<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119750</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2021 18:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2021 18:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลดพื้นที่สีแดงเข้มเหลือ 23 จว. ปรับเวลาร้านอาหาร ศูนย์การค้า ตลาดนัด ร้านสะดวกซื้อ เปิดได้ถึง 4 ทุ่ม เริ่ม 16 ต.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ต.ค.64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ (ศบค.) แถลงผลประชุมศบค.ว่า&amp;nbsp;สำหรับมาตรการปรับพื้นที่ และการปรับมาตรการการป้องกันควบคุมโควิด-19 ในแต่ละพื้นที่ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค.นี้ โดยพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด หรือสีแดงเข้ม จาก 29 จังหวัด เหลือ 23 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ กาญจนบุรี จันทบุรี ชลบุรี ฉะเชิงเทราตาก นครปฐม นครนายก นครศรีธรรมราช นราธิวาส นนทบุรี ปทุมธานี ปราจีนบุรี ปัตตานีอยุธยา ยะลา ระยอง ราชบุรี สงขลา สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และสระบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พื้นที่ควบคุม หรือพื้นที่สีแดง จาก 37 จังหวัด เหลือ 30 จังหวัด ได้แก่ กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยนาทชัยภูมิ ชุมพร เชียงรายเชียงใหม่ ตรัง ตราด นครสวรรค์ประจวบคีรีขันธ์ พัทลุง พิจิตร พิษณุโลกเพชรบุรี มหาสารคาม ระนอง ลพบุรี ศรีสะเกษ สตูล สระแก้ว สิงห์บุรี สุพรรณบุรี สุราษฎร์ธานีสุรินทร์ อ่างทอง อุดรธานี อุบลราชธานี เพชรบูรณ์ นครราชสีมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนพื้นที่ควบคุม หรือสีส้ม จาก 11 จังหวัด เป็น 24 จังหวัด ได้แก่ &amp;nbsp;กระบี่ กำแพงเพชร นครพนมน่าน บึงกาฬ บุรีรัมย์ พะเยา พังงา แพร่ ภูเก็ต มุกดาหารแม่ฮ่องสอน ยโสธร ร้อยเอ็ดลำปางลำพูน เลย สกลนครสุโขทัย หนองคาย หนองบัวลำภู &amp;nbsp;อุตรดิตถ์ อุทัยธานี อำนาจเจริญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ส่วนการปรับมาตรการป้องกันและควบคุมโควิด-19 ในพื้นที่ที่ต้องปรับเปลี่ยนไปด้วยนั้น ได้แก่ปรับเวลาห้ามออกนอกเคหะสถาน เป็นเวลา 23.00-03.00 น. ของวันรุ่งขึ้นอย่างน้อย 15 วัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการในตลาดโต้รุ่ง ตลาดเช้า&amp;nbsp;เพื่อให้ประกอบการและทำมาหากิน กลับมาสู่วิถีชีวิตเดิม และปรับเวลาการเปิดของร้านสะดวกซื้อ เป็น 22.00 น.และต้องพิจารณาความเห็นชอบเรื่องการเปิดบริการสวนสนุกและเครื่องเล่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกิจการและกิจกรรมอื่น เช่น โรงภาพยนต์ เปิดได้ถึง 22.00 น. แต่เน้นย้ำมาตรการป้องกันด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด สถานดูแลผู้สูงอายุ ให้เปิดดำเนินการแบบรับไป-กลับได้ การจัดการประชุม จัดงานตามประเพณีนิยม ได้แก่ งานเลี้ยงสังสรรค์ งานแต่งงาน สามารถทำได้ในศูนย์แสดงสินค้า ศูนย์ประชุม สถานที่จัดนิทรรศการ รวมถึงสถานที่ลักษณะเดียวกันในห้างสรรพสินค้าและโรงแรมได้ แต่ต้องจำกัดจำนวนคน ไม่เกิน 500 คน เว้นระยะห่าง จัดเลี้ยงอาหารแบบแยกชุด เพื่อไม่ให้ปนเปื้อน ไม่ให้รับประทานอาหารร่วมกัน ลักษณะที่มีอาหารวางตรงกลางและสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา และใช้เวลาจัดงานไม่เกิน 2 ชั่วโมง