<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97936</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2021 20:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2021 20:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดัดหลังปธน. ผู้บัญชาการทหารบราซิล3เหล่าทัพพร้อมใจลาออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร เผชิญวิกฤติทางการเมืองครั้งใหญ่ภายหลังปรับคณะรัฐมนตรีวุ่นวาย รวมถึงรัฐมนตรีกลาโหม จนทำให้ผู้บัญชาการกองทัพบก, ทัพเรือ และทัพอากาศ พร้อมใจกันลาออกเมื่อวันอังคาร ในขณะที่สถานการณ์โควิด-19 ยังหนัก ยอดตายรายวันสูงสุดเป็นสถิติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงกลาโหมบราซิลแถลงเมื่อวันอังคารที่ 30 มีนาคมว่า ผู้บัญชาการ 3 เหล่าทัพของบราซิล ได้แก่ พลเอกเอ็ดสัน ปูจอล ผู้บัญชาการทหารบก, พลเรือเอกอิลเกส บาร์โบซา ผู้บัญชาการทหารเรือ และ พลอากาศเอกอันโตนิโอ คาร์ลอส เบอร์โมเจส ผู้บัญชาการทหารอากาศ ลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เชื่อกันว่าเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์บราซิลที่ผู้บัญชาการ 3 เหล่าทัพพร้อมใจกันลาออกเนื่องจากความไม่ลงรอยกับประธานาธิบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านทำเนียบประธานาธิบดีบราซิลแถลงว่า ประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร จะแต่งตั้งผู้บัญชาการใหม่ของทหารทั้ง 3 เหล่าทัพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อบางแห่งของบราซิลวิเคราะห์ว่า สาเหตุที่ผู้บัญชการทหาร 3 เหล่าทัพลาออกพร้อมกัน เนื่องจากไม่พอใจที่โบโซนาโรปลด พล.อ.เฟอร์นันโด อาเซเวโด รัฐมนตรีกลาโหมออกจากตำแหน่ง เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โบลโซนาโรประกาศปรับคณะรัฐมนตรีครั้งใหญ่ โดยเปลี่ยนรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ, กระทรวงกลาโหม และกระทรวงยุติธรรม นอกจากนี้ยังเปลี่ยนหัวหน้าเจ้าหน้าที่ทำเนียบประธานาธิบดี, อัยการสูงสุด และเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และสัปดาห์ที่แล้ว เขาแต่งตั้งรัฐมนตรีสาธารณสุขคนที่ 4 ในรัฐบาลของเขา เพื่อรับมือการระบาดของไวรัสโคโรนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลของโบลโซนาโรพยายามอย่างยิ่งที่จะควบคุมการเสียชีวิตจากผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นมาก ขณะนี้บราซิลมีผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสนี้มากกว่า 317,000 คน ผู้เสียชีวิตในรอบ 24 ชั่วโมงเมื่อวันอังคาร เป็นสถิติสูงสุดอยู่ที่ 3,780 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โบลโซนาโรต้องการลงเลือกตั้งประธานาธิบดีอีกสมัยในเดือนตุลาคมปีหน้า แต่ความนิยมของเขาตกต่ำอย่างมากจากการรับมือกับการระบาดของโควิด-19 ที่ย่ำแย่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97936</URL_LINK>
                <HASHTAG>บราซิล, ประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร, ปรับคณะรัฐมนตรี, ผบ.สามเหล่าทัพลาออก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210331/image_big_606474bfec825.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96621</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2021 21:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2021 21:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุวัจน์&#039; แนะแก้ รธน.รายมาตรา ขอทุกฝ่ายแสดงความจริงใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มี.