<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>93880</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แนะวิธีล้างมือป้องกันไวรัส ได้ทั้งสุขภาพและความงาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(พญ.อวิกา รงค์ทอง แนะ 3 สาวคนดังอย่าง พรรษมน พิริยะเมธา, ปรัชญมน บุรณศิริ และภิพัชรา แก้วจินดา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงที่ต้องรักษาระยะห่างทางสังคม เพื่อลดความเสี่ยงและยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส&amp;nbsp;Covid-19 นั้น ควรระวังเรื่องการสัมผัสกับสิ่งของต่างๆ รอบตัว คำแนะนำสำคัญไม่พ้นเรื่องของการล้างมือให้สะอาดอย่างสม่ำเสมอ ส่งผลให้เกิดปัญหาผิวมือแห้งตามมาสำหรับหลายๆ คน โดยเฉพาะผู้แพ้ง่ายกับเจลแอลกอฮอล์ชนิดต่างๆ แล้วก็ตามมาด้วยความเครียดอย่างไม่รู้ตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเร็วๆ นี้ แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม&amp;nbsp;&amp;lsquo;ธัญ&amp;rsquo; (THANN)&amp;nbsp;พร้อมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงามอย่าง &amp;ldquo;แพทย์หญิงอวิกา รงค์ทอง&amp;rdquo;&amp;nbsp;ได้แนะนำ&amp;nbsp;&amp;ldquo;การดูแลตัวเองให้ห่างไกลจาก&amp;nbsp;Covid-19&amp;nbsp;เช่น การล้างมือให้ถูกวิธีพร้อมเผยวิธีผ่อนคลายความเครียดกับผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;&amp;lsquo;ธัญ แฮนด์ ครีม ซีรีส์&amp;rsquo; (THANN Hand Cream Series)&amp;nbsp;มาบอกกล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(พญ.อวิกา รงค์ทอง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แพทย์หญิงอวิกาแนะนำว่า การล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์มีความสำคัญมากที่จะช่วยชำระล้างสิ่งสกปรกและเชื้อไวรัสที่ติดบนฝ่ามือเราได้ โดยสามารถใช้เทคนิคการล้างมือ 7 ลำดับเพื่อช่วยป้องกันไวรัสโควิด-19 ดังนี้ เริ่มจากการถูฝ่ามือ ถัดมาถูหลังมือ ต่อมาประกบฝ่ามือแล้วถูซอกนิ้ว ขัดหลังนิ้ว ขัดถูนิ้วโป้ง ขัดฝ่ามือด้วยปลายนิ้ว และถูรอบข้อมือ ขั้นตอนการล้างมือดังกล่าวควรใช้เวลาล้างไม่ต่ำกว่า 20 วินาที หากใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ ก็สามารถใช้วิธีเดียวกันแล้วรอให้แอลกอฮอล์แห้ง จึงจะถือว่าฆ่าเชื้อแล้ว ไม่ต้องเช็ดเจลออกขณะเปียก และแอลกอฮอล์ที่ใช้ต้องเป็นเอทิลแอลกอฮอล์ หรือไอโซโพรพิลแอลกอฮอล์ ที่มีความเข้มข้นมากกว่า 70% ขึ้นไป แต่ต้องระวัง ขณะใช้ไม่ควรอยู่ใกล้เปลวไฟ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์บ่อยๆ เป็นการป้องกันเชื้อโรคที่ดี แต่อาจส่งผลกระทบต่อผิวมือได้ เพราะเมื่อแอลกอฮอล์ระเหยจะดูดความชุ่มชื้นจากผิวมือไปด้วย ส่วนการล้างมือด้วยน้ำสบู่ก็สามารถชะล้างน้ำมันเคลือบผิวออกไปทำให้ผิวแห้งได้ หลังจากการใช้เจลแอลกอฮอล์หรือล้างมือด้วยสบู่ ควรเพิ่มขั้นตอนการบำรุงดูแลผิวมือด้วยแฮนด์ครีมหลังการล้างมือทุกครั้ง เพื่อเติมความชุ่มชื้น