เปิดได้ปกติแต่ไม่เกิน 22.00 น. หากเป็นกรณีเกิน 50 คน ให้ขออนุญาตคณะกรรมการโรคติดต่อกทม. ส่วนขนส่งสาธารณะทุกประเภท จากเดิมที่อนุญาต 75 เปอร์เซ็นต์ให้ปรับเพิ่มได้โดยดูความสามารถในการบรรจุของยานพาหนะ และผ่านการพิจารณาคณะกรรมการควบคุมและกำกับด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับทุกพื้นที่ ศูนย์แสดงสินค้า ห้างสรรพสินค้า คอมมูนิตี้มอลล์ ให้เปิดตู้เกมส์ เครื่องเล่นร้านเกมส์ ที่เล่นรายบุคคลหรือแข่งเป็นคู่ได้ ยกเว้นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ที่ยังไม่อนุญาตให้เปิดบริการ ส่วนสวนน้ำ สวนสนุกในทุกพื้นที่ยังไม่อนุญาตให้เปิด&amp;nbsp;สนามกีฬา อนุญาตให้เปิดบริการได้โดยขยายเวลาถึง 22.00 น.และการจัดกิจกรรมรวมกลุ่มให้ขยายจำนวนคนได้ โดย ปรับเพิ่มขึ้นได้แก่ พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดและพื้นที่เฝ้าระวังตามลำดับ คือ จากเดิม 25 เป็น 50 เดิม 50 เป็น 100 เดิม 100 เป็น 200 เดิม 200 เป็น 300 และ 500 ตามลำดับ แต่ขณะนี้ประเทศไทยยังไม่มีพื้นที่เฝ้าระวังสูง หรือ สีเหลือง และพื้นที่เฝ้าระวัง หรือสีเขียว โดยเน้นย้ำให้ยึดมาตรการครอบจักรวาล เพื่อควบคุมตนเองให้ดี ให้คิดเสมอว่าคนอื่นก็มีเชื้อโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ ที่ประชุมศบค.ยังไม่อนุญาตให้เปิด เป็นเพียงให้เตรียมการไว้ก่อน เช่น เตรียมพื้นที่ให้สะอาด ปลอดโปร่ง โล่ง ดำเนินมาตรการภายในไว้ก่อน และในเดือนถัดไปจะมีการเร่งรัดมาตรการให้แล้วเสร็จเพื่อที่จะเปิดดำเนินการ ตอนนี้ความเสี่ยงยังสูงจึงขอให้ทุกคนเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยกันปรับปรุงกิจการภายในไปก่อน โดยที่ประชุมศบค.มอบศปก.ศบค.และกระทรวงมหาดไทย กทม. รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำกับดูอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายกรัฐมนตรี ในฐานะผอ.ศบค.แสดงความเป็นห่วง ว่าปรับมาตรการใหม่แล้ว ที่สำคัญคือความร่วมมือของประชาชน ผู้ประกอบการ ภาครัฐ ทั้ง3 ส่วนหากช่วยกันกำกับดูแลและติดตามอย่างใกล้ชิด เราจะมีสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสม สำหรับดำเนินกิจการกิจกรรม และดำเนินชีวิตวิถีใหม่ อยู่กับโควิด-19 ไปได้ หากสถานที่ใดดำเนินการแล้วออกมาไม่เป็นผลดีสามารถถูกสั่งปิดได้เหมือนเดิม จึงขอร้องว่าเมื่อได้สิทธิ์นี้มาแล้วขอให้รับผิดชอบไปพร้อมกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119750</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลายล็อก, ปรับมาตรการ, ล็อกดาวน์, ศบค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211014/image_big_616818fa97713.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119427</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2021 16:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2021 16:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค.ชุดใหญ่ เตรียมถกจังหวัดนำร่องท่องเที่ยวระยะที่ 1 ชี้ &#039;ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์&#039; คุมโควิดได้ดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ต.ค.64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์โควิด-19 ว่า การประชุมศบค.ชุดใหญ่ที่จะมีขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 14 ต.ค.