักงานองค์การค้าของสกสค.ที่ถูกเลิกจ้างทั้ง 961 คน จะได้รับทั้งเงินชดเชยตามกฎหมาย เงินบำเหน็จ และเงินค่าขยันร่วมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายธนพร สมศรี รองเลขาธิการคณะกรรมการ สกสค.ในฐานะโฆษก สกสค. กล่าวว่า เนื่องจากขณะนี้มีกระแสการบิดเบือนข้อมูลเรื่องการเซ็นเอกสารเพื่อขอรับเงินเยียวยาเร่งด่วน ว่าถ้าหากมีการเซ็นแล้วจะไม่สามารถดำเนินการฟ้องร้องสกสค.ได้ ซึ่งเรื่องดังกล่าวเป็นข้อมูลเท็จ เพราะบันทึกการรับเงินฉบับนี้ ระบุไว้ตอนหนึ่งว่า เงินช่วยเหลือเยียวดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของค่าชดเชยบางส่วนที่จะได้รับรวมทั้งเงินเดือน หรือเงินบำเหน็จ หรือเงินอื่นใดที่มีสิทธิ์ได้รับจากองค์การค้าของ สกสค. ซึ่งองค์การค้าของ สกสค.สามารถนำเงินดังกล่าวไปหักกลบหนี้กับค่าชดเชย และเงินอื่นใดที่ข้าพเจ้า พึงจะได้รับ และในหนังสือดังกล่าวจะไม่มีการระบุว่าเสียสิทธิในการฟ้องร้องทางกฎหมาย ดังนั้น หากพนักงานเซ็นเอกสารดังกล่าว ก็ไม่เสียสิทธิ หากจะดำเนินการฟ้องร้องตามกฎหมายในภายหลัง &amp;nbsp;และที่ให้เซ็นเพื่อเป็นการหักกลบหนี้เท่านั้น ทั้งนี้ หากพนักงานคนใดต้องการรับเงินเยียวยาในส่วนนี้สามารถติดต่อไปยังฝ่ายบุคคลได้ทันที สำหรับพนักงานที่ถูกเลิกจ้าง 961 รายนั้น มีอายุงานโดยเฉลี่ย 25 ปี 5 เดือน และมีเงินเดือนโดยเฉลี่ยเดือนละ 31,287 บาท ซึ่งการพิจารณาค่าชดเชยครั้งนี้ ทาง สกสค. ต้องใช้เม็ดเงินกว่า 423 ล้านบาทเศษ และเมื่อรวมกับค่าบำเหน็จของเจ้าหน้าที่จำนวน 861 ล้านบาทเศษแล้ว ต้องใช้จำนวนเงินโดยรวมทั้งสิ้นไม่น้อยกว่า 1,285 ล้านบาท และยังคงสิทธิในการพิจารณาค่าการทำงานในวันพักร้อน ซึ่งอยู่ระหว่างการคิดคำนวณเพิ่มเติมอีกด้วย ซึ่งทางองค์การค้าของ สกสค. ต้องกู้ยืมเพื่อมาดำเนินการในการจ่ายค่าชดเชยครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การเลิกจ้างพนักงานครั้งนี้ ผมขอยืนยันว่าสาเหตุหลักเกิดจากขาดสภาพคล่องและการเป็นหนี้สะสมจากองค์การค้า ไม่ใช่มาจากเรื่องทุจริต ซึ่งหากคนใดมีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องการทุจริตขององค์การค้าของสกสค. ผมยินดีที่จะรับข้อมูลทั้งหมด&amp;rdquo;นายธนพร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสมบูรณ์ &amp;nbsp;ม่วงกล่ำ คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า เรื่องมูลเหตุขาดทุนขององค์การค้าของสกสค. 18 ปีนี้ เนื่องจากก่อนหน้านี้องค์การค้าของ สกสค.เป็นองค์กรผูกขาดในการจัดพิมพ์หนังสือเรียน และอื่นๆ ซึ่งทำให้ผลประกอบการดีมาตลอด จนกระทั่งมี พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ที่กำหนดให้การจัดพิมพ์หนังสือดำเนินการได้อย่างเสรี ส่งผลให้เอกชนเข้ามาร่วมการแข่งขัน ขณะเดียวกันศักยภาพขององค์การค้าของ สกสค.เอง ก็ไม่สามารถสู้เอกชนได้ ทั้งในด้านนวัตกรรมในการพิมพ์ เครื่องจักร และอื่นๆ &amp;nbsp;ทำให้องค์การค้าของสกสค.ขาดทุนมาตลอด แต่ที่พนักงานองค์การค้าของ สกสค.ไม่ได้รับผลกระทบ ได้รับเงินเดือนอย่างต่อเนื่อง เพราะเมื่อองค์การค้าของ สกสค.ขาดสภาพคล่องก็ไปกู้ยืมเงินจาก สกสค.ซึ่งเป็นองค์กรแม่ ทำให้ขณะนี้องค์การค้าของ สกสค.