ค.64 - นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา กล่าวถึงกรณีที่ประชุมรัฐสภาคว่ำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระ 3 ว่าเข้าใจว่าการที่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ผ่านวาระ 3 มีอยู่หลายเหตุผล โดยเฉพาะเหตุผลหนึ่งคือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ อาจจะไม่สอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่จะต้องไปถามประชาชนด้วยการทำประชามติก่อน จึงทำให้ทั้ง ส.ส. และ ส.ว.รู้สึกกังวลใจ จนทำให้มติที่ประชุมรัฐสภาออกมาไม่ให้ผ่านดังกล่าว สังเกตได้จากคะแนนผู้ที่งดออกเสียง ผู้ที่เดินออกมาจากห้องประชุม และผู้ที่ไม่ประสงค์จะลงคะแนน มีจำนวนสูงมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวัจน์ กล่าวว่า ขณะนี้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญตกไปแล้ว เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องมาหารือกันอีกครั้ง เพราะเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญถือว่าเป็นนโยบายที่สำคัญของรัฐบาล และยังเป็นนโยบายของพรรคร่วมรัฐบาลอีกหลายพรรคด้วย เนื่องจากก่อนหน้านี้ทั้งพรรคร่วมรัฐบาล และพรรคร่วมฝ่ายค้านส่วนใหญ่ มีความเห็นตรงกันว่าควรที่จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญหลายข้อที่เป็นปัญหา ในเมื่อไม่สามารถแก้ไขทั้งฉบับได้ ต้องมาพูดคุยหารือกันว่าอาจจะต้องมาแก้ไขเป็นรายมาตราแทน เพราะการแก้ไขรายมาตราในบางหมวดก็ไม่ต้องไปทำประชามติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายสุวัจน์ กล่าวต่อว่า ถ้าเปรียบฟุตบอล มีเวลาเหลืออีกเพียงครึ่งหลังที่จะมาช่วยกันคิด ว่าจะมีประเด็นปัญหาอะไรในรัฐธรรมนูญที่จะแก้ได้บ้าง ยกตัวอย่างเช่น การเลือกตั้งในอดีตเคยกาบัตร 2 ใบ ใบหนึ่งเลือก ส.ส. ใบหนึ่งเลือกพรรค แล้วปัจจุบันมาเหลือเพียงใบเดียว โดยนำคะแนนที่เลือก ส.ส.มาคำนวณเป็นคะแนนพรรค แต่ถ้าพรรคการเมืองใดไม่ส่งผู้สมัคร ส.ส.ลงครบทุกเขต ก็จะไม่ได้คะแนนพรรค หรือเรื่องคะแนนไพรมารี่โหวต ซึ่งจะให้พรรคการเมืองต้องมีตัวแทนพรรคอย่างน้อย 100 คน ในแต่ละเขตเลือกตั้ง ถ้าใครจะส่ง ส.ส.สมัคร 350 คน ก็ต้องมีตัวแทนอย่างน้อย 35,000 คน ซึ่งในทางปฏิบัติพรรคการเมืองจะทำได้หรือไม่ หรือแม้แต่การคำนวณสัดส่วนของคะแนน จะเป็นการปัดเศษอะไรก็ตาม ซึ่งสร้างความสับสนให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก ดังนั้นในการเลือกตั้งครั้งใหม่ เราอยากให้ลดความสับสนเหล่านี้ลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ยังมีเวลาเหลืออีก 2 ปี เพื่อที่จะได้มานั่งพูดคุยหารือกันแก้ไขกติกาว่าทำอย่างไรจะลดความสับสน และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ส่งผลให้เกิดการยอมรับผลของการเลือกตั้ง ซึ่งตนเห็นว่าอย่างนี้จะทำให้บรรยากาศทางการเมืองดี มีรัฐบาลที่ได้รับการยอมรับตั้งแต่เริ่มต้น ซึ่งจะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวัจน์ &amp;nbsp;กล่าวด้วยว่า ขณะนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เริ่มดีขึ้น หลังจากที่ได้รับการฉีดวัคซีน หลังจากผ่านครึ่งปีนี้ไปตนเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะเริ่มฟื้นตัวขึ้น เราต้องการรัฐบาลที่มีความคล่องตัวในการบริหารประเทศ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ดีขึ้นโดยเร็ว และหลังจากนี้ไปทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านก็ต้องมานั่งคุยกันด้วยความจริงใจ ที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา เพราะขณะนี้ร่างกฎหมายประชามติก็ยังไม่มี ซึ่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก นอกจากจะต้องฟังเสียงข้างมากแล้ว