นี้ จะต้องเป็นเรื่องของจังหวัดที่มีการผ่อนคลาย และสิ่งสำคัญคือจะมีการหารือเรื่องจังหวัดนำร่องท่องเที่ยวระยะที่หนึ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น เช่น สมุย ซึ่งจะเปิดในวันที่ 1 พ.ย.นี้ จากตัวเลขผู้ติดเชื้ออาจจะไม่ได้เป็นปัจจัยเดียวที่ทางสาธารณสุขจะพิจารณาหากมีรายงานผู้ติดเชื้อสูงจริง แต่มีมาตรการที่สามารถเข้าไปดูแลผู้ป่วยให้ปลอดภัยได้ มีการจัดการผู้สัมผัสเสี่ยงสูง เสี่ยงต่ำได้อย่างเหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศบค.อาจจะสามารถพิจารณาผ่อนคลายต่อไปได้ ซึ่งตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือที่ภูเก็ต ที่มีนักท่องเที่ยวเข้าภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์กว่า 4 หมื่นกว่าราย และมีรายงานผู้ติดเชื้อแค่ 100 ราย คิดเป็น 3% และภูเก็ตสามารถทำการควบคุมการแพร่ระบาดในชุมชนคนไทยของภูเก็ตได้ดี เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่าถึงแม้จะมีรายงานผู้ติดเชื้อ แต่ถ้าเรามีมาตรการที่จัดการได้ดีก็สามารถผ่อนคลายได้อย่างแน่นอน และในวันที่ 14 ต.ค.นี้ โฆษกศบค.จะมารายงานรายละเอียดของผลการประชุมศบค.ชุดใหญ่ให้ได้รับทราบ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119427</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปรับมาตรการ, ล็อกดาวน์, ศบค., เปิดประเทศ, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210701/image_big_60dd5f62d6ee8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118000</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2021 16:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2021 16:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปรับมาตรการพื้นที่สีแดงเข้ม 10 กิจการ เปิดโรงหนังนั่งได้ 50% เล่นดนตรีในร้านอาหาร เริ่ม 1 ต.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ย.64 - เมื่อเวลา&amp;nbsp;13.00&amp;nbsp;น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงตอนหนึ่งว่า&amp;nbsp;ที่ประชุม ศบค.เห็นชอบให้มีการขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรเป็นครั้งที่&amp;nbsp;14 ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;30 พ.ย.&amp;nbsp;ทั้งนี้ แม้ พ.ร.ก.แก้ไข พ.ร.บ.โรคติดต่อจะผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว แต่ยังต้องมีการเตรียมเปลี่ยนผ่านจาก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มาเป็น พ.ร.ก.ดังกล่าว ในส่วนของหน่วยงานต่างๆ ทั้ง ศบค. คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด จึงให้ฝ่ายปกครอง กระทรวงมหาดไทย รวมถึงกระทรวงสาธารณสุขไปพิจารณาเรื่องนี้ให้มีความรอบคอบก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ที่ประชุม ศบค.ยังได้พิจารณาว่าเราจำเป็นต้องเข้มข้นมาตรการส่วนบุคคลมากขึ้น ส่วนมาตรการทางสังคมยังคงเดิม ได้มีการปรับมาตรการสำหรับกิจการและกิจกรรมที่ถูกปิดไปตามข้อกำหนดฉบับที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;กิจการ กิจกรรม ประกอบด้วย 1.ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และวัยก่อนเรียน ให้เปิดดำเนินการได้ โดยผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด 2.ห้องสมุดสาธารณะ ห้องสมุดเอกชน ห้องสมุดชุมชน และบ้านหนังสือ 3.พิพิธภัณฑ์ พิพิภัณฑ์สถาน พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น รวมถึงพิพิธภัณฑ์ในลักษณะเดียวกัน แหล่งประวัติศาสตร์ และโบราณสถาน 4.