<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104936</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2021 17:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2021 17:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โพสต์ก่อนยังไม่เคลียร์! ส.ส.ก้าวไกล ปั่นอีกแล้ว มีส.ส.เล่นเส้น ได้ฉีดวัคซีนแอสตร้าฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มิ.ย. 64 - นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความลงในทวิตเตอร์ ระบุว่า&amp;quot;รอการเปิดเผยชื่อส.ส.ที่ได้ฉีดวัคซีน AZ ที่ปชช.เชื่อว่ามีคุณสมบัติดีกว่า Sinovac ซึ่งมีคนได้รับ AZ แม้อายุต่ำกว่า 60 และต้องการให้รัฐบาลเปิดแผนจัดสรรวัคซีน 117,600 โดสว่าไปยังที่ไหนบ้างเป็นจำนวนเท่าใด? อย่าให้ปชช.กังขาว่ามีการเล่นเส้น เลือกปฏิบัติในความเป็นความตายของเรา #รัฐบาลล้มเหลว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ นายประเสริฐพงษ์ เคยโพสต์ข้อความว่า &amp;quot;สส.พลังประชารัฐ และสส.รัฐบาล ได้ฉีดแอสตราเซเนก้าครับ จนท.จะถาม สส.ก่อนว่า เป็น สส.พรรคไหน ถ้าเป็นพรรคฝ่ายค้าน เจอชิโนแวคครับ&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนกลายเป็นประเด็นร้อนทางการเมือง ก่อนที่จะถูกส.ส.ฝ่ายรัฐบาลโดยโชว์ใบรับรองการฉีดวัคซีน&amp;quot;ซิโนแวค&amp;quot;เพื่อยันยันว่าไม่มีการแบ่งฝ่ายยี่ห้อวัคซีน พร้อมเรียกร้องให้นายประเสริฐพงษ์ แสดงความรับผิดชอบกับข้อมูลเท็จดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามข้อความที่นายประเสริฐพงษ์ ออกมาทวิตก่อนหน้านี้ ก็ยังอยู่ ไม่มีการลบทิ้งแต่อย่างใด แม้ว่าจะมีส.ส.ฝ่ายรัฐบาลหลายคนออกมาโจมตีอย่างดุเดือด และให้แสดงความรับผิดชอบไปแล้วก็ตาม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104936</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์, วัคซีนโควิด19, ส.ส.พรรคก้าวไกล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210529/image_big_60b18222111dd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104558</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2021 10:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2021 10:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดับอนาถ! ส.ส.ปีกรัฐบาล ฝัง &#039;ประเสริฐพงษ์-ก้าวไกล&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 พ.ค.64 - นายเขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชาติไทย และบุตรชาย ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ &amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โพสต์ข้อความตอบโต้กรณีนายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความลงทวิตเตอร์ ระบุว่า &amp;ldquo;ส.ส.พลังประชารัฐ และ ส.ส.รัฐบาลได้ฉีดแอสตราเซเนก้าครับ เจ้าหน้าที่จะถามส.ส.ก่อนว่า เป็นส.ส.พรรคไหน ถ้าเป็นพรรคฝ่ายค้าน เจอซิโนแวคครับ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเขตรัฐ โพสต์ระบุว่า มุสากันดื้อๆแบบนี้เลยก็ได้หรอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ไม่มีการถามแน่นอนว่ามาจากฝ่ายไหนพรรคอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ไม่มีการแยกหรือให้เลือกแน่นอนว่าฝั่งไหนได้ฉีดอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ผมก็ ส.ส. ฝั่งรัฐบาลที่ฉีดวัคซีน Sinovac&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะปั่นให้ป่วนไปเพื่อ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คิด-วิเคราะห์-แยกแยะด้วยนะครับก่อนจะพูดอะไร&lt;/p&gt;


	&amp;nbsp;&amp;#39;เพชรชมพู&amp;#39; จี้ ส.ส.ก้าวไกล รับผิดชอบ ปล่อย &amp;#39;เฟคนิวส์&amp;#39; สร้างความแตกแยก​
	ก้าวไกล เละหนัก! ดร.เสรี ซัด &amp;#39;เควี้ย&amp;#39; จงใจโกหกตอแหล
	&amp;#39;หัวหน้าทิม&amp;#39; ว่าอย่างไร &amp;#39;ทิพานัน&amp;#39; เดือด!จี้สอบ ส.ส.โรงน้ำแข็ง
	ปชป.ไม่ตกขบวน &amp;#39;ชัยชนะ&amp;#39; ไล่ทุบ ส.ส.โรงน้ำแข็ง สังกัดพรรคก้าวไกล
	พลังธรรมใหม่ ขยี้ซ้ำ ส.ส.ก้าวไกล ปั่นวัคซีนมาเล่นการเมือง

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104558</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์, วัคซีนการเมือง, ส.ส.พรรคก้าวไกล, เขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210529/image_big_60b1ae2c65c1a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104557</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2021 09:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2021 09:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พลังธรรมใหม่ ขยี้ซ้ำ ส.ส.ก้าวไกล ปั่นวัคซีนมาเล่นการเมือง คิดแต่จะสร้างความแตกแยก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 พ.ค.64 - นายณัฐดนัย ชนิตร์วัฒน์ รองเลขาธิการพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวถึงกรณีที่นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านทางทวิตเตอร์ระบุว่า ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ และ ส.ส.รัฐบาล ได้ฉีดวัคซีนโควิด-19 ยี่ห้อแอสตราเซเนก้า ถ้าเป็น ส.ส.