ยังต้องฟังเสียงข้างน้อยด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เราต้องแสดงความจริงใจต่อกัน และหยิบประเด็นที่เป็นปัญหาของประเทศมาแก้ไข เพื่อให้ประเทศขับเคลื่อนต่อไปได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา ยังกล่าวถึงการปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คงจะใช้จังหวะนี้ในการที่จะสร้างความเชื่อมั่นที่มีต่อรัฐบาล เพราะจังหวะนี้เป็นจังหวะที่เราต้องการความเชื่อมั่นในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และต้องการความเชื่อมั่นในการสร้างความรักความสามัคคี และได้คนที่มีความรู้ความสามารถ &amp;ldquo;Put the right man on the right job&amp;rdquo; ได้คนที่เหมาะกับกระทรวงที่รับผิดชอบ &amp;nbsp;ก็จะเป็นขวัญเป็นกำลังใจให้กับส่วนรวมได้ และจะเป็นผลบวกต่อรัฐบาล ทำให้รัฐบาลมีกำลังที่จะไปทำงานแก้ไขปัญหามากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการจะมีการปรับ ครม.อีกหรือไม่เพราะเหลือ 2 ปีนั้น การเมืองอะไรเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น แล้วแต่สถานการณ์ นายกรัฐมนตรีก็เหมือนกัปตันทีม นายกรัฐมนตรีจะเป็นคนรู้สถานการณ์ของทีมที่ดีที่สุดว่า ควรจะต้องจัดใครลงเล่นต่างๆ ฉะนั้นต้องขึ้นอยู่กับกัปตันทีม.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96621</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ปรับคณะรัฐมนตรี, สุวัจน์ ลิปตพัลลภ, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210319/image_big_6054ac8884d30.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96337</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2021 12:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2021 12:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐมนตรีใหม่ยังต้องรอ!นายกฯบอกยังไม่ทูลเกล้าฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มี.ค.2564 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงความคืบหน้าการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้นำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯแล้วหรือยังว่า ยัง ตรวจสอบประวัติก่อน ต้องให้ผู้ที่มีหน้าที่ทำการตรวจสอบก่อน ตนไม่ได้มีหน้าที่ไปตรวจเขา ให้มีการตรวจสอบกันเองก่อน จะรีบไปไหนล่ะ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96337</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม., นายกรัฐมนตรี, ปรับคณะรัฐมนตรี, พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รมว.กลาโหม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210317/image_big_6051872ee9e99.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96065</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หึ่ง!ก๊วนกทม.เซ็งถูกริบรมต.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; สะพัด กลุ่ม กทม.พลังประชารัฐฉุนหนักไม่พอใจโผปรับ ครม. เหตุโดนริบโควตาเรียบ หลังหมดยุค &amp;quot;ณัฏฐพล-พุทธิพงษ์&amp;quot; ทั้งที่มี ส.ส.เขต 12 คน ขู่อาจเสียแชมป์ กทม. แต่สอง ส.ส.เขตรีบปฏิเสธพัลวัน ไม่ติดใจหากวืดหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 14 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคพลังประชารัฐ ถึงความคืบหน้าการปรับคณะรัฐมนตรี ที่เริ่มมีความชัดเจนถึงรายชื่อที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เสนอไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม เป็น น.ส.ตรีนุช เทียนทอง ส.ส.สระแก้ว และนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า จากข่าวเรื่อง น.ส.ตรีนุช เทียนทอง จะเป็น รมว.