ศูนย์การเรียนรู้ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา อุทยานวิทยาศาสตร์ ศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรม และหอศิลป์ ให้เปิดได้ แต่จำกัดจำนวนผู้เข้าชมไม่เกิน&amp;nbsp;75%&amp;nbsp;5.ร้านทำเล็บ เปิดดำเนินการได้โดยนัดหมายล่วงหน้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.ร้านสัก เปิดดำเนินการได้โดยนัดหมายล่วงหน้า ลูกค้าได้รับวัคซีนตามเกณฑ์ หรือตรวจ&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;RT-PCR&amp;nbsp;ผลเป็นลบภายใน&amp;nbsp;72&amp;nbsp;ชั่วโมง 7.สถานประกอบเพื่อสุขภาพ นวดสปา เปิดดำเนินการได้โดยนัดหมายล่วงหน้า จำกัดเวลาบริการไม่เกิน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ชั่วโมงต่อคน โดยลูกค้าต้องได้รับวัคซีนตามเกณฑ์ หรือตรวจ&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;RT-PCR&amp;nbsp;ผลเป็นลบภายใน&amp;nbsp;72&amp;nbsp;ชั่วโมง แต่ยังไม่เปิดบริการอบไอน้ำ&amp;nbsp;8.ธุรกิจโรงภาพยนตร์ ฉายภาพยนตร์ เปิดดำเนินการได้ถึง&amp;nbsp;21.00&amp;nbsp;น. จำกัดจำนวนผู้เข้าชม&amp;nbsp;50%&amp;nbsp;และนั่งที่เว้นที่ แต่ถ้ามาด้วยกันให้นั่งด้วยกันได้ ห้ามรับประทานอาหาร&amp;nbsp;9.การเล่นดนตรีในร้านอาหาร ให้เปิดดำเนินการได้ โดยจำกัดจำนวนนักดนตรีไม่เกิน&amp;nbsp;5 คน และต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา นักร้องสามารถถอดหน้ากากอนามัยเฉพาะเวลาร้องเพลง และ 10.ศูนย์แสดงสินค้า ศูนย์ประชุม หรือสถานที่จัดนิทรรศการ ยังไม่เปิดดำเนินการ&amp;nbsp;โดยให้ติดตามสถานการณ์อีก&amp;nbsp;2-4 สัปดาห์&amp;nbsp;เนื่องจากทำให้มีการเดินทางเข้าร่วมอบรมสัมมนาจากหลายพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118000</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลายล็อก, ปรับมาตรการ, ล็อกดาวน์, โควิดวันนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210628/image_big_60d99497277db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116555</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2021 15:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2021 15:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค. แจงปรับมาตรการเพื่อให้เศรษฐกิจเดินหน้า วอนทุกคนร่วมมือป้องกันโควิดระบาดหนัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ย.64 - เมื่อเวลา 12.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ตอนหนึ่ง โดยตอบคำถามถึงกรณีที่อาจารย์แพทย์ออกมาเตือน ศบค.ปรับมาตรการในบางกิจการกิจกรรมให้ผ่อนคลายมากขึ้น จะเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้การระบาดระลอกใหม่เกิดขึ้นหรือไม่ และศบค.มีมาตรการรับมืออย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ขอใช้คำเดิมว่าคือการปรับมาตรการ ไม่อยากให้ใช้คำว่าผ่อนคลาย แต่ปรับมาตรการเพื่อให้เศรษฐกิจเดินไปได้พร้อมกับมาตรการควบคุมโรค โดยผู้ประกอบการ ร้านค้า มาพูดคุยกับ ศปก.ศบค.