ฝ่ายค้าน ได้ฉีดซิโนแวคนั้น ตนคิดว่าคนที่มีวุฒิภาวะแบบนี้ไม่น่าเข้ามาทำหน้าที่ตัวแทนประชาชนได้ สิ่งที่นายประเสริฐพงษ์พูดมามีหลักฐานยืนยันหรือไม่ ถ้ามีก็เอาออกมาแฉ อย่ากล่าวอ้างลอย ๆ แบบไร้สามัญสำนึกเช่นนี้ ตนขอถามกลับว่า ทำไมนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและ นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการสาธารณสุข รวมถึง รัฐมนตรีอีกหลายคนที่อายุไม่ถึง 60 ปี ก็ฉีดวัคซีนโควิดซิโนแวคเช่นกัน คนกลุ่มนี้ใช่คนจากฝั่งรัฐบาลหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมเชื่อว่านายประเสริฐพงษ์ รู้ดีว่าความจริงเป็นอย่างไร แต่ที่ออกมาพูดโกหก เสมือนปั้นน้ำเป็นตัวเช่นนี้ เพราะหวังจะเอาวัคซีนมาเล่นการเมือง คิดแต่จะสร้างความแตกแยก ความวุ่นวายระหว่างประชาชนและรัฐบาง พฤติกรรมเช่นนี้เรียกตัวเองว่าเป็นคนไทยยังน่าละอาย ผมอยากรู้ว่า เมื่อไหร่ถึงจะหยุดแต่งนิยายหลอกเด็กเสียที เห็นแบบนี้แล้วก็รู้สึกสมเพช&amp;rdquo;นายณัฐดนัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐดนัย กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ ส.ส.พรรคนี้ ก็ออกมาสร้างเฟคนิวส์ว่าวัคซีนซิโนแวคเป็นของด้อยค่า แต่วันนี้พวกคุณก็ฉีดครบทั้ง 2 เข็มแล้ว ก็ไม่มีปัญหา ไม่พบผลข้างเคียง แต่กลับไม่ออกมาพูดความจริงให้ประชาชนฟัง คำว่า ส.ส.ควรมีจุดยืนที่สร้างสรรค์ ทำหน้าที่อย่างมีอุดมการณ์เพื่อช่วยเหลือประชาชน สุดท้ายก็ขอฝากให้ประชาชนดูเอาไว้ ครั้งหน้าอย่าเสีย 1 คะแนนเสียงให้กับคนพวกนี้อีก&lt;/p&gt;


	&amp;nbsp;&amp;#39;เพชรชมพู&amp;#39; จี้ ส.ส.ก้าวไกล รับผิดชอบ ปล่อย &amp;#39;เฟคนิวส์&amp;#39; สร้างความแตกแยก​
	ก้าวไกล เละหนัก! ดร.เสรี ซัด &amp;#39;เควี้ย&amp;#39; จงใจโกหกตอแหล
	&amp;#39;หัวหน้าทิม&amp;#39; ว่าอย่างไร &amp;#39;ทิพานัน&amp;#39; เดือด!จี้สอบ ส.ส.โรงน้ำแข็ง
	ปชป.ไม่ตกขบวน &amp;#39;ชัยชนะ&amp;#39; ไล่ทุบ ส.ส.โรงน้ำแข็ง สังกัดพรรคก้าวไกล

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104557</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซิโนแวค, ณัฐดนัย ชนิตร์วัฒน์, ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์, วัคซีนโควิด, ส.ส.พรรคก้าวไกล, เฟคนิวส์, แอสตราเซเนก้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210529/image_big_60b1a8d0f09fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104553</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2021 09:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2021 09:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชป.ไม่ตกขบวน &#039;ชัยชนะ&#039; ไล่ทุบ ส.ส.โรงน้ำแข็ง สังกัดพรรคก้าวไกล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 พ.ค.64 - นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช และรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่ากรณีที่ นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความที่สร้างความสับสนให้กับประชาชน โดยอ้างว่า วัคซีนที่ ส.ส.ฉีด มี 2 ประเภท คือส.ส.รัฐบาล ได้ฉีดแอสตราเซเนก้า ส่วน ส.ส.ฝ่ายค้านได้ฉีดชิโนแวคนั้น นายประเสริฐพงษ์ต้องออกมาชี้แจงและแสดงความรับผิดชอบ เพราะการพูดจาในลักษณะแบบนี้ ไม่ได้ก่อเกิดประโยชน์อันใดแก่ประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมทั้งยังสร้างความกินแหนงแคลงใจให้กับเพื่อนสมาชิกฯ ด้วยกันเอง ซึ่งตนไม่เข้าใจว่า ทำไมบางพรรคการเมืองถึงมีพฤติกรรมค้านทุกเรื่องและเล่นการเมืองแบบไม่เอาใครเลย ทั้งๆที่วิกฤตการระบาดของไวรัสโควิด - 19 ส่งผลกระทบต่อชีวิตของประชาชนทุกคนโดยถ้วนหน้าและทุกฝ่ายมีความเชื่อว่า การฉีดวัคซีน ถือเป็นหนทางในการสร้างภูมิคุ้มกันและสร้างความมั่นใจว่า จะสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติ &amp;nbsp;แต่นายประเสริฐพงษ์กลับมาพูดจาแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ทั้งนี้ &amp;nbsp;ในวิกฤตที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นเหตุสึนามิเมื่อปี 2547 หรือมหาอุทกภัยในปี 2554ซึ่งเป็นช่วงที่พรรคประชาธิปัตย์ ทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านนั้น ก็ได้ลงพื้นที่ประสานงานและช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัย โดยไม่มีเรื่องการแบ่งว่าใครเป็นใคร เพราะทุกคนก็ถือว่าเป็นคนไทยจะต้องร่วมทุกข์ร่วมสุขและแบ่งปันกัน ดังนั้น การที่มี ส.ส. บางพรรคพูดจาโดยเอาประเด็นอ่อนไหวมาทำให้เป็นเรื่องการเมืองนั้น ถือเป็นพฤติกรรมที่น่ารังเกียจและไม่สมควรกระทำเป็นอย่างยิ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นี่ถือเป็นอีกพฤติกรรมหนึ่ง ที่ไม่ต้องให้คนใต้ตาแจ้ง แต่คนทั้งประเทศก็ตาแจ้งแล้วว่า มี ส.ส.บางราย ไม่ได้ทำหน้าที่สมกับที่ประชาชนไว้วางใจ ในช่วงที่ผ่านมา มีข่าวปรากฏว่า ส.ส.ของพรรคที่นายประเสริฐพงษ์ สังกัดอยู่ได้รับการฉีดวัคซีนเป็นกลุ่มคนแรกๆ ในประเทศ แต่ก็ไม่ได้มีการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนหรือบอกกล่าวว่า หลังการฉีดวัคซีนแล้ว มีผลข้างเคียงหรือไม่อย่างไร ดังนั้น ผมจึงอยากให้นายประเสริฐพงษ์ ออกมารับผิดชอบต่อสิ่งที่ได้โพสต์ไปแล้ว และช่วยบอกให้ประชาชนได้ทราบข้อเท็จจริงว่า &amp;nbsp;หลังจากที่ฉีดแล้ว มีสภาพร่างกายเป็นอย่างไรบ้าง เพื่อที่จะเป็นข้อมูลสำหรับประชาชนในการตัดสินใจฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด - 19 ต่อไป&amp;rdquo; นายชัยชนะ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104553</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยชนะ เดชเดโช, ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210424/image_big_6084148249571.