ศึกษาธิการ และนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ จะได้เป็น รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) นั้น ได้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ภายในพรรคว่า การเสนอรายชื่อดังกล่าวไม่ตอบโจทย์การเกลี่ยโควตาภาคที่อ้างอิงจำนวน ส.ส.ของแต่ละกลุ่ม ตามที่เคยหารือในการประชุมพรรคที่มี พล.อ.ประวิตรเป็นประธานเมื่อวันที่ 2 มี.ค.ที่ผ่านมา ทั้งในส่วนของ ส.ส.ภาคใต้ ที่รอบนี้ก็ยังไม่ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรี รวมไปถึงภาค กทม. ที่เมื่อนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ และนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ หลุดจากตำแหน่งไป ทำให้ไม่เหลือรัฐมนตรีที่เป็นสายตรงของภาค กทม.แม้แต่คนเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีดังกล่าวทำให้มีการพูดคุยกันในกลุ่ม ส.ส.กทม. ว่าในการประชุมพรรควันที่ 16 มี.ค.นี้ จะมีการเสนอให้ พล.อ.ประวิตรทบทวนการพิจารณาเสนอชื่อ เนื่องจากเกรงว่าจะเป็นการเสียโอกาสการทำพื้นที่ใน กทม. ที่กำลังจะมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. รวมถึงการเลือกตั้งใหญ่ในอนาคต เนื่องจากการเลือกตั้งที่ผ่านมา พรรคพลังประชารัฐได้ ส.ส.กทม.มากที่สุด 12 ที่นั่ง และคะแนน ส.ส.เขตของ กทม.ของพรรครวมทุกเขตได้ถึงกว่า 8 แสนคะแนน แม้ความนิยมส่วนหนึ่งมาจากกระแส พล.อ.ประยุทธ์ แต่ส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดกระแสนี้ได้คือการจัดตั้งของทีม ส.ก.-ส.ข. และเจ้าของพื้นที่ซึ่งเป็น ส.ส.จากกลุ่ม กทม. กลับกัน บางจังหวัดที่มีรัฐมนตรีไม่สอดคล้องกับฐานคะแนนเสียงของพรรค อาทิ จ.ชลบุรี คะแนนรวมของพรรค 3 แสนคะแนน มี ส.ส. 5 คน แต่มีรัฐมนตรี 2 คน, จ.พะเยา ฐานคะแนน 1.2 แสนคะแนน ส.ส. 2 คน มีรัฐมนตรี 1 คน, จ.สุโขทัย ฐานคะแนน 1.1 แสนคะแนน ส.ส. 2 คน มีรัฐมนตรี 1 คน หรือ จ.สิงห์บุรี ฐานคะแนน 4.8 หมื่นคะแนน ส.ส. 1 คน กำลังจะมีรัฐมนตรี 1 คน เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส.ส.ส่วนใหญ่ไม่ติดใจเรื่องตัวบุคคล แต่อยากให้ผู้ใหญ่คำนึงถึงการทำพื้นที่ที่ควรมีรัฐมนตรีดูแลรับผิดชอบ โดยเฉพาะการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.และ ส.ก. ที่จะเลือกในปีนี้ และอีกไม่เกิน 2 ปีก็จะมีการเลือกตั้งใหญ่ หากเป็นเช่นนี้ พรรคพลังประชารัฐอาจเสียแชมป์ ส.ส.กทม.&amp;quot; แหล่งข่าวจากพรรคพลังประชารัฐระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวจากพรรคพลังประชารัฐสาย กทม.กล่าวต่อไปว่า วงพูดคุยของ ส.ส.กทม.ยังพูดกันด้วยว่า ถ้าการปรับ ครม.เป็นไปตามกระแสข่าว โดยไม่มีรัฐมนตรีจากสัดส่วน กทม. ย่อมเกิดผลกระทบต่อคะแนนนิยมของรัฐบาลและของพรรคใน กทม.อย่างแน่นอน โดยเฉพาะการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ในเร็วๆ นี้ ในกลุ่ม กทม.มีความเป็นห่วงว่าพรรคพลังประชารัฐจะสูญเสียคะแนนจัดตั้งเดิมที่เคยช่วยพรรคในการเลือกตั้งใหญ่ แล้วอาจตีกลับไปให้คู่แข่งที่ไม่ได้อยู่ในเครือข่ายของพรรค ทั้งพรรคก้าวไกลที่เจาะกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ กลุ่มของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ที่กำลังจะตั้งพรรคใหม่ และกลุ่มการเมืองที่เข้มแข็งใน กทม. หรือแม้กระทั่งตัวเต็งสนามผู้ว่าฯ กทม.อย่างนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีต รมว.คมนาคม ทั้งหมดนี้ประกาศอย่างชัดเจนว่าไม่มีวันสังฆกรรมกับพรรคพลังประชารัฐมาโดยตลอด หรือกระทั่งพรรคประชาธิปัตย์เองก็กำลังรอโอกาสทวงพื้นที่ กทม.คืน ที่สำคัญต้องไม่ลืมว่า กทม.เป็นเมืองหลวงของประเทศ ผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.