กับ กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งยินดีให้ความร่วมมือ ก่อนที่จะประกาศมาตรการออกไป ทั้งนี้ เมื่อประกาศไปแล้วสิ่งที่เป็นภาพสะท้อนก็เป็นข้อห่วงใยที่หลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าในห้างสรรพสินค้าคนแน่น บนถนนรถติด ไปตลาดเห็นคนที่มีชุดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ขึ้นมา ขอบอกตามตรงว่ารู้สึกไม่สบายใจ คงต้องขอความร่วมมือจากประชาชนมากกว่าที่จะโทษใคร เพราะเราทุกคนอยู่บนแผ่นดินไทยด้วยกัน ถ้าเราจะใช้วิถีชีวิตในช่วงโรคระบาด ต้องร่วมแรงร่วมใจกันเพื่อให้สามารถเปิดกิจการ กิจกรรมได้ เมื่อเราตกลงร่วมกันแล้วจึงขอความร่วมมือกัน มี&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ประเด็น คือ บุคคลเสี่ยง สถานที่เสี่ยง กิจการกิจกรรมเสี่ยง หากเห็นภาพเหล่านั้นว่าเสี่ยง ขอว่าอย่าไปร่วมเสริมเติมเข้าไป ขอให้คิดเสมอว่าทุกคนมีโอกาสติดโรคโควิด-19 ได้ ขอความร่วมมือจากทุกคน การ์ดอย่าตก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116555</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปรับมาตรการ, โควิด, โควิดวันนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210628/image_big_60d994760f96f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115295</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 15:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 15:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค. ปักหมุด 1 ต.ค. เริ่มมาตรการโควิด ฟรี เซ็ตติ้ง ตอนนี้ไม่บังคับ ขอร่วมมือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ย.64 -&amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019 (โควิด-19)&amp;nbsp;หรือ ศบค. แถลงตอนหนึ่งว่า ที่ประชุม ศบค.วันนี้ได้มีการพูดถึงมาตรการควบคุมโรคโควิด-19 แนวใหม่ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างปลอดภัย ที่เป็นมาตรการที่ผู้ประกอบการต่างๆ&amp;nbsp;เสนอเข้ามา โดยจะทยอยเปิดไปตั้งแต่วันนี้ ซึ่งมีการถามเข้ามาเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยองค์กร หรือ โควิด ฟรี เซตติ้ง ที่เป็นหนึ่งในมาตรการควบคุมโรคโควิด-19 แนวใหม่ฯ ขอชี้แจงว่ายังไม่มีการบังคับใช้ในปัจจุบัน เป็นเพียงการขอความร่วมมือและสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการดำเนินการตามมาตรการดังกล่าว ซึ่งมาตรการย่อยที่ให้เคร่งครัดเรื่องระบบระบายอากาศ สุขอนามัย ความสะอาดปลอดภัย ร้านต่างๆ สามารถทำได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนมาตรการที่ให้พนักงานในร้านได้รับวัคซีนตามเกณฑ์และตรวจ&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;ทุกสัปดาห์ คงดำเนินการได้ในจังหวัดที่มีฉีดวัคซีนไปแล้วจำนวนมาก เช่น กทม.และปริมณฑล เนื่องจากเราเข้าใจว่าวัคซีนยังไม่ทั่วถึง แต่ปักหมุดวันที่&amp;nbsp;1 ต.ค.&amp;nbsp;ความพร้อมจะชัดยิ่งขึ้น ส่วนการให้ลูกค้าต้องได้รับวัคซีนนั้น ขณะนี้ยังเป็นการขอความร่วมมือ ยังไม่มีการบังคับ เมื่อเริ่มในสถานประกอบการที่พร้อมก็จะเป็นตัวอย่างนำร่องสำหรับสถานประกอบอื่นได้ศึกษา เพื่อที่จะได้มีการปรับปรุงวันที่&amp;nbsp;1 ต.ค. การดำเนินการจะได้ง่ายขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่อย่างไรก็ตาม หากจังหวัดใดมีการฉีดวัคซีนให้กลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ตัวเองแล้วก็สามารถพิจารณาฉีดวัคซีนให้กลุ่มต่างๆ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่ตัวเองได้ตามบริบทของพื้นที่ เช่น ที่ จ.เพชรบูรณ์ ที่เสนอมาใน ศปก.ศบค.