<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119964</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2021 12:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2021 12:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงกรณีปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์ภายในกองทัพเรือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ตุลาคม 2564 พลเรือโท ปกครอง มนธาตุผลิน เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือ ในฐานะโฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า ตามที่ได้มีสื่อมวลชนและสำนักข่าวหลายสำนัก นำเสนอข่าว กองทัพเรือ ปรับภูมิทัศน์ ในพื้นที่กองบัญชาการกองทัพเรือ พระราชวังเดิมและวังนันทอุทยานโดยระบุว่า ผู้บัญชาการทหารเรือท่านปัจจุบันได้มีการสั่งให้ มีการรื้อต้นไผ่ซึ่งปลูกในสมัย พลเรือเอก ลือชัย รุดดิษฐ์ ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารเรือ เพราะมีความขัดแย้งกับ พลเรือเอก ลือชัย ฯ นั้น โฆษกกองทัพเรือขอชี้แจงข้อเท็จจริงว่า เนื่องจากภายในเขตพระราชวังเดิมนอกจากจะเป็นที่ตั้งของอาคารสำนักงานของกองทัพเรือแล้วยังมีโบราณสถานที่สำคัญที่กองทัพเรือดูแลรักษา ตกแต่งภูมิทัศน์ให้มีความงดงามอยู่เสมอ แต่เนื่องจากต้นไผ่ซึ่งปลูกมาเป็นเวลากว่า 3 ปีจึงเจริญเติบโตสูงขึ้นและบดบังอาคารสำนักงาน รวมถึงบดบังทัศนียภาพโบราณสถานที่สวยงามอีกด้วย จึงจำเป็นต้องถอนหรือตัดออกบางส่วนเพื่อความสวยงาม ส่วนในพื้นที่ กองบัญชาการกองทัพเรือ วังนันทอุทยาน ก็พบว่าต้นไผ่ขึ้นสูงจนบดบังอาคารเช่นเดียวกัน รวมถึงบดบังเส้นทางจราจรในพื้นที่ดังกล่าวด้วย จึงให้มีการตัดถอนออกบางส่วนเพื่อปรับภูมิทัศน์ด้วยเช่นกัน โดยต้นไผ่ที่ถอนออกมานั้น จะได้นำไปปลูกที่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ศาลายา ต่อไป โดยผู้บัญชาการทหารเรือมิได้สั่งการให้หน่วยต่างๆ ดำเนินการรื้อต้นไผ่ตามที่มีข่าวลือแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประเด็นที่มีการระบุว่า เป็นการรื้อต้นไผ่ที่ พลเรือเอก ลือชัย ปลูกเอาไว้ เพราะขัดแย้งกันในอดีตนั้น ไม่เป็นความจริงแต่อย่างไร เป็นการตีความกันเอง เพราะผู้บัญชาการทหารเรือ ท่านปัจจุบัน กับ พลเรือเอกลือชัย ฯ อดีตผู้บัญชาการทหารเรือ ไม่ได้มีความขัดแย้งกันแต่อย่างใด การโยกย้ายในครั้งนั้นเป็นไปตามความเหมาะสม นอกจากนั้น พลเรือเอก ลือชัย ยังเป็นผู้บังคับบัญชาที่ผู้บัญชาการทหารเรือท่านปัจจุบันให้ความเคารพ ทั้งนี้ กองทัพเรือ ขอยืนยันว่า การปรับภูมิทัศน์ดังกล่าว เป็นไปเพื่อความเหมาะสมและสง่างามของอาคาร สถานที่ ดังที่เรียนให้ทราบไปแล้วในข้างต้น โดยไม่มีความขัดแย้งกันในระดับผู้บังคับบัญชาในอดีตและปัจจุบันแต่อย่างใด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119964</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปรับภูมิทัศน์, พล.ร.ต.ปกครอง มนธาตุผลิน, โฆษกกองทัพเรือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211017/image_big_616badae47f6f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119649</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2021 15:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2021 15:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟท.จัดระเบียบริมทางรถไฟปรับภูมิทัศน์-สร้างสีสันการเดินทาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ต.ค. 2564 นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่ริมทางรถไฟว่า โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่าง รฟท. ภาคเอกชน ชุมชน และประชาชนในพื้นที่บริเวณริมทางรถไฟสายตะวันออก ระหว่างสถานีมักกะสัน-คลองตัน ช่วงทางผ่านเสมอระดับถนนนารายณ์ร่วมพิพัฒน์-ทางผ่านเสมอระดับถนนซอยศูนย์วิจัย เพื่อสร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อย สวยงาม และปลอดภัย เพื่อป้องกันการบุกรุกเข้ามาใช้ประโยชน์ในพื้นที่ และส่งเสริมการเดินทางระบบขนส่งสาธารณะ ภายใต้แนวคิด&amp;nbsp;&amp;ldquo;คมนาคมสีสัน สร้างสรรค์ประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ พื้นที่บริเวณพื้นที่ริมทางรถไฟสายตะวันออก ระหว่างสถานีมักกะสัน-คลองตัน บริเวณทางผ่านเสมอระดับถนนนารายณ์ร่วมพิพัฒน์-ทางผ่านเสมอระดับถนนซอยศูนย์วิจัย มีระยะทางการปรับปรุงทั้งสิ้น 500 เมตร คิดเป็นพื้นที่ประมาณ 2,000 ตารางเมตร มีการพัฒนาพื้นที่เพื่อส่งเสริมทัศนียภาพ และเพิ่มความสวยงาม ร่มรื่น ด้วยการปลูกหญ้า พันธุ์ไม้ประจำถิ่น พร้อมจัดระเบียบพื้นที่ จัดเก็บขยะมูลฝอย ติดตั้งระบบไฟส่องสว่าง ให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย ปลอดภัย มีบรรยากาศที่สดชื่น สร้างความร่มรื่นแก่ผู้ใช้บริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิรุฒ กล่าวอีกว่า&amp;nbsp;หลังจากนี้ รฟท. ยังเตรียมดำเนินการปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่บริเวณโดยรอบโครงสร้างพื้นฐานของ รฟท. ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคมอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเป็นระเบียบ เรียบร้อย สวยงาม รวมถึงป้องกันไม่ให้มีการบุกรุกเข้ามาใช้ประโยชน์ ตลอดจนเป็นการสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชนที่อยู่อาศัยในบริเวณดังกล่าว และประชาชนที่ใช้เส้นทางในการเดินทางสัญจร รวมถึงเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะเพิ่มมากขึ้นด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119649</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.), นิรุฒ มณีพันธ์, ปรับภูมิทัศน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210914/image_big_614060407c742.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118577</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2021 08:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2021 08:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นายก&#039;สั่งเดินหน้าปรับภูมิทัศน์พัฒนาคูคลองสนองพ​ระบรมราโชบายในหลวง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3​ ต.ค. 2564 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สนองพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เร่งพัฒนา ปรับภูมิทัศน์ พลิกฟื้นชีวิตของประชาชนริมคลอง รวมทั้งน้อมถวายในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงให้ความสำคัญกับน้ำและการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด ซึ่งได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องจนประสบความสำเร็จตามลำดับ อาทิ &amp;nbsp; คลองลาดพร้าว มีความยาวประมาณ 22 กิโลเมตร มีชุมชนที่ปลูกสร้างบ้านเรือนอยู่ริมคลองลาดพร้าวตลอดสองฝั่งคลอง &amp;nbsp;จำนวน 50 &amp;nbsp;ชุมชน รวม 7,069 &amp;nbsp;ครัวเรือน ได้ก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตระบายน้ำในคลองลาดพร้าวความยาวทั้งสองฝั่งประมาณ 45 กิโลเมตร &amp;nbsp;และดำเนินโครงการ &amp;ldquo;บ้านมั่นคง&amp;rdquo; ริมคลองลาดพร้าว &amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อย พัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าว &amp;nbsp;ซึ่งนอกจากการเปลี่ยนแปลงด้านกายภาพและสิ่งแวดล้อมแล้ว &amp;nbsp;ยังมีการรื้อฟื้นการใช้ประโยชน์จากลำคลองเพื่อใช้เป็นเส้นทางคมนาคมทางน้ำขึ้นมาเหมือนในอดีตด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวว่า คลองเปรมประชากร รัฐบาลได้ริเริ่มแผนพัฒนาคลองเปรมประชากรความยาวกว่า 50 กิโลเมตรทั้งระบบ ในระยะเวลา 9 ปี (พ.