<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115241</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 10:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 10:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จบน่ะ!บิ๊กตู่ยันไม่ยุบสภาไม่ปรับครม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ย.2564 - &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวยืนยันว่า ยังไม่มีความคิดในการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในตอนนี้ และไม่มีการยุบสภาในตอนนี้ในหัวสมองเลย ใครเอาไปพูดลักษณะนี้ระวังตัวไว้ด้วย เพื่อความสร้างตื่นตระหนกในช่วงอภิปราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไม่รู้ว่าทำเป็นขบวนการหรือไม่ ใครเชื่อก็โง่&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์ระบุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115241</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกรัฐมนตรี, ปรับ ครม., พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ยุบสภา, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210901/image_big_612ef3a89cd3c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97404</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประวิตรเดือด!ด่า‘ไอ้ห่า’ ถามปรับกก.บห.‘พปชร.’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;4 ว่าที่ รมต.ตรวจหาเชื้อโควิดก่อนเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ นายกฯ ยันไม่ต้องให้นโยบายพิเศษ เป็นไปตามยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้ สั่งเปลี่ยนวิปฯ ชุดใหม่ เขี่ย &amp;quot;วทันยา-ศิริพงษ์&amp;quot; ส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์พ้นตำแหน่ง &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; รับเป็นมาตรการลงโทษทางการเมือง ย้ำ ภท.พอใจแล้ว หงุดหงิดสื่อถามข่าวเปลี่ยนเลขาฯ พปชร. ด่าลั่น &amp;quot;ไอ้ห่า จะถามทำไม&amp;quot; ขณะที่ &amp;quot;มาดามเดียร์&amp;quot; ยันลาออกวิปรัฐบาลมาเป็นปีแล้ว ไม่เกี่ยวปมโหวตสวนซักฟอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 08.20 น. วันที่ 26 มีนาคม ว่าที่รัฐมนตรีใหม่จำนวน 4 คน ได้เดินเข้ามาที่ตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อรับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ก่อนเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณในวันที่ 27มี.ค.นี้ โดยนายสินิตย์ เลิศไกร ว่าที่ รมช.พาณิชย์ เดินทางมาถึงเป็นคนแรก ตามด้วย น.ส.ตรีนุช เทียนทอง ว่าที่ รมว.ศึกษาธิการ,&amp;nbsp; นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ว่าที่ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล ว่าที่ รมช.คมนาคม เมื่อนายกฯ เดินทางมาถึงและภายหลังรับการตรวจ พล.อ.ประยุทธ์ได้พูดคุยกับว่าที่รัฐมนตรีทั้ง 4 คนพักหนึ่งด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงการมอบนโยบายให้กับ 4 รัฐมนตรีใหม่ ว่า ตนจะมอบนโยบายให้เขาได้อย่างไร ต้องรอให้ครบทุกขั้นตอนก่อน เมื่อช่วงเช้าเชิญมาเพื่อให้เห็นหน้าตากัน โดยพรุ่งนี้ต้องเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ฯ ตามขั้นตอนต่อไป อย่างไรก็ตาม คงไม่ต้องให้นโยบายเป็นพิเศษ เพราะเป็นไปตามยุทธศาสตร์ที่เรากำหนดไว้แล้ว หลายรัฐมนตรีก็ทำมา ก็ทำต่อให้สำเร็จ หลายอย่างก็มีการเปลี่ยนแปลงทุกกระทรวง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชัยวุฒิเปิดเผยว่า ได้พูดคุยแนะนำตัวกับ พล.อ.ประยุทธ์ คุยกันแบบสบายๆ ธรรมดา ไม่ได้คุยกันเรื่องงาน แต่แค่หารือถึงกรอบงานที่อยากให้ทำ จากนั้นได้เข้าพบกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะที่กำกับดูแลกระทรวงดิจิทัลฯ เพื่อรับฟังนโยบายทำงานของกระทรวง ซึ่งไม่น่ามีปัญหาอะไร เพราะเป็นรัฐบาลเดิม อะไรที่ทำไว้ดีแล้วก็ทำต่อไป ส่วนอะไรที่เป็นปัญหาเราก็แก้ไขและทำให้ดียิ่งขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2564&amp;nbsp; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 76/2564 เรื่องปรับปรุงองค์ประกอบในคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร หรือ ปสส. เพื่อดำเนินการในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสภาผู้แทนราษฎรและรัฐสภาให้เป็นไปอย่างมีระเบียบแบบแผนตามระบบของรัฐสภา ตลอดจนเพื่อให้การประสานงานกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกรัฐสภา และพรรคการเมืองในปัญหาต่างๆ ด้านนิติบัญญัติดำเนินการให้เป็นไปอย่างราบรื่น โดยเพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงปรับปรุงองค์ประกอบของคณะกรรมการดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีคณะกรรมการ 12 คน ประกอบด้วย นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ, นายภราดร ปริศนานันทกุล, นางสาวภริม พูลเจริญ, นายจักรพันธ์ พรนิมิตร, นายมณฑล โพธิ์คาย, นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ, นางทัศนาพร เกษเมธีการุณ, นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล, นายสัมพันธ์ มะยูโซะ, นายไพบูลย์ นิติตะวัน, นายสาธิต อุ๋ยตระกูล และนายเขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์ และมีการแต่งตั้ง ปสส.เพิ่มเติม 3 คน ประกอบด้วย นายอภิชา เลิศพชรกมล, นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ และนายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับบุคคลที่ปรับออกจากวิปรัฐบาล ได้แก่ น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี, นายศิริพงษ์ รัศมี กลุ่ม ส.ส.ดาวฤกษ์ ในพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่โหวตงดออกเสียงให้นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งที่ผ่านมา ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการที่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวตรวจสอบและเสนอให้กรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) พิจารณาดำเนินการกับ 6 ส.ส.ดาวฤกษ์และ 1 ส.ส.ระยอง ประกอบไปด้วยการเสนอให้ไม่ขอรับตำแหน่งต่างๆ เช่น กรรมาธิการและวิปรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรค พปชร. กล่าวถึงผลการตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจสอบกรณี 6 ส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์งดลงคะแนนให้นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ว่าเขาได้ลงโทษไปหมดแล้ว และได้ขอโทษไปกับพรรคภูมิใจไทยไปบ้างแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ขณะนี้มีการปรับเปลี่ยนคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล หรือวิปรัฐบาล โดยถอด ส.ส.บางคนในกลุ่มดาวฤกษ์ออกไป เป็นการลงโทษอย่างหนึ่งของ พปชร.หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ใช่ และให้ออกทุกตำแหน่งที่เกี่ยวกับการเมืองเป็นเวลา 3 เดือน อีกทั้งดำเนินการลงโทษทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเมือง ส่วนพรรคภูมิใจไทย โอเค พร้อมหันไปตอบสื่อด้วยสีหน้าเบื่อหน่ายว่า &amp;ldquo;สื่อจะถามทำไม ผมไม่เข้าใจเลย จะถามให้ตีกันให้ได้ จะให้ตีกับใครล่ะ ให้ผมตีกับ ภท.หรือ&amp;quot; จากนั้นกล่าวยืนยันว่า &amp;quot;จะไม่เกิดรอยร้าวกับ ภท.แล้ว&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า แนวทางการลงโทษนี้จะทำให้พรรค ภท.และพรรค พปชร.เกิดความสมานฉันท์ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า มันเป็นแนวทางของพรรคการเมือง และ ส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์ก็เป็น ส.ส.สมัยแรก เขาอาจจะไม่เข้าใจ และการลงโทษก็ถือว่าเป็นกฎของพรรคการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงสถานการณ์ภายในพรรค พปชร.ที่มีกระแสข่าวความขัดแย้งเกิดขึ้น พล.อ.ประวิตรตอบด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง ว่า ไม่มีอะไร บอกไม่มีก็ไม่มี ถ้ามีจะอยู่ได้อย่างไร ถ้ามีพรรคก็อยู่ไม่ได้ รัฐบาลก็อยู่ไม่ได้ ถ้ามีความแตกแยกกันก็อยู่ไม่ได้หรอก เมื่อถามถึงการปรับโครงสร้างภายใน พปชร. พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า กำลังคิดอยู่ เดี๋ยวถามสมาชิกพรรคก่อนว่าคิดอย่างไร ทุกอย่างขึ้นอยู่กับสมาชิกพรรคและ กก.บห. ไม่ใช่ใครจะไปคิดเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อซักว่าการปรับโครงสร้างจะปรับตำแหน่งเลขาธิการพรรคด้วยหรือไม่ พล.อ.ประวิตรหันไปตอบด้วยน้ำเสียงไม่พอใจว่า &amp;ldquo;ยังไม่ได้ปรับเลย ไอ้ห่า! จะถามทำไม&amp;rdquo; ผู้สื่อข่าวจึงตอบกลับไปว่า กระแสข่าวนี้มาแรงมาก พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า &amp;ldquo;ยังไม่ได้ทำอะไรเลย จะปรับเลขาฯ พรรคหรืออะไรก็แล้วแต่ ต้องขึ้นอยู่กับสมาชิกพรรคว่าจะทำอย่างไร คุณจะมาถามล่วงหน้าใครจะไปรู้ มีข่าวที่ไหน มีแต่คุณพูดกันแค่คนสองคน ประเทศไทยเป็นอย่างนี้เพราะว่าผู้สื่อข่าวถามไม่เป็นเรื่องเลย จริงหรือไม่&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร. ในฐานะประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า มีการปรับเปลี่ยน เนื่องจากบุคคลที่ดำรงตำแหน่งประธาน กมธ.สามัญประจำสภาผู้แทนราษฎร ต้องทำหน้าที่ใน กมธ. ทำให้ไม่มีเวลามาร่วมประชุมกับวิปรัฐบาล นอกจากนี้ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ก็จะขอลาออกจากวิปรัฐบาล เนื่องจากมีภารกิจงานอื่นๆ ใน กมธ.ค่อนข้างมาก ก็เลยจะสลับให้นายศิริพงษ์ รัศมี ส.ส.กทม. กลับเข้ามาเป็นวิปรัฐบาลอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้ยังมีพรรคประชาธิปัตย์ที่ต้องการขอเปลี่ยนตัววิปฯ ด้วยเช่นเดียวกัน ขณะที่นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์&amp;nbsp; รมว.ดีอีเอส ก็ได้ลาออกจากวิปรัฐบาลเช่นเดียวกัน ในสัดส่วนของ ครม. ก็มีผู้ลาออก ได้แก่ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ อดีต รมว.ศึกษาธิการ,&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีต รมว.ดีอีเอส ดังนั้นจะมีประกาศปรับปรุงองค์ประกอบใน ปสส.ออกมาใหม่อีก 1 ฉบับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ไม่อยากให้มองตรงนี้เป็นเรื่องของความขัดแย้ง เพราะการทำงานที่ผ่านมาวิปรัฐบาลมีการประสานงานร่วมกันด้วยดีทุกพรรค ซึ่งการปรับเปลี่ยนตัวบุคคล ส่วนหนึ่งมาจากตลอดเวลากว่า 1 ปี ทุกคนมีภารกิจ มีงานเพิ่มมากขึ้น ทำให้ไม่มีเวลามาทำงานตรงนี้ได้ จึงได้สลับปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม&amp;rdquo; นายวิรัชกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี แกนนำกลุ่ม ส.ส.ดาวฤกษ์ กล่าวว่า ตนได้ลาออกจากวิปรัฐบาลกับนายวิรัชมาเป็นปีแล้ว อีกทั้งในรายชื่อเวลาเซ็นชื่อก็ไม่มีชื่อตนมาเป็นปีแล้วด้วย แต่ส่วนตัวเข้าใจว่าวิปรัฐบาลไม่ได้เปลี่ยนชื่อและส่งรายชื่อให้นายกฯ เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย เพราะรอให้เป็นวงรอบปี ซึ่งเรื่องมาลงในช่วงเวลานี้พอดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงผลสอบกรณี ส.ส.ดาวฤกษ์โหวตสวนมติพรรค ในการโหวตอภิปรายไม่ไว้วางใจ กก.สอบข้อเท็จจริงของ พปชร.แจ้งผลสอบมาแล้วหรือไม่ น.ส.วทันยาระบุว่า เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ในการพูดคุยกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97404</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรวจหาเชื้อโควิด, ถวายสัตย์ปฏิญาณ, ปรับ ครม., รัฐมนตรีใหม่, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210326/image_big_605de64ebd905.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97310</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฉะปรับครม.แบบไร่หมุนเวียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;อนุทิน&amp;rdquo; ย้ำหลังแลกเก้าอี้ รมต.กับ ปชป. การทำงานในกระทรวงจะเป็นเอกภาพ ประชาชนได้ประโยชน์ &amp;quot;พลังชล&amp;quot;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฝาก รมว.ศธ.ปฏิรูปการศึกษา จี้รัฐบาลแก้สารพัดปัญหาฟื้นความเชื่อมั่น เลขาฯ ครป.ผิดหวังปรับ ครม.ไม่มีอะไรใหม่ ได้รัฐมนตรีตามโควตามุ้งการเมืองเก่าในพรรคแบบไร่หมุนเวียนอำนาจ จับตา &amp;quot;สามมิตร&amp;quot; ชน &amp;quot;4 ช.&amp;quot; ปมเลื่อยขาเก้าอี้เลขาฯ พรรค &amp;quot;อนุชา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 25 มีนาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาธิปัตย์ได้สลับโควตารัฐมนตรี โดยนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล ไปเป็น รมช.คมนาคมว่า คิดว่าดี ขณะนี้อยู่ในช่วงครึ่งหลังวาระของรัฐบาลและของสภาผู้แทนราษฎร ดังนั้นการที่มีการพูดคุยกันได้ว่าคนนั้นคนนี้น่าจะเหมาะสมกับการไปทำงานตรงนั้นตรงนี้ ทำงานรับนโยบายกันได้ และการบังคับบัญชาเป็นไปด้วยมีความชัดเจน ไม่ต้องมีความระแวงกัน มันก็ดีทั้งนั้น คนที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแต่ละคนมีภารกิจมากแสนสาหัส ซึ่งถ้าไม่มีรัฐมนตรีช่วยว่าการที่ทำงานเป็นทีมเดียวกัน การทำงานก็ไม่ใช่เรื่องง่าย สำหรับตนถือว่าโชคดีที่ได้รัฐมนตรีช่วยว่าการซึ่งสามารถรับงานจากตนได้ แม้มาจากคนละพรรคการเมือง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เกิดกับทุกกระทรวง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การสลับกระทรวงครั้งนี้ไม่ได้มีเงื่อนไขอื่นมาเกี่ยวข้องใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่มี ครั้งนี้นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ได้นายวีรศักดิ์ไปเป็น รมช.คมนาคม ซึ่งอยู่พรรคเดียวกัน ทำให้การมอบหมายให้ไปปฏิบัติหน้าที่แทนก็ง่ายขึ้น หากเทียบกับสมัยที่นายถาวร เสนเนียม เป็น รมช.