จะเป็นเสียงสะท้อนในการตัดสินอนาคตของรัฐบาล และส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงต่อการเมืองในระดับชาติอยู่เสมอ เหมือนทฤษฎีที่ว่า &amp;quot;คนชนบทเลือกรัฐบาล คน กทม.ล้มรัฐบาล&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ข่าวดังกล่าว ทางด้าน ส.ส.กทม.พลังประชารัฐ ก็ออกมาปฏิเสธทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายจักรพันธ์ พรนิมิตร ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานภาค ส.ส.กทม. กล่าวว่า ได้อ่านข่าวว่ามีกลุ่ม ส.ส.กทม.เรียกร้องให้มีการแต่งตั้งรัฐมนตรีมาจากตัวแทนกลุ่ม ส.ส.กทม.แล้วทำให้รู้สึกไม่สบายใจ เพราะข่าวนี้ไม่เป็นความจริง กลุ่ม ส.ส.กทม.เห็นด้วยที่จะให้หัวหน้าพรรคเป็นผู้คัดเลือกและส่งรายชื่อรัฐมนตรีเพื่อให้นายกรัฐมนตรีพิจารณา โดยไม่ต้องคำนึงถึงโควตากลุ่ม กทม.หรือกลุ่มจังหวัดใดๆ ทั้งสิ้น เพราะเชื่อมั่นในหัวหน้าพรรค ว่าจะคัดเลือกคนที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาทำงานให้บ้านเมือง และ ส.ส.พลังประชารัฐทุกคนมีความรักความสามัคคีกัน ไม่ได้มีการแบ่งแยกเป็นกลุ่มภาคหรือกลุ่มจังหวัด ทุกคนพร้อมที่จะทำงานร่วมกันกับรัฐมนตรีทุกคน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ส.ส.กทม.ไม่เคยมีปัญหาในเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรีในครั้งนี้ และไม่ได้เรียกร้องให้มีการแต่งตั้งรัฐมนตรีในโควตา กทม. ส.ส. กทม.ทุกคนเชื่อมั่นว่าพวกเราและพรรคพลังประชารัฐพร้อมที่จะทำงานรับใช้ชาวกรุงเทพฯ โดยไม่จำเป็นต้องมีรัฐมนตรีในโควตาของ กทม. ตามที่มีแหล่งข่าวนำมากล่าวอ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายภราดร ปริศนานันทกุล โฆษกพรรคภูมิใจไทย และ ส.ส.อ่างทอง กล่าวถึงบทลงโทษสำหรับ 6 ส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์ พรรคพลังประชารัฐ ที่โหวตญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจสวนทางกับวิปพรรคร่วมรัฐบาลว่า จนถึงขณะนี้พรรคภูมิใจไทยยังรอผลการพิจารณาของคณะกรรมการบริหารพรรคว่าบทลงโทษสำหรับ 6 ส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์จะถูกดำเนินการอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เราต้องการความชัดเจนจากพรรคแกนนำรัฐบาลว่าจะมีบทลงโทษอย่างไรกันแน่ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้เสถียรภาพของรัฐบาลสั่นคลอน เพราะนั่นคือความศักดิ์สิทธิ์ของมติพรรคร่วมรัฐบาล หากมีคนหนึ่งหรือกลุ่มหนึ่งทำได้ ต่อไปก็จะมีกลุ่มอื่นๆตามมา พรรคแกนนำจึงควรจะมีมาตรการทำโทษที่ชัดเจนออกมาเป็นแนวทาง เรายังรอผู้บริหารพรรคพลังประชารัฐ ว่าจะมีมติอย่างไร แล้วแจ้งกลับมาให้พรรคภูมิใจไทย หลังจากนั้นพรรคภูมิใจไทยจะมีการแนวทางต่อไป&amp;rdquo; นายภราดรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชนเรื่อง &amp;ldquo;ทำไม พรรคประชาธิปัตย์พ่ายเลือกตั้งซ่อมนครศรีธรรมราช&amp;rdquo; ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 10-11 มีนาคม 2564 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในภาคใต้
จำนวน 1,317 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับสาเหตุที่พรรคประชาธิปัตย์พ่ายเลือกตั้งซ่อมจังหวัดนครศรีธรรมราช