ศ.2562-2570) เช่น โครงสร้างพื้นฐาน ระยะเร่งด่วน ปี 2562 &amp;ndash; 2565 จำนวน 4 โครงการ วงเงิน 4,448 ล้านบาท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ ป้องกันน้ำท่วม และบำบัดน้ำเสียในคลองเปรมประชากรตั้งแต่กรุงเทพฯ-พระนครศรีอยุธยา นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานต่าง​ๆ ร่วมสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่ริมคลอง เช่น สร้างพื้นที่สีเขียว ตลาดนัดริมคลอง พัฒนาเส้นทางจักรยานเลียบคลอง เชื่อมเส้นทางคมนาคมทั้งทางรถไฟและรถไฟฟ้า และพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชน คลองแสนแสบ มีการพัฒนาระบบบำบัดน้ำเสียและระบบความปลอดภัยทางน้ำในคลองต้นแบบ เน้นแก้ปัญหาน้ำเน่าเสียเชิงบูรณาการด้วยความร่วมมือจากหน่วยงานราชการ เช่น กรุงเทพมหานคร กรมควบคุมมลพิษ กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม หน่วยงานทหาร ภาคเอกชน และประชาชน บังคับใช้กฎหมายกับสถานประกอบการให้ติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียที่ได้มาตรฐาน ปลูกจิตสำนึกให้แก่ประชาชนริมคลองแสนแสบและคลองสาขา ไม่ให้ทิ้งขยะหรือของเสียลงในคูคลองและแหล่งน้ำสาธารณะ เป็นคลองต้นแบบเพื่อพัฒนาคลองในพื้นที่กรุงเทพมหานครอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ยังมีการพัฒนาคู คลองชั้นในของกรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;เช่น การพัฒนาคลองบางลำพูเพื่อเป็นเส้นทางส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างรายได้ และกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนริมคลอง &amp;nbsp;การปรับปรุงภูมิทัศน์ริมคลอง 4 คลอง ได้แก่ &amp;nbsp;คลองคูเมืองเดิม เขตพระนคร &amp;nbsp; คลองรอบกรุง เขตพระนคร &amp;nbsp;คลองผดุงกรุงเกษม โดยนายกรัฐมนตรีได้ริเริ่มให้พัฒนาระบบการเดินเรือในคลองผดุงกรุงเกษมเพื่อเชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะหลัก เช่น รถโดยสารประจำทาง รถไฟฟ้าและเรือด่วนเจ้าพระยา ทำให้กรุงเทพ ฯ เป็นเมืองแรกในภูมิภาคอาเซียนที่เพิ่มทางเลือกการเดินทางด้วยบริการเรือขนส่งสาธารณะ ช่วยลดมลพิษทางเสียงและปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ขณะที่ โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์คลองโอ่งอ่างยังได้รับรางวัล 2020 Asian Townscape Awards จากโครงการตั้งถิ่นฐานมนุษย์แห่งสหประชาชาติ (United Nations Human Settlements Programme: UN-HABITAT) ยืนยันความสำเร็จของโครงการพัฒนาคูคลองของรัฐบาลที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำการฟื้นฟูคูคลองให้กลับมาสวยงาม ยังต้องสร้างประโยชน์เป็นแหล่งท่องเที่ยว เป็นเส้นทางคมนาคมใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ ช่วยป้องกันน้ำท่วมอีกด้วย รวมทั้งนายกรัฐมนตรียังมีแนวคิดสร้างสีสรรให้เมือง ด้วยการปลูกต้นไม้ยืนต้น นำสายไฟลงดิน เพื่อทัศนียภาพที่สวยงามและปลอดภัย เพื่อสนองพระราชประสงค์ในหลวงรัชกาลที่ 10 ทรงให้พัฒนาสภาวะแวดล้อมให้ดีขึ้น เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118577</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., ปรับภูมิทัศน์, ริมคลอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210707/image_big_60e51e1248c92.