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104549</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2021 08:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2021 08:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หัวหน้าทิม&#039; ว่าอย่างไร &#039;ทิพานัน&#039; เดือด!จี้สอบ ส.ส.โรงน้ำแข็ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 พ.ค.64 - น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตจอมทอง&amp;ndash;ธนบุรี อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีนายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความในทวิตเตอร์กล่าวหา ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ และ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลได้ฉีดวัคซีนแอสตร้าเซเนก้า ในขณะที่ ส.ส.พรรคฝ่ายค้านได้ฉีดวัคซีนซิโนแวคว่า เข้าใจว่าต้องการสร้างประเด็นขึ้นมา เพื่อหวังกลบกระแสที่กลุ่มผู้สนับสนุนพรรคก้าวไกลไม่พอใจที่ ส.ส.พรรคก้าวไกลยอมรับเข้าฉีดวัคซีนซิโนแวค และถูกวิจารณ์ว่าฉีดไปด่าไป ดังนั้นเกรงว่าจะกระทบต่อฐานเสียง จึงพยายามสร้างเรื่องขึ้นมาแก้เกี้ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เนื่องจากก่อนหน้านี้พยายามปลุกกระแสต่อต้านวัคซีนที่รัฐบาลจัดหา แต่สุดท้ายก็ยินดีที่จะฉีดวัคซีนเพราะอาจรู้อยู่แก่ใจดีว่าเป็นวัคซีนที่มีประสิทธิภาพและไม่มีอันตรายอย่างที่สร้างภาพให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัวและลังเลที่จะฉีดวัคซีน หวังให้กระแสดังกล่าวเป็นเครื่องมือทางการเมืองในการทำลายรัฐบาลเพียงเท่านั้น ซึ่งไม่เข้าใจว่าไม่ห่วงใยประชาชนหรืออย่างไร แทนที่จะเห็นแก่ประโยชน์ของสาธารณะ ช่วยกันดูแลพี่น้องประชาชนด้วยการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่เพื่อคลี่คลายสถานการณ์วิกฤตและรักษาสุขภาพชีวิตของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า สิ่งนายประเสริฐพงษ์ กำลังทำอยู่ คือการสร้างความเกลียดชังให้เกิดขึ้นในสังคม ลักษณะใช้เกมทางการเมืองทำลายฝ่ายตรงข้ามอย่างไร้จริยธรรม ทั้งที่ไม่มีข้อมูลหลักฐานที่น่าเชื่อถือ โดยใช้วัคซีนเป็นเครื่องมือในการสร้างสังคมที่เหลื่อมล้ำ และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ ส.ส. ของพรรคนี้มีลักษณะปั้นน้ำเป็นตัว ทำตัวเป็นเด็กเลี้ยงแกะ เข้าข่ายสร้างเรื่องโกหกประชาชน และที่สำคัญที่รับไม่ได้ก็คือ การใส่ร้ายเจ้าหน้าที่ที่ทำงานอย่างหนักอย่างไม่เป็นธรรมว่าพวกเขาเลือกปฏิบัติ ก่อให้เกิดสองมาตรฐานระหว่างส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล กับส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน จึงอยากเรียกร้องให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ดำเนินการตรวจสอบพฤติกรรมและมีบทลงโทษนายประเสริฐพงษ์อย่างเร่งด่วน และให้ขอโทษบุคลากรทางการแพทย์ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายพิธาต้องเลือกว่าหากเพิกเฉย ปล่อยให้ ส.ส. ปั้นน้ำเป็นตัว กระทำการที่เข้าข่ายฝ่าฝืน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ม.14 ในการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จและฝ่าฝืนข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ข้อ 12 ที่ว่า ต้องไม่ใส่ร้ายป้ายสีบุคคลใดหรือนำเอาความเท็จมาแสดงโดยจากการที่ ส.ส.ดังกล่าวใส่ร้ายว่ามีการเลือกปฏิบัติของเจ้าหน้าที่และกล่าวเท็จว่าเฉพาะ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลที่จะได้วัคซีนแอสตร้าเซเนก้าเท่านั้น โดยถ้าทางพรรคก้าวไกลไม่ทำอะไร ไม่ตรวจสอบ ไม่มีบทลงโทษ และไม่ขอโทษ นายพิธาในฐานะหัวหน้าพรรคก็ต้องยอมรับว่าประชาชนจะมองเห็นถึงมาตรฐานที่ตกต่ำของพรรค อาจยิ่งตอกย้ำถึงภาพลักษณ์ของพรรคเด็กเลี้ยงแกะเข้าไปอีกด้วย&amp;rdquo;น.ส.ทิพานัน กล่าว.&lt;/p&gt;


	&amp;nbsp;&amp;#39;เพชรชมพู&amp;#39; จี้ ส.ส.ก้าวไกล รับผิดชอบ ปล่อย &amp;#39;เฟคนิวส์&amp;#39; สร้างความแตกแยก​
	ก้าวไกล เละหนัก! ดร.เสรี ซัด &amp;#39;เควี้ย&amp;#39; จงใจโกหกตอแหล

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104549</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทิพานัน ศิริชนะ, ทิม-พิธา ลิ้มเจริญรัตน์, ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์, พรรคก้าวไกล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210206/image_big_601e44da820fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93472</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2021 18:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2021 18:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.ก้าวไกล ชำแหละ &#039;นิพนธ์&#039; เอื้อประโยชน์เครือญาติกว้านซื้อที่ดินจะนะ ก่อนครม.ประกาศเขตพัฒนาพิเศษฯ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.พ.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 14.50 น. นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายไม่ไว้วางใจนายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกรทะรวงมหาดไทย กรณีโครงการเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจะนะ เมืองอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ว่า นายนิพนธ์เป็นคนวิ่งเต้นโครงการดังกล่าว ตั้งแต่ดำรงตำแหน่งเป็นนายก อบจ. โดยในวันที่ 16 ก.