<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>41186</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2019 09:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2019 09:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พิชัย&#039;โวยเลิกเรียกปรับทัศนคติ โดน8หนยังหลอนถึงวันนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ค. 62 - นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน กล่าวถึงกรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีระบุว่าแม้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ไม่มีแล้ว แต่ยังเรียกปรับทัศนคติได้นั้นว่า ในฐานะที่เคยถูกเรียกปรับทัศนคติมากที่สุดถึง 8 ครั้ง จึงอยากบอกว่าประเทศไทยได้กลับสู่ระบอบประชาธิปไตยแล้ว แต่คำสั่ง คสช. ที่ให้อำนาจในการเรียกปรับทัศนคตินั้นยังอยู่ สวนทางกับระบอบประชาธิปไตยอย่างชัดเจน ประเทศไทยนั้นมีกระบวนการยุติธรรมอยู่แล้ว ถ้าใครทำผิดก็ฟ้องร้องกันไป ไม่ใช่จะเรียกกันมาปรับทัศนคติ เพราะในโลกประชาธิปไตยไม่มีใครทำแบบนี้ ยกเว้นจะเป็นระบบเผด็จการ ขอคัดค้านเรื่องนี้อย่างเต็มที่ และขอให้ฝ่ายค้านนำเรื่องนี้เข้าสู่สภา และออกกฏหมาย เพื่อล้มเรื่องดังกล่าว เพราะเป็นคำสั่งของเผด็จการอย่างชัดเจน ไม่มีประเทศเสรีที่ไหนในโลกเขาทำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ส่วนที่อ้างว่าเพื่อความสงบเรียบร้อยนั้น ไม่เกี่ยว เพราะรัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา บริหารประเทศมา 5 ปีแล้ว หากคิดว่าประชาชนเห็นดีเห็นงามด้วย ก็ไม่ต้องกังวล ป้องกันไม่ให้คนวิพากษ์วิจารณ์ หรือพูดอะไรที่ขัดหูรัฐบาล ควรหมดไปตั้งนานแล้ว&amp;nbsp; ซึ่งไม่มีใครในโลกนี้ ที่จะถูกเรียกปรับทัศนคติเพราะไปวิจารณ์เศรษฐกิจ ประเด็นนี้จะทำให้รัฐบาลถูกกดดันต่อไป เพราะเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เหมือนการข่มขู่ นอกจากนี้ การเรียกปรับทัศนคตินี้จะทำให้ประเทศไทยยังดูเป็นเผด็จการอยู่ ซึ่งจะทำลายความมั่นใจของนักลงทุนชาวต่างประเทศที่จะมาลงทุนในไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมถูกเรียกปรับทัศนคติมากที่สุด 8 ครั้ง ถูกเรียกดำเนินคดี 4 ครั้ง รวม 12 ครั้ง ต้องยอมรับว่ารู้สึกกลัว ทั้งที่เพียงวิพากษ์วิจารณ์ตัวเลขทางเศรษฐกิจเท่านั้น โดยมีการอ้างอิงตัวเลขที่ตรงกับความเป็นจริง ยืนอยู่บนหลักวิชาการ และต่อมาก็เป็นจริงอย่างที่วิพากษ์วิจารณ์ เศรษฐกิจไทยย่ำแย่มาตลอด แต่เมื่อถูกเรียกกลับทำให้เรากดดัน เหมือนเกรงกลัว เพราะเหมือนกับการทำร้ายกันทางจิตใจ และหลอนอยู่เหมือนกัน เพราะเราคิดว่าได้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง แต่กลับถูกเรียกอย่างไม่ยุติธรรม ทั้งนี้เพราะหลายครั้งมีทหารถือปืนมาคุมตัว และบางครั้งก็ถูกคลุมหัวปิดตาพาไปกักตัวอยู่ถึง 7 วัน เพียงเพราะวิพากษ์วิจารณ์เศรษฐกิจ&amp;rdquo; นายพิชัย ระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41186</URL_LINK>