คมนาคม ซึ่งนายถาวรมีความอาวุโสมากกว่า ดังนั้นการที่นายศักดิ์สยามจะไปสั่งการให้ท่านไปทำงานที่นั่นที่ต่างๆ ก็อาจไม่ค่อยสะดวก เมื่อเราได้โอกาสหารือเรื่องนี้กับนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ซึ่งท่านก็ไม่มีปัญหา เราจึงไขว้กัน และการทำงานจากนี้ไปจะมีความเป็นเอกภาพเป็นปึกแผ่น และประชาชนได้ประโยชน์ทั้งนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า พรรคภูมิใจไทยจะมีการประเมินผลการทำงานของรัฐมนตรีในสังกัดทุกๆ 3 เดือนด้วยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เราประเมินทุกวัน เผลอไม่ได้ ถ้าใครเผลอโดนปรับ รัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยต้องขยัน หน่อมแน้มไม่ได้ รัฐมนตรีของเราขยันกันทุกคน ทำงานหนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุระ เตชะทัต เลขาธิการพรรคพลังชล กล่าวถึงโฉมหน้าครม.ชุดใหม่ ว่าการปรับ ครม.ชุดใหม่ อาจจะถูกวิพากษ์วิจารณ์ไปบ้าง ถือเป็นเรื่องธรรมดา แต่หลังจากนี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลและรัฐมนตรีใหม่จะต้องพิสูจน์ฝีมือในการทำงาน โดยเฉพาะในเรื่องของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ถูกจับตามองว่าจะทำให้ระบบการศึกษาเป็นอย่างไร เกิดการปฏิรูป ทำให้เกิดความเท่าเทียมทางการศึกษาได้จริงหรือไม่ ขณะนี้รัฐบาลมีปัญหาด้านความเชื่อมั่นหลายเรื่อง ทั้งการบริหารราชการ การปฏิรูปการศึกษา ปัญหาโควิด ปัญหาเรื่องรัฐธรรมนูญ ปัญหาการชุมนุมของกลุ่มผู้เห็นต่าง ที่หลายฝ่ายต่างจับตามอง ล้วนกระทบต่อภาพลักษณ์รัฐบาลทั้งสิ้นอยู่ที่ว่าจะบริหารจัดการให้เกิดความเชื่อมั่นอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) กล่าวว่า ผิดหวัง ครม. พล.อ.ประยุทธ์ 2/4 ชุดใหม่ เพราะไม่มีอะไรใหม่ในการเมืองเก่า โควตารัฐมนตรีเป็นไปตามมุ้งการเมืองในพรรค ตัวแทนกลุ่มใครก็ได้ไปเป็นรัฐมนตรีทั้งๆ ที่ยังไม่มีความสามารถเป็นที่ประจักษ์ แค่นามสกุลดังเท่านั้น แต่ก็ดีตรงที่มีผู้หญิงเป็นรัฐมนตรีกับเขาบ้าง 20 ปีมานี้เราได้รัฐมนตรีตามโควตากลุ่มการเมืองแบบเก่า เป็นการเมืองแบบไร่หมุนเวียนอำนาจของกลุ่มการเมือง ระบอบประยุทธ์จึงไม่ต่างจากระบอบทักษิณเท่าไหร่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แต่ระบอบประยุทธ์น่ากลัวกว่าก็ตรงที่สร้างระบอบอำนาจนิยมมาอย่างต่อเนื่องกว่า 7 ปี ใช้อำนาจควบคุมกองทัพ ตำรวจและระบบราชการ โดยเอานายทุนมาเป็นหุ้นส่วนในรัฐบาลอย่างโจ่งแจ้ง ไม่สนการผูกขาดทางการค้าหรือว่าการขายทรัพยากรส่วนรวมไปให้เอกชนหาประโยชน์ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่รัฐมนตรีบางคนเคยบริหารธุรกิจที่หากินกับไฟฟ้า ประปา อากาศมาก่อน บางคนที่คอยเป็นกระเป๋าเงินให้จอมพลที่คุมพรรคก็ล้วนสะสมความมั่งคั่งแบบก้าวกระโดด กลายมาเป็นคนรวยอันดับต้นๆ ของประเทศได้อย่างรวดเร็วในเวลาไม่กี่ปี&amp;quot; นายเมธากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเมธากล่าวว่า อยากเตือนรัฐบาลและผู้รับใช้ว่า ไม่มีความลับในโลกสมัยใหม่ ใบเสร็จอาจถูกเก็บไว้ในอากาศ เทคโนโลยี ระบบคลาวด์และดาวเทียมล้วนเก็บข้อมูลไว้ได้หมดไม่ต่างจากบิ๊กดาต้าที่รัฐบาลกำลังทำ ตำรวจปราบม็อบก็ระวังจะมีคดีในอนาคตทั้งศาลไทยและศาลอาญาระหว่างประเทศ อย่าพยายามรับใช้ระบอบอำนาจนิยมโดยหลงผิดเป็นชอบจนชีวิตขาดคุณงามความดี เพราะวันหนึ่งอาจโดนลอยแพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ถึงความคืบหน้าในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ที่คาดว่าจะมีขึ้นในช่วงเดือนเม.ย.นี้ เป็นที่จับตาอย่างมากถึงการพิจารณาปรับโครงสร้างคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.)&amp;nbsp; โดยเฉพาะตำแหน่งเลขาธิการพรรค ซึ่งมีความพยายามจากกลุ่ม 4 ช. นำโดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์, นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.การคลัง, นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงาน ที่ต้องการเปลี่ยนตัวนายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกฯ ไปเป็นนายสันติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในช่วงที่ผ่านมา นับตั้งแต่นายอนุชาขึ้นเป็นเลขาฯ พรรค มีความพยายามลดบทบาทโดยแกนนำบางคนในพรรคอย่างชัดเจน จนเกิดปัญหาความไม่ลงรอยกัน อย่างกรณีล่าสุด เมื่อครั้งเลือกตั้งซ่อมนครศรีธรรมราช เขต 3 นายอนุชาที่ถูกมอบหมายให้เป็น ผอ.การเลือกตั้ง แทบจะไม่มีบทบาทสำคัญให้รับผิดชอบ แต่เป็น ร.อ.ธรรมนัส ที่มีบทบาทอย่างมากในการเลือกตั้งซ่อม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่การเคลื่อนไหวของกลุ่มสามมิตร ที่นำโดยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม, นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม และนายอนุชา ไม่ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนตัวในตำแหน่งดังกล่าว แต่หากทางพรรค พปชร.มีการเปลี่ยนตัวเกิดขึ้นจริง และคนที่จะมาเป็นเลขาฯ พรรคแทนนายอนุชา คือคนในกลุ่มของ ร.อ.ธรรมนัส ทางกลุ่มสามมิตรโดยนายสมศักดิ์พร้อมที่จะเสนอตัวเป็นแคนดิเดตชิงตำแหน่งนี้ด้วยตัวเอง เหมือนกับที่นายสมศักดิ์ตอบคำถามทีเล่นทีจริงถึงกระแสข่าวการเปลี่ยนตัวนายอนุชาจากเลขาธิการพรรคว่า &amp;quot;เปลี่ยนแล้วให้ผมเป็นแทนใช่ไหม&amp;quot; ซึ่งคำตอบดังกล่าวของนายสมศักดิ์ถูกตั้งข้อสังเกตอย่างมากว่าต้องการส่งสัญญาณถึงผู้ใหญ่ของพรรคให้พิจารณาถ่วงดุลอำนาจภายในพรรคหรือไม่ เพราะหากมีการเปลี่ยนตัวนายอนุชาไปเป็นนายสันติ อาจเกิดแรงกระเพื่อมขึ้นมาอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุชา นาคาศัย กล่าวถึงกระแสข่าวการประชุม กก.บห.ในเดือนเม.ย.นี้ ซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้บริหารพรรคว่า ไม่ทราบ ยังไม่มีกำหนดการ ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามถึงความต้องการให้เปลี่ยนแปลงเก้าอี้เลขาธิการพรรค นายอนุชากล่าวว่า ไม่มีๆ ทุกอย่าง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าพรรคดูแลดีอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ระบุพร้อมนั่งเก้าอี้เลขาธิการพรรค หากมีการปรับเปลี่ยนตัวบุคคล นายอนุชา หัวเราะพร้อมกล่าวว่า &amp;ldquo;ไม่หรอก ท่านอยากอาสา&amp;rdquo; เมื่อถามย้ำว่าเก้าอี้เลขาฯ ยังแข็งแรงใช่หรือไม่ นายอนุชากล่าวว่า อยู่ที่ภาพรวม ไม่สามารถกำหนดกฎเกณฑ์อะไรได้โดยลำพัง ทุกอย่างอยู่ที่กระบวนการของพรรค พปชร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้าการตั้งพรรครวมไทยสร้างชาติที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้ ล่าสุดเหลือขั้นตอนนำเข้าสู่การพิจารณาคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดใหญ่ และประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยมีชื่อ น.ส.พนัชกร ตุลานนท์ เป็นผู้ยื่นคำขอแจ้งการเตรียมการตั้งพรรครวมไทยสร้างชาติ ตั้งแต่วันที่ 17 ก.ค.63 และมีชื่อว่าที่ ร.ท.