พ. 61 นายนิพนธ์ ได้เข้าพบนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ จนในวันที่ 21 ม.ค. 63 คณะรัฐมนตรี(ครม.)ประกาศให้เป็นโครงการเขตเศรษฐกิจฯ อย่างไรก็ตาม พบว่าโครงการนี้เบื้องหลังเกิดมาจากกลุ่มทุนทีพีไอพีพี ที่มาพร้อมกับโครงการสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ และอย่าลืมว่ากลุ่มทุนนี้มีความใกล้ชิดแนบแน่นกับคนในรัฐบาลชุดนี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประเสริฐพงษ์ กล่าวว่า บุคคลที่มีชื่อรับเงินแทนนายนิพนธ์แทบจะเป็นกลุ่มคนเครือข่ายครอบครัวนามสกุลเดียวกัน &amp;nbsp;ทั้งนี้ บริษัททีพีไอพีพียังมีชื่อเป็นผู้บริจาคให้โต๊ะจีนพปชร จะเห็นว่ากลุ่มทุนนี้ใกล้ชิดทั้งพลังประชารัฐ และนายนิพนธ์ จึงเห็นความพยายามผลักดันโครงการให้กับกลุ่มทุนอย่างแข็งขัน วันที่ 18 ส.ค. 63 มีมติให้เปลี่ยนผังเมือง 3 ตำบลในอำเภอจะนะ จากพื้นที่สีเขียวห้ามตั้งโรงงานที่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม เป็นพื้นที่สีม่วงคือพื้นที่อุตสาหกรรมหนัก ทั้งนี้ พบว่า มีการกว้านซื้อที่ดินก่อนที่พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ตั้งโรงงานอุตสาหกรรม แสดงว่านายหน้ากลุ่มนี้มีอินไซด์มาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม มีการคว้านซื้อที่ดินจากชาวบ้านไปขายให้นายทุน คือนักการเมืองระดับชาติ ที่คนที่นี่รู้จักกันดี โดยดำเนินงานในนามของลูกชาย ทนาย และเครือญาติ นั่นคือ นายนิพนธ์ ที่กำกับดูแลกรมที่ดิน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประเสริฐพงษ์ กล่าวอีกว่า ตัวละครที่สำคัญ คือ 1.นายนิธิกร บุญญามณี ลูกชายของนายนิพนธ์ เป็นเจ้าของบ.ค้าที่ดิน 2.นายสิรภพ เริงฤทธิ์ อดีตเคยเป็นผู้ช่วยนิติกร สมัยนายนิพนธ์เป็นนายก อบจ. 3.นายวุฒิชัย วัตตธรรม ลูกพี่ลูกน้องของภรรยานายนิพนธ์ และยังเป็นผู้ถูกหุ้นร่วมกันในธุรกิจครอบครัวบุญญามณี 4.นายชัยโรจน์ จิวระประภัทร์ คู่เขยนายนิพนธ์ คนเหล่านี้ มีชื่ออยู่ในสารบบซื้อขายที่ดินทั้งสิ้น ตนได้ข้อมูลในเดือนม.ค.63 เท่านั้น และเป็นเพียง 3 ตำบลในอำเภอจะนะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบพบว่ามีการซื้อขายผิดปกติ ของ 2 กลุ่มใหญ่ คือ หนึ่ง กลุ่มเครือญาติของนายนิพนธ์ 23 ธุรกรรม จำนวน 464 ไร่ รวมมูลค่า 110 ล้านบาท อีกกลุ่มที่มีปริมาณการซื้อขายผิดปกติ คือ กลุ่มทีพีไอพีพี 25 ธุรกรรม จำนวน 450 ไร่ มูลค่า 271 ล้านบาท ทั้งนี้ ราคาที่ดินที่สองกลุ่มข้างต้นซื้อมาจากชาวบ้านแตกต่างกัน โดยกลุ่มเครือญาตินายนิพนธ์ซื้อได้ในราคาเฉลี่ย 2.6 แสนบาทต่อไร่ และกลุ่มทีพีไอพีพี เฉลี่ยไร่ละ 6.02 แสนบาท &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การซื้อที่ดินของกลุ่มทีพีไอพีพี เงินตกถึงชาวบ้านไม่ถึง 1 ใน 5 ของมูลค่าการซื้อขาย เพราะในจำนวนทั้งหมด กลุ่มทีพีไอพีพีซื้อจากนายชัยโรจน์และนายวุฒิชัย 224 ล้านบาท และซื้อจากชาวบ้านเพียง 17 เปอร์เซ็นต์ &amp;nbsp; ครอบครัวนายนิพนธ์รู้ล่วงหน้าว่ามติครม.จะออกมาวันใด ถึงได้เร่งซื้อเร่งโอนที่ดินก่อนที่มีมติครม.ออกมา ดังนั้น นายนิพนธ์จึงมีพฤติกรรมใช้ข้อมูลภายใน จากฐานะรมต. เอื้อประโยชน์ให้เครือญาติจัดซื้อที่ดิน&amp;rdquo; นายประเสริฐพงษ์ กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส.ส.พรรคก้าวไกล &amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า มีการซื้อขายที่ดินแบบผิดปกติ ที่ดินแปลงหนึ่งที่พีทีไอพีพีรับซื้อจากนายวุฒิชัยและนายชัยโรจน์ เมื่อวันที่ 28 ม.ค. 63 โดยบริษัทเอกชน ซื้อ 4 แปลง หรือ 181 ไร่เศษ 105ล้านบาท จากนายวุฒิชัย และรับซื้อจากนายชัยโรจน์ เป็น นส.3 ก. 4 แปลง 180 ไร่ 119 ล้านบาท รวมซื้อที่ดินจากกลุ่มเครือญาติในวันเดียว ไม่น้อยกว่า 361 ไร่ มูลค่า 226 ล้านบาท ลึกลงไปกว่านั้น ที่ดินที่นายวุฒิชัยและนายชัยโรจน์ขายให้เอกชนนั้น ซื้อมาจากบริษัททาวน์แอนด์ซิตี้ พร็อพเพอร์ตี้ ที่มีลูกชายนายนิพนธ์และลูกสาวถือหุ้นอยู่ โดยซื้อมาในเมื่อวันที่ 24 ม.ค.63 มูลค่า 78 ล้านบาท ผ่านไป 4 วัน นายวุฒิชัยและนายชัยโรจน์นำไปขายต่อให้เอกชน 224 ล้านบาท ถือว่าฟันส่วนต่างเน้นๆ 147 ล้านบาท ขอตั้งข้อสงสัยว่าเป็นการขายที่ดินอำพรางหรือไม่ และอยากถามรมว.คลังว่าการซื้อขายแบบนี้มีเจตนาอะไร และอยากถามนายกว่าการที่เครือญาติรัฐมนตรีในรัฐบาลของท่านมีพฤติกรรมซื้อขายที่ดินอำพรางกับนายทุนเหมาะสมหรือไม่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประเสริฐพงษ์ กล่าวว่า หลังจาก ครม. มีมติ เดินหน้านิคมอุตสาหกรรมจะนะ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) &amp;nbsp;ที่มี พล.อ. ประวิตร เป็นประธาน ประชุมวันที่ 21 ต.ค.2562 ซึ่งนายนิพนธ์ก็นั่งอยู่ในที่ประชุมแห่งนั้นด้วย ได้มีมติให้สำนักงานที่ดิน &amp;nbsp;จ.สงขลา อ. จะนะ, อ. เทพา, อ. นาทวี สงขลา และ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สนับสนุน การออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินทำกินให้กับประชาชนเป็นการเร่งด่วน หลังมติ กพต. ออกมา นายนิพนธ์ก็รับลูกอย่างรวดเร็ว ผ่าน &amp;nbsp;&amp;ldquo;ศูนย์อำนวยการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน จ.