เป็นหนี้ สกสค.รวมแล้วประมาณ 3,400 ล้านบาท โดยในประเด็นดังกล่าว ทำให้สกสค.ถูกสมาชิกยื่นคำร้องสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) เพื่อขอตรวจสอบการใช้เงิน ดังนั้น สกสค.จึงต้องหาทางออกในเรื่องดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมบูรณ์ กล่าวต่อว่า สำหรับแนวทางเลือกในการบริหารงานองค์การค้า 3 แนวทาง คือ 1.การหยุดกิจการ 2.ดำเนินกิจการเช่นเดิมต่อไป และ 3.การปรับองค์กรด้วยลดจำนวนพนักงาน ซึ่งในแนวทางแรก การหยุดกิจการ ทำให้สกสค.จะสูญเงินทันที 5,000 ล้านบาท เพราะหนี้ที่ สกสค.ในฐานะนิติบุคคลขององค์การค้าของ สกสค. ยังคงต้องรับผิดชอบในหนี้ 6,700 ล้านบาททั้งหมด &amp;nbsp;แต่จากมูลค่าทรัพย์สินขององค์การค้าของ สกสค. เช่น ที่ดิน เป็นต้น ได้เพียง 3,000 กว่าล้านบาท ส่วนแนวทางที่สอง หากยังคงเดินหน้ากิจการต่อไปก็จะเป็นการเพิ่มหนี้สูงถึงหมื่นล้านบาทในระยะเวลาอันใกล้ นั่นหมายความว่า สกสค.ในฐานะหน่วยงานต้นสังกัด และมีครูทั่วประเทศที่นำเงินมาฝากไว้ จะได้รับผลกระทบจากยอดหนี้ที่สูงมากขึ้น ดังนั้น แนวทางที่ 3 การปรับองค์กรด้วยการลดจำนวนพนักงาน จึงเหมาะสมที่สุดเพื่อให้องค์กรยังคงอยู่ และคัดสรรบุคคล คิดแผนกลยุทธ์ ปรับทิศทางการดำเนินงาน ให้สามารถดำเนินกิจการ และสามารถแข่งขันในตลาดได้ต่อไป ทั้งนี้ส่วนกรณีที่เจ้าหน้าที่องค์การค้าของ สกสค.ไม่ได้เงินเดือนในเดือนมิถุนายนนั้น เนื่องจากคณะกรรมการบริหารองค์การค้าของ สกสค. เห็นว่าควรจะรับเงินชดเชยรายเดือนในสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 จากกองทุนประกันสังคม แต่ในเดือนเม.ย.-พ.ค.ซึ่งเกิดโควิด-19 แต่พนักงานได้รับเงินเดือน เพราะองค์การค้าของสกสค.มีมติที่จะจ่ายเงินให้พนักงานเอง จำนวนร้อยละ 75&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีการเลิกจ้างพนักงานและมีการเกษียณอายุของพนักงาน จะส่งกระทบให้การผลิตหนังสือเรียนในปีการศึกษา 2564 หรือไม่นั้น นายสมบูรณ์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าว เป็นหน้าที่ของผอ.องค์การค้าของ สกสค.คนใหม่ ที่ต้องนำเสนอแผนงาน การบริหารจัดการองค์การค้าของ สกสค. แต่เท่าที่มีการประเมินเบื้องต้น คาดว่าจะใช้คนบริหารจัดการกระบวนการจัดพิมพ์หนังสือ 124 คน โดยในจำนวนดังกล่าวจะมีการเปิดรับหรือไม่ ขึ้นอยู่กับแผนการดำเนินงานของผอ.คนใหม่ &amp;nbsp;ซึ่งการจ้างพนักงานหลังจากนี้คงต้องปรับเงินเดือน สวัสดิการใหม่ให้เหมาะสมกับสถานะขององค์การค้าของสกสค.ในขณะนี้ด้วย อย่างไรก็ตาม การเปิดรับพนักงานขององค์การค้าของสกสค.หลังจากนี้ ไม่ได้สนใจว่าจะเป็นใครทุกคนมีสิทธิ์สมัครได้ แต่ต้องยอมรับสวัสดิการ เงื่อนไขต่างๆ ตามกติกาใหม่ทั้งหมดขององค์การค้าของ สกสค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การดำเนินการเลิกจ้างพนักงานในครั้งนี้ เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมายทั้งหมด รวมถึงคำสั่งดังกล่าว ซึ่งถือว่ามีการประกาศล่วงหน้า 30 วันตามกฎหมาย ดังนั้น หากสหภาพแรงงานองค์กรคุรุสภาจะไปฟ้องร้องก็สามารถดำเนินการได้ตามสิทธิ์ แต่หากศาลมีคำสั่งคุ้มครองกลุ่มคนที่ฟ้องก็จะยังคงไม่ได้เงินชดเชย