ว่าแหล่งท่องเที่ยวอย่างภูทับเบิก และเขาค้อ สามารถเข้าโครงการมาตรการควบคุมโรคโควิด-19 แนวใหม่ฯ ได้หรือไม่ ก็ให้ร้านอาหารและสถานที่ท่องเที่ยวดำเนินการได้ทันที และศปก.ศบค.ขอบคุณทุกจังหวัดที่ริเริ่มและเสนอเข้ามา โดยขอให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดดูแลเรื่องการเข้มมาตรการ เพื่อให้สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน จะได้ฟื้นฟูเศรษฐกิจได้อย่างปลอดภัย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115295</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลายล็อก, ปรับมาตรการ, ผ่อนคลายมาตรการ, พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์, ล็อกดาวน์, ศบค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210716/image_big_60f1613877917.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115166</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2021 16:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2021 16:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ. ยัน 1 ก.ย. นั่งกินในร้านอาหาร-เปิดกิจการได้ไม่ต้องแสดงบัตรฉีดวัคซีน 2 โดส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;31 ส.ค.64 - ที่กระทรวงสาธารณสุข แถลงข่าวสถานการณ์โควิด 19 และแนวทางปฏิบัติตนเมื่อเปิดกิจการ/กิจกรรม โดยนพ.เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค กล่าวว่า สำหรับพรุ่งนี้ (1 ก.ย.64) จะเป็นการผ่อนคลายมาตรการกิจการและกิจกรรมต่างๆ ภายใต้มาตรการควบคุมโรคแนวใหม่ แต่ไม่มีการเปลี่ยนสีของพื้นที่ ยังเป็นในพื้นที่ควบคุมสูงสุดเข้มงวดจำนวน 29 จังหวัด พื้นที่ควบคุมสูงสุด 37 จังหวัด และพื้นที่ควบคุม 11 จังหวัด ขอย้ำว่าพื้นฐานสำคัญคือ ต้องรักษามาตรการส่วนบุคคล เพราะโควิดจะยังไม่หายไปจากชีวิตของเรา หรือหายไปจากโลก แม้ว่าหลายประเทศจะมีการฉีดวัคซีนไปมาก ก็ยังพบการแพร่ระบาด จึงจำเป็นต้องมีการปรับกลยุทธ์ต่างๆ เพื่อให้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับโควิดได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นพ.เฉวตสรร กล่าวต่อว่า ประเทศไทยส่วนของภาครัฐได้มีการเร่งกำหนดมาตรการที่ปฏิบัติได้จริง โดยพิจารณาอย่างรอบคอบ และกำกับดูแลเพื่อให้เกิดความเรียบร้อย ส่วนภาคเอกชน ก็จะมีมาตรการดูแลให้ปลอดภัย สะอาดทั้ง สภาพแวดล้อม สถานที่ ให้อากาศถ่ายเท และฆ่าเชื้อ ด้านผู้ประกอบการและลูกจ้างที่ยังฉีดวัคซีนไม่ครบ หรือยังไม่ได้ตรวจ ATK สามารถเปิดกิจการได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้มาตรการส่วนบุคคล DMHTT ในการควบคุมดูแล และผู้ใช้บริการก็ยังไม่ต้องแสดงบัตรหรือใบรับรองที่ได้รับวัคซีนในช่วงเดือน ก.ย.นี้ โดยคาดว่าในเดือนหน้าจะมีการกำหนดมาตรการและมาตรฐานตามเกณฑ์ที่ชัดเจนและนำไปใช้ ทั้งนี้ขอความร่วมมือประชาชนทุกคนป้องกันตัวเองแบบครอบจักรวาลทุกเวลาทุกสถานที่ เพื่อการใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยจากการควบคุมโรควิธีใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นพ.