ไกรภพ นครชัยกุล เป็นหัวหน้าพรรค ขณะที่โลโก้พรรครวมไทยสร้างชาติ ใช้เครื่องหมายหกเหลี่ยมสีน้ำเงิน มีแถบ 3 เส้นสีทอง ขาว บนเครื่องหมายหกเหลี่ยม และมีตัวอักษรภาษาไทย &amp;quot;พรรครวมไทยสร้างชาติ&amp;quot; อยู่ใต้เครื่องหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับความหมายสัญลักษณ์นี้หมายถึงการหลอมรวมประชาชนชาวไทยเป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อสร้างความเจริญก้าวหน้าให้มั่นคง ยั่งยืน สร้างความสามัคคีของคนไทยทุกคนและทุกภาคส่วนของสังคมไทย ในการร่วมกันพัฒนาประเทศไทยให้เจริญุร่งเรืองและมั่นคง โดยยึดถึอหลักความมั่นคงและศรัทธาสูงสุด ต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระกษัตริย์ โดยสีน้ำเงินหมายถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ คือหลักชัยของประเทศที่ประชาชาติไทยเทิดทูนไว้ในฐานะพระประมุขศูนย์ร่วมแห่งจิตใจของชาติไทย สีทองหมายถึงความเจริญรุ่งเรือง สีขาวหมายถึงศาสนา ประชาชนชาวไทยยึดมั่นศรัทธา ขณะที่สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ 169/98 อาคารเสริมทรัพย์ ถนนรัชดาภิเษก ดินแดน กทม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97310</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม.แบบไร่หมุนเวียน, ปรับ ครม., ฟื้นความเชื่อมั่น, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุทิน ชาญวีรกูล, แลกเก้าอี้ รมต.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210325/image_big_605c96a9e7d55.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97192</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถวายสัตย์27มี.ค. ‘บิ๊กตู่’นำ4รมต.ใหม่เข้าเฝ้าฯ/ประเมินผลงานทุก3เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พล.อ.ประยุทธ์&amp;rdquo; เตรียมนำ 4 รัฐมนตรีใหม่เข้าเฝ้าฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถวายสัตย์ปฏิญาณในวันเสาร์ที่ 27 มีนาคมนี้ ชี้ รมต.มีหน้าที่นำนโยบายรัฐบาลและนายกฯ ไปสู่การปฏิบัติ ขอประเมินผลงานทุก 3 เดือน ไม่ดีพร้อมปรับ &amp;ldquo;วิษณุ&amp;rdquo; ยก &amp;ldquo;จาตุรนต์-หมอเสริฐ&amp;rdquo; ไม่ต่างจากกรณี &amp;ldquo;ตรีนุช&amp;rdquo; เพื่อไทยเงียบฉี่ แต่ &amp;ldquo;ก้าวไกล&amp;rdquo; สับเละประยุทธ์ 2/4&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธที่ 24 มี.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ รัฐมนตรีใหม่ ว่าจะนำรัฐมนตรีใหม่เข้าเฝ้าฯ&amp;nbsp; ถวายสัตย์ปฏิญาณในวันที่ 27 มี.ค. ซึ่งไม่น่ามีปัญหาอะไร ส่วนที่สังคมมอง น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ ไม่มีประสบการณ์ด้านการศึกษามาก่อนนั้น การทำงานมีหลายระดับ โดยระดับนโยบายคือนายกฯ&amp;nbsp; และรัฐบาลเป็นผู้กำหนดนโยบาย ซึ่งนโยบายที่ออกไป จะให้แนวทางวางแผนดำเนินการ มีกรอบยุทธศาสตร์ กรอบการปฏิรูปการศึกษา มีเรื่องพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ และมีแผนงานหลายอย่างที่รัฐมนตรีในช่วงที่ผ่านมาดำเนินการไว้แล้ว ฉะนั้นใครจะมาเป็นอะไรก็ตาม ต้องปฏิบัติตามนี้ นายกฯ ให้ความสำคัญในเรื่องการศึกษาเป็นพิเศษอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อย่ามาบอกว่านายกฯ ไม่รู้ ผมรู้ แต่นายกฯ ไม่ใช่ผู้ปฏิบัติ นายกฯ เป็นผู้กำหนดนโยบาย และติดตามสั่งการในการปฏิบัติ กำหนดเป้าหมาย วัตถุประสงค์ ว่าใครจะพัฒนาอย่างไร การศึกษาวันนี้ค่อนข้างหลากหลาย ทั้งในระบบ นอกระบบ เราก็เดินหน้าตรงนี้อยู่ โรงเรียนที่เก่งอยู่แล้วจะทำอย่างไรให้เขาเก่งที่สุด ส่วนการศึกษาในระบบที่มีประสิทธิภาพน้อย ก็ต้องทำให้เก่งมากขึ้น รวมถึงโรงเรียนขนาดเล็กที่ขาดครู ก็ต้องขับเคลื่อนไปด้วยกัน&amp;rdquo; นายกฯ ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ย้ำว่า การทำงานของรัฐบาลไม่ใช่ทำงานการเมือง เป็นการทำงานตามกรอบอำนาจหน้าที่ฝ่ายบริหาร ซึ่งทุกคนที่เข้ามาเป็น ส.ส. เป็นคนที่ประชาชนเลือกมา ก็ต้องเคารพเขาในการที่มาเป็นรัฐมนตรี หรืออะไรก็แล้วแต่ ซึ่งทั้งหมดต้องถูกบริหารโดยนายกฯ ที่เป็นหัวหน้ารัฐบาล ซึ่งบริหารผ่านช่องทางคณะรัฐมนตรี เมื่อเช้าเห็นนักวิชาการพูดในโทรทัศน์ ก็เคารพในความรู้ของท่าน แต่ในเชิงบริหารท่านก็ต้องเข้าใจว่าบริหารกันอย่างไร ถ้าตามหลักวิชาการคิดว่าไม่ต่างกันมากไปกว่านี้ เพราะทุกคนก็สร้างการรับรู้เยอะแยะกันไปหมด แต่จะทำกันอย่างไร นั่นก็คือความร่วมมือ ความเข้าใจในนโยบายของรัฐ
ประเมินผลงานทุก 3 เดือน
นายกฯ กล่าวอีกว่า จะเรียกรัฐมนตรีมาคุยก่อนปฏิบัติหน้าที่ หลังจากมีพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณแล้ว ขอร้องว่าให้เกียรติซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีคนไหนก็ตาม ทุกคนก็ต้องทำตามสิ่งเหล่านี้ และไม่เคยปล่อยปละละเลย ซึ่งย้ำอยู่เสมอว่าต้องระมัดระวังเรื่องของการทุจริต ต้องโปร่งใส มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในการใช้จ่ายงบประมาณและบริหารราชการอย่างมีเป้าหมาย ต้องดูว่าจะทำงานอะไรบ้างให้กับแต่ละกลุ่มแต่ละภาคส่วน ถือว่าขอร้องแล้วกัน ขอให้ช่วยกันสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลตามนโยบายและยุทธศาสตร์ชาติ รวมทั้งแผนปฏิรูปการศึกษา ถ้าเราขัดแย้งกันมากๆ ก็คงทำอะไรไม่ได้อยู่ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่อยากให้มีคำว่าเด็กดี เด็กเลว ทุกคนต้องร่วมมือกัน ทำให้เด็กของเราเป็นคนดี เพราะทุกคนคือพลังสำคัญของชาติ ต้องเรียนรู้ว่าอะไรคือความถูกต้องความชอบธรรม อะไรคือประชาธิปไตยที่เป็นสากล ไม่เช่นนั้นก็จะพูดกันว่านายกฯ เผด็จการๆ ผมขอถามว่าเผด็จการตรงไหน วันนี้ยังไม่เห็นมีเผด็จการอะไรเลย ผมสั่งเฉพาะในอำนาจของผม ในฐานะฝ่ายบริหาร&amp;rdquo;นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวถึงการปรับเปลี่ยนในกระทรวงพาณิชย์ (พณ.) และกระทรวงคมนาคม (คค.) ว่าต้องการให้ทั้ง 2 กระทรวงมีการขับเคลื่อนให้เร็วขึ้น เนื่องจากมีบทบาทสำคัญในช่วงนี้ โดยเฉพาะการสร้างโอกาสเรื่องของสาธารณูปโภคพื้นฐานให้ทุกคนเข้าถึงให้ได้โดยเร็ว เพื่อที่จะได้มีรายได้ทั้งในเรื่องของเศรษฐกิจและการขนส่งสินค้า ส่วนของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) นั้น มีความสำคัญ หลายอย่างอาจมีปัญหาอุปสรรคและการติดขัด เนื่องจากความไม่เข้าใจซึ่งกันและกัน และการสื่อสารออกไปบางครั้งไม่ตรงกับข้อเท็จจริง อีกทั้งความคิดของแต่ละคนห้ามไม่ได้ จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยตนไปบังคับไม่ได้ ซึ่งจะต้องหาความร่วมมือระหว่างกันต่อไป
&amp;ldquo;ขอร้องว่าต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน ก็ดูก่อน ครม.ใหม่เข้ามา เพราะ ครม.ก็ไม่ได้อยู่ตลอดไป ก็มีการปรับอยู่เรื่อย ถ้าทำไม่ดีก็ต้องปรับออก ปรับใหม่ และผมจะประเมินผลงานของรัฐมนตรีทุกกระทรวงเองอยู่แล้ว วันนี้ก็ได้มอบหมายให้มีการรายงานผลความคืบหน้าในการทำงานของทุกกระทรวงในทุกช่วง 3 เดือน รวมทั้งข้าราชการและหน่วยงานท้องถิ่นด้วย ไม่เช่นนั้นก็ไปด้วยกันไม่ได้ และคิดว่าน่าจะดีขึ้น&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงเสียงวิจารณ์ น.ส.ตรีนุชว่าจบเศรษฐศาสตร์ มาบริหารกระทรวงศึกษาธิการเหมาะสมหรือไม่ ว่าอย่าไปพูดอย่างนั้นเลย รัฐมนตรีไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิค และต้องขอยกพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อครั้งนายจาตุรนต์ ฉายแสง เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณเป็น รมว.ยุติธรรม โดยโยกมาจากกระทรวงพลังงาน โดยในหลวงรัชกาลที่ 9 มีพระราชกระแสในวันดังกล่าวว่า รัฐมนตรีนั้นไม่ใช่ผู้ปฏิบัติการ แต่เป็นผู้กำหนดนโยบาย เป็นผู้บริหาร เพราะฉะนั้นจะจบอะไรมาถือเป็นนักบริหาร ถ้าเป็นนักบริหารต้องบริหารได้ คือ บริหารคน บริหารเงิน และบริหารงาน เขาไม่ได้ตั้งใจว่าหมอเท่านั้นที่ต้องเป็น รมว.สาธารณสุข ครูเท่านั้นต้องเป็น รมว.ศึกษาธิการ ทหารเท่านั้นต้องเป็น รมว.กลาโหม