ป้องกันผิวมือไม่ให้แห้งกร้าน รวมถึงการนวดบริหารมือหลังทาแฮนด์ครีม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบำรุงผิวให้เนียนนุ่มชุ่มชื้น นอกจากนี้ยังสามารถช่วยลดความอ่อนล้าของกล้ามเนื้อและกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(&amp;lsquo;ธัญ แฮนด์ ครีม ซีรีส์&amp;rsquo; (THANN Hand Cream Series) อาทิ น้ำยาล้างมือ, ครีมบำรุงมือ จากน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ 100%)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ การรับข้อมูลข่าวสารเรื่องการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;อาจก่อให้เกิดความวิตกกังวลและความเครียดได้ ซึ่งส่งผลโดยตรงกับผิวหรืออาการ&amp;nbsp;&amp;ldquo;ผิวเครียด&amp;rdquo; เป็นโรคทางจิตวิทยาผิวหนังชนิดหนึ่งที่เรียกว่า Psychodermatology&amp;nbsp;เกิดจากสภาวะของจิตใจหรือความเครียดที่ส่งผลโดยตรงต่อสภาพของผิวพรรณ หรืออธิบายอย่างง่ายๆ คือความเครียดไปกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนบางชนิดออกมามากกว่าปกติ ทำให้ร่างกายเสียสมดุล ส่งผลเสียต่อกระบวนการทำงานของร่างกายและผิวพรรณ อย่างเช่น มีการหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ทำให้ภูมิต้านทานของร่างกายต่ำลง ส่งผลให้ผิวหนังเกิดเป็นผื่น ระคายเคือง เป็นสิว ติดเชื้อได้ง่าย และยังกระตุ้นเซลล์สร้างเม็ดสี (Melanin)&amp;nbsp;ทำให้หน้าหมอง ฝ้า กระ เข้มขึ้นได้ อีกทั้งยังส่งผลยับยั้งการหลั่งฮอร์โมนแห่งความหนุ่มสาว โกรตฮอร์โมน (Growth Hormone)&amp;nbsp;ทำให้ผิวแห้งกร้าน เกิดริ้วรอย หย่อนคล้อยได้ง่ายอีกด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับวิธีรับมือกับความเครียดนั้น ควรเริ่มจากการสำรวจตัวเองก่อน แล้วลองวิเคราะห์หาสาเหตุของความเครียดนั้น เพื่อหาแนวทางจัดการอย่างเหมาะสม&amp;nbsp;หาวิธีผ่อนคลายตามแบบที่ตัวเองชอบ อย่างเช่น การใช้กลิ่นหอมบำบัด (Aromatherapy)&amp;nbsp;ดนตรีบำบัด นั่งสมาธิ สวดมนต์ ออกกำลังกายเบาๆ ดูหนัง ฟังเพลง ทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำให้เพียงพอ ส่วนวิธีการสังเกตตัวเองง่ายๆ ว่าเราติดเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;หรือไม่นั้น สังเกตได้จากการมีไข้สูงกว่า&amp;nbsp;37.5&amp;nbsp;องศาเซลเซียส ร่วมกับอาการไอแห้ง อ่อนเพลีย สูญเสียความสามารถในการรับรสและกลิ่น โดยเฉลี่ยแล้วผู้ที่ติดเชื้อจะแสดงอาการภายใน 5-6 วัน แต่ก็อาจใช้เวลานานถึง 14 วันจึงจะแสดงอาการก็ได้ แต่หากมีอาการไอเพียงอย่างเดียวจะมีสาเหตุมาจากฝุ่นและการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93880</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, ปรัชญมน บุรณศิริ, พญ.อวิกา รงค์ทอง, พรรษมน พิริยะเมธา, ภิพัชรา แก้วจินดา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210222/image_big_60339a9e52ba8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