เฉวตสรร กล่าวถึงรายงานการติดเชื้อโควิด19 ว่า วันนี้ยอดผู้ติดเชื้อจำนวน 1.4 หมื่นคน เสียชีวิตจำนวน 190 คน&amp;nbsp; นับว่าเป็นครั้งแรกที่ต่ำว่า 200 คน โดยอัตราส่วนการเสียชีวิตยังคงอยู่ในกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และผู้มีโรคเรื้อรัง รวมคิดเป็น 88% แบ่งเป็นเพศชาย112 คน มากกว่าเพศหญิงที่พบ 78 คน ช่วงอายุเฉลี่ย 73 ปี(30-96 ปี) และปัจจัยเสี่ยงสูงที่พบว่าทำให้เสียชีวิตคือ ความดันโลหิตสูงจำนวน 94 คน เบาหวาน 60 คน ไขมันในเลือด 51 คน&amp;nbsp; โรคอ้วน 18 คน เป็นต้น ซึ่งพบส่วนใหญ่มาจากการติดเชื่อในพื้นที่ 183 คน มาจากคนรู้จัก 93 คน ในครอบครัว 9 คน&amp;nbsp; จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทุกคนจะต้องระวังตัวปฏิบัติตามาตรการแม้จะอยู่ในบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&amp;nbsp;นพ.เฉวตสรร กล่าวต่อว่า ในส่วนของผู้ที่กำลังรักษาตัวอยู่จำนวน&amp;nbsp;1.71 แสนคน หายป่วย 1.9 หมื่นคน รวมหายป่วยสะสม 9.94 แสนคน ซึ่งดูจากแนวโน้มจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันในภาพรวมทั้งประเทศนั้นค่อยๆลดลง และผ่านพ้นจุดสูงสุดที่มีผู้ติดเชื้อกว่า 2 หมื่นคน สอดคล้องกับการคาดการณ์และผลการใช้มาตรการว่า จำนวนผู้ติดเชื้อจากคนหนึ่งไปสู่คนถัดไปจะลดลง 20-25% ส่วนในพื้นที่ต่างจังหวัดมีจำนวนผู้ติดเชื้อรายวัน 7,028 คน โดยกรุงเทพฯและปริมณฑลจะสูงกว่าอยู่ที่ 7,327 คน&amp;nbsp; โดย 10 จังหวัดที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงสุดยังคงเป็น กรุงเทพฯจำนวน 3,963 คน รองลงมาคือ สมุทรปราการจำนวน 1,402 คน สมุทรสาครจำนวน 983 คน ชลบุรีจำนวน 745 คน ราชบุรีจำนวน 490 คน นนทบุรีจำนวน 488 คน และต่ำกว่า 500 คนต่อวัน ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา นครราชสีมา นครปฐม และสงขลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&amp;ldquo;สำหรับรายงานการฉีดวัคซีนวันนี้เพิ่มขึ้นจำนวน 8.17 แสนโดส&amp;nbsp;แบ่งเป็นเข็มที่ 1 จำนวน 3.83 แสนโดส เข็มที่ 2 จำนวน 4.3 แสนโดส ในจำนวนนี้มีการฉีดแอสตร้าเซเนก้าไปกว่า 3.91 แสนโดส และเข็มที่ 3 จำนวน 3,623 โดส แยกเป็นไฟเซอร์จำนวน 2,807 โดส รวมยอดการฉีดสะสม 31 ล้านคน แบ่งเป็นเข็มที่ 1 จำนวน 23 ล้านคน เฉลี่ยความครอบคลุม 32.5% ไปสู่เป้าหมายการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ 70% หรือประมาณ 50 ล้านคนของที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย เข็มที่ 2 จำนวน&amp;nbsp; 7.7 ล้านคน เฉลี่ย 10.8% ขณะที่กลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปที่ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 แยกเป็นในพื้นที่ 13 จังหวัดควบคุมและเข้มงวดสูงสุดครอบคลุมไปกว่า 69.4% โดยกรุงเทพฯ เฉลี่ยอยู่ที่ 97.3% รองลงมาคือปทุมธานี 67.4% สมุทรสาคร 61% ส่วนอีก 64 จังหวัดเฉลี่ยอยู่ที่ 36.2% รวมทั้งประเทศ 44.7% ขณะที่ในกลุ่ม 7 โรคเรื้อรังเฉลี่ยอยู่ที่ 42% หญิงตั้งครรภ์ 7.9%&amp;rdquo; นพ.เฉวตสรร ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นพ.เฉวตสรร เพิ่มเติมว่า ในภาพรวมการฉีดวัคซีนของอาเซียนข้อมูล ณ 30 ส.ค.64 รวม 250 ล้านโดส โดยอินโดนีเซียมีการฉีดวัคซีนสูงสุดจำนวน 97 ล้านโดส รองลงมาคือ มาเลเซียจำนวน 34 ล้านโดส ฟิลิปปินส์จำนวน 31 ล้านโดส และไทย 30.9 ล้านโดส นับว่าทุกประเทศได้ให้ความสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกัน ป้องกันโควิด19 ไม่มีประเทศใดประเทศหนึ่งที่จะปลอดภัย เพราะทุกประเทศต้องมีการเดินทางติดต่อกัน&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;เมื่อถามถึงกรณีการพบโควิด19 สายพันธุ์ใหม่ ชื่อว่า C.1.2 ที่จีนและอังกฤษ&amp;nbsp; นพ.