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสำรวจเมื่อถามประชาชนถึงสาเหตุที่ทำให้พรรคประชาธิปัตย์แพ้การเลือกตั้งซ่อมที่นครศรีธรรมราช (7 มีนาคม 2564) พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 46.62 ระบุว่าประชาชนเบื่อ/ไม่ชอบวิธีการดำเนินงานทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ รองลงมา ร้อยละ 18.53 ระบุว่ากระแส/ผลงานพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในภาคใต้ ทำให้พรรคพลังประชารัฐชนะการเลือกตั้ง, ร้อยละ 16.17 ระบุว่ากระแส/ผลงานนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ในภาคใต้ ยังไม่แข็งแกร่งเพียงพอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ควรทำเพื่อให้ภาคใต้ยังคงเป็นฐานเสียงหลักของพรรค พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 45.94 ระบุว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส.ส. อดีต ส.ส. และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคควรลงพื้นที่ดูแลประชาชนให้มากขึ้น รองลงมา ร้อยละ 41.38 ระบุว่าผู้บริหารพรรคควรทุ่มเทและแสดงผลงานให้เด่นชัดมากขึ้น, ร้อยละ 33.86 ระบุว่าพรรคควรปรับวิธีการดำเนินงานและยุทธศาสตร์ทางการเมืองของพรรค และร้อยละ 9.72 ระบุว่าควรเปลี่ยนหัวหน้าพรรค.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96065</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปรับ ครม., ปรับคณะรัฐมนตรี, พลังประชารัฐ, ริบโควตา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210314/image_big_604e18a8d28ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95905</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปรับครม.จบสัปดาห์หน้า ปชป.เคาะ‘สินิตย์’นั่งรมต.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ลั่นปรับ ครม.จบแน่สัปดาห์หน้า ชี้ไม่ว่าใครเข้ามาก็ต้องทำตามนโยบายอยู่แล้ว &amp;ldquo;ภท.&amp;rdquo; ไม่พลิกส่งชื่อ &amp;ldquo;วีรศักดิ์&amp;rdquo; รมช.คมนาคมไปนั่ง รมช.พาณิชย์ ประชาธิปัตย์จัดพิธีกรรมคัดเลือก สุดท้ายได้ชื่อ &amp;ldquo;สินิตย์ เลิศไกร&amp;rdquo; ส.ส.สุราษฎร์ฯ คั่ว รมต.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ที่ 12 มีนาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าพรรคร่วมรัฐบาลเริ่มทยอยส่งรายชื่อเข้ามาแล้ว ในสัปดาห์หน้าคงจะเรียบร้อย เมื่อได้รายชื่อครบก็จะดำเนินการตามขั้นตอนทางธุรการ และดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทุกอย่าง ทุกคน ไม่ว่าใครจะเข้าไปเข้ามา ก็ต้องทำตามนโยบายของรัฐบาล รวมทั้งการทำหน้าที่ของคณะรัฐมนตรี ทุกอย่างมีนโยบาย มียุทธศาสตร์แผนแม่บทไว้ทุกกระทรวงอยู่แล้ว ก็ต้องไปทำตรงนั้น ทำในสิ่งที่ยังไม่ได้ทำ ทำในสิ่งที่เป็นปัญหาอุปสรรค และทำในสิ่งที่เป็นเรื่องของอนาคต นั่นคือนโยบายของนายกฯ ทุกคนที่เข้ามาจะต้องมีวิสัยทัศน์ในการทำงาน ไม่ใช่ทำงานแบบเดิมๆ ตลอด ผมดูอยู่ตรงนี้ จะเห็นว่าหลายๆ เรื่องมีผลสัมฤทธิ์&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานความเคลื่อนไหวในส่วนของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรค ได้ส่งรายชื่อ ครม.ในส่วนของพรรคให้ พล.อ.ประยุทธ์แล้ว โดยมีปรับเปลี่ยนเพียงแค่ 1 ตำแหน่งเท่านั้น คือนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล ปรับเปลี่ยนจาก รมช.พาณิชย์ มาเป็น รมช.คมนาคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรค ได้เรียกบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นรัฐมนตรีทั้ง 5 คน ประกอบด้วย 1.นายสินิตย์ เลิศไกร ส.ส.สุราษฎร์ธานี 2.นายประกอบ รัตนพันธ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช 3.นายนริศ ขำนุรักษ์ ส.ส.พัทลุง 4.นางกันตวรรณ ตันเถียร ส.ส.พังงา และ 5.นายวิรัช ร่มเย็น อดีต ส.ส.ระนอง เข้าหารือเกี่ยวกับวิธีการการคัดเลือกบุคคลเป็นรัฐมนตรีช่วย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น เวลา 14.00 น. ได้มีประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) มีนายจุรินทร์เป็นประธาน โดยได้เสนอชื่อ 5 บุคคลที่เหมาะสมเป็นรัฐมนตรี แต่ พ.