                <HASHTAG>คสช., นายพิชัย นริพทะพันธุ์, ปรับทัศนคติ, รัฐบาลประยุทธ์, วิษณุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180926/image_big_5bab97deadb6a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41120</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2019 13:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2019 13:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกกอ.รมน.ยันไม่มีอำนาจเรียกบุคคลมาปรับทัศนคติ ไม่มีการถ่ายโอนอำนาจจากคสช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ค.62- &amp;nbsp;พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ชี้แจงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โอนอำนาจให้กอ.รมน.สามารถเชิญบุคคลเข้ามาพูดคุยเพื่อปรับทัศนคติได้ว่า ยืนยันว่าคสช.ไม่ได้โอนอำนาจดังกล่าวให้กอ.รมน. เพราะในทางปฏิบัติไม่สามารถทำได้ แต่กฎหมายที่คสช.ใช้อยู่คือพ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 ในการดูแลความเรียบร้อย เมื่อมีสถานการณ์ที่กระทบต่อความมั่นคงเกิดขึ้นก็จะประกาศเป็นพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อยตามมาตรา 15 ของพ.ร.บ.ความมั่นคงฯ เมื่อมีการประกาศแล้วก็จะต้องมีการใช้กำลังตามมาตรา 16 กอ.รมน.เลือกว่าจะใช้อำนาจหน้าที่อย่างไรให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงสอดคล้องกับหน่วยงานที่จะต้องเข้ามารับผิดชอบคือทหารหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยผู้ที่จะตัดสินใจเลือกใช้กำลังจะต้องเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ที่ถูกแต่งตั้งจากนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กอ.รมน.ไม่สามารถเรียกตัวบุคคลมากักขังหรือพูดคุยได้ เพราะปัจจุบันกอ.รมน. ใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ และเมื่อมีสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อความไม่มั่นคงในพื้นที่จึงจะสามารถเข้าไปดูแลได้ &amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาโดยการทำหน้าที่บูรณาการและประสานงานร่วมกันขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาเมื่อคสช.ยุติบทบาท กอ.รมฯ.ก็เข้ามาโดยไม่ได้มีการโอนอำนาจแม้แต่อย่างใด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขากล่าวว่าที่มีการเชิญตัวก็อยู่ในมาตราที่ 13/1 ในข้อที่ 7 &amp;nbsp;ในพ.ร.บ.ความมั่นคงฯก็มีอยู่ก่อนแล้ว &amp;nbsp;โดยคณะกรรมการระดับจังหวัด มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผอ.กอ.รมน.จังหวัด และจะมีเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงเป็นคณะกรรมการด้วย เช่นกรณีมีโครงการจัดทำฝายระบายน้ำที่เสนอผ่านจังหวัดเข้ามาทางคณะกรรมการชุดนี้ก็จะมาช่วยพิจารณา หากมีจุดไหนที่ไม่เรียบร้อยหรือต้องขอข้อมูลเพิ่มเติมก็จะเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้ข้อมูล แต่ไม่ใช่การเรียกตัว ต้องใช้คำให้ถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ธนาธิป ยืนยันว่าพ.ร.บ.ความมั่นคงฯไม่ได้เชิญตัวบุคคลที่สอบปากคำหรือกักขัง ซึ่งมันเป็นกฎหมายคนละอย่างกับคสช. และกอ.รมน.ก็เป็นหน่วยงานที่ขึ้นตรงกับสำนักงานนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่กองทัพ กฎหมายตัวนี้กอ.รมน.