เงินบำเหน็จและเงินค่าขยัน แต่จะได้เป็นเพียงเงินเดือนในแต่ละเดือนแทน&amp;rdquo;นายสมบูรณ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70412</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ศธ., ประเสริฐ บุญเรือง, ยุบองค์การค้าฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200703/image_big_5efee5c59dfd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70155</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2020 16:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2020 16:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เยียวยา พนง.องค์การค้าฯ ได้คนละ1-2แสนบาทก่อน  จ่ายครบภายใน 1ส.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

30มิ.ย.63-นายประเสริฐ บุญเรือง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) กล่าวว่า ตนขอยืนยันว่าพนักงานองค์การค้า สกสค. ทุกคนจะได้รับการเยียวยาตามกฎหมายแรงงานอย่างแน่นอน ซึ่ง นายณัฏฐพล &amp;nbsp;ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เข้าใจถึงความเดือดร้อนของพนักงานและเจ้าหน้าที่ทุกคน จึงขอให้มีการประชุมคณะกรรมการบริหารองค์การค้าของ สกสค.วาระพิเศษ ในวันที่ 3 กรกฎาคมนี้ เพื่อขออนุมัติงบประมาณสำรองจ่ายเงินชดเชยให้กับผู้ที่ถูกเลิกจ้างก่อน 1-2 แสนบาทต่อคน และจะได้ครบถ้วนทั้งหมดในวันที่ 1 สิงหาคม ที่ถือว่าเป็นวันสิ้นสุดสัญญาจ้างตามประกาศดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายนิวัตชัย แต่งไพร ประธานสหภาพแรงงานองค์การค้าของคุรุสภา กล่าวว่า ขณะนี้สหภาพฯ อยู่ระหว่างการศึกษา คำสั่งเลิกจ้างดังกล่าวที่มีการประกาศออกมานั้น ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และมีความเป็นธรรมต่อเจ้าหน้าที่พนักงานหรือไม่ โดยสหภาพฯ จะรวบรวมรายละเอียดต่างๆ ไปร้องต่อศาลปกครอง และ ศาลแรงงาน ว่า คำสั่งนี้ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ อย่างไร รวมถึงเจ้าหน้าที่และพนักงานได้รับความเป็นธรรมหรือไม่ เพราะขณะนี้เจ้าหน้าที่องค์การค้าของ สกสค. อยู่ในอาการเสียขวัญและกำลังใจมาก เนื่องจากไม่คิดว่าจะมีคำสั่งในลักษณะนี้ออกมา อีกทั้งตนมองหนี้สิ้นขององค์การค้าของ สกสค.ที่เกิดขึ้น มาจากการบริหารงานที่ผิดพลาดจนทำให้องค์การค้าของ สกสค. ตกอยู่ในสภาวะดังกล่าว ทั้งนี้ทีมผู้บริหารองค์การค้าของ สกสค.ที่ผ่านมา ก็มาจากที่ ศธ. และรัฐบาลเป็นผู้มอบหมายให้เข้ามาบริหาร แต่กลับกลายเป็นว่าพนักงานกับต้องมาเป็นเหยื่อของการบริหารที่ผิดพลาด อย่างไรก็ตาม ในเร็ววันนี้ตนจะรวบรวมข้อมูล เพื่อขอความเป็นธรรมจากศาลต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70155</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประเสริฐ บุญเรือง, ปลดพนักงานองค์การค้า, องค์การค้า สกสค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200302/image_big_5e5cbb6147739.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65837</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2020 17:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2020 17:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งสอบ ผอ.