สงขลา-นครศรีธรรมราช&amp;rdquo; เร่งดำเนินการออกโฉนดที่ดินในพื้นที่ โดยในปี 2563 งบฯ ของศูนย์ดังกล่าว อนุมัติเฉพาะ 4 ตำบล ต. นาทับ, ตลิ่งชัน, ป่าชิง, บ้านนา ซึ่งที่อยู่ในเขตสีม่วงทั้งหมด ซึ่งนี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ๆ เพราะ จ.สงขลามี 16 อำเภอ มีเพียง 4 อำเภอที่อยู่ในโครงการสำรวจออกโฉนด อ.จะนะมี 14 ตำบล มีเพียง 4 ตำบล ที่เป็นพื้นที่นิคมฯ ที่เป็นเป้าหมายการเดินสำรวจ ที่คิดว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญก็เพราะประกาศกระทรวงมหาดไทย &amp;nbsp;ฉบับนี้ลงนามโดยนายนิพนธ์ ก็เพื่อเป็นการรวบรวมที่ดิน นส. 3ก. ให้บริษัท TPIPP ไปออกโฉนดหรือไม่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การออกโฉนดที่ดินขนานใหญ่ของกรมที่ดิน บังเอิญเสียเหลือเกินที่เกิดพร้อมกับกลุ่มเครือข่ายเครือญาตินายนิพนธ์ กลุ่มที่ผมได้กล่าวไปแล้วข้างต้น ไม่ว่าจะเป็น บริษัท ทาวน์แอนด์ซิตี้ พร๊อพเพอร์ตี้ จำกัด ของลูกนายนิพนธ์,นายวุฒิชัย, นายชัยโรจน์ และนายสิรภพ &amp;nbsp;ซึ่งทำการไล่รวบรวมซื้อเอกสารสิทธิ์ นส. 3ก. จากชาวบ้าน และบังเอิญอีกเช่นเดียวกัน ที่มีที่ดิน นส. 3ก. จำนวนมากถูกออกเป็นโฉนดโดย TPIPP อย่างพอดิบพอดีกัน &amp;nbsp;เป็นการไปเน้นออกโฉนดให้กลุ่มทุนแต่ละเลยไม่เหลียวแล สค.1, นส. 3ก, ของชาวบ้านที่รอออกโฉนดมากว่า 70 ปี &amp;nbsp;ชาวบ้านในพื้นที่ทราบกันดีว่า กลุ่มเครือญาตินายนิพนธ์ ได้รวบรวมเอกสารสิทธิ์ นส. 3ก. แล้วไปขายต่อให้บริษัท TPIPP เพื่อออกโฉนดที่ดิน และการออกโฉนดที่ดินต้องมีการรับรองจากเจ้าพนักงานที่ดิน จ. สงขลา สาขาจะนะ ซึ่งดูเหมือนว่า การรังวัดออกโฉนดที่ดินของบริษัท TPIPP ที่กลุ่มเครือญาตินายนิพนธ์เป็นนายหน้าให้นั้น จะได้รับความสะดวกมากผิดปกติจากเจ้าพนักงานที่ดิน &amp;nbsp;ซึ่งผมต้องให้หมายเหตุด้วยว่า มีการย้ายเจ้าพนักงานที่ดินสงขลา สาขาจะนะ ในช่วงเดือน เม.ย. 2563 ชาวบ้านในพื้นที่ครหาว่าคนที่ย้ายมาใหม่ ซึ่งเซ็นออกเอกสารสิทธิ์ที่ชาวบ้านคัดค้านกันอยู่ที่ศาลตอนนี้ &amp;nbsp;มีความสนิทใกล้ชิดกับนายนิพนธ์&amp;quot; &amp;nbsp;นายประเสริฐพงษ์ กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประเสริฐพงษ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า นายนิพนธ์ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยที่กำกับดูแลกรมที่ดิน แต่กลับมีเครือญาติเป็นนายหน้าค้าที่ดิน ในพื้นที่ที่ตัวเองผลักดันโครงการ และร่วมออกมติ ครม.ผลักดัน มีการออกนโยบาย และใช้อำนาจในทางบริหารเร่งรัดออกโฉนดที่ดินในพื้นที่ ใช้ข้อมูลภายในในฐานะรัฐมนตรี ร่วมคณะรัฐมนตรีที่อนุมัติดำเนินโครงการ เอื้อประโยชน์ให้เครือญาติกว้านซื้อที่ดิน รวมทั้งรู้เห็นเป็นใจให้ญาติสนิทที่เป็นเครือข่ายตนใช้อิทธิพลทำข้อตกลงขายที่ดินในราคาไม่เป็นธรรม รวมทั้งบังคับ ข่มขู่ กดดัน ให้ชาวบ้านยอมขายสิทธิ์เหนือที่ดินทำกินในราคาถูก ตนจึงไม่สามารถไว้วางใจให้นายนิพนธ์ต่อไปได้ รวมถึงไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;ที่รู้อยู่แล้วว่าคนคนนี้มีประวัติที่ไม่โปร่งใส ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มีเรื่องร้องเรียนอยู่ใน ป.ป.ช. นับ 10 คดี แต่ท่านก็ยังแต่งตั้งคนคนนี้ขึ้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี อีกทั้งในฐานะหัวหน้าคณะรัฐมนตรี และประธาน ศอ.บต. ท่านยังเป็นคนผลักดันโครงการเขตพัฒนาพิเศษจะนะ ที่เอื้อประโยชน์กลุ่มทุนและเครือข่ายของนายนิพนธ์มหาศาล ตนจึงไม่สามารถไว้วางใจพล.อ.ประยุทธ์ ให้สามารถดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไปเช่นเดียวกัน &amp;nbsp;และตนก็เชื่อว่าพี่น้องชาวจะนะ และประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ก็ไม่ไว้วางใจท่านเช่นเดียวกัน. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93472</URL_LINK>
                <HASHTAG>จะนะ, นิพนธ์ บุญญามณี, ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210218/image_big_602e4970bef96.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81674</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อาทิตย์&#039;ปลุกป้องสถาบัน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตประธานรัฐสภาเรียกร้องทุกฝ่ายปกป้องชาติ &amp;nbsp;ศาสน์ กษัตริย์ &amp;quot;หมอวรงค์&amp;quot; ชี้ &amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot; เก็บอาการไม่อยู่ อยากหาทางลง ลั่นต้องขจัดนักการเมืองชั่ว พวกที่จ้องทำร้ายประเทศ &amp;quot;นิพิฏฐ์&amp;quot; ค้านเลิก ม.112 เผยทุกประเทศเขามีกฎหมายพิเศษคุ้มครองประมุขทั้งสิ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Arthit Ourairat ระบุว่า ขอโปรดส่งให้เพื่อนสมาชิกทุกห้องของท่าน ที่มีความคิดเห็นร่วมกัน ที่ทุกคนที่เป็นคนไทย เห็นสมควรที่จะหยุดสร้างความแตกแยก หยุดทำร้ายสังคมไทย หยุดทำลายบ้านเกิด ควรร่วมปกป้องชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ขอให้ทุกฝ่ายมีความรักสามัคคีกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม แกนนำกลุ่มไทยภักดี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Warong Dechgitvigrom โดยมีรายละเอียดว่า &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ออกมาขู่อีกแล้วครับ เปรียบเทียบปฏิรูปกับปฏิวัติ แสดงว่าถ้าไม่ยอมปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ก็จะปฏิวัติ ทั้งๆ ที่ยังนึกไม่ออกว่าสถาบันฯ สร้างปัญหาอะไรให้ประเทศ ที่คุณคิดแต่จะล้มล้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งที่ปิยบุตรขู่ออกมา แสดงว่าเก็บอาการไม่อยู่ คงอยากหาทางลง เราต้องอดทนที่จะต้องทำการเมืองสะอาด ขจัดนักการเมืองชั่ว พวกที่จ้องทำร้ายประเทศ หลอกลูกหลานประชาชนมาบังหน้า แต่ตัวเองนอนอยู่บ้าน ปั่นคีย์บอร์ด และไม่เคยทำประโยชน์ใดๆ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วรงค์ระบุว่า เก็บอาการไม่อยู่ ขู่ออกมาแบบนี้ แสดงว่าใกล้จบละครับ พวกเราต้องตั้งหลักกันให้ดีๆ #การเมืองสะอาดขจัดนักการเมืองชั่ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายปิยบุตรระบุว่าประชาชนที่ออกมาปกป้องสถาบันฯ ถูกจัดตั้งหรือเกณฑ์มาว่า นับวันนายปิยบุตรจะไม่เห็นหัวประชาชน ทำเหมือนตัวเองเป็นเจ้าของประเทศ กล้าที่จะดูถูกดูแคลนประชาชนที่จงรักภักดีต่อสถาบันฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อยากบอกคุณปิยบุตรว่า ประชาชนทั่วประเทศรักและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยชีวิต ไม่มีใครถูกเกณฑ์หรือจัดตั้งมา แต่มาด้วยหัวใจที่รักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ คุณปิยบุตรคงกู่ไม่กลับแล้ว แทนที่จะช่วยกันคิดปฏิรูปประเทศ แต่กลับจะปฏิรูปสถาบัน ซึ่งไม่เกี่ยวกับการเมืองเลย มีแต่สถาบันจะสร้างความร่มเย็นเป็นสุขให้กับประชาชนมาตลอด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกรกล่าวอีกว่า พอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ขอให้ม็อบคณะราษฎร 63 ถอยคนละก้าว และเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญเพื่อนำปัญหามาแก้ในสภา นายปิยบุตรกลับมองว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่เคยถอย แต่รุกคืบแดนประชาธิปไตย วันๆ ใช้แต่โวหารหลอกลวงไปเรื่อยๆ พล.อ.ประยุทธ์พยายามประคับประคองให้ประเทศเดินหน้าไปให้ได้ด้วยความสงบสุข ไม่อยากเห็นประชาชนขัดแย้งกันเอง มองนักศึกษาเหมือนลูกหลาน การใช้เวทีรัฐสภาแก้ปัญหาให้ประชาชน ซึ่งตอนนายปิยบุตรเป็น ส.ส. ก็เชื่อมั่นในระบบรัฐสภา แต่มาตอนนี้กลับบอกว่าอาจมี ส.ส.ฝั่งรัฐบาลและ ส.ว. ใช้เวทีถล่มนักศึกษา เป็นการราดน้ำมันเข้ากองไฟ อยากให้นายปิยบุตรช่วยกันแก้ปัญหาอย่างสันติ อย่าพยายามยุยงปลุกปั่น ประเทศเสียหายมามากแล้ว หยุดเคลื่อนไหวปฏิรูปสถาบันทันทีก่อนที่จะสายเกินไป
กฎหมายคุ้มครองประมุข&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง &amp;ldquo;จะยกเลิกความผิดต่อพระมหากษัตริย์หรือ?&amp;rdquo; เนื้อหาระบุว่า บางคนพูดว่าขอให้ยกเลิกความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งเป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาทฯ จึงขอให้เรามีความรู้พื้นฐานตรงกันอย่างนี้ก่อน คือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ทุกประเทศเขามีกฎหมายพิเศษคุ้มครองประมุขทั้งสิ้น เราก็มีกฎหมายคุ้มครองประมุขเหมือนกับประเทศอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.อย่าว่าแต่ประมุขของเราเองเลย แม้แต่ประมุขของต่างชาติ กฎหมายไทยก็ให้ความคุ้มครองเป็นพิเศษ เช่น ประมวลกฎหมายอาญา ในหมวดว่าด้วย &amp;ldquo;ความผิดต่อสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศ&amp;rdquo; มาตรา 133 บัญญัติว่า &amp;ldquo;ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย ราชาธิบดี ราชินี ราชสามี รัชทายาท หรือประมุขแห่งรัฐต่างประเทศ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงหนึ่งหมื่นสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&amp;rdquo; จะเห็นว่า แม้ประมุขของต่างประเทศ กฎหมายไทยก็ยังคุ้มครองเขา แล้วนับประสาอะไรที่เราจะไม่คุ้มครองประมุขของเราล่ะครับ การมีกฎหมายคุ้มครองประมุข จึงเป็นหลักการพื้นฐานของทุกประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.ผมไม่ปฏิเสธความคิดในการแก้ไขเปลี่ยนแปลงกฎหมายเหล่านี้ เช่น ทบทวนว่าโทษสูงเกินไปหรือเปล่า การสืบสวน สอบสวน การสั่งฟ้อง ควรมีกระบวนการแตกต่างจากความผิดทั่วไปหรือไม่ แต่การแสดงความเห็นในเรื่องเหล่านี้ต้องทำอย่างสุจริต, ละเว้นการการแสดงความเห็นที่เป็นการหมิ่นประมาทฯ ต้องรู้ว่า สิ่งไหนทำได้ สิ่งไหนทำไม่ได้ อย่างนี้จึงจะเรียกว่าปฏิรูป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ต่อกรณีข้อเรียกร้องของกลุ่มคณะราษฎรว่า รัฐบาลและฝ่ายความมั่นคงก็จะเข้าไปดู แต่หลักใหญ่ที่เราเคยพูดกันไว้ก็คือ รัฐบาลไม่ประสงค์จะใช้ความรุนแรงใดๆ เพราะฉะนั้นถ้าทุกฝ่ายมีเป้าหมายตรงกันว่าต้องการยึดแนวทางสันติ ไม่ใช้ความรุนแรง ทุกอย่างก็น่าจะผ่านพ้นไปได้ และถ้ามีประเด็นไหนค้างคา ก็สามารถที่จะพูดจากันเพื่อที่จะหาทางออกร่วมกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคและประธาน ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ได้เชิญ ส.ส.ของพรรคประชุมเป็นกรณีพิเศษในวันอาทิตย์ที่ 25 ต.ค. เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมตามที่รัฐบาลขอให้เปิดอภิปรายทั่วไปตามรัฐธรรมนูญ ม.165 โดยไม่มีการลงมติ โดยจะมีการกำหนดบุคคลที่จะร่วมอภิปรายในวาระที่สำคัญนี้ตามเวลาที่ได้มีการจัดสรรไปตามสัดส่วน ให้ทั้ง ส.ส.ฝ่ายค้าน ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล คณะรัฐมนตรี และ ส.ว.เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ จะเน้นอภิปรายอย่างสร้างสรรค์ แบบมีวุฒิภาวะ ด้วยเนื้อหาสาระที่จะช่วยกันร่วมมือแสวงหาทางออกจากปัญหาต่างๆ ทางการเมืองที่เกิดขึ้นในขณะนี้ตามจุดยืนของพรรค 3 ประการ คือ 1.ยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ 2.การแก้ปัญหาควรใช้แนวทางสันติ ไม่ใช้ความรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดก็ตาม 3.ใช้รัฐสภาเป็นเวทีหาทางออกของประเทศ