จะพยายามใช้กฎหมายที่ไม่ไปละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเน้นใช้กฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบันให้มากที่สุด ที่จะไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชน ทั้งนี้ยืนยันพ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ไม่ได้มีอำนาจเรียกบุคคลที่เห็นต่างทางการเมืองเข้ามาพูดคุย รวมถึงการเคลื่อนไหวของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ขณะนี้เดินสายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับต่างประเทศด้วย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41120</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำสั่งคสช., ปรับทัศนคติ, พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง, โฆษกกอ.รมน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181005/image_big_5bb70c3958141.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29875</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2019 10:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2019 10:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039;ให้จนท.ตัดสินใจส่ง&#039;โจ๋&#039;บุกรร.วัดสิงห์ปรับทัศนคติหรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
25 ก.พ.62- พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มวัยรุ่นแก๊งงานบวชบุกเข้าทำร้ายร่างกายผู้อำนวยการ ครู นักเรียน และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยโรงเรียนมัธยมวัดสิงห์ ถ.เอกชัย แขวงบางขุนเทียน เขตจอมทอง กทม. หลังไม่พอใจถูกเตือนให้ขบวนแห่นาคช่วยงดใช้เครื่องเสียงเนื่องจากโรงเรียนมีการสอบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังจับอยู่และดำเนินการสอบสวนเรื่องนี้ &amp;nbsp;ส่วนจะมีการนำตัวมาปรับทัศนคติหรืออบรมหรือไม่นั้น ก็ต้องให้เจ้าหน้าที่ทำงานสอบสวนไปก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายเป็นลักษณะผู้มีอิทธิพลหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนไม่ทราบ เมื่อถามต่อว่าถ้าเป็นลูกเป็นหลานจะตักเตือนอย่างไรบ้าง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่รู้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29875</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปรับทัศนคติ, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, โจ๋งานบวช, โรงเรียนวัดสิงห์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180912/image_big_5b98a04f9f2a2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25013</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/12/2018 09:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/12/2018 09:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักร้องตกข่าว&#039;ศรี&#039;ซัดทหารเต็มเหนี่ยว แต่&#039;หนุ่มเลิงนกทา&#039;บอกตำรวจ-กกต.เรียกไปคุย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ธ.