<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>56277</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2020 17:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2020 17:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.เห็นชอบงบกลาง 178 ล้าน ขยายเรือนนอน 2 ชั้น 93 เรือนจำ ลดแออัดรองรับผู้ต้องขังได้ 7.2 หมื่นคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;4 ก.พ.63- น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า &amp;nbsp;ครม.เห็นชอบงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น 178 ล้านบาทตามที่กรมราชทัณฑ์เสนอ เนื่องจากประสบปัญหาอย่างมากเรื่องพื้นที่ในเรือนจำไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้ต้องขังที่มีอยู่ที่ 3.6 แสนคน ในขณะที่มีพื้นที่นอนสำหรับผู้ต้องขังเพียง 2.5 แสนคน เท่ากับผู้ต้องขังอีก 1.1 แสนคน ไม่มีพื้นที่นอน ต้องอยู่อย่างแออัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉะนั้นแนวทางในการแก้ปัญหาจึงต้องมีการเพิ่มพื้นที่นอนโดยปรับปรุงพื้นที่ภายในห้องขังให้เป็นพื้นที่นอน 2 ชั้น ทั้งนี้ที่ผ่านมากรมราชทัณฑ์ได้ดำเนินการปรับปรุงพื้นที่ให้เป็นพื้นที่นอน 2 ชั้นในเรือนจำต่างๆไปแล้ว รองรับจำนวนผู้ต้องขังได้ 1.5 หมื่นคน &amp;nbsp;จึงมีความจำเป็นต้องดำเนินการต่อ &amp;nbsp;ซึ่งงบประมาณที่อนุมัตินี้ จะนำไปปรับปรุงเพิ่มพื้นที่นอน 2 ชั้น ในเรือนจำ 93 แห่ง ได้ 1,895 ห้อง รองรับผู้ต้องขังได้ 7.2 หมื่นคน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56277</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.รัชดา ธนาดิเรก, ปรับปรุงเรือนจำ, มติครม., รองโฆษกรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200204/image_big_5e3940fe1eda6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40334</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมคุกชี้แจง มีบริการเสริม ปรุงเมนูพิเศษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อธิบดีกรมคุกปฏิเสธทุกกรณี หลังแกนนำพันธมิตรฯ สะท้อนปัญหาให้ปรับปรุงเรือนจำ ยันไม่มีการผูกขาด แต่จัดสรรอาหารให้กับผู้ต้องขังเพียงพอครบ 3 มื้อ ปรับปรุงรสชาติให้เป็นกลางเพื่อทุกคน แถมบริการเสริมเมนูพิเศษ ไม่เคยอนุญาตเลี้ยงวันเกิด แต่เป็นการลักลอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ &amp;nbsp;กล่าวถึงข้อมูลจากเวทีเสวนาเรื่อง การปฏิรูปกระทรวงยุติธรรม เสียงสะท้อนจากเรือนจำ จัดโดยสถาบันปฏิรูปประเทศไทย ร่วมกับวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต ที่นำอดีตผู้ต้องขังกลุ่มแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย มาถ่ายทอดประสบการณ์ในเรือนจำ ว่าเนื้อหาในการเสวนาอาจทำให้สังคมเกิดความเข้าใจผิดในหลายประเด็น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่น กรณีการใช้เครื่องพันธนาการ เป็นอำนาจของเจ้าพนักงานในกรณีผู้ต้องขังมีพฤติการณ์ที่น่าจะหลบหนีการควบคุม หรือเมื่อผู้ต้องขังต้องถูกควบคุมตัวออกนอกเรือนจำ หากเรือนจำไม่ควบคุมดูแลและใช้เครื่องพันธนาการแก่ผู้ต้องขังตามที่ข้อกฎหมายกำหนด เมื่อผู้ต้องขังก่อเหตุหลบหนี เจ้าหน้าที่จะมีความผิดทางอาญา ขณะที่ประชาชนจะได้รับผลกระทบด้านความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เรือนจำจะไม่ใช้เครื่องพันธนาการกับผู้ต้องขังอายุต่ำกว่า 18 ปี ผู้ต้องขังอายุเกิน 60 ปี ผู้ต้องขังหญิง หรือผู้ต้องขังซึ่งเจ็บป่วย &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีกรมราชทัณฑ์เปิดเผยด้วยว่า การกล่าวถึงอาหารเรือนจำว่าเป็นระบบผูกขาด หากต้องการปรุงอาหารเมนูพิเศษในคุก นักโทษจะหาช่องทางบริหารจัดการกันเองนั้น ขอชี้แจงว่า เรือนจำได้จัดสรรอาหารให้กับผู้ต้องขังเพียงพอครบ 3 มื้อ โดยได้มีการปรับปรุงรสชาติให้เป็นกลางเพื่อทุกคน แต่ทั้งนี้ทางเรือนจำก็ได้จัดให้มีการปรุงอาหารจำหน่ายไว้บริการเสริมด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่มีการระบุว่านักโทษบางคนไม่อยากพ้นโทษเพราะมีรายได้ดีนั้น อยากชี้แจงว่าการดำเนินชีวิตภายในเรือนจำอาจไม่ต่างจากสังคมภายนอกที่ต้องปรับตัว