รร.ดงมอนฯ &quot; ปล่อยครู ข่มขืนนร./ครูตั้น&quot; เสียใจกับเหตุการณ์ ยันต้องทบทวนจรรยาบรรณคนมาเป็นครู /</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13พ.ค.63- นายประเสริฐ บุญเรือง ปลัด ศธ. ในฐานะโฆษก ศธ. กล่าวว่า นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ &amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.)มีความเป็นห่วงกรณีเด็กนักเรียนหญิงชั้นม.2 &amp;nbsp;รร.ดงมอนวิทยาคม โดนครูชาย 5คนข่มขืน ที่เกิดขึ้นดังกล่าวเป็นอย่างมาก และได้สั่งการมายังตนให้ติดตามดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และตนยืนยันว่าคดีนี้จะไม่ใช่มวยล้มต้มคนดูแน่นอน เพราะล่าสุดตนได้รับรายงานจากศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) มุกดาหารว่ามีหลักฐานที่ชัดเจนในการเอาผิด 5 ครูที่ถูกกล่าวหา โดยครูบางคนได้รับสารภาพว่า ได้มีการจ่ายเงินให้กับเด็กจริง รวมทั้ง มีหลักฐานอื่นประกอบด้วย โดยคาดว่าคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง จะสามารถสรุปผลการสอบสวนได้ในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งหากผลสรุปว่ามีความผิด แน่นอนว่ามีโทษถึงขั้นไล่ออกจากราชการอย่างแน่นอน นอกจากนี้ตนยังได้สั่งการไปยัง ศธจ.มุกดาหาร ให้มีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงผู้อำนวยการโรงเรียนดงมอนวิทยาคม จังหวัดมุกดาหาร ว่ามีพฤติกรรมบกพร่องต่อหน้าที่หรือไม่ &amp;nbsp;หรือรู้เห็นเป็นใจปล่อยให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นภายในโรงเรียนนับปี โดยให้เร่งดำเนินการสืบสวนฯให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพราะเป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจ และหากผลพบว่าบกพร่องต่อหน้าที่ก็ต้องพิจารณาโทษ และย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ที่อื่น เพื่อความสบายใจของนักเรียน ผู้ปกครอง และคนในสังคมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า กรณีที่มีเพื่อนครูบางคนได้โพสต์ข้อความผ่านสังคมออนไลน์เพื่อให้กำลังใจครูที่ถูกกล่าวหาทั้ง 5 คน ทั้งยังแสดงความเห็นตำหนิเด็กนักเรียนนั้น ตนเข้าใจความรู้สึกของคนที่เป็นเพื่อนครู แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องรับฟังเสียงของสังคมด้วย เรื่องการให้กำลังใจกันเป็นเรื่องไม่ผิดแต่ก็ควรทำเป็นการส่วนตัว ไม่ใช่นำมาเผยแพร่ผ่านสังคมออนไลน์ หรือมากล่าวตำหนิใครเช่นนี้ อย่างไรก็ตามทราบว่าขณะนี้ทางต้นสังกัดได้ตักเตือนเพื่อนครูรายดังกล่าวแล้ว
ด้านนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศธ. กล่าวว่าศธ. เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จะมีการทบทวนการเข้ามาเป็นครู ต้องได้คนดี มีคุณธรรม และจรรยาบรรณของความเป็นครูอย่างแท้จริง พร้อมทั้งจะเข้มงวดเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นมาอีก ที่ผ่านมาอาจจะละเลยในหลายๆ เรื่องจนนำมาสู่ปัญหาที่ไม่คาดคิด แต่ต่อจากนี้ ศธ.