ค.61-นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ออกแถลงการณ์สมาคมฯ เรื่อง &amp;ldquo;ต้องไม่มีใครถูกปรับทัศนคติตามใจชอบของทหาร&amp;rdquo; ระบุว่า จากกรณีที่มีประชาชนออกมาโพสต์คลิปที่แสดงความไม่ชอบมาพากลในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงในพื้นที่จังหวัดยโสธร โดยเป็นการตั้งโต๊ะรับสมัครสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พรรคที่ประกาศสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ กลับมาเป็นนายกฯ อีกครั้ง) ที่มีการบอกกับชาวบ้านให้สมัครสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ แลกกับการได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึงอาจเข้าข่ายความผิดตาม ม.30 พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 ซึ่งหากผิดจริงอาจมีโทษถึงขั้นถูกยุบพรรค ตาม ม.92 (3) ได้ ซึ่งต่อมานายอำเภอได้ชี้แจงว่าเป็นการเข้าใจผิด และเจ้าหน้าที่ทหารได้นำตัวของผู้โพสต์คลิปดังกล่าวไปปรับทัศนคตินั้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
การกระทำของทหารดังกล่าวเป็นการแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนที่สุด ว่ากลไกของรัฐและกองทัพกำลัง &amp;ldquo;เลือกข้าง&amp;rdquo; ถือท้ายรัฐบาลและพรรคพลังประชารัฐ ทำให้ยากจะปฏิเสธได้แล้วว่า รัฐบาล กองทัพ และพรรคพลังประชารัฐ ไม่ใช่เนื้อเดียวกัน ทั้งๆ ที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) และ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ (ผบ.ทบ.) เพิ่งสั่งการและออกมาประกาศต่อสาธารณชนว่า &amp;ldquo;ทหารต้องวางตัวเป็นกลางทางการเมือง&amp;rdquo;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
แต่การที่ทหารนำประชาชนที่โพสต์ถึงความไม่ชอบมาพากลไปปรับทัศนคตินั้น เป็นการสร้าง &amp;ldquo;ความกลัว&amp;rdquo; ให้เกิดขึ้นในหมู่ประชาชน ที่ต้องการใช้พลังของพวกเขาในการจับตาการโกงเลือกตั้ง เป็นการพยายามทำลายพลังของประชาชนให้สยบยอมต่อรัฐ เพื่อเปิดทางให้เกิดการโกงได้อย่างสะดวกโยธินมากขึ้นหรือไม่ ทั้งๆ ที่กรณีดังกล่าวเป็นหน้าที่และอำนาจของ กกต. ตาม ม.22 วรรคสอง ม.24 และ ม.41 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง 2560 ที่จะต้องทำหน้าที่ในการพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่ามีการกระทำความผิดตามที่ประชาชนนำคลิปข้อมูลออกมาโพสต์จริงหรือไม่ อย่างไร ดังนั้น เจ้าหน้าที่ทหารต้องไม่นำตัวประชาชนไปปรับทัศนคติตามใจชอบครับ โดยเฉพาะในห้วงที่เรากำลังเข้าสู่โหมดของการเลือกตั้งเช่นนี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ของประฌามการนำตัวประชาชนไปปรับทัศคติตามใจชอบของทหาร เพียงเพราะเขาออกมาโพสต์ถึงความไม่ชอบมาพากลของการเลือกตั้ง สมาคมฯ เห็นว่าประชาชนทุกคนต้องมีสิทธิตรวจสอบและตั้งคำถามถึงการโกงเลือกตั้งที่กำลังเกิดขึ้นได้ และขอเรียกร้องให้รัฐและกองทัพวางตัวเป็นกลางในช่วงของการเลือกตั้ง และกองทัพต้องเลิกจับประชาชนไปปรับทัศนคติตามใจชอบได้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบประเด็นที่มีทหารเข้ามาเกี่ยวข้องนั้นพบว่าเกิดความสับสนตั้งแต่แรก &amp;nbsp;เพราะเกียรติบุรุษ ไม่ได้เป็นผู้ให้ข่าว โดยสำนักข่าวประชาไทซึ่งเป็นหนึ่งในต้นเรื่องได้ดำเนินการลบโพสต์ก่อนหน้านี้และเปลี่ยนพาดหัว เนื่องจากเดิม amarintv.com รายงานว่า ทหารพาตัวเกียรติบุรุษไปให้ข้อมูลที่ สภ.เลิงนกทา เพื่อทำความเข้าใจแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยผู้สื่อข่าวของประชาไท สอบถามไปยัง นายเกียรติบุรุษ กรณีการนำตัวไป สภ.เลิงนกทา นั้น นายเกียรติบุรษยืนยันว่า ผู้ที่นำตัวไปไม่ใช่ทหาร แต่เป็นตำรวจกับ กกต.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25013</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลิปประชารัฐ, ตำรวจ-กกต., นายศรีสุวรรณ จรรยา, ปรับทัศนคติ, เกียรติบุรุษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180607/image_big_5b18b637dbf7f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17099</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2018 17:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2018 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนหัวล้าน...กับการปรับทัศนะคติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(1)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เห็นข่าว...ท่านนายกฯ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo;ท่านคิดจะเรียก &amp;ldquo;คนที่ไม่มีเส้นผม&amp;rdquo;ไป &amp;ldquo;ปรับทัศนะคติ&amp;rdquo; แรกๆก็เกิดอาการ &amp;ldquo;เสียววาบ&amp;rdquo;ขึ้นมาโดยทันที โดนเฉพาะเมื่ออ่านหวัดๆแค่ไม่ถึงบรรทัด ยิ่งเปิดไปเจอชื่อเรื่องในคอลัมน์ &amp;ldquo;อ่านเอาเรื่อง&amp;rdquo;ของคุณ &amp;ldquo;ผักกาดหอม&amp;rdquo;ฉบับวันศุกร์ที่ผ่านมา ที่ถึงกับตั้งชื่อเอาไว้ว่า &amp;ldquo;ปรับทัศนคติคนหัวล้าน&amp;rdquo;ก็ยิ่งวูบๆวาบๆเข้าไปใหญ่...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(2)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;แต่หลังจากที่ได้คิดไป-คิดมา ได้อ่านโดยละเอียด...ก็ปลอดโปร่ง โล่งใจ ขึ้นมาหน่อย ว่ายังไงๆ...คงไม่เกี่ยวกับตัวเราเองอยู่แล้วแน่ๆ ที่อาจไปเผลอมือ-เผลอไม้ ขีดอะไร เขียนอะไร ที่ทำให้ท่านนายกฯท่านเกิดอาการฉุนเต่า ฉุนตะพาบ ขึ้นมาดื้อๆ อีกทั้งเมื่อเหลือบไปมองคอลัมน์ข้างๆ คอลัมน์ &amp;ldquo;กาแฟดำ&amp;rdquo;ของคุณเฮีย &amp;ldquo;สุทธิชัย หยุ่น&amp;rdquo; อันนั้น...น่าจะหนักยิ่งกว่า เพราะไม่เพียงแต่อำนาจ อิทธิพล ในแง่พลังข้อเขียน รวมไปถึงการพูด การจา การดำรงตนเป็นพิธีกร ทั้งพูด ทั้งเขียน แบบแทบไม่รู้ไปสรรหา &amp;ldquo;พลังงาน&amp;rdquo;มาจากแหล่งไหน ต่อแหล่งไหน ทั้งที่อายุ อานาม ก็มากแล้ว แถมยัง &amp;ldquo;ล้าน&amp;rdquo;กว่า หรือ &amp;ldquo;ไม่มีเส้นผม&amp;rdquo;มากกว่าตัวเรา ที่ยังพอหลงเหลือไรๆกลางกบาลอยู่ประมาณ 2-3 เส้น ซึ่งสามารถส่งผล ส่งอิทธิพล สร้างแรงกดดันให้กับใครต่อใคร ได้ยิ่งกว่าตัวเราประมาณร้อยเท่า พันเท่า...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(3)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม...เมื่อสรุปรวมความโดยละเอียด ทั้งตัวเราและคุณเฮีย &amp;ldquo;สุทธิชัย&amp;rdquo;ก็น่าจะรอดไป ไม่ต้องโดนเอา&amp;ldquo;โพเดียมทุ่มใส่หัว&amp;rdquo;หรือโดน &amp;ldquo;ไล่ออกจากทำเนียบ&amp;rdquo;โดยเด็ดขาด เนื่องจาก &amp;ldquo;คนที่ไม่มีเส้นผม&amp;rdquo;ที่ท่านนายกฯ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo;ท่านหมายถึง ออกไปทางอดีตรัฐมนตรีของรัฐบาลเก่า อย่างคุณพิชง คุณพิชัย อะไรโน่น &amp;ldquo;คนหัวล้าน&amp;rdquo;หรือ &amp;ldquo;คนไม่มีเส้นผม&amp;rdquo;อย่างตัวเรา...