<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119654</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2021 18:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2021 17:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘21 ปี  พอช.’  (3) ตามรอยพระบาทสร้างชาติด้วยเศรษฐกิจพอเพียง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&amp;nbsp; มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร &amp;nbsp;ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะให้ประชาชนไทย โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในชนบทได้มีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จึงทรงมีพระราชดำริโครงการช่วยเหลือประชาชนตั้งแต่ปี พ.ศ.2494 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน รวมทั้งหมด 4,596 โครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่น 1.การพัฒนาด้านแหล่งน้ำ 3,067 โครงการ  2.การพัฒนาด้านการเกษตร 107 โครงการ  3.การพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม 33 โครงการ  4.การพัฒนาด้านส่งเสริมอาชีพ 79 โครงการ  5.การพัฒนาด้านสาธารณสุข 2 โครงการ  6.การพัฒนาด้านคมนาคม/สื่อสาร 4 โครงการ  7.การพัฒนาด้านสวัสดิการสังคม&amp;nbsp; การศึกษา 30 โครงการ  8.การพัฒนาแบบบูรณาการ 147 โครงการ ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รากเหง้าปรัชญาเศรษฐกิจ-วิถีพอเพียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงตรัสถึงแนวทางการพัฒนาประเทศไปสู่ &amp;lsquo;การพอมี พอกิน&amp;rsquo; ซึ่งถือเป็นรากฐานของ &amp;lsquo;ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ&amp;rsquo; มาตั้งแต่ปี 2517 แต่กว่าสังคมไทยจะตื่นตัวเวลาได้ผ่านไปกว่า 20 ปี เมื่อเกิดวิกฤติเศรษฐกิจฟองสบู่แตกในปี 2540 โดยก่อนหน้านั้นหลายปี ประเทศไทยพยายามจะมุ่งเป้าไปสู่การเป็นประเทศอุตสาหกรรมใหม่หรือ &amp;lsquo;เสือเศรษฐกิจตัวที่ 5 ของเอเซีย&amp;rsquo; (4 เสือ คือ สิงคโปร์ ฮ่องกง เกาหลีใต้ และไต้หวัน) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระราชดำรัสตอนหนึ่งว่า...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;..ความจริงเคยพูดเสมอในที่ประชุมอย่างนี้ว่า  การจะเป็นเสือนั้นไม่สำคัญ &amp;nbsp;สำคัญอยู่ที่เรามีเศรษฐกิจแบบพอมีพอกิน &amp;nbsp;แบบพอมีพอกินนั้นหมายความว่า  อุ้มชูตัวเองได้  ให้มีพอเพียงกับตัวเอง &amp;nbsp;อันนี้ก็เคยบอกว่าความพอเพียงนี้ไม่ได้หมายความว่าทุกครอบครัวจะต้องผลิตอาหารของตัว &amp;nbsp;จะต้องทอผ้าใส่เอง &amp;nbsp;อย่างนั้นมันเกินไป &amp;nbsp;แต่ว่าในหมู่บ้านหรือในอำเภอ จะต้องมีความพอเพียงพอสมควร &amp;nbsp;บางสิ่ง &amp;nbsp;บางอย่างที่ผลิตได้มากกว่าความต้องการก็ขายได้ &amp;nbsp;แต่ขายในที่ไม่ห่างไกลเท่าไหร่  ไม่ต้องเสียค่าขนส่งมากนัก....