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113730</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2021 13:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2021 13:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เร่งเคลียร์สีชมพูหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.2564 - &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เจ้าหน้าที่จากสำนักเลขานุการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสันติบาล และกลุ่มจิตอาสาจากพาณิชยการกรุงเทพฯ เข้าดำเนินการทำความสะอาดและปรับปรุงป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ถูกผู้ชุมนุมกลุ่มทะลุฟ้าและเครือข่ายทำกิจกรรมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ด้วยการสาดสีและขว้างปาสิ่งของเข้าใส่จนได้รับความสกปรกเสียหายในบางส่วน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ทำนั่งร้านขึ้นไปทำความสะอาดและทาสีใหม่ ส่วนป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หลังทำความสะอาดเบื้องต้นไปแล้วได้นำผ้าใบสีฟ้ามาคลุมทับไว้ชั่วคราว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนบริเวณพื้นผิวจราจรและฟุตบาทภายในรั้วสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บริเวณทางเข้าประตู 1 ถนนพระราม 1 ที่เปรอะเปื้อนและเต็มไปด้วยสีชมพูเต็มพื้นวันที่ 17 ส.ค.ขณะนี้ยังพบว่ามีร่องรอยสีชมพูตกค้างอยู่ แม้จะมีการทำความสะอาดไปบ้างแล้วก็ตาม ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งทำความสะอาดโดยได้ใช้แปรงและน้ำยาขัดพื้นเพื่อให้กลับมาสะอาดเป็นปกติให้มากที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113730</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มทะลุฟ้า, ตร., ปรับภูมิทัศน์, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, สีชมพู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210818/image_big_611cae15b653a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45855</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2019 12:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2019 12:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เสริมดวงบิ๊กตู่!ฝ่าภัยศึกซักฟอก ทำเนียบปรับภูมิทัศน์ปลูกไม้มงคล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ย.62 - &amp;nbsp;ตั้งแต่ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาพนักงานบริษัทรับจัดดูแลสวนประจำทำเนียบฯได้ดำเนินการปรับภูมิทัศน์บริเวณสวนหย่อมโดยรอบตึกไทยคู่ฟ้า และตึกบัญชาการ โดยมีการนำต้นไม้มงคลและไม้หอม​ หลากหลายชนิดมาปลูกเสริมจากของเดิมที่มีอยู่ อาทิ ดอกกันเกรา บุหงาสาหรี่ ราชาวดี บุหงาเซิง สายหยุด บุหงารำไป ราตรีสีทอง มณฑา มณฑาทอง ดอกแก้ว มะลิซ้อน กรรณิการ์ จันทน์กระพ้อ หูกระจง ประยงค์ สายน้ำผึ้ง กระดังงา ต้นพุด พญายอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้​ มีการตั้งข้อสังเกตว่า​ การปรับภูมิทัศน์ครั้งนี้เป็นการดำเนินการก่อนที่จะมีการเปิดอภิปรายทั่วไปนายกรัฐมนตรี ของฝ่ายค้านในวันพุธที่ 18 ก.ย.นี้ เพราะไม้หอมมงคลหลายชนิดถือเป็นการเสริมดวงให้กับเจ้าของบ้าน เช่น ต้นกันเกรา เชื่อว่าป้องกันภัย​ เป็นมงคลแก่คนในบ้าน​ ช่วยคุ้มภัยภยันตราย,​ ดอกแก้ว เป็นไม้มงคลที่ปลูกในบ้านแล้วทำให้คนในบ้านมีความดี มีคุณค่าสูง นิยมปลูกกันมาก ส่งผลให้มีคนรักดั่งแก้วตาดวงใจ, ดอกมณฑาทอง เป็นไม้มงคลที่เปรียบเป็นดอกไม้บนสรวงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เป็นไม้หอมรัญจวนที่ชวนให้มีสเน่ห์ ชวนให้ผู้คนหลงใหล, ประยงค์​ เชื่อว่าหากบ้านใดปลูกแล้วจะมีความยั่งยืน มั่นคง เปรียบเหมือนความอยู่ยงคงกระพัน,​ กระดังงา​เป็นไม้มงคล ที่โบราณเชื่อว่า ทำให้คนในบ้านมีชื่อเสียงโด่งดัง เป็นที่นับหน้าถือตา มีเงินทองลาภยศ​.