&amp;ldquo;ถ้าไปดูในอดีต รมว.หลายกระทรวงที่เราอาจจะยี้เมื่อตอนเข้ามา แต่ต่อมากลายเป็น รมว.ที่ดีมาก หรือดีที่สุด เช่น พล.ต.อ.ประเสริฐ รุจิรวงศ์ อธิบดีกรมตำรวจในขณะนั้น และมาเป็น รมว.สาธารณสุข ใครๆ ก็แหย่เรียกหมอเสริฐทำนองว่ายี้ แต่ต่อมา พล.ต.อ.ประเสริฐเป็น รมว.สาธารณสุขที่ทำความเจริญให้กับกระทรวงมากที่สุด จนเป็นที่ร่ำลือถึงปัจจุบัน ดังนั้นอย่าไปสนใจเรื่องเช่นนี้&amp;rdquo; นายวิษณุระบุ
ซัดแค่สับเปลี่ยนขั้วอำนาจ
ด้านนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงการปรับ ครม.ประยุทธ์ 2/4 ว่าสะท้อนชัดเป็นการปรับตำแหน่งเพื่อการขยับสับเปลี่ยนขั้วอำนาจเท่านั้น ไม่ได้มุ่งหาคนที่เหมาะสมมาขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงเพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชนเลย อย่างนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดีอีเอส และ น.ส.ตรีนุช ต่างก็ทราบว่าเป็นผู้ที่มีความสนิทและใกล้ชิดกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ การได้มาซึ่งตำแหน่งรัฐมนตรีของทั้ง 2 ท่านนี้ จึงเป็นการปรับตำแหน่งเพื่อยึดโควตารัฐมนตรีคืนจากกลุ่ม กปปส. ตามสำนวนไทยที่ว่า เสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนทัพเท่านั้น
&amp;ldquo;น.ส.ตรีนุชไม่เคยมีบทบาทที่เด่นชัดในงานด้านการศึกษาเลย ไม่เคยแสดงให้สาธารณชนรับรู้ถึงแรงบันดาลใจในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ปกป้องสิทธิและเสรีภาพของของเด็กและเยาวชนเลย ไม่เคยแสดงให้ประชาชนได้เห็นถึงความทุ่มเทในการแก้ไขปัญหาการศึกษาของชาติ จึงเป็นที่สงสัยของประชาชน นักเรียนนักศึกษา พ่อแม่ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา ว่าจะเข้ามาแก้ปัญหา พัฒนาการศึกษาของชาติให้ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ และอยู่ในแนวทางที่อารยประเทศเขาขับเคลื่อนกันได้หรือไม่&amp;rdquo; นายวิโรจน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิโรจน์ยังตั้งข้อสังเกตถึงนายชัยวุฒิว่า เป็นผู้ภักดีต่อทั้ง พล.อ.ประยุทธ์และ พล.อ.ประวิตร และมีท่าทีปฏิปักษ์อย่างชัดเจนต่อผู้ชุมนุมและกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่รักประชาธิปไตย ทำให้ประชาชนจำนวนไม่น้อยตั้งข้อสังเกตว่าการเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีดีอีเอสครั้งนี้ อาจเข้ามาเพื่อเซ็นเซอร์ จำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกในโลกไซเบอร์มากกว่า ส่วนนายสินิตย์ เลิศไกร รมช.พาณิชยนั้น ก็มาจากการคัดเลือกแบบโหวตภายในพรรคประชาธิปัตย์ โดยที่ยังไม่ทราบว่าจะเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยกระทรวงใด จึงสะท้อนชัดเจนว่าเป็นการคัดเลือกผ่านระบบมุ้งและเครือข่ายอำนาจภายในพรรคเท่านั้น
วันเดียวกัน กลุ่มเครือข่ายรัฐสวัสดิการเพื่อความเท่าเทียมและเป็นธรรม หรือวีแฟร์ นำโดยนายนิติรัตน์ ทรัพย์สมบูรณ์ เดินทางมายื่นหนังสือกับตัวแทนพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เพื่อทวงถามความคืบหน้าถึงรัฐสวัสดิการที่พรรคได้เคยหาเสียงไว้ ก่อนอ่านแถลงการณ์ และในช่วงบ่ายกลุ่มดังกล่าวก็ได้มายื่นหนังสือที่พรรค ปชป.เช่นกัน โดยมีนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช และนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรค เป็นตัวแทนรับเรื่อง ซึ่งนายชินวรณ์ยืนยันว่า ให้ความสำคัญเรื่องสังคมและรัฐสวัสดิการ ที่ผ่านมาพรรคได้ผลักดันมีความคืบหน้าไปมาก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97192</URL_LINK>
                <HASHTAG>4 รัฐมนตรีใหม่, ถวายสัตย์ปฏิญาณ, ปรับ ครม., พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210324/image_big_605b507618a0f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97064</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โปรดเกล้าฯ‘ตู่2/4’ ‘ชัยวุฒิ-ตรีนุช-สินิตย์’รมต.ใหม่‘วีรศักดิ์’โยกช่วยคมนาคม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โปรดเกล้าฯ ครม.ประยุทธ์ 2/4 &amp;quot;ชัยวุฒิ&amp;quot; รมว.ดีอีเอส &amp;quot;ตรีนุช&amp;quot; คุม ศธ. &amp;quot;สินิตย์&amp;quot; รมช.พาณิชย์ &amp;quot;วีรศักดิ์&amp;quot; โยกนั่่งช่วยคมนาคม &amp;quot;ปารีณา&amp;quot; ระทึก ลุ้นจะอดเข้าสภาหรือไม่ หลังศาลฎีกานัดฟังคำสั่งคำร้องฝ่าฝืนจริยธรรมคดีรุกป่าสงวนพฤหัสฯ นี้ พรรคสำรอง พปชร.คืบ หึ่งตั้งสาขาพรรคสี่ภาคแล้ว รอเลือกตั้งเปิดตัว-เปลี่ยนชื่อพรรคทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 23 มีนาคม ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีและแต่งตั้งรัฐมนตรี โดยมีใจความว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บัดนี้ นายกรัฐมนตรีได้กราบบังคมทูลว่า ได้มีรัฐมนตรี 3 ตำแหน่ง ประกอบด้วย 1.นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม 2.นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 3.นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี เนื่องจากเป็นผู้ต้องคำพิพากษาให้จำคุก ทำให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย สมควรแต่งตั้งรัฐมนตรีแทนตำแหน่งที่ว่างและปรับปรุงรัฐมนตรีบางตำแหน่ง เพื่อความเหมาะสมและบังเกิดประโยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 158 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี และแต่งตั้งรัฐมนตรี ดังนี้ ให้นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี และให้แต่งตั้งรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้ 1.นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม 2.นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 3.นายสินิตย์ เลิศไกร เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ 4.นางสาวตรีนุช เทียนทอง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ มีผลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 22 มี.ค. 2564 เป็นปีที่ 6 ในรัชกาลปัจจุบัน ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลฎีกาได้นัดฟังคำสั่งคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ กรณีถูกดำเนินคดีบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนในจังหวัดราชบุรี อันเป็นการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวและส่วนรวม ในวันที่ 25 มี.ค.2564