&amp;quot; (พระราชดำรัสเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 4 ธันวาคม 2540)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กล่าวได้ว่า พระราชดำรัสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานให้แก่ประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในเรื่องของการ &amp;lsquo;พออยู่ พอกิน&amp;rsquo; และแนวทาง &amp;lsquo;ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&amp;rsquo; นั้น อันที่จริงก็เป็นรากฐานของสังคมเกษตรกรรมของไทยมาแต่เนิ่นนานแล้ว เช่น ในอีสานมีคำพูดที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตการทำมาหากินว่า &amp;ldquo;เฮ็ดอยู่ เฮ็ดกิน&amp;rdquo; (ทำอยู่ ทำกิน) ซึ่งมีความหมายถึงการทำมาหากิน เลี้ยงปากเลี้ยงท้อง โดยการพึ่งพาตัวเอง เช่น ทำนา ปลูกผัก&amp;nbsp; เลี้ยงไก่&amp;nbsp; ทอผ้า ทำเครื่องใช้ในครัวเรือน &amp;nbsp;ฯลฯ &amp;nbsp;ไม่ใช่วิถีแบบ &amp;ldquo;ซื้ออยู่ ซื้อกิน&amp;rdquo; เหมือนดังปัจจุบัน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp; พระองค์ท่านยังมีหลักการทรงงานที่สำคัญด้านการพัฒนาชุมชน&amp;nbsp; นั่นก็คือ&amp;nbsp; &amp;ldquo;การระเบิดจากข้างใน&amp;rdquo; ซึ่งหมายความว่า &amp;nbsp;&amp;ldquo;ต้องสร้างความเข้มแข็งให้คนในชุมชนที่เราเข้าไปพัฒนาให้มีสภาพพร้อมที่จะรับการพัฒนาเสียก่อน  มิใช่การนำเอาความเจริญหรือบุคคลจากสังคมภายนอกเข้าไปหาชุมชนหมู่บ้านที่ยังไม่ทันได้มีโอกาสเตรียมตัวหรือตั้งตัว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แรงบันดาลใจจากในหลวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน  2528 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ได้เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรการดำเนินงานของศูนย์การพัฒนาภูพาน  ต.ห้วยยาง  อ.เมือง  จ.สกลนคร ในโอกาสนี้พระองค์ได้พระราชทานแนวทางการแก้ไขปัญหาความยากจนของเกษตรกร  มีใจความสำคัญตอนหนึ่งว่า &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;&amp;hellip;แนวทางการแก้ปัญหาความยากจนและหนี้สินเกษตรกร  ควรจัดให้มีกองทุนหมุนเวียนในหมู่บ้าน โดยวิธีออมทรัพย์ร่วมกัน เพื่อสาธิตการบริหารจัดการเงินและการบัญชีแก่ชาวบ้าน &amp;nbsp;ส่งเสริมการจัดตั้งร้านค้าสาธิตหมู่บ้าน เพื่อฝึกด้านการจัดการตลาด ควรริเริ่มทำธุรกิจชุมชนในหมู่บ้านให้เข้มแข็ง และแพร่หลาย เพื่อพัฒนาสู่ระบบหมู่บ้านสหกรณ์ทั่วประเทศต่อไปในอนาคต...&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำบลท่าเสา อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี กลุ่มเกษตรกรที่นี่มีปัญหาความยากจนและมีหนี้สินไม่ต่างจากที่อื่นๆ ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพปลูกพืชไร่หรือพืชเชิงเดี่ยว เช่น ข้าวโพด อ้อย มันสำปะหลัง ฯลฯ ต้องกู้ยืมเงินนอกระบบมาเป็นทุนหมุนเวียน ทำให้หนี้สินพอกพูนขึ้นทุกวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิพัฒน์ แก้วจิตคงทอง ผู้นำกลุ่มเกษตรกรตำบลท่าเสา เล่าว่า จากปัญหาหนี้สินและผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจในปี 2540 ตำบลท่าเสาจึงได้นำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาดำเนินการตั้งแต่เริ่มต้น  