ก็เลยสบายไป แต่ก็คงไม่ถึงกับสุข สดชื่น เหมือนยืนอยู่บนเนินเขา อะไรมากมาย เพราะความหัวล้าน หรือความเป็นคนหัวล้านนั้น ต้องถือเป็น &amp;ldquo;ความอาภัพ&amp;rdquo;ชนิดหนึ่ง ที่ถ้าหากไม่ประคองสติเอาไว้ให้ดี ไม่รู้จักตัดอัตตา ลดอัตตาตัวเองลงไปมั่ง ก็อาจกลายเป็น &amp;ldquo;ปมด้อย&amp;rdquo; ปมออดิป๊ง ออดิปุส อะไรไปโน่น...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(4)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;คือระหว่างตอนหนุ่มๆนั้น...อะไรต่อมิอะไรมันเคยดก เคยดำ ชนิดแทบไม่เคยคิดว่าตัวเองต้อง &amp;ldquo;หัวล้าน&amp;rdquo;มาก่อนเลย อาจคล้ายๆกับคุณเฮีย &amp;ldquo;สุทธิชัย&amp;rdquo;ที่ถูก &amp;ldquo;พี่ช้าง-ขรรค์ชัย&amp;rdquo;ตั้งชื่อ ฉายา เอาไว้ว่า &amp;ldquo;ดำ เคยดก&amp;rdquo;อะไรประมาณนั้น แต่จู่ๆ...คงเป็นเพราะ &amp;ldquo;กรรมพันธุ์&amp;rdquo; หรือยีน หรือดีเอ็นเอ ที่บิดาบังเกิดเกล้าผู้เพิ่งวายชนม์ไปเมื่อไม่นานมานี้ ท่านมอบให้ติดตัวมาตั้งแต่เกิด ทั้งตัวเราและพี่ชายอีก 2 คน ต่างเป็นผู้อยู่ในข่ายที่ต้องเรียกตัวไปปรับทัศนะคติด้วยกันทั้งสิ้น คือเป็นผู้ที่ &amp;ldquo;ไม่มีเส้นผม&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;หัวล้าน&amp;rdquo;เนื่องจากอะไรที่เคยดำ เคยดก มันร่วงผลอยๆแบบวูบเดียว แทบหมดไปทั้งหัว...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(5)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ความรู้สึกถึง &amp;ldquo;ปมด้อย&amp;rdquo;เช่นนี้...เคยทำให้ถึงกับคิดจะแปลงสภาพให้มันกลายเป็น &amp;ldquo;ปมเด่น&amp;rdquo;อยู่บ้างเหมือนกัน คือเคยถึงขั้นคิดๆจะก่อตั้ง &amp;ldquo;สมาคมคนหัวล้านแห่งประเทศไทย&amp;rdquo; โดยกะจะไปชวนพรรคพวก ประเภทที่มีไฟแรงๆ ยังขยัน ยังซน แม้ว่าแก่แสนแก่ เพียงใดก็ตาม เช่นคุณ &amp;ldquo;ตะวัน ทักษณา&amp;rdquo;หรือ &amp;ldquo;ภาณุมาศ ทักษณา&amp;rdquo;อดีตบ.ก.สำนักเจ้าพระยา ที่ปิดตัวเองไปแล้ว เป็นต้น มาเป็นเลขาธิการสมาคม แล้วสถาปนาตัวเราเองเป็นรัฐถาธิปัตย์ หรือเป็น &amp;ldquo;นายกสมาคมคนหัวล้าน&amp;rdquo;โดยไม่ต้องฟังเสียงใครต่อใครอีกต่อไปแล้ว อาจจะกำหนดข้อบังคับของสมาคม มอบอำนาจระดับ &amp;ldquo;มาตราฉี่ฉิบฉี่&amp;rdquo;ให้กับตัวเอง สามารถสั่งให้สมาชิกรายใดไปตัดผม แต่งผม ไว้จอน ไว้เคราเพื่อเสริมบุคลิก ในแบบไหนก็ย่อมได้...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(6)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;แต่ก็นั่นแหละ...หลังจากที่ได้ &amp;ldquo;สติ&amp;rdquo;จนสามารถรวบรวม &amp;ldquo;ปัญญา&amp;rdquo;กลับคืนมาได้มั่ง แล้วอาศัยปัญญาพิจารณาถึง &amp;ldquo;อัตตา&amp;rdquo; ถึง &amp;ldquo;สังขาร&amp;rdquo; ตลอดไปจนถึงการ &amp;ldquo;ปรุงแต่ง&amp;rdquo;ที่เป็นไปตามหลัก &amp;ldquo;อนิจจัง วัตตะ สังขารา&amp;rdquo;อย่างมิอาจปฏิเสธและหลีกเลี่ยงได้ อันเนื่องมาจาก &amp;ldquo;ด้วยเหตุเพราะสิ่งนี้-สิ่งนี้...