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยขั้นตอนหากองค์คณะพิจารณาพิพากษามีคำสั่งในชั้นรับคำร้องแล้วให้รับคำร้อง จึงจะส่งสำนวนคำร้องของ ป.ป.ช.ให้ผู้คัดค้านทราบ รวมทั้งทำหนังสือแจ้งคำสั่งรับคำร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ และกำหนดวันนัดพิจารณาครั้งแรกเพื่อสอบถามผู้คัดค้าน โดยจะต้องกำหนดวันนัดพิจารณาครั้งแรกนี้ให้คู่ความทราบไม่น้อยกว่า 5 วัน ก่อนจะมีการนัดพร้อมเพื่อตรวจพยานหลักฐาน จากนั้นจึงจะกำหนดนัดวันไต่สวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับข้อ 12 วรรคสอง แห่งระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าด้วยการพิจารณาพิพากษาคดีเกี่ยวกับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง พ.ศ.2561 บัญญัติไว้ด้วยว่า เมื่อศาลมีคำสั่งรับคำร้องแล้วผู้คัดค้านจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำพิพากษา เว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น และให้ศาลแจ้งคำสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ ทั้งนี้ มีรายงานว่า น.ส.ปารีณา ผู้คัดค้าน ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลพิจารณามีคำสั่งให้ผู้คัดค้านไม่ต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งคาดว่าศาลฎีกาจะมีคำสั่งในคำร้องในวันที่ 25 มี.ค.2564 ซึ่งเป็นวันอ่านคำสั่งในชั้นรับคำร้องของ ป.ป.ช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ความเคลื่อนไหวทางการเมือง หลังมีกระแสข่าวเครือข่าย 3 ป.และพรรคพลังประชารัฐมีแนวคิดจะตั้งพรรคการเมืองสำรองเป็นพรรคพันธมิตรเพื่อเอาไว้สู้ศึกการเลือกตั้ง และจับมือกันตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง เพื่อจะได้ไม่ต้องพึ่งเสียงพรรคการเมืองอื่นๆ อย่างประชาธิปัตย์และภูมิใจไทย โดยมีข่าวว่าจะใช้ชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติ มีนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่จะเกษียณอายุราชการในเดือนกันยายนนี้เป็นคนเคลื่อนไหวทำพรรคหลังเกษียณ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ มีกระแสข่าวว่ามีคนในเครือข่ายพลังประชารัฐได้มีการเคลื่อนไหวยื่นขอจัดตั้งพรรคการเมืองกับสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งไว้แล้ว โดยเป็นชื่ออื่น ไม่ใช่ชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติ แต่หากมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น เช่น กรณียุบสภาหรือสภาอยู่ครบเทอมแล้วมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น ตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ก็จะดำเนินการจัดให้มีการประชุมใหญ่พรรคดังกล่าวเพื่อเปลี่ยนชื่อพรรคตามที่เห็นสมควร ที่มีข่าวว่ามีการเสนอไว้หลายชื่อ เช่น เศรษฐกิจไทย-รวมไทยสร้างชาติ โดยมีข่าวว่าคนที่เกี่ยวข้องมีการเคลื่อนไหวเตรียมการตั้งสาขาพรรคใน 4 ภาคใหญ่ๆ เช่น ภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคใต้ไว้บ้างแล้ว เพื่อเตรียมรองรับกติกาต่างๆ ตาม พ.ร.บ.พรรคการเมืองฯ&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงเรื่องหากจะมีคนนำชื่อมอตโต้ &amp;lsquo;รวมไทย สร้างชาติ&amp;rsquo; ไปตั้งเป็นชื่อพรรคการเมืองว่า เรื่องนี้ก็ไม่รู้เหมือนกัน แล้วใครจะเอาไปตั้งเป็นชื่อพรรค มีการสงวนสิทธิ์หรือเปล่าไม่รู้ แต่สำหรับตนไม่ได้สงวนสิทธิ์ ใครก็ได้ รวมไทยสร้างชาติ เป็นคนไทยหรือเปล่า ถ้าเป็นคนไทยจะตั้งรวมไทยสร้างชาติหรือรวมไทยอะไรก็แล้วแต่ ก็ตั้งมาเถอะ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่มีการมองว่าการตั้งพรรคการเมืองใหม่โดยใช้ชื่อรวมไทยสร้างชาติเป็นการผูกโยงพรรคสำรองของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เรื่องนี้สื่อเป็นคนโยงกันเองไม่ใช่หรือ เราไม่ได้โยง ส่วนตัวไม่มีแนวคิดที่จะตั้งพรรคการเมืองสำรอง เรื่องนี้ไม่มีอะไรทั้งสิ้น ขอทำงานรัฐบาลนี้ให้รอดไปก่อน ทำให้ประเทศชาติหลุดพ้นจากกับดักต่างๆ ให้ได้ก่อน ต้องมองตรงนี้ อย่ามองการเมืองด้านเดียว การเมืองก็คือการเมือง ก็ต้องปฏิรูปการเมือง และการปฏิรูปการเมืองไม่ใช่นายกรัฐมนตรีคนเดียว ทุกคนต้องช่วยกันปฏิรูป ทั้งองคาพยพทั้งหมด เพราะประชาชนเป็นคนเลือกพวกท่านเข้ามา นายกฯ ไม่ได้เป็นคนเลือกทุกคนเข้ามา เป็นเรื่องของประชาชนที่เลือกมาเป็นตัวแทนของเขา ต้องเคารพกติกาตรงนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวเช่นกันว่า &amp;ldquo;ไม่มีหรอก ผมไม่รู้เรื่อง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่า มีกระแสข่าวบิ๊กข้าราชการในกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ดำเนินการในเรื่องนี้ รับทราบแล้วหรือไม่ รมว.มหาดไทยกล่าวว่า เห็นมีแต่คนเขาพูดกัน จะทำได้อย่างไร ในเมื่อเป็นข้าราชการและยังทำงานอยู่ ไม่ได้ข่าว ผู้สื่อข่าวถามถึงข้อสังเกตการตั้งพรรคการเมืองหลังมีกระแสข่าวลือยุบสภา พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า &amp;ldquo;ไม่ได้ข่าวเลย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกระแสข่าวตั้งพรรคสำรองหรือไม่ ว่า &amp;quot;ไม่มีแนวคิด&amp;quot; เมื่อถามว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อาจจะไม่เสร็จภายในสมัยรัฐบาลนี้ จึงควรจะมีการตั้งพรรคสำรองไว้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า &amp;quot;ไม่รู้ ผมไม่ได้ทำ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า พรรค พปชร.จะอยู่ยาวนานถาวรใช่หรือไม่ หัวหน้าพรรค พปชร.กล่าวว่า ก็ตั้งมา 2 ปีกว่าแล้ว ยืนยันไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97064</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีรุกป่า, ครม.ประยุทธ์ 2/4, คำร้องฝ่าฝืนจริยธรรม, ปรับ ครม., ศาลฎีกานัดฟังคำสั่ง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210323/image_big_605a069e13d19.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97055</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2021 21:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2021 21:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 4 รัฐมนตรี &#039;ชัยวุฒิ&#039; รมว.ดีอีเอส &#039;ตรีนุช&#039; รมว.ศึกษา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 มี.