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45855</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทำเนียบ, ปรับภูมิทัศน์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, เสริมดวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190916/image_big_5d7f20b6cfeb2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23360</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/12/2018 16:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/12/2018 16:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มุกดาหาร เปิดกิจกรรม &#039;บิ๊กคลีนนิงเดย์&#039; ก่อนถึงงาน &#039;ปั่นอุ่นไอรัก&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ธ.ค.61 - &amp;nbsp;นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานประกอบพิธีเปิดกิจกรรม &amp;ldquo;บิ๊ก คลีนนิง เดย์&amp;quot;&amp;nbsp;จังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ นายอำเภอเมืองมุกดาหาร ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนชาวจังหวัดมุกดาหาร เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้กว่า 1,000 คน ที่บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชยันต์ กล่าวว่า กิจกรรม&amp;nbsp;Big Cleaning &amp;nbsp;Day จังหวัดมุกดาหาร ในครั้งนี้เนื่องจากเป็นกิจกรรมที่สนับสนุนกิจกรรม Bike อุ่นไอรัก และยังเป็นการสนับสนุนการขับเคลื่อนการบริหารจัดการขยะมูลฝอยของรัฐบาลอีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งเป็นการรักษาความสะอาด และความเป็นระเบียนเรียบร้อยของบ้านเมือง กิจกรรม Big Cleaning Day จังหวัดมุกดาหาร ในครั้งนี้เป็นกิจกรรมที่ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมแสดงออกถึงความรัก ความสามัคคี ร่วมแรงร่วมใจกิจกรรมการทำความสะอาด กิจกรรมสาธารณประโยชน์ ปรับภูมิทัศน์ทั่วจังหวัดให้เป็นเมืองสะอาดน่าอยู่ ต้อนรับนักท่องเที่ยวและช่วยกันปลูกจิตสำนึกให้กับประชาชน ได้ช่วยกันรักษาสภาพแวดล้อมที่ดี รณรงค์ช่วยกันรักษาความสะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อยในพื้นที่ที่รับผิดชอบของตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชยันต์ กล่าวอีกว่า นับเป็นสัญญาณที่ดีที่ชาวจังหวัดมุกดาหาร ไม่ว่าจะอยู่ในถิ่นฐานใดต่างร่วมด้วยช่วยกัน สร้างจิตสำนึกในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีแก่บ้านเมือง และสร้างชื่อเสียงในสายตาของนักท่องเที่ยว รวมถึงการแสดงตนเป็นเจ้าบ้านที่ดีต้อนรับการเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษมุกดาหาร &amp;nbsp;และให้ทุกคนได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการดูแลรักษาสภาพแวดล้อมของจังหวัดมุกดาหาร ด้วยการช่วยกันจัดเก็บ &amp;nbsp;คัดแยกขยะ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้จังหวัดมุกดาหารดูสวยงาม สะอาดตา เป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยว น่าอยู่อย่างยั่งยืนสืบไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จังหวัดมุกดาหารได้จัดกิจกรรม Bike อุ่นไอรัก&amp;nbsp;พร้อมกับส่วนกลางในวันอาทิตย์ที่ 9 ธันวาคม 2561 ตามเส้นทางที่กำหนดระยะทาง 29 กิโลเมตร เพื่อให้การจัดกิจกรรมดังกล่าวเป็นไปด้วยเรียบร้อย มีความสะอาด สวยงามตลอดเส้นทางปั่นจักรยาน และปรับปรุงภูมิทัศน์ตลอดเส้นทางปั่นจักรยานให้มีความสะอาด สวยงาม เป็นระเบียบเรียบร้อยต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23360</URL_LINK>