การอยู่ร่วมกันของผู้ต้องขังมีความจำเป็นต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน การดูแลกันอาจจำเป็นต้องมีการแลกเปลี่ยน ซึ่งเป็นการตกลงระหว่างผู้ต้องขังด้วยกันเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประเด็นการจัดเลี้ยงวันเกิดภายในเรือนจำ ยืนยันว่าระเบียบของเรือนจำไม่เคยอนุญาตให้ผู้ต้องขังจัดเลี้ยงวันเกิดหรือดูแลผู้ต้องขังอื่น กรณีที่เกิดขึ้นเป็นการลักลอบปฏิบัติโดยใช้ชื่อบุคคลอื่นเพื่อบริจาคเลี้ยงอาหารผู้ต้องขัง โดยแอบอ้างว่ามีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นสวัสดิการและการสงเคราะห์ผู้ต้องขังในเรือนจำ&amp;quot; พ.ต.อ.ณรัชต์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรณีการเจ็บป่วยของผู้ต้องขัง การเข้าถึงแพทย์และยารักษาโรคนั้น เรือนจำทุกแห่งจะมีแพทย์เข้ารักษาผู้ต้องขังเป็นประจำ และพยาบาลวิชาชีพประจำสถานพยาบาลทุกแห่ง เพื่อให้บริการด้านสุขภาพกับผู้ต้องขัง แต่ด้วยอัตรากำลังของเจ้าหน้าที่ไม่สมดุลกับจำนวนผู้ต้องขังที่มีอยู่จำนวนมาก อาจทำให้ไม่ได้รับการบริการที่ดีที่สุดภายใต้ข้อจำกัดหลายประการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเรื่องการปิดประตูเรือนนอนเวลา 15.30 น.นั้น เป็นการปิดประตูก่อนเวลาพลบค่ำ เป็นการปฏิบัติตามมาตรการควบคุมผู้ต้องขัง เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ต้องขังก่อเหตุแหกหักหลบหนีหรือก่อความวุ่นวายโดยอาศัยทัศนวิสัยในเวลากลางคืน ข้อเสนอให้ขยายการปิดประตูเรือนนอนให้ล่าช้ากว่าเดิม จึงเป็นความเสี่ยงอย่างยิ่งต่อระบบการควบคุมผู้ต้องขังและเป็นอันตรายต่อเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ณรัชต์กล่าวถึงข้อเสนอให้มีคุกสำหรับนักโทษการเมือง คุกยาเสพติด หรือคุกสำหรับผู้สูงอายุว่า ปัจจุบันมีเรือนจำและทัณฑสถานจำนวน 143 แห่ง และมีผู้ต้องขังในความควบคุมดูแลเกือบ 400,000 คน โดยได้กำหนดประเภทของเรือนจำสำหรับการควบคุมและพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขังเป็นการเฉพาะด้านอยู่แล้ว &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การพิจารณาสร้างเรือนจำเฉพาะทางเพิ่มเติม ต้องพิจารณาถึงความจำเป็นสูงสุด ความสอดคล้องต่อนโยบายยุติธรรมทางอาญาในปัจจุบัน ตลอดจนประโยชน์ที่มีต่อสังคมและประชาชนผู้เสียภาษี เพราะต้องเกี่ยวข้องกับงบประมาณการก่อสร้าง ซึ่งเฉพาะอาคารสถานที่จะต้องใช้งบประมาณกว่า 850-1,500 ล้านบาท ยังไม่นับรวมอุปกรณ์เทคโนโลยีเสริมความมั่นคงและการควบคุม เช่น ระบบกล้องวงจรปิด เครื่องเอกซเรย์ ฯลฯ ซึ่งต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติมกว่า 100 ล้านบาท และต้องเพิ่มอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ให้พอเพียงต่อการควบคุมผู้ต้องขังอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ส่วนข้อเรียกร้องให้แก้ระเบียบเรือนจำให้ประชุมปรับชั้นนักโทษทุกเดือนนั้น การเว้นห้วงระยะเวลาในการเลื่อนชั้นผู้ต้องขัง ก็เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังได้พัฒนาความประพฤติและจิตใจ ตลอดจนการประเมินผลพฤติกรรมโดยเจ้าหน้าที่ จึงเป็นการสะท้อนเจตนารมณ์ที่แท้จริงของการเลื่อนชั้นผู้ต้องขังใน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การหล่อหลอมและพัฒนาพฤตินิสัยของผู้ต้องขัง&amp;quot; อธิบดีกรมราชทัณฑ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พ.ต.อ.ณรัชต์ยอมรับว่า เรือนจำประสบปัญหาผู้ต้องขังมีจำนวนมาก ทำให้เกิดข้อจำกัดในการดูแล ไม่ว่าจะเป็นปัญหาอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ที่ไม่เพียงพอ หรือสถานที่ในการควบคุมคับแคบเกิดความแออัด ซึ่งกรมราชทัณฑ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงเร่งหาแนวทางแก้ไขปัญหาต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40334</URL_LINK>
                <HASHTAG>การปฏิรูปกระทรวงยุติธรรม, ปรับปรุงเรือนจำ, พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์, หนังสือพิมพ์, เสียงสะท้อนจากเรือนจำ, แกนนำพันธมิตรฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190706/image_big_5d20a3632d752.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