โดยสร้างระบบพึ่งพากันในชุมชนขึ้นมา  เริ่มตั้งแต่เรื่องการจัดการทุน  จากเดิมที่ต้องกู้หนี้ยืมสินจากคนข้างนอก  จึงสร้างทุนภายในชุมชน  โดยการจัดตั้งธนาคารหมู่บ้านขึ้นมาหลังจากเกิดวิกฤติปี 2540 เริ่มต้นมีสมาชิกเพียง 15 คน ร่วมกันออมทรัพย์เป็นประจำทุกเดือน ใครมีมากก็ออมมาก มีน้อยก็ออมน้อย เมื่อมีเงินมากขึ้น สมาชิกที่เดือดร้อนก็สามารถกู้ยืมเงินไปหมุนเวียนได้ โดยเสียดอกเบี้ยเพียงเล็กน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พอธนาคารหมู่บ้านเริ่มโตขึ้น เราก็ยกฐานะขึ้นเป็นสถาบันการเงินชุมชนในปี 2543 และเริ่มคิดถึงเรื่องปากท้องให้ครบวงจร จากเดิมที่ชาวบ้านปลูกพืชเชิงเดี่ยวเพื่อส่งออกข้างนอกอย่างเดียว  แล้วเราก็ต้องไปซื้อสินค้าจากข้างนอกกลับเข้ามากินมาใช้อีก  จึงได้แง่คิดว่า  จะทำอย่างไร? ให้ชาวบ้านผลิตสิ่งที่เรากิน  แล้วเอามาใช้แลกเปลี่ยนหรือซื้อขายกันเอง เราจึงร่วมกันจัดตั้งร้านค้าชุมชนหรือศูนย์สาธิตการเกษตรฯ ขึ้นมาในปี 2544 โดยส่งเสริมให้ชาวบ้านปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต จากเดิมปลูกพืชส่งโรงงานมาปลูกพืชผักที่เป็นอาหาร  ใครปลูกอะไรเหลือกินก็เอามาจำหน่าย  หรือเอามาแปรรูป  ทำอาหาร ทำขนมขาย&amp;rdquo;  พิพัฒน์เล่าความเป็นมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย์สาธิตการเกษตรร้านค้าชุมชนตำบลท่าเสา &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;lsquo;ศูนย์สาธิตการเกษตรร้านค้าชุมชนตำบลท่าเสา&amp;rsquo; มีลักษณะเหมือน &amp;lsquo;ร้านโชวห่วย&amp;rsquo; ทั่วไป คือขายของกิน-ของใช้ที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน เช่น ข้าวสาร อาหารแห้ง กะปิ น้ำปลา น้ำตาล ขนม เครื่องดื่ม สบู่ ยาสีฟัน ถ่านไฟฉาย&amp;nbsp; ฯลฯ &amp;nbsp;แต่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้เป็นเจ้าของ โดยการระดมทุนจากชาวบ้านหุ้นละ 100 บาท เพื่อนำมาเป็นทุนดำเนินการ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ที่พิเศษกว่าร้านค้าทั่วไปก็คือ สมาชิกสามารถนำผลผลิตจากครัวเรือนมาฝากขายที่ศูนย์ฯ (ไม่ต้องขายเอง) เช่น ผักสวนครัว ผลไม้ กล้วย ขนุน มะม่วง ฯลฯ ที่ปลูกโดยไม่ใช่สารเคมี ใครมีฝีมือทางอาหารหวานคาวก็นำมาฝากขาย เช่น ข้าวต้มมัด กล้วยบวชชี ผัด-แกงต่างๆ หมูปิ้ง ข้าวเหนียว ปลาส้ม ปลาร้า น้ำพริก เครื่องแกง หน่อไม้ดอง ฯลฯ โดยศูนย์ฯ จะคิดค่าจำหน่าย 10 % ของราคาขาย เพื่อนำรายได้มาเป็นค่าบริหารจัดการ เป็นการสร้างอาชีพ สร้างตลาดให้ชาวบ้าน ใครขาดเหลืออะไรก็มาซื้อหาได้ที่นี่ เหมือนกับเป็นการแลกเปลี่ยนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย์สาธิตการเกษตรฯ เปิดจำหน่ายทุกวัน ตั้งแต่เช้า-ค่ำ มีการจ้างคนในตำบลมาเป็นพนักงานบัญชีและพนักงานขาย ใช้ระบบคอมพิวเตอร์บันทึกการซื้อขาย สินค้าที่ชุมชนผลิตไม่ได้ เช่น ข้าวสาร น้ำมันพืช น้ำตาล เครื่องดื่ม นม ของใช้ต่างๆ จะสั่งซื้อมาจากร้านค้าส่งรายใหญ่ ทำให้ได้ส่วนลด มียอดจำหน่ายไม่ต่ำกว่าวันละ &amp;nbsp;50,000-60,000 บาท หรือเดือนละประมาณ 2 ล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลกำไรจำนวน 50 % จะปันผลคืนสมาชิกตอนสิ้นปี, 20 % เป็นทุนดำเนินการ, 15 % นำไปใช้เป็นกองทุนสวัสดิการและพัฒนาชุมชน  ส่วนอีก 15 % เป็นค่าบริหารจัดการของคณะทำงานและผู้บริหาร ปัจจุบันมีสมาชิกทั้งหมดประมาณ 600 ราย มีเงินทุนหมุนเวียนและเงินหุ้นที่สมาชิกร่วมลงทุนประมาณ 6 ล้านบาทเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายในศูนย์สาธิตการเกษตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสถาบันการเงินชุมชน ปัจจุบันมีสมาชิกประมาณ 300 ราย มีเงินทุนหมุนเวียนกว่า 3 ล้านบาทเศษ สมาชิกสามารถกู้ยืมได้ 2 เท่าของเงินออมที่ตนมีอยู่ หรือตามสินทรัพย์ที่นำมาค้ำประกัน ทำให้ชาวบ้านไม่ต้องเป็นหนี้นอกระบบ และมีเงินทุนเป็นของตัวเอง เหมือนกับแนวทางที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เคยพระราชทานเอาไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ศูนย์สาธิตฯ หรือร้านค้าชุมชนเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตของคนในตำบลท่าเสา จากเดิมที่ปลูกเพื่อขายและซื้อกิน ก็เปลี่ยนมาปลูกเพื่อกิน นำผลผลิตที่เหลือมาขาย ทำให้สมาชิกมีรายได้เพิ่มขึ้น  เมื่อมีรายได้ก็เอาเงินไปฝากสถาบันการเงิน เป็นทุนหมุนเวียนในตำบล  ส่วนร้านค้าชุมชนเมื่อมีกำไรก็เอามาดูแลเรื่องสังคม เรื่องการศึกษา&amp;nbsp; สิ่งแวด ล้อม ดูแลป่า และสุขภาพของคนในตำบล  ทำให้วิถีชีวิตของคนท่าเสาดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดมาก  เป็นไปตามแนวพระราชดำริของพระองค์ท่านจริงๆ&amp;rdquo;  ผู้นำชุมชนตำบลท่าเสากล่าวถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาสตร์พระราชา : สร้างทำนบกั้นเงินที่ จ.พะเยา &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครูมุกดา อินต๊ะสาร นักพัฒนาจาก อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา บอกว่า &amp;nbsp;ในอดีตอำเภอดอกคำใต้มักจะมีชื่อเสียงในด้านลบว่าเด็กสาวจากที่นี่มักจะมีอาชีพขายบริการทางเพศ ครูจึงสนับสนุนให้เด็กนักเรียนที่ยากจนได้มีโอกาสเล่าเรียนต่อเพื่อสลัดตัวออกจากวงจรอุบาทย์ ส่งเสริมเรื่องอาชีพ รายได้ สิ่งแวดล้อม ป่าไม้ แก้ไขปัญหายาเสพติด โรคเอดส์ ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครูมุกดา&amp;nbsp; อินต๊ะสาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในปี 2535 ครูมุกดาสนับสนุนให้เกิดธนาคารหมู่บ้านขึ้นมา เพื่อส่งเสริมการออมทรัพย์ นำเงินที่ออมมาช่วยเหลือกัน และขยายไปสู่การพัฒนาและแก้ไขปัญหาต่างๆ ในตำบล เช่น ส่งเสริมอาชีพ ส่งเสริมสวัสดิการชุมชน ช่วยเหลือกันตั้งแต่เกิดจนตาย ฯลฯ ปัจจุบันได้ขยายเป็นเครือข่าย &amp;lsquo;ศูนย์รวมน้ำใจธนาคารหมู่บ้าน จ.