สิ่งนี้จึงเป็นไป&amp;rdquo; ตามกฏอิทัปปัจยตา-ปฏิจจสมุปบาท บรรดา &amp;ldquo;ปมด้อย&amp;rdquo;ต่างๆก็ค่อยๆคลี่คลาย ค่อยๆไร้เงื่อน ไร้ปม ลงไปตามลำดับ เริ่มเกิด &amp;ldquo;ความว่าง&amp;rdquo; เกิดความรู้สึกว่าการ &amp;ldquo;หัวล้าน&amp;rdquo; หรือการ &amp;ldquo;ไม่มีเส้นผม&amp;rdquo;น่าจะเป็นอะไรที่ &amp;ldquo;เซ็กส์ซี่&amp;rdquo;ในอีกลักษณะหนึ่ง จนเกิดความสุข ความสงบ ความเย็น พอๆกับได้ไป &amp;ldquo;นิพพาน&amp;rdquo;อะไรประมาณนั้น...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(7)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สรุปเอาเป็นว่า...ที่หยิบเอาเรื่องความหัวล้าน มาว่าไว้ในอาทิตย์นี้ คงไม่ได้มีอะไรหรอกทั่น ถือเป็นเรื่องสบายๆ ในวันสบายๆ เพื่อไม่ให้ต้องเคร่งเครียดอะไรกันมากมาย เพราะทุกสิ่งทุกอย่างในบ้านเมือง หรือในโลกทุกวันนี้ มันก็ออกจะเครียดอยู่พอสมควรแล้ว ยิ่งเป็นผู้ที่อยู่ในฐานะต้อง &amp;ldquo;รับผิดชอบ&amp;rdquo;ต่อเรื่องเครียดๆทั้งหลาย ถ้าอยากจะให้สบายเนื้อ สบายตัว ขึ้นมามั่ง ก็คงหนีไม่พ้นต้องเริ่มต้นจาก &amp;ldquo;สติ&amp;rdquo;นั่นแหละเป็นหลัก เพื่อให้เกิด &amp;ldquo;ปัญญา&amp;rdquo;ตามมา ไปจนกระทั่งเกิดการลด-ละ-เลิก อะไรก็ตามที่จัดอยู่ในประเภท &amp;ldquo;อัตตา&amp;rdquo;ทั้งหลาย อันจะนำไปสู่ภาวะที่นักปราชญ์ นักจิตวิทยา อย่าง &amp;ldquo;Froud&amp;rdquo;ว่าเอาไว้ว่า... &amp;ldquo;The upward sweep of excellence is proportioned, with strictest accuracy, to oblivion of the self which is ascending.&amp;rdquo; หรือที่อาจารย์ &amp;ldquo;กรุณา กุศลาสัย&amp;rdquo;ท่านถอดความเอาไว้ว่า... &amp;ldquo;การก้าวขึ้นสู่เบื้องบนแห่งคุณธรรมความดี มีส่วนสมดุลอย่างเคร่งครัด กับการลด-ละ-เลิก...อัตตา...ซึ่งมักทวีขึ้นไปตามลำดับ&amp;rdquo;....นั่นแล...&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17099</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัชรินทร์ ไชยวัฒน์, ทรรศนะ, ปรับทัศนคติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a37687f6cada.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17010</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2018 11:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2018 11:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>  &#039;บิ๊กป้อม&#039;ตอกนักการเมืองก็พูดไปเรื่อยจ่อเรียก&#039;พิชัย-คนไม่มีผม&#039;มาปรับทัศนคติอีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7ก.ย.61-ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มอบหมายให้เรียกคนไม่มีผม ซึ่งหมายถึงนายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรมว.พลังงาน และคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย ที่วิพากษ์วิจารณ์ปัญหาเศรษฐกิจและจีดีพีของประเทศมาพูดคุย ว่า &amp;ldquo;ก็เรียกมาอีกสิ ชอบอยากให้เรียกก็เรียก นักการเมืองก็พูดไปเรื่อย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้วางมาตรการควบคุมและกำหนดหลักเกณฑ์การหาเสียงให้ชัดเจน พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ก็มาทำสิ อยากทำอะไรก็ทำ เมื่อถามย้ำว่า จะระบุหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนหลังจาก คสช.