ค.64 - เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2564&amp;nbsp;ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีและแต่งตั้งรัฐมนตรี โดยมีใจความว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บัดนี้ นายกรัฐมนตรีได้กราบบังคมทูลว่า ได้มีรัฐมนตรี 3 ตำแหน่ง ประกอบด้วย 1. นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม 2. นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม 3. นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี เนื่องจากเป็นผู้ต้องคำพิพากษาให้จำคุก ทำให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลง เฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย สมควรแต่งตั้งรัฐมนตรีแทนตำแหน่งที่ว่างและปรับปรุง รัฐมนตรีบางตำแหน่ง เพื่อความเหมาะสมและบังเกิดประโยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 158 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีและแต่งตั้งรัฐมนตรี ดังนี้ ให้ นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี และให้แต่งตั้งรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้ 1. นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม 2. นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 3. นายสินิตย์ เลิศไกร เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ 4. นางสาวตรีนุช เทียนทอง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ มีผลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 22 มี.ค. 2564 เป็นปีที่ 6 ในรัชกาลปัจจุบัน ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97055</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปรับ ครม., ราชกิจจานุเบกษา, แต่งตั้งรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210323/image_big_6059f3be0bd47.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96285</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯตรวจโผครม.2/4 เอ๋ลุ้น7วันยุติปฏิบัติหน้าที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;เอ๋-ปารีณา&amp;quot; ชีวิตต้องลุ้น สู้ยิบตา ไม่ให้โดนหยุดปฏิบัติหน้าที่ อดเข้าสภา-ถูกตัดสิทธิ์เลือกตั้ง 10 ปี หลัง ป.ป.ช. ยื่นคำร้องถึงศาลฎีกาฯ ตั้งข้อหาทำผิดจริยธรรมร้ายแรงฐานรุกป่าสงวน ประเดิมเป็นนักการเมืองคนแรก โผ ครม.บิ๊กตู่ 2/4 ยังไม่นิ่ง ปชป. ไม่เอาแล้ว ดีลแลกกระทรวงกับภูมิใจไทย สุดท้ายโยนนายกฯ เคาะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 16 มีนาคม ที่ศาลฎีกา สนามหลวง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี&amp;nbsp; พรรคพลังประชารัฐ กรณีถูกดำเนินคดีบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน ภายหลังจาก ป.ป.ช.มีมติชี้มูลเรื่องดังกล่าว 9 เสียง เห็นชอบตามความเห็นชอบของคณะกรรมการไต่สวนว่า การกระทำของผู้คัดค้านเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดยกระทำการอันเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนกับประโยชน์ส่วนรวม ตามมาตรฐานทางจริยธรรมฯ พ.ศ.2561 จึงเสนอเรื่องต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัยตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 87 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คำร้องของ ป.ป.ช.ดังกล่าว มีเนื้อหาโดยสรุปว่า ป.ป.ช. ผู้ร้อง ได้รับเรื่องร้องเรียนกล่าวหา น.ส.ปารีณา ผู้คัดค้าน ยึดถือครอบครองที่ดิน ภ.บ.ท.5 และหรือ ส.ป.ก. โดยไม่มีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด อันส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่และหรือขัดต่อมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ประกอบกับผู้คัดค้านได้ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อผู้ร้อง กรณีเข้ารับตำแหน่ง ส.ส.เมื่อวันที่ 25 พ.ค.2562 ว่ามีทรัพย์สินเป็นที่ดินประเภท ภ.บ.ท.5 จำนวน 29 แปลง อยู่ในเขตพื้นที่หมู่ที่ 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ซึ่งผู้ร้องได้มีมติการประชุมครั้งที่ 35/2563 วันที่ 12 มี.ค.2563 พิจารณาเรื่องรายงานผลการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้คัดค้าน กรณีเข้ารับตำแหน่ง ส.ส.และกรณีมีเรื่องร้องเรียนให้ตรวจสอบที่ดิน ภ.บ.ท.5 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำร้องระบุอีกว่า นอกจากนี้ การที่ผู้คัดค้านได้รับโอนสิทธิเข้าครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดิน เพื่อชำระภาษีบำรุงท้องที่ จำนวน 29 แปลง เนื้อที่ 853 ไร่ 75 ตารางวา ในขณะดำรงตำแหน่ง ส.ส. โดยที่ดินดังกล่าวอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินและเป็นพื้นที่ป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 และป่า ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 เป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมฯ จึงมีมติให้ดำเนินการไต่สวนเรื่อง ซึ่งจากการไต่สวนข้อเท็จจริงมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะสนับสนุนว่าข้อกล่าวหามีมูล &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำร้อง ป.ป.ช.ยังระบุอีกว่า การที่ผู้คัดค้านครอบครองและใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐดังกล่าว เป็นการยึดถือครอบครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และยังถูกหน่วยงานของรัฐ ร้องทุกข์กล่าวโทษในความผิดทางอาญาฐานบุกรุกที่ดินของรัฐ ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินคดีในฐานความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ตามประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 ตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 และตาม พ.ร.บ.น้ำบาดาล พ.ศ.2520 ซึ่งเป็นความผิดที่มีโทษทางอาญา อันเป็นความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ ที่ดิน สิ่งแวดล้อม หรือประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ ที่มีลักษณะขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนกับประโยชน์ส่วนรวมหรือประโยชน์สาธารณะ และมีลักษณะเป็นความผิดร้ายแรงก่อให้เกิดความร้ายแรง ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ถูกบุกรุกทำลาย&amp;nbsp; โดยคำนวณค่าเสียหายเป็นตัวเงิน จำนวน 36,224,791 บาท &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผู้คัดค้านดำรงตำแหน่ง ส.ส. ต้องดำรงไว้ซึ่งมาตรฐานจริยธรรม โดยจะต้องไม่กระทำการอันเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนกับประโยชน์ส่วนรวม ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม การกระทำดังกล่าวจึงถือได้ว่าเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง ส.ส. เป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมฯ เหตุเกิดระหว่างวันที่ 25 พ.ค.-12 ธ.ค.2562 ท้องที่หมู่ 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี&amp;quot; คำร้องระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายคำร้อง ป.ป.ช.ขอให้ศาลฎีกามีคำสั่ง 1.ให้ผู้คัดค้านหยุดปฏิบัติหน้าที่ นับแต่วันที่ศาลฎีกาประทับรับฟ้องจนกว่าจะมีคำพิพากษา 2.ให้ผู้คัดค้านพ้นจากตำแหน่งนับแต่วันหยุดปฏิบัติหน้าที่ และให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้คัดค้าน และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนดเวลาไม่เกิน 10 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลัง ป.ป.ช.ยื่นคำร้องแล้ว ศาลฎีกาบันทึกคำร้องของ ป.ป.ช.ไว้ในสารบบเป็นคดีหมายเลขดำ คมจ.1/2564 โดยหลังจากนี้ศาลฎีกาจะกำหนดวันนัดฟังคำสั่งชั้นรับคำร้องว่าจะรับหรือไม่รับคดีนี้ต่อไป ภายใน 7 วันทำการ นับจากวันที่รับคำร้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยขั้นตอนนั้น หากองค์คณะพิจารณาพิพากษามีคำสั่งในชั้นรับคำร้องแล้วให้รับคำร้อง จึงจะส่งสำนวนคำร้องของ ป.ป.ช. ให้ผู้คัดค้านทราบ รวมทั้งทำหนังสือแจ้งคำสั่งรับคำร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ และกำหนดวันนัดพิจารณาครั้งแรก ซึ่งระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าด้วยการพิจารณาพิพากษาคดีเกี่ยวกับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง พ.ศ.2561 บัญญัติไว้ด้วยว่า เมื่อศาลมีคำสั่งรับคำร้องแล้วผู้คัดค้านจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำพิพากษา เว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น และให้ศาลแจ้งคำสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ
ปชป.ไม่เอาด้วยแลกกระทรวง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีถึงความคืบหน้าเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรีว่า วันนี้ได้รายชื่อมาครบทั้งหมดแล้ว อยู่ในขั้นตอนของการตรวจสอบ ซึ่งต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง จากนั้นจะดำเนินการให้จบสิ้นโดยเร็ว โดยแต่ละพรรคได้เสนอเข้ามาแล้ว แต่จะอยู่กระทรวงไหนก็เป็นเรื่องของตนที่จะตัดสินใจตามความเหมาะสม โดยรับฟังข้อคิดเห็นจากพรรคร่วมรัฐบาลด้วย เพราะเราต้องไปด้วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า สัปดาห์นี้จะได้เห็น ครม.ชุดใหม่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า &amp;quot;ก็จะครบขั้นตอนเมื่อมีการถวายสัตย์ฯ เดี๋ยวสื่อก็รู้ก่อนอยู่แล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์? กล่าวถึงเรื่องเดียวกันว่า ได้ส่งรายชื่อในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งรายชื่อเป็นไปตามมติของพรรคประชาธิปัตย์ที่ได้ประชุมร่วมกันระหว่างคณะกรรมการบริหารและ ส.ส.ของพรรค จากนี้เป็นดุลพินิจของนายกฯ ที่จะพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ทั้งนี้ ได้คุยกับนายกฯ เพื่อทบทวนแล้ว และนายกฯ ได้แจ้งให้ไปดำเนินการ ซึ่งพรรค ปชป.ได้ไปดำเนินการจนได้ตัวบุคคลมาแล้ว จากนี้เป็นขั้นตอนที่นายกฯ จะดำเนินการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ได้พูดคุยกับพรรคภูมิใจไทยและพรรคพลังประชารัฐแล้วหรือไม่ ถึงการสลับเก้าอี้ตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยฯ นายจุรินทร์ กล่าวว่า เรื่องสลับกระทรวงได้ให้ความเห็นเบื้องต้นส่วนตัวไปกับนายกฯ ว่าถ้าเป็นไปตามเดิมจะดีที่สุด แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับดุลพินิจนายกฯ เพราะต้องเคารพในฐานะที่นายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาลได้แจ้งไปแล้วว่าเป็นกระทรวงเดิมที่เป็นอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากเป็นการสลับให้พรรคเดียวดูกระทรวงเดียวจริงจะอธิบายกับประชาชนอย่างไร นายจุรินทร์กล่าวว่า ตรงนี้เป็นสิ่งที่ได้อธิบายกับนายกฯ ไปว่าหากเป็นไปตามเดิมจะดีที่สุด เพราะการผสมผสานระหว่างพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลทำงานในกระทรวงเดียวกันสามารถบริหารจัดการ และทำงานได้เป็นอย่างดี เช่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์จากพรรคภูมิใจไทยก็ช่วยงานตนเป็นอย่างดี เราทำงานกันไม่ได้มีปัญหาอะไร ทำงานร่วมกันได้ด้วยดี แต่ทั้งหมดอยู่ที่ดุลพินิจของนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน มีรายงานข่าวจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีแจ้งว่าก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้นำดอกไม้พร้อมกับเป็นตัวแทนกล่าวอวยพร พล.อ.ประยุทธ์ ที่จะมีอายุครบ 67 ปี ในวันที่ 21 มี.ค. ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิด โดย พล.อ.ประวิตรได้อวยพรขอให้นายกฯ มีสุขภาพแข็งแรง จากนั้นบรรดาคณะรัฐมนตรีนำดอกไม้มามอบให้กับนายกฯ บรรยากาศการประชุมเป็นไปด้วยดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากที่ประชุม ครม.ยังแจ้งอีกว่า ในช่วงของการพักเบรก นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี รมว.สาธารณสุข และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้เดินเข้าไปหา พล.อ.ประยุทธ์ในห้อง เพื่อพูดคุยถึงเรื่องการสลับเก้าอี้ รมช.ระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาธิปัตย์ ที่ก่อนหน้านี้มีการตกลงกันว่าจะสลับกระทรวงกัน แต่เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกัน นายจุรินทร์ระบุว่าไม่มีการสลับกระทรวงกันแล้ว จากนั้นได้ให้คนมาตามนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.พาณิชย์ ที่มีข่าวว่าจะถูกสลับไปเป็น รมช.คมนาคมเข้าไปพบในห้อง โดยใช้เวลาหารือประมาณ 10 นาที โดยพรรคภูมิใจไทยให้เป็นอำนาจนายกฯ ในการตัดสินใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในช่วงเช้าก่อนการประชุม ครม. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ให้สัมภาษณ์กรณีรายชื่อรัฐมนตรี โดยเมื่อสื่อถามถึงความเหมาะสมของนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองเลขาธิการพรรค พปชร. ที่มีข่าวว่าจะไปเป็น รมว.ดิจิทัลฯ พล.อ.ประวิตรได้ตอบว่า นายชัยวุฒิจบวิศวะจุฬาฯปริญญาโท พร้อมถามสื่อว่าคุณจบอะไร คุณจบมหาวิทยาลัยราชภัฏหรือ ผู้สื่อข่าวจึงตอบกลับว่า จบปริญญาโท มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พล.อ.ประวิตรกล่าวต่อว่า แล้วจะเอาอย่างไง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.อ.ประวิตรได้ขอชี้แจงประเด็นมหาวิทยาลัยราชภัฏว่า &amp;ldquo;ไม่ว่าจะจบราชภัฏหรือจบที่ไหน ทุกคนก็มีความสามารถด้วยกันทั้งนั้น&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 14.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์หลังประชุมคณะรัฐมนตรีถึงกระแสดรามาเรื่องนี้ว่า ไม่ได้มีเจตนาที่จะบูลลี่ เพราะไม่ว่าจะจบราชภัฏหรือจบที่ไหนก็มีความสามารถด้วยกันทั้งนั้น ที่ถามสื่อแบบนั้นเพราะจะบอกแบบนั้น ต่างสถาบันก็สามารถยืนได้อย่างแข็งแกร่งในอาชีพเดียวกันได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตร ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ยังกล่าวถึงกรณีนายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ จะยื่นยุบพรรคพลังประชารัฐว่า อยากยื่นก็ยื่นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า จะกระทบความสัมพันธ์ของพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวยืนยันว่า &amp;ldquo;ไม่มีๆ ไม่มีหรอก เป็นเรื่องของคนคนเดียว ที่ไม่มีความคิด&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96285</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถูกตัดสิทธิ์เลือกตั้ง, ปรับ ครม., ปารีณา ไกรคุปต์, ผิดจริยธรรมร้ายแรง, รุกป่าสงวน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210316/image_big_6050c6d90fe8a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