จะต้องไม่ปล่อยให้เกิดขึ้นอีก ผู้บริหารสถานศึกษาต้องช่วยกันดูแล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ ศธ.ตั้งศูนย์คุ้มครองช่วยเหลือนักเรียน นักศึกษาที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ (ศคพ.) แล้ว ศูนย์ดังกล่าวจะเข้ามาช่วยดูแลนักเรียนอย่างเต็มที่ จึงขอให้นักเรียนและผู้ปกครองสบายใจได้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65837</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครูข่มขืนเด็กนักเรียน, จังหวัดมุกดาหาร, ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, ประเสริฐ บุญเรือง, รร.ดงมอนวิทยาคม, อำนาจ วิชยานุวัติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191213/image_big_5df352328750a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65834</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2020 16:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2020 16:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เคาะปฏิทินสอบครูผู้ช่วย 29-30 ส.ค.นี้ ตำแหน่งว่างกว่า 2 หมื่นอัตรา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13พ.ค.63-ที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) - นายประเสริฐ บุญเรือง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) พร้อมด้วย นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) และ นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (เลขาฯ ก.ค.ศ.) แถลงข่าวการบริหารงานบุคคลของการสรรหาข้าราชการสังกัดสพฐ.ปี 2563 โดยนายประเสริฐ กล่าวว่า ตนต้องการสร้างความเข้าใจให้แก่ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) และผู้บริหารโรงเรียนให้รับทราบถึงการสรรหาข้าราชการในตำแหน่งว่าง เนื่องจากปีนี้มีตำแหน่งว่างเป็นจำนวนมาก และอาจมีการวิ่งรอกสอบเกิดขึ้น ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องเตรียมความพร้อม เพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว ซึ่งในตำแหน่งว่างต่างๆนั้นจะมีการจัดสอบในเร็วๆนี้ &amp;nbsp;ซึ่งหวังว่าการจัดสอบข้าราชการสังกัดสพฐ.ในตำแหน่งว่างที่คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) เป็นผู้จัดสอบจะดำเนินการอย่างโปร่งใสและไม่มีเรื่องทุจริตเกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายอัมพร กล่าวว่า &amp;nbsp;ขณะนี้ สพฐ.มีอัตราว่างอยู่ 10 กลุ่มที่จะต้องสรรหา ได้แก่ รองผู้อำนวยการสถานศึกษา ครูผู้ช่วยกรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ ครูผู้ช่วย กรณีสอบแข่งขันบุคคลทั่วไป ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา บุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค.(2) ตำแหน่งประเภททั่วไประดับปฎิบัติงาน กรณีที่มี่ความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ บุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค.(2) ตำแหน่งประเภททั่วไป เป็นประเภทวิชาการระดับปฏิบัติการ บุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค.(2) ตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงานและตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ ศึกษานิเทศก์ และข้าราชการพลเรือนสามัญ ดังนั้น ก.ค.ศ.ในฐานะหน่วยงานที่มีภารกิจหลัก คือ ออกหลักเกณฑ์กติกาในการที่ได้มาบุคลากรและพัฒนาบุคลกรในระบบ ได้ทำงานร่วมกับหน่วยปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง ปรับหลักเกณฑ์บางตำแหน่ง เช่น การสรรหาผอ.และรองผอ.เขตพื้นที่จากเดิมมีการประเมินรอบด้าน 360 องศาปรับใหม่เป็นเพิ่มการให้คะแนนประวัติและผลงานแทน พร้อมทั้งให้มีการขึ้นบัญชีไว้เป็นเวลา 2 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอัมพร กล่าวต่อว่า สำหรับหลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูและบุคลากร างการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย ในปีนี้มีการปรับปรุงข้อสอบภาค ก จะมีเนื้อหาข้อสอบเหมือนกับข้อสอบของสำนักงานข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ส่วนภาค ข จะมีการสอบวิชาเอกและวิชาจริยธรรมความเป็นครู ซึ่งข้อสอบทั้งสองภาคนี้ สพฐ.จะเป็นผู้ออกข้อสอบเอง โดยมี กศจ.เป็นผู้จัดสอบ และภาค ค กำหนดให้ผู้เข้าสอบคนละ 40 นาที่กำหนดให้ทำ 3 กิจกรรม ได้แก่สอบสัมภาษณ์ ตรวจประเมินแฟ้มสะสมผลงาน และประเมินสาธิตการสอน ซึ่งวิธีการนี้จะทำให้เชื่อมั่นได้ว่าจะไม่มีการช่วยเหลือกัน เนื่องจากมีการบันทึกการประเมินในรูปแบบวิดีโอเกิดขึ้น ดังนั้นหากมีข้อร้องเรียนเกิดขึ้นสามารถตรวจสอบได้จากการบันทึกดังกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ด้านนายอำนาจ กล่าวว่า สำหรับครูผู้ช่วยกรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ จะจัดสอบในวันที่ 11 กรกฎาคม โดยมีตำแหน่งว่างในปี 2562 จำนวน 4,428 คน ปี 2563 มีตำแหน่งว่าง จำนวน 3,868 คน รวม 8,296 คน ส่วนครูผู้ช่วยกรณีสอบแข่งขันบุคคลทั่วไป กำหนดจัดสอบระหว่างวันที่ 29-30 สิงหาคม โดยในปี 2562 มีตำแหน่งว่าง จำนวน 10,438 คน ปี 2563 มีตำแหน่งว่าง จำนวน 11,198 คน รวม 21,636 คน ทั้งนี้ในส่วนการออกข้อสอบที่ส่วนกลาง คือ สพฐ.เป็นผู้ออกข้อสอบเองนั้นมีความมั่นใจว่าจะไม่มีข้อสอบรั่วเหมือนอดีตที่ผ่านมาอย่างแน่นอน โดยขณะนี้ สพฐ.ได้ตั้งคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกการออกข้อสอบครูผู้ช่วย มี นางวัฒนาพร ระงับทุกข์ รองเลขาฯ กพฐ. เป็นประธาน ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปการออกข้อสอบภายในเดือนพฤษภาคมนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65834</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประเสริฐ บุญเรือง, สอบครูผู้ช่วย, อัมพร พินะสา, อำนาจ วิชยานุวัติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200130/image_big_5e32b069a4932.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65015</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2020 12:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2020 12:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผยที่มาศธ.ออกระเบียบนักเรียนไว้ผมยาวได้ เพราะมีข้อขัดแย้งเรื่องทรงผมเด็กระหว่าง&quot;รร.-ผู้ปกครอง&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
เผยที่มาศธ.ระเบียบย้ำทรงผมนักเรียนไว้ผมยาวได้ เพราะมีข้อขัดแย้งผู้ปกครอง-โรงเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;


4พ.ค.63-นายประเสริฐ บุญเรือง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ออกระเบียบ ศธ. ว่า ด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียน พ.ศ.2563 ว่า ระเบียบดังกล่าวออกมา เพื่อเป็นหลักเกณฑ์กลางให้โรงเรียนปฏิบัติตาม โดยข้อที่กำหนดให้นักเรียนต้องปฏิบัติตนเกี่ยวกับการไว้ทรงผม ที่กำหนดให้นักเรียนชายจะไว้ผมสั้นหรือผมยาวก็ได้ กรณีไว้ผมยาวด้านข้าง ด้านหลังต้องยาว ไม่เลยตีนผม ด้านหน้าและกลางศีรษะให้เป็นไปตามความเหมาะสมและมีความเรียบร้อย &amp;nbsp;ส่วนนักเรียนหญิงจะไว้ผมสั้นหรือผมยาวก็ได้ กรณีไว้ผมยาวให้เป็นไปตามความเหมาะสม และรวบให้เรียบร้อย มีการกำหนดไว้เดิมอยู่แล้ว แต่ระเบียบ ศธ.ฉบับนี้ได้เพิ่มในส่วนของข้อห้ามปฏิบัติ ได้แก่ การดัดผม &amp;nbsp;การย้อมสีผมให้ผิดไปจากเดิม การไว้หนวดหรือเครา และการกระทำอื่นใดซึ่งไม่เหมาะสมกับสภาพการเป็นนักเรียน เช่น การตัดแต่งทรงผม เป็นรูปทรงสัญลักษณ์หรือเป็นลวดลาย เพื่อที่จะเป็นแนวทางให้ทุกโรงเรียนในสังกัด ศธ.ปฏิบัติตาม
อีกทั้งยังกำหนดให้อำนาจในการกำหนดทรงผมของนักเรียนนั้น เป็นไปตามที่ความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษา หรือคณะกรรมการบริหารโรงเรียน ซึ่งจะต้องไม่ขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ และการดำเนินการจะต้องยึดถือหลักความเหมาะสม และเปิดให้นักเรียน สถานศึกษา ผู้ปกครอง และชุมชนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดด้วย

&amp;ldquo;อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา ศธ.ได้รับข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการกำหนดเรื่องการไว้ทรงผมจำนวนมาก ซึ่งผมเชื่อว่า ระเบียบฉบับนี้จะสามารถแก้ปัญญาเรื่องการไว้ทรงผม เพราะได้มีการเปิดช่องให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการตัดสินใจและกำหนดในเรื่องดังกล่าว เพื่อให้เกิดความเหมาะสมและเป็นไปตามบริบทของแต่ละพื้นที่ด้วย&amp;rdquo;ปลัด ศธ.กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้ปกครองได้มาร้องเรียนกับศธ. เกี่ยวกับโรงเรียนมีข้อห้ามบังคับการไว้ทรงผมของนักเรียนที่ขัดต่อระเบียบกลางของศธ. โดยปีที่ผ่านมา มีผู้ปกครองรายหนึ่งร้องเรียนว่า ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่ง ห้ามไม่ให้นักเรียนไว้ผมหน้าม้า ถ้าฝ่าฝืน นักเรียนรายนี้ต้องลาออก ซึ่งถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิ์ของนักเรียน จนทำให้ศธ.ต้องออกประกาศย้ำเกี่ยวกับทรงผมของนักเรียน ว่าสามารถไว้ผมยาวได้ แต่ต้องอยู่ในกรอบที่ประกาศกำหนด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65015</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประเสริฐ บุญเรือง, ระเบียบทรงผมนักเรียน, ระเบียบศธ.เปิดทางนักเรียนไว้ผมยาวได้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200302/image_big_5e5cbb6147739.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