ท.สินธพ แก้วพิจิตร&amp;nbsp; ส.ส.นครปฐม ในฐานะรองเลขาธิการ ซึ่งอยู่ในกลุ่มเลือดใหม่ ได้ลุกขึ้นเสนอชื่อ น.ส.จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองเลขาธิการพรรค ว่ามีคุณสมบัติเหมาะสม ทำให้ที่ประชุมเงียบกริบ ก่อนที่นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ในฐานะรองหัวหน้าพรรค และนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรค ลุกขึ้นคัดค้านในทิศทางเดียวกันว่าเรื่องนี้เป็นโควตาภาคใต้ตั้งแต่ต้น ไม่ควรเสนอใครให้เกิดแรงกระเพื่อมอะไรอีก ซึ่งนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ในฐานะรองหัวหน้าพรรคภาคกลาง ก็ได้สนับสนุนว่าโควตาครั้งนี้เป็นของภาคใต้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อที่ประชุมถกเถียงกันมาก ทำให้ น.ส.จิตภัสร์ขอถอนตัว ในที่สุดที่ประชุม กก.บห. มีมติให้นำรายชื่อทั้ง 5 คนเข้าสู่ที่ประชุมร่วมระหว่าง กก.บห.และ ส.ส.เพื่อพิจารณาต่อไป และเมื่อเวลา 16.30 น. ได้เริ่มประชุมร่วมระหว่าง กก.บห.และ ส.ส. โดยใช้เวลาในการประชุมประมาณ 2 ชั่วโมง จากนั้นได้มีการเข้าคูหาโหวตบุคคลที่เหมาะสมเป็นรัฐมนตรี ปรากฏว่าที่ประชุมลงมติเลือกนายสินิตย์ โดยได้ 33 คะแนน ขณะที่นายนริศได้ 27 คะแนน นายประกอบได้ 6 คะแนน และนายวิรัชได้ 4 คะแนน ทั้งนี้ นางกันตวรรณได้ขอถอนตัวออกจากการคัดเลือกครั้งนี้ ซึ่งที่ประชุมยังไม่ได้ระบุว่าให้นายสินิตย์ไปเป็นรัฐมนตรีช่วยกระทรวงใด โดยได้ให้หัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคเป็นผู้ประสานต่อไป
วันเดียวกัน น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงผลการพิจารณาของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี? 6? ส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์งดลงมติให้นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม โดยให้แสดงสปิริตไม่รับตำแหน่งอื่น เช่นกรรมาธิการ เป็นเวลา 6 เดือน ว่าตนและเพื่อน ส.ส.ในกลุ่มได้ทำจดหมายแสดงสปิริตในสิ่งที่ไม่ทำตามมติพรรค เพื่อเป็นการแสดงจุดยืนให้เห็นว่าพรรค พปชร.มีความเป็นเอกภาพ แต่ยืนยันว่าการทำงานและแสดงจุดยืนในฐานะ ส.ส.พวกเราทำครบถ้วนในการลงมติไปแล้ว เราทำบนความสุจริตใจ จึงต้องรอคณะกรรมการตรวจสอบฯ นำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม กก.บห. เพื่อออกเป็นมติอีกครั้งว่าจะมีการกำหนดบทลงโทษอย่างไร ซึ่งเราพร้อมน้อมรับผลที่จะออกมาปกป้องประโยชน์ประเทศและส่วนรวม
ส่วนที่รัฐสภา นายกองตรีอาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรค พปชร. รายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ภายหลังได้การรับรองจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อวันที่ 10 มี.ค. ที่ชนะการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 3 เมื่อวันที่ 7 มี.ค..&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95905</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปรับ ครม., ปรับคณะรัฐมนตรี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สลับเก้าอี้, สินิตย์ เลิศไกร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210312/image_big_604b741f7104b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94854</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/03/2021 11:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/03/2021 11:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รองนายกฯชี้หากรัฐมนตรีใหม่มาจากส.ส.ก็ใช้เวลาไม่นาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มี.