<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>18606</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2018 09:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2018 09:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังไม่ห่วงเฟดขยับดอกเบี้ย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คลังแจงเฟดขยับดอกเบี้ย ไม่ส่งผลกระทบกับตลาด มองเป็นไปตามที่ทุกฝ่ายคาดการณ์อยู่แล้ว สับแหลกยังไม่ถึงเวลาที่ไทยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย จี้ ธปท. ออกมาตรการดูแลสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์หลังมองเห็นสัญญาณเสี่ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.การคลัง เปิดเผยว่า การที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นดอกเบี้ยเป็นไปตามที่ทุกฝ่ายคาดการณ์กันอยู่แล้ว และตลาดก็ไม่ได้รับผลกระทบรุนแรง หรือมีผลกระทบอะไรเกิดขึ้น &amp;nbsp;แต่ตลาดจะกลัวอะไรที่เหนือการคาดการณ์ ในส่วนอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทย ได้พูดไปหลายครั้งแล้วว่ายังไม่ควรจะปรับขึ้น ควรดูเหตุการณ์ให้ชัดเจนกว่านี้ ส่วนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ส่งสัญญาณไม่ปรับดอกเบี้ยก็ยังไม่รู้ว่าเป็นท่าทีที่แท้จริงหรือเปล่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเรื่องการคุมสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์นั้น เป็นหน้าที่ของ ธปท.เพราะเป็นผู้กำกับสถาบันการเงินและเป็นผู้ที่ดูความมั่นคงของสินเชื่อทั้งระบบ ถ้า ธปท.มองเห็นอะไรที่ไม่ดีก็ควรมีมาตรการออกมา ฝ่ายอื่น ๆ จะไปว่าธปท. ไม่ได้ ซึ่งธปท.ควรมีการดำเนินการที่รวดเร็วด้วยหากเห็นปัญหา ในส่วนของกระทรวงการคลังไม่มีตัวเลขของสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ เพราะธปท.เป็นผู้เก็บตัวเลขและเก็บได้รวดเร็วมาก ส่วนผู้ประกอบการที่กลัวว่ามีปัญหาจะกระทบกับการขายก็สามารถหารือกับ ธปท.ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรพล ตุลยะเสถียร ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า การขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มาอยู่ระดับ 2.00-2.25% เป็นไปตามที่คลาดคาดการณ์และคาดว่าในสิ้นปีนี้ เฟดจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีกครั้งหนึ่ง โดยประธานเฟดยืนยันว่านโยบายเศรษฐกิจของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไม่กระทบกับเศรษฐกิจสหรัฐ ซึ่งเป็นผลดีกับเศรษฐกิจของไทยที่เป็นประเทศคู่ค้ากับสหรัฐฯ
สำหรับทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยที่อยู่ 1.50% เป็นเรื่องที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ต้องพิจารณาประเด็นเศรษฐกิจของไทยเป็นหลัก โดยกระทรวงการคลังมองว่านักลงทุนที่สนใจลงทุนในไทยไม่ได้พิจารณาเรื่องอัตราดอกเบี้ยอย่างเดียว แต่จะพิจารณาเรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจในอนาคตด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาประเทศไทยยังไม่มีปัญหาเรื่องเงินทุนไหลออก แม้ว่าจะการขายหุ้นก็นำเงินไปซื้อพันธบัตร แม้แต่ปัจจุบันก็ยังมีเงินไหลเข้าในตลาดพันธบัตร เพราะคิดว่านักลงทุนพักเงินรอไว้ลงทุนในประเทศไทยต่อ เพราะเศรษฐกิจไทยมีความแข็งแกร่งมั่นคงไม่ขาดดุลบัญชีเดินสะพัด ทุนสำรองระหว่างประเทศสูง และมีความชัดเจนเรื่องโครงการลงทุนระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) รวมถึงความชัดเจนการเลือกตั้งใหม่ที่จะมีขึ้นในปีหน้า&amp;quot; นายศรพล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรพล กล่าวว่า ในส่วนของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนที่ขยายวงมากขึ้นไม่ส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจไทยยังมีนัยสำคัญ เพราะการผลิตสินค้าของสหรัฐส่วนใหญ่ 70-80% ใช่วัตถุดิบในประเทศ ทำให้ไม่กระทบการส่งออกของไทยไปสหรัฐ สำหรับการขึ้นภาษีสินค้าจีนของสหรัฐประมาณ 5-10% แต่ค่าเงินหยวนของประเทศจีนอ่อนค่าลงประมาณ 10% ทำให้จีนยังไม่ได้รับผลกระทบกับสงครามการค้า ส่งผลดีถึงประเทศไทยที่เป็นประเทศคู่ค้าที่สำคัญของประเทศจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สงครามการค้าสหรัฐและจีนที่ขยายตัวเพิ่มมากขึ้น ยังไม่กระทบกับการส่งออกของไทย ส่วนหนึ่งเพิ่งเริ่มมีการขยายวงการทำสงครามการค้าเพิ่มขึ้น ทำให้ยังเห็นผลกระทบไม่เต็มที่ อย่างไรก็ตามเศรษฐกิจไทยโชคดี ที่แข็งแกร่งทั้งเศรษฐกิจนอกประเทศ และในประเทศ โดยเฉพาะเศรษฐกิจฐานรากฟื้นตัวขึ้นอย่างชัดเจนจากรายได้เกษตรกรที่เพิ่มขึ้น&amp;quot; นายศรพล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สศค. เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจเดือนส.ค. &amp;nbsp;2561ขยายตัวได้อย่างแข็งแกร่ง โดยมาจากปัจจัยสำคัญภายในประเทศ จากการใช้ภาคเอกชน การจำหน่ายรถยนต์นั่งขยายตัว 27.2% และปริมาณรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ที่กลับมาขยายตัว 3.9% เป็นบวกครั้งแรกในรอบ 7 เดือน และภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ขยายตัว 1.7%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคอยู่ที่ระดับ 70.2 ถือเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 43 เดือน เนื่องจากผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นในสถานการณ์เศรษฐกิจไทยจะดีขึ้นต่อเนื่องในอนาคต ขณะทีรายได้เกษตรกรที่แท้จริงขยายตัว 3.4% โดยดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตร ขยายตัวต่อเนื่องที่ 8.1% โดยเป็นการขยายตัวได้ดีในหมวดพืชผลสำคัญ และหมวดปศุสัตว์
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18606</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาคารกลางสหรัฐ, ธนาคารแห่งประเทศไทย, ปรับขึ้นดอกเบี้ย, เฟด, ไม่ห่วงเศรษฐกิจไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180531/image_big_5b0f4e29d4d19.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