ใช้พลังบริสุทธิ์ทางสร้างสรรค์​
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ พล.อ.อนุพงษ์​ เผ่าจินดา​ รมว.มหาดไทย กล่าว ทักทายให้กำลังใจกับแกนนำองค์กร​นักศึกษา ​ตัวแทนของมหาวิทยาลั​ยแม่โจ้​ ระหว่างเปิดเวทีสัมมนาขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันที่เชียงใหม่​ว่า การแสดงออกทางการเมืองที่ดี ห้ามละเมิดสิทธิมนุษยชน​ ก้าวล่วงสิทธิ์​ของคนอื่น คัดค้านการแอบแฝง​ซ่อนเร้นตามที่แถลงการณ์​ก่อนหน้า เพราะยังมีสิ่งที่ต้องเรียนรู้อีกมากมายที่จะนำไปพัฒนา​ชีวิตและสังคม​ หากมุ่งแต่ใช้ความรุนแรง แต่ละฝ่ายอ้างสถาบันหรือหลักคิดของตนเพื่อเอาชนะกัน​ ใช้ความรุนแรง​จนมีเหตุสูญเสีย​ สุดท้ายประเทศก็บอบช้ำไม่มีใครได้ประโยชน์​&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เยาวชน​ ผู้ใหญ่ หรือทุกคนในสังคมต่างมีความสำคัญ​กับประเทศ​ เราต่างไม่ต้องการเห็นชาติบ้านเมือง​ต้องเสียหาย​ เสียโอกาส​ ในฐานะที่ผ่านเหตุการณ์​ต่างๆ มาก่อน ก็อยากเห็นลูกหลานมีอนาคต และใช้พลังบริสุทธิ์​ในทางสร้างสรรค์​&amp;quot; มท.1 กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ร้องทุกข์พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า ได้รับข้อมูลจากประชาชนส่งมาให้หลังมีการแพร่หลายในโลกโซเชียลมีการโจมตีว่าร้าย พล.อ.ประยุทธ์ ว่า 10 เหตุผลที่ไม่ควรเป็นข้ออ้างว่ามาจากการเลือกตั้ง ซึ่งตนได้อ่านทั้ง 10 ข้อหมดแล้วล้วนแต่เป็นข้อมูลเท็จทั้งสิ้น ให้ร้ายรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับการชุมนุม มีการปลุกม็อบเพื่อให้เกิดความวุ่นวายในประเทศชาติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องชี้แจงให้ประชาชน สังคมได้เข้าใจ พร้อมอธิบายถึง 10 ข้อ ที่มีข้อความ ไอลอว์ได้ทำโปสเตอร์เผยแพร่ในโซเชียลมีเดียว่า ตนจึงอยากชี้แจงว่าไม่ใช่เรื่องจริง และใช้จิตวิทยาการเมืองจนสร้างความวุ่นวาย สร้างความขัดแย้งทางความคิด เพราะได้รับข้อมูลเท็จ ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อ 1 บอกว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่เคยลงรับสมัครเลือกตั้งเอง และไม่มีคุณสมบัติ แต่ความจริงแล้วมีชื่อเป็นนายกฯ ในบัญชีจากพรรค พปชร. ซึ่งพรรคได้ลงรับสมัครการเลือกตั้งเหมือนกับพรรคการเมืองอื่น เช่น พรรคอนาคตใหม่ที่เสนอชื่อนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.อ้างว่าประยุทธ์ถืออำนาจเต็ม คสช. ช่วงระหว่างการเลือกตั้ง โดยในอดีตรัฐบาล ปี 2557 ที่มีการประกาศยุบสภาและมีการเลือกตั้งใหม่ ขณะนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกฯ รักษาการ มีอำนาจบริหารราชการแผ่นดินเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ส่วนในปี 2554 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ ก็ประกาศยุบสภาในวันที่ 10 พ.ค.54 แต่ทำหน้าที่รักษาการ แต่สุดท้ายเลือกตั้งแพ้พรรคเพื่อไทย ดังนั้น การเป็นนายกฯ มีอำนาจเต็มเพื่อรักษาการไม่ได้เป็นเครื่องบ่งชี้ว่าประชาชนจะเลือกหรือสนับสนุน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.การเลือกตั้งที่ผ่านมา คสช. เขียนกติกาให้ตัวเองได้เปรียบ ซึ่งเป็นข้อมูลเท็จที่ไม่น่าเชื่อว่ามาจากคนรุ่นใหม่ และใช้วาทกรรมใส่ร้ายป้ายสีให้เกิดความเกลียดชัง ไม่ทราบว่าหวังผลอะไรหรือไม่ โดยการเลือกตั้งครั้งดังกล่าว ทุกพรรคการเมืองทราบว่าอยู่ในกติกาเดียวกันภายใต้รัฐธรรมนูญปี 2560 ที่ผ่านประชามติจากคนไทยทั้งประเทศ 16.8 ล้านคน และมองว่า พปชร.ได้เปรียบนั้นเป็นเรื่องเท็จ เพราะพรรคที่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่ออันดับ 1 คือพรรคอนาคตใหม่ที่ถูกยุบไปแล้ว ส่วนพรรคการเมืองที่ได้ ส.ส.มากที่สุด คือพรรคเพื่อไทย แต่ทั้ง 2 พรรคที่กล่าวมามีคะแนนเสียงจากประชาชนเลือกน้อยกว่าพรรค พปชร. ที่ได้คะแนน 8.4 ล้านคน
ชู 3 นิ้ว I LOVE YOU&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.การเลือกตั้งที่ผ่านมา กกต. และศาลรัฐธรรมนูญ เป็นของ คสช. ไม่ใช่เรื่องจริง เพราะทั้งสององค์กรเป็นหน่วยงานอิสระ ไม่มีใครเข้าไปแทรกแซงได้ คงจำกันได้ว่าเมื่อครั้งการเลือกตั้งที่ จ.สมุทรปราการ ซึ่งทางนายกรุงศรีวิไล ส.ส.พรรค พปชร. ก็ถูกใบเหลืองเช่นกัน จึงเป็นการสร้างเงื่อนไขให้เกิดความไม่ยุติธรรมขึ้นมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.การเลือกตั้งครั้งล่าสุด มีพรรคการเมืองไม่เอา คสช. แถมเจอปิดกั้นสารพัดวิธีก็เป็นเรื่องเท็จ เพราะการเลือกตั้งดังกล่าว พรรคเพื่อไทยได้ ส.ส.มากที่สุด แต่ได้คะแนนน้อยกว่า พปชร. ประมาณ 5 แสนคะแนน ส่วนพรรคอนาคตใหม่ก็ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อมากที่สุด ทั้งๆ ที่เสียงจากประชาชนน้อยกว่า พปชร. ร่วมล้านกว่าเสียง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;6.การเลือกตั้งที่ผ่านมา พรรคการเมืองที่ได้คะแนนเป็นอันดับสองถูกยุบ คือ พรรคไทยรักษาชาติ ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ได้ลงรับสมัครเลือกตั้งเลยไม่มีคะแนน ฉะนั้นจึงเป็นข้อมูลเท็จ และหน่วยงานของรัฐควรนำหลักฐานนี้ไปแจ้งความกับคนปล่อยข่าว โดยพรรคไทยรักษาชาติถูกยุบ ประชาชนคนไทยทั้งประเทศคงทราบดีว่าเกิดจากอะไรที่กระทำอันมิบังควร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;7.ผลการเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทยได้ ส.ส.มากที่สุด แต่ได้คะแนนจากเสียงของประชาชนทั้งประเทศน้อยกว่า พปชร. แปลว่าพรรคเพื่อไทยได้รับประโยชน์จากรัฐธรรมนูญฉบับนี้มากกว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;8.สำหรับผลการเลือกตั้งมีการประกาศว่าพรรคการเมืองที่ไม่สนับสนุน คสช. มีจำนวนสูงกว่าสองเท่า ตนไม่ทราบว่าบวกคะแนนกันอย่างไรถึงมากกว่า ทั้งๆ ที่พรรค พปชร. ได้ 8.4 ล้านเสียง แต่พรรคเพื่อไทยได้ 7.8 ล้านคะแนน ดังนั้นจึงต้องบอกน้องๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;9.ผลการเลือกตั้งฝั่งไม่เอา คสช. อ้างว่ามีการรวมเสียงเกินครึ่งสภาก่อน ตนแปลกใจว่ามีการวมมาจากตรงไหน และการนับคะแนนยังถือไม่เสร็จสิ้น ยังไม่ได้ประกาศจาก กกต.ที่ชัดเจน แล้วคนที่ไปยืนถ่ายรูปกันก็ไม่มีอำนาจตัดสินใจจัดตั้งรัฐบาลได้เลย เป็นเพียงละครฉากหนึ่งเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับกลุ่มม็อบเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และข้อ 10 หากไม่มี ส.ว. 250 จะจูงพรรคอื่นเข้าร่วมไม่ได้ ตนคิดว่าถ้าหากจำกันครั้งใช้สถานที่ทีโอที ซึ่งเป็นรัฐสภาชั่วคราวในการเลือกนายกรัฐมนตรี ฝั่งเลือก พล.อ.ประยุทธ์มีจำนวน ส.ส. เลือกเกินกึ่งหนึ่งโดยไม่ต้องใช้ ส.ว.เลย และการกล่าวอ้างของข้อมูลที่กระจายอยู่ในโซเชียลเป็นข้อมูลเท็จ การพูดเช่นนี้เป็นการให้ร้ายรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุดท้ายนี้ รัฐบาลมีความจริงใจในการแก้ปัญหา มีการจัดตั้งเปิดวิสามัญในวันที่ 26-27 ต.ค. โดยให้ ส.ส., ส.ว. และรัฐบาล หารือร่วมกัน มีพรรคฝ่ายค้านเข้าร่วม เชื่อว่ากลไกรัฐสภาแก้ปัญหาทางการเมืองได้ และอย่าให้ข้อมูลเท็จมาสร้างความแตกแยกกัน ที่ผ่านมาบ้านเมืองบอบช้ำมามากแล้ว ขอให้ทุกคนชู 3 นิ้วแบบ I LOVE YOU แบบรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เพราะถือเป็นจารีตประเพณีของไทยที่สืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ
ย้อนรอย 6 ตุลา 19&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย อ้างว่าสาเหตุความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นอยู่ที่ตัว พล.อ.ประยุทธ์ ที่บริหารงานผิดพลาด จนทำให้กลุ่มนักเรียนและเยาวชนออกมาประท้วงขับไล่ ทั้งนี้ ย้ำว่าการชุมนุมเป็นสิทธิ แต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย แต่แกนนำการชุมนุมต้องคำนึงถึงวัตถุประสงค์และเป้าหมายของการชุมนุมนั้นๆ เป็นหลัก หากปล่อยปละละเลยให้การชุมนุมยกระดับนำไปสู่ความรุนแรง แกนนำการชุมนุมต้องรับผิดชอบ เพราะการชุมนุมตามกฎหมายต้องปราศจากอาวุธและไม่ใช้ความรุนแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ว่า การแบ่งเวลาอภิปรายให้พรรคร่วมฝ่ายค้านเพียง 8 ชั่วโมง ขณะที่รัฐบาล พรรคร่วมรัฐบาล และ ส.ว. ได้เวลารวม 15 ชั่วโมงนั้น ตนเกรงว่ารัฐบาลอาจจะใช้เวทีนี้เพื่อแก้ตัว เติมเชื้อไฟ ปลุกคนอีกกลุ่มขึ้นมา และอาจจะเป็นการพยายามขุดหลุมของฝ่ายรัฐบาลด้วยซ้ำ จากท่าทีการแสดงออกของ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ไม่เห็นว่าจะรับข้อเสนอของผู้ชุมนุม และตั้งใจแก้ไขปัญหาเชิงลึกที่แท้จริง ตนจึงเกรงว่าการพูดคุยรอบนี้จะไม่นำไปสู่การแก้ไขปัญหา อีกทั้งเหตุการณ์เมื่อคืนวันที่ 23 ตุลาคมที่ผ่านมา ก็เห็นว่ากำลังจะย้อนรอยเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า หากที่ประชุมรัฐสภามีความเห็นร่วมกันให้มีกลไกเพื่อทางออกร่วมกัน ก็อยากให้เปลี่ยนรูปแบบจากการตั้งคณะกรรมาธิการ &amp;nbsp;ปรับรูปแบบเพื่อเปิดกว้าง เป็นการตั้งคณะกรรมการที่มี 5 ฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาทำงานร่วมกัน ประกอบด้วย ครม. พรรครัฐบาล พรรคฝ่ายค้าน ส.ว. และบุคคลภายนอกที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งจะเป็นวิธีที่ยืดหยุ่น ไม่จำเป็นต้องยึดระบบสัดส่วน เพื่อป้องกันไม่ให้ใครเข้าร่วมอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการรักษาความปลอดภัยของรัฐสภาในระหว่างการประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภาวันที่ 26-27 ต.ค.ว่า คงไม่จำเป็นต้องมีมาตรการป้องกันเข้มข้นเข้มงวดเหมือนกับค่ายทหารจนประชาชนไม่สามารถเข้ามาได้ เพียงแต่มาตรการรักษาความปลอดภัยอาจจะเข้มข้นมากกว่าปกติเท่านั้นเอง สำหรับการรักษาความปลอดภัยภายนอกนั้น เป็นเรื่องของหน่วยงานความมั่นคง ซึ่งอาจจะมีการจัดกำลังตำรวจมาที่รัฐสภา แต่ไม่เกี่ยวกับสภา &amp;nbsp;เพียงแต่ได้ขอร้องว่าให้แจ้งให้สภาได้รับทราบด้วย ขณะที่มาตราการสำหรับกรณีที่ต้องอพยพต่างๆ นั้น ฝ่ายความมั่นคงก็มีการวางมาตรการอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นทั้งทางบกและทางน้ำ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81674</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ, นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม, นิกร จำนง, ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์, พล.อ.อนุพงษ์​ เผ่าจินดา, สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล, สามารถ เจนชัยจิตรวนิช, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201024/image_big_5f941c7fd50e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