ค.2564 - &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม​ รองนายกรัฐมนตรีตอบคำถามถึงเรื่องปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าจนถึงขณะนี้มีการส่งรายชื่อรัฐมนตรีใหม่มาให้ตรวจสอบหรือยัง ว่าไม่ทราบเป็นเรื่องของนายกรัฐมนตรีและเลขาธิการคณะรัฐมนตรี แต่เข้าใจว่ายังไม่มีใครส่งมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ขั้นตอนการตรวจสอบจะต้องใช้เวลานานหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า หากน้อยคนก็ไม่นาน แต่ถ้ามากคนก็จะนานหน่อย และถ้าหากเป็นรัฐมนตรีที่เคยตรวจสอบแล้วก็ไม่น่าจะมีปัญหา มันไม่เหมือนกับการตั้งคณะรัฐมนตรีใหม่ทั้งชุด ที่อาจจะวุ่นวายหน่อย เนื่องจากจะต้องดูเรื่องของสัมปทาน หุ้นสื่อ ซึ่งหากคนที่เข้ามาใหม่เป็น ส.ส.อยู่แล้วปัญหาเหล่านี้ก็จะหมดไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94854</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม., นายวิษณุ เครืองาม​, ปรับคณะรัฐมนตรี, รองนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210218/image_big_602df0a8e3573.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94846</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/03/2021 10:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/03/2021 10:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐมนตรีพปชร.โล่ง’อนุชา’ชี้มีแค่2เก้าอี้ที่ปรับเปลี่ยน! </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มี.ค.2564 - นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เผยว่า การประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) เมื่อวันที่ 2 มี.ค.เป็นการประชุมหารือเพื่อหาตำแหน่งรัฐมนตรีที่จะขึ้นไปทดแทนในตำแหน่ง 2 รัฐมนตรีที่ว่างลง ส่วนจะปรับเปลี่ยนตำแหน่งอย่างไรเป็นสิทธิเด็ดขาดของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคที่จะหารือร่วมกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมยืนยันว่า ไม่มีการพิจารณาตำแหน่งตามรายภาค และไม่มีใครพูดอะไรเยอะแยะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนจะมีรัฐมนตรีใดที่ต้องพ้นจากตำแหน่งหรือไม่ นายอนุชา ระบุว่า ตนว่าไม่มี เท่าที่พูดคุยมีเพียง 2 ตำแหน่งที่ต้องเสนอขึ้นไป ไม่มีอย่างอื่นนอกเหนือจากที่ประชุมพูดคุยกัน ยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวนี้ไม่น่าเป็นห่วง นายกฯ &amp;nbsp;และ พล.อ.ประวิตร คงปรึกษาหารือกันเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งกับพรรคและรัฐบาล รวมถึงการทำงานให้กับประชาชนและประเทศชาติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการแบ่งเป็นก๊กจะทำให้เกิดแรงกดันต่อหัวหน้าพรรคหรือไม่นั้น นายอนุชา ระบุว่า ไม่น่าเป็นห่วง ถึงเวลาก็มีมติเป็นเอกฉันท์ที่มอบอำนาจให้ พล.อ.ประวิตรเป็นคนจัดการ และไม่มีประเด็นอะไรที่ต้องไปกดดัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนพร้อมหรือไม่หากต้องไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายอนุชา ระบุว่า อยู่ที่ผู้ใหญ่อย่างเดียว คิดว่าทำงานตรงไหนก็ได้ เพราะเป็นคนตั้งใจทำงาน และจะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ว่าจะอยู่ตรงไหน ยืนยันว่า ไม่ได้มีการพูดคุยกันถึงเรื่องดังกล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94846</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอนุชา นาคาศัย, ปรับคณะรัฐมนตรี, พปชร., รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210303/image_big_603efcef84271.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