เฉวตสรร กล่าวว่า ธรรมชาติของเชื้อไวรัสจะมีกลายพันธุ์ ซึ่งทุกประเทศก็มีการเฝ้าระวังเป็นอย่างดี แต่ในประเทศไทยยังไม่มีการตรวจพบสายพันธุ์ C.1.2&amp;nbsp; ส่วนความรุนแรงของเชื้อหรือการอัตราความเร็วในการแพร่ระบาด การดื้อต่อการรักษา ดื้อต่อวัคซีน ยังคงเป็นการติดตามเฝ้าระวังและแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน จึงอยากให้มั่นใจในระบบการเฝ้าระวัง จากการตรวจโฮจีโนม ซีเควนซิ่ง เพื่อดูพันธุกรรมของสายพันธุ์เชื้อไวรัสประมาณ 500 ตัวอย่างต่อสัปดาห์&amp;nbsp; และจากการติดตามเมื่อทราบแหล่งที่มาของการพบสายพันธุ์ใหม่จากประเทศใด ก็จะสุ่มตรวจผู้ที่เดินทางมาจากประเทศนั้น รวมไปถึงการสุ่มตรวจทั่วประเทศร่วมด้วย ดังนั้นสายพันธุ์หลักที่ตรวจพบในประเทศขณะนี้ยังคงเป็น สายพันธุ์เดลต้า 93%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115166</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงสาธารณสุข, คลายล็อกดาวน์, ปรับมาตรการ, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210831/image_big_612deee82e280.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115036</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2021 14:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2021 14:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค. แจงปรับมาตรการผ่อนคลายเดือน ก.ย. เป็นการทดสอบระบบใหม่ อีก 14 วันรอดูผล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ส.ค.64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงตอนหนึ่งว่า กรณีที่มีคนตั้งคำถามว่าขณะนี้ตัวเลขผู้ติดเชื้อยังหลักหมื่นทำไมจึงรีบปลดล็อกดาวน์หรือผ่อนคลายมาตรการนั้น ที่ประชุม ศบค.ไม่ใช้คำนี้ แต่ใช้คำว่าปรับมาตรการ วันนี้ทั่วโลกมีการปรับมาตรการทางสังคมเพื่อรับมือโควิด-19 ทั้งสิ้น มีเพียงบางประเทศเท่านั้นที่เข้มข้นมาตรการและยังรักษาตัวเลขผู้ติดเชื้อให้มีจำนวนน้อยได้อยู่ การที่เราปรับมาตรการเป็นการใช้ชีวิตวิถีใหม่โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. สิ่งสำคัญต้องขอความร่วมมือประชาชน เพราะการล็อคดาวน์บางพื้นที่ที่ผ่านมาทำให้เกิดตัวเลขที่เห็นในปัจจุบัน เราต้องปรับตัวให้อยู่กับเชื้อโรคดังกล่าวได้ ให้เหมือนกับไข้หวัดใหญ่ หรือวัณโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดือนกันยายนนี้จะเป็นเดือนแห่งการทดสอบระบบว่ามาตรการที่ออกมาได้ผลหรือไม่ ซึ่งรัฐเป็นผู้ออกข้อกำหนด แต่ปัจจัยความสำเร็จคือความร่วมมือของผู้ประกอบการและประชาชน และจะมีการทบทวนมาตรการอีกครั้งใน 14 วันข้างหน้าว่าผลที่ออกมาจะเป็นอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในข้อกำหนดที่ 32 นี้ มีเรื่องของการให้กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมมาตรการภาครัฐ และแผนจัดหาวัคซีน ยา เครื่องมือแพทย์ เร่งประชาสัมพันธ์ให้ทุกภาคส่วนรับทราบแนวปฏิบัติเพื่อเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติตนตามมาตรการป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาลด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115036</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลายล็อกดาวน์, นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, ปรับมาตรการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210628/image_big_60d99497277db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