พะเยา&amp;rsquo; มีกองทุนต่างๆ และกองทุนสวัสดิการชุมชนกระจายในพื้นที่จังหวัดพะเยาและทั่วภาคเหนือ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในช่วงหนึ่งในชีวิตของครูได้มีโอกาสรับฟัง  ได้ยินแนวคิดของพระองค์ท่านเกี่ยวกับทำนบกั้นเงิน หรือธนาคารหมู่บ้าน  ครูก็เลยคิดว่าเครื่องมือนี้เป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้เราสามารถเอาทุนเล็กๆ จากพี่น้องมาออมในลักษณะองค์กรการเงินของชุมชนที่ชุมชนลุกขึ้นมาจัดการตนเอง  &amp;lsquo;ใครมีเอามาใส่  ใครจำเป็นเอาไปใช้&amp;rsquo; ผลกำไรที่ออกมาเอามาจัดสวัสดิการให้สมาชิกและชุมชน&amp;rdquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ในความคิดของครู จาก 40 ปีที่ทำงานผ่านมา  แนวคิดของพระองค์ท่านตอกย้ำเรื่องของการทำให้เรารู้จักการจัดการตัวเอง  รู้ว่าเราเป็นใคร  ทำอะไรอยู่  และท้ายที่สุดเราจะเกื้อหนุนกันอย่างไร  ใช้เครื่องมืออะไรเป็นเครื่องมือที่พวกเราถนัด  เอามาจัดการเรื่องราวเหล่านั้น  และขยายวงให้เพื่อนพี่น้อง  สิ่งเหล่านี้มันจะทำให้พวกเราเกิดความรัก ความสามัคคี  ดูแลซึ่งกันและกันได้  ลดความขัดแย้งหลายเรื่อง  บางครั้งเราอาจจะต้องใช้เวลาทบทวนเหมือนพระองค์ท่านว่า  ความคิดที่แตกต่างกันมันสามารถที่จะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันได้  ถ้าหากว่าพวกเราร่วมกันคิดโดยที่ไม่ใช่เอาอำนาจ  เอาตัวตนของตนเป็นหลัก&amp;rdquo;&amp;nbsp; ครูมุกดาบอกถึงการนำแนวคิดของพระองค์มาใช้ทั้งในเรื่องส่วนตัวและการพัฒนาชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สร้างบ้านพอเพียง-ชีวิตพอเพียง&amp;rdquo; ที่ จ.สระแก้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ละอองดาว ศีลาน้ำเที่ยง ผู้นำนักพัฒนาแห่งตำบลคลองหินปูน อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว เล่าว่า&amp;nbsp; ตำบลคลองหินปูน&amp;nbsp; เป็นพื้นที่ที่ประชาชนมีความเดือดร้อนเรื่องที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย ในปี 2554 จึงเริ่มก่อตั้งกองทุนที่ดินขึ้นมา ให้ชาวบ้านร่วมกันสมทบเงินเข้ากองทุนอย่างน้อยเดือนละ 50 บาท ปัจจุบันมีสมาชิกประมาณ 400 ราย มีเงินกองทุนกว่า 2 ล้านบาท ช่วยให้สมาชิกมีที่ดินทำกินแล้ว 69 ราย, มีที่ดินและที่อยู่อาศัย 30 ราย สมาชิกผ่อนชำระคืนเดือนละ 500 บาท &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ละอองดาว&amp;nbsp; ศีลาน้ำเที่ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมี &amp;lsquo;โครงการบ้านพอเพียงชนบท&amp;rsquo; ช่วยเหลือชาวบ้านที่มีบ้านเรือนทรุดโทรมจำนวน 130 ราย เป็นบ้านขนาด 4 X 6 เมตร &amp;nbsp;ชั้นเดียว ใช้งบต่อหลังไม่เกิน 40,000 บาท ได้รับงบสนับสนุนจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หลังละ 18,000 บาท  ส่วนอีก 22,000 บาทใช้เงินกองทุนที่ชุมชนมีอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรื่องของการพัฒนาที่อยู่อาศัย  สิ่งที่เรานำศาสตร์ของพระองค์ท่านมาปฏิบัติก็คือ คิดแบบพอเพียง  และคิดถึงคุณภาพชีวิตว่า  การสร้างบ้านนี้จะอยู่ได้อย่างไรกับครอบครัว  ไม่จำเป็นต้องใหญ่โตโอฬาร  ซึ่งมันก็ทำให้ทุกคนได้คิด  อีกอันหนึ่งก็คือ  การอยู่อย่างพอเพียง ก็ต้องคิดว่าจะทำอย่างไร ให้ตนเป็นที่พึ่งของตน  โดยนำแนวของพระองค์ท่านมาปฏิบัติ ทำอย่างไรจึงจะปิดประตูครัวเรือนได้  ซึ่งก็มีการเลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ ปลูกพืชผัก ปลูกมะเขือ&amp;nbsp; พริก มะนาว&amp;nbsp; กล้วย มะละกอ เอาไว้กินและขาย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ศาสตร์ของพระราชาจะใช้ต่อไปได้ตลอดชีวิตของเรา  และอีกหลายร้อยปี เพราะเป็นศาสตร์ที่ทำแล้วเกิดผล  ทำแล้วทุกคนอยู่ได้  เพราะไม่ไปเบียดเบียนคนอื่นเขา  ทำให้เราอยู่ได้ตามกำลังของเรา  และเกิดการรวมกลุ่มเพื่อพึ่งตนเอง  เริ่มจากครอบครัวแล้วก็ขยายไปหลายๆ ครอบครัว จนเต็มทั้งชุมชน  ทำให้เกิดความรัก ความสามัคคี  ความผูกพันกัน  ทำให้ชุมชนเข้มแข็ง  สังคมเข้มแข็ง &amp;nbsp;ประเทศเข้มแข็ง&amp;rdquo;&amp;nbsp; ละอองดาวบอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บ้านจำรุง จ.ระยอง &amp;nbsp;&amp;ldquo;ไม่รวย แต่มั่นคง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาติชาย เหลืองเจริญ แกนนำนักพัฒนาแห่งบ้านจำรุง ต.เนินฆ้อ อ.แกลง จ.ระยอง บอกว่า&amp;nbsp; ชาวบ้านที่นี่ทำสวนยางพารา  สวนผลไม้ ทำนา  ประมงชายฝั่ง  เริ่มนำแนวพระราชดำรัสปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้หลังวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 โดยชักชวนให้ชาวบ้านปรับเปลี่ยนการทำเกษตรแบบเคมีมาเป็นอินทรีย์ ช่วยกันดูแลสิ่งแวดล้อม ปลูกพืชสมุนไพร แปรรูปผลไม้ ทำกะปิ น้ำปลา  ฯลฯ รวมกลุ่มกันผลิตและขาย โดยการสร้างตลาดภายในชุมชน  ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาติชาย&amp;nbsp; เหลืองเจริญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนกลายเป็นแหล่งเรียนรู้หรือ &amp;lsquo;มหาวิทยาลัยบ้านนอก&amp;rsquo; มีผู้คนมาท่องเที่ยวและศึกษาดูงานเป็นหมู่คณะตลอดทั้งปี (ก่อนสถานการณ์โควิดปี 263)&amp;nbsp; ประมาณปีละ 1 แสนคน ทำรายได้จากการทำอาหาร ขายผลไม้ อาหารแปรรูป&amp;nbsp; ขนม และสินค้าต่างๆ ประมาณปีละ 20 ล้านบาท รายได้ส่วนหนึ่งนำกลับไปพัฒนาชุมชน  ทำให้ชาวบ้านจำรุงมีอาชีพ มีรายได้ &amp;ldquo;ไม่รวย แต่มั่นคง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ในหลวงอยู่ในใจของพวกเราอยู่แล้ว  สิ่งที่ท่านสอนทุกอย่างอยู่ในหัว  อยู่ในร่างกาย  อยู่ในจิตใจเราอยู่แล้ว เมื่อเราอับจนหนทางนึกอะไรไม่ออกก็กลับไปดูที่พระราชดำรัสในแต่ละห้วง  ในแต่ละสถานการณ์นั้นๆ  มันสามารถแปลงสู่การปฏิบัติการจริงในพื้นที่ได้ทุกเรื่อง  ในหลวงไม่ได้ไปไหน  ท่านยังอยู่ที่เดิม  หลักคิดของในหลวงเป็นหลักคิดที่แม่นยำที่สุด เริ่มจากวิธีคิด  การพึ่งพาตนเอง  ทำจากเล็กไปหาใหญ่  ง่ายไปหายาก  อยู่กับสังคมด้วยการเอื้อเฟื้อแบ่งปัน  สังคมจะอยู่เย็นเป็นสุข&amp;rdquo;&amp;nbsp; ชาติชายย้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอช.หนุนชุมชนทั่วประเทศพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo;&amp;nbsp; กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&amp;nbsp; มีนโยบายการทำงานสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและทุนชุมชน โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9&amp;nbsp; มาอย่างต่อเนื่อง เน้นการสร้างรูปธรรมเชื่อมโยงประเด็นต่างๆ  ในรูปแบบ Cluster หรือเครือข่าย เช่น คลัสเตอร์เกษตรอินทรีย์  ข้าวอินทรีย์ การแปรรูป ตลาดชุมชน &amp;nbsp;การท่องเที่ยวโดยชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สินค้าชุมชนที่บ้านจำรุง จ.ระยอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;โดย พอช.มี &amp;lsquo;แผนพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและทุนชุมชน&amp;rsquo; &amp;nbsp;ระยะเวลา 5 &amp;nbsp;ปี (พ.ศ.2565-2568)&amp;nbsp; มีวิสัยทัศน์&amp;nbsp; คือ &amp;lsquo;ชุมชนท้องถิ่นมีระบบเศรษฐกิจและทุนชุมชนที่มั่นคง&amp;nbsp; สามารถพึ่งตนเองได้ และจัดการตนเองได้อย่างยั่งยืน&amp;rsquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยใช้กระบวนการฝึกอบรมและจัดทำ &amp;lsquo;แผนธุรกิจเพื่อชุมชน&amp;rsquo; หรือ &amp;lsquo;Community &amp;nbsp;Business &amp;nbsp;Model Cannas&amp;rsquo; &amp;nbsp;(CBMC) มีเป้าหมาย 800 ตำบลทั่วประเทศ&amp;nbsp; เพื่อให้ชุมชนต่างๆ&amp;nbsp; ได้นำต้นทุนที่ชุมชนมีอยู่&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ผลผลิตทางการเกษตร&amp;nbsp; ศิลปะวัฒนธรรม&amp;nbsp; ภูมิปัญญา&amp;nbsp; แหล่งท่องเที่ยว ฯลฯ&amp;nbsp; มาสร้างอาชีพ&amp;nbsp; ลดต้นทุนการผลิต&amp;nbsp; เพิ่มมูลค่า&amp;nbsp; สร้างรายได้ให้แก่สมาชิกและชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.2pt; text-align:justify&quot;&gt;ทั้งหมดนี้คือตัวอย่างของการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 &amp;nbsp; มาปรับใช้&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นเศรษฐกิจที่เกิดจากกระบวนการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน  และเป็นการระเบิดจากข้างในตามหลักการทรงงานของพระองค์&amp;nbsp; เพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;nbsp; เพราะนอกจากจะทำให้เศรษฐกิจชุมชนเข้มแข็ง  แล้ว&amp;nbsp; ยังทำให้ฐานเศรษฐกิจใหญ่ของประเทศขับเคลื่อนต่อไปได้ !!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.2pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.2pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119654</URL_LINK>
                <HASHTAG>21 ปี  พอช., Community  Business  Model Cannas’  (CBMC), กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, การพอมี พอกิน, ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9, พอช., ศาสตร์พระราชา, ศูนย์สาธิตการเกษตรร้านค้าชุมชนตำบลท่าเสา, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), เศรษฐกิจพอเพียง, เฮ็ดอยู่ เฮ็ดกิน, แผนธุรกิจเพื่อชุมชน, โครงการบ้านพอเพียงชนบท, ไม่รวย แต่มั่นคง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211013/image_big_6166b2e3d8d55.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