                <HASHTAG>Bike อุ่นไอรัก, บิ๊กคลินนิงเดย์, ปรับภูมิทัศน์, ปั่นอุ่นไอรัก, มุกดาหาร, เมืองท่องเที่ยวสะอาดปลอดภัย, เมืองสะอาดน่าอยู่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181203/image_mid_5c04f3dda41cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13871</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2018 13:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2018 13:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“บิ๊กป้อม”สั่งเร่งเดินหน้าปรับภูมิทัศน์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo;จี้มท.-กรมศิลปากร-กรมเจ้าท่า&amp;rdquo; เดินหน้าโครงการปรับภูมิทัศน์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ชี้ส.ค.ต้องมีความคืบหน้า หลังแบ่งพื้นที่ริม 2 ฝั่งเจ้าพระยาเป็น 4 ช่วง ยันคำนึงถึงคุณภาพชีวิตปชช. ต้องทำตามก.ม. พร้อมปรับรูปแบบเข้ากับสถาปัตยกรรมรัตนโกสินทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 22 ก.ค. &amp;nbsp;ร.ท.หญิงพรชนก อ่ำพันธุ์ ผู้ช่วยโฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน คณะที่ 5 ที่มีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรมว.กลาโหม เป็นประธานว่า ความคืบหน้าโครงการปรับภูมิทัศน์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ปัจจุบันได้แบ่งออกเป็น 4 ช่วงหลังจากที่ดำเนินการมาแล้วกว่า 1 ปี โดยที่ประชุมได้แบ่งเขตความรับผิดชอบพื้นที่การดูแลทั้งสองฝั่งริมแม่น้ำเจ้าพระยาคือฝั่งพระนครและฝั่งธนบุรี ซึ่งช่วงที่ 1 คือช่วงสะพานพระราม 7 จนถึงกรมชลประทานสามเสน มีระยะทางประมาณ 2.9 กิโลเมตร ช่วงที่ 2 คือตั้งแต่กรมชลประทานสามเสนจนถึงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ระยะทางประมาณ 3.9 กิโลเมตร ช่วงที่ 3 คือสะพานพระราม 7 ถึงคลองบางพลัด มีระยะทางประมาณ 3.3 กิโลเมตร &amp;nbsp;และช่วงที่ 4 คือคลองบางพลัดถึงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า มีระยะทางประมาณ 3.8 กิโลเมตร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สาเหตุที่ต้องแบ่งช่วงระยะดำเนินการ เพราะมีโบราณสถานของกรุงรัตนโกสินทร์อยู่มากมาย ทางคณะกรรมการฯจึงต้องมีการพิจารณาปรับรูปแบบให้เข้ากับสถาปัตยกรรมโบราณเดิมที่มีอยู่ ส่วนที่รัฐบาลดำเนินการย้ายชุมชนที่รุกล้ำน้ำสาธารณะก็เพื่อให้มีที่อยู่อาศัยปลอดภัย และถูกต้องตามกฎหมายจากเดิมที่มีการกระทำผิดกฎหมาย และประชาชนไม่มีคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งปัจจุบันได้มีการย้ายประชาชนเหล่านั้นไปอาศัยอยู่ในบ้านเอื้ออาทรนครชัยศรี และบ้านมั่นคงต่างๆตามความสมัครใจ นอกจากนี้ยังมีประชาชนบางส่วนต้องการกลับไปยังภูมิลำเนาก็ได้มีการรื้อย้ายเกือบเรียบร้อยทั้งหมดแล้ว เหลือเพียงบางส่วนที่กำลังดำเนินการย้ายประมาณ 100 หลังคาเรือนที่จะมีแผนไปอยู่หมู่บ้านมั่นคงบางใหญ่และกลับภูมิลำเนาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รัฐบาลได้ดำเนินการนำร่องในส่วนของช่วงที่ 1 และช่วงที่ 3 ก่อน ซึ่งไม่มีปัญหา ทั้งนี้จะมีการคำนึงถึงการปรับภูมิทัศน์ตามสถาปัตยกรรมเดิมให้สอดคล้องกับวิถีชีวิต เช่นช่วงวัดแก้วฟ้าจุฬามณี และวัดจันทร์สโมสรจะมีการทำอาคารให้สอดคล้องกับวัด และมีท่าศาลาพักให้ประชาชนสามารถใช้เป็นพื้นที่สาธารณะร่วมกันได้ อย่างไรก็ตามรัฐบาลพยายามผลักดันโครงการดังกล่าวให้เกิดขึ้นจริง โดยพล.อ.ประวิตรเน้นย้ำหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงมหาดไทย กรมศิลปากร และกรมเจ้าท่า ร่วมกันบูรณาการให้แล้วเสร็จ และภายในเดือนส.ค.ต้องมีความคืบหน้าอย่างจริงจัง&amp;rdquo; ผู้ช่วยโฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13871</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กป้อม, ปรับภูมิทัศน์, ปรับภูมิทัศน์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, แม่น้ำเจ้าพระยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180722/image_big_5b5423b5c98f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