คลายล็อกให้พรรคการเมืองหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวย้อนว่า กำหนดได้หรือไม่ เวลานี้ยังกำหนดอะไรไม่ได้เลย ขนาดบังคับแล้วยังรวนอยู่เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ต้องขอร้องพรรคการเมืองให้อยู่ในกรอบหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ขอร้องแล้วเขาฟังหรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่พรรคการเมืองวิจารณ์ว่าเวลา 70 วัน ในการหาเสียงน้อยเกินไป พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ของเดิมใช้เวลาแค่ 40 กว่าวันเท่านั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยังใช้เวลาแค่ 49 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17010</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายพิชัย นริพทะพันธุ์, นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ, ปรับทัศนคติ, พล.อ.ประยุทธ์   จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180509/image_big_5af278b764cb2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16967</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2018 17:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2018 17:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พิชัย&#039;สะดุ้ง!บิ๊กตู่ตอกแรงคนไม่มีเส้นผม-สะกิด&#039;บิ๊กป้อม&#039;เรียกปรับทัศนคติ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ย.61 - ที่อาคารเอนกประสงค์ สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ กองบัญชาการกองทัพไทย &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวช่สงหนึ่งีะหว่างเป็นประธานรับฟังการแถลงแนวทางการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยังยืน ด้วยยุทธศาสตร์ชาติของนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร วิทยาลัยเสนาธิการทหาร วิทยาลัยการทัพของทั้งสามเหล่าทัพ ประจำปีการศึกษา 2561 ว่าที่ผ่านมาปัญหายังอิรุงตุงนัง ถามว่าจะให้คสช. อยู่ต่อหรืออย่างไร แต่อย่างไรก็ต้องมีการเลือกตั้ง ขอให้รัฐบาลที่มามีประชาธิปไตยที่แท้จริง มีส.ส.ที่ดี จะไปดูดอะไรก็ว่ากันไป แต่ต้องทำให้ประชาชนรู้ว่าการเลือกตั้งนั้นทำอย่างไร รวมถึงที่มาของส.ส. ที่มาของนายกฯและโครงการต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อย่างไรก็ตามมีคนที่ไม่มีเส้นผม รู้ใช่ไหมว่าเป็นใคร ไม่มีเส้นผมแต่ชอบพูด ออกมาวิจารณ์บ่อยๆ ว่าเศรษฐกิจไม่ดีและแย่ลง สงสัยความจำเสื่อม เพราะเรียกมาทำความเข้าใจหลายรอบแล้วก็ยังเหมือนเดิม ต้องบอกพล.อ.ประวิตรเผื่อจะเรียกมาคุยอีก แต่ก็คงเบื่อแล้ว เพราะเรียกมาก็กลับไปพูดอีก ที่ผ่านมาก็เรียกไป 15 ครั้งแล้วเรียกจนเบื่อก็กลับไปก็พูดอีก&amp;quot;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16967</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายพิชัย นริพทะพันธุ์, บิ๊กตู่, บิ๊กป้อม, ปรับทัศนคติ, พล.อ.ประยุทธ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180327/image_big_5ab9d17ab4dec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
